แผนทร่ี า่ งกายมนุษย์
The human body atlas
เคน แอชเวลล์ : เขียน นำ�้ ทพิ ย์ พันธ์ุอนุกลู : แปล
พิมพ์ พ.ศ. 2564
จดั ทำ�โดย
สำ�นกั พมิ พ์แอรโ์ รว์
ในเครอื บรษิ ทั แอรโ์ รว์ มลั ตมิ ีเดีย จำ�กดั
เลขที่ 1 ถนนกำ� แพงเพชร 6 ซ.5 แยก 6 (โกสุมนิเวศน์ ซ.2)
แขวงทงุ่ สองหอ้ ง เขตหลกั สี่ กรงุ เทพฯ 10210
โทรศพั ท์ 0-2573-6584 โทรสาร 0-2573-6585 ฝา่ ยขาย 0-2573-6572
Email : [email protected] Line ID : @arrow11
www.arrowmultimedia.co.th
Original Edition Copyright © by PROFESSOR KEN ASHWELL BMEDSC, MBBS, PHD
This book is published Through and arrangment with Bridge Communication Co., Ltd.
tel. 0-2645-4424 to 26, email : [email protected]
Thai Language Translation Copyright © 2021 by Arrow Multimedia Co.,Ltd.
All rights reserved
© สงวนลขิ สทิ ธิโ์ ดย แอรโ์ รว ์ มลั ตมิ เี ดยี จำ� กดั
หา้ มนำ� สว่ นหน่งึ สว่ นใดของหนงั สอื เลม่ นไี้ ปลอกเลยี น ทำ� สำ� เนา ถา่ ยเอกสาร หรอื นำ� ไปเผยแพร่ในอนิ เทอรเ์ นต็
หรอื สอื่ ตา่ งๆ ไมว่ า่ ในรูปแบบใด นอกจากไดร้ บั อนญุ าตเป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรเทา่ นนั้
ขอ้ มลู ทางบรรณานกุ รม
แอชเวลล,์ — เคน
แผนทีร่ า่ งกายมนษุ ย์—กรงุ เทพฯ : แอรโ์ รว์ มลั ติมเี ดยี , 2564
224 หนา้ .
1. การแพทย์ I. นำ้� ทพิ ย์ พนั ธุอ์ นุกูล, แปล II. ชื่อเร่ือง.
ISBN 978-616-434-237-8
บรรณาธิการ : นคิ ม ชาวเรือ
กองบรรณาธกิ าร : อรรถพร ทองบรรเทงิ , สภุ าภรณ์ สว่างจันทร์
ศลิ ปกรรม : ชมพูนุช ขอดคำ� พสิ ูจนอ์ ักษร : วลัยกร เตม็ ขนั ท,์ ปวันรัตน์ เกยี รติธรี ชยั
ฝ่ายขาย : ณลณิ พรรณ เผา่ พนั ธขุ์ าว
ผจู้ ดั การทวั่ ไป : เดือนนภา สุรามติ ร
จัดจ�ำหน่ายท่ัวประเทศโดย
บริษทั อมรนิ ทร์ บคุ๊ เซน็ เตอร์ จ�ำกัด
108 หมู่ที่ 2 ถ.บางกรวย-จงถนอม ต.มหาสวสั ด์ิ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130
โทรศัพท์ 0-2423-9999 โทรสาร 0-2449-9561-3
www.naiin.com
แยกสีและพิมพท์ ี่ : สายธรุ กจิ โรงพมิ พ์ บริษัทอัมรนิ ทรพ์ รนิ ติง้ แอนด์ พับลิชชิ่ง จ�ำกดั (มหาชน)
376 ถนนชัยพฤกษ์ (บรมราชชนนี) เขตตลิง่ ชนั กรงุ เทพ 10170
โทรศัพท์ 0-222-900, 0-2882-1010
ราคา 850 บาท
ค�ำนยิ ม
โดย พญ. หลิน มทนางกรู
ร่างกายมนษุ ย์ถือเป็นกลไกทซ่ี บั ซ้อน สวยงาม และนา่ เรียนรู้ เป็นเรื่องสำ� คญั
อยา่ งยง่ิ ทม่ี นษุ ยผ์ เู้ ปน็ เจา้ ของรา่ งกายอนั มหศั จรรยน์ ี้ ควรจะศกึ ษาการทำ� งานของ
ระบบแต่ละสว่ นใหเ้ ข้าใจ
ศาสตราจารย์ เคน แอชเวลล์ ได้รังสรรค์หนังสือเล่มนี้ข้ึนมาอย่าง
พิถีพิถัน ท้ังยงั ใหค้ ำ� อธิบายในทางกายวิภาคและสรีรวิทยาได้อยา่ งลกึ ซึง้ เข้าใจ
งา่ ย สามารถใชเ้ ปน็ แหล่งอา้ งองิ ที่ดสี �ำหรบั นกั เรยี น นักศกึ ษา และบคุ คลท่วั ไปท่ี
สนใจในศาสตรแ์ ขนงน้ี
นอกจากนี้ เนอื้ หาภายในเลม่ ยงั ไดแ้ สดงภาพโครงสรา้ งและอวยั วะตา่ งๆ
ของร่างกายไว้อย่างละเอียด สวยงาม ซงึ่ การถา่ ยทอดในรปู แบบภาพวาดศลิ ปะ
อันยอดเย่ียมน้ีจะท�ำให้เรารู้จักตัวตนมากข้ึน น�ำไปสู่ความรู้พ้ืนฐานในการดูแล
ตนเอง และสามารถดูแลคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เนื่องด้วยเน้ือหา
ที่มีท้ังภาษาไทยและภาษาอังกฤษในเล่มเดียวกัน จึงท�ำให้สามารถอ่านเปรียบ
เทียบทัง้ สองภาษา เพือ่ ทำ� ความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ย่งิ ขึ้น โดยผู้อ่านจะได้รูถ้ ึง
กระบวนการอันมหัศจรรย์ ดงั เช่น ตบั และตบั อ่อนแตกตา่ งกันอยา่ งไร, ร่างกายมี
กระบวนการกำ� จัดส่ิงแปลกปลอมไดอ้ ยา่ งไร, เราต้องใชก้ ลา้ มเน้ือมากเพยี งไรใน
การผลิตค�ำพูดออกมา เปน็ ตน้ สง่ิ เหล่านลี้ ้วนเตม็ ไปด้วยความลับอนั นา่ ทงึ่ และ
น่าต่นื เตน้
ขอขอบคณุ คณะผู้จัดท�ำ สำ� นกั พิมพ์แอร์โรว์ และภญ. นำ้� ทิพย์ พนั ธ์ุ
อนุกูล ผู้แปล ที่สามารถถ่ายทอดสาระอันน่าสนใจในหนังสือ “The Human
Body Atlas” มาสู่ “แผนท่ีรา่ งกายมนุษย์” ฉบบั ภาษาไทยได้อยา่ งสมบรู ณ์
ถือเปน็ ความโชคดีสำ� หรบั ผู้อา่ นชาวไทยทจ่ี ะได้มคี มู่ ือร่างกายเลม่ นไี้ วใ้ กล้ตวั ซ่ึง
ผอู้ ่านจะไดร้ ับรูถ้ งึ ความมหศั จรรยด์ ังกลา่ ว เมื่อไดส้ ัมผัสและค้นควา้ กบั “แผนท่ี
ร่างกายมนษุ ย์” เลม่ นค้ี ่ะ
พญ. หลนิ มทนางกรู
ศลั ยแพทย์ : แพทยศาสตรบ์ ัณฑติ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั
ค�ำน�ำสำ� นักพิมพ์
A SUPERBLY ILLUSTRATED the human body atlas huthme anbody
INDISPENSABLE REFERENCE atlas
TO THE HUMAN BODY
AND HOW IT WORKS
The collaboration of a team of
international medical experts has
produced this informative and easy-to-
use book, detailing the human body
and how it works.
Divided into two sections, The Human
Body Atlas deals first with the body
systems—from the skeleton to the
skin—then looks at the body regions—
from the head to the hips, legs, and
feet, providing a comprehensive and
fascinating reference to all the body’s
systems and regions.
ISBN-13: 978-0-7858-3505-9 HOW THE HUMAN
GP-HBA2_128361-PLC-Book Sales-US_2018 reprint.indd 1 BODY WORKS
PROFESSOR KEN ASHWELL BMEDSC, MBBS, PHD
29/11/2018 14:22
หนงั สือ “แผนทรี่ า่ งกายมนุษย์ (The Human Body Atlas)” อนั ประณตี
และงดงามเล่มน้ี เขยี นขึ้นโดย ศาสตราจารย์ เคน แอชเวลล์ (วทิ ยาศาสตร์
การแพทย์, แพทยศาสตร์-ศัลยศาสตร์, ดุษฎีบัณฑิต) และคณะผู้เชี่ยวชาญ
ทางการแพทยน์ านาชาติ ทำ� ให้เรอื่ งของรา่ งกายมนษุ ยอ์ นั ซบั ซอ้ นและยากแก่
การเขา้ ถงึ นกี้ ระจา่ งขน้ึ มาทนั ที โดยผอู้ า่ นจะไดท้ ราบวา่ อวยั วะตา่ งๆ นนั้ มหี นา้ ตา
อย่างไร และมกี ารทำ� งานอยา่ งไร
หนงั สอื เลม่ นเี้ ปน็ หนงั สอื ทง่ี า่ ยตอ่ การใชง้ าน โดยใหร้ ายละเอยี ดและการ
ทำ� งานของรา่ งกายมนษุ ยอ์ ยา่ งละเอยี ด ซงึ่ ในเนอ้ื หาหนงั สอื เลม่ นจี้ ะแบง่ ออกเปน็
2 ส่วน คอื
1. ระบบร่างกาย ท่ีอธบิ ายระบบตา่ งๆ ในรา่ งกาย ต้ังแตก่ ระดูกจนถึง
ผิวหนัง
2. ส่วนของร่างกาย ท่ีเจาะลึกถึงส่วนต่างๆ ในร่างกาย ต้ังแต่ศีรษะ
ถึงสะโพก ขา และเท้า โดยให้รายละเอียดทั้งหมดของร่างกายอย่างน่าท่ึงและ
เข้าใจง่าย
แผนทร่ี า่ งกายมนษุ ย์ เปน็ หนงั สอื ทเี่ ขา้ ใจงา่ ยตอ่ การใชง้ าน ทใี่ หร้ ายละเอยี ด
และการทำ� งานของร่างกายมนษุ ยค์ รบถว้ นอยา่ งสบรุ ณ์ หนังสอื เลม่ นม้ี ชี ่อื เสยี งเป็นท่ี
รูจ้ กั กันไปท่วั โลกเมอื่ คร้งั พิมพ์กบั ส�ำนักพิมพ์ National Geographic มาแลว้
ทางคณะผจู้ ดั ทำ� มคี วามภมู ใิ จเปน็ อยา่ งยงิ่ ทไี่ ดน้ ำ� หนงั สอื อนั ทรงคณุ คา่
เลม่ นมี้ าจดั พมิ พเ์ ปน็ ภาคภาษาไทย โดยเนอื้ หาภายในเลม่ นไี้ ดแ้ สดงภาพสำ� หรบั
อธบิ ายรา่ งกายของมนษุ ยแ์ ละระบบการทำ� งานแตล่ ะสว่ นอยา่ งละเอยี ด ครบถว้ น
สมบูรณ์ ซึ่งจะเปน็ แหลง่ อา้ งอิงอนั ยอดเยย่ี มสำ� หรบั ผูส้ นใจได้เปน็ อย่างดี
ส�ำนกั พิมพ์แอร์โรว์
สารบัญ
บทน�ำ 9
ระบบรา่ งกาย 10
(The Body Systems)
ระบบโครงกระดกู 14
ระบบกลา้ มเน้อื 20
ระบบประสาท 24
ระบบประสาทอัตโนมตั ิ 28
ระบบไหลเวียนเลือด 30
ระบบน้�ำเหลอื งและภูมคิ ้มุ กัน 34
ระบบย่อยอาหาร 38
ระบบหายใจ 42
ระบบปสั สาวะ 46
ระบบสืบพนั ธุเ์ พศชาย 50
ระบบสืบพันธุ์เพศหญงิ 52
ระบบต่อมไร้ท่อ 54
ระบบผวิ หนัง 56
สว่ นของรา่ งกาย 58
(The Body Regions)
ศีรษะ 60
คอ 98
ล�ำตัว 106
อกและชอ่ งอก 116
ช่องท้อง 128
อวยั วะในระบบปัสสาวะและสบื พันธุ ์ 146
ไหล่ แขน และมือ 162
สะโพก ขา และเทา้ 172
วงจรชีวิตมนษุ ย ์ 182
Index 209
บทนำ�
ขณะที่คุณก�ำลังเปิดหนังสือเล่มน้ี ร่างกายของคุณก็ก�ำลัง
ท�ำงานอย่างหนัก ท้ังสูบฉดี เลอื ด หายใจ เคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ
และสง่ ขอ้ มลู ตา่ งๆ ไปใหส้ มอง องคป์ ระกอบตา่ งๆ ของรา่ งกาย
ไดร้ บั การออกแบบและถกู จดั วางไวใ้ นโครงสรา้ งทสี่ มบรู ณแ์ บบ
ซึ่งทำ� งานประสานกันอย่างหนักและตอ่ เน่ืองตลอด 24 ชั่วโมง
รา่ งกายของเราคอื การรวมตวั อยา่ งนา่ ทงึ่ ระหวา่ งการออกแบบ
วศิ วกรรมและการผลิต
เปา้ หมายหลกั ของหนงั สอื แผนทร่ี า่ งกายมนษุ ย์ เลม่ น้ี
คอื การนำ� เสนอรา่ งกายของมนษุ ย์ และแสดงใหเ้ หน็ วา่ มนั ทำ� งาน
อยา่ งไร โดยอธบิ ายเบอื้ งหลงั การทำ� งานแตล่ ะวนิ าทขี องทกุ ๆ วนั
ของอวยั วะแตล่ ะสว่ นในรา่ งกายของเรา ทดี่ ำ� เนนิ ไปเพอ่ื ใหเ้ รา
สามารถดำ� รงชวี ติ อยไู่ ดอ้ ยา่ งดที สี่ ดุ หนงั สอื เลม่ นเี้ ขยี นดว้ ยภาษา
ที่ใช้ในชีวติ ประจ�ำวนั โดยแสดงรายละเอียดของอวยั วะต่างๆ
ดว้ ยภาพวาดสสี นั สวยงาม ชว่ ยใหผ้ อู้ า่ นเขา้ ใจรา่ งกายมนษุ ยไ์ ด้
งา่ ยขน้ึ เนอ้ื หาในเลม่ แบง่ เปน็ 2 สว่ น คอื ระบบรา่ งกาย และ
สว่ นของรา่ งกาย เพอ่ื ใหง้ า่ ยตอ่ การหาขอ้ มลู ทอี่ า้ งองิ ถงึ กนั ใน
สว่ นแรกทสี่ ำ� คญั จะกลา่ วถงึ ‘ระบบรา่ งกาย’ ทค่ี รอบคลมุ
ระบบหลักตา่ งๆ บทบาทหนา้ ทขี่ องระบบเหลา่ นต้ี ่อการ
ดำ� รงอยขู่ องชวี ติ และสว่ นทสี่ อง จะกลา่ วถงึ อวยั วะแตล่ ะ
‘สว่ นของรา่ งกาย’ พรอ้ มภาพวาดแสดงขอ้ มลู ของอวยั วะ
กระดกู กลา้ มเนอ้ื เสน้ ประสาท และหลอดเลอื ด ทเ่ี ปน็
สว่ นประกอบอยใู่ นรา่ งกายแตล่ ะจดุ พรอ้ มคำ� บรรยาย
เกย่ี วกบั การทำ� งานรว่ มกนั
หนังสือ แผนที่ร่างกายมนุษย์
เป็นแหล่งข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
ทกุ วยั และเหมาะสำ� หรบั เปน็ หนงั สอื อา้ งองิ ใน
ครอบครวั หรือสำ� หรับบคุ คลทส่ี นใจเรยี นรู้
เพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั การทำ� งานอนั นา่ ทง่ึ ของ
รา่ งกายมนุษย์ หนงั สอื เล่มน้ใี ชภ้ าษาท่ี
เรียบง่ายตรงไปตรงมา พร้อมภาพ
วาดท่ีน่าต่ืนตาตื่นใจ เพ่ือให้มั่นใจ
ว่าการเรียนรู้และเข้าใจร่างกาย
ของมนุษย์และการท�ำงานของ
มนั จะเปน็ ประสบการณท์ มี่ คี า่
The
Body
Systems
ระบบรา่ งกาย
12 The Body Systems ระบบโครงกระดกู
(Skeletal system)
ระบบรา่ งกาย เป็นโครงข่ายทป่ี ระกอบ
เปน็ ตวั ร่างกาย โดย
(The Body Systems) แบ่งโครงกระดกู เป็น
2 ส่วน สว่ นแรกคอื
ระบบกล้ามเนอ้ื โครงกระดกู แกน
(Muscular system) ทรี่ วมกะโหลก
กลุม่ กล้ามเนอื้ ท่ีท�ำงาน สันหลงั ซโี่ ครง
ภายใตก้ ารควบคมุ ของ และสว่ นท่ีสอง
จติ ใจ คอื กลา้ มเนอื้ ลาย เป็นกระดูกอก
รา่ งกายของเรา กับส่วนโครงกระดูก
ประกอบดว้ ย ท่ีรวมรยางคช์ ่วงบน
กล้ามเนือ้ กว่า และชว่ งลา่ งไว้ในโครง
700 มดั คดิ เป็น กระดูกชุดน้ี
ร้อยละ 60 ของ
มวลรา่ งกาย ระบบต่อมไร้ท่อ
(Endocrine system)
ระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ ตอ่ มไรท้ อ่ หลงั่ ฮอรโ์ มนทค่ี วบคมุ การเจรญิ เตบิ โต
(Digestive system) (Respiratory system) การเผาผลาญอาหาร การเจรญิ เตบิ โตทางเพศ และ
ทำ� หนา้ ทย่ี ่อยอาหารให้ ทำ� หนา้ ท่แี ลกเปลี่ยนกา๊ ซ หนา้ ทีส่ ำ� คญั ตา่ งๆ ของรา่ งกาย ความแตกต่าง
เป็นโมเลกลุ ขนาดเลก็ คาร์บอนไดออกไซดท์ ี่สะสมอยใู่ นเลือด หลกั ของระบบตอ่ มไรท้ อ่ ของเพศชายและเพศหญงิ
และไม่ซับซอ้ น เพื่อให้ กับก๊าซออกซิเจนในทางเดนิ หายใจ คอื เพศชายมอี ณั ฑะเปน็ แหลง่ ผลติ ฮอรโ์ มน
ถูกดดู ซึมเขา้ รา่ งกายได้ อากาศทส่ี ดู เขา้ มาจะไปทป่ี อด เม่อื การ
และน�ำไปใช้เป็น แลกเปล่ียนก๊าซทง้ั สองชนิดเสรจ็ สน้ิ เทสโทสเตอโรน เพศหญงิ มี
ส่วนประกอบ คารบ์ อนไดออกไซด์ รงั ไขเ่ ปน็ แหลง่ ผลติ ฮอรโ์ มน
ของการ จะถูกขับออกไป
สร้างเซลล์ กบั ลมหายใจ เอสโตรเจนและ
ตา่ งๆ ออก โปรเจสเตอโรน
ระบบรา่ งกาย 13
ระบบไหลเวยี นเลอื ด ระบบประสาท ระบบน้�ำเหลือง/ระบบค้มุ กนั
(Circulatory system) (Nervous system) (Lymphatic/Immune system)
การไหลเวยี นของเลอื ดใน ระบบประสาทแบง่ ออกเป็นระบบ ระบบน�้ำเหลอื งทอดตัวไปตาม
รา่ งกาย แบง่ ออกเปน็ 2 สว่ น ประสาทสว่ นกลาง (สมองและ โครงขา่ ยของหลอดเลอื ดแดง
คือ วงจรการไหลเวียนทั่วกาย ไขสันหลงั ) และระบบประสาท และหลอดเลือดด�ำท่วั รา่ งกาย
และวงจรการไหลเวยี น ส่วนนอก (ระบบประสาททน่ี อก น�ำของเหลวทีอ่ ยู่ในช่องระหวา่ ง
ผ่านปอด โดยมหี วั ใจ เหนอื จากระบบประสาท เซลล์และเน้ือเยื่อตา่ งๆ กลบั ไปสู่
เป็นศูนยก์ ลาง ส่วนกลาง) ระบบ หัวใจ สารต่างๆ ของ
เช่อื มโยงทั้งสอง ประสาทจะประสาน ระบบน�้ำเหลืองหรือ
วงจร ซึ่งทำ� งาน การท�ำงานระหว่าง ระบบภูมคิ ้มุ กนั น้ี
ร่วมกนั เพ่อื ให้ การตอบสนอง ท�ำหนา้ ทคี่ ้นหา
ม่นั ใจว่าจะมี ของร่างกายกบั และก�ำจดั สิ่ง
ออกซิเจน ข้อมลู ทไี่ ด้ แปลกปลอม
เพียงพอท่ี รบั จาก ทบี่ กุ รุกเข้า
จะส่งไป อวยั วะ รา่ งกาย
หลอ่ เลีย้ ง ภายในร่างกาย
ท่ัวทุกสว่ น หรอื จาก
ของร่างกาย สงิ่ แวดลอ้ ม
ภายนอก
ระบบปสั สาวะ ระบบสืบพนั ธุ์
(Urinary system) (Reproductive system)
ระบบปสั สาวะ ท�ำหน้าที่รักษาปริมาณท่ีถกู ระบบสบื พนั ธุข์ องเพศชายประกอบดว้ ย
ตอ้ งของนำ�้ และอิเล็กโตรไลตใ์ นรา่ งกายให้ อัณฑะ ทอ่ นำ� อสุจิ ตอ่ มสรา้ งนำ้� เล้ยี งอสจุ ิ
คงไว้ กรองเลอื ด และขบั ของเสยี หรือสารที่มี ต่อมลูกหมาก และองคชาต สว่ นระบบ
ปริมาณมากเกินต้องการออกไปจากรา่ งกาย
สบื พนั ธข์ุ องเพศหญิงจะ
ระบบทางเดนิ ปสั สาวะ ประกอบดว้ ย รังไข่ ท่อ
ประกอบด้วย ไต นำ� ไข่ มดลูก
ช่องคลอด
ทอ่ ไต กระเพาะ และอวัยวะ
ปสั สาวะ และ เพศหญงิ
ท่อปสั สาวะ
14 The Body Systems
ระบบโครงกระดกู กระดกู หน้าผาก (Frontal bone) ดา้ นหน้า
กระดูกขา้ งกระหมอ่ ม
(The Skeletal System) (Parietal bone)
โดยทว่ั ไปจะแบง่ โครงกระดกู ออกเปน็ 2 สว่ น กระดูกขมบั เบา้ ตา (Orbit)
คอื โครงกระดูกแกน และโครงกระดูก (Temporal กระดูกจมูก (Nasal bone)
รยางค์ bone)
กระดูกขากรรไกรบน ฟนั บน (Upper teeth)
(Maxilla) ฟนั ลา่ ง (Lower teeth)
กระดูกสนั หลงั ส่วนคอ
(Cervical vertebra)
โครงกระดูกแกน กระดกู อ่อนเช่ือมกระดูกหนา้ อก (กMระaดnกูdขibาlกe)รรไกรลา่ ง
และซี่โครง (Costal cartilage)
(The Axial Skeleton) กระดกู ไหปลาร้า
(Clavicle)
ประกอบดว้ ยกะโหลก แกนสนั หลงั ซโี่ ครง
และกระดกู อก กระดูกซ่ีโครงแท้ ก(Sรtะeดrnูกuอmก )
กะโหลก คือเปลือกส�ำหรับ (True rib)
ปกป้องสมองและอวัยวะรับความรู้สึก กระดกู สันหลงั (กHรuะmดูกeตruน้ sแ)ขน
ช่วงล่างของกะโหลกเป็นส่วนหน่ึงของ ชว่ งอก
โครงใบหน้า และส่วนฐานของกะโหลก ดา้ นขา้ ง (Thoracic กระ(ดTกูwซeี่โlfคthรงซrib่ที )ี่ 12 กระดกู
จะเชอื่ มตอ่ กบั กระดกู สนั หลงั คแู่ รก หรอื vertebra) ก(รIะliuดmูกเ)ชงิ กราน ปลายแขน
กระดูกคอ การประสานกันของกระดูก rเ(ซกFiทbรโ่ี aยีคะ)lมรดsงeกู กระดูกใต้ ส่วนนอก
ท้งั สองชิ้นนี้ท�ำให้เราศรี ษะผงกได้ ชอ่ ง กระเบนเหน็บ (Radius)
เปิดในกะโหลกเป็นส่วนของตา จมูก กระดกู สันหลังช่วงเอว (Sacrum)
หู และปาก กระดูกที่ประกอบกันเป็น (Lumbar กระดูกกน้ กบ กระด(bกูCoขan้อrepมsaอื )l
กะโหลก ผสานกันแบบเฉพาะเรียกว่า vertebra) (Coccyx)
รอยเยบ็ ซง่ึ กระดกู แตล่ ะชนิ้ เขา้ รอ่ งแบบ
สลกั และตรงึ แนน่ เขา้ ดว้ ยกนั ดว้ ยเนอื้ เยอ่ื ปุม่ กระดูก
เสน้ ใย แนวขวาง
กระดกู สนั หลงั จดั เปน็ หอคอยของ (Transverse
ซกี่ ระดกู ทเี่ รยี กวา่ สนั หลงั แตล่ ะซค่ี นั่ ดว้ ย process)
แผงกระดกู ออ่ นแบบเสน้ ใย เรยี กวา่ หมอน
รองกระดกู กระดกู สนั หลงั แตล่ ะซข่ี ยบั รอยต่อกระดกู กระดูกหวั หนา่ ว กระดูกปลาย
หวั หนา่ ว (Pubic bone) แขนสว่ นใน
(Symphysis (Ulna)
pubis) กระดกู รองนงั่
(Ischium) กระดกู ฝา่ มือ
(Metacarpal bone)
กระดูกนิว้ มือ
(Phalanges)
เคลอ่ื นตวั ไดจ้ ำ� กดั มาก แตจ่ ะเคลอ่ื นไหว กระดกู ตน้ ขา
ไดด้ มี ากเมอ่ื ขยบั ด้วยกนั ทงั้ แผง และ (Femur)
กระดกู สนั หลงั สามารถตรงึ อยนู่ งิ่ ไดเ้ ปน็ กระดูกสะบา้
อยา่ งดดี ว้ ยความชว่ ยเหลอื ของกลา้ มเนอ้ื (Patella)
หลงั เมอื่ ตอ้ งการยกสง่ิ ของตา่ งๆ กระดูกแข้ง (Tibia)
ซโ่ี ครงของกรงอก เชอ่ื มตอ่ กบั
กระดกู สนั หลงั ทด่ี า้ นหลงั โอบลอ้ มหวั ใจ
และปอดไว้ ซี่โครง 7 คู่แรก คอื ซ่ีโครง
แท้ ทเ่ี ชอ่ื มตอ่ กนั ดา้ นหนา้ ของกระดกู อก กระดูกนอ่ ง
(Fibula)
ซี่โครงสามซถ่ี ดั ลงมา เป็นซี่โครงเทยี ม ด้านหลัง กระดกู ขอ้ เท้า กระดกู ขอ้ เทา้ ช้ินใหญ่
คือ เช่ือมต่อกันเองแล้วจึงประสานกับ (Tarsal bones) (Talus)
ซี่โครงแท้ซ่ีสุดท้าย ส่วนซ่ีโครงอีกสอง
ซ่ีท่ีเหลือเป็นซี่โครงลอย คือ ไม่ได้ย่ืน กระดกู ฝา่ เทา้
(Metatarsal)
ออกมาจนถึงด้านหน้าล�ำตัว กระดกู น้ิวเทา้
(Phalanges)
โครงกระดกู รยางค์ ระบบโครงกระดูก 15
(The Appendicular Skeleton) กะโหลกศรษี ะ
(Skull)
กระดูกแขนและขารวมอยู่ในกระดูกกลุ่มน้ี รวมถึง กระดกู สนั หลัง
กระดกู โอบทรี่ วบกระดกู แขนและขาเขา้ มาเชอื่ มตอ่ (Spine)
กับโครงกระดูกแกน ซ่ึงได้แก่กระดูกโอบส่วน
ไหล่และกระดูกโอบส่วนเชิงกราน กระดูกแขน
ประกอบด้วย กระดูกตน้ แขน กระดกู ปลายแขน
สว่ นนอก และกระดกู ปลายแขนสว่ นใน กระดกู ขา
ไดแ้ ก่ กระดูกต้นขา กระดูกแข้ง และกระดกู นอ่ ง
ซงึ่ จัดเปน็ กระดูกทอ่ นยาว
กระดกู มอื และเทา้ มโี ครงสรา้ งคลา้ ยกนั คอื
นว้ิ มอื และนวิ้ เทา้ ตา่ งประกอบดว้ ยกระดกู 14 ชนิ้ ขอ้ มอื
มกี ระดกู 8 ชน้ิ ขอ้ เทา้ มกี ระดกู 7 ชน้ิ และในฝา่ มอื และ
ฝ่าเทา้ ต่างก็มกี ระดูก 5 ชิน้ เป็นส่วนประกอบ
เนอ่ื งจากรยางค์สว่ นล่างต้องรบั นำ�้
หนกั มากกวา่ กระดกู โอบสว่ นเชงิ กรานทเี่ ชอ่ื ม
ตอ่ กบั โครงกระดกู แกนตรงขอ้ ตอ่ สะโพกกบั
เชิงกราน จัดเป็นข้อตอ่ ที่มีความยืดหยุ่น
นอ้ ย เมอื่ เทยี บกบั การเชอื่ มตอ่ ของกระดกู
โอบส่วนไหล่ ที่ใช้กล้ามเน้ือยึดเข้ากับ
กรงซโี่ ครง เพอ่ื ชว่ ยใหก้ ารเชอ่ื มตอ่ กบั
กระดูกไหปลารา้ มีความมนั่ คง
กระดกู ซีโ่ ครง
(Ribs)
กระดูกต้นขา
(Femur)
กระดกู เชงิ กราน
(Pelvis)
16 The Body Systems เอ็นยึดกระดูก กระดูกอ่อนข้อต่อบนผิวคลุมกระดูก
(Ligament) (Articular cartilage on articular surface)
กล้ามเน้ือ (Muscle)
เอ็นกล้ามเนื้อ กระดูกฟองน้�ำ
(Tendon) (Spongy bone)
ปลายของกระดูก เนอื้ เยื่อกระดูกฟองน�้ำ
(Epiphyseal line)
ลักษณะเป็นโพรงท่ีเกิดจากการมีช้ินกระดูก
กล้ามเน้ือ (Muscle) ขนาดเลก็ ซง่ึ มชี อ่ งแทรกอยทู่ วั่ ไปเปน็ โครงสรา้ ง
ทีเ่ บาแต่แขง็ แกร่ง
เอ็นกล้ามเน้ือ (Tendon)
กระดูกฟองน้�ำ แขนงของหลอดเลือดแดงที่น�ำส่งสาร ช้ันท่ีเรียงตัวเป็นวง
(Spongy อาหาร (Branch of nutrient artery) ร่องตามแนวยาวในกระดูก (Concentric lamellae)
bone) โพรงไขกระดูก (Marrow cavity) เป็นทางเดินของหลอดเลือด
แดงและหลอดเลือดด�ำ เส้นเลือดแดงใน
ไขกระดูก (Haversian canal เย่ือหุ้มกระดูก
(Bone marrow) with artery and vein) (Periosteal artery)
ชิ้นกระดูกขนาดเล็กของกระดูกฟองน้�ำ
กระดูกทึบ (Trabeculae of spongy bone) เส้นเลือดด�ำ
(Cortical bone) ในเยื่อหุ้ม
เย่ือหุ้มกระดูกแข็ง กระดูก
เยื่อหุ้มกระดูก ด้านใน (Periosteal
(Periosteum)
(Endosteum) vein)
เย่ือหุ้มกระดูก
(Inner
circumferential
lamella)
ร่องตามแนวต้ังในกระดูก
(Volkmann‘s canal)
เนื้อเย่ือที่แทรกระหว่าง ร่องตามแนวตั้งในกระดูก
ร่องแนวยาว (Volkmann’s canal)
(Interstitial lamellae) เนื้อเยื่อกระดูกชั้นนอก
ชนิดเรียงตัวเป็นช้ัน
(Outer circumferential lamellae)
ร่องตามแนวยาวในกระดูก เป็นทางเดินของหลอดเลือดแดงและหลอด
เลือดด�ำ (Haversian canal with artery and vein)
ระบบโครงกระดูก 17
โครงสร้างของกระดกู
(Bone Structure)
โครงกระดกู ประกอบดว้ ยกระดกู ซง่ึ เปน็
เนอ้ื เยอื่ แขง็ ทปี่ ระกอบดว้ ยแคลเซยี มจำ� นวน
มาก ทำ� ใหม้ นั แขง็ แรงทงั้ ทมี่ ลี กั ษณะเหมอื น
จะเปราะหกั งา่ ย เนอ้ื กระดกู ในโครงกระดกู
เปน็ โครงขา่ ยลอ้ มรอบอวยั วะภายในทบี่ อบบาง
เป็นจุดเชื่อมต่อของกล้ามเนื้อ และมี
ไขกระดกู ทเี่ ปน็ แหลง่ สรา้ งเมด็ เลอื ดแดง
กระดกู ยาวคอื แกนกลางทมี่ ลี กั ษณะ
เป็นท่อนหรือก้านยาว (diaphysis) โดย
มีสว่ นปลายกลม (Epiphyses) ผวิ ด้านนอก
ของกระดกู หมุ้ ดว้ ยเยอื่ หมุ้ ทม่ี เี สน้ ประสาทและหลอดเลอื ด
มาหลอ่ เล้ียงกระดูก และเยอ่ื หุ้มผิวกระดกู ท้งั หมด ยกเว้นบริเวณผิวขอ้ ตอ่
ซง่ึ มกี ระดกู ออ่ นปกคลมุ อยู่
กระดกู ประกอบดว้ ยเซลลเ์ รยี งตวั เปน็ แมทรกิ ซ์ (Matrix) เซลลเ์ หลา่ นี้
ทำ� หนา้ ทหี่ ลายประการ รวมทง้ั การสรา้ งเนอ้ื เยอื่ กระดกู และรกั ษาเนอื้ เยอื่ กระดกู
ใหค้ งอยู่ องคป์ ระกอบหลกั ของแมทรกิ ซค์ อื เกลอื ของแรธ่ าตทุ ท่ี ำ� ใหเ้ กดิ ความ
แข็ง และคอลลาเจนกบั เสน้ ใยที่เสรมิ ความแข็งแรง
การสร้างกระดูก (Bone formation) การเตมิ โตของกระดกู
(Bone growth)
(a) กระดกู เจรญิ เติบโตในแนวกว้าง กระดกู ทีง่ อกใหม่จะเสมือนเป็น
ขอบของกระดกู
(b) ขอบกระดูกท่เี กดิ ขึ้นจะค่อยq หุ้มหลอดเลอื ดเขา้ มาทลี ะน้อย
(c) เม่ือมีขอบกระดูกเกดิ มากขนึ้ ช่องว่างรอบหลอดเลือดจะนอ้ ยลง
(d) ในทีส่ ดุ จะเกิดแกนกระดูก
(เPยeอื่ rหioุม้ sกtรeะuดmูก) ขอ(Rบiกdรgะeด) ูก การเจริญเตบิ โตของกระดกู
a หลอดเลอื ดแดง b แ(Nกeนwกรoะsดtกู eใoหnม)่ (Bone Growth)
(Artery) d
การเกดิ ของกระดูกเริม่ มาจากกระดกู ออ่ น ซึง่ เกิดข้นึ ต้ังแต่
c ตอนท่ีเป็นตัวอ่อนในครรภ์ เม่ือแรกเกิด ขบวนการสร้าง
กระดกู (การพฒั นากระดกู ) สว่ นใหญจ่ ะเกดิ การเปลย่ี นแปลง
มาจากกระดูกอ่อนท่ีเปน็ กระดกู ด้ังเดมิ หลังจากนั้นกระดกู
ยาวจะเป็นจดุ ศนู ย์กลางของการพัฒนากระดูกรนุ่ ใหม่ โดย
การเจริญเติบโตจะเกิดข้ึนตรงส่วนปลายและส่วนก้าน ใน
ระหว่างการพัฒนากระดูกท่ีท�ำให้กระดูกมีความแข็งข้ึน
จะเกิดช้ันของกระดูกอ่อน ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นขยายตัว
แผ่จากตัวกระดูกไปส่วนปลายกระดูก จนกว่ากระดูกอ่อน
ทง้ั หมดจะเป็นกระดกู แขง็
18 The Body Systems
ข้อตอ่ กระดูกตน้ แขน (Humerus)
(Joints) แนวเวา้ (ของกระดูกท่อนแขน)
(Trochlea (of humerus))
เมื่อใดก็ตามท่ีเราเคล่ือนไหว หมุน ก้ม สว่ นหัวของกระดกู ส่วนทอ่ นนอก
หรือบิดตัว ข้อต่อจะมีส่วนเก่ียวข้องกับ (Head of radius)
การเคลอื่ นไหวดงั กลา่ วดว้ ย จดุ ทกี่ ระดกู กระดูกแขนสว่ นนอก
2 ชนิ้ มาเชอ่ื มตอ่ กนั เรยี กวา่ ขอ้ ตอ่ ยกเวน้ (Radius)
ท่ีกะโหลกซ่ึงจุดเช่ือมต่อของกระดูกจะ
มีชื่อเรียกเฉพาะว่า รอยประสาน โดย ข้อต่อแบบบานพบั (Hinge joint) ปุ่มปลายศอก ส่วนคอของกระดูก
กระดูกแต่ละช้ินของกะโหลกศีรษะจะ (Olecranon) แขนส่วนนอก
ถูกจัดเรียงอย่างม่ันคงแบบไม่สามารถ เคลอื่ นไหวไดร้ ะนาบเดียวเท่าน้นั
ขยบั เขยอื้ นได้ และมเี นอื้ เยอ่ื เสน้ ใยเสรมิ ขอ้ ต่อบานพบั ท�ำใหร้ า่ งกายสามารถ (Neck of radius)
ความแขง็ แรงของรอยประสานด้วย งอและเหยียดขอ้ ศอกได้
ทั่วร่างกายของเรามีข้อต่อที่ จะงอยของกระดูกปลายแขนทอ่ นใน
เคลอ่ื นไหวไดห้ ลายชนดิ ไดแ้ ก่ แบบลกู กลม (Coronoid process) กระดกู ปลายแขน
และเบา้ แบบบานพบั แบบเลอ่ื น แบบวงรี สว่ นใน (Ulna)
แบบเดอื ยหมนุ และแบบอานมา้ ข้อต่อ
เหลา่ นท้ี ำ� ใหร้ า่ งกายสามารถเคลอ่ื นไหว ส่วนหัวของกระดูกต้นขา เบ้าหัว
ได้หลากหลายรูปแบบ โดยข้อต่อแบบ (Head of femur) กระดูกต้นขา
ลูกกลมและเบ้าเป็นข้อต่อชนิดที่ท�ำให้ (Acetabular
เกิดการเคลื่อนไหวได้กว้างท่ีสุด ข้อต่อ ขอ้ ต่อแบบลูกกลมและเบ้า fossa)
บางชนิด เช่น ข้อต่อบริเวณด้านหน้า (Ball-and-socket joint)
เชงิ กรานจะเคลอื่ นไหวได้เพยี งเลก็ นอ้ ย เอ็นยึดกระดูกส่วนหัวของกระดูกต้นขา
เท่านั้น เพราะเชื่อมต่ออยู่กับชั้นของ ข้อต่อแบบน้ีท�ำให้ร่างกายเคล่ือนไหว (Ligament of head of femur)
กระดกู ออ่ นและยงั ถกู ตรงึ ไวด้ ว้ ยเอน็ ยดึ ได้มากแบบกว่าข้อต่อแบบอื่นๆ เบ้าที่
กระดกู แบบเป็นเส้นใย มีลักษณะคล้ายถ้วย จะเป็นที่รองรับ
ผิวหน้าของข้อต่อซีนโนเวียล สว่ นปลายทม่ี ลี กั ษณะกลมของกระดกู
(synovial joints) ปกคลุมดว้ ยกระดูก
อ่อนผิวเรียบ และล้อมรอบด้วยปลอกที่ อีกช้นิ หน่งึ
กรดุ ว้ ยเยอ่ื ซนี โนเวยี ล (synovial mem-
brane) ซงึ่ จะผลติ ของเหลวสำ� หรบั หลอ่ ลนื่ กระดูกสันหลัง ข้อต่อแบบเดือยหมุน
ข้อต่อ ท�ำให้การเคล่ือนไหวเป็นไปได้ แอทลาส (Pivot joint)
อยา่ งราบเรยี บ ปราศจากแรงเสียดทาน (Atlas)
เอ็นยึดกระดูกคือส่วนท่ีช่วย
ท�ำให้ข้อต่อแข็งแรงยิ่งข้ึน และป้องกัน ข้อตอ่ แบบเดอื ยหมนุ กระดูกสันหลังแอกซิส
ไม่ให้มีการเคล่ือนไหวมากเกินไป ส่วน (Axis)
ใหญแ่ ลว้ บรเิ วณผวิ หนา้ กระดกู ทเี่ ชอื่ มตอ่ (Pivot joint)
กนั มกั มลี กั ษณะทที่ ำ� ใหเ้ มอื่ เชอ่ื มตอ่ กนั
แล้ว จะเคล่อื นไหวไดม้ ากกวา่ หนงึ่ แบบ จุดเชื่อมต่อของซ่ีกระดูกสันหลังส่วนคอ
เช่น ข้อศอก ซง่ึ มีท้งั ข้อตอ่ แบบบานพับ ชนิ้ แรกและชน้ิ ทสี่ อง ทำ� ใหค้ อหมนุ ไปมา
และแบบเดอื ยหมนุ ไดบ้ างสว่ น รจู้ กั กนั ในชอ่ื ขอ้ ตอ่ เดอื ยหมนุ
ระบบโครงกระดกู 19
ข้อต่อแบบเล่ือน (Gliding joint) ข้อต่อแบบเลื่อน กระดูกฝา่ มือ
(Gliding joints) (Carpal bones)
ของเหลวซีนโนเวียลในข้อต่อนี้ ท�ำให้กระดูก กระดกู แขนท่อน
ท่ีเช่ือมต่อกันสามารถเล่ือนข้ามกันไปมาได้ใน
ระยะทางจ�ำกัด ปลายดา้ นใน
(Ulna)
กระดกู แขนท่อนปลายดา้ นใน
(Radius)
กระดกู นิ้วหัวแม่มือ
(Metacarpal bone of thumb)
ขอ้ ตอ่ แบบอานมา้ (Saddle joint) ข้อตอ่ แบบอานม้า
(Saddle joint)
ขอ้ ตอ่ แบบอานมา้ ทำ� ใหส้ ามารถเคลอื่ นไหวไดส้ องทศิ ทาง
มากเกือบเท่ากับแบบลกู กลมและเบา้ กระดกู ขอ้ มอื
(Trapezium)
ข้อต่อแบบวงรี
(Ellipsoidal joint)
กระดกู แขนสว่ นปลาย
ดา้ นใน (Ulna)
ขอ้ ตอ่ แบบวงรี (Ellipsoidal joint) กระดกู ขอ้ มอื รปู เรอื
(Scaphoid)
ข้อต่อแบบนี้ท�ำให้สามารถเคล่ือนไหวได้สองทิศทาง
เช่นการเคลอื่ นไหวของขอ้ มอื กระดกู แขนสว่ นปลาย
ดา้ นนอก (Radius)
20 The Body Systems
ระบบกล้ามเนื้อ กลา้ มเนือ้ หน้าผาก (Frontalis) ดา้ นหนา้
กล้ามเนื้อขมบั (Temporalis)
(The Muscular กลา้ มเนอื้ ทา้ ยทอย (Occipitalis) กลา้ มเน้อื ออบิคูลาริส ออคิวไล
System) กลา้ มเนอื้ โหนกแกม้ มัดใหญ่ (Orbicularis oculi)
(Zygomaticus major) กล้ามเน้อื ลีเวเตอร์ เลบิไอ ซพู ีเรยี ออริส
(Levator labii superioris)
กล้ามเนอื้ แมสซีเตอร์ (Masseter)
การเคลอื่ นไหวทกุ อยา่ งของ กล้ามเนื้อดเี พรสเซอร์ แองกไู ล ออรสิ กลา้ มเน้ือออบิคลู ารสิ ออรสิ
รา่ งกายจ�ำเปน็ ตอ้ งใชก้ าร (Depressor anguli oris) (Orbicularis oris)
ทำ� งานของกลา้ มเนอื้ ซงึ่ ทำ� งาน กล้ามเนอ้ื สเตอโนไฮออยด์
(Sternohyoid) กล้ามเนอ้ื ทราพเี ซยี ส (Trapezius)
กลา้ มเนอื้ ทราพีเซยี ส (Trapezius) กล้ามเนือ้ หน้าอกสว่ นบน
(Pectoralis major)
ตามคำ� สงั่ การจากสมอง แมข้ ณะ กลา้ มเนอ้ื สเตอรโ์ น
ทเี่ ราอยนู่ งิ่ กลา้ มเนอื้ ของเรากย็ งั ไคลโดมาสตอยด์ กลา้ มเนื้อเดลทอยด์ (Deltoid)
คงทำ� งาน เพอ่ื ใหโ้ ครงกระดกู ของ (Sternocleido-
ชดุ กล้ามเน้อื ท้อง (6 มดั )
mastoid) (Rectus abdominis)
กลา้ มเนื้อข้างลำ� ตวั ดา้ นนอก
รา่ งกายคงตวั อยไู่ ด้ การทำ� งานของ กล้ามเน้อื เซอร์ราตสั
กลา้ มเนอ้ื มตี ง้ั แตก่ ารกระตกุ เพยี ง แอนทเี รยี ร์ (External oblique)
เลก็ นอ้ ยไปจนถงึ การประสานกนั กล้ามเนอ้ื ไบเซ็ปสข์ องต้นแขน
(Serratus anterior)
(Biceps brachii)
ของกลา้ มเนอ้ื ในระบบการหายใจ เส้นเอน็ ของกล้ามเนอื้ กลา้ มเนื้อต้นแขน
เหลา่ นลี้ ว้ นเปน็ พลงั การทำ� งานของ ไบเซ็ปสข์ องต้นแขน
(Tendon of (Brachialis)
กล้ามเน้ือต้นแขน
ส่วนปลาย
(Brachioradialis)
ระบบกลา้ มเนอื้ ทง้ั สนิ้ biceps brachii) กลา้ มเน้ือ เอน็ ของกลา้ มเนอื้
ด้านขา้ ง ระบบกลา้ มเนอื้ ประกอบ กล้ามเน้อื ต้นแขน ไตรเซป็ ส์ เฟลกเซอร์ คารไ์ พ-
ส่วนปลาย เบรคิไอ อลั นารสิ (Tendon
ดว้ ยระบบกลา้ มเนอ้ื ลาย ซง่ึ (Brachioradialis) แผ่นเอน็ (Triceps
กลา้ มเน้ือ ไบซปิ ิตัล brachii) of flexor carpi
หมายถงึ กลา้ มเนอ้ื ทตี่ วั เรา ปาลม์ ารสิ (Bicipital ulnaris)
ลองกสั aponeurosis) พงั ผดื ขาหนบี กลา้ มเนอ้ื เฟลกเซอร์
กล้ามเนื้อ (Inguinal
แอบดกั เตอร์ ligament) ดจิ ทิ อรมุ ซเุ ปอร์
พอลิซิส เบรวสิ ฟเิ ชยี ลสิ (Flexor
(Abductor digitorum
pollicis superficialis)
สามารถควบคมุ ได้ และ (Palmaris brevis) กลา้ มเน้ือขา้ งสะโพก
กลา้ มเนอื้ อกี 2 ชนดิ คอื longus) (Tensor fasciae
กล้ามเน้ือฝา่ มือดา้ น latae)
โคนหวั แมม่ ือ กล้ามเน้อื อิลิอะคัส
กลา้ มเนอ้ื หวั ใจ ซงึ่ พบเฉพาะ (Thenar (Iliacus)
ทห่ี วั ใจ และกลา้ มเนอ้ื เรยี บ ซง่ึ muscles) กลา้ มเน้ือบ้นั เอว
พบเฉพาะในอวยั วะภายใน (Psoas)
กลา้ มเนอื้ ฝ่ามือด้านโคนนว้ิ กอ้ ย กล้ามเนอื้ ตน้ ขาด้านใน (Pectineus)
กล้ามเนือ้ แอดดกั เตอร์ ลองกัส
ตา่ งๆ เปน็ กลา้ มเนอ้ื ทอี่ ยู่ (Hypothenar muscles) กล้ามเนือ้ (Adductor longus)
นอกเหนอื การควบคมุ ของ กลา้ มเนอื้ สนั ใน (Iliopsoas) ต้นขาด้านใน แถบเอ็นกลา้ มเน้ือต้นขาด้านนอก
จติ ใจ แตค่ วบคมุ โดย (Gracilis) (Iliotibial tract)
กลา้ มเนือ้ ตน้ ขาด้านใน กล้ามเนอื้ เรกตัส ฟีมอรสิ
(Pectineus) สะบ้า (Rectus femoris)
กล้ามเน้อื หุบขา (Patella) กลา้ มเนือ้ แอดดกั เตอร์ แมกนัส
ระบบประสาทอตั โนมตั ิ (Adductor longus) (Adductor magnus)
กลา้ มเนอื้ แถบเอ็นกล้ามเนอ้ื ต้นขา กลา้ มเนือ้ น่อง
ด้านนอก (Iliotibial tract) (Gastrocnemius) กล้ามเนื้อตน้ ขาดา้ นขา้ ง
กล้ามเนือ้ หน้าแข้ง (Vastus lateralis)
ชนั้ ตา่ งๆ ครอบคลมุ แถบเอน็ กลา้ มเนือ้ ดา้ นหนา้ (Tibialis กลา้ มเน้อื ซาร์ทอเรยี ส (Sartorius)
รา่ งกายของเราอยู่ ต้นขาดา้ นนอก
ใตผ้ วิ หนงั เปน็ anterior) กลา้ มเนือ้ เหยยี ดเข่า
สงิ่ ทแี่ สดง (Peroneus longus) กลา้ มเนอื้ โซเลียส (Vastus medialis)
กล้ามเนอ้ื เหยียด
นิ้วหวั แมเ่ ท้า (Soleus) กล้ามเน้อื เหยียดเทา้
(Extensor (Peroneus longus)
hallucis
longus)
ความเปน็ สรรี ะ
ของเรา กลา้ มเนอื้ กลา้ มเน้ือเหยียดนวิ้ เท้า (ยกเวน้
ลายทำ� งาน 2 ลกั ษณะ คอื แถบกระชบั เอน็ ดา้ นบน น้วิ หัวแมเ่ ทา้ )
ทำ� ใหร้ า่ งกายสามารถงอ (Superior extensor (Extensor digitorum longus)
หรอื เหยยี ดตรง ยดื ตวั ขน้ึ
retinaculum) กระดูกแข้ง (Tibia) เอ็นกลา้ มเนอ้ื เหยยี ดนิ้ว
แถบกระชับเอน็ ดา้ นล่าง เอน็ กลา้ มเนอื้ เหยียดนิ้วหัวแม่เท้า เท้า (ยกเวน้ นิ้วหัวแม่เท้า)
(Tendons of extensor
(Inferior extensor (Tendon of extensor digitorum longus)
retinaculum) hallucis longus)
หรอื เอนตวั ลงยดื หรอื
หดตวั ได้
ด้านหลงั
ระบบกล้ามเน้อื 21
กลา้ มเนือ้ คอ กล้ามเน้ือขากรรไกร
(Neck muscles) (Jaw muscles)
รา่ งกายมนษุ ยม์ กี ลา้ มเนอ้ื รวมทง้ั หมด กล้ามเน้ือของชอ่ งทอ้ ง
มากกว่า 700 มัด ซ่ึงมีขนาดหลากหลาย (Muscles of the
และมนี ำ�้ หนกั รวมกนั เกอื บรอ้ ยละหกสบิ ของ abdominal cavity)
น้�ำหนักตัวของเรา กล้ามเน้ือเกือบท้ังหมด
มชี อ่ื เปน็ ภาษาละตนิ ทม่ี คี วามหมายถงึ รปู รา่ ง กล้ามเน้ือเท้า
แหล่งที่อยู่ และหน้าท่ีการท�ำงานของมัน (Foot muscles)
กล้ามเน้ือมัดใหญ่ท่ีสุดของร่างกายคือ
กล้ามเน้ือกลูเตียส แมกซิมัส (gluteus
maximus) ซึ่งอยู่ที่ก้น และกล้ามเน้ือ
มัดเล็กท่ีสุดคือ กล้ามเน้ือสเตพีเดียส
(stapedius) ซึ่งอยูท่ ห่ี ชู ้นั กลาง
กลา้ มเนอื้ จะมกี ารเรยี งตวั
เปน็ ชนั้ ๆ กลา้ มเนอ้ื ชน้ั ผวิ เรยี งตวั
อยใู่ กลพ้ นื้ ผวิ ของผวิ หนงั
ในขณะทก่ี ลา้ มเนอื้ ชน้ั ลกึ
ลงไปจะเรยี งตวั อยดู่ า้ นลา่ ง
ทำ� หนา้ ทป่ี อ้ งกนั อวยั วะ
ภายในและโครงสรา้ งรา่ งกาย
กลา้ มเนอื้ มกั ทำ� งาน
เป็นคู่ โดยแต่ละมัดจะท�ำงานต้านกับอีก
มดั หนง่ึ กลา้ มเนอื้ ทท่ี ำ� งานลกั ษณะนเ้ี รยี กวา่
ชนิดทำ� งานรว่ ม และทำ� งานตา้ น
เพือ่ ใหเ้ กิดการเคลือ่ นไหว
กล้ามเนอ้ื ตอ้ งใชอ้ อกซเิ จนและ
นำ้� ตาลกลโู คส ซง่ึ สารอาหารเหลา่ น้ี
กลา้ มเนอื้ ไดร้ บั มาจากโครงขา่ ยอนั
หนาแน่นของหลอดเลอื ดท่ีนำ� มา
หล่อเล้ียง นอกจากนี้กล้ามเน้ือยัง
มแี หลง่ เกบ็ กลโู คสเปน็ พลงั งานสำ� รอง
ด้วย โดยเกบ็ ไวใ้ นรูปไกลโคเจน กล้ามเนอ้ื อุ้งเชิงกราน
(Pelvic floor muscles)
22 The Body Systems
เนอื้ เยอื่ กล้ามเน้อื กลา้ มเนอ้ื หวั ใจ (Cardiac muscle)
(Muscle Tissue) การเคลอื่ นไหวอยา่ งเปน็ จงั หวะของกลา้ มเนอ้ื หวั ใจ ควบคมุ โดยตวั ให้
จังหวะตามธรรมชาติของหวั ใจ คือ ปมุ่ ไซโนเอเทรียล ซึง่ ถกู ควบคุม
กล้ามเนื้อ 3 ชนิด อันไดแ้ ก่ กล้ามเน้ือลาย กลา้ มเนือ้ เรียบ และ โดยระบบประสาทอัตโนมัตอิ ีกขน้ั หน่ึง
กล้ามเนือ้ หัวใจ มีโครงสร้างตา่ งกัน ดงั แสดงในภาพ กล้ามเนือ้
เหล่าน้ีท�ำหน้าท่ีต่างกัน จึงต้องมีองค์ประกอบให้เหมาะกับการ กลา้ มเนื้อลาย (Skeletal muscle)
ท�ำงาน กล้ามเนือ้ ลายและกลา้ มเนอื้ หัวใจนน้ั จะมีลกั ษณะเปน็ รว้ิ
ในขณะทีก่ ลา้ มเนอ้ื เรียบน้ันจะไมม่ ีลาย ถูกควบคุมโดยสมองและไขสันหลัง กล้ามเน้ือลายท�ำให้ร่างกาย
เคล่ือนไหวได้ พบได้บริเวณใต้ผิวหนัง กล้ามเน้ือลายและโครงข่าย
ชนิดของกลา้ มเน้อื กระดกู ช่วยใหร้ า่ งกายของเราเป็นรูปทรง
(Muscle Types) กลา้ มเนือ้ เรยี บ (Smooth muscle)
กล้ามเนื้อลายประกอบด้วยมัดของเส้นใยที่พันกันเป็นชั้นของ ระบบประสาทอัตโนมัติ ควบคุมการท�ำงานของกล้ามเน้ือเรียบ ซึ่ง
เน้อื เย่อื เกย่ี วพัน เสน้ ใยแตล่ ะมดั เรยี กวา่ ฟาสสิเคิล (fasicles) เป็นกล้ามเน้ือท่ีอยู่นอกเหนือการควบคุมของจิตใจ พบได้ในผิวหนัง
การจัดเรียงตัวของฟาสสิเคิล เป็นตัวก�ำหนดการท�ำงานของ หลอดเลือด ระบบสบื พันธ์ุ และระบบย่อยอาหาร
กล้ามเนื้อ แม้ขนาดและลักษณะของฟาสสิเคิลจะต่างกันตาม
หน้าทข่ี องกล้ามเนอ้ื แต่ฟาสสิเคิลในกล้ามเนื้อลายสว่ นใหญ่มัก ชนดิ ของกลา้ มเนื้อ (Muscle type)
เรียงตัวขนานกัน อวัยวะต่างๆ จ�ำเป็นต้องมีกล้ามเนื้อค�้ำจุนไว้
ฟาสสิเคิลของเน้ือเย่ือชนิดอ่อนสานตัวกันอยู่เป็นร่างแห การ อาจแบง่ กลา้ มเนอื้ ตามรปู รา่ งโดยทว่ั ไป และการจดั เรยี งตวั ของเสน้ ใย
จัดเรียงตัวของฟาสสิเคิลในลักษณะเป็นวงพบได้ท่ีกล้ามเนื้อ จะบอกใหร้ วู้ ่ากลา้ มเน้ือน้นั ทำ� งานอยา่ งไร กลา้ มเนื้อทต่ี ้องใชใ้ นการ
วงแหวน ซ่งึ ท�ำหน้าท่เี ป็นกลา้ มเนอื้ สำ� หรบั เปดิ -ปิดช่องทางเข้า เคลอื่ นไหวของกระดกู จะมเี สน้ ใยเรยี งตวั ไปในทศิ ทางเดยี วกบั กระดกู
ออกหลกั ของร่างกาย กลา้ มเนอื้ ทจ่ี ำ� เปน็ สำ� หรบั การพยงุ เนอื้ เยอ่ื ชนดิ ออ่ น จะมกี ารจดั เรยี ง
เส้นใยเป็นลักษณะสอด-ขัดทับกันไปมา กล้ามเน้ือวงแหวนจ�ำเป็น
โครงสร้างจุลภาคของเส้นใยกลา้ มเน้อื สำ� หรบั การเปดิ และปดิ ชอ่ งทางตา่ งๆ เชน่ ทรี่ ทู วารหนกั หรอื ทอ่ ปสั สาวะ
โดยมีการจัดเรียงตัวของเส้นใยในลักษณะเป็นวง
(Muscle Fiber Microstructure)
กลา้ มเนอ้ื ประกอบดว้ ยมดั ของเสน้ ใยทเี่ รยี กวา่ ฟาสสเิ คลิ (fasicles)
และฟาสสเิ คลิ แตล่ ะมดั ประกอบดว้ ยเสน้ ใยฝอย (myofibrils) ซงึ่
เสน้ ใยฝอยแตล่ ะเสน้ ประกอบดว้ ยเสน้ ใยไมโอฟลิ าเมนท์ (myo-
filaments) ท่ีมที ้ังชนิดหนาและบาง เม่ือมคี ำ� สง่ั ส่งมาจากสมอง
เสน้ ประสาทจะกระตนุ้ ใหเ้ สน้ ไมโอซนิ (myosin) ซง่ึ อยใู่ นเสน้ ใย
ไมโอฟลิ าเมนทช์ นดิ หนาสอดตวั เขา้ ลอ็ กกบั เสน้ แอคตนิ (actin) ใน
เสน้ ใยไมโอฟลิ าเมนทช์ นดิ บาง ทำ� ใหเ้ กดิ การหดตวั ของกลา้ มเนอื้
และเมอื่ กลา้ มเนอ้ื คลายตวั การสอดประสานกนั จะหลดุ ออก และ
เสน้ ใยไมโอฟลิ าเมนทจ์ ะกลับสู่ตำ� แหน่งเดมิ
โครงสร้างของเส้นใยกล้ามเนื้อ เส้นใย ส่เี หลยี่ ม แผน่ แผ่น ไขว้ สามเหล่ยี ม
กล้ามเน้ือเป็นเซลยาวๆ ที่บรรจุเส้นใย
เลก็ ๆ ที่ทำ� จากเสน้ ใยฝอย (myofibrils)
โดยในแตล่ ะเสน้ ใยฝอยมที ง้ั โปรตนี เสน้ ใย
ไบโอตินและเสน้ ใยแอคตนิ
มดั หาง ขนนกแกนเดียว ขนนกสองแกน ขนนกหลายแกน
กล้ามเนื้อช้นั ลึก กล้ามเน้อื ชนั้ ตน้ื กลา้ มเน้ือชั้นตื้น ระบบกล้ามเน้ือ 23
(Deep muscles) (Surface muscles) (Surface muscles)
กลา้ มเนือ้ ช้นั ลึก
กลา้ มเนอ้ื ขมบั (Temporalis) กล้ามเน้อื หน้าผาก (Frontalis) (Deep muscles)
กลา้ มเนือ้ บคั ซิเนเตอร์
(Buccinator) กลา้ มเน้ือโหนกแกม้ มัดใหญ่ กลา้ มเนื้อ(Tทrรaาpพeเีzซiuียsส) กลา้ มเนอื้ รอมบอยด์ ไมเนอร์
กล้ามเนอ้ื ดา้ นในตน้ แขน (Zygomaticus major) กลา้ มเน้ือเดลทอยด์ (Rhomboid minor)
(Coracobrachialis) กล้ามเน้อื รอมบอยด์ เมเจอร์
ก(bLลico้าenมpgเsนh้อื beตraa้นdcแhขoiiนf) มดั ยาว กล้ามเน้ือทราพีเซียส (Deltoid) (Rhomboid major)
กลา้ มเนอ้ื ต้นแขนมัดส้ัน (Trapezius) กล้ามเนือ้ หวั ไหล่ด้านหลงั
(Short head of กล้ามเนื้อหนา้ อกมัดใหญ่ (สว่ นอก (Infraspinatus)
biceps brachii) และซ่ีโครง) (Pectoralis major กล้ามเนอื้ อเี รก็ เตอร์
กล้ามเนอื้ หนา้ อกมดั เล็ก (sternocostal part)) สไปนี (Erector
(Pectoralis minor) spinae muscle)
กลา้ มเน้อื เดลทอยด์ (Deltoid) ก(Tลrา้ icมeเนps้ือไตbเrรบaเรซcคhป็ ิไiสอi)์
กลา้ มเนือ้ ต้นแขน กลา้ มเนื้อ
สว่ นปลาย กลา้ มเนื้อหนา้ อกมดั ใหญ่ ข้างลำ� ตัว
(สว่ นแนวไหปลารา้ ) เอน็ ของกล้ามเน้อื มัดใน
(Brachioradialis) (Pectoralis major ไตรเซป็ ส์ เบรคไิ อ (Internal
กล้ามเนือ้ (clavicular part)) oblique)
ขา้ งล�ำตัว (Tendon of mก(Gแมลinกl้าดั ui้มมmเtลeกเuนก็uน้ sอ้ืs)
มัดใน triceps brachii) กล้ามเน้อื แกม้
(Internal กลา้ มเนื้อไบเซป็ ส์ ก้น
oblique) ของต้นแขน มัดกลาง
(Biceps brachii) กล้ามเนื้อหลงั (Gluteus
กล้ามเนือ้ ด้านลา่ ง medius)
หน้าท้อง กลา้ มเนือ้ ไตรเซ็ปส์ (Latissimus กลา้ มเนือ้ แอดดกั เตอร์
(Transversus เบรคิไอ (Triceps dorsi) แมกนสั (Adductor
abdominis) brachii) magnus)
กลา้ (มPเeนcือ้ tเinพeกuตsิเ)นียส ช(Rดุ eกcลt้าuมsเนab้ือทdo้อmง i(n6is)มัด) กลา้ มเนอ้ื ต้นขา
ด้านใน (Gracilis)
แ(Aอdดdดกuักลcเา้ตtoมอrเรน์bอ้ืเrบeรvวisิส) fขก(aTล้าseงา้ cnสมisaะเoeนโrพื้อlกatae) ก(ขEล้าxงา้ tลมe�ำเrนnตaวัือ้ lมดัoนblอiqกue) กลา้ มเน้ือ
(Vaกsอลtินu้าsเมทเiอนnรอ้ืteม์ วrเีาmดสียeตสdัสius) กล้ามเน้ือ แกม้ ก้น (กFลleา้ xมoเนr อ้ื hงaอllเuทc้าis longus)
เพกติเนียส มดั ใหญ่ กล้ามเน้ือแขง้ ด้านหลัง
กล้ามเน้อื เหยยี ดเท้า (Pectineus) (Gluteus (Tibialis posterior)
(Peroneus longus) กลา้ มเนือ้ งอนิว้ เทา้
maximus) (Flexor digitorum
longus)
กลา้ มเนอ้ื ตน้ ขา กลา้ มเนื้อเซมเิ ทนดิโนซสั
ดา้ นใน (Gracilis) (Semitendinosus)
กลา้ มเนื้อซารท์ อเรยี ส
(Sartorius) กลา้ มเนื้อเซมเิ มมบราโนซัส
กลา้ มเนอ้ื เรกตสั ฟีมอริส (Semimembranosus)
(Rectus femoris)
กล้ามเนื้อตน้ ขาดา้ นข้าง ส(ว่ Lgนaaขtseา้กtrงลraดoา้lา้cมhนnเeeนบamื้อนdนขiuอ่อosงง)f
(Vastus lateralis) กล้ามเนือ้ โซเลียส
กลา้ มเนื้อเหยียดเข่า (สอดอยใู่ นเอน็ รอ้ ยหวาย)
(Vastus medialis) (Soleus (inserting into
calcaneal tendon))
กลา้ มเน้อื น่อง
(Gastrocnemius)
กลา้ มเนอ้ื แข้งดา้ นหน้า
(Tibialis anterior)
กล้ามเน้อื เหยยี ดนวิ้ เท้า
(ยกเว้นนิ้วหัวแมเ่ ท้า)
(Extensor digitorum
longus)
ภาพกลา้ มเนือ้ ดา้ นหนา้ ภาพกลา้ มเน้อื ดา้ นหลงั
เกลยี วบดิ เกลยี วพาด แผง กระสวย สองปลาย สามปลาย ส่ีปลาย สองลอน วงแหวน
24 The Body Systems
ระบบประสาท
(The Nervous System)
ระบบประสาทส่วนกลาง (CNS) ประกอบดว้ ย สมองและไขสันหลงั ทำ� หน้าท่ีควบคมุ การรบั ความ
ร้สู กึ และสัง่ การของร่างกาย
สมองมนี ำ�้ หนักประมาณ 3 ปอนด์ (1.4 กิโลกรัม) บรรจุอยใู่ นสิ่งปอ้ งกันท่แี ข็งแรง
คือกะโหลก ผิวของเนื้อสมองมีลักษณะขรุขระเป็นสันนูนและเป็นร่องลึก ส่วนท่ีเป็นสัน
หรือรอยนูนเรียกว่า ไจไร (gyri) และร่องต้นื เรยี กวา่ ซลั ไค (sulci) ร่องเหลา่ นชี้ ว่ ยแบง่
กลีบหลายกลีบของเซรีบรัม (cerebrum) ซึ่งเป็นส่วนท่ีใหญ่ท่ีสุดของสมอง กลีบสมอง
เปรียบเสมือนห้องเคร่ืองยนต์ท่ีท�ำงานกับข้อมูลของกระบวนการรับความรู้สึกและการ
สั่งการ สมองยังมีเส้นกลางท่ีแบ่งสมองออกเป็น 2 ซีก คือ ซีกซ้ายและซีกขวา โดย
สมองซกี ซา้ ยควบคมุ ร่างกายด้านขวา และสมองซกี ขวาควบคมุ รา่ งกายด้านซา้ ย
ส่วนที่เหลอื ของสมองประกอบดว้ ย สว่ นซีรเี บลลัม (cerebellum) และกา้ น
สมอง (brainstem) ซงึ่ เชอื่ มตอ่ กบั โครงขา่ ยของเซลลป์ ระสาทในไขสนั หลงั เปน็ ระบบ
ประสาทสว่ นกลางโดยสมบรู ณ์ ไขสนั หลงั คอื ชอ่ งทางนำ� กระแสประสาททนี่ ำ� สง่ ขอ้ มลู
จากเส้นประสาทของระบบประสาทส่วนนอก (peripheral nervous system) ไป
ยงั สมอง และถ่ายทอดการตอบสนองกลับไปสมอง โดยระบบประสาทสว่ นนอก
ซึง่ ประกอบด้วยเสน้ ประสาททกี่ ระจายอยูท่ ั่วร่างกาย
หนา้ ทขี่ องสมอง
กลบี สมองส่วนตา่ งๆ ทำ� หน้าท่ีในกระบวนการรบั ความร้สู ึกและการ
สง่ั การ สมองกลีบหนา้ ท�ำหนา้ ท่ีเกี่ยวกับการประมวลความคิดและ
การสรา้ งสรรค์ สมองกลบี ขา้ งทำ� หน้าท่ีประมวลความรูส้ ึกเจบ็ ปวด
อุณหภมู ิ และการสมั ผัส สมองกลีบทา้ ยทอยทำ� หน้าทีค่ วบคุมการ
มองเห็น และสมองกลบี ขมับท�ำหน้าทีต่ ีความเรื่องเสยี ง
เส้นประสาทสมอง
(The Cranial Nerves)
บริเวณฐานของสมองมีเสน้ ประสาทสมองจำ� นวน 12 เส้น แต่ละเสน้ มหี นา้ ท่ีควบคมุ การ
เคลือ่ นไหว และลำ� เลียงข้อมลู เกยี่ วกบั ความรู้สึกตา่ งๆ ไปยงั อวยั วะในร่างกาย และนำ� ส่ง
กระแสประสาทที่เกยี่ วกับสัมผสั ทง้ั 5 ประการ อนั ได้แก่ การมองเหน็ กลน่ิ การได้ยิน การ
ล้ิมรส และการทรงตวั ไปท่ีจดุ ต่างๆ ในสมองเพอ่ื ให้สมองดำ� เนินการต่อไป
กา้ นสมอง
(The Brain Stem)
ก้านสมองประกอบด้วยสมองสว่ นกลาง (midbrain) พอนส์ (pons) และเมดัลลา (medulla)
ท่ที ำ� หน้าทเ่ี สมือนสถานสี �ำคญั ในกระบวนการลำ� เลียงข้อมลู ของระบบประสาท ก้านสมอง
ส่งสัญญาณขอ้ มลู ให้สมองโดยไปตามเสน้ ประสาทขาข้นึ และรับข้อมูลจากสมองทางเส้น
ประสาทขาลง เส้นประสาทสมองส่วนใหญเ่ กิดข้นึ ในกา้ นสมอง การประมวลข้อมูลเกย่ี วกับ
สมั ผัสบนใบหน้า การรบั รส และการไดย้ ินลว้ นเรมิ่ ตน้ ทก่ี า้ นสมอง หนา้ ทส่ี �ำคัญอืน่ ของ
ก้านสมอง ได้แก่ การควบคุมการหายใจ ความดนั เลอื ด และการท�ำงานของหัวใจ
ระบบประสาท 25
กลบี ขา้ ง ไจรสั กลีบหนา้ ทารามัส (Thalamus)
(Parietal lobe) (Gyrus) (Frontal lobe)
ซัลคัส ป(Cมปhoระroสidาทpคlอeรxอuยsด) ์
(Sulcus) ซุพเี รียน์ คอลลคิ ูลัส
(Superior colliculus)
กลบี ท้ายทอย
(Occipital lobe) ลำ� เส้นใยประสาทตา
(Optic tract)
ภาพด้านขา้ ง
ของกา้ นสมอง
เซรีเบลลาร์ พดี ังเคลิ
ชว่ งกลาง (Middle
cerebellar peduncle)
(Temกpลoบี rขaมl ับlobe) เมดลั ลา ก้านสมอง
(Medulla) (The brain stem)
กลีบสมอง
(The lobes of the brain) กระแสประสาทจาก
เสน้ ประสาทสมองและ
สมองเปน็ องคป์ ระกอบหลกั ของระบบประสาทสว่ นกลาง พนื้ ท่ี ไขสันหลัง เดินทาง
ตา่ งๆ ในสมองทง้ั 4 กลบี ถกู ออกแบบใหเ้ หมาะสำ� หรบั การ เข้าสมองโดยผ่านทาง
ประมวลข้อมูลโดยเฉพาะ พื้นท่ีในสมองกลีบหน้าท�ำหน้าที่ กา้ นสมอง การประมวล
ดา้ นการประมวลความคดิ การแกป้ ญั หา ความเปน็ เหตเุ ปน็ ขอ้ มลู บางสว่ นเกดิ ขนึ้ ท่ี
ผล และอารมณ์ สมองกลบี ขมบั เปน็ ศนู ยด์ ำ� เนนิ การเกยี่ วกบั ก้านสมอง ซ่ึงมีศูนย์
ความเขา้ ใจและความทรงจำ� สมองกลบี ทา้ ยทอย รบั ผดิ ชอบ ควบคุมงานส�ำคัญของ
เกยี่ วกบั การตคี วามสง่ิ ทม่ี องเหน็ ในขณะทส่ี มองกลบี ขา้ ง ชวี ติ เชน่ การเตน้ ของ
จดั การเรอ่ื งความเจบ็ ปวด การสมั ผสั และการรบั รู้ หวั ใจและการหายใจ
มติ ิ ตนื้ ลกึ หนา บาง (Entเeขrา้ inกgระoเปlfาaะcรtoบั rกyลbิน่ ul(bI) (I))
เสน้ ประสาทตา (II) (Optic nerve (II))
เส้นประสาทสมอง เส้นประสาท เสน้ ประสาทออคคโู ลมอเตอร์ (III)
(Cranial nerves) กลอสโซฟาริงเจยี ล (IX) (Oculomotor nerve (III))
(Glossopharyngeal nerve (IX)) เส้นประสาท
ทรอเคลียร์ (IV)
(Trochlear nerve
(IV))
ส่วนใหญ่เกิดขึ้นมาจากก้านสมอง เส้น เส(Vน้ aปgรuะsสาnทeเrvวeกัส(X()X)) เสน้ ประสาท
ประสาทสมองทงั้ 12 คู่ หลอ่ เลย้ี งควบคมุ ไทรเจมนิ ัล (V)
ส่วนต่างๆ ท่ีศีรษะและคอ อวัยวะใน เสน้ ประสาทสไปนัล (Trigeminal
ช่องอก และส่วนต้นของระบบทางเดิน แอคเซสเซอรี (XI) (Spinal nerve (V))
อาหาร เส้นประสาทเหล่าน้ีควบคุมการ accessory nerve (XI))
เคล่อื นไหวของใบหนา้ ลน้ิ ตา และคอ (Aแbอเdสบu้นดcป(เู VeซรnIนะ)t)ตส์nา(ทeVrIv)e
ดา้ นหนา้ (รวมทง้ั ผวิ หนงั กลา้ มเนอื้ และ เสน้ ประสาทไฮโปกลอสซัล (XII) เส้นประสาทใบหน้า (VII)
เย่ือหุ้ม) และรบั สัญญาณความรสู้ กึ จาก (Hypoglossal nerve (XII))
อวยั วะรบั ความรู้สึกพเิ ศษ เสน้ ประสาท (Facial nerve (VII))
สมองส่งสัญญาณข้อมูลเกี่ยวกับการ เส้นประสาทเวสติบวิ โลโคเคลียร์ (VIII)
มองเห็น การได้กลิ่น การได้ยิน การ (Vestibulocochlear nerve (VIII))
ทรงตวั และการรบั รส ใหส้ มองประมวลผล
26 The Body Systems
C2 พนื้ ท่ผี ิวหนัง C2
(Dermatomes) C3
C3 C4
C5 C4 แตล่ ะคขู่ องเสน้ ประสาทจาก C5
ไขสนั หลงั หลอ่ เลยี้ ง C7 C6
พน้ื ทเี่ ฉพาะบนผวิ หนงั TTTTTTT3645271 C8
T1 C8 สว่ นตา่ งๆ TTTTT11198210
C6 L1
L2LLL345
C5 C6 CSX5
T1 C8
C8 C7
C8 S1
S2
T12 S2 S1
C8 L1 S2 L3
S3 S3
S4 L4
L2 L1
L3 เส้นประสาท
เช่อื มต่อกบั ผิวหนงั
L4 L2
L5 L5 เส้นประสาทไขสันหลัง
S1 S2 แตล่ ะเสน้ มหี มายเลขประจำ�
และประสานงานอยา่ งใกล้
ชดิ กบั กระดกู สนั หลงั พน้ื ท่ี
บนผวิ หนงั หมายถงึ พนื้ ที่
บนผวิ หนังของรา่ งกายที่
มเี สน้ ประสาทไขสนั หลงั
เฉพาะคหู่ นงึ่ มาหลอ่ เลย้ี ง
ไขสนั หลัง ตำ� แหนง่ ของขอ้ ตอ่ นอกจากนย้ี งั แยกแขนงออกไปทำ� งานให้
พนื้ ทเี่ ฉพาะบางแหง่ ของรา่ งกายอกี ดว้ ย ปลายเสน้ ประสาท
(The Spinal Cord) ไขสนั หลงั แตล่ ะคนู่ นั้ จะสน้ิ สดุ ทพ่ี น้ื ทสี่ ว่ นตา่ งๆ ของผวิ หนงั
ซึง่ เรยี กวา่ พ้ืนทผี่ วิ หนัง (dermatome)
เป็นองค์ประกอบส�ำคัญของระบบประสาท ท�ำหน้าที่เป็น
ตวั กลางระหวา่ งระบบประสาทสว่ นนอกกบั สมอง ตรงกลาง รเี ฟลก็ ซ์
ของเสน้ ไขสนั หลงั เปน็ เนอ้ื เทา (gray matter) ซงึ่ แบง่ เปน็
ปีกส่วนหลัง (dorsal horn) และปีกส่วนหน้า (ventral (Reflexes)
horn) และส่วนกลางเช่ือมระหว่างทั้งสองปีก เน้ือเทาจะ
ทำ� หนา้ ทร่ี บั และประมวลขอ้ มลู ความรสู้ กึ แลว้ สง่ สญั ญาณ รเี ฟลก็ ซ์ คือปฏกิ ิริยาท่ีนอกเหนือการควบคุมของจติ ใจของ
ไปทก่ี ลา้ มเนอ้ื เนอ้ื เทามเี นอ้ื ขาว (white matter) ลอ้ มอยู่ เรา เปน็ การตอบสนองตอ่ ส่ิงเรา้ ตา่ งๆ หากเราแตะพื้นผวิ ท่ี
โดยรอบ และมเี สน้ ประสาทเรยี กวา่ แอกซอน (axon) อยใู่ น รอ้ น มอื ของเราจะกระตกุ กลบั ดว้ ยปฏกิ ริ ยิ าทเ่ี รยี กวา่ รเี ฟลก็ ซ์
เนอื้ ขาว เปน็ ตวั สง่ สญั ญาณระหวา่ งสมองและไขสนั หลงั เสน้ (reflex) เสน้ ประสาททอี่ ยใู่ นไขสนั หลงั จะรบั สญั ญาณประสาท
ประสาทไขสนั หลงั มี 31 คู่ ทำ� หนา้ ทนี่ ำ� สง่ ขอ้ มลู เกยี่ วกบั การ จากเส้นประสาทต่างๆ และสั่งการให้มีปฏิกิริยาตอบโต้ที่
สมั ผสั ความเจบ็ ปวด อณุ หภมู ิ ความตงึ ของกลา้ มเนอื้ และ เหมาะสมจากกล้ามเน้อื หรือต่อม
ระบบประสาท 27
C1 ไขสันหลัง (Spinal cord) ไขสนั หลัง (Spinal cord)
C2
C3 C2 V1 เป็นหน่วยประสานงานของระบบประสาทส่วนกลาง ไขสันหลัง
C4 V2 ทอดตวั ไปตามคลองกระดกู สนั หลงั ลกั ษณะเหมอื นสายเคเบลิ้ ทแี่ ยก
CCC5C6T7T81TTTTT273645 C3 V3 แขนงออกไปมากมาย ข้อมลู รับเขา้ และสง่ ออกของระบบประสาท
สว่ นนอกและสมองจะถกู สง่ มาตามเนอื้ เยอื่ ประสาทของไขสนั หลงั
T8 C4 T1
T9 C5 C6
T10 C6 C5T1
T11 C7 C8 เนื้อเทาของไขสนั หลงั
T12 C8 (Spinal gray matter)
L1
รากหลงั ปกี หลงั (Dorsal horn)
L2 (Dorsal rootlet) ปกี หน้า (Ventral horn)
L3 SSS312 T12 ปมประสาทไขสันหลงั
L4 S2 L1 (Spinal ganglion)
L5
SS45 S1 L2
CX L3 S3
L4
L1
L5 L2
L3 รากหนา้
(Ventral rootlets)
S2 ไขสนั หลงั เซลล์ประสาท ปมประสาทรากหลัง
(Spinal cord) ประสานงาน (Dorsal root ganglion)
(Intern euron) เซลลป์ ระสาทรับความรูส้ ึก
L4 (Sensory nerve cell)
S2 L5 สะบา้ เซลล์ประสาทสงั่ การ
(Patella) การทำ� งานของกลา้ มเนื้อ
รีเฟล็กซ์ (Reflexes) เนอื้ ขาว
(White matter) (Motor nerve cell)
เนื้อเทา มดั กล้ามเน้ือ
(Gray matter) (Muscle
spindle)
รีเฟล็กซ์ คือการเคลื่อนไหวที่อยู่เหนือการ เอ็นยดึ กระดกู สะบา้ กลา้ มเนอ้ื
(Patellar ligament) ควอดรเิ ซปส์
ควบคุมของจิตใจ เพื่อตอบสนองต่อสิ่งที่มา (Quadriceps
กระตุ้น เมื่อถูกกระตุ้น เส้นประสาทจะส่ง muscle)
ขอ้ มลู ไปยงั ไขสนั หลงั จากนน้ั ไขสนั หลงั จะตอบ กล้ามเน้ือแฮมสตรงิ
สนองโดยการสรา้ งปฏกิ ริ ยิ าตอบโตท้ เี่ หมาะสม (Hamstring muscles)
ตอ่ สิง่ กระตุ้นนนั้
28 The Body Systems
ตา (Eye)
ตอ่ มน�้ำตา
และต่อมน�้ำลาย
(Lacrimal and
salivary glands)
ซมิ พาเทตกิ พาราซิมพาเทติก
(Sympathetic) (Parasympathetic)
ปอด (Lung)
ตับ (Liver) หัวใจ (Heart)
อะดรีนัล เมดัลลา
(Adrenal medulla) กระเพาะ (Stomach)
ตับอ่อน
(Pancreas)
ล�ำไส้ใหญ่และ ลำ� ไสเ้ ล็ก
ทวารหนกั (Large (Small intestine)
intestine and กระเพาะปสั สาวะ
rectum) (Bladder)
ระบบประสาทซิมพาเทตกิ และพาราซมิ พาเทตกิ อวยั วะสืบพนั ธ์ุ
ของระบบประสาทอตั โนมัติ (Reproductive
organs)
ระบบประสาท 29
ระบบประสาทอตั โนมตั ิ
(The Autonomic Nervous System)
กระดกู ใต้ เกี่ยวข้องกับการควบคุมร่างกายในเร่ืองการท�ำงานต่างๆ
กระเบนเหน็บ ที่เหนือการควบคุมของจิตใจ ระบบประสาทอัตโนมัติเฝ้า
(Sacrum) ระวงั สภาวะในรา่ งกาย แลว้ ใหส้ มองกบั ไขสนั หลงั สง่ ขอ้ มลู
เมอื่ มคี วามเปลยี่ นแปลงใดๆ ในรา่ งกาย การกำ� กบั ดแู ลและ
ควบคมุ อวยั วะภายใน รวมถงึ การดำ� เนนิ การตา่ งๆ ของระบบ
ประสาทอัตโนมตั เิ กือบทั้งหมด เกดิ ขน้ึ โดยทเ่ี ราไมไ่ ด้รับรู้
เหตุการณ์เหล่าน้ัน
ระบบประสาทแบง่ เปน็ สว่ นซมิ พาเทตกิ (Sympa-
thetic division) และพาราซมิ พาเทตกิ (Parasympathetic
division) ซง่ึ ทำ� หนา้ ทต่ี า่ งกนั แมจ้ ะแยกกนั ท�ำงาน แตก่ ็
อาจมีการท�ำงานทบั ซ้อนกนั บ้างในบางสว่ นของรา่ งกาย
ส่วนซิมพาเทติก ประกอบด้วยเซลล์ประสาทใน
ไขสนั หลงั ทร่ี ะดบั อกและเอว โดยมสี ายโซข่ องเซลลป์ ระสาท
ทเี่ รยี กวา่ ซมิ พาเทตกิ ทรงั ค์ (sympathetic trunk) ทอดตวั
ไปข้างกระดกู สันหลงั มกั เรยี กระบบประสาทซิมพาเทติก
วา่ ระบบสหู้ รอื ถอย (fight-or-flight) คอื จะทำ� งานทนั ที
เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน ซ่ึงในสภาวะเช่นนี้
ระบบประสาทอัตโนมัติจะกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วข้ึน เพิ่ม
อตั ราการหายใจ และการขยายของรมู า่ นตา นอกจากนส้ี ว่ น
ซิมพาเทตกิ ยังท�ำให้ความดนั เลอื ดเพมิ่ ขึน้ ปากแห้ง และ
เพ่ิมระดับน้�ำตาลในเลือด ขยายทางเดินอากาศช่องเล็กๆ
ในปอด และเพมิ่ ปรมิ าณเลอื ดทไ่ี หลไปเลยี้ งกลา้ มเนอ้ื ตา่ งๆ
ดว้ ย มาตรการเหลา่ นลี้ ว้ นเกดิ ขนึ้ เพอ่ื ใหบ้ คุ คลสามารถรบั มอื
กบั ภาวะฉกุ เฉนิ ได้ สว่ นซมิ พาเทตกิ ยงั รบั ผดิ ชอบเรอ่ื งการ
ควบคุมอณุ หภมู ิของรา่ งกายดว้ ย
ส่วนพาราซิมพาเทติกท�ำงานดีท่ีสุดในภาวะที่
รา่ งกายไมอ่ ยใู่ นสภาวะเสย่ี งใดๆ โดยเฉพาะเมอื่ อยใู่ นขณะ
พกั หนา้ ทห่ี ลกั ของมนั คอื รกั ษาพลงั งานของรา่ งกาย และ
ด�ำรงสภาวะปกติภายในร่างกายไว้ ด้วยการส่งเสริมการ
ยอ่ ยอาหาร การขบั ปสั สาวะและอุจจาระออกจากร่างกาย
ระบบประสาทอัตโนมัติ
(The autonomic nervous system)
อวยั วะและเนอ้ื เยอ่ื ในชอ่ งอก ทอ้ ง และหวั หนา่ ว อยภู่ ายใตอ้ ทิ ธพิ ลของสว่ นซมิ พาเทตกิ และสว่ นพาราซมิ พาเทตกิ โดย
ระบบประสาทอัตโนมตั ิทง้ั 2 สว่ นจะทำ� งานดว้ ยกนั เพอ่ื ดำ� รงกจิ กรรมตา่ งๆ ของร่างกาย เช่นเดียวกบั เส้นประสาทท่ี
หลอ่ เลยี้ งกลา้ มเนอ้ื ดวงตา ตอ่ มนำ�้ ลาย ตอ่ มเหงอื่ และกลา้ มเนอื้ ใตผ้ วิ หนงั กถ็ กู ควบคมุ โดยระบบประสาทอตั โนมตั ดิ ว้ ย
30 The Body Systems
ระบบไหลเวยี นเลือด
(The Circulatory system)
หลอดเลือดหรือเส้นเลือด และหัวใจ ประกอบกันเป็นระบบไหลเวียนเลือดท่ีฉีดเลือดไปตามวงจร
ของระบบจนสมบูรณ์ พาออกซเิ จนไปสูอ่ วยั วะและเนอ้ื เยื่อต่างๆ ของรา่ งกาย หัวใจจะบีบ
เลอื ดทเ่ี ต็มไปดว้ ยออกซเิ จนแจกจา่ ยไปตามหลอดเลอื ดแดงและเส้นเลอื ดฝอย เพื่อน�ำ
ส่งออกซิเจนและสารอาหารที่จ�ำเป็นสำ� หรับการทำ� งานของอวัยวะและเน้ือเย่ือภายใน
ร่างกาย หลังจากแลกเปลย่ี นก๊าซกบั เนือ้ เย่อื โดยรอบเรยี บรอ้ ยแล้ว เลอื ดซ่งึ ขณะนั้น
ไม่มีออกซิเจนเหลืออยู่ แต่เต็มไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ก็จะเดินทางกลับสู่หัวใจ
ทางหลอดเลือดด�ำ เหตุการณ์นี้เรียกว่า วงจรการไหลเวียนทั่วกาย (Systemic
circulation) เป็นวงจรหนึ่งในสองวงจรการไหลเวียนเลือด ซ่ึงวงจรที่สองก็คือ
วงจรการไหลเวียนผา่ นปอด (Pulmonary circulation) เปน็ เส้นทางขนส่งเลอื ด
กลบั สหู่ วั ใจ ไปตามหลอดเลอื ดแดงใหญพ่ ลั โมนารแี ละหลอดเลอื ดแดงอน่ื ๆ โดย
เลือดจะเข้าปอดเพื่อรับออกซิเจนและก�ำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป จาก
น้ันเลือดท่ีได้รับการบรรจุออกซิเจนอีกครั้ง จะกลับเข้าสู่หัวใจและระบบไหล
เวยี นทวั่ กาย พรอ้ มสำ� หรบั การเดนิ ทางในวงจรไปทว่ั รา่ งกายของรอบตอ่ ไป
หลอดเลือดด�ำ
(Veins)
หัวใจ
(Heart)
หลอดเลือดแดง
(Arteries)
ระบบไหลเวยี นเลือด 31
หัวใจ ห(Pลoอsดtเeลriือoดrแcดeงrสeมbอraงlสa่วrนteหrลyัง) หลอดเลอื ดแดงสมองสว่ นหน้า
(Anterior cerebral artery)
(The Heart)
หลอดเลอื ดแดงอินเทอร์นอล
หวั ใจ คอื กลา้ มเนอื้ ขนาดเทา่ กำ� ปน้ั ทบี่ บี ตวั เปน็ จงั หวะ เพอื่ สบู ฉดี เลอื ดใหส้ ง่ ไป คาร์โรตดิ (Internal
carotid artery)
หลอดเลือดแดงกลางสมอง
(Middle cerebral artery)
หลอ่ เลยี้ งรา่ งกายอยา่ งตอ่ เนอื่ ง โดยชอ่ งหวั ใจเวนตรเิ คลิ (Ventricles) มบี ทบาท
สำ� คญั ในกระบวนการนี้ เลอื ดจากชอ่ งเวนตรเิ คลิ ดา้ นซา้ ยนำ� สง่ ออกซเิ จนและสาร
อาหารใหท้ ง้ั รา่ งกายทางวงจรหมนุ เวยี นทวั่ กาย เมอื่ เลอื ดเดนิ ทางครบวงจรแลว้ เลอื ด ส่วนข้างใตส้ มอง
จากชอ่ งเวนตรเิ คลิ ดา้ นขวาจะไหลเขา้ วงจรการไหลเวยี นผา่ นปอดเพอ่ื รบั ออกซเิ จน (Underside of
การไหลของเลอื ดเขา้ สวู่ งจรหมนุ เวยี นทวั่ กาย และวงจรการไหลเวยี นผา่ นปอดจะถกู
ควบคมุ โดยลนิ้ หวั ใจคอื ลน้ิ ไมตรลั (mitral valve) และลน้ิ ไตรคสั ปดิ (tricuspid the brain)
valve) ทร่ี วมเรยี กวา่ ลน้ิ อะตรโิ อเวนตรคิ ลู าร์ (atrioventricular valves) โดยจะ หลอดเลอื ดแดง วงวลิ ลสิ
ทำ� งานประสานกบั ลนิ้ เอออรต์ กิ (aortic valve) และลน้ิ พลั โมนารี (pulmonary ฐานสมอง (Circle of Willis)
valve) หรอื ทเ่ี รยี กวา่ ลน้ิ เซมลิ นู าร์ (semilunar) ควบคมุ การไหลของเลอื ด เปดิ
(Basilar artery)
และปดิ เปน็ จงั หวะสอดคลอ้ งกนั อยา่ งแมน่ ยำ� เมอ่ื ลนิ้ ปดิ จะปดิ แนน่ สนทิ ปอ้ งกนั วงวิลลสิ
ไมใ่ หเ้ ลอื ดไหลยอ้ นกลบั เขา้ หวั ใจ เมอื่ ชอ่ งเวนตรเิ คลิ บบี ตวั (ventricular systole)
ลน้ิ เอออรต์ กิ และลนิ้ พลั โมนารจี ะเปดิ ใหเ้ ลอื ดถกู บบี เขา้ สวู่ งจรการไหลเวยี นผา่ น (Circle of Willis)
ปอดและวงจรไหลเวยี นทวั่ กาย ซง่ึ ในเวลาเดยี วกนั นน้ั ลน้ิ ไมตรลั และลนิ้ ไตรคสั ปดิ คือ วงจรของหลอด
เลือดแดงท่ฐี านสมอง
จะปดิ อยู่ เมอื่ ชอ่ งเวนตรเิ คลิ คลายตวั (ventricular diastole) ลนิ้ เอออรต์ กิ และลน้ิ
พลั โมนารจี ะปดิ สว่ นลน้ิ ไตรคสั ปดิ และลนิ้ ไมตรลั จะเปดิ ออกเพอ่ื ใหเ้ ลอื ดผา่ นจาก
ชอ่ งเอเตรยี มเขา้ สชู่ อ่ งเวนตรเิ คลิ
(Pulmลิ้นoพnaลั rโyมนvาaรlvี e(เป(oิดp)en)) หลอดเลอื ดด�ำเบรคิโอเซฟาลิกดา้ นขวา
ช่องเวนตริเคลิ คลายตวั ลนิ้ เอออรต์ ิก (เปดิ ) หลอดเลอื ดเวนาคาวา (Right brachiocephalic vein)
(Ventricular diastole) (Aortic valve ส่วนบน (Superior หลอดเลือดแดง
(open)) vena cava) พัลโมนารีดา้ นซ้าย
(Left pulmonary
หลอดเลือดเออร์ต้า artery)
ขาข้ึน (Ascending
aorta)
((ลPc้นิ luoพlsmัลeโodมn)น)aาryรี v(ปalิดv)e ล้ินเอออรต์ กิ (ปดิ ) หลอดเลือดแดง หลอดเลือดด�ำพลั โมนารี
(Aortic valve (closed)) พัลโมนารีด้านขวา ดา้ นซา้ ย (Left
(Right pulmonary
ล(น้ิTrไiตcรu(oคspัสpeปidnิด))v(aเlปvดิe) artery) pulmonary veins)
พv(หReลัลiiอgโnมดhsน)tเลาpือรuีดดlด้าm�นำoขnวaาry ชอ่ งเอเตรยี มซา้ ย
ลv(((Mเoaิ้นปpliไvดิteมre)naต)lร) ัล ((Mitลra้ินlไมvaตlรvลัe ((cปlิดo)sed)) ล(T้ินrไicต(ucรlsคopัสsiปeddดิ )v)a(ปlvิดe) (Left atrium)
ช่องเอเตรยี มขวา สว่ นยอดของ
ชอ่ งเวนตริเคิลบีบตัว (Right atrium ลน้ิ ไมตรลั
(Ventricular systole) ส่วนยอดของลน้ิ (Leaflet/cusp
ไตรคสั ปดิ (Leaflet/cusp of mitral
of tricuspid valve) valve)
หลอดเลอื ดดำ� เบรคโิ อ เซฟาลิก ด้านขวา ชอ่ งเวนตริเคิลขวา
(Right brachiocephalic vein) โคง้ เอออรต์ ิก (Right ventricle) ล้ินเอออร์ติก
(Aortic หaลrcอhด)เลอื ดแดหงลอ(ดInเfลeือriดoเrวนveาnคaาวcาaสvว่ aน)ล่าง (Aortic valve)
ลิ้นหัวใจ หลอดเลอื ดเวนาคาวาส่วนบน พัลโมนารดี ้านซา้ ย หลอดเลือดเออร์ติคชอ่ งอกขาลง
(Heart valves) (Superior vena cava) (Left pulmonary หวั ใจดา้ นหน้า (Descending thoracic aorta)
ช(R่องigเอhเtตaรtยี rมiuขmว)า (Heart front -
การเคลอื่ นไหวแบบประสานกนั ของลนิ้ หลอดเลือดแดงพลั โมนารี artery) - ภาพตดั ขวาง
หวั ใจเปน็ ตวั ควบคมุ การไหลของเลอื ด ด้านขวา (Right cross-section)
สรู่ า่ งกาย ลนิ้ ไมตรลั และลนิ้ ไตรคสั pulmonary artery) หลอดเลือดดำ� พัลโมนารี
ปิดเพ่ือให้เลือดจากช่องเอเตรียม ด้านซา้ ย (Left
เขา้ ไปยงั ชอ่ งเวนตรเิ คลิ ในขณะที่ หลpอuดดl้าmเนลoขือnวดaาดryำ� (พRvลัiegโihมntsน)ารี pulmonary veins) หัวใจ (Heart)
ลนิ้ เอออรต์ กิ และลน้ิ พลั โมนารปี ดิ อยู่
และเมอ่ื ลน้ิ ไตรคสั ปดิ และลน้ิ ไมตรลั ช(R่อiงgเhวtนตveรnิเคtrิลicขlวeา) ช่องเอเตรยี มซา้ ย หวั ใจแบง่ เปน็ 4 ชอ่ ง คอื ชอ่ งเอเตรยี ม
ปดิ ลนิ้ เอออรต์ กิ และลนิ้ พลั โมนารกี ็ (Left atrium) ซา้ ยและขวา กบั ชอ่ งเวนตรเิ คลิ ซา้ ยและขวา
จะเปดิ เพอ่ื ใหเ้ ลอื ดถกู ปลอ่ ยออกจาก โดยหวั ใจจะบบี เลอื ดออกจากชอ่ งเวนตรเิ คลิ
ช่องเวนตรเิ คิลซา้ ย ซา้ ยและขวา จากนนั้ กเ็ กบ็ เลอื ดทไี่ หลกลบั
(Left ventricle) มา เขา้ สชู่ อ่ งเอเตรยี มซา้ ยและขวา
ชอ่ งเวนตรเิ คลิ เขา้ สวู่ งจรไหลเวยี น ภาพดา้ นหน้า
ทว่ั กาย และวงจรไหลเวยี นผา่ นปอด ของหวั ใจ หลอดเลอื ดเออร์ตคิ ช่องอกขาลง
(Descending thoracic aorta)
32 The Body Systems
ลวิ โคไซต์ (อโี อสิโนฟิล) ลวิ โคไซต์ (ลมิ โฟไซต์)
เลือด (Leukocyte (Leukocyte
(Blood) (eosinophil))
(lymphocyte))
เลือด คือ ส่วนผสมของเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว นวิ เคลียสของ
เอนโดธีเลยี ลเซลล์ เกล็ดเลอื ด
(Nucleus of (Platelets)
เกลด็ เลอื ด โปรตนี และสารเคมี อยรู่ วมกนั ในของเหลวทเี่ รยี กวา่ endothelial ลวิ โคไซต์
พลาสมา (plasma) โดยปกตพิ ลาสมาจะกนิ เนอื้ ทปี่ ระมาณ cells) (นิวโตรฟลิ )
ครง่ึ หนงึ่ ของปรมิ าตรเลอื ด สว่ นอกี ครง่ึ หนงึ่ คอื เมด็ เลอื ดแดง (Leukocyte
และเมด็ เลอื ดขาว เลอื ดนำ� ออกซเิ จนและสารอาหารทจี่ ำ� เปน็ จากปอด (neutrophil))
และระบบยอ่ ยอาหารไปยงั สว่ นอน่ื ๆ ของรา่ งกาย และรบั ของเสยี ไป อีรีโทรไซต์
สง่ ทอ่ี วยั วะ เชน่ ไตและปอด เพอ่ื กำ� จดั ออกจากรา่ งกาย (เม็ดเลอื ดแดง)
(Erythrocytes
เมด็ เลอื ดแดง หรอื อรี โี ทรไซต์ (erythrocytes) ผลติ (red blood cells))
ขน้ึ ในไขกระดกู เปน็ ตวั พาออกซเิ จนไปยงั เนอื้ เยอื่ ตา่ งๆ ของ ลิวโคไซต์ (เบโซฟลิ )
รา่ งกาย แลกเปลย่ี นกบั คารบ์ อนไดออกไซด์ ซง่ึ จะถกู นำ� (Leukocyte (basophil))
กลบั ไปทป่ี อดเพอื่ ขบั ออกทางลมหายใจ เมด็ เลอื ดขาวแตล่ ะ ลวิ โคไซต์ (โมโนไซต์)
ชนดิ มบี ทบาทในระบบภมู คิ มุ้ กนั บางชนดิ สรา้ งแอนตบิ อดี้ (Leukocyte (monocyte))
ขนึ้ ตอ่ สกู้ บั การบาดเจบ็ และการอกั เสบ ในขณะทเ่ี มด็ เลอื ด ผนงั หลอดเลอื ดช้ันเบซาลมินา
ขาวบางชนดิ ซงึ่ กนิ เชอื้ แบคทเี รยี และสารแปลกปลอมทบ่ี กุ รกุ (Basal lamina)
เขา้ รา่ งกาย นอกจากนย้ี งั มเี กลด็ เลอื ด ซง่ึ เปน็ ชนิ้ สว่ นของ
เซลลข์ นาดใหญท่ ชี่ อ่ื เมกะคารโี อไซต์ (megakaryocytes)
มาเกยี่ วขอ้ งในกระบวนการแขง็ ตวั ของเลอื ดดว้ ย
หลอดเลือด
(Blood Vessels)
โครงขา่ ยอนั ซบั ซอ้ นของหลอดเลอื ด คอื เสน้ ทางไหลเวยี นของเลอื ดทวั่ รา่ งกาย เลอื ดถกู บบี ออกจากหวั ใจเขา้ หลอดเลอื ด
เอออรต์ า้ ซง่ึ เปน็ หลอดเลอื ดแดงขนาดใหญท่ มี่ คี วามยดื หยนุ่ จากนน้ั จงึ เขา้ สหู่ ลอดเลอื ดแดงทจ่ี ะแตกแขนงยอ่ ยออกไปเรอื่ ยๆ
จนเปน็ เสน้ เลอื ดฝอย ทเ่ี สน้ เลอื ดฝอยนเี้ องทเ่ี ซลลจ์ ะแลกเปลย่ี นออกซเิ จนกบั คารบ์ อนไดออกไซด์ เมอ่ื เลอื ดออกจากรยางค์
และอวยั วะตา่ งๆ แลว้ จะถกู นำ� เขา้ เสน้ ทางของหลอดเลอื ดดำ� ทจ่ี ะมขี นาดใหญข่ น้ึ ตามลำ� ดบั จนกลบั เขา้ สหู่ วั ใจในทสี่ ดุ และ
เขา้ สวู่ งจรการไหลเวยี นอกี ครงั้
เมด็ เลือดขาว (White blood cells)
โมโนไซต์ (Monocyte) มาโครฟาจ (Macrophage) อโี อสิโนฟลิ (Eosinophil)
จะเปล่ียนเป็นมาโครฟาจ หลงั จากหมนุ เวยี น จะกนิ และยอ่ ยสง่ิ มชี วี ติ แปลกปลอม รวมถงึ หลง่ั เอนไซมท์ ี่ทำ� ใหเ้ กดิ ปฏกิ ริ ิยาการแพ้
อยู่ในเลอื ดประมาณ 1-2 วัน ชน้ิ สว่ นต่างๆ เพอ่ื ต่อสกู้ บั การอกั เสบ และฆ่าปรสิตบางชนดิ
นิวโตรฟิล (Neutrophil) เบโซฟิล (Basophil) ลมิ โฟไซต์ (Lymphocyte)
กนิ และทำ� ลายสงิ่ มชี วี ติ ขนาดเลก็ ปกปอ้ งรา่ งกาย สารท่ีเบโซฟิลปล่อยออกมาจะช่วยเสริม ประกอบดว้ ยเซลล์ 3 ชนดิ คอื เนเชอรลั คลิ เลอร์
จากการบุกรุกของแบคทีเรีย กระบวนการตอบสนองของรา่ งกาย ตอ่ การ เซลล์ และ ที เซลล์ ซ่งึ จะจโู่ จมสง่ิ แปลกปลอม
บกุ รุกของสารทท่ี ำ� ใหเ้ กิดอาการแพ้ โดยตรง ส่วนอีกชนดิ หนงึ่ ช่อื บีเซลล์ จะท�ำหนา้ ที่
สร้างแอนติบอด้ี
ระบบไหลเวยี นเลอื ด 33
ผนังช้ันใน หลอดเลือดแดงเล็ก
(Intima) (Arteriole)
ผนังชั้นกลาง
(Muscularis)
ผนังชั้นนอก ลิ้น (ปิด)
(Adventitia) (Valves
(closed))
กล่มุ เสน้ เลือดฝอย (Capillary bed)
หลอดเลอื ดด�ำ (Vein) หลอดเลือดด�ำเล็ก
(Venule)
หลอดเลือด รูที่ผนังเส้นเลือดฝอย
(Fenestrations) หลอดเลือดด�ำเล็ก
(Blood vessels) (Continuous capillary)
กลุ่มเส้นเลือดฝอย
หลอดเลือดมีหลายชนิดแตกต่างกันออกไปตาม (Fenestrated capillary)
หนา้ ท่ี หลอดเลอื ดแดงมผี นงั หนาและยดื หยนุ่ ดี
สว่ นหลอดเลอื ดดำ� นน้ั จะมผี นงั บาง หลอดเลอื ดดำ�
บางแหง่ มลี น้ิ สำ� หรบั ปดิ กนั ไมใ่ หเ้ ลอื ดไหลยอ้ นกลบั
หลอดเลือดแดงและหลอดเลือดด�ำจะแตกกิ่ง
ก้านสาขาออกไปเป็นเส้นเลือดฝอยจ�ำนวนมาก
ซ่ึงผนังของเส้นฝอยนั้นมีลักษณะบางและเป็น
ช่องทางที่เซลล์ใช้ในการแลกเปล่ียนออกซิเจน
รวมทั้งสารอาหารต่างๆ กบั คาร์บอนไดออกไซด์
เกลด็ เลือด (Platelets) การสร้างเม็ดเลอื ดแดง หลอดเลือดแดง
(Artery)
เกล็ดเลือดขนาดเล็ก คือ ตัวกระตุ้นให้เกิด (Red blood cell production)
กระบวนการแข็งตัวของเลือด เพ่ือป้องกันการ ม้าม (Spleen)
ฟกชำ้� และปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ ลอื ดไหลออกจากรา่ งกาย เกิดขึ้นในไขกระดูก ดว้ ยความเร็วในการ ไขกระดูก
สรา้ งที่สูงมาก เพราะเปน็ เร่อื งจ�ำเปน็ ที่ (Bone (marrow))
ต้องมเี มด็ เลอื ดแดงจ�ำนวนมากใน
ร่างกาย เมด็ เลอื ดแดงท่ีอายมุ าก
แลว้ จะถกู กรองออกไปจากระบบ
โดยม้าม ท่เี ป็นแหล่งเก็บและ
ปลอ่ ยเมด็ เลอื ดแดงออกมา
ในยามจำ� เปน็ ด้วย
เมด็ เลอื ดแดง (Red blood cells)
รูปร่างของเม็ดเลือดแดงท�ำให้มันสามารถแลกเปล่ียน
ก๊าซต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านทางเส้นเลือด
ฝอย และยังท�ำให้มันอยู่ในลักษณะซ้อนกันเป็นชั้นได้
เพ่ือให้การไหลของเลอื ดเป็นไปได้ดี
34 The Body Systems
แระลบะบภนมู ้�ำิคเุ้มหกลนัือง (Axปุ่illมaน้�rำyเหn ืลoอdงeัรsก)แร้ ป่มุ นำ้� เหลอื งหลงั ใบหู ป่มุ น�้ำเหลอื ง
(Retroauricular nodes) ชอ่ งปาก
(The Lymphatic/ (Buccal nodes)
ปุ่มน้�ำเหลอื งใกลห้ ู
(Parotid nodes) ปุ่มน้ำ� เหลืองต้นคอ
(Cervical nodes)
ปุ่มน้ำ� เหลืองรักแรด้ า้ นบน
(Apical axillary nodes) ท่อน�้ำเหลอื งช่องอก
กลุ่มปุ่มน�้ำเหลอื งรกั แร้ (Thoracic duct)
ดา้ นข้าง (Lateral group)
Immune System) กลุ่มป่มุ นำ้� เหลืองรักแร้ ปุม่ น�้ำเหลอื ง
ด้านหน้า (Anterior group) ขา้ งกระดกู อก
(Parasternal
ระบบน�้ำเหลืองเป็นโครงข่ายของหลอด ปุ่มน�ำ้ เหลืองแอ่งแขนพบั
นำ้� เหลือง ปุ่มนำ�้ เหลือง และอวยั วะน�้ำเหลือง (Cubital nodes) nodes)
ซง่ึ ระบบนำ�้ เหลอื งทำ� หนา้ ทใี่ หแ้ กร่ า่ งกาย 2 ประการ
ประเภทแรก ระบบน�้ำเหลืองท�ำหน้าที่น�ำ ปุ่มน้�ำเหลืองระหว่าง ถุงนำ�้ เหลอื ง
ส่งของเหลวระหว่างเซลล์จะกลับเข้าไปสู่ระบบการ กระดกู ซ่ีโครง ซสิ เทอรน์ า ไคไล
(Intercostal (Cisterna chyli)
ไหลเวยี น ของเหลวระหวา่ งเซลลถ์ กู กรองจากหลอด nodes) ขา่ ยประสาทฝ่ามือ
เลือดออกมาหล่อเลี้ยงเน้ือเยื่อต่างๆ ของร่างกาย
จากน้ันของเหลวน้ีจะถูกดูดซึมเข้าไปในหลอด และหลังมือ
น�้ำเหลือง (พร้อมกับของเสียจากเนื้อเยื่อและเซลล์ (Palmar and
ต่างๆ ) เพ่ือท�ำความสะอาดแล้วส่งกลับเข้าไปใน dorsal plexus)
หลอดเลอื ด เปน็ วงจรทเี่ กดิ ขน้ึ ตลอดเวลา ของเหลว ปุม่ นำ้� เหลอื ง
ทไี่ หลอยใู่ นหลอดนำ�้ เหลอื งจงึ เรยี กวา่ นำ้� เหลอื ง ซง่ึ ขาหนบี ช้ันต้นื
ประกอบด้วยนำ้� โมเลกุลของโปรตีน เกลือ น�้ำตาล ปุม่ นำ้� เหลืองร่วมปกี สะโพก (Superficial
กลโู คส ยเู รยี และเซลล์เมด็ เลือดขาวต่อสูก้ บั โรค (Common iliac nodes) inguinal
หน้าที่ส�ำคัญอีกประการหนึ่งของระบบ nodes)
นำ้� เหลอื ง คอื การตอ่ สกู้ บั โรค ระบบนำ้� เหลืองเต็มไป ปมุ่ นำ้� เหลอื งปีกสะโพก
ด้านนอก (External
iliac nodes)
ด้วยเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดพิเศษท่ีใช้กระบวนการ ป่มุ น้�ำเหลอื งปกี สะโพก
หลากหลายในการก�ำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือผู้รุกราน ด้านใน (Internal
เชน่ แบคทเี รีย ไวรัส และเซลลม์ ะเร็ง iliac nodes)
ปุม่ น�ำ้ เหลืองขาพับ
(Popliteal nodes)
หลอดน้ำ� เหลือง
(Lymph Vessels)
ข่ายประสาทฝ่าเทา้
ระบบน้ำ� เหลือง เป็นระบบของหลอดน�้ำเหลอื งทศิ ทางเดียว และหลงั เท้า
ท่ีเริ่มต้นจากปลายสุดของหลอด แล้วค่อยขยายขนาดขึ้น (Plantar and
ตามลำ� ดบั ผา่ นเขา้ ในกลมุ่ กอ้ นของเนอ้ื เยอื่ นำ้� เหลอื ง หรอื ปมุ่ dorsal plexus)
น�้ำเหลือง จากน้ันจึงมาบรรจบรวมกันเป็นท่อน้�ำเหลืองขนาด
ใหญท่ างดา้ นขวาและทอ่ นำ้� เหลอื งชอ่ งอก แลว้ จงึ ไหลเขา้ ไปใน คณุ รหู้ รือไม่
เสน้ เลอื ดดำ� ของระบบไหลเวยี นเลอื ด
หลอดน้�ำเหลืองมีล้ินส�ำหรับป้องกันการไหลย้อนของ จ�ำนวนเซลล์ท่ีประกอบกันเป็นผู้ใหญ่
นำ้� เหลอื ง โดยไมม่ รี ะบบการสบู ฉดี ใดๆ การทำ� งานของระบบนี้ หนงึ่ คน คอื 100 ลา้ นลา้ นเซลล์ ซง่ึ ใน
ขึ้นอยู่กับการท�ำงานของกล้ามเน้ือลาย ที่จะผลักดันน้�ำเหลือง จำ� นวนนเ้ี ปน็ เซลลข์ องระบบภมู คิ มุ้ กนั
กลับไปท่ีหวั ใจ 1 ลา้ นลา้ นเซลล์
ป่มุ น้�ำเหลอื ง เซลล์บุผนัง ระบบน�้ำเหลอื งและภมู คิ ุ้มกนั 35
(Endothelial cell)
(Lymph Nodes) ล้ินปิด การหมนุ เวียนน�้ำเหลือง
(Closed (Lymph circulation)
ท่อน�้ำเหลือง ผ่านเข้าสู่ปุ่มน�้ำเหลืองซึ่งเป็นแหล่งผลิต valve)
ลมิ โฟไซต์ (Lymphocytes) ปมุ่ นำ้� เหลอื งแตล่ ะปมุ่ เชอื่ มตอ่ ท่อน�้ำเหลืองมีลิ้นปิด/เปิด
กบั ทอ่ น้�ำเหลอื งเข้าและออก และแต่ละปุ่มประกอบด้วย จำ� นวนมาก สำ� หรบั ปอ้ งกนั
เน้ือเยื่อน้�ำเหลืองจ�ำนวนมากซึ่งหุ้มด้วยเปลือกที่เป็น นำ้� เหลอื งไหลกลบั นำ้� เหลอื ง
เสน้ ใย ปมุ่ นำ้� เหลอื งมกั อยกู่ นั เปน็ กลมุ่ โดยปมุ่ นำ�้ เหลอื ง จะกลบั เขา้ วงจรการหมนุ เวยี น
จำ� นวนมากทห่ี ลอ่ เลย้ี งศรี ษะและรยางคต์ า่ งๆ จะพบไดท้ ี่ โดยผา่ นทางทอ่ นำ้� เหลอื งใหญ่
ขากรรไกรลา่ ง ล�ำคอ รักแร้ และขาหนีบ นำ้� เหลืองจาก สองทอ่ ซง่ึ จะสง่ นำ้� เหลอื ง
อวยั วะภายในของชอ่ งอกและชอ่ งทอ้ งจะไหลเขา้ สสู่ ายโซ่ ไปยังหลอดเลือดด�ำใหญ่ที่
ของปุ่มน้�ำเหลือง ที่ทอดไปตามหลอดเลือดแดงซึ่งเป็น ทา้ ยทอย
หลอดเลอื ดหลัก และหลอดเลือดเอออรต์ ้า ท่อน้�ำเหลือง
ฝอยทสี่ �ำคัญตอ่ การดูดซมึ ไขมนั คอื ทอ่ น้�ำเหลืองทผ่ี นงั สายเน้ือเย่อื ประสานกนั
ของระบบย่อยอาหาร ซึ่งจะเก็บโมเลกุลขนาดใหญ่และ (Trabecula)
ไขมนั ทแี่ ยกไดจ้ ากอาหาร
ปมุ่ น้�ำเหลอื ง (Lymph node) ท่อน้�ำเหลืองเขา้
(Afferent lymphatic
คือกอ้ นเนือ้ เย่ือนำ้� เหลอื งทีม่ เี ปลือกเส้นใย
หุ้ม โดยปมุ่ นำ�้ เหลอื งแตล่ ะปุ่ม จะเช่ือมตอ่ vessels)
กบั ทอ่ นำ�้ เหลืองเข้าและท่อนำ�้ เหลืองออก
ถงุ ของเน้ือเยือ่ ช้นั นอก
(Follicle of cortex)
เส้นเลอื ดฝอย เปลือกหมุ้
(Capillary) (Capsule)
ทอ่ น้�ำเหลืองออก หลอดเลือดด�ำ
(Efferent lymphatic vessel) (Vein)
หลอดเลือดแดง
(Artery)