The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบรายงานผลการตรวจฯ 67 ศธจ.บึงกาฬ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kansinee050, 2023-11-30 01:57:33

แบบรายงานผลการตรวจฯ 67 ศธจ.บึงกาฬ

แบบรายงานผลการตรวจฯ 67 ศธจ.บึงกาฬ

แบบรายงานผลการตรวจราชการและติดตามประเมินผล ตามนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (นายสมใจ วิเศษทักษิณ) ประจ าเขตตรวจราชการที่ 10 หน่วยงาน ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ สังกัดส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ


-2- แบบรายงานผลการตรวจราชการและติดตามประเมินผล ตามนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (นายสมใจ วิเศษทักษิณ) ประจ าเขตตรวจราชการที่ 10 หน่วยงาน ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ ----------------------------------------- ค าชี้แจง ขอความกรุณาหน่วยงานจัดท ารายงานผลการด าเนินงานตามนโยบายการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (เฉพาะที่ได้ด าเนินการ) ตามรายการดังนี้ นโยบายการศึกษาของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ “เรียนดี มีความสุข” ข้อสั่งการและแนวปฏิบัติ 1. ให้น านโยบายด้านการศึกษาของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการไปด าเนินการอย่างเป็นรูปธรรม (Action Plan) 2. ด าเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เช่น การบรรจุ แต่งตั้งโยกย้าย (ห้ามซื้อ-ขายต าแหน่ง) ห้ามทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุ ครุภัณฑ์ ชุดนักเรียน อาหารกลางวัน ฯลฯ และต้องจัดซื้อจัดจ้างวัสดุ ครุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ 3. น้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ 4. ให้ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาด 5. ส่งเสริมการอ่านอย่างเป็นกระบวนการ โดยครูต้องเป็นต้นแบบในการรักการอ่าน 6. การลงพื้นที่ตรวจราชการหรือตรวจเยี่ยม ให้เฉพาะผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องมาร่วมรับการตรวจราชการหรือ ตรวจเยี่ยม โดยให้มีการด าเนินการ อย่างเรียบง่ายและประหยัด เช่น ไม่ต้องติดป้ายต้อนรับ ไม่มีของที่ ระลึกหรือของฝาก เป็นต้น ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 1. การปรับวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา ลดขั้นตอน มุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน 1.1 การด าเนินงานตามนโยบาย 1. การเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการด าเนินการ ตามมาตรฐานต าแหน่งและมาตรฐาน วิทยฐานะฯ 1.1 สร้างความรู้ ความเข้าใจ การด าเนินการตามมาตรฐานต าแหน่ง ประชาสัมพันธ์แนวปฏิบัติ และข่าวสารเกี่ยวกับการประเมินวิทยฐานะ ที่เข้ามาใหม่ ซึ่งสามารถลดขั้นตอน และเอกสารต่างๆได้ 1.2 การให้ความรู้ส าหรับบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับหน้าที่ดูและระบบ DPA ของสถานศึกษา ในกรณีที่ผู้ดูแลมีการสับเปลี่ยนและย้ายสถานศึกษา และสร้างความรู้เพิ่มเติมเพื่อสร้างความช านาญใน การปฏิบัติงานส าหรับเจ้าที่หน้าที่เดิม 2. การด าเนินการตามหลักเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะ 2.1 ด าเนินการให้ผู้อ านวยการสถานศึกษา ข้าราชการครู และจัดท า PA ในแต่ละรอบของ ปีงบประมาณ โดยผู้อ านวยการสถานศึกษาจัดท า PA กับผู้อ านวยการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ ข้าราชการครูจัดท า PA กับผู้อ านวยการสถานศึกษา


-3- 2.2 น าข้อมูล PA ที่เป็นแบบสรุปผลการประเมินของปีการศึกษา น าเข้าระบบ และข้าราชการครูที่มี คุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ ที่ ก.ค.ศ. ก าหนด ให้ด าเนินการยื่นค าขอเพื่อรับการประเมินฯ ในระบบ DPA 1.2 ปัจจัยที่ขับเคลื่อนสู่ความส าเร็จ 1. การสร้างการรับรู้การน าข้อมูลข่าวสารที่เป็นปัจจุบันให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับรู้และน าไปใช้ 2. การน าเครื่องมือ เทคโนโลยี นวัตกรรมเข้ามาช่วยในการด าเนินงาน 3. การด าเนินการเป็นทีม ของ PA Support Team ของ สพป.บึงกาฬ และการประสานงานข้าราชการ ครูที่มีประสบการณ์ในการด าเนินการยื่นขอฯ ในระบบ DPA ที่มีผลการประเมินผ่านแล้ว มาช่วยแนะน า และ ให้ค าปรึกษาส าหรับข้าราชการครูที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เพื่อเตรียมความพร้อมจัดท าผลงานให้มีคุณภาพตาม มาตรฐาน ผ่านเกณฑ์ ที่ ก.ค.ศ. ก าหนด 1.3 ปัญหาอุปสรรค ปัญหา/อุปสรรค วิธีการแก้ปัญหา 1. การจัดท าข้อมูลผลงานของข้าราชการครู ที่มีความเร่งรีบ ท าให้ผลงานยังขาดความครบถ้วน สมบูรณ์ 2. การสื่อสาร การรับรู้ข่าวสาร เกี่ยวกับการ ด าเนินการขอมี/เลื่อนวิทยฐานะ ที่เกิดความเข้าใจ คลาดเคลื่อน เกิดความผิดพลาดในระบบ DPA 1. ประสานงานครูที่ด าเนินการยื่นผ่านระบบ DPA มาแล้ว มาเป็นพี่เลี้ยง ให้ค าที่ปรึกษา ในการจัดท า ผลงานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ก่อนน าส่งเข้าระบบ DPA 2. การน าเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นปัจจุบัน แนว ทางการปฏิบัติที่ชัดเจน และติดตามให้ค าแนะน าให้กับ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติเป็นระยะๆ เพื่อป้องกันการสื่อสารที่ มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน 1.4 นวัตกรรม/แบบอย่างที่ดี 1. การด าเนินงานให้ความรู้ ความเข้าใจของคณะท างาน PA Support Team ให้กับบุคลากรข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา และการสร้างเครือข่ายในระดับพื้นที่ เพื่อช่วยสนับสนุนในการด าเนินการขอมี วิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะผ่านระบบ DPA โดยการสร้างกลุ่มไลน์ เพื่อคอยตอบข้อซักถาม และแลกเปลี่ยน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน 2. การจัดอบรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ โดยจัดอบรมที่มีความสม่ าเสมอ 1.5 ข้อเสนอแนะ 1 ข้อเสนอแนะระดับพื้นที่ - การจัดอบรมสร้างความเข้าใจแก่ผู้อ านวยการสถานศึกษา ข้าราชการครู และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ให้ เกิดความเข้าใจ วิธีการ และแนวปฏิบัติที่มีความชัดเจน ด าเนินการให้เกิดความต่อเนื่องและปรับปรุงข้อมูลใหม่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและในการด าเนินการ 2 ข้อเสนอแนะระดับนโยบาย - การมีมาตรการรองรับให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลในการปฏิบัติหน้าที่ และการ สร้างความเชื่อมั่นในระบบ DPA ที่เน้นคุณภาพ มาตรฐาน ตามที่ ก.ค.ศ.ก าหนด มุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน


-4- ส านักงานอาชีวศึกษาจังหวัดบึงกาฬ โดยวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ได้ด าเนินโครงการประเมินผลการพัฒนางาน ตามข้อตกลง (Performance Agreement : PA) ประจ าปีการศึกษา 2566 วันที่ 2 กันยายน 2566 ณ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ อ าเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ส านักงานอาชีวศึกษาจังหวัดบึงกาฬ โดยวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ได้ด าเนินโครงการประเมินผลการพัฒนางาน ตามข้อตกลง (Performance Agreement : PA) ประจ าปีการศึกษา 2566 วันที่ 2 กันยายน 2566 ณ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ อ าเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ


-5- 2. ครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น (โยกย้ายกลับภูมิล าเนาด้วยความโปร่งใส ไม่มีการซื้อขาย ต าแหน่ง) 2.1 การด าเนินงานตามนโยบาย 2.1.1 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการด าเนินการย้ายข้าราชการครู ตามมาตรฐานวิชาชีพ หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.ก าหนด 2 .1 .2 ก า รพิ จ า รณ า ก า ร ย้ า ยค รู แ ล ะผู้บ ริห า รสถ านศึกษ า มีค ว ามเป็น ธ ร รม โ ด ย ยึ ดหลัก หลักธรรมมาภิบาล หลักการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี และค านึงถึงประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับเป็นส าคัญ 2.1.3 การด าเนินการหลักเกณฑ์การย้าย 1 ด าเนินการย้ายครูและผู้บริหารสถานศึกษามีความถูกต้อง ตามกฎระเบียบที่วางไว้ 2 ตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาการย้ายครูและผู้บริหารสถานศึกษา 2.2 ปัจจัยที่ขับเคลื่อนสู่ความส าเร็จ 1. การน าเครื่องมือ เทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ใหม่ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน 2. ด าเนินการย้ายครูและผู้บริหารสถานศึกษาแล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่ก าหนด 2.3 ปัญหาอุปสรรค ปัญหา/อุปสรรค วิธีการแก้ปัญหา 1. ยื่นค าร้องในแต่ละรอบ มีจ านวนมาก และการตรวจสอบ ข้อมูลการย้ายมีความเร่งรีบ ท าให้ขาดความครบถ้วน 2. เอกสารประกอบการพิจารณาในแต่ละรอบการย้าย มีปริมาณที่มาก 1.ข้าราชการครูและผู้บริหารที่ยื่นค าร้องย้ายใน แต่ละรอบ ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ให้ครบถ้วน 2. ลดปริมาณการใช้เอกสาร 2.4 นวัตกรรม/แบบอย่างที่ดี สรรหาบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นกระบวนการที่มี ความส าคัญต่อระบบบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อันที่จะได้บุคคลที่เป็นคนดี มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพมาบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา ซึ่งกระบวนการย้ายข้าราชการครูและผู้บริหารสถานศึกษา นับเป็นกระบวนการหนึ่งที่มี ความส าคัญ ต่อระบบบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเช่นเดียวกัน เนื่องด้วย บุคคลที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งได้ปฏิบัติงานในช่วงระยะเวลาหนึ่งย่อมมีการขอย้ายตามเหตุผลหรือความ จ าเป็นหรือตามความเหมาะสม และเพื่อประโยชน์ของทางราชการ 2.5 ข้อเสนอแนะ 2.5.1 ข้อเสนอแนะระดับพื้นที่ จัดอบรม สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ข้าราชการครูและผู้บริหารสถานศึกษา และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ให้ เกิดความเข้าใจ วิธีการ และแนวทางปฏิบัติให้เกิดความชัดเจน เข้าใจวิธีการด าเนินการ 2.5.2 ข้อเสนอแนะระดับนโยบาย 1. มีมาตรการรองรับเจ้าหน้าหน้าผู้ปฏิบัติ เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลใจในการปฏิบัติงาน และสร้างขวัญ ก าลังใจ 2. ยื่นเอกสารการย้ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดขั้นตอนของเอกสาร


-6- ประชุมคณะกรรมการรับเอกสารและตรวจสอบองค์ประกอตัวชี้วัดและคะแนนในการประเมินตามองค์ประกอบ การรประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้าย ต าแหน่งครู ครั้งที่ 2/2566 วันจันทร์ ที่ 21 สิงหาคม 2566 ณ ห้องประชุมไชยบุรี 1 วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ


-7- 3. การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา 3.1 การด าเนินงานตามนโยบาย 1. แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจังหวัดบึงกาฬ 2. จัดประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับสถาบันการเงินเจ้าหน้าของครูเพื่อเข้าร่วมประชุมแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา 3. ประสานข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นหนี้ให้มาติดต่อกับธนาคารเจ้าหนี้ครู เพื่อเข้าร่วมมาตการช่วยเหลือ โดยธนาคารออมสินลดดอกเบี้ยจากเดิม 7% เป็น 6.5% เริ่มวันที่ 1 มกราคม 2566 4. ประชาสัมพันธ์ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นลูกหนี้ขั้นวิกฤต (สีด า) เข้าไปติดต่อ ธนาคารเจ้าหนี้เพื่อขอประนอมหนี้เป็นรายบุคล 5. ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่โดนฟ้องร้องด าเนินคดีเข้าไปเจรจาไกล่เกลี่ย ก่อนจะ โดนฟ้องร้องด าเนินคดี 6. ประสานสถาบันการเงินเจ้าหนี้ครู หาแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ขั้นวิกฤต (ข้าราชการบ านาญ) โดยให้อัตราการส่งน้อยลง ขยายระยะเวลาการช าระหนี้ ให้เงินคงเหลือในบัญชีมากกว่า 30% 7. การพิจารณาออกหนังสือรับรองในการกู้เงินต้องให้เงินคงเหลือมากว่า 30% 8. การให้สินเชื่อเอนกประสงค์ส าหรับข้าราชการ เพื่อช าระหนี้อุปโภค บริโภค การรวมหนี้ เพื่อลด ภาระค่าใช้จ่ายยึดหลักเกณฑ์เงินได้คงเหลือไม่น้อยกว่า 30% 9. มาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ Website ของธนาคาร โดยช่วยเหลือทั้ง ช าระค่างวดลดลงเป็นขั้นบันได (Stepup) ไม่เกิน 3 ปี หรือพักเงินต้นให้ช าระเฉพาะดอกเบี้ย ระยะเวลา 24 เดือน 10. ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นหนี้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ติดต่อขอลด ดอกเบี้ย/ลดเงินงวด/ขยายระยะเวลางวด 11. สหกรณ์ออมทรัพย์ครูหนองคาย - ลดดอกเบี้ยเงินฝากเหลือ 3% - ลดดอกเบี้ยกู้ 5% - เฉลี่ยคืนลด 2 – 3% - ปรับโครงสร้างหนี้ ครูเก่า 240 งวด ครูใหม่ 360 งวด - การรวมหนี้โดยรวมหนี้จากสถาบันการเงินอื่นเพื่อให้มีเงินเหลือ - ปรับลดหักหุ้น 400 กว่าบาท - เอาผู้กู้วิกฤตมาคุยกันแก้ปัญหาเป็นรายๆ ไป 12. สหกรณ์ออมทรัพย์ครูบึงกาฬ - ลดดอกเบี้ย - ปรับโครงสร้างหนี้/ประนอมหนี้ (ยกเว้นกู้ฉุกเฉิน) - ลดดอกเบี้ยผู้ค้ า (ดอกเบี้ยค้าง) - ให้ความรู้ด้านการบริหารการเงิน


-8- 3.2 ปัจจัยที่ขับเคลื่อนสู่ความส าเร็จ 1. ลูกหนี้สามารถช าระหนี้ได้ มีเงินคงเหลือในการใช้ชีวิตประจ าวัน 2. มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารการเงินในชีวิตประจ าวัน 3. ลดปัญหาโรคเครียด โรคซึมเศร้า หรือหาทางออกด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องที่อาจจะเกิดกับข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา รายที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ 3.3 ปัญหาอุปสรรค ปัญหา/อุปสรรค วิธีการแก้ปัญหา 1. การไม่ให้ความร่วมมือในการช าระหนี้ 2. สมาชิกค้างช าระ 3. การกู้เงินไปลงทุนธุรกิจท าให้ขาดทุน 1. อบรมให้ความรู้การสร้างวินัยทางการเงิน 2. ส่งเสริมให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ 3.4 นวัตกรรม/แบบอย่างที่ดี - 3.5 ข้อเสนอแนะ 3.5.1 ข้อเสนอแนะระดับพื้นที่ - รัฐบาลควรตั้งกองทุนช่วยเหลือครู/ธนาคารครู . - ให้ติดต่อลูกหนี้ที่มีปัญหาให้รีบติดต่อสถาบันการเงินเพื่อหาแนวทางแก้ไขก่อนที่จะถึงขั้นวิกฤต . 3.5.2 ข้อเสนอแนะระดับนโยบาย - ตัวแทนครูเข้ารับการฝึกอบรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูหับหมอหนี้ในระหว่างวันที่ 15 – 16 กรกฎาคม 2566 ณ โรงแรมสยามแกรนด์อ าเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 4. การจัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการ (1 ครู 1 Tablet) - ยังไม่ได้ด าเนินการ -


-9- ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 1. เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เรียนฟรี มีงานท า “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” มีระบบ หรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อลดความเหลื่อมล้ าทางการศึกษา (1 นักเรียน 1 Tablet) - ยังไม่ได้ด าเนินการ - 2. 1 อ าเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ 2.1 การด าเนินงานตามนโยบาย ตามที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลต ารวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ) ได้มอบนโยบาย “๑ อ าเภอ ๑ โรงเรียนคุณภาพ” ที่เป็นหนึ่งในนโยบายที่ต้องเร่งด าเนินการ ประกอบกับ ส านักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีนโยบายที่ต้องด าเนินการอย่างเร่งด่วน (Quick Win) ที่ต้องการลดภาระนักเรียนและ ผู้ปกครอง “๑ อ าเภอ ๑ โรงเรียนคุณภาพ” ในการนี้ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ได้ ด าเนินการคัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการโรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย “๑ อ าเภอ ๑ โรงเรียนคุณภาพ” จ านวน ๘ อ าเภอละ ๒ โรงเรียน รวมทั้งสิ้น ๑๕ โรงเรียน โดยด าเนินการคัดเลือกตามเกณฑ์ที่ทาง สพฐ.ได้ ก าหนด ซึ่งประกอบด้วย ที่ ชื่อโรงเรียน อ าเภอ 1 โรงเรียนอนุบาลบึงกาฬวิศิษฐ์อ านวยศิลป์ เมือง 2 โรงเรียนบ้านโนนสว่าง เมือง 3 โรงเรียนอนุบาลโซ่พิสัย โซ่พิสัย 4 โรงเรียนบ้านเหล่าทองหลาง โซ่พิสัย 5 โรงเรียนอนุบาลบุ่งคล้า บุ่งคล้า 6 โรงเรียนอนุบาลพรเจริญ พรเจริญ 7 โรงเรียนชุมชนบ้านโคกอุดม พรเจริญ 8 โรงเรียนอนุบาลสาสนสิทธิ์อ านวย บึงโขงหลง 9 โรงเรียนบึงของหลงวิทยา บึงโขงหลง 10 โรงเรียนอนุบาลเซกา เซกา 11 โรงเรียนบ้านป่งไฮราษฎร์สามัคคี เซกา 12 โรงเรียนบ้านโนนเสถียร ปากคาด 13 โรงเรียนบ้านห้วยไม้ซอด ปากคาด 14 โรงเรียนอนุบาลศรีวิไล ศรีวิไล 15 โรงเรียนบ้านนาสิงห์ ศรีวิไล


-10- ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ มีการจัดประชุมร่วมกับทั้ง 7 กลุ่มโรงเรียนคุณภาพ และโรงเรียนเครือข่ายเพื่อสร้างความเข้าใจถึงเหตุผลและความจ าเป็นในการเป็นโรงเรียนคุณภาพ ให้กับผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ท าความเข้าใจผู้ปกครอง ผู้น าชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษา โดยได้ด าเนินการประชุมชี้แจง ท าแผนการเรียนรวมของโรงเรียนคุณภาพ แผนอัตราก าลัง และแผนการ สนับสนุนค่าพาหนะ เป็นเบื้องต้น ร่วมกันทั้ง 7 กลุ่มโรงเรียน และโรงเรียนเครือข่าย จ านวน 50 โรงเรียน 2.2. ปัจจัยที่ขับเคลื่อนสู่ความส าเร็จ 2.2.1 ด้านผู้เรียน ผู้เรียนโรงเรียนเครือข่ายมีโอกาสได้มาร่วมใช้ทรัพยากรโรงเรียนหลัก เกิดความสนใจและความ กระตือรือร้นในการเรียนรู้เกิดความเท่าเทียมในการศึกษาเรียนรู้มีโอกาสได้แสดงถึงความสามารถของตนเอง ได้อย่างเต็มศักยภาพ 2.2.2 ด้านครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียนคุณภาพ เกิดความตระหนักในการพัฒนาผู้เรียนได้ดี มากขึ้น มีความมั่นใจ และสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ปกครองโรงเรียนเครือข่ายที่จะ 2.2.3 ด้านโรงเรียน โรงเรียนมีการปรับปรุงพัฒนาทั้งในด้านอาคารสถานที่การบริหารอัตราก าลัง และกระบวนการ จัดการเรียนการสอนให้มีความพร้อมส าหรับการมาใช้ทรัพยากรของโรงเรียนเครือข่าย อย่างมีคุณภาพ 2.2.4 ด้านภาคีเครือข่าย ภาคีเครือข่ายมีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน มีความตระหนัก และพร้อมให้การสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาการศึกษา 2.2.5 ด้านหน่วยงานต้นสังกัด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ก าหนดจุดเน้นสอดคล้องกับนโยบายที่ต้องด าเนินการ อย่างเร่งด่วน (Quick Win) ที่ต้องการลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง “๑ อ าเภอ ๑ โรงเรียนคุณภาพ” 2.3. ปัญหาอุปสรรค ปัญหา/อุปสรรค วิธีการแก้ปัญหา 1. ความไม่ชัดเจนของการบริหารอัตราก าลัง 2. ความไม่ชัดเจนของการบริหารงบประมาณ 3. ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการร่วมใช้ ทรัพยากรร่วมกัน 1.ศึกษาแผนการบริหารอัตราก าลัง แนวทางการ บริหารจัดการอัตราก าลังให้ชัดเจน 2.ศึกษาแนวทางการบริหารงบประมาณของโรงเรียน หลักและโรงเรียนเครือข่ายให้ชัดเจน 3.จัดกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจ และจัดท าแนว ทางการขับเคลื่อนให้ครอบคลุมทุกประเด็น อย่างมี ประสิทธิภาพ


-11- 2.4 นวัตกรรม/แบบอย่างที่ดี การขับเคลื่อนนโยบายโรงเรียนคุณภาพ สพป.บึงกาฬ ปีงบประมาณ 2567 จาก“พื้นที่เป็นฐาน นวัตกรรมขับเคลื่อน” ของ สพฐ. สู่นวัตกรรม BI : BUENGKAN Innovation ของ สพป.บึงกาฬ Background (พื้นเพ/พื้นที่/พื้นฐาน) ศึกษาวิเคราะห์ที่มา/เจตนารมณ์นโยบายและบริบทพื้นฐาน เชิงพื้นที่ทั้งโรงเรียนหลักและโรงเรียนเครือข่ายครอบคลุม 212 โรงเรียนในเขตพื้นที่ Understanding (เข้าหา/เข้าถึงจนเข้าใจ) ด้วยการประชุมสื่อสารสร้างความเข้าใจนโยบายและรับฟัง ความคิดเห็นเชิงพื้นที่ 4 area, ประชุมผู้เกี่ยวข้องพ่อแม่ผู้ปกครองนักเรียนในกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนคุณภาพทั้ง 53 จุด End (จุดสิ้นสุดความส าเร็จที่ต้องการ) ก าหนดจุดสิ้นสุดหรือปลายทางความส าเร็จของคุณภาพไว้ชัดเจน ตามรูปแบบการร่วมใช้ทรัพยากร มีหลายระดับความส าเร็จ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติสามารถบรรลุเป้าหมายความส าเร็จ ได้ตามศักยภาพและบริบท Network (เครือข่ายคุณภาพครอบคลุมพื้นที่) ก าหนดกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนคุณภาพ 53 กลุ่มเครือข่าย ครอบคลุมทั้งเขตพื้นที่ 212 โรงเรียน Guide & Go (น าทางเดินหน้าสู่การปฏิบัติ) ลงสู่การปฏิบัติโดยเขตมีแผนน าทางเพื่อให้โรงเรียนจัดท า แผนและลงมือปฏิบัติตามแผน Key Success Factor (ปัจจัยความส าเร็จหลัก) ก าหนดปัจจัยความส าเร็จหลัก แสวงหา และพัฒนา ปัจจัย Assessment (ติดตามประเมินผลเชิงระบบ) พัฒนาระบบติดตามประเมินผลการด าเนินงาน โดย คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายโรงเรียนคุณภาพและคณะกรรมการบริหารกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนคุณภาพ New Normal (ธ ารงให้เป็นวิถีปกติและยั่งยืน) รักษาวิถีปฏิบัติที่ส าเร็จแล้วให้เป็นวัฒนธรรมการท างาน ปกติ/ยั่งยืน


-12- 2.5 ข้อเสนอแนะ 2.5.1 ข้อเสนอแนะระดับพื้นที่ - ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ด าเนินการขับเคลื่อนนโยบายตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพ และมีการประเมิลผลการด าเนินงาน ประชุม ติดตาม อย่างต่อเนื่อง 2.5.2 ข้อเสนอแนะระดับนโยบาย - นโยบายการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพ ควรมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ยึดเขตพื้นที่เป็นฐาน ก ากับ ติดตาม อย่างมีประสิทธิภาพ


-13-


-14- 3. ระบบแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต 3.1 การด าเนินงานตามนโยบาย ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบาย เรียนดี มี ความสุข และให้ความส าคัญกับระบบการแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต ส านักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬได้ตระหนักถึงความส าคัญของคุณภาพของผู้เรียนให้มีสุขภาวะที่ดี มีทักษะ ชีวิต และทักษะที่ส าคัญจ าเป็นในศตวรรษที่ 21 จึงได้ด าเนินการจัดตั้งศูนย์แนะแนวประจ าเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาบึงกาฬ จ านวน 1 แห่ง คือ โรงเรียนบ้านโคกก่องมิตรภาพที่ 86 ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ จัดโครงการการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนโดยใช้ระบบ School health HERO เพื่ออบรมให้ความรู้ พัฒนาให้ครู เทคนิคที่จ าเป็นในการสร้างเสริมความปลอดภัยและ การดูแลสุขภาพจิตนักเรียน ได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้นในการสังเกต เฝ้าระวังและคัดกรอง ตลอดจนสามารถดูแล ติดตามการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนในชั้นเรียน โดยใช้แอปพลิเคชัน School Health HERO และเชื่อมโยงการ ดูแลสุขภาพจิตนักเรียนระหว่างโรงเรียนกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่บนระบบดิจิทัล และช่วยลดภาระครู บุคลากรสาธารณสุข ในการกรอกข้อมูลและประมวลผลภาพรวมในการดูแลส่งเสริมสุขภาพจิตของนักเรียน ส านักงานอาชีวศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ได้ด าเนินการมอบนโยบายให้สถานศึกษาในสังกัดด าเนินการแนะ แนวการเรียนการศึกษาต่อในระดับอาชีวศึกษา ประจ าปีการศึกษา 2567 ในสถานศึกษาสังกัดส านักงานเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ และสถานศึกษาสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ภาพประกอบการออกแนะแนวการศึกษาเรียนต่อระดับ ปวช. และ ปวส. สถานศึกษาในสังกัดส านักงานอาชีวศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ประจ าปีการศึกษา 2566


-15- 3.2 ปัจจัยที่ขับเคลื่อนสู่ความส าเร็จ กิจกรรมแนะแนวเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริม พัฒนาและเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนตามความสนใจ ความถนัดของแต่ละบุคคล ส่งเสริมให้นักเรียนค้นพบตนเอง ตัดสินใจเลือกและวางแผนเส้นทางการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพ มีภูมิคุ้มกันและมีสุขภาวะที่ดี สถานศึกษาได้ด าเนินการ ดังนี้ 3.2.1 ให้ความส าคัญ ก าหนดนโยบาย แนวทางการจัดกิจกรรมแนะแนวที่ชัดเจน ครอบคลุมกิจกรรม แนะแนว 3 ขอบข่าย การแนะแนวด้านศึกษา ด้านอาชีพ และด้านส่วนตัวและสังคม อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบท 3.2.2 ส่งเสริมให้ครูแนะแนว ครูที่ปรึกษา ครูประจ าชั้น ได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ เทคนิค กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการแนะแนว การให้การปรึกษาและดูแลส่งเสริมสุขภาพจิตนักเรียน 3.2.3 พัฒนางานแนะแนว ท างานร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนงานแนะแนวใน สถานศึกษาให้มีความเข้มแข็ง 3.2.4 ก ากับ ติดตาม หนุนเสริม ครูแนะแนวและการด าเนินการแนะแนวในสถานศึกษาให้เป็นปัจจุบัน และมีประสิทธิภาพ 3.3 ปัญหาอุปสรรค ปัญหา/อุปสรรค วิธีการแก้ปัญหา 1) การบริหารงานแนะแนว ครูแนะแนวมีภาระ งานสอนมาก และต้องรับผิดชอบหน้าที่อื่น ๆ นอกเหนือจากงานแนะแนว 2) คุณสมบัติของครูแนะแนวส่วนใหญ่ไม่ได้จบ การศึกษาด้านการแนะแนวโดยตรง ควรมีครูที่จบการศึกษาด้านแนะแนวโดยตรง 3.4 นวัตกรรม/แบบอย่างที่ดี 3.4.1 จัดกิจกรรมโฮมรูม (Homeroom) เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมนักเรียนเป็นรายบุคคล หรือเป็นกลุ่ม ผ่านการท ากิจกรรมหรือกระบวนการที่เป็นประโยชน์ต่อนักเรียนในด้านต่าง ๆ เช่น การรู้จัก ตนเอง การรู้จักผู้อื่นและสังคม ทักษะการตัดสินใจ ทักษะการปรับตัวและการวางแผนชีวิต เป็นต้น กิจกรรม เหล่านี้จะจัดในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียนก็ได้ โดยจัดให้มีบรรยากาศอบอุ่น เป็นมิตร ปลอดภัย ที่มีครูที่ ปรึกษา ครูประจ าชั้น และนักเรียนเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน ร่วมกันท ากิจกรรมอย่างใกล้ชิด ให้ รู้จักเรียนเป็นรายบุคคล ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียน นักเรียนและเพื่อนนักเรียน ถ้า นักเรียนรู้สึกคุ้นเคยและไว้วางใจครูที่ปรึกษา ครูประจ าชั้นแล้ว นักเรียนมีแนวโน้มที่จะกล้าพูดคุยปรึกษาปัญหา ของตนเดองกับครูมากขึ้น และน าไปสู่การแก้ไขปัญหาให้กับนักเรียนได้ทันท่วงที และครูยังได้นแนะแนวเรื่อง การศึกษา อาชีพ ส่วนตัวและสังคม ชี้แจงรายละเอียดและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน รวมไปถึงช่วยประเมิน ความเสี่ยง แก้ปัญหาให้แก่นักเรียน และช่วยให้นักเรียนมีพัฒนาการในแต่ละด้นทั้งด้านการเรียน อารมณ์ สังคม และสุขภาวะให้ดีขึ้น 3.4.2 สร้างและประสานงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานแนะแนว เชิงรุกและทันต่อเหตุการณ์


-16- 3.4.3 ติดตามประเมินผลและรายงานผลการด าเนินงานแนะแนวในเขตพื้นที่การศึกษาอย่างเป็น ระบบและต่อเนื่อง เพื่อเป็นต้นแบบในเรื่องของการแนะแนว ๓ ขอบข่าย คือ การศึกษาอาชีพและทักษะการ ด าเนินชีวิต (ส่วนตัวและสังคม) ขยายความต่อไปให้กับโรงเรียนในพื้นที่ที่จะจัดกิจกรรมแนะแนวและส่งเสริม อาชีพให้กับนักเรียนในการค้นพบตนเอง พัฒนาตามศักยภาพในการตัดสินใจและวางแผนการศึกษาต่อ หรือ การประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสมเตรียมความพร้อมเข้าสู่โลกอาชีพและสามารถสร้างอาชีพให้สอดคล้องกับ บริบท 3.5. ข้อเสนอแนะ 3.5.1.1 ข้อเสนอแนะระดับพื้นที่ (๑) ยกระดับการขับเคลื่อนและเป็นต้นแบบการด าเนินงานแนะแนวของจังหวัดและเขตพื้นที่ การศึกษา รวมทั้งขยายผลการขับเคลื่อนงานแนะแนวครอบคลุมทั่วพื้นที่โดยการจัดกิจกรรมแนะแนวบูรณา การการเรียนการสอนการฝึกประสบการณ์อาชีพ (Work Experience) ที่สอดคล้องกับความสนใจและความ ถนัดของนักเรียนส่งเสริมให้นักเรียนค้นพบตนเองมีเป้าหมายตัดสินใจเลือกเส้นทางการศึกษาและการประกอบ อาชีพได้สอดคล้องกับความถนัดและศักยภาพรวมทั้งทิศทางแนวโน้มตลาดแรงงาน (๒) น าเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับด้านการแนะแนวมาพัฒนางานแนะแนวที่เชื่อมโยงกับ การพัฒนานักเรียนตามความสนใจและศักยภาพ อาทิการส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนได้รู้จักค้นพบตนเองเป็น เบื้องต้นผ่านการท าแบบวัดความสนใจความถนัดด้านอาชีพเป็นต้นรวมทั้งจัดท า และพัฒนาฐานข้อมูล สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับงานแนะแนวอย่างเป็นระบบสามารถใช้งานได้จริง (๓) เป็นแกนน าในการพัฒนาครูแนะแนวและครูผู้รับผิดชอบงานแนะแนวให้สามารถจัดกิจกรรม แนะแนวและขับเคลื่อนงานแนะแนวอย่างมีประสิทธิภาพ (๔) จัดท าจัดหาและพัฒนาสื่อเครื่องมือทางการแนะแนวที่ครอบคลุมขอบข่ายของการแนะแนว รวมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมให้ครูแนะแนวและครูผู้รับผิดชอบงานแนะแนวได้น าข้อมูลเครื่องมือ และเทคโนโลยีไปใช้ในการพัฒนาและจัดกิจกรรมแนะแนวให้เกิดคุณภาพต่อนักเรียน 3.5.2 ข้อเสนอแนะระดับนโยบาย -


-17- 4. การจัดท าระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถเรียนเพิ่ม เพื่อรับ ประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ - ยังไม่ได้ด าเนินการ – 5. การจัดท าระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา และประเมินผลการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนที่มี ความสามารถเป็นเลิศ ไม่ต้องเสียเวลาเรียนในระบบ ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย - ยังไม่ได้ด าเนินการ. - 6. มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานท า (Learn to Earn) สถานศึกษาสังกัดส านักงานอาชีวศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ด าเนินโครงการศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการ อาชีวศึกษาในสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเป็นผู้ประกอบการและการด าเนินธุรกิจตลอดจนการ มีรายได้ระหว่างเรียน เพื่อให้ผู้เรียนส าเร็จการศึกษาออกไปแล้วสามารถประกอบธุรกิจเป็นของตนเองได้ โดย ได้ด าเนินงานตามขั้นตอน ดังนี้ 1) สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการด าเนินงานศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา ระดับสถานศึกษา ตามโครงสร้างที่ สอศ. ก าหนด 2) เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวมาให้ความรู้ด้านการประกอบธุรกิจ ด้านการเงิน แหล่งทุน และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 3) ประชาสัมพันธ์ให้ผู้เรียนส่งแผนธุรกิจส่งเข้าประกวด และประกวดและคัดเลือกแผนธุรกิจที่มี ความเป็นไปได้ในการส่งเสริมและจัดสรรงบประมาณ 4) ผู้เรียนด าเนินงานธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณ 5) สถานศึกษาด าเนินโครงการพานักศึกษาไปศึกษาดูงาน ณ สถานประกอบการจริง/สถานศึกษา ต้นแบบ 6) ประกวดและประเมินศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษาระดับอาชีวศึกษาจังหวัด และระดับภาคต่อไป ภาพประกอบการด าเนินงานโครงการศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา ภายในวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ประกอบด้วยธุรกิจปลาตองคอฟฟี่ และธุรกิจ B.K.TECH คาร์แคร์


-18- ภาพประกอบโครงการศึกษาดูงานศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา ณ สถานศึกษาต้นแบบ วิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี การด าเนินงานส่งเสริมหลักสูตรศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนของส านักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดบึงกาฬ 1. สถานศึกษา ได้ส่งเสริมจัดการศึกษาอาชีพให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย โครงการศูนย์ฝึกอาชีพ ชุมชน จัดการศึกษาตามความถนัดความสนใจและศักยภาพของผู้เรียน จัดฝึกอบรมอาชีพแก่ประชาชน ตาม ความถนัด ของผู้เรียน หลักสูตรช่างพื้นฐาน เช่น หลักสูตรช่างเชื่อม หลักสูตรช่างตัดผม เสริมสวย ตามโครงการ 1 อ าเภอ 1 อาชีพ หลักสูตรเกษตรกรรม หลักสูตรหัตถกรรม หลักสูตรคหกรรม ที่ผู้เรียนต้องการฝึกทักษะ อาชีพและพัฒนาต่อยอดอาชีพเดิม หลังจากฝึกทักษะอาชีพ มีการติดตามผู้เรียนหลังจบหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง 2. สถานศึกษา ท าบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับแรงงานจังหวัดบึงกาฬ ฝึกอบรมอาชีพช่างแอร์ หลักสูตร 200 ชั่วโมง พร้อมได้รับใบรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงาน ต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2566 ส่งผลให้ ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถ ทักษะฝีมือ สามารถน าความรู้ไปสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายในครัวเรือน มีคุณภาพชีวิตที่ดี 6.2 ปัจจัยที่ขับเคลื่อนสู่ความส าเร็จ สถานศึกษามีการปรับปรุง พัฒนาหลักสูตรอาชีพตรงตามความต้องการของผู้เรียน ผู้เรียนมีทักษะ ในการประกอบอาชีพ ซึ่งเกิดจากกระบวนการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มีคุณภาพ ดังนี้ 1. เกิดจากความต้องการของผู้เรียน ที่อยากพัฒนาอาชีพจากทุนทรัพยากรที่มีในท้องถิ่น 2. ครูผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ ทุ่มเท เสียสละ วางแผนการด าเนินงาน ที่ปรึกษา และก ากับดูแล ส่งเสริมสนับสนุนการด าเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง 3. มีคณะท างาน เครือข่าย ร่วมด าเนินการส่งเสริมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของหน่วยงาน 4. กระบวนการพัฒนาอาชีพ เกิดจากการมีส่วนร่วมของผู้เรียน ในการก าหนดกิจกรรมสู่บันได ผลลัพธ์ อย่างมีคุณภาพ 5. การบริหารจัดการกลุ่มที่เข้มแข็งและยั่งยืน 6. เป็นแหล่งเรียนรู้ ศูนย์ฝึก ศูนย์สาธิต ศูนย์จ าหน่ายผลิตภัณฑ์ และถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ ผู้สนใจอย่างต่อเนื่อง


-19- 6.3 ปัญหาอุปสรรค ปัญหา/อุปสรรค วิธีการแก้ปัญหา 1. บางหลักสูตรอาชีพยังไม่ทันสมัยไม่สอดรับกับ ยุคปัจจุบัน 2. บางหลักสูตร มีข้อจ ากัดในการฝึกอาชีพ ขึ้นอยู่กับฤดูกาล 1. จัดท าหลักสูตรที่ตลาดมีความต้องการสูงเหมาะสม กับยุคเทคโนโลยีปัจจุบัน 2. จัดกิจกรรมฝึกอาชีพตามบริบท สภาพ และฤดูกาล ที่สามารถให้ผลผลิตที่ดี 6.4 นวัตกรรม/แบบอย่างที่ดี สถานศึกษาจัดกิจกรรมศูนย์ฝึกอาชีพในชุมชนตามความต้องการของผู้เรียน เป็นการพัฒนา เสริมสร้างทักษะใหม่เพิ่มสมรรถนะและทบทวนทักษะอาชีพให้แก่ผู้เรียน เช่น ศูนย์เรียนรู้ ก.กกบึงกาฬ (ศูนย์ฝึก ศูนย์สาธิต ศูนย์จ าหน่ายผลิตภัณฑ์จากกกและผือ) ได้รับ งบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ตามโครงการพัฒนาอาชีพ ผลิตภัณฑ์จากกกและผือพื้นที่ชุ่มน้ าโลกกุดทิง ประจ าปี 2562 และโครงการยกระดับหัตถกรรมไทยสู่สากล ประจ าปี2563 ได้รับคัดเลือกจาก กสศ. เป็นหน่วยพัฒนาอาชีพต้นแบบของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จาก 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ เผยแพร่ผลงานผ่านหนังสั้น ชื่อเรื่อง ก.กกแห่งบึงกาฬ Youtube ขยายผลสู่ผู้เรียน ประชาชน และรับการศึกษาดูงานจากหน่วยงานและผู้สนใจอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน และก าลังด าเนินการ ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาตัวแบบกองทุนส าหรับเยาวชนและแรงงานนอกระบบ ร่วมกับ กองทุนเพื่อความ เสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มูลนิธิ SCG และสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น (เกียรติบัตร หนังสือขอความอนุเคราะห์ศึกษาดูงาน หนังสือขอบคุณ หนังสือเชิญวิทยากร) ภาพ (Best Practice) การพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน


-20- การพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน


-21- จุดเน้นนโยบาย 1. การน้อมน าพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 และการน้อมน าหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ 1.1 การด าเนินงานตามนโยบาย ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ได้ตระหนักถึงความส าคัญในการพัฒนาคุณภาพ การศึกษา จึงได้น้อมน าพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ 10 ทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง 2) การมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง – มีคุณธรรม 3) การมีงานท า – มีอาชีพ และ 4) การเป็นพลเมืองดีมาเป็นหลักในการบริหารจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับโรงเรียนในสังกัดน าไปขับเคลื่อนสู่ การปฏิบัติในการจัดการเรียนการสอนให้กับผู้เรียน ภายใต้กรอบนโยบายการบริหารจัดการด้วยรูปแบบบึงกาฬ GO INTER ส านักงานอาชีวศึกษาจังหวัดบึงกาฬ มอบนโยบายให้สถานศึกษาในสังกัดน้อมน าพระบรมราโชบายด้าน การศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 และการน้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติโดยได้ ด าเนินงานตามนโยบายดังนี้ 1) โครงการอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจ การด าเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน หลักสูตร ๕ องค์ประกอบ ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชด าริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี 2) โครงการปลูกวันแม่เก็บเกี่ยววันพ่อ 3) โครงการธนาคารโรงเรียนดิจิทัล 1.2 ปัจจัยที่ขับเคลื่อนสู่ความส าเร็จ การประสานงานระหว่างสถานศึกษาและหน่วยงานองค์กรภายนอกและการให้ความร่วมมือขอบุคลากร ในสถานศึกษา


-22- ภาพประกอบการด าเนินโครงการอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจ การด าเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน หลักสูตร ๕ องค์ประกอบ ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชด าริสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดา ฯ วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๖ ณ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ภาพประกอบการด าเนินงานโครงการปลูกวันแม่เก็บเกี่ยววันพ่อ ณ วิทยาลัยเทคนิคเซกา ภาพประกอบการด าเนินงานโครงการธนาคารโรงเรียนดิจิทัล ส่งเสริมการออมให้กับครูและนักเรียน นักศึกษาในสถานศึกษา ณ วิทยาลัยเทคนิคเซกา


-23- 1.2 ปัจจัยที่ขับเคลื่อนสู่ความส าเร็จ 1. ผู้บริหารการศึกษาของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ น าโดย นายปิยะพงษ์ ผลาจันทร์ ผู้อ านวยการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตระหนักและให้ความส าคัญของการน้อมน านโยบายด้าน การศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติ โดยจัดท าโครงการปลูกฝังความรักชาติและส่งเสริมการน้อม น าพระบรมราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติพร้อมทั้งสร้างความตระหนักให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดด าเนินการภายในสถานศึกษาและชุมชนให้ครบทุกแห่ง คิดเป็นร้อยละ 100 2. สถานศึกษาในสังกัดทุกแห่งด าเนินการน้อมน าพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาล ที่ 10 สู่การปฏิบัติผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆ ตามแผนปฏิบัติการประจ าปี เช่น กิจกรรมบ้าน วิทยาศาสตร์น้อย กิจกรรม กิจกรรมรณรงค์ต่อต้านสิ่งเสพติด โครงการเพศวิถี โครงการค่ายคุณธรรม โครงการ โรงเรียนสีขาว โครงการกีฬาภายใน กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี/ยุวกาชาด กิจกรรมหน้าเสาธง โครงการวันส าคัญ โครงงานคุณธรรม กิจกรรมวันส าคัญทางศาสนา กิจกรรมวันเฉลิมพระชนพรรษา เป็นต้น คิดเป็นร้อยละ 100 1.3 ปัญหาอุปสรรค ปัญหา/อุปสรรค วิธีการแก้ปัญหา 1. มีการก าหนดโครงการ/กิจกรรมในแผนปฏิบัติ การประจ าปี จ านวนมากท าให้เกิดการซ้ าซ้อนของ การปฏิบัติงาน และงบประมาณไม่เพียงพอ 2. สถานศึกษามีการด าเนินการอย่างต่อเนื่องแต่ การขาดการพัฒนาต่อยอดสู่นวัตกรรมหรือ แบบอย่างที่ดี 1.หลอมรวมโครงการเข้าด้วยกันโดยแยกกิจกรรมย่อย ในโครงการนั้นๆ พร้อมทั้งประเมินโครงการ/กิจกรรม ทุกครั้งเพื่อเป็นข้อมูลในการด าเนินงานครั้งต่อไป 2.ส่งเสริมให้สถานศึกษาพัฒนา ต่อยอดสู่นวัตกรรม และแบบอย่างที่ดีเพื่อเผยแพร่สู่สถานศึกษาอื่นและ ชุมชน 1.4 นวัตกรรม/แบบอย่างที่ดี ด้านที่ 1 วิถีคนดี : มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง สถานศึกษาขนาด เล็ก ล าดับที่ ชื่อโรงเรียน ชื่อผลงาน เจ้าของผลงาน 1 โรงเรียนบ้านพันล า "เจริญวิทยา" ต้นกล้าความดีสู่วิถีคนดีศรีพันล า นายกฤษณะ เครือหว้า สถานศึกษาขนาด กลาง ล าดับที่ ชื่อโรงเรียน ชื่อผลงาน เจ้าของผลงาน 1 โรงเรียนบ้านโนนสูง สุขสมบูรณ์ การน้อมน าพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในพระ บามสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวสู่การปฏิบัติใน สถานศึกษา เพื่อพัฒนาทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง ของนักเรียนโรงเรียนบ้านโนนสูงสุขสมบูรณ์ด้วย N2SB วิถีคนดี วิถีสูงสุข โรงเรียนบ้านโนนสูง สุขสมบูรณ์


-24- ด้านที่ 2 มีคุณธรรมน าชีวิต : มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง – มีคุณธรรม สถานศึกษาขนาด เล็ก ล าดับที่ ชื่อโรงเรียน ชื่อผลงาน เจ้าของผลงาน 1 โรงเรียนบ้านพันล า "เจริญวิทยา" เด็กดี มีคุณธรรม นางสาวจณิจฑ์ศญาณ์ โชตฎรินทร์ สถานศึกษาขนาด กลาง ล าดับที่ ชื่อโรงเรียน ชื่อผลงาน เจ้าของผลงาน 1 โรงเรียนบ้านดอนเสียด BDS สู่คุณธรรมน าชีวิต โรงเรียนบ้านดอนเสียด 2 โรงเรียนบ้านหนองชัยวาน การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมด้านการน้อม น าพระบรมราโชบายในหลวงรัชกาลที่ 1๐ ของนักเรียนบ้านหนองชัยวาน โดยใช้ กิจกรรม CLUB 5 DAYS โรงเรียนบ้านหนองชัยวาน ด้านที่ 3 หนึ่งนักเรียน หนึ่งอาชีพ : มีงานท า - มีอาชีพ สถานศึกษาขนาดกลาง ล าดับที่ ชื่อโรงเรียน ชื่อผลงาน เจ้าของผลงาน 1 โรงเรียนบ้านโนนยางค า เศรษฐกิจพอเพียง สร้างงาน สร้างคน สร้างอาชีพ โรงเรียนบ้านโนนยางค า 2 โรงเรียนบ้านบัวโคก โครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพ การผลิตน้ าดื่มโรงเรียน โรงเรียนบ้านบัวโคก สถานศึกษาขนาด ใหญ่ -ไม่มีสถานศึกษาส่งผลงาน ด้านที่ 4 จิตอาสาด้วยหัวใจ : การเป็นพลเมืองดี สถานศึกษาขนาดเล็ก ล าดับที่ ชื่อโรงเรียน ชื่อผลงาน เจ้าของผลงาน 1 โรงเรียนบ้านพันล า "เจริญวิทยา" พันล าจิตอาสา ท าดีด้วยหัวใจ นางสาววิรันดา พรมวัง 1.5 ข้อเสนอแนะ 1.5.1 ข้อเสนอแนะระดับพื้นที่ -จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 1.5.2 ข้อเสนอแนะระดับนโยบาย -


-25- 2. การจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง 2.1 การด าเนินงานตามนโยบาย ส่งเสริมการอ่านหนังสือเพิ่มเติมประวัติศาสตร์ชาติไทย ฉบับสมบูรณ์ ปี 2564 โดยจังหวัดบึงกาฬ สังกัดกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหนังสือเพื่อน าไปเผยแพร่ให้แก่ข้าราชการ พนักงานของรัฐ และคนในจังหวัด ได้เรียนรู้เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและส านึกในความเป็นไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิจารณามุ่งเน้นการ ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้เป็นพิเศษเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เกิดความรักชาติและมีความกตัญญู กตเวทีต่อบรรพบุรุษไทย ตามที่ ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ได้ก าหนดวิสัยทัศน์ว่า “ประเทศไทย มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนเป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” จึง มอบหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย ให้แก่ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ จ านวน 40 เล่ม จัดประกวดกล่าวสุนทรพจน์ (Speech contest) เรื่อง “รักษาชาติและความเป็นไทย ไว้ด้วยลม หายใจของประวัติศาสตร์” เพื่อเป็นเวทีในการแสดงออกทางความคิดของนักเรียน สร้างทักษะความเป็นผู้น า ตลอดจนการเข้าใจความต่อเนื่องของประวัติศาสตร์ชาติไทย สถานศึกษาในสังกัดส านักงานอาชีวศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ได้ด าเนินการจัดการเรียนการสอนการ รายวิชาการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง เพื่อปลูกฝังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และ หน้าที่พลเมืองที่ดี มีการจัดการแข่งขันตอบปัญหาวิชาหน้าที่พลเมือง และ ประวัติศาสตร์ชาติไทย ระดับอาชีวศึกษาจังหวัดบึงกาฬ 2.2 ปัจจัยที่ขับเคลื่อนสู่ความส าเร็จ - ผู้บริหารการศึกษา ที่มีนโยบาย/แผนงาน/โครงการ การขับเคลื่อนการพัฒนารูปแบบการจัดการ เรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม อย่างต่อเนื่องและจริงจัง อีกทั้งมีการนิเทศ ติดตามฯ การ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง - ศึกษานิเทศก์มีการขับเคลื่อนฯ และมีการนิเทศ ติดตามฯ เป็นประจ าและต่อเนื่อง - ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน มีการจัดท าแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม น าลงสู่ห้องเรียน มีการวัดประเมินผลฯ มีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมผู้เรียนให้ได้เรียนรู้ตามแหล่ง การเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ในท้องถิ่น และน าผลการจัดกิจกรรมมาพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม 2.3 ปัญหาอุปสรรค ปัญหา/อุปสรรค วิธีการ/แนวทางการแก้ไขปัญหา 1. ผู้บริการการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และ ครูผู้สอนไม่ให้ความส าคัญต่อการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้รายวิชาสังคมฯ มากนัก 1. ควรมีการส่งเสริม สนับสนุน ให้สถานศึกษาได้ เห็นคุณประโยชน์ของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชาสังคมฯ มากขึ้น 2. การขับเคลื่อนฯ ยังไม่เป็นรูปธรรม 2. ต้นสังกัดควรมีขั้นตอนการขับเคลื่อนที่ชัดเจน 3. งบประมาณในการส่งเสริมไม่ได้รับการจัดสรร 3. เห็นควรเพิ่มโครงการขับเคลื่อนฯ ในแผนปฏิบัติ การของต้นสังกัดและสถานศึกษา พร้อมทั้งส่งเสริม งบประมาณในการด าเนินงานฯ 4. ครูผู้สอนแกนน ากลุ่มสาระสังคมฯ มีน้อยและยัง ไม่มีบทบาทในการขับเคลื่อนมากนัก 4. ควรส่งเสริม สนับสนุน ครูสอนสังคมฯ ให้มี บทบาทมากขึ้น และฝึกการเป็นผู้น า


-26- 2.4 นวัตกรรม/แบบอย่างที่ดี - การประกวดกล่าวสุนทรพจน์(Speech contest) เรื่อง “รักษาชาติและความเป็นไทยไว้ด้วย ลมหายใจของประวัติศาสตร์” มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมวางแผนร่วมกันระหว่าง ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และนักเรียน - การจัดท าแผนการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย 2.5 ข้อเสนอแนะ 2.5.1 ข้อเสนอแนะระดับพื้นที่ ส่งเสริม สนับสนุน งบประมาณในการขับเคลื่อนทั้งบุคลากรในสังกัด ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร สถานศึกษา และครูผู้สอน ให้ความส าคัญของการจัดกิจกรรมพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับ วัยของผู้เรียน 2.5.2 ข้อเสนอแนะระดับนโยบาย ส่งเสริม สนับสนุน งบประมาณในด้านการจัดท าโครงการขับเคลื่อนฯ ด้านบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีการน านโยบายลงสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและจริงจัง ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง และควรมีการน าผลงานมาใช้ใน การพิจารณาเพื่อเป็นการพัฒนาตนเองและผู้เรียนให้เกิดทักษะมีสมรรถนะตามที่ต้องการต่อไป รูปภาพประกอบ


-27- ผู้บริหาร ครูนักเรียน นักศึกษา และบุคลากร ร่วมท ากิจกรรมเข้าแถวหน้าเสาธงในทุกวัน


-28- ภาพประกอบการด าเนินงานกิจกรรมวันภาษาไทย ภาพประกอบการด าเนินกิจกรรมที่มีต่อ ณ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ สถาบันชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ ภาพประกอบการด าเนินงานการแข่งขันตอบปัญหาวิชาหน้าที่พลเมือง และประวัติศาสตร์ชาติไทย ระดับอาชีวศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ประจ าปีการศึกษา 2566 วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ณ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ


-29- 3. การจัดการเรียนรู้ สู่การสร้าง Soft Power 3.1 การด าเนินงานตามนโยบาย ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ไม่มีแผนงาน/ โครงการ/ กิจกรรม ที่ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการเรียนรู้สู่การสร้าง Soft Power โดยตรงหรือเฉพาะเจาะจง แต่มีการบูรณาการกับการ จัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยแบ่งการด าเนินงานเป็น 2 ส่วน ดังนี้ 3.1.1 ด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา - ในปีการศึกษา 2566 ได้ด าเนินโครงการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและกระบวนการ จัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาโรงเรียน และครูต้นแบบ ด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน พร้อมสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดให้มีความเข้มแข็ง ครอบคลุมพื้นที่ บริการ กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย โรงเรียนคุณภาพ จ านวน 1 โรง และครูวิชาการประจ ากลุ่มโรงเรียน จ านวน 23 คน - ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น และบูรณาการแหล่งเรียนรู้ในชุมชนให้เป็นรูปธรรม 3.1.2 ด้านการจัดการเรียนรู้สนับสนุน ส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ Active Learning - จัดอบรมครูที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ( Active Learning) ให้ครบ 100% เพื่อให้สอดคล้องกับโครงการขับเคลื่อนการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ของสพฐ. ด้วยหลักสูตร Fundamental AL Training - ส่งเสริมให้โรงเรียนน าระบบการนิเทศภายใน การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) มาใช้ใน การพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครู - ส่งเสริมการน าเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา - สร้างโอกาส และเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่ผลงานของนักเรียน ครู ผู้บริหารต่อ สาธารณชนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในระดับโรงเรียน/กลุ่มโรงเรียน ส านักงานเขตพื้นที่ และอื่น ๆ ตลอดปี การศึกษา - สพป.บึงกาฬ ด าเนินโครงการนิเทศแบบบูรณาการโดยใช้พื้นที่เป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพ การศึกษา ก าหนดปฏิทินการนิเทศภายนอกจากหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งมีคณะกรรมการนิเทศ ดังนี้ 1) ผอ.เขต/ รองผอ.เขต 2) ประธานกลุ่มโรงเรียน 3) เลขากลุ่มโรงเรียน 4) ศึกษานิเทศก์ประจ ากลุ่มโรงเรียน ด าเนินการ นิเทศอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง สถานศึกษาสังกัดส านักงานส่งเรสริมการเรียนรู้จังหวัดบึงกาฬ ส่งเสริม สนับสนุน และสร้างโอกาสให้เกิด Soft Power ต่อยอดสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริม ด้านการท่องเที่ยว ด้านสินค้าและบริการ ใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชน โดยการพัฒนาสมรรถนะอาชีพ โดยการ Reskill, Upskill และ New skills ให้แก่กลุ่มผู้เรียน ระดับประถมศึกษา/มัธยมศึกษา/ผู้เรียนการศึกษาต่อเนื่อง จัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาชีพหลักสูตรระยะสั้นตามความต้องการของผู้เรียน โดยเน้นการพัฒนาทักษะ ทั้งด้านความรู้ ด้านการออกแบบ ด้านทักษะฝีมือ เน้นการพัฒนาทักษะอาชีพเดิมต่อยอด ยกระดับเป็น ผลิตภัณฑ์แบบใหม่ โดยผสมผสานกับทุนทางทรัพยากรธรรมชาติที่มีในท้องถิ่น รวมทั้งทุนภูมิปัญญา ปราชญ์ ชาวบ้าน ทักษะในการประกอบอาชีพโดยเฉพาะการขายออนไลน์เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน อย่างต่อเนื่อง


-30- 2) สถานศึกษาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาชีพหลักสูตรระยะสั้น การพัฒนาสมรรถนะอาชีพ โดยการ Reskill, Upskill และ New skills ให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุ เน้นภูมิปัญญาที่มีต่อยอดกับทักษะฝีมือที่ ผู้สูงอายุชอบและมีความถนัด ดังนี้ หลักสูตรการทอเสื่อลายสองฝั่งโขง , ผลิตภัณฑ์จากหวาย , ผลิตภัณฑ์จาก หวายเทียม , การท าไม้กวาด , การทอผ้า 3) สถานศึกษาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาชีพหลักสูตรระยะสั้น การพัฒนาสมรรถนะอาชีพ โดยการ Reskill, Upskill และ New skills ให้แก่กลุ่มประชาชนทั่วไป เน้นการพัฒนาทักษะทั้งด้านความรู้ ด้านการออกแบบ ด้านทักษะฝีมือ เน้นการพัฒนาทักษะอาชีพเดิมต่อยอด ยกระดับเป็นผลิตภัณฑ์แบบใหม่ โดยผสมผสานกับทุนทางทรัพยากรธรรมชาติที่มีในท้องถิ่น รวมทั้งทุนภูมิปัญญา ยกระดับผลิตภัณฑ์สู่ ผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยม สกร.เพื่อสร้างโอกาส สร้างรายได้ สร้างอาชีพ อย่างแท้จริง 3.2 ปัจจัยที่ขับเคลื่อนสู่ความส าเร็จ สพป.บึงกาฬ มีการนิเทศ ติดตาม ช่วยเหลือครู และผู้บริหารโรงเรียนที่เป็นระบบอย่างต่อเนื่อง ด้วย รูปแบบที่เหมาะสมกับบริบทตรงตามความต้องการของสถานศึกษา โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่าย 3.3 ปัญหาอุปสรรค ปัญหา/อุปสรรค วิธีการแก้ปัญหา 1. บุคลากร ไม่มีความรู้ ความช านาญ ในการ ขับเคลื่อนการสร้าง Soft Power 2. ก า รจัดก า รคว าม รู้ด้ าน Soft Power ของ ส านักงานเขตพื้นที่ และหรือในระดับประเทศไม่ ชัดเจน /เฉพาะเจาะจง 3. หน่วยงานต้นสังกัด ไม่มีแผนงาน/โครงการ รองรับการด าเนินงานเรื่องนี้ที่ชัดเจน ท าให้ผู้ปฏิบัติ ด าเนินการล าบาก 1. สร้างความตระหนักรู้ให้บุคลากรเห็นความส าคัญ ของการจัดการความรู้ด้าน Soft Power 2. พัฒนาศักยภาพของบุคลากร เช่น การฝึกอบรมเชิง ปฏิบัติก า รเฉพาะด้ าน Soft Power และพัฒน า รูปแบบในการให้ความรู้แก่บุคลากร โดยจัดกิจกรรมที่ นอกเหนือจากการฝึกอบรม สร้างแรงจูงใจให้บุคลากร สามารถจัดสรรเวลาในการจัดการความรู้ การจัดท า องค์ความรู้ เพื่อให้เกิดการท างานที่มีประสิทธิภาพใน ระยะยาว 3. จัดการข้อมูลความรู้ให้เป็นระบบ และมีการ ตรวจสอบข้อมูลขององค์ความรู้ให้มีความถูกต้อง ก่อน การเผยแพร่ หรือน าไปใช้เพื่อป้องกันความผิดพลาด 4. จัดท าแผนการขับเคลื่อน Soft Power ที่เป็น รูปธรรม เพื่อให้เกิดการพัฒนาความรู้ด้าน Soft Power ที่สอดคล้องกับการแนวทางการขับเคลื่อน นโยบายดังกล่าว โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย 3.4 นวัตกรรม/แบบอย่างที่ดี 1. “การจัดกิจกรรมแบบ Active Learning ที่ใช้ Soft Power เป็นสื่อการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพ ของผู้เรียนผ่านกิจกรรมประจ าวันด้วยกฎแห่งการท าซ้ า” ของโรงเรียนบ้านนาสวรรค์ สังกัด สพป.บึงกาฬ 2. ห้องสมุดประชาชนอ าเภอ มีสื่อ/นวัตกรรม และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการศึกษาตาม อัธยาศัย พร้อมให้บริการแก่ผู้รับบริการ ทั้งสื่อทรัพยากรสารสนเทศ สื่อเทคโนโลยี สื่อออนไลน์ ได้แก่ สร้าง QR-Code, การท าหนังสือ e-book , ท าเนียบแหล่งเรียนรู้/ภูมิปัญญา , หนังสือเล่มจิ๋ว Magig box , สื่อ Application Hibrary , สื่อ Application AR


-31- 3.5 ข้อเสนอแนะ 3.5.1 ข้อเสนอแนะระดับพื้นที่ 1. จัดท าแผนการขับเคลื่อน Soft Power ที่เป็นรูปธรรม 2. พัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้สามารถด าเนินการเกี่ยวกับการสร้าง Soft Power ที่สอดคล้องกับ นโยบายดังกล่าว 3.5.2 ข้อเสนอแนะระดับนโยบาย 1. จัดท าแนวทางการด าเนินงานในระดับสถานศึกษาให้เป็นรูปธรรม 2. จัดสรรงบประมาณเพื่อการขับเคลื่อน Soft Power อย่างชัดเจน *************************************** โปรแกรมระบบเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ IG : buengkan_library Facebook


Click to View FlipBook Version