แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑๓
รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๒๑๐๑ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ภาคเรยี นที่ ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
หน่วยการเรยี นรู้ เร่อื งคาท่ีมีอกั ษรนา เวลา ๗ ชวั่ โมง
สอนวนั ท่ี ๗-๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ครผู ู้สอน ครูศริ ิพร สที า
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความร้แู ละความคดิ เพ่ือนาไปใช้ตดั สนิ ใจแกป้ ัญหาในการ
ดาเนินชีวติ และมนี ิสยั รักการอ่าน
ตัวช้ีวัด
ท ๑.๑ ป. ๒/๑ อา่ นออกเสยี งคา คาคล้องจอง ข้อความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ย ๆ
ได้ถูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ป. ๒/๒ อธบิ ายความหมายของคาและข้อความท่อี ่าน
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขยี นสือ่ สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ
และเขียนเร่ืองราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า
อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
ตวั ชว้ี ัด
ท ๒.๑ ป. ๒/๑ คดั ลายมอื ตวั บรรจงเต็มบรรทดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษา และพลังของ
ภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ
ตัวชวี้ ัด
ท ๔.๑ ป. ๒/๒ เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา
๒.สาระสาคญั
คาท่มี ีอกั ษรนา เปน็ คาทม่ี ีพยัญชนะต้น ๒ ตวั ประสมสระเดียวกนั พยัญชนะตน้ ตัวแรก
จะเปน็ อักษรสงู หรืออักษรกลาง สว่ นพยญั ชนะตวั ท่ีสองจะเป็นอักษรตา่ บางคาออกเสียง
พยางคเ์ ดียว บางคาออกเสียง ๒ พยางค์ โดยพยางคแ์ รกออกเสียง อะ กงึ่ เสียง สว่ นพยางค์หลัง
ออกเสยี งเหมือนมี ห นา การอ่าน การเขียน และรู้ความหมายของคาทถี่ ูกตอ้ ง ทาใหส้ ามารถนา
คาไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้
ความเขา้ ใจท่ีคงทน (Enduring Understanding)
นักเรียนสามารถสรุปได้ว่า คาทีม่ อี ักษรนา เป็นคาท่ีมีพยัญชนะตน้ ๒ ตวั ประสมสระเดยี วกนั พยญั ชนะต้นตัว
แรกจะเปน็ อกั ษรสูงหรอื อักษรกลาง ส่วนพยัญชนะตวั ที่สองจะเป็นอักษรต่า บางคาออกเสยี งพยางคเ์ ดียว บางคา
ออกเสยี ง ๒ พยางค์ โดยพยางคแ์ รกออกเสยี ง อะ ก่ึงเสยี ง สว่ นพยางคห์ ลงั ออกเสยี งเหมอื นมี ห นา การอา่ น การ
เขียน และรคู้ วามหมายของคาท่ีถูกตอ้ ง ทาให้สามารถนาคาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้
๓.สาระการเรยี นรู้
คาที่มอี กั ษรนา
๔. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
- ทกั ษะการอา่ น
- ทักษะการเขียน
- ทักษะการฟัง การดู และการพดู
๒. ความสามารถในการคิด
- การจาแนก
- การใหเ้ หตุผล
- การวิเคราะห์
- การจัดระบบความคดิ เป็นแผนภาพ
- การประยุกต/์ การปรบั ปรงุ
- การสรปุ ความรู้
- การประเมนิ ค่า
๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิ
๕. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ใฝเ่ รยี นรู้
ตวั ชว้ี ัดที่ ๔.๑ ตงั้ ใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ม่งุ มนั่ ในการทางาน
ตวั ชว้ี ัดที่ ๖.๑ ตัง้ ใจและรบั ผิดชอบในการปฏบิ ัติหน้าที่การงาน
ตวั ชี้วดั ท่ี ๖.๒ ทางานด้วยความเพียรพยายามและอดทนเพื่อให้งานสาเร็จตามเป้าหมายรกั ความเปน็ ไทย
ตัวชี้วัดท่ี ๗.๒ เหน็ คุณคา่ และใชภ้ าษาไทยในการสือ่ สารได้อยา่ งถกู ตอ้ ง เหมาะสม
๖. ช้นิ งาน/ภาระงาน
๑. กิจกรรมการอา่ นออกเสียงคาทมี่ ีอกั ษรนา
๒. ใบงานท่ี ๒๖ เรือ่ ง การเขยี นคาทม่ี ีอกั ษรนาให้ตรงกบั ภาพและอ่านข้อความ
๓. ใบงานที่ ๒๗ เรอื่ ง การคัดลายมือคาทมี่ ีอักษรนา
๔. แผนภาพความคดิ สรปุ ความรเู้ รื่อง คาท่ีมีอักษรนา
๗. การประเมนิ ผล
การประเมนิ ผลตวั ชี้วดั
เร่ือง การอา่ นออกเสยี งคาท่มี ีอกั ษรนา
ระดบั คะแนน
๔๓๒ ๑
เกณฑ์การประเมิน อ่านออกเสยี งคา
ท่ีมีอักษรนาได้
การอ่าน อา่ นออกเสียงคา อา่ นออกเสยี งคา อา่ นออกเสยี งคา แตต่ อ้ งมผี ้แู นะนา
ออกเสยี งคา ท่มี ีอกั ษรนาได้ ท่มี ีอักษรนา ท่มี ีอกั ษรนา
ทม่ี ีอักษรนา ถูกต้องทุกคา ทกุ คาได้ ได้ถูกตอ้ ง
ด้วยตนเอง ดว้ ยตนเอง สามารถ เปน็ ส่วนใหญ่
และสามารถอา่ นนา แกไ้ ขคา และเมือ่ มีผแู้ นะนา
ผู้อน่ื ได้ ที่อ่านผดิ ได้ ก็สามารถแกไ้ ขได้
ใบงานที่ ๒๖ เรื่อง การเขยี นคาท่ีมีอกั ษรนาให้ตรงกับภาพ และอา่ นขอ้ ความ
ระดบั คะแนน
๔๓๒ ๑
เกณฑ์การประเมิน เขียนคาที่มี
ความหมายสมั พันธ์
การเขยี นคา เขยี นคาท่มี ี เขยี นคาที่มี เขียนคาท่มี ี กบั ภาพและอ่าน
ออกเสียงได้
ทม่ี ีอักษรนา ความหมายสัมพนั ธ์ ความหมายสมั พันธ์ ความหมายสมั พันธ์ แตต่ อ้ งมีผแู้ นะนา
ใหต้ รงกับภาพ กับภาพและอ่าน กบั ภาพและอา่ น กบั ภาพและอา่ น
และอา่ นข้อความ ออกเสียง ออกเสยี งดว้ ยตนเอง ออกเสยี ง
ไดถ้ กู ตอ้ งทุกคาดว้ ย ได้ ได้ถกู ต้อง
ตนเอง บางคาทีเ่ ขียนหรือ เปน็ สว่ นใหญ่
อา่ นผดิ ก็สามารถ และเมอ่ื มผี ู้แนะนา
แก้ไข ก็สามารถแกไ้ ข
ด้วยตนเองได้ ตามได้
ใบงานที่ ๒๗ เรอื่ ง การคดั ลายมอื คาที่มอี กั ษรนา ๓ ๒ ๑
ระดับคะแนน คดั ลายมอื คดั ลายมือ
๔ ได้ถูกตอ้ ง ได้ถกู ต้อง แตย่ งั ไม่
และเป็นระเบยี บ เปน็ ระเบียบนัก
เกณฑ์การประเมนิ ความสะอาด มีรอยลบ
พอใช้ได้ ท่ไี มส่ ะอาด
การคัดลายมือคา คดั ลายมือ คดั ลายมอื หลายแห่ง
ที่มีอกั ษรนา
ได้ถกู ตอ้ ง ได้ถูกต้อง
เปน็ ระเบยี บ สะอาด เปน็ ระเบยี บ
และสวยงาม และสะอาดดี
แสดงถึง แต่ยังไมส่ วยงาม
ความต้ังใจ มากนกั
การประเมนิ ผลคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
ใฝ่เรียนรู้
ตัวช้ีวดั ที่ ๔.๑ ต้งั ใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
พฤตกิ รรมบง่ ช้ี ดเี ยย่ี ม (๓) ดี (๒) ผา่ น (๑) ไม่ผา่ น (๐)
ไม่ตัง้ ใจเรียน
๔.๑.๑ ตัง้ ใจเรยี น ต้ังใจเรยี น ตั้งใจเรียน ตั้งใจ เอาใจใส่
๔.๑.๒ เอาใจใสแ่ ละมี เอาใจใส่ เอาใจใส่ ในการเรยี น
ความเพียรพยายาม และมคี วามเพียร- และมีความเพยี ร-
ในการเรยี นรู้ พยายามในการ พยายาม
๔.๑.๓ สนใจเข้าร่วม เรียนรู้ เขา้ ร่วม ในการเรียน
กิจกรรมการ กิจกรรม
เรยี นรู้ การเรยี นร้ตู า่ ง ๆ
ต่าง ๆ
มงุ่ ม่ันในการทางาน
ตวั ช้ีวัดท่ี ๖.๑ ตง้ั ใจและรบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทก่ี ารงาน
พฤติกรรมบง่ ชี้ ดีเยีย่ ม (๓) ดี (๒) ผ่าน (๑) ไม่ผ่าน (๐)
๖.๑.๑ เอาใจใส่ต่อการปฏบิ ตั ิ ตงั้ ใจและ ตงั้ ใจและรบั ผิดชอบ เอาใจใสต่ อ่ การ ไม่ตงั้ ใจปฏิบตั หิ น้าท่ี
หน้าที่ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย การงาน
รับผดิ ชอบในการ ในการปฏบิ ตั หิ น้าท่ที ่ี ปฏบิ ัติหน้าที่ที่
๖.๑.๒ ต้งั ใจและรบั ผิดชอบ
ในการทางาน ให้สาเรจ็ ปฏิบตั ิหน้าที่ท่ไี ดร้ บั ได้รบั มอบหมาย ไดร้ บั มอบหมาย
๖.๑.๓ ปรับปรงุ แลtพฒั นาการ มอบหมายให้สาเร็จ ใหส้ าเรจ็
ทางาน ด้วยตนเอง
มีการปรับปรุงการ
ทางานใหด้ ีขึน้
ตวั ช้ีวดั ท่ี ๖.๒ ทางานดว้ ยความเพยี รพยายามและอดทนเพอ่ื ให้งานสาเรจ็ ตามเป้าหมาย
พฤตกิ รรมบง่ ช้ี ดีเยย่ี ม (๓) ดี (๒) ผ่าน (๑) ไมผ่ ่าน (๐)
๖.๒.๑ ทมุ่ เททางาน อดทน ทางานด้วย ทางานดว้ ย ทางานด้วย ไมข่ ยนั อดทน
ในการทางาน
ไมย่ อ่ ทอ้ ต่อปญั หา ความขยนั อดทน ความขยัน พยายาม ความขยนั
และอุปสรรค พยายาม ให้งานสาเร็จ เพ่ือใหง้ านเสร็จ
ในการทางาน ใหง้ านสาเรจ็ ตาม ตามเป้าหมาย ตามทีไ่ ด้รับ
๖.๒.๒ พยายามแกป้ ญั หา เปา้ หมาย มอบหมาย
และอุปสรรค ชน่ื ชมผลงาน
ในการทางาน ด้วยความ
ให้สาเรจ็ ภาคภูมิใจ
๖.๒.๓ ช่นื ชมผลงานด้วย
ความภาคภมู ิใจ
รักความเป็นไทย
ตัวชี้วัดที่ ๗.๒ เหน็ คุณคา่ และใช้ภาษาไทยในการส่ือสารไดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสม
พฤติกรรมบง่ ช้ี ดเี ยย่ี ม (๓) ดี (๒) ผ่าน (๑) ไมผ่ ่าน (๐)
๗.๒.๑ ใช้ภาษาไทยและ เป็นแบบอย่างทีด่ ี ใช้ภาษาไทย ใชภ้ าษาไทยและ ไมส่ นใจ
ใช้ภาษาไทย
เลขไทยในการ ในการใช้ เลขไทยในการ เลขไทยในการ อย่างถกู ต้อง
สื่อสารได้อยา่ ง ภาษาไทย สอื่ สาร บอกให้ผู้อ่นื สือ่ สารได้
ถกู ต้องเหมาะสม เลขไทยในการ ใชภ้ าษาไทย
๗.๒.๒ชักชวน แนะนาให้ สอ่ื สาร บอกให้ ที่ถกู ต้อง
ผูอ้ น่ื เหน็ คุณค่า ผอู้ ื่นใชภ้ าษาไทย
ของการใช้ ท่ีถูกตอ้ ง
ภาษาไทยทีถ่ ูกตอ้ ง
๘. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
๑. ให้นักเรียนอา่ นบตั รคาคาท่มี พี ยัญชนะควบกล้าและคาทมี่ อี กั ษรนา แล้วสงั เกตความแตกต่าง
๒. ใหน้ กั เรียนดภู าพและอา่ นออกเสียงคาท่มี อี ักษรนาพร้อมกนั เชน่ จรวด ตลาด หนอน ขา้ วหลาม
แล้วอธบิ ายลักษณะของคา
๓. ให้นกั เรยี นศึกษาความร้เู รือ่ ง คาทมี่ อี กั ษรนา
๔. ให้นักเรียนฝึกอา่ นสะกดคาท่ีมอี ักษรนา จากแถบประโยคท่คี รกู าหนด
๕. ใหน้ กั เรียนฝกึ อ่านออกเสียงคาท่มี อี ักษรนาท่ีใช้ในชีวิตประจาวัน
๖. ใหน้ ักเรียนแบ่งกล่มุ กลุม่ ละ ๓ – ๔ คน แข่งขนั กันจับคบู่ ตั รคาใหเ้ ป็นคาท่ีมีความหมาย
กลุม่ ใดทาเสร็จกอ่ น และถูกตอ้ งเปน็ ฝ่ายชนะ
๗. ใหน้ ักเรยี นอา่ นออกเสียงคาจากบัตรคาแลว้ ร่วมกันบอกความหมาย ครูชว่ ยแนะนา
และอธิบายเพิ่มเตมิ
๘. ใหน้ ักเรยี นอ่านประโยคตามท่ีครกู าหนด และเรียนรู้ความหมายของคา
๙. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลมุ่ แต่งเพลงง่าย ๆ โดยใช้คาที่มอี กั ษรนา จากน้นั ออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้ัน
เรยี น ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั ประเมนิ ผลงาน
๑๐. ให้นกั เรยี นทาใบงานท่ี ๒๖ เรื่อง การเขียนคาทมี่ ีอกั ษรนาให้ตรงกบั ภาพและ อ่านขอ้ ความ จากนั้น
ร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
๑๑. ใหน้ กั เรยี นเล่นเกมปรศิ นาอักษรไขว้ โดยระบายสีคาท่ีมอี กั ษรนา จากน้นั อา่ นออกเสยี งแล้วรว่ มกัน
อธิบายความหมายของคา
๑๒. ใหน้ กั เรยี นแบง่ เป็น ๒ ฝา่ ย ผลัดกันบอกและเขยี นคาทีม่ อี ักษรนาตามท่ีกาหนด เช่น ชื่อสิ่งของ
เคร่ืองใช้ ชือ่ พชื ผกั ผลไม้ ชือ่ สัตว์ ฝา่ ยใดได้คะแนนมากกว่าเป็นฝา่ ยชนะ
๑๓. ใหน้ ักเรียนเลือกคาทีก่ าหนดไปเตมิ ลงในช่องวา่ งในประโยค จากนนั้ รว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง
๑๔. ให้นกั เรียนอา่ นเรือ่ ง จิ้งหรีด ท่คี รตู ดิ บนกระดานพร้อมกนั และสังเกตคาทม่ี อี กั ษรนา
๑๕. ให้นกั เรยี นทาใบงานท่ี ๒๗ เร่ือง การคัดลายมือคาที่มอี กั ษรนา ครูประเมนิ ผลงานของนกั เรียนเปน็
รายบคุ คล
๑๖. ใหน้ ักเรียนวาดภาพระบายสีประกอบคาท่มี อี ักษรนา คนละ ๑ คา พรอ้ มทงั้ เขยี นคาไว้ใต้ภาพ
จากนน้ั นามาแลกเปล่ยี นกันอา่ นกบั เพ่ือน
๑๗. ใหน้ กั เรยี นและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ ดังนี้
คาท่ีมอี ักษรนา เป็นคาที่มีพยญั ชนะตน้ ๒ ตวั ประสมสระเดยี วกันพยญั ชนะตน้ ตัวแรกจะเปน็ อักษรสงู
หรอื อกั ษรกลาง ส่วนพยัญชนะตัวที่สองจะเปน็ อักษรต่า บางคาออกเสียงพยางค์เดียว บางคาออกเสยี ง ๒ พยางค์ โดย
พยางค์แรกออกเสียง อะ กงึ่ เสียง ส่วนพยางค์หลังออกเสียงเหมอื นมี ห นา การอ่าน การเขียน และรู้ความหมายของ
คาทถ่ี กู ตอ้ ง ทาให้สามารถนาคาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้
๑๘. ใหน้ ักเรยี นเขียนแผนภาพความคิดสรุปความรูเ้ รื่อง คาทม่ี อี ักษรนา แลว้ ร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
๙. สอื่ การเรียนรู้
๑. ภาพ
๒. บัตรคา
๓. บัตรตัวอักษร
๔. แถบประโยค
๕. ชดุ คาในชวี ิตประจาวัน
๖. ฉลาก
๗. กระดาษวาดภาพ
๘. สีไมห้ รือสีเมจิก
๙. ตารางเกมปริศนาอกั ษรไขว้
๑๐. เนอ้ื เพลง
๑๑. เรือ่ งจิ้งหรดี
๑๒. ใบงานที่ ๒๖-๒๗
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น (Pre-Test) ได้__________คะแนน
คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
ช่อื ____________ นามสกุล ______________ เลขท่ี _____ ช้ัน _____
๑. คาใดไม่เข้าพวก ๒ ผลิต ๓ แผล
๑ ตลก
๒. คาใดเปน็ คาท่ีมีอกั ษรนา ๒ จรสั ๓ ทราย
๑ จริง
๓. “เขาเขียนด้วยมือซา้ ยไม่ ถ ด ” พยัญชนะในช่องวา่ งคือตวั ใด
๑ น ๒ม ๓ล
๔. พพี่ ับกระดาษมีปกี เลก็ ๆ ปลายแหลม แล้วเรียกนอ้ งว่า
“มาพงุ่ กัน” คาในชอ่ งว่างคอื คาใด
๑ ไศล ๒ ปรอท ๓ จรวด
๕. “ใคร ๆ ออกไปธุระกนั หมด เหลอื เรา ๒ คน ชา่ งเงยี บ จริง”
๓ หงอย
คาในช่องว่างคือคาใด
๑ หงัด ๒ เหงา
๖. “พ่ออา่ น ยาที่ขวดก่อนใชย้ า” คาในช่องว่างคือคาใด
๑ ฉลาก
๒ ผลติ ๓ หนังสือ
๗. “เขาสะดดุ รากไมจ้ นเซ ” ๒ ถลา ๓ ถลา
คาในช่องว่างคือคาใด
๑ ไถล
๘. “ฉัน รับประทาน ยวงเหลอื ง ๆ กล่นิ หอม ”
๒ อยาก ขนุน ๓ อยาก ทุเรยี น
ควรเตมิ คาใดลงในชอ่ งว่าง
๑ อยู่ กลว้ ย
๙. คาที่มีอักษรนาขอ้ ใดสะกดคาผิด ๒ เหลวไหล ๓ หยากไย่
๑ หลงไหล
๑๐. คาทีม่ ีอกั ษรนาในขอ้ ใดสะกดถกู ตอ้ งทั้ง ๒ คา
๑ สุจรติ น้าใหล
๒ หยดน้า อดหยาก
๓ เทขยะ หลายอย่าง
แบบทดสอบหลังเรยี น (Post-Test) ได_้ _________คะแนน
ช่อื ____________ นามสกุล ______________ เลขท่ี _____ ชัน้ _____ คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน
๑. คาใดเป็นคาที่มอี กั ษรนา
๑ จริง ๒ จรัส ๓ ทราย
๒. คาใดไมเ่ ข้าพวก ๒ ผลิต ๓ แผล
๑ ตลก
๓. พ่ีพบั กระดาษมปี กี เลก็ ๆ ปลายแหลม แล้วเรียกน้องวา่
“มาพ่งุ กนั ” คาในช่องวา่ งคือคาใด
๑ ไศล ๒ ปรอท ๓ จรวด
๔. “พ่ออ่าน ยาที่ขวดก่อนใช้ยา” คาในชอ่ งว่างคอื คาใด
๑ ฉลาก ๒ ผลิต ๓ หนังสือ
๕. “เขาเขยี นดว้ ยมือซา้ ยไม่ถ ด” พยัญชนะในชอ่ งวา่ งคือตวั ใด
๑ น ๒ม ๓ ล
๖. “ใคร ๆ ออกไปธรุ ะกนั หมด เหลือเรา ๒ คน ช่างเงียบ จรงิ ”
คาในชอ่ งวา่ งคอื อะไร
๑ หงัด ๒ เหงา ๓ หงอย
๗. “ฉนั รับประทาน ยวงเหลือง ๆ กลิ่นหอม ”
๒ อยาก ขนนุ ๓ อยาก ทุเรยี น
ควรเติมคาใดลงในช่องว่าง
๑ อยู่ กล้วย
๘. คาทมี่ ีอักษรนาข้อใดสะกดคาผิด ๒ เหลวไหล ๓ หยากไย่
๑ หลงไหล
๙. คาทม่ี อี ักษรนาในข้อใดสะกดถกู ต้องทงั้ ๒ คา
๑ สจุ ริต น้าใหล
๒ หยดน้า อดหยาก
๓ เทขยะ หลายอย่าง
๑๐. “เขาสะดุดรากไมจ้ นเซ ” ๓ ถลา
คาในช่องวา่ งคอื คาใด ๒ ถลา
๑ ไถล
เฉลย แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-Test) เรื่อง คำทมี่ ีอกั ษรนำ ๕. ๒
๑. ๓ ๒. ๒ ๓. ๑ ๔. ๓ ๑๐. ๓
๖. ๑ ๗. ๒ ๘. ๒ ๙. ๑
เฉลย แบบทดสอบหลงั เรียน (Post-Test) เร่ือง คำทมี่ ีอกั ษรนำ
๑. ๒ ๒. ๓ ๓. ๓ ๔. ๑ ๕. ๑
๑๐. ๒
๖. ๒ ๗. ๒ ๘. ๑ ๙. ๓
แบบบันทึกสรปุ ผลการเรยี นรูส้ าหรบั ผู้เรยี น
ชื่อ-นามสกุล...................................... เลขที่ ............................................ ชน้ั ..................................
วันท่ี ................................................ เดือน ........................................................... พ.ศ. ...................
คาชี้แจง ให้นักเรียนบนั ทึกสรปุ ผลการเรียนรู้จากหนว่ ยการเรยี นรนู้ ้ี
นกั เรียนยงั ไม่เขา้ ใจเร่ืองใดอีกบา้ ง นกั เรียนมีความรู้สึกอยา่ งไร นกั เรียนไดร้ ับความรู้เร่ืองใดบา้ ง
ทเี่ ก่ียวกบั หน่วยการเรียนรู้น้ี หลงั จากที่เรียนหน่วยการเรียนรู้ จากหน่วยการเรียนรูน้ ้ี
ซ่ึงตอ้ งการใหค้ รูอธิบายเพมิ่ เติม น้ีแลว้
...........................................................
............................................................... ........................................................... ...........................................................
............................................................... ........................................................... ...........................................................
.............................................................. ........................................................... ...........................................................
นกั เรียนจะสามารถนาความรู้ หน่วยการเรียนรูท้ ี่ กิจกรรมที่นกั เรียนชอบมากท่สี ุดใน
ความเขา้ ใจจากหน่วยการเรียนรูน้ ้ี หน่วยการเรียนรูน้ ้ีคือกิจกรรมใด
ไปใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจาวนั ............................................ เพราะอะไร
ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง ...........................................
...................................................................
............................................................... ผลงานที่นกั เรียนชอบและตอ้ งการ ...................................................................
............................................................... คดั เลือกเป็ นผลงานดีเด่นจาก ...................................................................
............................................................... หน่วยการเรียนรูน้ ้ีคอื ผลงานใดบา้ ง ...................................................................
.............................................................. ..........................................................
...............................................................
...............................................................
..............................................................
หมายเหตุ ให้ครสู าเนาแบบบันทกึ น้ีเพ่ือให้นกั เรียนบนั ทกึ ทุกหน่วยการเรยี นรู้
๑. ครูสามารถนาแบบบนั ทึกน้ีไปใชเ้ ป็ นหลกั ฐานและขอ้ มูลเพอ่ื ปรับปรุง และพฒั นากระบวนการเรียนรูข้ องผเู้ รียน
๒. ครูสามารถนาแบบบนั ทึกน้ีไปใชป้ ระกอบการทาวจิ ยั ในช้นั เรียนเพอื่ เป็ นผลงานประกอบการเล่ือนวทิ ยฐานะได้