ขนม
ไทย
โดย มธั ยมศกึ ษาปที ๔
คํานาํ
“ขนมไทย” เปน หนังสืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส ทม่ี ีจุดประสงคเพ่ือให
คณะผจู ดั ทาํ ไดฝ ก การสรา งองคความรเู กยี่ วกับภมู ิปญ ญาไทยโดยใชว ธิ ี
การทางประวตั ิศาสตรอ ยางเปนระบบ แนวทางและการมีสว นรว ม การ
อนรุ ักษภมู ปิ ญญาไทยและวัฒนธรรมไทย ซึง่ เปน สว นหนงึ่ ของวชิ า
ประวตั ศิ าสตรไ ทย (ส31102) ท้งั น้ีหนังสอื หนังสืออิเล็กทรอนกิ สน ี้มีเนื้อหา
ความรเู ก่ียวขนมไทย ซ่งึ เปนภมู ปิ ญ ญาและวัฒนธรรมไทย ท่สี ะทอ นใหเห็น
ถึงวถิ ชี วี ติ ความรู ความสามารถของคนไทย อนั เกิดจากการสั่งสมสติ
ปญญาความรทู ีห่ ลากหลายและมกี ารผสมผสานใหมีความเหมาะสมกบั
ปฏิสมั พนั ธท างธรรมชาตแิ ละความเปน สงั คมพหุวฒั นธรรมทมี่ ีการ
ถายทอดจากรนุ สูรุจนเปน มรดกทางวัฒนธรรม
หวงั วาหนังสอื อิเลก็ ทรอนิกส”ขนมไทย” เลมนจี้ ะใหความรู และ
แนวทางในการนาํ ไปประยุกตใ ชใ นชีวติ ประจาํ วนั แกผ ูอาน เพอื่ เปน
ประโยชนในการพฒั นาตนเอง และการอนุรักษส บื ทอดภมู ิปญญาและ
วัฒนธรรมใหค งอยูสบื ไป
คณะผูจัดทํา
สารบัญ หนา
เรื่อง ก
คํานํา ข
สารบญั 1
ความเปน มา 6
ประเภทของขนมไทย 17
วิธกี ารทาํ
ขนมไทยในเทศกาลตา งๆ 22
การอนรุ กั ษขนมไทย
บรรณาธกิ าร 27
บรรณานกุ รม 28
29
ความเปนมา
ขนมไทย เปนของหวานทีทําและรบั ประทานกันในอาณาจกั รไทย มี
เอกลักษณด์ า้ นวฒั นธรรมประจาํ ชาติไทยคือ มคี วามละเอียดอ่อน
ประณตี สาํ หรบั "เขา้ หนม" นนั พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมนื จรสั พร
ปฏิญาณไดท้ รงตังขอ้ สนั นษิ ฐานไวว้ า่ "หนม" เพยี นมาจาก "ขา้ วหนม"
เนอื งจาก "หนม" นนั แปลวา่ หวาน และขนมยงั รสชาติอรอ่ ยหอมหวาน
สสี นั สวยงาม รปู ลักษณช์ วนรบั ประทานขนมแต่ละชนดิ แตกต่างกันไป
ตามลักษณะของขนมชนดิ นนั ๆ
ขนมต้นกําเนดิ จากประเทศโปรตเุ กส โดย "มารี กีมาร"์ หรอื
"ท้าวทองกีบมา้ " "ท้าวทองกีบมา้ " หรอื "มารี กีมาร"์ เกิดเมอื พ.ศ.
2201 หรอื พ.ศ. 2202ระหวา่ งทีรบั ราชการนเี อง มารี กีมาร์ ไดส้ อน
การทําขนมหวานจาํ พวก ทองหยอด ทองหยบิ ฝอยทอง ทองพลุ ทอง
โปรง่ ขนมผงิ และอืนๆ ใหแ้ ก่ผทู้ ํางานอยูก่ ับเธอและสาวๆ เหล่านนั ได้
นาํ มาถ่ายทอดต่อมายงั แต่ละครอบครวั กระจายไปในหมูค่ นไทยมาจน
ปจจุบนั นี
ความเปนมา
ต่อมา ในสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจา้ อยูห่ วั ไดม้ กี าร
พมิ พต์ ําราอาหารออกเผยแพร่ การทําขนมไทยก็เปนหนงึ ในตํารา
อาหารไทยนนั จงึ นบั ไดว้ า่ การทําขนมไทยและวฒั นธรรมขนมไทย
เรมิ มกี ารบนั ทึกเปนลายลักษณอ์ ักษรอยา่ งมรี ะบบระเบยี บในสมยั
รชั กาลที ๕ นเี อง แมค่ รวั หวั ปาก์เปนตําราอาหารไทยเล่มแรก
ประพนั ธโ์ ดยท่านผหู้ ญงิ เปลียน ภาสกรวงศ์ ในตําราอาหารไทยเล่ม
นปี รากฏรายการสาํ รบั ของหวานเลียงพระอันประกอบดว้ ย ขนม
ทองหยบิ ขนมฝอยทอง ขนมหมอ้ แกง ขนมหนั ตรา ขนมถ้วยฟู
ขา้ วเหนยี วแก้ว ขนมลืมกลืน วุน้ ผลมะปราง ฯลฯ แสดงใหเ้ หน็ วา่ คน
ไทยนยิ มทําขนมใชใ้ นงานบุญ ซงึ ก็เปนแบบแผนต่อเนอื งกันมา
ตังแต่สมยั อยุธยา
ขนมไทยถกู นาํ ไปใชใ้ นงานบุญตามประเพณแี ละงานพธิ กี รรม ที
เกียวขอ้ งในวถิ ีชวี ติ ชาวไทย โดยนยิ มทําขนมชอื มมี งคล ไดแ้ ก่ ขนม
ตระกลู ทองทังหลาย เพราะคนไทยถือวา่ "ทอง" เปน ของดมี มี งคล
ทําแล้วไดม้ บี ุญกศุ ล มเี งินมที อง มลี าภยศ สรรเสรญิ สมชอื ขนม
นนั เอง
ประเภท
ขนมไทย
ประเภทที 1
การกวน
การกวน คอื การนาํ อาหาร อย่างใด
อยา่ งหนึงซึงโดยมากเปน ของเหลว
ผสม ใหร้ วมเข้าเปนเนอื เดยี วกนั จน
ข้นและเหนยี ว โดยใช้ เครืองมอื ชนิด
ใดชนิดหนึงคน อาหาร ไปจนทัวดว้ ย
ความแรง และ เรว็ ไปในทศิ ทาง
เดยี วกัน จนอาหาร นนั เหนยี วเปนเนือ
เดียวกนั
ประเภทที 2
การนึง
การนึง คอื การใหค้ วามร้อนขึนกับ อาหารที
ต้องการทาํ ใหส้ ุกโดยการใช้ ภาชนะ 2 ชนั
ชันล่างสําหรับใส่นาํ ต้มใหเ้ ดอื ด ชันบนมชี อ่ ง
หรือตะแกรงสําหรบั วางอาหารหรือมีภาชนะ
ทมี ี แผน่ ตะแกรงเพือวางอาหารเหนือนาํ
และไอนําเดอื ดจากดา้ นล่างสามารถ ลอยตวั
ขึนเบืองบนผา่ นตะแกรงทาํ ใหอ้ าหารสุกได้
ประเภทที 3
การเชือม
การเชือม คอื การนาํ ผลไมต้ ม้ ในนําเชือม จนกระทงั
ผลไมม้ ลี ักษณะนุ่มและขึนเงา โดยระหวา่ งเชอื มช่วง
แรก นาํ เชอื มจะใสแลว้ จึงต้มต่อไปจน นําเชือมข้นแต่
ตอ้ งไม่เชอื มใหน้ าํ เชอื มข้นเกนิ ไปและการเชือมจะต้อง
มี เทคนคิ ช่วยเสริมคือตม้ ในนํากอ่ น หรือแชใ่ นนาํ ปนู
ใสก่อนต้มและเชอื ม
ประเภทที 4
การตม้
การตม้ คอื การทําอาหารให้สุกโดยจะใช้นาํ หรอื
ของเหลวปริมาณมาก เปนตวั กลางนาํ ความร้อนโดย
ใส่อาหารทจี ะทาํ ให้สุกลงใน ของเหลวนันได้แก่ นาํ
กะทิ นม เปนตน้ หลักสําคญั ของการต้ม คือ เมอื ทําให้
ของเหลวเดอื ดแล้ว ลดความรอ้ นลงเพือใหเ้ ดือดเบา
ๆ อาหารทตี ้มอาจใส่ลงไปขณะทีนําเย็น หรอื ต้มใหน้ ํา
เดอื ดกอ่ น แลว้ ใส่อาหารลงไปแลว้ ตม้ ให้ เดือดต่อ
แลว้ จึงลดไฟลงให้เดอื ดเบาๆ
ประเภทที 5
การอบและผิง
ผิงและอบ ขนมทใี ชผ้ ิงมีหลายชนิด จะใชผ้ งิ
ดว้ ยไฟบน และไฟล่าง ไฟจะต้องมีลกั ษณะ
ออ่ นขนมผงิ เสมอกนั ปจจุบนั ใชเ้ ตาอบแทนการ
ผิง
ประเภทที 6
การทอด
ทอด หมายถึง การทําอาหารให้สุกดว้ ยนาํ มัน โดยใส่
นาํ มันลงในกระทะ ตังไฟให้รอ้ นทวั แลว้ จงึ จะใส่ขนมที
จะทอดลงไป ขนมบางชนิดใชน้ าํ มนั มาก เรียกว่า ทอดนํา
มันลอย ใชไ้ ฟ ปานกลางสมําเสมอ บางชนดิ ใช้นํามันนอ้ ย
ใช้กระทะก้นตนื ดงั นนั การทอดจึงใชก้ ระทะ ตาม
ลักษณะของขนมแต่ละชนดิ การทอดถ้าใชไ้ ฟออ่ นมาก
ขนมจะอมนํามนั จึงควรจะ ระมดั ระวงั ด้วย ขนมทที อด
เชน่ ขนมฝกบวั ขนมทองพลุ ขา้ วเม่าทอด
ประเภทที 7
การปง
ปง หมายถงึ การทาํ อาหารให้สุก โดยการวางขนมที
ตอ้ งการปงไว้เหนือไฟ มีตะแกรงรองรับ ไฟไม่ต้อง
แรงนกั กลับไปกลับมาจนขนมสุก อาหารบางชนดิ
ใชใ้ บตองหอ่ แล้วปงจน ใบตองทหี ่อเกรียบหรือกรอบ
เชน่ ขนมจาก ขา้ วเหนยี วปง ก่อนทีจะปงใชข้ ีเถา้ กลบ
ไว้ เพือใหไ้ ฟร้อนสมําเสมอกัน
ประเภทที 8
การฉาบ
ฉาบคือการนาํ นาํ นาํ ตาลทราย เกลอื ปน ลงในกระทะ
ทองตังไฟอ่อนๆ เคยี วใหเ้ ดอื ดเปนยางมะตูม จนนําตาล
เหนยี วใส แล้วนาํ วัตถดุ บิ ทีเตรียมไวล้ งคลุกนําตาล ตกั
ขนึ พักไว้ใหเ้ ยน็ จนนาํ ตาลทรายแห้งเชน่ เผือกฉาบ
กล้วยฉาบ มนั ฉาบ
ประเภทที 9
การบวช
บวช คอื การนําของหวานทใี ชผ้ ลไม้ เผอื ก
มัน ฟกทอง เปนต้น ต้มกบั นาํ ตาลและกะทิ
เช่น กล้วยบวดชี แกงบวดเผือก
ประเภทที 10
การแช่อิม
แชอ่ ิมคือการนํานําเชอื ม นาํ ตาล 1 นาํ ตม้
เดือด แชผ่ ลไมไ้ ว้ แลว้ นําไปตากแดด โดย
ใส่ตะแกรง ตากพอแห้ง อย่าใหแ้ ขง็ เกบ็ ใส่
ขวดปดฝาใหแ้ น่น เกบ็ ไวร้ บั ประทานได้ เช่น
มะมว่ งแชอ่ ิม มะเขอื เทศแชอ่ มิ สะอนแช่อิม
วธิ กี ารทาํ
วตั ถดุ ิบ ขนมชนั
1.แปงมัน 2 ถวย
2.แปง ขาวโพด 1/2 ถวย
3.แปงขาวเจา 1/2 ถวย
4.แปงทา วยายมอ ม 1/4 ถว ย
5.นาํ้ ลอยดอกมะลิ 1 ถวย
6.นํา้ ตาลทรายขาว 3 1/2 ถว ย
7.หัวกะทิ 3 ถวย
ขนั ที 1
เตรยมแปง + นาํ เชือม
เทแปงมนั แปงขา้ วโพด แปงขา้ วเจา้ และแปงท้าว
ผสมเขา้ ดว้ ยกัน จากนนั คลกุ เคล้าสว่ นแปงใหเ้ ขา้
กันดี แล้วพกั ไวก้ ่อน
จากนนั ทํานาํ เชอื มดว้ ยการนาํ หมอ้ ตังเตา ผสม
นาํ ตาลทรายและนาํ ลอยดอกมะลิ คนใหเ้ ขา้ กัน พอ
นาํ ตาลละลายดแี ล้ว ยกลงพกั ใหเ้ ยน็
พอนาํ เชอื มเยน็ แล้ว นาํ หวั กะทิเทลง จากนนั คนให้
เขา้ กัน
ขนั ที 2
นวดแปง
เทสว่ นผสมหวั กะทินาํ เชอื มลงไปในถ้วยทีเราเตรยี มแปงไว้
ค่อย ๆ เทใสท่ ีละนดิ
จากนนั ใชม้ อื ขยาํ แปงใหเ้ ขา้ กันดี โดยใชเ้ วลาประมาน 20-30
นาที
จากนนั กรองแปงดว้ ยกระชอน เพอื ใหส้ ว่ นผสมเนยี นสวย
เมอื กรองสว่ นผสมเสรจ็ แล้วใหแ้ บง่ เปน 2 สว่ นอยา่ งละครงึ
สว่ นที 1 ไมต่ ้องผสมอะไร และสว่ นทีสองใหเ้ ทสผี สมอาหาร
ผสมลงไป
ขนั ที 3
เทสว่ นผสมลงพมิ พ์ + นงึ
ตังลังถึงบนเตาแก๊ส รอใหน้ าํ รอ้ นค่อยเทแปงลงในถาดที
ใสใ่ นลังถึง
นาํ ถาดพมิ พม์ าเตรยี มไว้ เทแปงสเี ขยี วลงไปประมาณ 2
มลิ ลิเมตร และนาํ ไปนงึ 6-10 นาที จากนนั ก็เทแปงสี
ขาวลงไปประมาณ 2 มลิ ลิเมตร ทําแบบนลี งไปประมาณ
9 ชนั เปนอันเสรจ็ ากนนั ทิงไวใ้ หเ้ ยน็ ตัวดี แล้วตัดเปนชนิ
สเี หลียม
บทสรปุ วธิ กี ารทําขนม
รา้ น ขนมไทยโบราณ ของคณุ ปามะลิ
คณุ ปามะลิไดบ้ อกถึงขนมไทยในสมยั ก่อน และไดท้ ําขนมไทยมา
นานกวา่ 10ป คณุ ปามะลิไดก้ ล่าววา่ ชอบขนมไทยเพราะเปน
เอกลักษณข์ องคนไทยตังแต่คนสมยั ก่อน วธิ กี ารทําต้องประณตี
คนในวงั สว่ นใหญท่ ําเพอื จดั เตรยี มสาํ รบั แก่คนชนั สงู การทําขนม
ไทยต้องใจเยน็ และหา้ มผดิ ขนั ตอนแมแ้ ต่ขนั ตอนเดยี ว ลักษณะ
เดน่ ของขนมไทยอยูท่ ีวธิ กี ารทําและการจดั วางเพอื ความสวยงาม
คณุ ปามะลิชนื ชอบการทําขนมไทยมาโดยตลอดและหวงั วา่ จะมคี น
สบื ทอดต่อไป
ขนมไทยใน
เทศกาลต่างๆ
ขนมไทยในเทศกาลต่างๆ
ขนมไทยได้เข้ามามีบทบาทในงานบุญตังแต่อดีตมา
แล้วทีคนไทยทําขนมพิเศษ ๆ เฉพาะงานบุญขึน นันหมาย
ถึงในปหนึง ๆ จะมีการทําขนมชนิดนันเพียง ๑ ครงั เท่านัน
เนืองจากทํายากและต้องใช้แรงใจแรงกายของคนหลาย ๆ
คนรว่ มกัน ชาวบ้านจะทําขนมนันๆ ในปรมิ าณมาก ซงึ ถ้า
เหลือจากงานบุญก็จะนาํ ไปแจกจ่ายเพือนบ้านและเก็บไว้
กินเอง หากจะเรยี กขนมไทยในงานบุญนีว่าขนมตาม
ฤดูกาลก็คงจะไม่ผิดนัก ขนมไทยในเทศกาลต่างๆ มีดังนี
ขนมทีใชใ้ นงานมงคลสมรส
เปนงานมงคลสมรสมกั จะทําขนม
หวานใหค้ รบ 9 สงิ ขนมทีใชใ้ นงาน
มงคลสมรสตามประเพณที างฝาย
เจา้ สาวจะต้องเปนผจู้ ดั และขนมที
นยิ มจดั คือ
1. ฝอยทองหรอื ทองหยบิ
2. ขนมชนั
3. ขนมถ้วยฟู
4. ขนมทองเอก
ประเพณีสงกรานต์ งาน
ตรุษสงกรานต์ตรงกับวนั ที
13 เมษายนของทกุ ป คน
ไทยถือวา่ เปนวนั ขนึ ปใหม่
ของไทย ขนมทีใชท้ ําได้แก่
1. กาละแม
2. ขา้ วเหนียวแดง
วนั เขา้ พรรษา วนั เขา้ พรรษาตรงกับ
วนั แรม 1 คําเดอื น 8 เปนวนั ทีพระ
สงฆต์ ้องอยูจ่ าํ วดั ไมอ่ อกไปค้างแรม
ทีอืนเปนระยะเวลา 3 เดอื น เพราะ
เปนฤดฝู น ขนมทีนยิ มทํา ไดแ้ ก่
1. ขา้ วต้มผดั
2. แกงบวดต่าง ๆ ไดแ้ ก่ แกงบวด
ฟกทอง แกงบวดมนั สาํ ปะหลัง
วนั สารทไทย วนั สารทไทย
ตรงกับวนั แรม 15 คํา
เดอื น 10 ขนมทีใชท้ ํากัน
ไดแ้ ก่ ขยาสารท
4. ขนมทีใชใ้ นงานทําบุญเดอื นสาม
เปนเทศกาลทําบุญของภาคตะวนั
ออกเฉียงเหนอื หรอื เรยี กวา่ งานบุญ
ขา้ วจเี ปนการจดั อาหารมาถวายพระที
อยู่ ณ สถานทีของวดั เพอื ปลงอาบตั ิ
ครงั ยงิ ใหญใ่ นรอบป ขนมทีใชง้ าน
บุญเดอื นสาม ไดแ้ ก่
1. ขนมเทียน
2. ขา้ วต้มผดั
3. ขา้ วจี
5. ขนมทีใชใ้ นงานทําบุญเดอื นสบิ
การทําบุญเดอื นสบิ ตรงกับวนั แรม 1 คําเดอื น 10
เปนเทศกาลของภาคใต้ เปนการทําบุญแผส่ ว่ นกศุ ลใหก้ ับผู้
ล่วงลับไปแล้ว ขนมทีใชใ้ นการทําทําบุญเดอื นสบิ ไดแ้ ก่
1. ขนมลา หมายถึง เสอื ผา้ แพรพนั
2. ขนมกง หมายถึง เครอื งประดบั
3. ขนมดซี นั หมายถึง เบยี หรอื เงินใชส้ อย
4. ขนมพอง หมายถึง แพรล่องขา้ ม
5. ขนมสะบา้ หมายถึง สะบา้
การอนุรักษ์ขนมไทย
ขนมไทยนัน ถอื ว่าเปนขนมทอี ยคู่ กู่ ับคนไทยของเรา มาเปนเวลานานมาก
เลยกว็ า่ ได้ และกจ็ ะมีความสัมพันธ์กับคนไทยเราจนแทบจะแยกกนั ไม่
ออก เพราะว่าขนมไทยนนั ก็ได้เขา้ มาอยู่รว่ มกบั การใชช้ วี ิตของคนไทย
และขนบธรรมเนยี ม วฒั นธรรมของไทยเราตา่ งๆ มากมาย ซงึ สําหรับขัน
ตอนในการทาํ ขนมไทยนนั ก็ถือไดว่ามีขนั ตอนทหี ลากหลายขันตอนและ
การทําขนมไทยนนั กย็ งั จะตอ้ งอาศัยฝมอื ความประณีตในการทาํ ดว้ ย และ
การทําขนมไทยนันกจ็ ะตอ้ งมีใจเย็นด้วย และกไ็ ดเ้ ปนการถ่ายทอดกนั ออก
มาตงั แต่ร่นุ สู่รุน่ นันเอง จงึ ถอื ได้ว่าขนมไทยของเรานันไดอ้ ยคู่ ู่กนั กบั คน
ไทยของเรามาเปนเวลานาน และจึงควรทีจะมีการอนรุ ักษ์ขนมไทยเอาไว้
เพือใหช้ นรนุ่ หลงั ได้รู้จักกันดว้ ยและสําหรบั วธิ ใี นการอนุรกั ษ์ขนมไทยที
ง่ายทสี ุดเลยคอื เรานนั กค็ วรทจี ะหนั มาเลอื กทานขนมไทยกันให้มากขึน
เพือทจี ะขนมไทยนันจะไดม้ ีการทําขายออกสู่ตลาดอยตู่ ลอดเวลา และก็
เปนการทาํ ใหข้ นมไทยนนั สูญหายไปจากประเทศไทยดว้ ยนนั เอง ซงึ การที
เรานนั หนั มาเลือกทานขนมไทยมายงิ ขนึ นนั มันก็จะช่วยทาํ ใหผ้ ผู้ ลิตขนม
ไทยนนั มีกาํ ลังใจในการทีจะผลติ ขนมไทยออกมาสู่ตลาดมากยงิ ขนึ และ
มันกจ็ ะเปนการช่วยสืบสานขนมไทยนนั ไม่ใหห้ ายไปอกี ด้วย
บรรณาธกิ าร
1.นาย ปัณณธร วรรณกรี ม.4/1 เลขท่ี 12 หาขอ มูล
2.น.ส.กนั ตก นิษฐ วีระสทิ ธิ์ ม.4/1 เลขที่ 13 หาขอมลู สมั ภาษณ
3.น.ส.ณัฏฐาเกด จาํ ปาทอง ม.4/1 เลขที่ 14 หาขอมลู สัมภาษณ
4.น.ส.ณัฐธิดา สมงาม ม.4/1 เลขที่ 15 ทําอบี คุ หาขอมูล
5.น.ส.สุพชิ ญา พฤทธภิ์ ญิ โญ ม.4/1 เลขที่ 18 หาขอ มลู ออกแบบ
บรรณานกุ รม
จุฑารตั น ทาเคหล า. (2555). ความเป็นมาขนมไทย. สืบคน 19 ตลุ าคม 2563,
จาก https://sites.google.com/site/0926kanomthai
ประทปี ทองเปลว. มงคลขนมไทย. ครงั้ ท่ี 2.กรุงเทพมหานคร :
ออลเดย ช็อปปิ้ง จํากัด, 2561.
ป ยุ . (2554).ขนมไทยในเทศกาลตางๆ. สบื คน 19 ตุลาคม 2563,
จาก https://sites.google.com/site/kapuilui/
อิง้ .(2563). วิธีทา ขนมชนั้ . สบื คน 21 ตลุ าคม 2563,
จาก https://www.wongnai.com/recipes/kanomchan
มณี.(2559). การแบง ประเภทของขนมไทย. สืบคน 19 ตุลาคม 2563,
จาก https://kanomthaidede.blogspot.com/2016/02
ไจ สาย. (2553)ความเป็นมาของขนมไทย. สืบคน 16 ตุลาคม 2563,
จาก https://pirun.ku.ac.th/~b521085144/index.html