The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้-นายจักรกรา-เสนา-พร้อมส่ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jakkrasena, 2021-05-30 07:06:36

แผนการจัดการเรียนรู้-นายจักรกรา-เสนา-พร้อมส่ง

แผนการจัดการเรียนรู้-นายจักรกรา-เสนา-พร้อมส่ง

47

4. ความสามารถในการใช้ทักษะ สังเกต รายบุคคล ตารางเกณฑ์การให้ ผา่ นเกณฑ์ต้งั แต่
ชีวิต แบบสงั เกต
พฤตกิ รรมการ คะแนนสมรรถนะ ระดบั ปานกลางขึ้น
ปฏิบัตงิ าน
รายบคุ คล ของผเู้ รยี น ไป

ทกั ษะของผูเ้ รยี นในศตวรรษที่ 21 วิธวี ัด เครอื่ งมือวัด เกณฑ์การให้ เกณฑ์การประเมิน
(ตามหวั ข้อที่ 6) คะแนน

1. ทักษะการอ่าน(Reading) สงั เกต แบบประเมินใบงาน ตารางเกณฑก์ ารให้ ผ่านเกณฑต์ ั้งแต่

คะแนนสมรรถนะ ระดบั ปานกลางขึ้น

ของผู้เรียน ไป

2. ทักษะดา้ นการคิดอยา่ งมี สังเกต แบบประเมนิ ใบงาน ตารางเกณฑ์การให้ ผ่านเกณฑต์ ้งั แต่
วจิ ารณญาณและทกั ษะในการ
แก้ปัญหา (Critical thinking and คะแนนสมรรถนะ ระดับปานกลางขึ้น
problem solving)
3. ทกั ษะด้านความรว่ มมอื การ สงั เกต ของผูเ้ รียน ไป
ทางานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ า
(Collaboration , teamwork แบบสงั เกต ตารางเกณฑ์การให้ ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่
and leadership) พฤติกรรมการ
4. ทั กษะการเรียนรู้(Learning สงั เกต ปฏบิ ัติงาน คะแนนสมรรถนะ ระดับปานกลางขึ้น
Skills) รายบุคคล
ของผู้เรยี น ไป
แบบสงั เกต
พฤตกิ รรมการ ตารางเกณฑ์การให้ ผา่ นเกณฑต์ ง้ั แต่
ปฏิบัติงาน
รายบุคคล คะแนนสมรรถนะ ระดับปานกลางขึ้น
แบบสงั เกต
พฤติกรรมการ ของผเู้ รียน ไป
ปฏบิ ัตงิ าน
5. ภาวะผู้นา(Leadership) สงั เกต รายบคุ คล ตารางเกณฑก์ ารให้ ผ่านเกณฑ์ต้ังแต่

คะแนนสมรรถนะ ระดบั ปานกลางขน้ึ

ของผเู้ รยี น ไป

48

ตารางเกณฑ์การประเมนิ ผลต่างๆ

แบบประเมินกิจกรรมรายบุคคล

ประเดน็ การประเมนิ

ลาดับ ช้อื - นามสกลุ ตรง ถูกตอ้ ง มีความ มีความเปน็ ตรงตอ่ เวลา รวม
จุดประสงค์ที่ สมบูรณ์ สร้างสรรค์ ระเบยี บ

กาหนด เรยี บรอ้ ย

ระดับคะแนน
5 หมายถงึ ดีมาก
4 หมายถงึ ดี
3 หมายถึง ปานกลาง
2 หมายถึง พอใช้
1 หมายถงึ ปรบั ปรุง

ลงชอ่ื .............................................ผปู้ ระเมิน
วนั ท่.ี .........../.............../.....................

49

เกณฑ์การใหค้ ะแนนใบงาน

ประเดน็ การประเมนิ คะแนน
1. ผลงานตรงตาม
จดุ ประสงค์ 9 - 10 (ดีมาก) 6 - 8 (ดี) 4 - 5 (พอใช้) 0 - 3 (ปรับปรงุ )
ผลงานคอ่ นขา้ งเปน็
2.ผลงานมคี วาม ผลงานมีความ ผลงานมีความ ผลงานมีความ ระเบียบเรยี บรอ้ ยแต่
ถูกต้อง มีขอ้ บกพร่องเลก็ น้อย
3.ผลงานมคี วามเป็น สอดคลอ้ งกบั สอดคลอ้ งกบั สอดคลอ้ งกับ
ระเบยี บเรยี บรอ้ ย เน้อื หาสาระไมถ่ ูกต้อง
จดุ ประสงคข์ อเนื้อหา จุดประสงคข์ องเนอื้ หา จดุ ประสงค์ของเนอ้ื หา
4. การส่งงานตรงตอ่ ผลงานไมม่ คี วามเปน็
เวลา ท่เี รียนทุกประเด็น ทเี่ รียนเป็นสว่ นใหญ่ ที่เรยี นบางประเดน็ ระเบียบเรยี บรอ้ ย

เนอ้ื หาสาระถกู ต้อง เน้อื หาสาระถกู ต้อง เนอ้ื หาสาระถูกต้อง ส่งงานชา้ เลยเวลาที่
กาหนดมากกวา่ 5วนั
สมบรู ณ์ ครบถว้ น เป็นสว่ นใหญ่ บางประเดน็

ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานมีความเปน็ ผลงานค่อนขา้ งเปน็

ระเบยี บเรยี บรอ้ ย ระเบยี บเรยี บรอ้ ยอยู่ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยแต่

น่าอ่าน แต่ยังมีข้อบกพร่อง มขี ้อบกพรอ่ งเลก็ น้อย

บางส่วน

ส่งงานตรงตามเวลา ส่งงานชา้ เลยเวลาท่ี สง่ งานชา้ เลยเวลาท่ี

ที่กาหนด กาหนด1-2วัน กาหนด3-5วัน

เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
9 – 10 ดมี าก
6 – 8 ดี
4 – 5 พอใช้
0 – 3 ปรบั ปรงุ

50

แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล

ลาดับ ชอ่ื - นามสกุล คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มั่นในการทางาน

5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 5 4 3 21

ระดบั คะแนน
5 หมายถึง ดมี าก
4 หมายถึง ดี
3 หมายถงึ ปานกลาง
2 หมายถึง พอใช้
1 หมายถึง ปรบั ปรุง

ลงช่อื .............................................ผปู้ ระเมิน
วันท่ี............/.............../.....................

51

เกณฑก์ ารให้คะแนนสมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น

พฤตกิ รรมบ่งช้ี 5 (ดีมาก) คะแนน 1 (ปรบั ปรุง)
4 (ด)ี 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) ไมม่ ีความสามารถ
ในการส่ือสาร
1. ความสามารถใน มีความสามารถใน มคี วามสามารถใน มีความสามารถ มคี วามสามารถ
ไม่มคี วามสามรถ
การส่ือสาร การส่อื สารออกมา การส่ือสารออกมา ในการสือ่ สาร ในการส่อื สาร ในการคดิ การ
ตดั สินใจเกยี่ วกับ
ไดด้ ีเย่ียม ไดด้ ีชัดเจน ออกมาได้ระดบั ออกมาไดร้ ะดบั ปัญหาของตนเอง
ได้
ปานกลางไม่ ปานกลางควร
ไม่สามารถ
ชดั เจน ปรบั ปรุง แกป้ ญั หาเฉพาะ
หน้าได้
2. ความสามรถใน มคี วามสามารถใน มีความสามารถ มคี วามสามารถ มคี วามสามารถ

การคิด การคิดอยา่ ง ในการคดิ ตดั สินใจ ในการคดิ ตดั สินใจ ตดั สินใจเกีย่ วกบั

สร้างสรรค์ เก่ียวกับปญั หา เกย่ี วกบั ปัญหา ปญั หาของตนเอง

ตดั สินใจเกยี่ วกับ ของตนไดด้ ี ของตนเองได้ ได้ไม่ดีเทา่ ท่ีควร

ปัญหาของตนเอง

ได้เหมาะสม

3. ความสามารถใน มคี วามสามรถ มคี วามสามารถ มีความสามรถ มคี วามสามรถ

การแกป้ ญั หา แกป้ ญั หาเฉพาะ แก้ปัญหาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ แก้ปัญหาเฉพาะ

ด้านไดท้ ุก หน้าไดเ้ กอื บทุก หน้าไดบ้ า้ ง หนา้ ไดย้ ังไม่ดี

สถานการณ์ สถานการณ์ สถานการณ์ เท่าทีค่ วร

เกณฑก์ ารให้คะแนนทกั ษะของผ้เู รยี นในศตวรรษท่ี 21

พฤติกรรมบง่ ช้ี คะแนน
1. ทักษะการอา่ น
(Reading) 5 (ดมี าก) 4 (ด)ี 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช)้ 1 (ปรบั ปรงุ )
มีความสามารถใน
2. ทักษะดา้ นการ มีความสามารถใน มีความสามารถใน มีความสามารถใน มีความสามารถใน การอ่านน้อยมาก
คิดอยา่ งมี
วจิ ารณญาณและ การอา่ นส่อื สาร การอา่ นสอื่ สาร การอา่ นสอื่ สาร การอ่านสือ่ สาร ความสามารถ
ทกั ษะในการ ในการคิด การ
แกป้ ัญหา(Critical ออกมาไดด้ ีเยยี่ ม ออกมาไดด้ ชี ดั เจน ออกมาไดร้ ะดบั ออกมาได้ระดับ ตดั สินใจและ
วิจารณญ์ าณ
ปานกลางไม่ ปานกลางควร เกี่ยวกับปญั หา

ชัดเจน ปรับปรงุ

มีความสามารถใน มคี วามสามารถ มีความสามารถ มีความสามารถ

การคดิ อยา่ ง ในการคิดตดั สนิ ใจ ในการคดิ และ ตดั สนิ ใจและ

สร้างสรรคแ์ ละ และวิจารณ์ญาณ วจิ ารณ์ญาณ วจิ ารณญ์ าณ

วจิ ารณ์ญาณ เกี่ยวกบั ปัญหา ตัดสินใจ เกีย่ วกบั ปญั หา

ตดั สนิ ใจเกยี่ วกบั ของตนได้ดี เกย่ี วกบั ปญั หา ของตนเองได้ไม่

thinkingand ปญั หาของตนเอง ของตนเองได้ ดีเท่าท่คี วร 52
problemsolving) ไดเ้ หมาะสม
ของตนเองไดน้ ้อย
มาก

3. ทักษะด้าน มที ักษะดา้ นความ มีทกั ษะด้านความ พอมมี ีทกั ษะด้าน มที ักษะด้านความ มีทักษะดา้ นความ
ความรว่ มมือการ รว่ มมอื การทางาน ร่วมมอื การทางาน ความรว่ มมือการ รว่ มมือการทางาน ร่วมมอื การทางาน
ทางานเปน็ ทีม เป็นทมี และภาวะ เป็นทีม และภาวะ ทางานเป็นทมี เปน็ ทมี และภาวะ เปน็ ทีมและภาวะ
และภาวะผนู้ า ผนู้ าอยา่ งดเี ย่ียม ผ้นู าไดด้ ี และภาวะผ้นู า ผู้นาเลก็ น้อย ผู้นานอ้ ยมาก
(Collaboration ,
teamwork
and leadership)

4. ทกั ษะการ มที กั ษะการเรียนรู้ มีทักษะการเรยี นรู้ พอมีทักษะการ มีทักษะการเรยี นรู้ มีทกั ษะการเรยี นรู้
เลก็ น้อย นอ้ ยมาก
เรยี นร้(ู Learning ดเี ยย่ี ม ดี เรียนรู้

Skills)

5.ภาวะผนู้ า มภี าวะความเปน็ มภี าวะความเปน็ พอมีภาวะความ มภี าวะความเปน็ มีภาวะความเป็น
(Leadership)
ผนู้ าดีเย่ยี ม ผูน้ าดี เปน็ ผู้นา ผนู้ าเล็กน้อย ผู้นาน้อยมาก

12. กิจกรรมเสนอแนะ
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

53

13. บนั ทึกผลหลงั การสอน

สรปุ ผลการเรียนการสอน

นักเรียนท้ังหมดจานวน.....................คน

จานวนนกั เรียนท่ีผ่าน จานวนนกั เรยี นทไี่ ม่ผ่าน

จุดประสงค์การเรียนรู้ขอ้

ท่ี จานวนคน รอ้ ยละ จานวนคน รอ้ ยละ

1
2
3

15. ปญั หา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

16. ข้อเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ........................................................................
()

ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ .......................................

ลงช่ือ................................................................ หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
()

ลงช่อื .......................................................... รองผอู้ านวยการกลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ
(………………………………………..)

54

ความเหน็ ของหวั หน้าสถานศึกษา

ได้ทาการตรวจแผนการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมคี วามคิดเห็นดังนี้

4. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

5. การจดั กจิ กรรมไดน้ าเอากระบวนการเรยี นรู้

 เน้นผูเ้ รียนเป็นสาคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

 ยังไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสาคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ่ ไป

6. ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ

........................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................

ลงช่ือ...............................................................................................
( ………………………………………………… )
ผูอ้ านวยการโรงเรียน…………………………………………………………..

55

ใบงาน/ แบบฝกึ หดั ตา่ งๆ

ใบงานที่ 2 เรอื่ ง การอ่านบทกลอนประกอบจังหวะ

วันท่ี ....... เดือน ............................ พ.ศ. ................

ช่ือ .............................................. ช้นั ....................... เลขที่ ...............

ครูอ่านบทกลอนฝนตกแดดออกใหน้ ักเรยี นฟัง 1 เท่ียว จากน้นั ให้นักเรียนอา่ นตามทีละวรรค จากน้นั ให้

ครเู คาะจังหวะ แลว้ ใหน้ ักเรยี นอ่านบทกลอนตามจงั หวะ

ฝนตกแดดออก

ฝนตกแดดออก นกกระจอกแปลกใจ

โผผนิ บนิ ไป ไมร่ ู้หนทาง

ไปพบมะพร้าว นกหนาวครวญคราง

พีม่ ะพรา้ วใจกว้าง ขอพกั สักวัน

ฝนตกแดดออก นกกระจอกพักผ่อน

พอหายเหนื่อยอ่อน บนิ จรผายผัน

ขอบใจพ่ีมะพรา้ ว ถงึ คราวชว่ ยกนั

น้าใจผูกพัน ไม่ลมื บญุ คณุ

ฐะปะนีย์ นาครทรรพ

จากนนั้ ให้นักเรียนประเมินผลลงในแบบบนั ทึกแล้วตอบคาถาม

แบบบนั ทกึ การอา่ นบทกลอนประกอบจังหวะฝนตกแดดออก

รายการปฏบิ ตั ิ ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ
(3) (2) (1)

1. อา่ นบทกลอนได้ถูกต้องทกุ คา ___________ ___________ ___________

2. อ่านบทกลอนไดต้ รงตามจงั หวะเคาะ ___________ ___________ ___________

3. เคาะจังหวะได้ถูกต้อง ___________ ___________ ___________

4. ความสอดคล้องของการอ่านและการเคาะ ___________ ___________ ___________
จงั หวะ

รวม ___________ ___________ ___________

• นักเรยี นปฏิบัติไดใ้ นระดับ
ใด____________________________________________________________

• นักเรยี นร้สู ึกอย่างไรที่ได้อ่านบทกลอนประกอบจังหวะ ชอบ เฉย ๆ ไมช่ อบ

56

แผนการเรยี นรู้รายหนว่ ย

หน่วยที่ 3 เพลงในชวี ติ ประจาวัน

57

แผนการจัดการเรียนรู้

สาระการเรยี นรู้ ศิลปะ รายวชิ า ดนตรี

ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 เร่ือง เพลงในชวี ติ ประจาวนั เ ว ล า 6 ชั่ ว โ ม ง

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวดั

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐานท่ี ศ 2.1 เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรีอยา่ งสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณค์ ณุ ค่า
ดนตรถี า่ ยทอดความรสู้ ึก ความคดิ ต่อดนตรีอย่างอสิ ระ ชื่นชม และประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวัน
ตัวช้วี ดั

ศ 2.1 ป.1/5 บอกความเกี่ยวขอ้ งของเพลงท่ีใชใ้ นชีวิตประจาวัน

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 บอกเพลงเกย่ี วข้องท่ีใช้ในชวี ิตประจาวันได้ (K)

2.2 นาเสนอเพลงเกีย่ วขอ้ งทใ่ี ชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้ (P)

2.3 เหน็ คณุ คา่ เพลงทใ่ี ชใ้ นชีวิตประจาวัน (A)

3. สาระสาคญั
บทเพลงต่างๆ มคี วามหมายและใหอ้ ารมณ์ ความรู้สึกแก่ผู้ฟงั แตกต่างกนั ซ่งึ เน้ือหาของบทเพลงอาจ

สอดแทรกข้อคิดเร่ืองราวตา่ ง ๆ ไว้ในบทเพลงเพ่ือใหผ้ ฟู้ ังได้ซาบซ้ึงและเข้าใจบทเพลงมากข้นึ
4. สาระการเรยี นรู้

1. เพลงกล่อมเดก็

2. เพลงประกอบการละเลน่

3. เพลงสาคัญของชาติ

5. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น( เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรนู้ ้ี)
 ความสามารถในการส่อื สาร
 ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. ทกั ษะของผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จุดเนน้ สูก่ ารพัฒนาคณุ ภาพผ้เู รียน)
 ทกั ษะการอา่ น (Reading)
 ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
 ทักษะการ คิดคานวณ (Arithmetic)

58

 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and
problem solving)
 ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
 ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็นทีม และภาวะผ้นู า (Collaboration , teamwork
and leadership)
 ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
 ทักษะด้าน การสอ่ื สาร สารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
 ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร (Computing)
 ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
 ทกั ษะการเปลยี่ นแปลง (Change)
 ทักษะการเรยี นร(ู้ Learning Skills)
 ภาวะผูน้ า(Leadership)
7. ชิ้นงานหรือภาระงาน ( หลกั ฐาน / ร่องรอยแสดงความรู้ )
- ชิน้ งานท่ี 3 เร่ือง เพลงสาคญั ของชาติไทย : วาดภาพสงิ่ ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั เพลงสาคญั ของชาตไิ ทย

8. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หนว่ ยย่อยท่ี 3.1 เร่ือง เพลงกล่อมเด็กภาคเหนือ
ช่ัวโมงท่ี 1 (ใช้รูปแบบการเรียนรู้การจัดการเรียนรูโ้ ดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้
(Inquiry Process))
ข้นั ที่ 1 ข้นั สรา้ งความสนใจ
1. ครนู าบัตรคา เพลงกลอ่ มเด็ก มาตดิ ไว้บนกระดานแล้วพานกั เรียนอ่านจานวน 2

รอบ จากนัน้ ใชค้ าถามเพอ่ื ใหน้ กั เรียนรว่ มกันสนทนา ดงั นี้
- นักเรยี นรจู้ กั เพลงกล่อมเดก็ หรอื ไม่ (รจู้ กั /ไมร่ ู้จัก)
- นักเรียนเคยไดย้ นิ เพลงกล่อมเด็กหรอื ไม่ (เคย/ไมเ่ คย)
- ในท้องถ่นิ ของนักเรยี นมีเพลงกลอ่ มเดก็ หรอื ไม่ (ตัวอยา่ งคาตอบ ม)ี
- นักเรียนร้สู กึ อย่างไรเม่อื ไดย้ นิ เพลงกลอ่ มเดก็ (ตัวอย่างคาตอบ เพลิดเพลนิ )

จากน้ันครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า “เพลงกล่อมเด็กเป็นวัฒนธรรมทอ้ งถ่ินท่ีสะท้อนใหเ้ ห็นถึงความเช่ือและ

คา่ นิยมในทอ้ งถ่ินต่าง ๆ โดยมีลกั ษณะสาคญั คือ เป็นบทรอ้ ยกรองสนั้ ๆ มีรูปแบบการสมั ผสั คาท่ีแน่นอน ใช้คาทเี่ ข้าใจ
ง่าย มีจังหวะและทานองท่ีเรียบง่ายสนุกสนาน จาง่าย เนื้อหาของบทเพลงมักเป็นวรรณคดี นิทาน
สง่ิ แวดลอ้ มรอบตัว คติ วิธกี ารดูแลเดก็ หรือการแสดงความรักความห่วงใยของแม่ทมี่ ีต่อลูก”

59

ขัน้ ท2่ี . ข้ันสารวจและค้นหา
1. ครเู ปดิ เพลงกล่อมเดก็ ภาคเหนอื ให้นักเรยี นฟังแล้วใช้คาถามเพื่อให้นกั เรียนร่วมกันสนทนา ดงั น้ี

- เพลงกลอ่ มเด็กท่นี ักเรียนไดย้ ินเปน็ เพลงกล่อมเด็กของภาคใด (ตัวอย่างคาตอบ ภาคเหนอื )
- นักเรยี นสังเกตจากสง่ิ ใดจึงรวู้ ่าเปน็ เพลงกล่อมเด็กภาคเหนอื (ตัวอย่างคาตอบ ภาษาพดู )
- เม่ือได้ฟงั เพลงกลอ่ มเด็กภาคเหนือแลว้ นักเรียนรูส้ ึกอย่างไร (ตวั อยา่ งคาตอบ สนุกสนาน
เพลิดเพลนิ )
2. ครูนาแผนภูมิเพลงกล่อมเด็กภาคเหนอื มาติดไว้บนกระดานดังตัวอยา่ งต่อไปนี้

แผนภมู ิเพลงกล่อมเดก็ ภาคเหนือ

อื่อ อ่ือ อือ จา ป้อนายแตง้ สา

แมน่ ายไปนานอกบา้ น เกบ็ บา่ สา้ นใสโ่ ถง

เก็บลูกก๋งใสว่ ้า เก็บบ่าหา้ ใส่ปก๊

หน่วยหน่ึงเอาไวก้ ินเม่อื แลง หน่วยหนึง่ เอาไว้ขายแลกข้าว

หน่วยหนึง่ เอาไว้เปน็ เป้ือนเจ้า อ่อื อือ จา

จากน้ันพานักเรียนอ่านทีละท่อนจนจบเพลงจานวน 3 รอบ แล้วพานักเรียนร้องตามจังหวะและ
ทานองทถ่ี กู ตอ้ งทลี ะท่อน จนนกั เรยี นสามารถรอ้ งได้ถกู ต้องพรอ้ มเพรียงกัน

3. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน แล้วให้แต่ละกลุ่มฝึกร้องเพลงกล่อมเด็ก
ภาคเหนือพร้อมแสดงบทบาทสมมุติประกอบเพลง และแปลความหมายของเพลงกล่อมเด็กภาคเหนือมาเล่า
ให้เพื่อนดูและฟังทีละกลุ่มจนครบทุกกลุ่ม เม่ือทุกกลุ่มทาการแสดงเสร็จแล้ว ครูแปลความหมายของเพลง
กล่อมเด็กภาคเหนือเพลงดังกล่าวให้นักเรียนฟังเพ่ือให้นักเรียนเข้าใจและซาบซ้ึงในเพ ลงกล่อมเด็กภาคเหนือ
มากขนึ้

60

4. ให้นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความรู้สึกช่ืนชมเพลงกล่อมเดก็ ภาคเหนอื ทีละคนจนครบทุกคน แลว้ ครใู ห้
นักเรียนร่วมกันเสนอช่ือเพลงกล่อมเด็กภาคเหนือที่นักเรียนรู้จักเพ่ิมเติม และนาคาตอบที่ได้มาเขียนสรุปเป็น
แผนภาพบนกระดานดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้

เพลงกล่อมเด็กภาคเหนือ

ข้ันท3ี่ . ขั้นอธิบายและลงข้อสรปุ
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเก่ียวกับวิธีการอนุรักษ์เพลงกล่อมเด็กภาคเหนือ โดยครูใช้คาถาม
ดงั น้ี
- เพลงกล่อมเด็กภาคเหนือมีความสาคัญต่อประเทศไทยอย่างไร (ตวั อย่างคาตอบ ทาให้ประเทศไทย
มเี อกลกั ษณ์ที่น่าภาคภูมใิ จ และควรคา่ แก่การอนรุ ักษไ์ วเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติสืบชวั่ ลูกชวั่ หลาน)
- นักเรียนมีวิธีการอนุรักษ์เพลงกล่อมเด็กภาคเหนืออย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ ศึกษาเพลงกล่อมเด็ก
ภาคเหนอื สืบสานเพลงกลอ่ มเดก็ ภาคเหนอื ใหก้ ารสง่ เสริมการนาเพลงกล่อมเดก็ ภาคเหนอื ไปใช้)
ข้นั ที4่ . ขน้ั ขยายความรู้
1. ใหน้ กั เรยี นและครูร่วมกันสรปุ ความรู้ ดังนี้
- เพลงกล่อมเด็กของภาคเหนือ มีการสืบทอดเป็นลักษณะแบบแผนเฉพาะของตนเองมาช้านาน
คนในท้องถ่ินเรียกเพลงอ่ือลูกเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นท่ีสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อและค่านิยมของภาคเหนือ
ทาให้เด็กเกิดความเพลดิ เพลิน หลับง่าย และเกดิ ความอบอุ่นใจ

61

ข้นั ท5่ี . ข้นั ประเมินผล
1. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามท้าทาย ดังน้ี

- การอนรุ ักษเ์ พลงกลอ่ มเด็กภาคเหนือมีประโยชนต์ อ่ ทอ้ งถิน่ อยา่ งไร

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 หนว่ ยย่อยท่ี 3.2 เร่ือง เพลงกล่อมเด็กภาคกลาง
ช่ัวโมงที่ 2 (ใช้รูปแบบการเรียนรู้การจดั การเรยี นรูโ้ ดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้
(Inquiry Process))
ข้ันท่ี 1 ขน้ั สรา้ งความสนใจ
1. ครเู ปิดเพลงกลอ่ มเด็กภาคกลางให้นักเรียนฟัง แลว้ ใช้คาถามเพอ่ื ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั สนทนา ดงั นี้
- เพลงกล่อมเดก็ ท่นี กั เรียนไดย้ นิ เปน็ เพลงกล่อมเดก็ ภาคใด (ตัวอยา่ งคาตอบ ภาคกลาง)
- นักเรียนสังเกตจากสิ่งใดจึงรู้ว่าเป็นเพลงกล่อมเด็กภาคกลาง (ตัวอย่างคาตอบ ภาษาที่ใช้ขับร้อง)
- เมื่อได้ฟังเพลงกล่อมเด็กภาคกลางแล้วนักเรียนรู้สึกอย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ ผ่อนคลายสบายใจ

เพลิดเพลิน)
ขัน้ ท2่ี . ข้ันสารวจและค้นหา
1. ครูนาบัตรคา เพลงกลอ่ มเด็กภาคกลาง มาตดิ ไวบ้ นกระดานแล้วพานกั เรียนอ่านจานวน 2

รอบจากนนั้ ใช้คาถามเพื่อให้นกั เรยี นรว่ มกันสนทนา ดงั น้ี
- นักเรียนรจู้ ักเพลงกล่อมเด็กภาคกลางหรอื ไม่ (รูจ้ กั /ไม่รู้จัก)
- นกั เรียนเคยได้ยินเพลงกลอ่ มเดก็ ภาคกลางหรือไม่ (เคย/ไมเ่ คย)
- เพลงกลอ่ มเด็กภาคกลางมีลักษณะการใช้คาเป็นอย่างไร (ตัวอยา่ งคาตอบ ใชค้ าเข้าใจง่ายและ

คล้องจองกัน)จากน้นั ครูอธิบายเกยี่ วกับเพลงกลอ่ มเดก็ ภาคกลางให้นักเรียนฟังเพมิ่ เติม
2. ครนู าแผนภมู เิ พลงกล่อมเดก็ ภาคกลางมาติดไว้บนกระดานดังตัวอย่างต่อไปน้ี

แผนภูมิเพลงกลอ่ มเด็กภาคกลาง

โอละเหเ่ อย แม่จะเหใ่ ห้นอนวัน

ต่นื ข้ึนมาจะอาบน้าทาขวญั นอนวนั เถิดแม่คุณ

พ่อเนื้อเยน็ เอย แมม่ ใิ หเ้ จ้าไปเล่นท่ที ่านา้

จระเข้หรา มันจะคาบเจา้ เขา้ ถา้

เจา้ ทองคาพ่อคุณ

62

จากนั้นครูพานักเรียนอ่านทีละท่อนจนจบเพลงจานวน 3 รอบ แล้วพานักเรียนร้องตามจังหวะ
และทานองท่ถี กู ต้องทลี ะท่อน จนนกั เรยี นสามารถรอ้ งไดถ้ ูกต้องพร้อมเพรียงกนั

3. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน แล้วให้แต่ละกลุ่มฝึกร้องเพลงกล่อมเด็ก
ภาคกลางพร้อมแสดงบทบาทสมมุติประกอบเพลง และแปลความหมายของเพลงกล่อมเด็กภาคกลางมาให้
เพื่อน ๆ และครูดูและฟังพร้อมทั้งตรวจสอบความถูกต้องทีละกลุ่มจนครบทุกกลุ่ม เมื่อทุกกลุ่มทาการแสดง
เสร็จแล้ว ครูแปลความหมายของเพลงกล่อมเด็กภาคกลางท่ีถูกต้องให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนเข้าใจและ
ซาบซ้งึ ในเพลงกลอ่ มเด็กภาคกลางมากขึน้

ขน้ั ท่3ี . ขัน้ อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ
1. ให้นกั เรยี นแสดงความรสู้ ึกช่ืนชมเพลงกล่อมเดก็ ภาคกลางทีละคนจนครบทุกคน แลว้ ครใู ห้นกั เรยี น
ร่วมกันเสนอชอื่ เพลงกล่อมเดก็ ภาคกลางทนี่ ักเรียนเคยไดย้ ินหรือรู้จกั เพ่ิมเตมิ และนาคาตอบที่ได้มาเขียนสรุป
เปน็ แผนภาพความคิดบนกระดานดังตวั อย่างตอ่ ไปนี้

เพลงกล่อมเด็กภาคกลาง

2. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเก่ียวกับวิธีการอนุรักษ์เพลงกล่อมเด็กภาคกลางโดยครูใช้คาถาม
ดังนี้

- เพลงกล่อมเด็กภาคกลางมีความสาคัญต่อประเทศไทยอยา่ งไร (ตัวอย่างคาตอบ ทาให้ประเทศไทย
มเี อกลักษณท์ ี่นา่ ภาคภมู ิใจ และควรคา่ แกก่ ารอนรุ กั ษไ์ วเ้ ป็นสมบัติของชาตสิ ืบชวั่ ลูกชวั่ หลาน)

63

- นักเรียนมีแนวทางอนุรักษ์เพลงกล่อมเด็กภาคกลางอย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ ศึกษาค้นคว้า
เก่ียวกับเพลงกลอ่ มเด็กภาคกลาง สืบสานเพลงกล่อมเด็กภาคกลาง ให้การส่งเสริมการนาเพลงกล่อมเด็กภาค
กลางไปใช้)

ขน้ั ที่4. ข้นั ขยายความรู้
1. ใหน้ กั เรียนและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังนี้
- เพลงกล่อมเด็กภาคกลางเป็นเพลงที่รู้จักกันแพร่หลายและมีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน โดยเพลง
กลอ่ มเดก็ จะเนน้ การใชเ้ สียงทุ้มเยน็ ไพเราะอ่อนหวาน
ข้นั ท่5ี . ข้ันประเมนิ ผล
1. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ าถามท้าทาย ดงั นี้
- ถ้าทกุ คนนาเพลงกลอ่ มเดก็ ของภาคกลางมาร้องกล่อมเด็กจะเกิดผลดอี ย่างไร

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 หน่วยย่อยท่ี 3.3 เร่ือง เพลงกล่อมเดก็ ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื
ช่ัวโมงท่ี 3 (ใชร้ ูปแบบการเรียนรู้การจดั การเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้
(Inquiry Process))
ขนั้ ท่ี 1 ข้นั สรา้ งความสนใจ
1. ครูเปิดเพลงกลอ่ มเด็กภาคตะวันออกเฉยี งเหนือให้นักเรียนฟัง แล้วใช้คาถามเพอื่ ให้นักเรียนรว่ มกัน
สนทนา ดังน้ี
- เพ ลงก ล่อ ม เด็ กที่ นั ก เรียน ได้ยิ น เป็ น เพ ล งก ล่อม เด็ก ภ าค ใด (ตั วอย่ างค าต อบ ภ าค
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ)
- นักเรียนสังเกตจากส่ิงใดจึงรู้ว่าเป็นเพลงกล่อมเด็กภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตัวอย่างคาตอบ
ภาษาทีใ่ ช้ขบั ร้อง)
- เม่ือได้ฟังเพลงกล่อมเด็กภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื แลว้ นกั เรียนร้สู กึ อย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ ผอ่ น
คลายสบายใจ เพลิดเพลนิ )
ขั้นที2่ . ขนั้ สารวจและค้นหา
1. ครูนาบัตรคา เพลงกล่อมเด็กภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาติดไว้บนกระดานแล้วพานักเรียน
อา่ นจานวน 2 รอบ จากนน้ั ใชค้ าถามเพ่ือใหน้ กั เรยี นรว่ มกันสนทนา ดงั นี้
- นกั เรยี นรจู้ ักเพลงกล่อมเดก็ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื หรือไม่ (รจู้ กั /ไม่รจู้ กั )
- นกั เรียนเคยได้ยินเพลงกลอ่ มเด็กภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือหรือไม่ (เคย/ไมเ่ คย)
- เพลงกล่อมเด็กภาคตะวันออกเฉยี งเหนือมีลกั ษณะการใชค้ าเป็นอย่างไร (ตวั อยา่ งคาตอบ ใชภ้ าษา
และสาเนยี งเป็นภาษาถิ่น)

64

จากนน้ั ครอู ธิบายเกย่ี วกบั เพลงกล่อมเดก็ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ใหน้ กั เรียนฟงั เพิ่มเติม
2. นาแผนภูมเิ พลงกล่อมเดก็ ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือมาตดิ ไว้บนกระดานดงั ตวั อยา่ งต่อไปน้ี

แผนภมู ิเพลงกล่อมเดก็ ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื

นอนสาหล้า หลับตาแม่สิกลอ่ ม

แมไ่ ปไฮ่ ปง้ิ ไก่มาหา

แมไ่ ปนา ปิง้ ปลามาปอ้ น

แมเ่ ล้ียงมอ้ น นอนอู่สายไหม

จากน้ันครูพานักเรียนอ่านทีละท่อนจนจบเพลงจานวน 3 รอบ แล้วพานักเรียนร้องตามจังหวะและ
ทานองทถ่ี ูกตอ้ งทีละท่อน จนนกั เรียนสามารถร้องได้ถกู ตอ้ งพร้อมเพรียงกนั

3. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน แล้วให้แต่ละกลุ่มฝึกร้องเพลงกล่อมเด็ก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมแสดงบทบาทสมมุติประกอบเพลง และแปลความหมายของเพลงกล่อมเด็ก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เพ่ือน ๆ และครูดูและฟัง พร้อมท้ังตรวจสอบความถูกต้องทีละกลุ่มจนครบทุก
กลุ่ม เม่ือทุกกลุ่มทาการแสดงเสร็จแล้ว ครูแปลความหมายของเพลงกล่อมเด็กภาคตะวันออกเฉียงเหนือท่ี
ถูกตอ้ ง ให้นักเรยี นฟังเพือ่ ให้นักเรยี นเข้าใจและซาบซึ้งในเพลงกล่อมเด็กภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึน้

4. ให้นักเรียนแสดงความรู้สึกช่ืนชมเพลงกล่อมเด็กภาคตะวันออกเฉียงเหนือทีละคนจนครบทุกคน
แล้วครูให้นักเรียนร่วมกันเสนอช่ือเพลงกล่อมเด็กภาคตะวันออกเฉียงเหนือท่ีนักเรียนเคยรู้จักหรือเคยได้ยิน
เพม่ิ เติมแล้วครูนาคาตอบทีไ่ ด้มาเขยี นสรุปลงในแผนภาพความคิดบนกระดานดงั ตวั อย่างต่อไปนี้

65

ข้นั ที3่ . ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรุป
1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสนทนาเกย่ี วกบั วิธีอนุรักษเ์ พลงกลอ่ มเด็กภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื โดยครใู ช้
คาถาม ดังนี้

- เพลงกลอ่ มเดก็ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือมคี วามสาคัญต่อประเทศไทยอย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ
ทาให้ประเทศไทยมีเอกลักษณ์ท่ีน่าภาคภูมิใจ และควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เป็นสมบัติของชาติสืบต่อกันไปช่ัว
ลูกช่ัวหลาน)

- นักเรียนมีแนวทางการอนุรักษ์เพลงกล่อมเด็กภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างไร (ตัวอย่าง
คาตอบ ศึกษาค้นคว้าเก่ียวกับเพลงกล่อมเด็กภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สืบสานเพลงกล่อมเด็กภาค
ตะวันออกเฉยี งเหนอื ใหก้ ารส่งเสริมสนบั สนนุ การนาเพลงกลอ่ มเด็กภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือไปใช้)

ขน้ั ท4ี่ . ข้นั ขยายความรู้
1. ให้นักเรยี นและครูรว่ มกันสรุปความรู้ ดังน้ี
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานมีเพลงกล่อมเด็กท่ีใช้ภาษาและสาเนียงของอีสาน
ตอนเหนือท่ีขึ้นต้นด้วยคาว่า นอนสาหล้า นอนสาเด้อ หรือนอนสาแม่เยอ ทาให้กลายเป็นเอกลักษณ์ท่ีควร
ค่าแก่การอนุรักษไ์ ว้
ขน้ั ท5่ี . ขน้ั ประเมนิ ผล
1. ใหน้ กั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั นี้

- การนาเพลงกลอ่ มเดก็ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื มาเผยแพร่จะเกดิ ผลดีต่อท้องถน่ิ อยา่ งไร

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 หนว่ ยย่อยที่ 3.4 เร่ือง เพลงกล่อมเดก็ ภาคใต้
ช่วั โมงที่ 4 (ใชร้ ูปแบบการเรียนรู้การจัดการเรยี นรโู้ ดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้
(Inquiry Process))
ข้นั ท่ี 1 ข้ันสร้างความสนใจ
1. ครูเปดิ เพลงกลอ่ มเดก็ ภาคใต้ใหน้ ักเรียนฟงั แลว้ ใช้คาถามเพื่อให้นักเรียนรว่ มกันสนทนา ดงั นี้
- เพลงกลอ่ มเดก็ ทีน่ กั เรียนไดย้ นิ เปน็ เพลงกล่อมเดก็ ภาคใด (ตัวอย่างคาตอบ ภาคใต้)
- นักเรยี นสังเกตจากสิง่ ใดจงึ รู้วา่ เป็นเพลงกลอ่ มเด็กภาคใต้ (ตัวอยา่ งคาตอบ ภาษาท่ใี ชข้ บั ร้อง)
- เม่ือได้ฟังเพลงกล่อมเด็กภาคใต้แล้วนักเรียนรู้สึกอย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ ผ่อนคลาย สบาย

ใจเพลิดเพลิน)
2. ครูนาบัตรคา เพลงกล่อมเด็กภาคใต้ มาติดไว้บนกระดานแล้วพานักเรียนอ่านจานวน 2 รอบ

จากนัน้ ใช้คาถามเพ่ือให้นกั เรยี นร่วมกันสนทนา ดงั น้ี
- นักเรยี นรู้จกั เพลงกลอ่ มเด็กภาคใต้หรอื ไม่ (รจู้ ัก/ไมร่ ู้จกั )
- นกั เรยี นเคยได้ยินเพลงกล่อมเดก็ ภาคใต้หรือไม่ (เคย/ไมเ่ คย)
- เพลงกลอ่ มเด็กภาคใต้มีลกั ษณะการใช้คาเปน็ อยา่ งไร (ตัวอย่างคาตอบ ใชภ้ าษาถ่นิ )

66

ข้นั ท่ี2. ขนั้ สารวจและคน้ หา
1. นาแผนภูมเิ พลงกลอ่ มเด็กภาคใตม้ าติดไว้บนกระดานดังตัวอย่างต่อไปน้ี

แผนภมู เิ พลงกล่อมเดก็ ภาคใต้

นอ้ งนอนเหอ นอนให้สาบาย

แม่เซ่อทัง้ หลาย อย่ามาหลอกหลอน

แม่เซ่อขวญั ขา้ ว กลอมเจา้ ให้นอน

แมเ่ ซอ้ ขวญั ออ่ น เชญิ เจ้าให้นอน...บาย

จากน้ันครูพานักเรียนอ่านทีละท่อนจนจบเพลงจานวน 3 รอบ แล้วพานักเรียนร้องตามจังหวะและ
ทานองทถ่ี ูกตอ้ งทีละทอ่ น จนนักเรยี นสามารถร้องไดถ้ กู ต้องพร้อมเพรียงกนั

2. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน แล้วให้แต่ละกลุ่มฝึกร้องเพลงกล่อมเด็ก
ภาคใต้ พร้อมแสดงบทบาทสมมุติประกอบเพลง และแปลความหมายของเพลงกล่อมเด็กภาคใต้ให้เพื่อน ๆ
และครูดูและฟัง พรอ้ มท้ังตรวจสอบความถูกต้องทีละกลุ่มจนครบทุกกลมุ่ เมื่อทุกกลุ่มทาการแสดงเสรจ็ แล้ว
ครูแปลความหมายของเพลงกล่อมเด็กภาคใต้ที่ถูกต้องให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนเข้าใจและซาบซึ้งในเพลง
กล่อมเดก็ ภาคใต้มากขนึ้

3. ให้นักเรียนแสดงความรู้สึกช่ืนชมเพลงกล่อมเด็กภาคใต้ทีละคนจนครบทุกคน แล้วครูให้นักเรียน
ร่วมกันเสนอชื่อเพลงกล่อมเด็กภาคใต้ท่ีนักเรียนเคยรู้จักหรือเคยได้ยินเพ่ิมเติมโดยครูนาคาตอบที่ได้มาเ ขียน
สรุปลงในแผนภาพความคดิ บนกระดานดังตัวอย่างต่อไปนี้

เพลงกลอ่ มเดก็ ภาคใต้

67

ข้นั ท่3ี . ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรปุ
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาเก่ยี วกบั วิธีการอนรุ ักษเ์ พลงกล่อมเดก็ ภาคใต้โดยครใู ชค้ าถาม ดังน้ี

- เพลงกล่อมเด็กภาคใต้มีความสาคัญต่อประเทศไทยอย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ ทาให้ประเทศ
ไทย มเี อกลกั ษณ์ที่นา่ ภาคภูมใิ จ และควรค่าแกก่ ารอนุรกั ษไ์ ว้เปน็ สมบัติของชาตสิ ืบต่อกนั ไปช่วั ลูกชวั่ หลาน)

- นักเรียนมีแนวทางการอนุรักษ์เพลงกล่อมเด็กภาคใต้อย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ ศึกษาค้นคว้า
เก่ียวกับเพลงกล่อมเด็กภาคใต้ สืบสานเพลงกล่อมเด็กภาคใต้ ให้การส่งเสริมสนับสนุนการนาเพลงกล่อมเด็ก
ภาคใต้ไปใช้)

ขั้นที่4. ขน้ั ขยายความรู้
1. ใหน้ กั เรยี นและครรู ่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้
- ภาคใต้มีเพลงกล่อมเด็กที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคโดยมีการใช้คาเป็นภาษาถิ่น และเนื้อหาของ
เพลงสามารถสะท้อนใหเ้ หน็ ถงึ วิถีการดาเนินชวี ติ ค่านิยมและความเชือ่ ของคนในทอ้ งถิน่ ได้เป็นอย่างดี
ขนั้ ท5่ี . ขนั้ ประเมนิ ผล
1. ให้นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั นี้

- การนาเพลงกลอ่ มเดก็ ของภาคใต้มาเผยแพร่จะเกิดผลดตี ่อท้องถิน่ อยา่ งไร

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 หนว่ ยย่อยที่ 3.5 เรื่อง เพลงประกอบการละเลน่
ชว่ั โมงท่ี 5 (ใช้รูปแบบการเรยี นรู้การจัดการเรยี นรโู้ ดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry

Process))
ข้ันที่ 1 ข้นั สร้างความสนใจ
1. ครนู าบตั รคาต่อไปน้มี าตดิ ไว้บนกระดาน
แล้วพานกั เรียนอ่านบัตรคาดงั กลา่ วคาละ 2 รอบ แล้วใชค้ าถามเพอื่ ให้นักเรยี นร่วมกันสนทนา ดงั น้ี

- นักเรยี นเคยเล่นรีรขี ้าวสารหรอื ไม่ (เคย/ไม่เคย)
- นักเรยี นเคยเลน่ งูกินหางหรอื ไม่ (เคย/ไมเ่ คย)
- นักเรยี นเคยเลน่ มอญซ่อนผ้าหรอื ไม่ (เคย/ไมเ่ คย)
- นกั เรยี นร้สู ึกอยา่ งไรเม่อื เล่นการละเล่นเหล่านี้ (ตัวอย่างคาตอบ สนกุ สนาน)
- นักเรยี นชอบเลน่ การละเลน่ เหล่าน้ีหรอื ไม่ (ชอบ/ไมช่ อบ)
- นอกจากการละเล่นเหล่าน้ีแล้วนักเรยี นรู้จักการละเล่นของไทยอื่นอีกหรอื ไม่ อยา่ งไร (ตัวอยา่ ง
คาตอบ รูจ้ ัก เช่น วา่ ว เตย โพงพาง)

68

ขัน้ ท2่ี . ขน้ั สารวจและคน้ หา
1. ครนู าแผนภูมเิ พลงรีรีข้าวสารมาติดไว้บนกระดานดังตวั อย่างต่อไปน้ี

แผนภมู เิ พลงรรี ีขา้ วสาร

รรี ีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลอื ก

เลือกทอ้ งใบลาน เก็บเบ้ยี ใต้ถุนร้าน

คดขา้ วใส่จาน พานเอาคนขา้ งหลงั ไว้

แล้วครูพานักเรียนอ่านทีละท่อน จนจบเพลงจานวน 2 รอบ จากน้ันครูพานักเรียนร้องเพลง
รรี ีข้าวสารประกอบจงั หวะทีละท่อนจนทุกคนสามารถร้องไดถ้ ูกต้องและพร้อมเพรยี งกัน

2. ครูคดั เลือกผ้แู ทนนักเรยี นจานวน 10 คน ออกมาฝึกเลน่ รีรีข้าวสารแลว้ ให้นักเรียนทเ่ี หลือเป็นผู้รอ้ ง
เพลงประกอบการละเลน่ รรี ีขา้ วสาร จานวน 5 รอบ

3. ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่มออกเปน็ 3 กลุ่ม กลุ่มละเทา่ ๆ กนั แล้วใหแ้ ตล่ ะกลุ่มส่งผแู้ ทนกลุ่มออกมาจับ
สลากเพือ่ เลอื กการละเลน่ ไปฝกึ ปฏิบตั ิ ได้แก่

- รีรีขา้ วสาร
- งกู นิ หาง
- มอญซ่อนผ้า
เมื่อแต่ละกลุ่มได้การละเล่นประจากลุ่มแล้ว ครูให้บทร้องประกอบการละเล่น และพานักเรียน
ซ้อม จนแต่ละกลุ่มร้องเพลงประกอบการละเล่นของตนเองได้ถูกต้อง และสามารถเล่นการละเล่นดังกล่าว
ถูกต้องตามกติกา จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุม่ ออกมาเล่นการละเล่นประกอบเพลงให้เพอ่ื นกลุ่มอ่ืน ๆ ดูทีละ
กล่มุ จนครบทุกกลุ่ม
4. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสนทนาเกีย่ วกบั ความร้สู กึ ท่ีมตี อ่ การละเลน่ ของไทยโดยครูใชค้ าถาม ดังนี้
- นักเรียนรู้สึกอย่างไรต่อการละเล่นของไทยที่มีการร้องเพลงประกอบ (ตัวอย่างคาตอบ ชอบ
เลน่ เล่นแลว้ สนกุ สนาน)
- การละเล่นของไทยมีประโยชน์อย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ ทาให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
เปน็ การออกกาลงั กายทด่ี ี ทาให้เกดิ ความสนุกสนาน)
5. ครูและนักเรยี นร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการละเล่นของไทยทนี่ ักเรียนรจู้ กั โดยครใู ช้คาถาม ดังนี้
- นักเรียนรู้จักการละเล่นของไทยอะไรบ้าง (ตัวอย่างคาตอบ รีรีข้าวสาร มอญซ่อนผ้า งูกิน
หาง ตจ่ี ับ เตย ว่าว โพงพาง)
- นักเรียนจะอนุรักษ์การละเล่นของไทยให้คงอยู่คู่ชาติไทยได้อย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ ศึกษา
ค้นคว้าเกี่ยวกับการละเล่นของไทย นาการละเล่นของไทยมาเล่น เผยแพร่การละเล่นของไทยโดยการเล่าให้
คนอน่ื ฟงั )

69

ขน้ั ท่ี3. ขนั้ อธิบายและลงขอ้ สรุป
จากนั้นครูนาคาตอบทไี่ ด้มาเขยี นสรุปลงในแผนภาพบนกระดานดังตัวอย่างต่อไปนี้

ตวั อยา่ ง

ขั้นที่4. ขั้นขยายความรู้
1. ให้นักเรยี นและครรู ่วมกันสรุปความรู้ ดังน้ี
- การละเล่นของไทยมีมาต้ังแต่สมัยบรรพบุรุษ มีกติกา การเล่นง่าย ๆ ส่วนใหญ่มักเล่นกันในท้องถ่ิน บาง
การละเล่นมีบทเพลงพร้อมทั้งท่าเต้นและท่าราประกอบ ทาให้ผู้เล่นมีความสนุกสนาน และเป็นการใช้เวลาว่างให้
เกิดประโยชน์ พรอ้ มทง้ั เปน็ การออกกาลังกายทดี่ ี
ขน้ั ท่ี5. ขนั้ ประเมินผล
1. ให้นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดังนี้

- ถา้ ทุกการละเล่นของไทยมเี พลงประกอบจะเกิดผลดีอย่างไร

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 3 หนว่ ยย่อยที่ 3.6 เร่ือง เพลงสาคัญของชาติ
ช่วั โมงท่ี 6 (ใช้รูปแบบการเรยี นรู้การจดั การเรียนรูโ้ ดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry

Process))
ข้นั ที่ 1 ขนั้ สร้างความสนใจ
1. ครูนาเพลงชาตมิ าเปิดให้นักเรยี นฟัง แลว้ ใช้คาถามเพอื่ ให้นักเรียนร่วมกนั สนทนา ดงั น้ี

- เพลงทีน่ กั เรียนไดฟ้ ังคือเพลงอะไร (เพลงชาติ)
- นักเรียนรู้สึกอย่างไรเมือ่ ไดฟ้ งั เพลงชาติ (ตวั อยา่ งคาตอบ ภาคภูมิใจในความเป็นไทย)
- นักเรียนรอ้ งเพลงชาติไทยได้ถูกต้องหรือไม่ (ถูกต้อง/ไม่ถูกต้อง)
- นกั เรียนฝกึ รอ้ งเพลงชาติดว้ ยวธิ ใี ด (ตวั อย่างคาตอบ ฝกึ ร้องตามโทรทัศน์ทุกวนั )

70

ข้ันท่ี2. ข้นั สารวจและคน้ หา
1. ครูนาแผนภมู เิ พลงชาตไิ ทยมาตดิ ไวบ้ นกระดานดงั ตัวอยา่ งต่อไปนี้

แผนภมู เิ พลงชาติไทย

ประเทศไทยรวมเลือดเนือ้ ชาติเชือ้ ไทย

เป็นประชารฐั ไผทของไทยทุกสว่ น

อย่ดู ารงคงไวไ้ ดท้ งั้ มวล ดว้ ยไทยลว้ นหมายรกั สามคั คี

ไทยนรี้ กั สงบแตถ่ ึงรบไม่ขลาด

เอกราชจะไมใ่ หใ้ ครข่มข่ี

แลว้ ใหน้ กั เรยี นฝสึกลระอ้ เงลเพอื ลดงทชกุ าหตยิตาาดมเขปนั้ ็นตชอานตติพอ่ ลไปี น้ี
- ครนู านกั เรยี นเฝถกึ ลอิงา่ปนรเะนเือ้ทรศอ้ ชงาเพตลิไทงชยาทตวจิ ี มนชีนยักเชรโยี ยนอ่านไดถ้ ูกต้อง
- ใหน้ กั เรยี นฝึกรอ้ งเพลงชาติตามครูทลี ะท่อนจนจบเพลงและร้องได้ถูกตอ้ ง
- ใหน้ ักเรียนฝกึ รอ้ งเพลงชาตดิ ้วยตนเอง โดยมคี รคู อยดูแลและแนะนาอย่างใกล้ชิด
จากนน้ั ให้นักเรยี นทุกคนร้องเพลงชาติพร้อมกัน โดยมีครูตรวจสอบความถูกตอ้ งและแกไ้ ขปญั หา
ถา้ นกั เรยี นร้องไม่ถกู ตอ้ ง จนทุกคนสามารถรอ้ งได้ถูกตอ้ งพร้อมเพรยี งกัน
2. ครนู าแผนภูมิเพลงสรรเสรญิ พระบารมีมาตดิ ไวบ้ นกระดานดงั ตัวอย่างต่อไปนี้

แผนภมู ิเพลงสรรเสรญิ พระบารมี

ข้าวรพุทธเจ้า เอามโนและศริ ะกราน

นบพระภมู บิ าลบญุ ดเิ รก เอกบรมจักริน

พระสยามนิ ทรพ์ ระยศยิ่งยง เยน็ ศริ ะเพราะพระบริบาล

ผลพระคณุ ธ รกั ษา ปวงประชาเป็นสขุ ศานต์

ขอบันดาล ธ ประสงคใ์ ด จงสฤษด์ิดงั

หวังวรหฤทัย ดจุ ถวายชัย ชโย

แลว้ ใหน้ กั เรียนฝกึ รอ้ งเพลงสรรเสรญิ พระบารมตี ามข้ันตอนตอ่ ไปนี้
- ครนู านักเรียนฝึกอ่านเน้ือรอ้ งเพลงสรรเสรญิ พระบารมจี นนกั เรียนอ่านได้ถกู ต้อง
- ให้นกั เรยี นฝึกรอ้ งเพลงสรรเสริญพระบารมตี ามครทู ีละท่อนจนจบเพลงและร้องได้ถูกต้อง

71

- ให้นักเรียนฝึกร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีด้วยตนเองโดยมีครูคอยดูแลและแนะนาอย่าง
ใกล้ชิด

จากน้ันให้นักเรียนทุกคนรอ้ งเพลงสรรเสริญพระบารมีพร้อมกัน โดยมีครูตรวจสอบความถูกต้อง
และแก้ไขปัญหาถ้านักเรียนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีไมถ่ ูกต้องจนทุกคนสามารถร้องได้ถูกต้องพร้อมเพรียงกัน

3. ครูและนกั เรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเพลงท่ฝี ึกร้องทั้งสองเพลง โดยครใู ช้คาถาม ดงั นี้
- นักเรียนรู้สึกอย่างไรเมอื่ ได้ร้องเพลงชาติและเพลงสรรเสรญิ พระบารมี (ตัวอย่างคาตอบ ทาให้

คนไทยมจี ติ ใจรกั ชาตแิ ละเคารพรักเชิดชูสถาบันพระมหากษัตรยิ )์
- เพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมีมีความสาคัญต่อประเทศไทยอย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ

ทาให้คนไทยมีจติ ใจรักชาติและพระมหากษัตริยม์ ากขึน้ )
- เพราะเหตุใดจึงกล่าวว่าเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นเพลงสาคัญของชาติ

(ตัวอย่างคาตอบ เพราะเป็นเพลงที่ทาให้คนไทยเกิดความรู้สึกรักชาติ และจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และ
ทาให้เกดิ ความสามคั คตี อ่ คนในชาติ)

ขัน้ ท่ี3. ขัน้ อธิบายและลงข้อสรุป
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเก่ียวกับเพลงสาคัญของชาติท่ีนักเรียนรู้จักแล้วนาคาตอบท่ีได้มา
เขยี นสรปุ ลงในแผนภาพความคดิ บนกระดานดงั ตัวอย่างตอ่ ไปนี้

2. ให้นักเรียนวาดภาพสิ่งท่ีเกี่ยวข้องกับเพลงสาคัญของชาติไทย และระบายสีให้สวยงามแล้วครู
คัดเลือกผแู้ ทนนกั เรียนที่มีผลงานทีส่ วยงามจานวน 10 คน ออกมานาเสนอผลงานของตนเองหนา้ ช้ันเรียน
7. ครูและนักเรียนรว่ มกันสนทนาเก่ยี วกับเพลงในชีวิตประจาวันโดยครูนาบตั รคาต่อไปนี้มาติดไว้บนกระดาน

เพลงชาติไทย เพลงกลอ่ มเดก็ เพลงสรรเสรญิ พระบารมี เพลงประกอบการละเลน่

72

แล้วพานกั เรยี นอา่ นจานวน 2 รอบ และใช้คาถาม ดังน้ี
- เพลงทีใ่ ชร้ ้องเพือ่ ทาให้เดก็ หลบั งา่ ยคอื เพลงอะไร (ตวั อย่างคาตอบ เพลงกลอ่ มเด็ก)
- เพลงที่ใชร้ อ้ งในงานพธิ สี าคัญคือเพลงอะไร (ตัวอย่างคาตอบ เพลงสรรเสริญพระบารมี)
- เพลงที่ใชร้ อ้ งเพอ่ื เคารพธงชาติคอื เพลงอะไร (ตวั อย่างคาตอบ เพลงชาติไทย)
- เพลงท่ีใช้ร้องเพื่อทาให้การละเล่นสนุกสนานคือเพลงอะไร (ตัวอย่างคาตอบ เพลงประกอบ
การละเล่น)
- เพลงที่นักเรยี นฟังในชีวิตประจาวันมคี วามหมายเหมอื นกันหรอื ไม่ (เหมือน/ ไมเ่ หมอื น)
- เพลงทนี่ กั เรยี นฟังในชีวติ ประจาวันมปี ระโยชนเ์ หมอื นกนั หรือไม่ (เหมอื น/ไมเ่ หมือน)
- เพลงที่นักเรียนฟังในชีวิตประจาวันมีจุดประสงค์ในการนาไปใช้เหมือนกันหรือไม่ (เหมือน/ ไม่
เหมือน)
ข้นั ที4่ . ขั้นขยายความรู้
1. ใหน้ กั เรียนและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้
- ประเทศไทยมีเพลงสาคัญของชาติที่มีเนื้อร้องและทานองเพลงที่แสดงถึงความจงรักภักดีต่อสถาบัน
พระมหากษัตรยิ ์ และทาให้เกิดความรัก ความสามัคคี รวมใจคนไทยใหเ้ ปน็ หน่ึงเดียว ช่วยกันพัฒนาประเทศ
ไทยให้เจรญิ กา้ วหน้าและสงบสุข
2. ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั นี้

- ถ้าทุกคนในชาตไิ ทยปฏบิ ัติตนไดด้ งั เพลงสาคัญของชาตจิ ะเกิดผลดอี ยา่ งไร
ขนั้ ท5่ี . ข้ันประเมนิ ผล
1. ให้นักเรียนทาชิ้นงานที่ 3 เร่ือง เพลงสาคัญของชาติไทย : วาดภาพสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเพลงสาคัญ
ของ
ชาตไิ ทย

9.สื่อการสอน

1. บัตรคา 2. การแสดงบทบาทสมมุติ

3. แผนภมู ิเพลงกลอ่ มเดก็ ภาคเหนอื 4. แผนภูมเิ พลงกลอ่ มเดก็ ภาคกลาง

5. แผนภูมเิ พลงกล่อมเด็กภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ 6. แผนภูมิเพลงกล่อมเด็กภาคใต้

7. สลาก 8. แผนภูมิเพลงรรี ขี า้ วสาร

9. แผนภมู ิเพลงชาติ 10. แผนภูมเิ พลงสรรเสริญพระบารมี

11. ใบงานท่ี 3 เรือ่ ง เพลงสาคญั ของชาตไิ ทย : วาดภาพส่งิ ที่เกีย่ วข้องกับเพลงสาคัญของชาติไทย

10. แหล่งเรยี นรู้ในหรอื นอกสถานที่
1. ห้องสมดุ

73

11. การวัดและประเมินผล

จุดประสงค์การเรียนรู้หรือสิ่งที่ วธิ วี ัด เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ ารให้ เกณฑก์ ารประเมิน
ตอ้ งการจะวดั และประเมินผล ใบงาน คะแนน

1.บอกเพลงเกย่ี วขอ้ งทีใ่ ชใ้ น ตรวจใบงาน แบบสังเกต คะแนน9-10 = ดี นกั เรยี นสามารถอธิบาย
พฤตกิ รรม มาก การก่อกาเนิดเสียงที่
ชวี ติ ประจาวนั ได้ รายบคุ คล คะแนน7-8 = ดี แตกตา่ งกันได้

แบบสงั เกต คะแนน5-6= พอใช้
พฤติกรรม
รายบุคคล คะแนน 1-4 =

ปรับปรุง

ผา่ นเกณฑใ์ นระดับดี

ขึ้นไป

2. นาเสนอเพลงเก่ียวข้องท่ีใช้ใน สังเกตพฤตกิ รรม คะแนน9-10 = ดี นักเรียนสามารถแสดง
ชวี ติ ประจาวนั ได้
มาก การเปรียบเทียบการ
คะแนน7-8 = ดี ก่ อก าเนิ ดเสี ยงท่ี
คะแนน5-6= พอใช้
คะแนน 1-4 = แตกตา่ งกนั ได้

ปรบั ปรุง

ผ่านเกณฑใ์ นระดับดี

ขนึ้ ไป

3. เห็ นคุ ณ ค่ าเพลงท่ี ใช้ ใน สังเกตพฤติกรรม คะแนน9-10 = ดี นกั เรยี นเหน็ คุณค่า
ชวี ิตประจาวนั มาก ลกั ษณะของเสยี งและ
คะแนน7-8 = ดี นาไปใชไ้ ด้

คะแนน5-6= พอใช้

คะแนน 1-4 =

ปรบั ปรุง

ผ่านเกณฑใ์ นระดับดี

ขึน้ ไป

74

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน วธิ วี ัด เคร่ืองมือวัด เกณ ฑ์ การให้ เกณฑ์การประเมิน
(ตามหัวข้อที่ 5) สังเกต คะแนน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
แบบสงั เกต ตารางเกณฑก์ ารให้ ผ่านเกณฑต์ ั้งแต่

พฤตกิ รรมการ คะแนนสมรรถนะ ระดบั ปานกลางขึ้น

ปฏิบัตงิ าน ของผเู้ รียน ไป

รายบคุ คล

2. ความสามารถในการคดิ สังเกต แบบประเมนิ ใบงาน ตารางเกณฑ์การให้ ผา่ นเกณฑต์ ง้ั แต่

คะแนนสมรรถนะ ระดบั ปานกลางขนึ้

ของผูเ้ รียน ไป

3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา สังเกต แบบสงั เกต ตารางเกณฑก์ ารให้ ผ่านเกณฑ์ต้งั แต่

พฤติกรรมการ คะแนนสมรรถนะ ระดับปานกลางขนึ้

ปฏบิ ตั งิ าน ของผเู้ รียน ไป

รายบคุ คล

4. ความสามารถในการใช้ทักษะ สังเกต แบบสังเกต ตารางเกณฑ์การให้ ผา่ นเกณฑต์ ั้งแต่
ชวี ิต
พฤตกิ รรมการ คะแนนสมรรถนะ ระดับปานกลางขนึ้

ปฏิบัติงาน ของผ้เู รยี น ไป

รายบคุ คล

75

ทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 วธิ ีวดั เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ ารให้ เกณฑก์ ารประเมิน
(ตามหวั ข้อท่ี 6) คะแนน

1. ทักษะการอา่ น(Reading) สงั เกต แบบประเมินใบงาน ตารางเกณฑก์ ารให้ ผ่านเกณฑ์ตง้ั แต่

คะแนนสมรรถนะ ระดับปานกลางขน้ึ

ของผเู้ รยี น ไป

2. ทักษะดา้ นการคิดอย่างมี สังเกต แบบประเมนิ ใบงาน ตารางเกณฑ์การให้ ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่
วจิ ารณญาณและทักษะในการ
แก้ปัญหา (Critical thinking and คะแนนสมรรถนะ ระดับปานกลางขน้ึ
problem solving)
3. ทักษะด้านความร่วมมอื การ สังเกต ของผู้เรียน ไป
ทางานเปน็ ทีมและภาวะผูน้ า
(Collaboration , teamwork แบบสงั เกต ตารางเกณฑก์ ารให้ ผา่ นเกณฑต์ ง้ั แต่
and leadership) พฤตกิ รรมการ
4. ทั กษะการเรียนรู้(Learning สงั เกต ปฏบิ ตั ิงาน คะแนนสมรรถนะ ระดับปานกลางขน้ึ
Skills) รายบคุ คล
ของผเู้ รียน ไป
แบบสงั เกต
พฤตกิ รรมการ ตารางเกณฑ์การให้ ผ่านเกณฑ์ตัง้ แต่
ปฏิบัติงาน
รายบคุ คล คะแนนสมรรถนะ ระดบั ปานกลางขึ้น
แบบสงั เกต
พฤตกิ รรมการ ของผเู้ รียน ไป
ปฏิบัตงิ าน
5. ภาวะผ้นู า(Leadership) สงั เกต รายบคุ คล ตารางเกณฑก์ ารให้ ผา่ นเกณฑ์ตง้ั แต่

คะแนนสมรรถนะ ระดบั ปานกลางขน้ึ

ของผเู้ รียน ไป

76

ตารางเกณฑก์ ารประเมนิ ผลต่างๆ

แบบประเมินกิจกรรมรายบุคคล

ประเดน็ การประเมนิ

ลาดับ ช้อื - นามสกลุ ตรง ถูกตอ้ ง มีความ มีความเปน็ ตรงตอ่ เวลา รวม
จุดประสงค์ที่ สมบูรณ์ สร้างสรรค์ ระเบยี บ

กาหนด เรยี บรอ้ ย

ระดับคะแนน
5 หมายถงึ ดีมาก
4 หมายถงึ ดี
3 หมายถึง ปานกลาง
2 หมายถึง พอใช้
1 หมายถงึ ปรบั ปรุง

ลงชอ่ื .............................................ผปู้ ระเมิน
วนั ท่.ี .........../.............../.....................

77

เกณฑ์การใหค้ ะแนนใบงาน

ประเดน็ การประเมนิ คะแนน
1. ผลงานตรงตาม
จดุ ประสงค์ 9 - 10 (ดีมาก) 6 - 8 (ดี) 4 - 5 (พอใช้) 0 - 3 (ปรับปรงุ )
ผลงานคอ่ นขา้ งเปน็
2.ผลงานมคี วาม ผลงานมีความ ผลงานมีความ ผลงานมีความ ระเบียบเรยี บรอ้ ยแต่
ถูกต้อง มีขอ้ บกพร่องเลก็ น้อย
3.ผลงานมคี วามเป็น สอดคลอ้ งกับ สอดคลอ้ งกบั สอดคลอ้ งกับ
ระเบยี บเรยี บรอ้ ย เน้อื หาสาระไมถ่ ูกต้อง
จดุ ประสงค์ขอเน้อื หา จุดประสงคข์ องเนอื้ หา จดุ ประสงค์ของเนอ้ื หา
4. การส่งงานตรงตอ่ ผลงานไมม่ คี วามเปน็
เวลา ท่เี รยี นทุกประเดน็ ทเี่ รียนเป็นสว่ นใหญ่ ที่เรยี นบางประเดน็ ระเบียบเรยี บรอ้ ย

เนอ้ื หาสาระถูกต้อง เน้อื หาสาระถกู ต้อง เนอ้ื หาสาระถูกต้อง ส่งงานชา้ เลยเวลาที่
กาหนดมากกวา่ 5วนั
สมบูรณ์ ครบถว้ น เป็นสว่ นใหญ่ บางประเดน็

ผลงานมีความเปน็ ผลงานมีความเปน็ ผลงานค่อนขา้ งเปน็

ระเบยี บเรยี บรอ้ ย ระเบยี บเรยี บรอ้ ยอยู่ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยแต่

น่าอ่าน แต่ยังมีข้อบกพร่อง มขี ้อบกพรอ่ งเลก็ น้อย

บางส่วน

สง่ งานตรงตามเวลา ส่งงานชา้ เลยเวลาท่ี สง่ งานชา้ เลยเวลาท่ี

ที่กาหนด กาหนด1-2วัน กาหนด3-5วัน

เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
9 - 10 ดมี าก
6 - 8 ดี
4 - 5 พอใช้
0 - 3 ปรบั ปรงุ

78

แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล

ลาดับ ชอ่ื - นามสกุล คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มั่นในการทางาน

5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 5 4 3 21

ระดบั คะแนน
5 หมายถึง ดมี าก
4 หมายถึง ดี
3 หมายถงึ ปานกลาง
2 หมายถงึ พอใช้
1 หมายถึง ปรบั ปรุง

ลงช่อื .............................................ผปู้ ระเมิน
วันท่ี............/.............../.....................

79

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

พฤตกิ รรมบง่ ชี้ 5 (ดมี าก) คะแนน 1 (ปรบั ปรุง)
4 (ดี) 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) ไม่มีความสามารถ
ในการส่ือสาร
1. ความสามารถใน มีความสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถ มีความสามารถ
ไมม่ คี วามสามรถ
การสอื่ สาร การส่ือสารออกมา การสอื่ สารออกมา ในการสอ่ื สาร ในการสอื่ สาร ในการคิดการ
ตัดสินใจเก่ียวกับ
ไดด้ ีเย่ยี ม ไดด้ ชี ดั เจน ออกมาไดร้ ะดบั ออกมาไดร้ ะดับ ปญั หาของตนเอง
ได้
ปานกลางไม่ ปานกลางควร
ไม่สามารถ
ชดั เจน ปรับปรงุ แก้ปัญหาเฉพาะ
หน้าได้
2. ความสามรถใน มคี วามสามารถใน มีความสามารถ มคี วามสามารถ มีความสามารถ

การคดิ การคดิ อยา่ ง ในการคิดตดั สินใจ ในการคิดตดั สินใจ ตดั สนิ ใจเกย่ี วกบั

สร้างสรรค์ เกยี่ วกบั ปัญหา เกยี่ วกับปัญหา ปัญหาของตนเอง

ตดั สินใจเกยี่ วกับ ของตนไดด้ ี ของตนเองได้ ไดไ้ มด่ เี ทา่ ที่ควร

ปัญหาของตนเอง

ได้เหมาะสม

3. ความสามารถใน มคี วามสามรถ มีความสามารถ มคี วามสามรถ มคี วามสามรถ

การแกป้ ัญหา แกป้ ญั หาเฉพาะ แกป้ ัญหาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ แก้ปญั หาเฉพาะ

ดา้ นได้ทุก หน้าไดเ้ กือบทุก หนา้ ไดบ้ า้ ง หน้าได้ยังไม่ดี

สถานการณ์ สถานการณ์ สถานการณ์ เทา่ ท่ีควร

80

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนทกั ษะของผูเ้ รยี นในศตวรรษที่ 21

พฤตกิ รรมบง่ ช้ี 5 (ดมี าก) คะแนน 1 (ปรับปรงุ )
4 (ด)ี 3 (ปานกลาง) 2 (พอใช้) มคี วามสามารถใน
การอ่านน้อยมาก
1. ทกั ษะการอา่ น มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน
ความสามารถ
(Reading) การอา่ นสือ่ สาร การอ่านสอื่ สาร การอ่านสอื่ สาร การอา่ นส่ือสาร ในการคิด การ
ตัดสนิ ใจและ
ออกมาได้ดีเย่ียม ออกมาไดด้ ีชัดเจน ออกมาไดร้ ะดับ ออกมาไดร้ ะดับ วจิ ารณญ์ าณ
เก่ยี วกบั ปญั หา
ปานกลางไม่ ปานกลางควร ของตนเองได้นอ้ ย
มาก
ชดั เจน ปรบั ปรงุ

2. ทกั ษะด้านการ มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถ มีความสามารถ มคี วามสามารถ

คิดอย่างมี การคดิ อย่าง ในการคดิ ตัดสนิ ใจ ในการคิดและ ตัดสนิ ใจและ

วจิ ารณญาณและ สรา้ งสรรคแ์ ละ และวจิ ารณ์ญาณ วิจารณ์ญาณ วจิ ารณ์ญาณ

ทกั ษะในการ วจิ ารณ์ญาณ เก่ียวกบั ปัญหา ตัดสนิ ใจ เก่ียวกบั ปญั หา

แกป้ ัญหา(Critical ตัดสนิ ใจเกยี่ วกบั ของตนได้ดี เกี่ยวกับปญั หา ของตนเองได้ไม่

thinkingand ปัญหาของตนเอง ของตนเองได้ ดีเทา่ ท่ีควร

problemsolving) ไดเ้ หมาะสม

3. ทักษะดา้ น มีทักษะด้านความ มที ักษะดา้ นความ พอมมี ีทกั ษะด้าน มที ักษะดา้ นความ มีทักษะดา้ นความ
ความรว่ มมือการ รว่ มมอื การทางาน รว่ มมอื การทางาน ความรว่ มมอื การ รว่ มมือการทางาน ร่วมมอื การทางาน
ทางานเป็นทมี เปน็ ทีมและภาวะ เป็นทีม และภาวะ ทางานเปน็ ทมี เปน็ ทีมและภาวะ เป็นทีม และภาวะ
และภาวะผู้นา ผนู้ าอยา่ งดีเยี่ยม ผู้นาได้ดี และภาวะผนู้ า ผู้นาเล็กน้อย ผู้นานอ้ ยมาก
(Collaboration ,
teamwork
and leadership)

4. ทกั ษะการ มที ักษะการเรียนรู้ มที กั ษะการเรยี นรู้ พอมที กั ษะการ มีทกั ษะการเรยี นรู้ มที กั ษะการเรียนรู้
เล็กนอ้ ย นอ้ ยมาก
เรยี นร(ู้ Learning ดเี ยีย่ ม ดี เรียนรู้

Skills)

5. ภาวะผู้นา มีภาวะความเป็น มีภาวะความเปน็ พอมภี าวะความ มีภาวะความเปน็ มภี าวะความเปน็
(Leadership)
ผนู้ าดีเยี่ยม ผนู้ าดี เป็นผู้นา ผนู้ าเล็กนอ้ ย ผู้นานอ้ ยมาก

81

12. กิจกรรมเสนอแนะ

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................

...............................................................................................................................................................

13. บนั ทึกผลหลังการสอน

สรปุ ผลการเรยี นการสอน

นกั เรยี นท้ังหมดจานวน.....................คน

จานวนนักเรียนท่ีผ่าน จานวนนักเรยี นที่ไม่ผ่าน

จุดประสงค์การเรยี นรู้ข้อ

ท่ี จานวนคน รอ้ ยละ จานวนคน ร้อยละ

1
2
3

15. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

16. ข้อเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................................................ )
(

ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ .......................................

ลงชื่อ................................................................ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
()

ลงชื่อ.......................................................... รองผอู้ านวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ
(………………………………………..)

82

ความเหน็ ของหวั หน้าสถานศึกษา

ได้ทาการตรวจแผนการเรียนรู้ของ....................................................แล้วมีความคดิ เหน็ ดงั นี้

7. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

8. การจดั กจิ กรรมไดน้ าเอากระบวนการเรียนรู้

 เน้นผูเ้ รียนเป็นสาคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม

 ยังไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป

9. ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ

........................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................

ลงช่ือ...............................................................................................
( ………………………………………………… )
ผูอ้ านวยการโรงเรยี น…………………………………………………………..

83
ใบงาน/ แบบฝกึ หัด ตา่ งๆ
ใบงานที่ 3 เรือ่ ง เพลงสาคญั ของชาติไทย

ชื่อ .............................................. ชน้ั ....................... เลขท่ี ...............
วันท่ี ....... เดอื น ............................ พ.ศ. ................

ให้นักเรียนวาดภาพส่ิงท่เี ก่ียวขอ้ งกับเพลงสาคญั ของชาติไทย
และระบายสใี ห้สวยงาม

ภาพทีว่ าดเกีย่ วข้องกบั เพลงสาคัญของชาติไทยเพลงใด
............................................................................................................................. .................................................
.

84


Click to View FlipBook Version