44
1) สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ พบว่า นักศึกษาออกกลางคัน จานวน 7 คน ส่วนใหญ่ว่างงาน
จานวน 6 คน (ร้อยละ 85.71) รองลงมาคือ ประกอบอาชีพรับจ้างท่ัวไป จานวน 1 คน (ร้อยละ 14.29)
ตามลาดับ
2) สาขาวิชาการปกครองท้องถ่ิน พบว่า นักศึกษาออกกลางคัน จานวน 11 คน ส่วนใหญ่
ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป จานวน 6 คน (ร้อยละ 54.55) รองลงมาคือ พนักงาน/ลูกจ้างของรัฐ จานวน 4
คน (ร้อยละ 36.36) และธรุ กจิ สว่ นตัว/ค้าขาย จานวน 1 คน (ร้อยละ 9.09) ตามลาดับ
3) สาขาวชิ าการศึกษาปฐมวัย พบวา่ นกั ศึกษาออกกลางคัน จานวน 36 คน สว่ นใหญ่ประกอบ
อาชีพรบั จ้างทัว่ ไปและวา่ งงาน จานวน 14 คน (รอ้ ยละ 38.89) รองลงมาคือ พนกั งาน/ลูกจา้ งของรฐั จานวน
4 คน (รอ้ ยละ 11.11) พนักงาน/ลกู จ้างเอกชน จานวน 3 คน (รอ้ ยละ 8.33) และธรุ กิจสว่ นตวั /ค้าขาย
จานวน 1 คน (ร้อยละ 2.78) ตามลาดบั
4) สาชาวิชาสาธารณสขุ ชุมชน พบวา่ นกั ศกึ ษาออกกลางคัน จานวน 11 คน ส่วนใหญ่ ประกอบ
อาชพี รับจ้างทัว่ ไป จานวน 7 คน (ร้อยละ 63.64) รองลงมาคอื วา่ งงาน จานวน 3 คน (ร้อยละ 27.27) และ
เปน็ นกั ศกึ ษา จานวน 1 คน (ร้อยละ 9.09) ตามลาดบั
5) สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย พบว่า นักศึกษาออกกลางคัน จานวน 7 คน ส่วนใหญ่ประกอบ
อาชีพรับจ้างทั่วไป จานวน 5 คน (ร้อยละ 71.43) รองลงมาคือ ธุรกิจส่วนตัว/ค้าขาย ว่างงาน จานวน 1 คน
(ร้อยละ 14.29) ตามลาดบั
6) สาขารัฐประศาสนศาสตร์ พบว่า นักศึกษาออกกลางคัน จานวน 20 คน ส่วนใหญ่ ประกอบ
อาชีพเกษตรกร รับจ้างทั่วไป จานวน 6 คน (ร้อยละ 30.00) รองลงมาคือ ว่างงาน จานวน 4 คน (ร้อยละ
20.00) พนักงาน/เอกชน จานวน 2 คน (ร้อยละ 10.00) และรับราชการ พนักงาน/ลูกจ้างของรัฐ จานวน 1
คน (ร้อยละ 5.00)
5. ข้อมูลจาแนกตามรายไดต้ ่อเดอื นของนักศึกษาท่ไี ดร้ บั พบว่า นกั ศึกษาออกกลางคนั จานวน 92 คน
สว่ นใหญม่ ีรายได้ต่อเดือน 5,000-10,000 บาท จานวน 48 คน (รอ้ ยละ 52.17) รองลงมาคอื ไม่มีรายได้
จานวน 27 คน (รอ้ ยละ 29.35) 10,001-15,000 บาท จานวน 10 คน (ร้อยละ 10.87) น้อยกวา่ 5,000 บาท
จานวน 5 คน (ร้อยละ 5.43) และ 15,001-20,000 มากกว่า 20,000 จานวน 1 คน (รอ้ ยละ 1.09) ตามลาดับ
เมอื่ แยกตามสาขาวชิ า ดงั น้ี
1) สาขาคอมพิวเตอร์ นักศึกษาออกกลางคันส่วยใหญ่มีมีรายได้ จานวน 6 คน (ร้อยละ 85.71)
รองลงมาคอื 5,000-10,000 บาท จานวน 1 คน (รอ้ ยละ 14.29) ตามลาดบั
2) สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น นักศึกษาออกกลางคันส่วนใหญ่มีรายได้ 5,000-10,000 บาท
จานวน 7 คน (รอ้ ยละ 63.64) รองลงมาคือ 10,001-15,000 บาท จานวน 4 คน (ร้อยละ 36.36) ตามลาดับ
3) สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย นักศึกษาออกกลางคันส่วนใหญ่มีรายได้ 5,000-10,000 บาท
จานวน 18 คน (ร้อยละ 50.00) รองลงมาคือ ไม่มีรายได้ จานวน 13 คน (ร้อยละ 36.11) 10,001-15,000
บาท จานวน 3 คน (ร้อยละ 8.33) และน้อยกว่า 5,000 มากกว่า 20,000 บาท จานวน 1 คน (ร้อยละ 2.78)
ตามลาดบั
45
4) สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน นักศึกษาออกกลางคันส่วนใหญ่มีรายได้ 5,000-10,000 บาท
จานวน 5 คน (ร้อยละ 45.45) รองลงมาคือ ไม่มีรายได้ จานวน 3 คน (ร้อยละ 27.27) 10,001-15,000 บาท
จานวน 2 คน (ร้อยละ 18.18) และน้อยกว่า 5,000 บาท จานวน 1 คน (ร้อยละ 9.09) ตามลาดบั
5) สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย นักศึกษาออกกลางคันส่วนใหญ่มีรายได้ 5,000-10,000 บาท
จานวน 5 คน (ร้อยละ 71.43) รองลงมาคือ ไม่มีรายได้ และน้อยกว่า 5,000 บาท จานวน 1 คน (ร้อยละ
14.29) ตามลาดบั
6) สาขารฐั ประศาสนศาสตร์ นกั ศึกษาออกกลางคนั ส่วนใหญม่ ีรายได้ 5,000-10,000 บาท จานวน
12 คน (ร้อยละ 60.00) รองลงมาคือ ไม่มีรายได้ จานวน 4 คน (ร้อยละ 20.00) น้อยกว่า 5,000 บาท จานวน
2 คน (ร้อยละ 10.00) 10,001-15,000 บาท และ 15,001-20,000 บาท จานวน 1 คน (ร้อยละ 5.00)
ตามลาดบั
อภปิ รายผล สภาพปญั หาและสาเหตกุ ารออกกลางคันของนกั ศกึ ษา
จากการศึกษาผลการวเิ คราะห์ข้อมูลปัญหานักศึกษาออกกลางคัน พบว่า
สภาพปัญหาการออกกลางคันของนักศึกษา
1. นักศึกษาออกกลางคันส่วนใหญ่เคยสมัครเรียนเมื่อปี พ.ศ.2564 จานวน 62 คน(ร้อยละ 67.39)
รองลงมาคือ ปี พ.ศ.2563 จานวน 22 คน (รอ้ ยละ 23.91) ปี พ.ศ.2562 จานวน 4 คน (ร้อยละ 4.35) ปี พ.ศ.
2561 จานวน 2 คน (รอ้ ยละ 2.17) ปี พ.ศ.2560 และพี พ.ศ.2559 จานวน 1 คน (ร้อยละ 1.09) ตามลาดับ
2. นักศึกษาออกกลางคันส่วนใหญ่เคยรับการศึกษาที่โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม จานวน 25 คน (ร้อย
ละ 27.71) รองลงมาคือ มลู นิธโิ รงพยาบาลบา้ นตาก จานวน 18 คน (ร้อยละ 19.57) โรงเรียนเทศบาลวัดดอน
แก้ว จานวน 15 คน (ร้อยละ 16.30) โรงเรียนชุมชนบ้านแม่ต้าน ,เทศบาลตาบลแม่ระมาด จานวน 12 คน
(ร้อยละ 13.04) และวิทยาลยั ชมุ ชนตาก จานวน 10 คน (รอ้ ยละ 10.87) ตามลาดบั
3. นักศึกษาออกกลางคนั เคยเข้าเรียนกับวิทยาลัยชุมชนตากเป็นระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา จานวน
30 คน (ร้อยละ 32.61) รองลงมาคือ 1-5 สัปดาห์ จานวน 24 คน (ร้อยละ 26.09) ลงทะเบียนแต่ไม่เคยเข้า
เรียน จานวน 20 คน (ร้อยละ 21.74) 2 ภาคการศึกษา จานวน 11 คน (ร้อยละ 11.96) 5 ภาคการศึกษา
จานวน 4 คน (รอ้ ยละ 4.35) และ 3 ภาคการศึกษา จานวน 3 คน (ร้อยละ 3.26) ตามลาดบั
4. นักศึกษาออกกลางคันส่วนใหญ่ หยุดเรียนไปโดยไม่แจ้งวิทยาลัย จานวน 69 คน (ร้อยละ 75.00)
รองลงมาคือ อื่น ๆ จานวน 20 คน (รอ้ ยละ 21.74) และไม่ได้ชาระค่าลงทะเบียนเรียน จานวน 3 คน (ร้อยละ
3.26) ตามลาดบั
5. นักศึกษาออกกลางคันส่วนใหญ่หยุดเรียนไปเป็นระยะเวลา น้อยกว่า หรือ เท่ากับ 1 ปี จานวน 85 คน
(ร้อยละ 92.39) รองลงมาคอื หยดุ เรียนมากกว่า 2 ปี จานวน 7 คน (ร้อยละ 7.61) ตามลาดับ
สภาพสาเหตุของการออกกลางคันของนกั ศกึ ษา
1. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในวิทยาลัยชุมชนตากเป็นสาเหตุที่ทาให้ออกกลางคัน จานวน 6 คน
ปจั จัยทีเ่ ปน็ สาเหตมุ ากทสี่ ุดคือ สาเหตุอื่น (บรรยากาศ และสภาพแวดล้อมในห้องเรียนไม่เหมาะสม ได้ที่เรียน
46
ท่ีอื่น ไม่มีเวลาเรียน เรียนออนไลน์) จานวน 5 คน (ร้อยละ 83.33) รองลงมาคือช่ือเสียงของวิทยาลัยฯ
ไมด่ งึ ดูดใจ จานวน 1 คน ตามลาดับ
2. ปัจจยั ด้านการจดั การเรียนการสอนของหลักสูตรเป็นสาเหตุให้ออกกลางคัน จานวน 7 คน สาเหตุ
ทีเ่ ป็นปจั จัยให้ออกกลางคนั มากท่ีสดุ คอื ความยากของเนือ้ หารายวิชาของหลกั สูตรและสาเหตุอ่ืน (รูปแบบการ
จัดการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์ พ้ืนท่ีที่อยู่ไม่เหมาะสมจึงเรียนไม่รู้เรื่อง การจัดการเรียนการสอนแบบ
ออนไลน์ไม่เข้าใจในสิ่งที่สอนและทาตามไม่ทัน หลักสูตรไม่ตรงกับความต้องการในการเรียน) ต้องการเรียน
สาขาปกครองท้องถ่ิน จานวน 3 คน (ร้อยละ 42.86) รองลงมาคือ หลักสูตรไม่มีระบบในการจัดการให้ความ
ชว่ ยเหลือนกั ศึกษา จานวน 1 คน (ร้อยละ 14.28) ตามลาดบั
3. ปจั จัยด้านอาจารยผ์ สู้ อนของหลักสูตรที่เป็นสาเหตุให้นักศึกษาออกกลางคัน จานวน 8 คน สาเหตุ
สว่ นใหญ่คอื อาจารยผ์ ูส้ อนมอบหมายงานให้มากเกินไป จานวน 3 คน (ร้อยละ 37.50) รองลงมาคือ อาจารย์
ผู้สอนไม่มีความยุติธรรม และเข้มงวดในการสอนมากเกินไป และอาจารย์ผู้สอนขาดการควบคุมอารมณ์หรือ
พฤติกรรมไม่เหมาะสม จานวน 2 คน (ร้อยละ 25.00) อาจารย์ผู้สอนขาดประสบการณ์ในการสอน จานวน 1 คน
(ร้อยละ 12.50) ตามลาดบั
4. ปัจจัยด้านบรรยากาศในการเรียนและส่ิงสนับสนุนการเรียนการสอน ท่ีเป็นสาเหตุทาให้ออก
กลางคัน จานวน 2 คน สาเหตุส่วนใหญ่คือ ความไม่พร้อมของเอกสารและอุปกรณ์การสอน และสาเหตุอื่น
(รูปแบบการเรยี นการสอนออนไลน)์ จานวน 1 คน (รอ้ ยละ 50.00) ตามลาดับ
5. ปัจจัยด้านตัวนักศึกษาเป็นสาเหตุของการออกกลางคัน จานวน 86 คน สาเหตุส่วนใหญ่คือ ไม่
สามารถบรหิ ารจัดการเวลาได้ ระหว่างเรยี นกบั ทางาน จานวน 34 คน (รอ้ ยละ 40.91) รองลงมาคือ สาเหตุอื่น
(เลี้ยงดูบิดามารดา เลี้ยงดูบุตร มีปัญหาเร่ืองการเดินทางมาเรียนเนื่องจากอยู่ไกล ยังไม่พร้อมศึกษาต่อ ต้อง
กลับไปช่วยครอบครัวทาการเกษตรและที่บ้านไม่มีสัญญาณโทรศัพท์จึงไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ ย้ายที่อยู่
ใหม่ ช่วยงานผู้ปกครอง) จานวน 18 คน (ร้อยละ 20.45) ขาดเรียนบ่อย ทาให้เรียนไม่ทัน เกิดความเบ่ือหน่าย
การเรียนการสอน และปัญหาด้านค่าใช้จ่ายในการเรียน จานวน 13 คน (ร้อยละ 14.77) ไม่เข้าใจเน้ือหา
รายวิชาและไม่ส่งงาน และมีความรู้พื้นฐานในรายวิชาท่ีเรียนน้อย จานวน 3 คน (ร้อยละ 3.41) และสภาพ
ร่างกายไมแ่ ข็งแรง ป่วย จานวน 2 คน ตามลาดบั
6. ปัจจยั ด้านสภาพครอบครัวที่เป็นสาเหตุการออกกลางคัน จานวน 98 คน สาเหตุส่วนใหญ่คือ การ
คมนาคม หรือการเดินทางไม่สะดวก จานวน 19 คน (ร้อยละ 38.00) ต้องหารายได้เล้ียงดูครอบครัว จานวน
14 คน (ร้อยละ 28.00) พ่อแม่ผู้ปกครองไม่สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียน จานวน 7 คน (ร้อยละ
14.00) ขัดแย้งกับคนในครอบครัว จานวน 6 คน (ร้อยละ 12.00) พ่อแม่ผู้ปกครองป่วยขาดคนดูแล และ
สาเหตุอื่นๆ (ไม่มีคนเล้ียงลูก เน่ืองจากภรรยารับราชการครู ช่วงน้ีออกหน่วยโควิด) จานวน 2 คน (ร้อยละ
4.00) ตามลาดับ
47
ข้อเสนอแนะแนวทางในการลดปญั หาการออกกลางคัน มดี งั น้ี
1. กลุ่มผู้เรียนส่วนใหญ่เป็นผู้ท่ีมีงานทา ดังนั้น อาจารย์ผู้สอนควรลดเกณฑ์เร่ืองเวลาในการเข้าเรียน
ให้น้อยลง อาจตั้งเป็นกฎเกณฑ์จากการตกลงกันเองภายในของห้องเรียนโดยแยกกลุ่มผู้เรียนที่มีเวลาเข้า
ห้องเรยี นกับกลุ่มทีไ่ ม่สามารถเข้าเรยี นไดต้ ามปกติ เพอื่ ลดข้อจากดั ชว่ ยเหลือนกั ศกึ ษา
2. อาจารยท์ ปี่ รึกษาส่วนใหญ่เป็นบุคลากรจากภายนอกซ่ึงมีภารกิจงานประจา จานวนมาก อาจดูแล
นักศึกษาไม่ทั่วถึง ควรเพ่ิมช่องทางการให้คาแนะนาปรึกษาที่มากข้ึน หลากหลายขึ้น เช่น การจัดห้องปรึกษา
ออนไลน์ จัดชว่ งเวลาที่อาจารยส์ ะดวกในการพูดคยุ กบั นกั ศกึ ษาทั้งพบโดยตรงและออนไลน์
3. ควรนาผลการศึกษาปัญหาการออกกลางคันแจ้งให้อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ประจาหลักสูตร ได้รับ
ทราบเพอื่ หาแนวทางลดปญั หาการออกกลางคนั
4. ควรหารปู แบบการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักศึกษาอย่าง
แท้จริง ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนการสอนน้ันได้ บางกรณีที่นักศึกษาอยู่ห่างไกล ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์
อาจจะส่งเอกสารการเรียนให้ผู้เรยี นเป็นรายๆไป
5. วิทยาลัยควรจัดทาแผนการแก้ปัญหาการออกกลางคันระยะยาว โดยมีความร่วมมือของผู้บริหาร
สถานศึกษา อาจารย์ประจาหลักสูตร อาจารย์ผู้สอน นาผลการศึกษาไปร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน
ตอ่ ไป
6. ควรให้หลกั สตู รมรี ะบบในการจัดการใหค้ วามชว่ ยเหลอื นักศึกษา
บรรณาณุกรม
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2545). พระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พทุ ธศกั ราช 2542 และ แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบบั ที่ 2) พุทธศกั ราช 2545. สานกั งานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
เกรยี งศักดิ์ เจริญวงศศ์ กั ด.์ิ (2552). “เด็กออกกลางคันปัญหาที่ตอ้ งเร่งแก้ไข” ไทยรฐั . หนา้ 3.
ชินภัทร ภูมิรัตน. (2553). แผนปฏิบัติการประจาปี ของสานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน
ประจาปงี บประมาณ 2553. ม.ป.พ.
ผดุง อารยะวิญญ.ู (2542). เดก็ ทีมปี ญั หาทางพฤติกรรม. กรุงเทพฯ : แวนแก้ว.
ภุมริน บุญทวี. (2548). ปัจจัยทางครอบครัวทีมีผลต่อการออกกลางคันของนักศึกษาและศึกษา พฤติกรรม
ทางสังคมของนักศึกษาทีเป็นสาเหตุการออกกลางคัน ของนักศึกษา สถานศึกษาอาชีวะเอกชนใน
จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. (การบริหาร การศึกษา). เชียงใหม่ : บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
รุง่ แก้วแดง. (2546). โรงเรยี นนติ บิ คุ คล. กรงุ เทพมหานคร : ไทยวัฒนพานิช.
ราชบณั ฑิตยสถาน. (2546). พจนานุกรม ฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ : นานมบี ุ๊คพบั ลิเคชั่นส์.
นฤภัค ฤธาทิพย.์ (2553). เข้าใจวยั ซา่ รู้ปญั หาวยั รุ่น. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพม์ ติชน.
หวน พินธพุ นั ธ์. (2548). การบริหารโรงเรยี น. กรุงเทพฯ : โอเดยี นสโตร์.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2550). ทฤษฎีการประเมิน. พิมพ์คร้ังท่ี 25. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั .
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน. (2550). แนวทางการทามาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่การปฏิบัติ.
กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พช์ มุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จากัด.
______.(2552). ตัวชีวัดและสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551.
กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สุดารัตน์ พิมลรัตนกานต์. (2558). การศึกษาสาเหตุการลาออกกลางคันของนักศึกษาหลักสูตร
ประกาศนียบัตรวิชาชีพและหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง กรณีศึกษา : วิทยาลัย
เทคโนโลยีวบิ ูลยบ์ รหิ ารธุรกจิ รามอินทรา เขตบางเขน กรงุ เทพมหานคร. วารสารวิทยาลัยโลจิสติกส์
และซพั พลายเชน ปีท่ี 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มถิ ุนายน 2558.
สทุ ธิ ภิบาลแทน. (2548). พจนานุกรมประจาตวั นกั เรยี น. พมิ พ์คร้งั ที่ 2 7. กรงุ เทพฯ : อกั ษรเจริญทศั น.์
สุภาพร อัศววิโรจน์. (2549). สาเหตุการออกกลางคันและไม่สาเร็จการศึกษาตามระยะเวลาที่หลักสูตร
กาหนดของนักศึกษาหลักสูตรอุตสาหกรรม. วิทยานิพนธ์ ค.ม. (บริหาร อาชีวะและเทคนิคศึกษา).
กรุงเทพฯ : บณั ฑิตศึกษา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ.
สุวรรณา คุณดิลกณัฐวสา. (2563). สาเหตุการออกกลางคันของนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และ
สงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครสวรรค. วารสารมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ราชภฏั อุบลราชธานี ปที ่ี 11 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม-มิถนุ ายน 2563)
49
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ และสานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. (2542).
รายงานผลการศึกษา เรื่อง การออกกลางคันของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัด
สานกั งานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแหง่ ชาติ. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พค์ รุ สุ ภา.
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาต.ิ (2545). ขอ้ มูลการศึกษาของประเทศไทย. กรงุ เทพฯ : สานกั งานฯ.
สานักนโยบายและแผนการศึกษาข้ันพื้นฐาน. (2545). แนวทางการส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กได้เข้าเรียนและ
เรยี นต่อเน่ืองจนจบการศกึ ษาภาคบงั คบั 9 ปี. กรงุ เทพฯ : เสมาธรรม กระทรวงศึกษาธิการ.
สถาบันวิทยาลัยชุมชน. (2548). ระเบียบสถาบันวิทยาลัยชุมชนว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาท่ี
ต่ากว่าปริญญาของวิทยาลัยชุมชน พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ : กฎหมายลาดับรองตาม
พระราชบญั ญัตสิ ถาบนั วทิ ยาลยั ชุมชน พ.ศ. 2558.
สขุ ุม พลเมือง. (2552). รายงานผลการวจิ ยั เรืองการสูญเสยี ทางเศรษฐกิจ : ผลกระทบจากการออกกลางคัน
ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น. กรุงเทพฯ : สานักนโยบายและ แผนการศึกษา ศาสนา และ
วฒั นธรรม กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.
อารี ผสานสินธุวงศ์. (2549). สาเหตุการออกกลางคันของนักศึกษามหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ชั้นปีที่ 1
ปกี ารศกึ ษา 2549. รายงานการวิจยั : กรงุ เทพฯ : บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลยั เอเชยี อาคเนย.์
Good, Carter V. (1973). Dictionary of Education. 3rd ed. New York : McGraw – Hill Book Inc.
ภาคผนวก
แบบสมั ภาษณ์ สาเหตุการออกกลางคัน
นักศกึ ษาหลักสูตรอนุปรญิ ญา/หลกั สูตรประกาศนยี บตั ร ของวทิ ยาลยั ชมุ ชนตาก
*************************************************************************************************
คาช้ีแจง วิทยาลัยชุมชนมีความประสงค์จะเก็บรวบรวมข้อมูลนักศึกษาท่ีออกกลางคัน เพื่อนาไปใช้ในการวางแผน
พฒั นาการจดั การศกึ ษาและสนบั สนนุ การเรียนของนักศึกษา ซึ่งมีความสาคัญ ยิ่งในระบบการจัดการศึกษารูปแบบ
วทิ ยาลัยชุมชน
ข้อมูลผู้ตอบ
ช่ือ-สกุล .................................................................................. เบอร์โทร ...........................................
เพศ [1] ชาย [2] หญงิ
1. อายุ
[1] 16-20 ปี [2] 21 - 29 ปี
[3] 30-39 ปี [4] 40 – 49 ปี
[5] 50 -59 ปี [6] 60 ปีข้ึนไป
2. สถานภาพ
[1] โสด [2] สมรส
[3] หยา่ รา้ ง/แยกกนั อยู่
3. อาชีพปัจจุบัน
[1] ว่างงาน [2] รับราชการ
[3] พนักงาน/ลกู จ้างของรัฐ [4] พนกั งาน/ลกู จ้างเอกชน
[5] ธุรกิจสว่ นตัว/ค้าขาย [6] เกษตรกร
[7] รับจ้างทวั่ ไป [8] อื่น ๆ (ระบุ).............................
4. รายไดต้ ่อเดือนทไี่ ด้รบั
[1] ไม่มรี ายได้ [2] น้อยกวา่ 5,000 บาท
[3] 5,000- 10,000 บาท [4] 10,001 – 15,000 บาท
[5] 15,001 – 20,000 บาท [6] มากกว่า 20,000 บาท
5. ท่านเคยสมัครเขา้ เรียนเม่ือปี พ.ศ. ใด.............................................................................................
6. ท่านเคยสมัครเขา้ เรียนสาขาวชิ าใด.................................................................................................
7. ทา่ นเขา้ เรยี นกับทางวิทยาลัยเปน็ ระยะเวลาเท่าใด
[1] ลงทะเบียนแต่ไมเ่ คยเขา้ เรียน [2] 1 - 5 สปั ดาห์
[3] 1 ภาคการศึกษา [4] 2 ภาคการศึกษา
[5] 3 ภาคการศกึ ษา [6] 4 ภาคการศกึ ษา
[7] 5 ภาคการศึกษา [8] อ่นื ๆ (ระบ)ุ .............................
8. ลกั ษณะการออกกลางคนั ของทา่ น [2] ไมไ่ ดช้ าระคา่ ลงทะเบยี นเรียน
[1] ตดิ ตอ่ ลาออกโดยตรงกับวทิ ยาลยั [4] อนื่ ๆ..........................................
[3] หยดุ เรียนไปโดยไม่ไดแ้ จ้งวิทยาลยั
[2] 2 ปี
9. ท่านหยดุ เรยี นไปเป็นระยะเวลานานเท่าใด [4] มากกว่า 3 ปี
[1] นอ้ ยกว่า หรือเท่ากบั 1 ปี
[3] 3 ปี
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการออกกลางคนั
10. ปจั จยั ดา้ นสภาพแวดลอ้ มภายในวิทยาลยั ชมุ ชนตาก (ตอบได้มากกวา่ 1 ข้อ)
[1] ชอื่ เสยี งของวิทยาลยั ฯ ไมด่ งึ ดดู ใจ
[2] ภายในวทิ ยาลยั ฯ มสี งิ่ เรา้ เกย่ี วกับยาเสพตดิ และการพนนั
[3] บรรยากาศ และสภาพแวดล้อมภายในห้องเรยี นไม่เหมาะสม
[4] แหล่งสบื คน้ ทางอนิ เตอร์เนต็ ไม่เพยี งพอ หรือมีไม่เพยี งพอ
[5] สาเหตอุ ื่น ๆ (ระบ)ุ .........................................................................................................
11. ปจั จัยด้านการจัดการเรียนการสอนของหลกั สูตร
[1] ความยากของเนื้อหารายวชิ าของหลักสตู ร
[2] จานวนรายวิชาทเี่ รยี นตอ่ สปั ดาหม์ ากเกนิ ไป
[3] เนื้อหาสาระของรายวิชาในหลักสตู รไมเ่ หมาะสม
[4] จานวนของหน่วยกิตในโครงสร้างหลกั สูตรมากเกินไป
[5] หลกั สูตรไมม่ ีระบบในการจดั การให้ความช่วยเหลอื นกั ศึกษา
[6] หนว่ ยจัดการศกึ ษามีการจัดกจิ กรรมมากเกนิ ไป
[7] สาเหตุอื่น ๆ (ระบุ).........................................................................................................
12. ปจั จยั ดา้ นอาจารยผ์ ูส้ อนของหลักสูตร
[1] อาจารยผ์ สู้ อนสร้างแรงจูงใจในการจัดการเรยี นการสอนคอ่ นข้างน้อย
[2] อาจารย์ผสู้ อนขาดประสบการณ์ในการสอน
[3] อาจารย์ผู้สอนไมม่ ีความยตุ ธิ รรม และเข้มงวดในการสอนมากเกินไป
[4] อาจารย์ผู้สอนมอบหมายให้มากเกินไป
[5] อาจารยผ์ ู้สอนดูแลนักศกึ ษาไม่ทว่ั ถงึ
[6] อาจารย์ผสู้ อนมีวธิ กี ารสอนท่ีไมน่ า่ สนใจ ทาให้นักศึกษาเกดิ ความเบอ่ื หน่าย และไม่อยากเขา้ เรยี น
[7] อาจารยผ์ ู้สอนขาดการควบคุมอารมณห์ รือพฤติกรรมไม่เหมาะสม
[8] การวัดและประเมินผลของอาจารย์ผู้สอนขาดความเท่ียงตรง
[9] สาเหตอุ ่นื ๆ (ระบุ).........................................................................................................
13. ปจั จยั ด้านบรรยากาศในการเรยี นและสิง่ สนบั สนนุ การเรยี นการสอน
[1] ความไม่พร้อมของเอกสารและอปุ กรณ์การสอน
[2] หอ้ งเรียนและห้องปฏบิ ตั ิการมไี ม่เพียงพอ
[3] อุปกรณ์การเรยี นการสอนไม่ทันสมยั และไม่เพียงพอ
[4] ส่ืออุปกรณก์ ารเรยี นการสอนไมน่ า่ สนใจ
[5] แหลง่ สืบค้นทางอนิ เตอร์เน็ตไม่เพยี งพอ หรือมีไมเ่ พียงพอ
[6] สาเหตุอน่ื ๆ โปรดระบ.ุ .....................................................................
14. ปจั จัยด้านตวั นกั ศกึ ษา
[1] ไมเ่ ขา้ ใจในเน้ือหารายวชิ าและไมส่ ง่ งาน
[2] มที ศั นคติทไี่ มด่ ตี ่ออาจารย์ผสู้ อน
[3] มที ศั นคติทไี่ ม่ดตี อ่ วิชาท่เี รียน
[4] มีความรู้พน้ื ฐานในรายวิชาท่ีเรยี นนอ้ ย
[5] ขาดเรยี นบ่อย เบ่ือหน่ายการเรยี นการสอน
[6] ปรบั ตัวเขา้ กบั เพ่ือนไมไ่ ด้
[7] ไม่สามารถบรหิ ารจดั การเวลาไดร้ ะหวา่ งเวลาเรียนกับเวลาทางาน
[8] มปี ญั หาด้านค่าใชจ้ า่ ยในการเรยี น
[9] การถูกขม่ ขู่ หรือทาร้ายจากเพื่อนหรือรนุ่ พ่ี
[10] สาเหตุอื่นๆ โปรดระบุ......................................................................
15. ปัจจยั ดา้ นสภาพครอบครัว
[1] ขัดแยง้ กบั คนในครอบครัว
[2] พอ่ แม่ ผ้ปู กครองป่วยขาดคนดแู ล
[3] ตอ้ งหารายได้เลยี้ งดูครอบครวั
[4] พ่อ แม่ ผู้ปกครองไม่สนับสนุนคา่ ใชจ้ า่ ยในการศึกษาเลา่ เรยี น
[5] การคมนาคม หรือการเดนิ ทางไมส่ ะดวก
[6] สาเหตุอน่ื ๆ โปรดระบ.ุ ...............................................................
ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ...................................................................
............................................................... ............................................................................................................................. ....
............................................................................................................................. ...................................................................
บริการธรุ กิจตอบรับ ใบอนญุ าตเลขท่ี ปข.6/209/ปจ.ตาก
ถ้าฝากสง่ ในประเทศไมต่ ้องผนกึ ตราไปรษณียากร
กรณุ าส่ง
กลุ่มงานทะเบยี นและวดั ผล
วิทยาลัยชมุ ชนตาก หมูท่ ่ี 1
ตาบลหนองบวั ใต้ อาเภอเมอื ง
จงั หวดั ตาก 63000