หนงั สืออเิ ล็กทรอนิกสป ก
G
O
F
O
R
I
T
หนงั สอื “ จิตวิทยากับการแขง ขัน ” (The psychology of
competition) เลมนผี้ จู ัดทํามีวตั ถุประสงคเ พื่อใชใ นการใหความรแู กผ ูอานที่มี
ความสนใจเก่ียวกบั เร่ืองจิตวิทยาสาํ หรับการแขง ขัน เนือ่ งจากจิตวทิ ยากบั การ
แขงขันนั้นเปนศาสตรแ ขนงหน่งึ ท่ไี ดน าํ ทฤษฎี รวมถึงหลักการทางจติ วิทยามา
ประยกุ ตใชใ นการกีฬาใหเ กดิ ประโยชนสูงสดุ
โดยเนื้อหาของหนงั สอื เลมนจี้ ะกลาวถึง ในเร่ืองของจติ วิทยากฬี า และ
ความหมาย บทบาทความสําคัญของจิตวทิ ยาการแขง ขนั จติ วิทยาการแขงขนั
ชนดิ ของกีฬาและวธิ ีการฝกจิตวทิ ยาทีเ่ หมาะสม การฝกทักษะทางจิตวทิ ยา
การแขง ขนั จนไปถึงการนําจิตวทิ ยาการแขงขันไปใช
ทางผูจดั ทาํ หวงั เปนอยางย่งิ วา หนังสอื เลม นี้ จะสามารถนําไปใชไ ดจริง
และเปน ประโยชนแกผูอานที่ตองการศกึ ษา ในเรื่องจติ วทิ ยากบั การแขง ขนั
มากขนึ้ ท้งั นี้ทางผจู ดั ทาํ ขอขอบพระคุณ หนงั สือ/บทความวิชาการ/บทวิจยั /
เอกสารอ่นื ๆ คณะอาจารย และบุคคลที่นาํ มาอางองิ ในหนงั สอื ดังกลาวดว ย
ความเคารพเปน อยางสงู ยิง่ หากมีขอผิดพลาดประการใดทางผูจ ัดทําขออภยั
มา ณ ที่นี่ดว ย
นิชนันท ทะจะกนั
CONTENT
01 ความหมายและบทบาทของจิตวทิ ยากีฬา
บทนาํ
ความหมายของจติ วิยากฬี า
จดุ มุงหมายของจิตวิทยากฬี า
บทบาทความสําคญั ของจิตวิทยากฬี า
02 จติ วทิ ยากับการแขง ขัน
จติ วทิ ยากอ นการแขงขนั
จิตวทิ ยาระหวา งการแขง ขัน
จติ วทิ ยาหลังการแขงขนั
03 วิธกี ารฝก จิตวทิ ยาทเ่ี หมาะสม
ชนดิ ของกีฬาและวธิ ีการฝกจิตวิทยาทเี่ หมาะสม
04 การฝกทักษะทางจิตวิทยา
ประเภทของการฝกจิตวทิ ยากีฬา
เทคนิคการจินตภาพ (Imagery)
เทคนิคการรวบรวมสมาธิ (Concentration)
เทคนิคการตั้งเปา หมาย (Goal Setting)
05 การนําจิตวทิ ยาไปใช
แรงจงู ใจ
ความเชอ่ื มัน่ ในตนเอง
การรวบรวมสมาธิและความตั้งใจ
การตงั้ จดุ มุงหมาย
… สรุป
แบบทดสอบ
บรรณนุกรม
A WINNER
is a
DREAMER
Who NEVER
GIVES UP
Nelson Mandela
Africa's first black former president
“ความหมายและพื้ นฐานของ
จิตวิทยาการกีฬา
01DEFINITIONAND
BASICS OF
COMPETITIVE
PSYCHOLOGY
บทนํา (Introduction)
จิตวทิ ยาการกีฬา (Sports Psychology) เปนประเด็นท่ีอาจไมคอยจะ
เปน ที่เขา ใจกันวาเรือ่ งของการกีฬาทําไมตอ งมเี ร่ืองจิตวิทยามาเกยี่ วของ ซงึ่ ใน
ความเปน จริงแลว ความสามารถทางดา นจิตใจจะมตี อสมรรถนะการเลน กีฬา
เปน อยางมาก เพราะการมีจติ ใจทีร่ กั หรือใจท่ีอยากเลนกีฬา ก็เปนจดุ เริ่มตนของ
การมาเลนและฝกฝนกีฬา และการมีจติ ใจมุงมน่ั ทจ่ี ะเลน ใหเ ปน เลิศ กจ็ ะเปน
หลกั ชยั ท่มี ีชยั ไปกวาครึง่
ดังนน้ั การใชอ งคป ระกอบของการ เรม่ิ ตั้งแตการเขา สู การเลน กีฬาใน
มที ักษะทางจิตวิทยา มาใชประกอบ ระดบั เยาวชนและคอย ๆ พัฒนา
ในการฝกฝน เชน การมสี มาธิและ ฝกฝน จนกระท่ังเขา สูการแขงขนั
มงุ มั่นกับการเลน ความตัง้ ใจ ความ ในระดับสูงขึ้นเพื่อใหมีการเกิดการ
มั่นใจในตัวของนักกฬี า การควบคุม เรยี นรู รวมถงึ นาํ ไปปฏิบัติไดอยา ง
ความตน่ื เตน ใหอ ยใู นระดบั ท่ีพรอ ม อตั โนมัติ จติ วิทยาการกฬี าน้นั ไม
ในสถานการณทีต่ นื่ เตน และกดดัน เพยี งแตจะชว ยให นักกีฬาประสบ
ทักษะทางดานจติ วิทยาน้ี สามารถ ความสําเร็จทางการกีฬาเทา นั้นแต
ทําใหเกิดข้ึนไดผ า นกระบวนการฝก ยังมสี ว นชวยพฒั นา ดานคุณธรรม
เรยี กวา การฝก ทักษะทางจิตวิทยา จริยธรรมและความมีนํา้ ใจนกั กฬี า
การกีฬาก็จะทําใหเ กิดผลความเปน ควบคูกนั ไปดว ย
เลศิ ในการเลน กีฬาในแตละประเภท
องคป์ ระกอบความสําเร็จทางการกีฬา
การท่นี กั กีฬาจะประสบความสาํ เร็จสูงสุดน้ัน ประกอบดวย 3 องคประกอบ
สมรรถภาพตา ง ๆ มีการแปรเปล่ยี นไปตามสถานการณ ไดน อยมากตรงกันขาม
กบั สมรรถภาพทางจติ ทส่ี ามารถแปรเปลี่ยนไปตามสถานการณไดมากกวา
สมรรถภาพทางกาย (Physical fitness)
สมรรถภาพทางจิต (Psychological fitness)
ทักษะกีฬา (Sport Skills) สมรรถภาพ
ทีม่ า : กรมพลศกึ ษา กระทรวงการทองเทีย่ วและกฬี า (2556)
ความหมายของ
จิตวทิ ยากีฬา
จิตวิทยาการกีฬาจัดเปนศาสตรแขนงใหมท่ีกําลัง
ต่ืนตัว และเปนท่ีสนใจของวงการกีฬาอยางกวางขวาง ซ่ึงถือวามี
ความสําคัญและมีความจําเปนอยางยิ่งในการสงเสริม และพัฒนา
ความสามารถใหกับนักกีฬาจิตวิทยาการกีฬาเกิดมาจากความ
พยายามที่จะประยกุ ต หลักทฤษฎี หลักการ
ความจรงิ ทางจิตวทิ ยาน้นั ที่มี สว นที่มคี วามสัมพันธ
เก่ียวกบั การแสดงออกของมนุษยใ นการออกกาํ ลังกาย หรือเลน กีฬา
ไปสกู ารปรับปรุงเสรมิ สรา งพัฒนาความสามารถทั้ง ทางดานรางกาย
และจิตใจของผูออกกาํ ลงั กายของนักกีฬาหรือผฝู ก สอนกีฬา เพื่อ
ใหผ ลการฝก และเลน กีฬาประสบความสําเรจ็ ตามจุดมุงหมาย ทเ่ี รา
ตัง้ เปา ไวซ ง่ึ มีผเชี่ยวชาญใหค วามหมายทางจิตวิทยาการกฬี าไวด ังน้ี
จดุ ม่งุ หมายของจิตวยิ ากฬี า
จิตวิทยาการนั้น นอกจากจะตอ งมีบทบาทสําคญั ในการชวยใหน ักกีฬาได
พฒั นาศักยภาพทางกีฬาของตนเองใหถึงขีดสูงสดุ นัน้ แลว ยังตอ งใหนักกีฬาได
พฒั นา ความเปนมนษุ ยทสี่ มบูรณอีกดวย
การพัฒนาวิธีการเรียนรู สรางแรงจงู ใจใฝส ัมฤทธิ์ตอ งการท่ี
รกั ท่จี ะแสวงหาเรยี นรู จะประสบผลสําเรจ็
และพัฒนาใหดีขนึ้
แสวงหาความสมบรู ณ แสดงถงึ ความเปน ตัวตนของตนเอง
แบบของตนเอง ของนักกีฬา
แบง ปนสมรรถภาพทาง สรา งพลงั ใจสํารองสาํ หรบั ตวั เอง
จิตกับเพื่อนรว มทีม
พฒั นาสูความเปนเลิศ ความสนกุ ความรูสกึ ทาทาย ความ
ทดสอบประสาทภายใตส ภาวะความกดดัน ความมสี มาธิ
แสวงหาศกั ยภาพสูงสดุ ของตัวเอง และกลาทีจ่ ะเผชิญหนา
และสนกุ กบั ทุกส่ิง
บทบาทความสําคญั ของจิตวทิ ยา
จิตวิทยาการกีฬามีบทบาทความสําคญั ตอนกั กีฬาอยางมาก อนั ที่จะนําความรู
ไปสกู ารปฏิบัตแิ ละนาํ ไปประยุกตใ ชก ับการฝก ซอม รวมถึงในการแขงขนั เพอ่ื ให
นักกีฬาไดพัฒนาทักษะ และแสดงสามารถทางกีฬาไดสงู สุด
จิตวิทยาการกีฬาจึงเหน็ คุณคา และความสําคญั พอสรปุ ไดด งั น้ี
01 02 03
จติ วิทยาการกีฬาชว ย ชวยพฒั นาทักษะ และ ชว ยใหน กั กีฬาสามารถ
ในการเตรียมความ ขดี ความสามารถ นําหลกั การและเทคนิค
พรอมทางดา นจิตใจแก ทางดานจิตวิทยาการ
นักกฬี ากอนลงแขงขนั ทางการกฬี าของนักกีฬา
ใหม ีประสิทธภิ าพ กีฬาไปใช
04 05 06
ชวยใหผูฝก สอนกฬี ามี ชว ยในการตัดสนิ ใจ ชว ยในการจดั ระบบ
ความเขา ใจนักกีฬา ของผูฝ ก สอนกีฬาให ขอ มูลที่เปน ประโยชน
ของตนเองมากข้ึน มีความม่ันคงและ ทางทฤษฎีหลกั การ
รจู กั สรางแรงจูงใจแก
เช่อื ถือได
นกั กฬี า
“Genius is one percent
inspiration and ninety-nine
percent perspiration
Thomas A. Edison
จติ วทิ ยากบั
การ แขง่ ขนั
The
psychology
of competition
จิตวทิ ยากบั การแขง่ ขนั
การแขงขันกีฬา ไมเพยี งแตจะตอ งมี ความพรอ มทางรา งกายเทา นนั้ อีกสิง่ หน่ึง
คือ ความพรอมทางจิตใจเปนสง่ิ ท่สี ําคัญมาก ๆ ดวยและอาจจะมากกวาทาง
รา งกายดว ยซาํ้ เพราะถาใจลองไมส ูแ ลวทุกอยา งกจ็ บกนั นักกฬี าทุกคนที่ลง
แขงขนั จะตองมีความเครียด ความวติ กกังวลไมมากกน็ อย
จนมสี มรรถภาพสูงขึ้นกวา กอนการฝก ซอม ตรงกันขา มกับนกั กีฬาขาดความม่ันใจ
หรือวติ กกังวล จะทาํ ใหค วามสามารถลดนอยลงไปไดมาก ๆ จนแทบไมน าเชื่อ
นักกฬี าที่เจนประสบการณมากยอมไดเ ปรียบในแงการปรบั สภาพจิต ดา นสภาพ
ของอารมณ จนสามารถนําความเครียดความตืน่ ตวั ที่พอเหมาะ มาชวยเสรมิ
ความสามารถทางกายของตนเอง
เรอ่ื งจิตวทิ ยากับการแขง ขนั จึงเปน เร่ืองท่ีไมควรมองขามไป เพราะรา งกายกบั
จิตใจมนุษยเ ปน สิง่ ที่ไมส ามารถจะแยกกันไดอ ยูแลว ผูมีปญหาดานจติ ใจยอ ม
สง ผลถงึ สภาวะรา งกายไมม ากกน็ อย
จติ วทิ ยากับการแขง ขันแบงงา ยๆ เปน 3 ระยะ ไดดังนี้
จติ วทิ ยากอนการแขง ขัน
#03
Types of sports
and proper
psychology
training methods
ชนิดของกีฬา
และวิธีการฝกจิตวิทยาที่เหมาะสม
ชนดิ ของกฬี าและวธิ ีการฝึกจติ วทิ ยาท่เี หมาะสม
ลกั ษณะทางจิตวทิ ยาทจี่ ะทําใหเ กิดการเลนกีฬาทีไ่ ดซ่ึงความสามารถสูงสุด ก็คือ
เทคนคิ ของการฝกจนิ ตนภาพ การฝกสมาธเิ ทคนิคการผอนคลาย และยงั รวมไป
ถงึ เทคนิคการสะกดจิตทสี่ ามารถนาํ ไปใชใ นการกีฬา
1 กฬี าที่ใชพลังระเบดิ และใชระบบแอนแอโรบกิ เชน การวิ่งระยะส้นั นัน้
ตองการการกระตนุ (Intensity) และการมุงสนใจ (Focus)
กีฬาท่ีใชความทนทานและใชระบบแอโรบิก เชน การจักรยาน มักจะ 2
เก่ยี วของกันกับระดบั การ กระตนุ (Intensity) และการมงุ สนใจ (Focus)
ซ่งึ จะแตกตางออกไป
3 กฬี าท่ีใชท ักษะทางกลไกแบบซบั ซอ น เชน ฟกเกอรส เกต เนนการมุงสนใจ
(Focus) และ ความไววางใจ (Trust)
กีฬาที่ใชทักษะทางกลไกไมซับซอ น เชน powerlifting ตอ งการการจูงใจ 4
(Motivation) และ การกระตุน (Intensity)
5 กีฬาที่ใชระยะเวลานอยกวา 1 นาทีเชน วง่ิ หรือสปดสเก็ต มักเนนการ
กระตุน (Intensity)และ การมุง สนใจ (Focus)
6 กีฬาที่ใชระยะเวลานาน เชน ว่ิงมาราธอน ตองการความเชอ่ื มน่ั ในตนเอง
(Confidence) และ การกระตนุ (Intensity)
กีฬาท่ีแสดงความสามารถเปน รอบ เชน มวยปลาํ้ เนนการควบคมุ การ 7
กระตุน (Intensity) และการมุงสนใจ (Focus)
8 กีฬาท่ีใชก ารเตรยี มตัวนอยและไมห นัก เชน ยิงธนตู องการการมุงสนใจ
และการกระตุนที่ นอย กฬี าท่ีใชก ารเตรียมตัวนานและหนกั กอนการ
แขงขนั เชน ขวา งจักร มกั ตองการการกระตุน (Intensity) และการจูงใจ
กีฬาท่ีตอ งแสดงความสามารถในระยะสั้นและมชี ว งพักระหวางการแขงขนั 9
เชน ยงิ ปน เทนนสิ มกั ตอ งการความเชอ่ื มน่ั ในตนเอง(Confidence) และ
การควบคมุ การกระตนุ (Intensity)
0P 4sychological
S kills
Training
APPLYING
SPORTS
PSYCHOLOGY
การนาํ
จติ วทิ ยากฬี า
ไปใช้
05
การนาํ จติ วิทยากฬี าไปใช้
จิตวิทยาการกีฬาเปนสิ่งท่ีจําเปนตอ ผฝู กสอนเปน
อยางมาก ดังนน้ั ในสว นของผฝู ก สอนจงึ ตองเปน ผทู ีม่ ีความ
ละเอยี ดออ น รักการศกึ ษาคนควา เปนคนชา งสงั เกตและ
ตอ งเปนผทู ี่มีคความสนใจดา นการวิจยั อยูตลอดเวลา เพ่อื ท่ี
สามารถนาํ ความรูดานจติ วทิ ยาการกีฬามาประยุกตใช
1. แรงจงู ใจ
แรงจูงใจเปน สว นหนงึ่ ทมี่ สี ําคัญตอนกั กีฬาเปน อยา งมาก
และเกย่ี วของกบั นกั กีฬาอยูต ลอดเวลาตง้ั แต ในเริ่มเลน กีฬา
จนถงึ การหยดุ เลน แรงจงู ใจเปนตวั อยา งพฤติกรรมตา ง ๆ
ของมนุษยน อกจากนย้ี งั สงผลตอ ความสามารถ ในการเลน
กฬี าดว ย จึงจาํ เปนอยางยงิ่ ที่ผูฝก สอนจะตองเขาใจหลกั การ
ของแรงจงู ใจดงั นี้
ประเภทของแรงจูงใจตามหลักการของนักจิตวทิ ยาแลวน้ันสามารถแบง
แรงจูงใจออกเปน 2 ประเภท คอื
1. แรงจงู ใจภายใน (Intrinsic Motivation) คือ แรงจูงใจที่
เกดิ ขึ้นจากองคประกอบภายในตวั บคุ คล เชน ทําเพราะสนใจ
หรอื สนุกกับงานนนั้ ความสําเร็จในการทาํ กิจกรรมจะเปน
รางวลั ในตัวเองจึงไมต อ งมสี ิ่งอืน่ มาเปน ส่งิ ลอ ซงึ่ นับวามี
ความสําคญั มากตอนักกีฬา
2. แรงจงู ใจภายนอก (Extrinsic Motivation) คอื แรงจงู ใจ
ที่เกิดข้นึ จากองคป ระกอบภายนอกตัว บคุ คล องคประกอบ
ดงั กลา วอาจเปน สิ่งชวนใจ (Intensive) รางวัล ชัยชนะหรือ
กิจกรรมตา ง ๆ ทไี่ มมคี วามสัมพนั ธกับพฤติกรรม
3. การกาํ หนดจดุ ม่งุ หมาย
การกําหนดจดุ มงุ หมายเปนเทคนิคการสรา งแรงจูงใจทดี่ ี และไดรับ
การยอมรบั จากผลงานวิจยั มากมาย ซงึ่ การต้ังจดุ มุง หมายเปนเทคนคิ ในการ
สรา งแรงจูงใจ ซึ่งจะมีผลในการเพิ่มความสามารถในการแสดงออกสามารถ
นาํ ไปใชไ ดทง้ั ในดา นอตุ สาหกรรม ธรุ กิจศึกษา และกีฬานความสาํ คัญของ
การตง้ั จดุ มงุ หมายในการเลน และการแขงขนั กีฬาไว 4 ประการดงั นี้
การตัง้ จุดมุงหมายจะชวยสรา งบรรยากาศของการฝก รว มกันเปนทีม
จดุ มุงหมายวาจะเลนเพื่อทมี จึงตอ งฝก และทําใหดขี ึ้น
การต้ังจดุ มงุ หมายชว ยสรางความเขา ใจ ระหวา งกันภายในกลุม หรอื ภายในทมี เมื่อ
ตองทําใหตนเอง บรรลจุ ุดมุงหมายจงึ ตอ งทํางานรว มกัน
การตั้งจดุ มุงหมายทาํ ใหเ กดิ ความคิดเปนผูใหญม ากขน้ึ คือ เปนคนท่มี ีกฎเกณฑ
สามารถบังคบั ตนเองไดและมกี ฎเกณฑใ นตัวเองมากข้นึ
การตัง้ จุดมงุ หมายชวยทําใหทุกคนมโี อกาสประสบความสาํ เรจ็ ไดมากขึน้
4. การพู ดดกี บั ตัวเอง
ในการแขงขนั กีฬาความกดดัน เปน ส่ิงท่ตี อ งเกดิ ข้นึ แกน ักกีฬาอยาง
แนนอน อยา งเล่ยี งไมไดข้ึนอยูกับวา นักกีฬา จะสามารถควบคุมอารมณของ
ตนเองไดอ ยางไร
แนวทางในการพดู ดีกบั ตนเองประกอบดว ย
01 การเลิกคดิ ในทางลบ ควรเลกิ คิดส่ิงเกย่ี วกับส่งิ ทจี่ ะมผี ล
ตอ ตนเองในทางลบ
02 เปลย่ี นความคดิ จากลบเปนบวก
03 การเผชญิ หนา กบั ความคิด นักกีฬาบางคนไมชอบหา
เหตผุ ลมาลบลา ง จงึ คงความคิดในทางลบไว ควรหา
เหตุผลเพื่อหาการแกไขตอไปทีด่ ีกวา