The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ป่าไม้ของประเทศไทย ชนิดและประเภทของป่าไม้ในไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mairoomg, 2022-03-08 00:35:52

ป่าไม้

ป่าไม้ของประเทศไทย ชนิดและประเภทของป่าไม้ในไทย

Keywords: ้ชีวิทยา,ระบบนิเวศ

ป่าไม้

ในประเทศไทย

ประเภทและชนิด BY Blue ppl
ของ ป่าไม้ ที่มี
ในประเทศไทย



คำนำ

E-Book "ป่าไม้ของไทย" ฉบับนี้ทำขึ้นเพื่อ ใช้ประกอบการเรียนรู้
ในเรื่อง ป่าไม้ของประเทศไทย ซึ่งเนื้อหา เรื่องป่าไม้ต่างๆของประเทศไทยเบื้องต้น
ของปี พ.ศ. 2561 ถูกจัดรวบรวมไว้ในหนังสือเล่มนี้

ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า E-Book ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อบุคคลที่กำลัง
ศึกษาในเรื่อง "ป่าไม้ของไทย" และจะสามารถช่วยให้ผู้ศึกษาบุลุตามวัตถุประสงค์

Blue ppl



สารบัญ

หน้า 1 หน้า 2

ป่ าไม้ของไทย ป่ าดิบชื้ น

หน้า 3 หน้า 4

ป่าดิบแล้ง และ ป่าดิบเขา ป่าสน และ ป่าพรุ

หน้า 5 หน้า 6

ป่ าชายเลน ป่ าเบญจพรรณ

หน้า 7 หน้า 12

ป่าเต็งรัง และ ป่าหญ้า บรรณานุกรม

หน้า 13
ประวัติผู้จัดทำ

1

ป่าไม้ในปรเทศไทย

ป่าไม้ในประเทศไทย
ประเทศไทยเราสามารถแบ่งประเภทของป่าออกได้เป็น 2 ประเภทได้แก่

1.ป่าไม่ผลัดใบ (Evergreen Forest) ประกอบไปด้วย ป่าดงดิบชื้น (Tropical Rain Forest)
ป่าดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest) ป่าดิบเขา (Hill Evergreen Forest) ป่าสน (Coniferous Forest)
ป่าพรุ (Swamp Forest) ป่าชายเลน (Mangrove Swamp Forest) ป่าชายหาด (Beach Forest)

2.ป่าผลัดใบ (Deciduous Forest) ประกอบไปด้วย ป่าเบญจพรรณ (Mixed Deciduous Forest)
ป่าเต็งรัง (Dry Deciduous Dipterocarp Forest) ป่าหญ้า (Grassland Forest)

2

ป่าไม้ไม่ผลัดใบ

ป่าดิบชื้น (Tropical Rain Forest)
มีอยู่ทั่วไปในทุกภาคของประเทศ และมากที่สุดแถบชายฝั่งภาคตะวันออก เช่น ระยอง จันทบุรี และที่ภาคใต้ กระจัดกระจาย
ตามความสูงตั้งแต่ 0 - 100 เมตรจากระดับน้ำทะเลซึ่งมีปริมาณน้ำฝนตกมากกว่าภาคอื่น ๆ ลักษณะทั่วไปมักเป็นป่ารกทึบ
ประกอบด้วยพันธุ์ไม้มากมายหลายร้อยชนิด ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นวงศ์ยาง ไม้ตะเคียน กะบาก อบเชย จำปาป่า ส่วนที่เป็นพืชชั้น
ล่างจะเป็นพวกปาล์ม ไผ่ ระกำ หวาย บุกขอน เฟิร์น มอส กล้วยไม้ป่าและ เถาวัลย์ชนิดต่างๆ

ไม้จำพวก หวาย ระกำ
ไม้จำพวก บุก ชอน

3

ป่าดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest)
มีอยู่ทั่วไปตามภาคต่าง ๆ ของประเทศ ตามที่ราบเรียบหรือตามหุบเขา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 500 เมตร และ
มีปริมาณน้ำฝนระหว่าง 1,000-1,500 ม.ม. พันธุ์ไม้ที่สำคัญ เช่น ยางแดง มะค่าโมง เป็นต้น พื้นที่ป่าชั้นล่างจะไม่หนาแน่น
และค่อนข้างโล่งเตียน

ป่าดิบเขา (Hill Evergreen Forest)
เป็นป่าที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 1,000 เมตรขึ้นไป ส่วนใหญ่อยู่บนเทือกเขาสูงทางภาคเหนือ และบางแห่งในภาคกลาง
และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่นที่ อช.ทุ่งแสลงหลวง และ อช.น้ำหนาว เป็นต้น มีปริมาณน้ำฝนระหว่าง 1,000 ถึง2,000 ม.
พืชที่สำคัญได้แก่ไม้วงศ์ก่อ เช่น ก่อสีเสียด ก่อตาหมูน้อย อบเชย มีป่าเบญจพรรณด้วย เป็นต้น บางทีก็มีสนเขาขึ้นปะปนอยู่ด้วย
ส่วนไม้พื้นล่างเป็นพวกเฟิร์น กล้วยไม้ดิน มอสต่าง ๆ ป่าชนิดนี้มักอยู่บริเวณต้นน้ำลำธาร

4

ป่าสน (Coniferous Forest)
มีกระจายอยู่เป็นหย่อม ๆ ตามภาคเหนือ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง เพชรบูรณ์ และที่ภาคตะวันออกเฉียง
เหนือที่จังหวัดเลย ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี มีอยู่ตามที่เขาและที่ราบบางแห่งที่มีระดับสูงจากน้ำทะเลตั้งแต่ 200
เมตรขึ้นไป บางครั้งพบขึ้นปนอยู่กับป่าแดงและป่าดิบเขา ป่าสนมักขึ้นในที่ดินไม่อุดมสมบูรณ์ เช่น สันเขาที่ค่อนข้างแห้งแล้ง
ประเทศไทยมีสนเขาเพียง 2 ชนิดเท่านั้น คือสนสองใบและสนสามใบ และพวกก่อต่าง ๆ ขึ้นปะปนอยู่ พืชชั้นล่างมีพวกหญ้า
ต่าง ๆ

ป่าพรุ (Swamp Forest, Peat Swamp Forest)
เป็นสังคมป่าที่อยู่ถัดจากบริเวณสังคมป่าชายเลน โดยอาจจะเป็นพื้นที่ลุ่มที่มีการทับถมของซากพืชและอินทรียวัตถุที่ไม่สลาย
ตัว และมีน้ำท่วมขังหรือชื้นแฉะตลอดปี จากรายงานของกองสำรวจดิน กรมพัฒนาที่ดิน (2525) พื้นที่ที่เป็นพรุพบในจังหวัด
ต่าง ๆ ดังนี้ นราธิวาส 283,350 ไร่ นครศรีธรรมราช 76,875 ไร่ ชุมพร 16,900 ไร่ สงขลา 5,545 ไร่ พัทลุง 2,786 ไร่
ปัตตานี 1,127 ไร่ และตราด 11,980 ไร่ ส่วนจังหวัดที่พบเล็กน้อย ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ตรังกระบี่ สตูล ระยอง จันทบุรี
เชียงใหม่ (อ.พร้าว) และจังหวัดชายทะเลอื่น ๆ รวมเป็นพื้นที่ 400,000 ไร่ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกบุกรุกทำลาย
ระบายน้ำออกเปลี่ยนแปลงสภาพเป็นสวนมะพร้าว นาข้าว และบ่อเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลา คงเหลือเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ในจังหวัด
นราธิวาสเท่านั้น คือ พรุโต๊ะแดง ซึ่งยังคงเป็นป่าพรุสมบูรณ์ และพรุบาเจาะ ซึ่งเป็นพรุเสื่อมสภาพแล้ว

5

ป่าชายเลน (Mangrove Swamp Forest)
ป่าชนิดนี้จะขึ้นอยู่ตามชายฝั่งทะเลที่มีดินโคลนและน้ำทะเลท่วมถึง เช่น ตามชายฝั่งตะวันตก ตั้งแต่ระนองถึงสตูลแถบอ่าวไทย
ตั้งแต่สมุทรสงครามถึงตราด และจากประจวบคีรีขันธ์ลงไปถึงนราธิวาส ไม้ที่สำคัญเช่น ไม้โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ แสมลำพู
โพทะเล

ต้น แสม

ต้น โกงกาง

6

ป่าไม้ผลัดใบ

ป่าเบญจพรรณ (Mixed Deciduous Forest)
พบทั่วประเทศตามที่ราบและเนินเขา ฝนตกไม่มากนัก มีฤดูแล้งยาวนาน พรรณไม้ที่ พบมีวงปีเด่นชัด ที่พบมาก ได้แก่
สัก แดง ประดู่ มะค่าโมง พยุง ชิงชัน พี้จั่น ฯลฯ พืชชั้นล่าง คือ ไผ่หลายชนิด

ไม้จำพวก พยูง
ไม้จำพวก ประดู่

7

ป่าเต็งรัง (Dry Deciduous Dipterocarp Forest)
พบทั่วไปเช่นเดียวกับป่าเบญจพรรณ แต่แห้งแล้งกว่าเนื่องจากดินอุ้มน้ำน้อย พรรณไม้มักทนแล้ง และทนไฟ เช่น เต็ง รัง เหียง
พลวง กราด มะขามป้อม มะกอก ผักหวาน พืชชั้นล่างเป็นหญ้า ไผ่เพ็ก ปรง กระเจียว เปราะ

ประกอบไปด้วย ต้นเต็ง และต้นรัง

ป่าหญ้า ( Grassland Forest)
ในประเทศไทย ป่าหญ้าเกิดภายหลังเมื่อป่าธรรมชาติอื่นๆถูกทำลาย ดินมีสภาพเสื่อมโทรม หญ้าที่พบมีหญ้าคา แฝก อ้อ แขม
มีไม้ต้นบ้าง เช่น ติ้ว แต้ สีเสียดแก่น ซึ่งทนแล้งและทนไฟ

ประกอบไปด้วย พืชจำพวกหญ้า หญ้าถอดปล้อง

ไพร,เลา,อ้อ



8

แบบผึกหัดท้ายหนังสือ

ป่ าชนิดนี้พบบริเวณพื้ นที่ใด

ต้นไม้ในบริเวณป่านี้
มีต้นอะไรบ้าง

ป่ าชนิดนี้พบบริเวณพื้ นที่ใด

ต้นไม้ในบริเวณป่านี้
มีต้นอะไรบ้าง

10

เฉลย แบบผึกหัดท้ายหนังสือ

ป่ าชนิดนี้พบบริเวณพื้ นที่ใด

ป่าชายเลน บริเวณ ทะเล

ต้นไม้ในบริเวณป่านี้
มีต้นอะไรบ้าง

ต้นโกงกาง ต้นแสม

ป่ าชนิดนี้พบบริเวณพื้ นที่ใด

บริเวณภูเขา ป่าเต็งรัง

ต้นไม้ในบริเวณป่านี้
มีต้นอะไรบ้าง

ต้นเต็ง ต้นรัง



12

บรรณานุกรม

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (2561) สืบค้นเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2565 www.mnre.go.th/reo13/th/news/detail/9490

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร (2561) สืบค้นเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2565www.seub.or.th/category/seub
/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/

13

ประวัติ
ผู้จีดทำ

ชื่อ นาพยรบมูรพิพลาา
มหาอวิุทดยรธาลาันยีราชภัฏ

ทั่สวไาปขคแาณวลิทะะคยชีวารุวศศิทาายสสาตตรร์์



" ป่าไม้งาม น้ำหล่อเลี้ยง ประทังอยู่
ป่าไม้คู่ นานาสัตว์ จัดอาศัย
ป่าไม้เขียว ชอุ่ม พุ่มดอกใบ
ป่าไม้ให้ ร่มรื่น ชื่นชีวี

ให้ความเย็น ความสุข ได้ทุกเมื่อ
ให้งามเหลือ ธรรมชาติ ดาษดื่นที่
ให้สายน้ำ ลำธาร ซ่านฤดี
ให้สัตว์มี ถิ่นอาศัย ในป่าพง
จงช่วยกัน รักษา ถนอมไว้
จงเลิกใฝ่ ทำลาย เลิกลุ่มหลง
ขอเถิดนะ ขอป่า รกชัฏดง
ให้คู่คง กับชีวี มีมากมวล "


Click to View FlipBook Version