2O .ON EUSSIประเพณีผีตาโขน OO.6$ • 0202 REBMETPES
HISTORY
ป ร ะ เ พ ณี บุ ญ ห ล ว ง แ ล ะ
ก า ร ล ะ เ ล่ น ผี ต า โ ข น
WELCOME TO THE PHI
TA KHON TRADITION.
HISTORY AND
ORIGIN
ต้นกำเนิดผีตาโขน
กล่าวกันว่า การแห่ผีตาโขนเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระเวสสันดรและนางมัทรีจะเดิน
ทางออกจากป่า กลับสู่เมืองบรรดาผีป่าหลายตนและสัตว์นานาชนิดอาลัยรักจึง
พาแห่แหนแฝงตัวแฝงตน มากับชาวบ้านเพื่อมาส่งทั้งสองพระองค์กลับเมือง
เรียกกันว่า "ผีตามคน" หรือ "ผีตาขน" จนกลายมาเป็น "ผีตาโขน" อย่างใน
ปัจจุบัน
ชนิดของผีตาโขน
ผีตาโขน ในขบวนแห่จะแยกเป็น 2 ชนิดคือ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก
ผีตาโขนใหญ่ ทำเป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดา
ประมาณ 2 เท่าประดับตกแต่งรูปร่างหน้าตาด้วยเศษวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เวลา
แห่ คนเล่นจะต้องเข้าไปอยู่ข้างในตัวหุ่น แต่ละปีจะทำผีตาโขนใหญ่เพียง 2 ตัว
คือผีตาโขนชาย1ตัวและหญิง1ตัว สังเกตจากเครื่องเพศปรากฏชัดเจนที่ตัวหุ่น ผู้
มีหน้าที่ทำผีตาโขนใหญ่จะมีเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เพราะคนอื่นไม่มีสิทธิ์ทำ การทำก็
ต้องได้รับอนุญาตจากผีหรือเจ้าก่อน ถ้าได้รับอนุญาตแล้วต้องทำทุกปีหรือทำ
ติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี
ผู้เข้าร่วมในพิธีนี้จะแต่งกายคล้ายผีและปีศาจใส่หน้ากากขนาดใหญ่ ทำจากกาบมะพร้าวแกะ
สลักและ สวมศีรษะด้วยกระติ๊บข้าวเหนียว ในขบวนแห่จะประกอบไปด้วยการร้องรำทำเพลง
อย่างสนุกสนาน
การละเล่นผีตาโขน
เนื่องจากงานประเพณีผีตาโขนเป็นงานบุญใหญ่ซึ่งเรียกกันว่างานบุญหลวง จัดขึ้นที่วัด
โพนชัย อ.ด่านซ้าย โดยมีการละเล่นผีตาโขน มีการเทศน์มหาชาติ มีการทำบุญพระธาตุศรี
สองรักและงานบุญต่างๆเข้ามาผสมอยู่รวมๆกัน จึงมีการจัดงานกัน 3 วัน
การเริ่มต้นประเพพณี
วันแรก เริ่มพิธีตอนเช้า 04.00-05.00 น. คณะแสนหรือข้าทาส
บริวารของเจ้าพ่อกวนจะนำอุปกรณ์ มีด ดาบ หอก ฉัตร พาน
ดอกไม้ ธูปเทียน ขันห้าขันแปด (พานดอกไม้ 5 คู่ หรือ 8 คู่) ถือ
เดินนำขบวนไปที่ริมแม่น้ำหมัน เพื่อนิมนต์พระอุปคุตต์ พระผู้มี
ฤทธานุภาพมาก และมักเนรมิตกายอยู่ในมหาสมุทร เพื่อป้องกัน
ภัยอันตราย และให้เกิดความสุขสวัสดี เมื่อถึงแล้วผู้อันเชิญต้อง
กล่าวพระคาถาและให้อีกคนลงไปในน้ำ งมก้อนหินใต้น้ำขึ้นมา ถาม
ว่า "ใช่พระอุปคุตต์หรือไม่" ผู้ที่ยืนอยู่บนฝั่ งตอบว่า "ไม่ใช่" พอ
ก้อนหินก้อนที่ 3 ให้ตอบว่า "ใช่ นั่นแหละพระอุปคุตต์ที่แท้จริง"
เมื่อได้พระอุปคุตต์มาแล้ว ก็นำใส่พาน แล้วนำขบวนกลับที่หอพระ
อุปคุตต์ ทำการทักขิณาวัฏ 3 รอบ มีการยิงปืนและจุดประทัด ซึ่ง
ช่วงเวลานั้นบรรดาผีตาโขนที่นอนหลับหรืออยู่ตามที่ต่างๆก็จะมา
ร่วมขบวนด้วยความยินดีปรีดา เต้นรำ เข้าจังหวะกับเสียงหมาก
กระแร่ง ซึ่งเป็นกระดิ่งผูกคอวัวหรือกระดิ่งให้ดังเสียงดัง
วันที่สอง เป็นพิธีแห่พระเวส ในขบวนประกอบ
ด้วย พระพุ ทธรูป 1 องค์ พระสงฆ์ 4 รูป นั่งบน
แคร่หามตามด้วย เจ้าพ่อกวน นั่งอยู่บนกระบอก
บั้งไฟ ท้ายขบวนเป็นเจ้าแม่นางเทียม กับบริวาร
ชาวบ้าน และเหล่าผีตาโขน เดินตามเสด็จไปรอบ
เมือง ก่อนตะวันตกดิน สำหรับคนที่เล่นเป็นผีตา
โขนใหญ่ ต้องถอดเครื่องแต่งกายผีตาโขนใหญ่
ออกให้หมดและนำไปทิ้งในแม่น้ำหมัน ห้ามนำเข้า
บ้าน เป็นการทิ้งความทุกข์ยากและสิ่งเลวร้ายไป
ร อ จ น ปี ห น้ า ฟ้ า ใ ห ม่ แ ล้ ว ค่ อ ย ทำ เ ล่ น กั น ใ ห ม่
วันที่สาม เป็นการรวมเอางานบุญประเพณี
ป ร ะ จำ เ ดื อ น ต่ า ง ๆ ข อ ง ปี ม า ร ว ม กั น จั ด ใ น ง า น บุ ญ
หลวง ประชาชนจะมานั่งฟังเทศน์มหาชาติ 13
กัณฑ์ ที่วัดโพนชัย เพื่ อเป็นการสร้างกุศลและเป็น
ม ง ค ล แ ก่ ชี วิ ต แ ก่ ชี วิ ต
ผีกตาารโลขะนเ ลเ่ลน็ ก
ก า ร ล ะ เ ล่ น ข อ ง
ผี ต า โ ข น เ ล็ ก
ผีตาโขนเล็กเป็นการละเล่นของเด็ก ไม่ว่าเด็กเล็ก เด็กวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ ทั้งผู้หญิงชาย มี
สิทธิ์ทำ และเข้าร่วมสนุก ได้ทุกคน แต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วมเพราะเป็นการเล่นค่อนข้าง
ผาดโผนและซุกซน ผู้เข้าร่วมในพิธีนี้จะแต่งกายคล้ายผีและปีศาจใส่หน้ากากขนาดใหญ่
เครื่องแต่งกายของผีตาโขน ส่วนใหญ่มักประกอบด้วย
ส่วนหัวหรือที่เรียกว่าหน้ากากนั้น ทำด้วย "หวด" หรือภาชนะที่ใช้นึ่งข้าวเหนียว ซึ่งเป็นส่วน
ด้านบนดูคล้ายหมวก ส่วนหน้านั้นทำจากโคนก้านมะพร้าว นำมาตัดปาดให้เป็นรูปหน้ากาก
และเจาะช่องตา จมูกนั้นทำจากไม้เนื้ออ่อน แกะให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามแต่จินตนาการของ
ผู้สร้างสรรค์ โดยทำเป็นลักษณะยาวแหลมคล้ายงวงช้าง ส่วนเขานั้นทำจากปลีมะพร้าวแห้ง
โดยนำส่วนประกอบต่าง ๆ มาเย็บติดเข้าไว้ด้วยกัน และทาสีสันวาดลวดลายไปบนด้านหน้า
ของหน้ากากนั้น ๆ หลังจากนั้นจะเย็บเศษผ้าติดไว้บริเวณด้านบน(หลัง) เพื่อให้คลุมส่วนคอ
ของผู้ใส่ไปจนถึงไหล่
ด้านเสื้อผ้าหรือ
เครื่องแต่งกาย นั้น
เป็นชุดที่ทำจากเศษ
ผ้านำมาเย็บติดกัน
และมี "หมากกะ
แหล่ง" หรือกระดิ่ง
(คล้ายกับที่แขวน
คอโค, กระบือ)
แขวนผูกไว้บริเวณ
เอว เพื่อให้เกิดเสียง
ดังเป็นจังหวะเวลา
เดิน และส่ายสะโพก
ส่วนประกอบ
สุดท้าย คือ ดาบ
หรือง้าว ที่จะทำจาก
ไม้เนื้ออ่อน ในขบวน
แห่จะประกอบไป
ด้วยการร้องรำทำ
เพลงอย่าง
สนุกสนาน