The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 2 ทฤษฏีสี หลักการใช้สี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phunaploy channel, 2020-08-29 05:27:45

หน่วยที่ 2 ทฤษฏีสี หลักการใช้สี

หน่วยที่ 2 ทฤษฏีสี หลักการใช้สี

หน่วยท่ี 2

หลักการใชส้ แี ละแสงสใี นคอมพวิ เตอร์
ระบบสี RGB

ระบบสี RGB เป็นระบบสีของแสง ซึ่งเกิดจากการหักเหของแสงผ่านแท่งแก้วปริซึมจะเกิดแถบสีท่ี
เรยี กวา่ สีรงุ้ (Spectrum ) ซึ่งแยกสตี ามทีส่ ายตามองเห็นได้ 7 สี คือ แดง แสด เหลือง ซึง่ เปน็ พลังงานอยู่ในรูป
ของรงั สี ทีม่ ชี ่วงคลื่นทีส่ ายตาสามารถมองเห็นได้ แสงสีม่วงมีความถค่ี ล่ืนสูงท่ีสุดคลื่นแสงท่ีมีความถี่สูงกว่าแสง
สีม่วงเรียกว่า อุลตราไวโอเลต ( ultraviolet ) และคลื่นแสงสีแดง มีความถี่คลื่นต่ำที่สุด คลื่นแสงที่ต่ำกว่าแสง
สีแดงเรยี กว่า อินฟราเรด ( Infrared) คลื่นแสงที่มีความถี่สูงกว่าสีม่วง และต่ำ กว่าสีแดงนัน้ สายตาของมนุษย์
ไม่สามารถรับได้ และเมื่อศึกษาดูแล้วแสงสีทั้งหมดเกิดจากแสงสี 3 สี คือ สีแดง ( Red ) สีน้ำเงิน ( Blue)
และสีเขียว ( Green ) ทั้งสามสีถือเป็นแม่สีของแสง ซึ่งใกล้เคียงกับตามนุษย์มากที่สุด และแต่ละช่องสีจะ
สามารถสร้างระดับสีได้ 256 ระดับ ดังนั้นจึงสามารถสร้างสีที่แตกต่างกันได้ถึง 16,777,216 สีต่อ 1 พิกเซล
เมอื่ นำมาฉายรวมกันจะทำใหเ้ กิดสีใหม่ อกี 3 สี คอื สแี ดงมาเจนตา้ (Magenta) สีฟา้ ไซแอน (Cyan) และสี
เหลือง (Yellow) และถ้าฉายแสงสีทั้งหมดรวมกันจะได้แสงสีขาว จากคุณสมบัติของแสงนี้เราได้นำมาใช้
ประโยชน์ทั่วไป ในการฉายภาพยนตร์ การบันทึกภาพวีดีโอ ภาพโทรทัศน์การสร้างภาพเพื่อการนำเสนอทาง
จอคอมพิวเตอร์ และการจัดแสงสใี นการแสดง เปน็ ต้น ดงั รูปภาพท่ี 2-1

รูปภาพท่ี 2-1

ระบบสี CMYK
ระบบสี CMYK เป็นระบบสีที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ CMYK ย่อมาจาก cyan (ฟ้าอมเขียว) magenta (แดง

อมม่วง) yellow (เหลือง) key (สีดำ - ไม่ใช้ B แทน black เพราะจะสับสนกับ blue) ซึ่งเป็นชื่อสีที่นำมาใช้
การผสมสีทั้งสี่นี้ จะทำให้เกิดสีได้อีกหลายร้อยสี นำมาใช้ในการพิมพ์สีต่าง ๆ ซึ่งปกติการเลือกใช้สีนั้น จะมี
ด้วยกันอยู่ 2 แบบคือ CMYK และ RGB สามารถแบ่งแยกประเภทการใช้งานได้ง่ายๆ นั้นก็คือ ถ้าเป็นสีที่ต้อง
พิมพ์ออกมา ไม่ว่าจะพิมพ์ในรูปแบบใดก็ตาม จะต้องใช้ค่าสีของ CMYK แต่ถ้าต้องการสีที่แสดงผลออกทาง
หน้าจอ ก็จะเลือกใช้ RGB เท่านั้น ซึ่งหลักการดังกล่าว ในปัจจุบัน ยังมีผู้มีความเข้าใจในส่วนน้ีน้อยมาก
เนื่องจากว่า นักออกแบบมือสมัครเล่น หรือ มือใหม่ เวลาต้องการจะทำงานประเภทสิ่งพิมพ์ ก็มักตั้งค่าสี
เป็น RGB เพราะว่าค่าสีดังกล่าวสีสดกว่า แต่เมื่อสั่งพิมพ์แล้ว ทำให้ค่าสีที่ออกมาผิดเพี้ยน มากหรือน้อย ก็
ขึ้นอยู่กับสีที่เลือก เช่น เลือกสีแดง อาจจะได้สีชมพู เหลือสีม่วง อาจจะได้สีน้ำเงิน ดังนั้นผู้ที่ใช้โหมดสีควรจะ
ทำความเข้าใจของงานใหม้ าก เพอ่ื งานทอ่ี อกมาจะไดค้ ่าสที ี่ตรงกับความต้องการ ดังรูปภาพท่ี 2-2

รูปภาพท่ี 2-2
ระบบสี Grayscale

ระบบสีแบบ Grayscale จะจัดการแต่ละพิเซลในแบบ 8 บิต เหมือนเป็นสวิทท์ เปิด - ปิด แสง 8 อัน
เพื่อสร้างเป็น 1 สีดำ, 1 สีขาว, และ 254 ระดับสีเทา มักใช้กับภาพขาว - ดำ หรือแปลงภาพสีเพื่อไปใช้ในงาน
พมิ พแ์ บบขาว - ดำ ซง่ึ ทำให้ขนาดของไฟลล์ ดลง 2 ใน 3 ของ RGB ดงั รปู ภาพท่ี 2-3

รูปภาพท่ี 2-3
ระบบสี Bitmap

ระบบสีแบบ Bitmap จะประกอบด้วยสี 2 สี คือ ขาวและดำ บางครั้งเรียกว่า ภาพแบบ 1 บิต ซึ่งแตล่ ะ
พิกเซลในภาพจะเป็นได้เพียงขาว หรือ ดำ เท่านั้น มักใช้กับภาพที่วาดหมึกดำ, ภาพลายเส้น, ภาพสเกตซ์ เป็น
ตน้ ดังรูปภาพที่ 2-4

รูปภาพท่ี 2-4
ระบบสี HSB

ระบบสแี บบ HSB เปน็ ระบบสีที่เลียนแบบการมองเห็นของสายตามนุษย์ ซ่ึงแบง่ ออกเป็น 3 ส่วน คอื
Hue คอื สตี า่ งๆท่ีสะทอ้ นออกมาจากวัตถุแลว้ เขา้ สูส่ ายตาของเรา ซึ่งมักเรยี กสีตามชือ่ สี เชน่ สีเขยี ว สี
เหลือง สีแดง เปน็ ต้น
Saturation คือ ความสดของสี โดยคา่ ความสดของสีจะเริม่ ที่ 0 ถึง 100 ถา้ กำหนด Saturation ที่ 0 สี

จะมีความสดนอ้ ย แต่ถ้ากำหนดท่ี 100 สจี ะมีความสดมาก
Brightness คือ ระดบั ความสวา่ งของสี โดยค่าความสว่างของสจี ะเร่ิมท่ี 0 ถึง 100 ถ้ากำหนดท่ี 0 ความ

สว่างจะน้อย ซง่ึ จะเป็นสดี ำ แต่ถา้ กำหนดที่ 100 สจี ะมีความสวา่ งมากทีส่ ดุ ดังรูปภาพที่ 2-5

รูปภาพท่ี 2-5
ระบบสี Lab

ระบบสแี บบ Lab เป็นระบบสีแบบเกา่ ท่ีถกู กำหนดขน้ึ ในฝร่ังเศส โดยสรา้ งขน้ึ เพอ่ื ใช้วัดสีที่ตาของเรา
สามารถรบั ได้ แต่เนอื่ งจากขณะนั้นคอมพิวเตอร์ส่วนบคุ คลยงั ไมถ่ ือกำหนดขน้ึ ดังนนั้ ระบบสี Lab นจ้ี ึงไม่
ขน้ึ อยู่กบั เคร่ืองคอมพิวเตอร์ และระะบบปฏบิ ตั ิการใดโดยเฉพาะ ระบบสี Lab จะวดั แสงและสโี ดยแบ่ง
ออกเปน็ 3 สว่ นคอื

L หรอื Lightness เป็นการกำหนดความสว่างซง่ึ มคี า่ ต้งั แต่ 0 ถึง 100 ถา้ กำหนดท่ี 0 จะกลายเป็นสีดำ
แตถ่ า้ กำหนดที่ 100 จะเป็นสีขาว

a เป็นค่าของสที ่ไี ลจ่ ากสีเขียวไปเป็นแดง
b เป็นคา่ ของสีท่ีไลจ่ ากสนี ำเ้ งินไปเหลอื ง
ระบบสี Lab น้จี ะใช้ไดด้ ีกับภาพที่นำมาจาก Photo CD หรอื DVD, หรือภาพที่โดนย้ายระหวา่ ง
ระบบปฏบิ ตั ิการ เชน่ จาก Photoshop Mac ไปยงั Photoshop Win และภาพท่จี ะนำไปพมิ พใ์ นเครอ่ื งพมิ พ์
แบบ PostScript Level 2 หรือ 3 ดังรูปภาพที่ 2-6

รปู ภาพที่ 2-6
ระบบสี Indexed

ระบบสแี บบ Indexed จะมขี อ้ ไดเ้ ปรียบ 2 ประการ คือ เราสามารถสร้างภาพท่มี ีขนาดไฟลเ์ ลก็ เทา่
แบบ Grayscale (พิกเซลขนาด 8 บติ ) และสามารถใสส่ แี ทนระดบั สีเทาได้โดยจะสร้างสีได้ 256 สี เทา่ กบั
ระดบั สเี ทาเปน็ ภาพแบบ Grayscale

จากทฤษฎีสี สีท่ีเกิดขึน้ ในวงจรสีนนั้ ตา่ งมีคุณลักษณะตา่ งๆทส่ี ามารถนำมาใช้ในการสร้างสรรค์งานดา้ น
ศิลปะงานออกแบบ หรืองานอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้มากมายการใช้สีหรือการนำสีไปใช้ในลักษณะ ต่างๆ เป็นการ

ประยุกต์หรือดัดแปลงไปจากการจัดระบบสีเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใดๆ ควรคำนึงถึงความ เหมาะในด้านต่างๆ เช่น
ความสวยงาม ความกลมกลืน ความน่าสนใจและความสอดคล้องกับเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ขององค์งาน
เพราะสีสามารถทำให้ผลงานนั้นดูมีคุณค่าและด้อยค่าลงได้ หากใช้ไม่ถูกต้อง ดังนั้นการใช้สีจึงจำ เป็นต้อง
คำนึงถงึ หลักการของสเี พอื่ ให้ไดผ้ ลงานทถ่ี ูกต้อง สมบูรณ์ทสี่ ุด ซ่ึงหลักการใช้สีมีอยูห่ ลายประการดงั นี

1.การใช้สีเอกรงค์ (Monochrome) หมายถึงการใช้สีเดียว หรือการใช้สีที่แสดงความเด่นชัด ออกมา
เพียงสีเดียวแต่มีการลดหลั่นกัน ในเรื่องน้ำหนักสีเพื่อให้เกิดความแตกต่างวิธีการใช้สีเอกรงค์ คือจะใช้สีใดสี
หนงึ่ ที่เปน็ สีแท้ (Hue) หรอื มคี วามสด (Intensity) เปน็ ตัวยืนเพียงสีเดียวให้เป็น จดุ เด่นของภาพ ส่วนประกอบ
รอบๆนั้นจะใชส้ ีเดียวกนั แต่ลดความสดของสีใหน้ อ้ ยกว่าสหี ลัก สที น่ี ำมาเป็นส่วนประกอบอาจแบ่งน้ำหนักได้

2. การใช้สีกลมกลืน (Harmony)หมายถึงการเคยี งคู่กนั ของสีตา่ งๆ ซ่ึงไปดว้ ยกนั โดยไมข่ ดั แยง้ หรอื ตดั
กัน ความกลมกลืนของสที ำไดห้ ลายลกั ษณะคอื

2.1 กลมกลนื ดว้ ยคา่ ของนำ้ หนกั ของสีๆเดียว(Total Value Harmony) คือการใชส้ ยี นื เพียงสี เดยี ว
แตม่ คี า่ หลายนา้ หนักหรอื เป็นแบบเดียวกบั สเี อกรงคอ์ าจใชก้ ารผสมสีขาวให้น้ำหนักอ่อนลงและผสมสีดำ ให้
น้ำหนกั เข้มข้น

2.2 กลมกลนื โดยใชส้ ีใกลเ้ คยี ง (Simple Harmony) เปน็ การใชส้ ขี า้ งเคยี งกัน ในวงจรสีซึ่งมลี กั ษณะ
สใี กล้เคยี งกัน เชน่ มว่ ง - ม่วงน้ำ เงิน - น้ำ เงนิ หรอื เขยี วเหลอื ง - เขยี ว - เขยี วน้ำ เงนิ

2.3 สีกลมกลนื โดยใชส้ คี ู่ผสม (Two Colours Mixing) หมายถงึ สีคูใ่ ดคใู่ บหน่งึ ทีผ่ สมกันแลว้ ได้สี
ท่ี 3 เชน่ สนี ำ้ เงิน ผสมกับ สีเหลอื งได้สีเขยี วแล้วนำท้งั 3 สีมาใช้ในงานเดยี วกัน

2.4 สกี ลมกลนื โดยใชว้ รรณะของสี (Tone) หมายถึง นำสีในกลุม่ วรรณะเดียวกันมาจดั อยู่ด้วยกัน
เช่น สใี นวรรณะร้อน เชน่ แดง สม้ เหลอื ง ม่วงแดง หรอื สีในวรรณะเยน็ ได้แก่ นำ้ เงนิ มว่ ง เขียว เขียวน้ำเงิน
เป็นตน้

3. การสร้างสภาพสโี ดยรวม (Tonality) หมายถึงการทา ใหเ้ ปน็ สโี ดยภาพรวม หรอื เปน็ โครงสสี ่วนใหญท่ ี่
ปกคลมุ หรือครอบงา สอี น่ื อยู่ ถงึ แมใ้ นรายละเอียดส่วนอื่นอาจมีสีอืน่ ๆปะปนอยูก่ ็ตาม แต่ก็ไมท่ า ใหภ้ าพสี
โดยรวมขัดแย้งกนั เกินไป การใชส้ ีโดยรวมชว่ ยให้ภาพมคี วามกลมกลืนและมเี อกภาพ

4.การใช้สีขดั กนั (Discord) หมายถึงการกลบั คา่ ของน้ำหนักระหวา่ งสแี ก่กับสีอ่อน โดยการกลบั สีที่แก่มา
เป็นสีอ่อนด้วยการผสมสีขาว หรือทา ให้เจือจางลง เพื่อให้มีน้ำหนักอ่อนกว่าอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นสีที่อ่อน แต่ปรับ
ให้เป็นสีแก่ โดยการผสมสีดำ หรือสีเข้ม เพื่อเพิ่มน้ำหนักสีให้เข้มข้นแล้วนำมาจัดเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความ
แตกต่างหรือความขัดแย้งที่เหมาะสม ทำให้ผลงานดูมีจังหวะ น่าสนใจกว่า การใช้สีกลมกลืนซึ่งอาจดูช้าๆๆ
และจดื ชดื การกลับคา่ ของสมี ักใชเ้ พ่ือแต่งแตม้ ภาพเปน็ บางจดุ ใหเ้ กิดความน่าสนใจ ซึง่ มักจะใชค้ สู่ รี ะหวา่ งสีแก่
กบั สอี อ่ นที่มคี วามเขม้ ตา่ งกนั อย่างชัดเจน เชน่ โครงสขี องภาพเปน็ สีเหลืองซึ่ง เป็นสีออ่ น แต่กลบั เพ่ิมน้ำหนักสี
ให้เข้มข้น ขณะเดียวกัน ก็นำสีม่วงซึ่งเป็นสีแก่มาลดค่าน้ำหนักลงให้อ่อนกว่า สีเหลือง โดยการนา มาเป็น
ส่วนประกอบในปรมิ าณนอ้ ยจะทำให้ภาพไม่จืดชืดและ น่าสนใจขนึ้

5. ระยะของสี (Perspective of Colour) หมายถึงการใช้สีซึ่งมีผลต่อความรู้สึกเรื่องระยะไกลใกล้ของ
ภาพ โดยการนำ สีแทม้ าผสมใหส้ หี ม่น ลงโดยการทำใหเ้ ปน็ สีกลาง เชน่ การผสมสตี รงกันขา้ ม หรือสีกลาง เพอ่ื
บ่งบอกระยะ ซึ่งโดยทั่วไป แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะใกล้ (Foreground) ระยะกลาง (Middleground) และ
ระยะไกล (Background) โดยมีหลักการให้สคี ือ สีระยะใกล้สามารถใช้สีสด หรือเข้มกว่า ระยะที่ไกลออกไป สี
ที่อยู่ไกลออกไปมากเท่าใดค่าน้ำหนักสีก็จะอ่อนและจะดูเป็นสีกลางมากยิ่งขึ้น เช่น ภาพทิวทัศน์ที่ บ่งบอกถึง
ระยะไกลใกล้และช่วงเวลา ซ่งึ สจี ะเป็นตัวช่วยสร้างบรรยากาศให้ภาพได้เปน็ อย่างดี

6. จุดเด่นจากสี( Dominance) หมายถึงการใช้สีที่ทา ให้ส่วนสำคัญ มีความเด่นชัดสะดุดตาเป็นแห่งแรก
หรือเป็นจุดที่ดึงดูดความ สนใจจากผู้ดูมากที่สุดในผลงานนั้นการทำ ให้เกิดจุดเด่นจะขึ้นอยู่กับการเลือกใช้สี
โดยอาจเลือกใช้ สที ่สี ง่ เสริมให้เกิดพลงั สีเด่น ซึง่ จะแบง่ ออกเป็น 2 ส่วน คือ สว่ นพื้น และสว่ นเด่นหรือจุดสนใจ
ซึ่งมี หลายเทคนิควิธี การใช้สีตัดกัน หรือคู่ตรงข้ามกันเช่น พื้นสีน้าเงิน จุดเด่นสีเหลือง การให้จุดเด่นเป็นสีแท้
สว่ นพื้นเปน็ สที ถ่ี กู ลดนำ้ หนักลง โดยการทำใหส้ ีหมน่ สีนวล สคี ลา้ หรอื อาจใช้สดี ำเพอื่ ขบั ใหส้ แี ทย้ ่ิงเดน่ ชัดขนึ้


Click to View FlipBook Version