The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประเพณียี่เป็ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suparkorn420, 2021-09-24 10:15:05

ประเพณียี่เป็ง

ประเพณียี่เป็ง

Keywords: ประเพณียี่เป็ง

ประเพณียี่เป็ง
ล อ บ ก ร ะ ท ง แ บ บ ช า ว ล้ า น น า

ประวัติความเป็นมา

พงศาวดารโยนกและจามเทวี ได้บันทึก
เรื่องราวเกี่ยวกับประเพณียี่เป็งเอาไว้ว่า ครั้ง
หนึ่ งเมื่ อบ้านเมืองเกิดภัยร้ายแรงด้วยโรค
อหิวาตกโรคขึ้นที่แคว้นหริภุญไชย ชาวเมือง
ล้มตายเป็นจำนวนมาก ทำให้ชาวเมืองที่
เหลือต้องอพยพไปอยู่เมืองหงสาวดีนานถึง
6 ปี จึงกลับคืนสู่บ้านเมืองเดิม ครั้นถึงเวลา
เวียนมาบรรจบครบวันที่ต้องจากบ้านเมือง
ไป จึงได้ทำพิธีรำลึกถึงญาติพี่น้ องที่ล่วงลับ
ไปแล้วด้วยการทำกระถางใส่เครื่องสักการ
บูชา ธูปเทียนลอย แล้วนำไปลอยตามน้ำ
เรียกว่า การลอยโขมดหรือลอยไฟ นั่นจึง
เป็ นที่มาของประเพณียี่เป็ งที่มีมาจนถึงทุก
วันนี้

ยี่เป็ง
มาจากคำว่า ยี่ ซึ่งแปลว่า
สอง ส่วนคำว่า เป็ง มา
จากคำว่า เพ็ญ ประเพณี
ยี่เป็งจึงเป็นประเพณีที่
จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือนสิบ
สอง

เรื่องน่ารู้เกี่ยว
กับประเพณียี่
เป็ง

ยี่เป็ง มาจากคำว่า ยี่ ซึ่งแปลว่า สอง ส่วนคำว่า เป็ง
มาจากคำว่า เพ็ญ ประเพณียี่เป็งจึงเป็นประเพณีที่
จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือนสิบสอง

กิจกรรมที่นิยมทำในงานประเพณียี่เป็ง

ประเพณียี่เป็งหรืองานบุญยี่เป็ง มีขึ้น 3 วัน โดยใน
แต่ละวันจะมีกิจกรรมที่นิยมทำกันมาช้านานได้แก่

– วันขึ้นสิบสามค่ำหรือวันดา เป็นวันที่พี่น้องชาว
ล้านนากลับคืนสู่บ้านและเตรียมซื้อของเพื่อไป
ทำบุญที่วัด

– วันขึ้นสิบสี่ค่ำ พี่น้องชาวล้านนาจะไปทำบุญที่
วัด พร้อมทำกระทงใบใหญ่ไว้ที่วัดเพื่อนำอาหารและ
ของกินมากมายใส่กระทงและให้ทานแก่คนยากจน

– วันขึ้นสิบห้าค่ำ พี่น้องชาวล้านนาจะนำกระทง
ใหญ่ที่วัดและกระทงเล็กส่วนตัวไปลอยในลำน้ำ
พร้อมทั้งจุดถ้วยประทีป (การจุดผางปะตี๊บ) เพื่อ
บูชาพระรัตนตรัย และจุดโคมลอยปล่อยขึ้นสู่
ท้องฟ้าเพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวง
สวรรค์ชั้นดาวดึงส์

เนื่องจากงานบุญยี่เป็งเป็นงานบุญใหญ่ ในช่วง
งานบุญพี่น้องชาวล้านนาจึงนิยมประดับตกแต่ง
วัด บ้านเรือน ด้วยต้นกล้วย ต้นอ้อย ทำประตูป่า
ทางมะพร้าว ดอกไม้ ตุง ช่อประทีป และชักโคมยี่
เป็งแบบต่าง ๆ ขึ้นเป็นพุทธบูชา ส่วนในช่วงกลาง
คืนจะจัดงานรื่นเริง ประดับประดาด้วยแสงสีเสียง
ขบวนแห่และการปล่อยโคมที่สวยงามตระการตา
มาก โดยเฉพาะการปล่อยโคมนั้นถือเป็นกิจกรรม
สำคัญของงานบุญนี้ เพราะพี่น้องชาวล้านนาเชื่อ

ว่า เปลวไฟในโคมที่ปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้านั้นเป็น
สัญลักษณ์ของความรู้ ปัญญาและความปราด
เปรื่อง และแสงสว่างที่ได้รับจากโคมจะช่วยให้ชีวิต
พบเจอกับแสงสว่าง สามารถดำเนินชีวิตไปในทาง

ที่ถูกต้อง



นอกจากนี้แล้วในช่วงงานบุญยี่เป็งพี่น้องชาวล้าน
นายังนิยมรักษาศีล ปฏิบัติธรรมและฟังเทศน์
มหาชาติเพื่อสร้างบุญบารมีเพื่อเป็นสิริมงคลให้
กับตนเองอีกด้วย…

ว่าว หรือโคมลอยใน 1. ว่าวฮม (ว่าวลม) หรือ ว่าวควัน เป็นรูปแบบของ
วันยี่เป็ง โคมลอยที่เราเห็นกันเป็นปกติ ใช้ควันไฟที่มีความ
ร้อนอัดเข้าไปในตัวว่าว เรียกว่า ฮมควัน เพื่อให้
ปัจจุบันที่เราเรียกกันอย่างคุ้นปากว่า โคมลอย นั้น ชาว พยุงให้ลอยขึ้นไปในอากาศ มักจะผูกสายประทัด
ล้านนาเขาจะเรียกกันว่า "ว่าว" ครับ ซึ่งว่าวในภาษาล้าน ติดที่หางว่าว และจุดเมื่อปล่อย นิยมปล่อยในช่วง
นา หมายถึง เครื่องเล่นชนิดหนึ่งทำด้วยกระดาษ สำหรับ กลางวัน ในภาษากลางเรียกว่า "โคมลอย"
ปล่อยให้ลอยไปตามลม คล้ายกับบอลลูน ตามวัฒนธรรม 2. ว่าวไฟ ใช้หลักการเดียวกันกับการทำว่าวฮม แต่
ของล้านนา ในช่วงยี่เป็งจะมีการปล่อยว่าว 2 แบบ คือ ใช้กระดาษน้อยกว่า และอาศัยความร้อนจากลูกไฟ
ที่ผูกติดกับแกนกลาง ทำให้ว่าวลอยขึ้นสู่อากาศ
ลูกไฟที่ผูกติดแกนกลางในอดีตนั้น ใช้ขี้ย้าหล่อเป็น
แท่ง ปัจจุบันนิยมใช้กระดาษชำระชุบขี้ผึ้งเทียน
นิยมจุดในตอนกลางคืน ในภาษากลางเรียกว่า
"โคมไฟ"

ล่องสะเปา ลอยกระทงฉบับล้านนา
สำหรับชาวล้านนาเขาจะมีกระทงในรูปแบบเฉพาะ ที่เรียกว่า สะเปา หรือไหลเรือสำเภา (การลอยกระทงนั้นรับ
มาจากภาคกลางในยุคหลัง) โดยชาวบ้านจะไปทำสะเปาร่วมกันที่วัด เสร็จแล้ววางลงบนแพไม้ไผ่ และนำสะตวง
(สิ่งของพิธีกรรมของจาวภาคเหนือล้านนา) พร้อมด้วยข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ส่ลงไปในสะเปา ช่วงหัวค่ำของวันยี่
เป็ง จึงพากันหามสะเปาปลอยที่แม่น้ำ เมื่อสะเปาลอยไปได้ระยะหนึ่ง จะมีคนยากจนคอยดักรอสะเปากลางแม่น้ำ

เพื่อนำเอาของอุปโภคต่างๆ มาใช้ เป็นการบริจาคทานแบบหนึ่ง

ประเพณียี่เป็ง
ของชาวล้านนา
นั้น นับว่าอยู่บน
ฐานความเชื่อ
เดียวกับประเพณี
ลอยกระทงในภูมิ

ภาคอื่นๆ
วัตถุประสงค์
สำคัญคือการขอ
ขมาแม่พระคงคา
และบูชาองค์พระ
สัมมาสัมพุทธเจ้า
นั่นเองรวมถึงสิ่ง
ศักดิ์สิทธิ์ตาม
ความเชื่อของ
ชาวล้านนาด้วย

การตกแต่งซุ้มประตูป่า

ก่อนจะถึงวันยี่เป็ง ประมาณ ๑-๒ วัน ชาวล้านนาจะเตรียมจัดตกแต่งประตูบ้านแบะประตูวัด ด้วยซุ้มประตู
ป่า โดยนำต้นกล้วย ใบมะพร้าว ต้นอ้อย ต้นข่า โคมหูกระต่าย โคมเงี้ยวหรือโคมชนิดอื่นๆ ดอกตะล่อม(บาน
ไม่รู้โรย) ดอกคำปู้จู้ (ดาวเรือง) ฯลฯ ตกแต่งเป็นซุ้มประตูป่าอย่างงดงาม มีจุดมุ่งหมาย เพื่อเป็นเครื่องสัก
การะถวายการต้อนรับพระเวสสันดรในวันยี่เป็ง ครั้งเสด็จออกจากป่าเข้าสู่เมือง ซึ่งปรากฏในเวสสันดรชาดก

อันเป็นชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนจะประสูติเป็นพระพุทธเจ้า พระครูอดุลสีลกิตติ์ (ฐานวุฑโฒ)
(สัมภาษณ์, ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑) ผู้รู้ด้านประเพณีล้านนากล่าวว่า ในช่วงประเพณีเดือนยี่เป็ง ชาวล้านนา
นิยมที่จัดเทศนาธรรมเรื่อง เวสสันดรชาดกและในกัณฑ์ที่ ๑๓ กัณฑ์สุดท้ายหรือนครกัณฑ์ เป็นการพรรณนา
เกี่ยวกับเหตุการณ์หลังจากพระเวสสันดรทรงลาผนวช และทรงเครื่องกษัตริย์เสด็จกลับจากป่าหิมพานต์เพื่อ
เข้าครองนครสีพี ชาวบ้านชาวเมืองต่างดีใจจึงประดับตกแต่งเมืองด้วยซุ้มประตูป่าอย่างงดงาม จากเรื่อง

ราวที่ปรากฏในเวสสันดรชาดกนี้คนล้านนาจึงจำลองฉากเวสสันดรชาดกมาไว้ยังบ้านของตนเอง ด้วยการ
ตกแต่งประดับประดาจำลองเป็นป่าหิมมพานต์ และเชื่อว่าถ้าใครตกแต่งซุ้มประตูป่าได้งดงาม อาจทำให้พระ
เวสสันดรเสด็จหลงเข้ามาในซุ้มประตูป่าที่จำลองเป็นป่าหิมพานต์ภายในบ้านของของเรา จะทำให้ได้อานิสงส์

อย่างมาก



การสร้างซุ้มประตูป่า นอกจากมีคติความเชื่อ ในเรื่องการต้อนรับการเสด็จกลับจากป่าของพระเวสสันดรแล้ว
ยังเป็นซุ้มที่ใช้จุดผางประทีส เพื่อบูชาพระเจ้าห้าพระองค์ โดยจุดไว้ในโคมหูกระต่ายหรือโคมชนิดอื่นๆ ที่ใช้ใน

การประดับตกแต่ง


Click to View FlipBook Version