The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พ่อครูบัญชา ตั้งวงษ์ไชย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by plarnkhoi11, 2021-06-24 23:17:19

ละ โทสะ

พ่อครูบัญชา ตั้งวงษ์ไชย

Keywords: ธรรม,พลาญข่อย,meditation,plarnkhoi,พ่อครูบัญชา ตั้งวงษ์ไชย,ศูนย์พลาญข่อย,ทุกข์,โทสะ,ebookplarnkhoi

1

2

สารบัญ

ละ โทสะ 3
วติ กจริต 5
จิตเห็นจิต คือ มรรค 5
อสุภกรรมฐาน 8
โสดาบนั 12
สักกายทิฏฐิ 14
ปฏิบตั ิ เพอื่ อะไร 15
พลงั สมาธิ 16
เขา้ สมาธิ ตอ้ งลืมตา หรือหลบั ตา 22
เขากลิ้ง ทาไม 22
อุปาทาน 24
ปฏิบตั ิธรรม ตอ้ งเร่ิมจากรู้ปริยตั ิก่อน หรือไม่ 25
ปฏิบตั ิที่พลาญขอ่ ย ปลอดภยั หรือไม่ 27

3

ละโทสะ
มีความโกรธเกลียด อยากแช่ งชักหักกระดูกภรรยาของ
น้องชายมาก ๆ เขาชวนน้องชายไปเล่นยาเสพติด ลูกท่ีมี
ด้วยกันกไ็ ม่ใช่ลูกของน้องชาย น้องชายเป็ นคนโชคร้ ายมาก
มาถึงตอนนี้หนูหาทางออกของจิตไม่ได้ ทุกคร้ังท่ีนึกถึง
ทรมานมาก ไม่อยากจะเป็นแบบนี้ พยายามบอกตัวเองให้อภัย
แต่ทาไม่ได้ โทสะมีมากจริง ๆ จะทาอย่างไร

คนท่ีรู้วา่ ตวั เองมีโทสะ ก็มีปัญญาระดบั นึง แต่เราตอ้ งรู้
วา่ โทสะน้ี มนั มีก่ีแขน กี่ขา มนั แต่งชุดสีอะไร ทาไมมนั ทาให้
เราทุกขไ์ ด้ ทาไมมนั เก่งจงั ส่วนมากคนเรามองแต่คนอื่น ไม่
เคยมองตวั เอง เป็นเพราะเขาเป็นอยา่ งน้นั เป็นอยา่ งน้ี ฉนั ถึงมี
โทสะ ฉนั ถึงทกุ ข์ พระพทุ ธเจา้ บอก อตั ตาหิ อตั ตโนนาโถ
ตนแลยอ่ มเป็นที่พ่ึงแห่งตน แกท้ ี่ตวั เอง แกย้ งั ไง กร็ ู้วา่ โทสะ
มนั ดีไหม ไมด่ ี อนั น้ีแสดงวา่ โกรธมากเลย ท้งั โกรธ ท้งั เกลียด
อยากแช่งชกั หกั กระดูกดว้ ย

รู้วา่ โทสะไมด่ ี ก็ไมต่ อ้ งโทสะ หรือรู้วา่ โกรธไมด่ ี ง่ายๆ
ก็ไม่ตอ้ งโกรธ ทีน้ีมนั ทาไม่ได้ เราถึงมาปฏบิ ตั ิ เราคิดเอาเอง
ไมไ่ ดว้ า่ อยา่ โกรธ มนั เป็นกิเลสเรา แมก้ ระทงั่ อยากใหอ้ ภยั ก็
ใหใ้ ครไมไ่ ดอ้ ีก กลายเป็นพยาบาท ถา้ เราไมใ่ หอ้ ภยั เราไม่เอา

4

มนั เหว่ยี งทิง้ แบกพยาบาทน้ีขา้ มภพขา้ มชาติ ถา้ ไม่อยากเจอ
อยา่ งน้ีอีก จาใหแ้ ม่น ๆ อยา่ เกิดอีกเดด็ ขาด เกิดอีกกจ็ ะเจออีก
มนั เป็นกรรมร่วม เอาเป็นวา่ มนั เกิดข้ึนแลว้ ตอ้ งดีใจกบั
นอ้ งชาย ไม่ตอ้ งเสียแรงมีลกู ต้งั หลายคน ใหเ้ ขารับกรรม
ทกุ อยา่ งท่ีเราคิดเอาเองวา่ มนั ไมเ่ ป็นอยา่ งที่เราตอ้ งการ คาวา่
ดี มนั ตอ้ งเป็นแบบแผน ที่เราเขา้ ใจ แบบน้ีมนั ไม่ดี พอไม่ดี
แบบน้ีแลว้ ยงั ไง ทาใหเ้ ราโกรธ ทาใหเ้ ราทกุ ข์ ดีไหม คนทาให้
ตวั เองทกุ ข์ น่ียงิ่ ไม่ดี

พอ่ ครูพดู แลว้ สกั แต่วา่ รู้ สักแต่วา่ เห็น ไมพ่ จิ ารณา ไม่
ตดั สิน น่ีเราเอามากอดไวเ้ ลย พจิ ารณาแลว้ ก็โกรธไปดว้ ย
โทสะไปดว้ ย เราทาร้ายตวั เอง สัตวโ์ ลกยอ่ มเป็นไปตามกรรม
ยอมรับในสิ่งที่มนั เป็น ท่ีพดู มานี่รู้หมด สมองรู้ แต่จิตไม่รู้
ปฏิบตั ิมาก ๆ ขดั เกลาอารมณ์โทสะ ทาลายพยาบาทน้นั ทิง้
ไมอ่ ยา่ งน้นั มนั ขา้ มภพขา้ มชาติ พระพทุ ธเจา้ ช้ีทาง วธิ ีแกท้ ี่ดี
ท่ีสุดคือ ทาน ศีล ภาวนา กท็ าไปเร่ือย ๆ เดี๋ยวมนั จะลา้ ง มนั จะ
เยน็ ลง เปล่ียนกรรม ใหก้ ลายเป็นอโหสิกรรม

5

วิตกจริ ต
เห็นแสงสีฟ้า ๆ ม่วง ๆ วิ่งอย่รู อบรอบวงกลมดาคืออะไร

มนั คือแสงสีฟ้า ๆ มว่ ง ๆ อยรู่ อบวงกลมดา นนั่ แหละ
สักแตว่ า่ เห็น ไมต่ อ้ งไปรู้ รู้กไ็ ปติดอีก เด๋ียววนั ไหนเห็นแสงสี
แดง ๆ อะไรอีก ทาไมอีก เกิดวิตกจริต เพราะความอยากรู้
อยากเห็นของเรา เห็นก็สกั แต่วา่ เห็น ไม่เอะ๊ คืออะไร ทาไม
ทุกอยา่ งเป็นการประเมินเรา เราไมส่ ักแต่วา่ รู้ สักแตว่ า่ เห็น เรา
สู้กิเลสเราไม่ได้ เราถศู าลาน้ีเรามีหนา้ ท่ีถเู ช็ด ไมต่ อ้ งวิจยั วา่ มนั
เป้ื อนเพราะอะไร รู้แตว่ า่ มนั เป้ื อน เอาความเป้ื อนออก ความ
สะอาดกแ็ สดงตวั พยายามฝึกใหเ้ ราขา้ มพน้ ความอยากของเรา

จิตเห็นจิต คือ มรรค
จิตตัวรู้ปัจจุบันที่ มีหน้าที่รู้เฉย ๆ กับจิตท่ีพาเราเต้น ๆ เป็นจิต
ดวงเดียวกันไหม ทาไมจิตที่พาเราเต้น ถึงมีอิทธิพลกับเรา
มากขนาดนี้

จิตเห็นจิตคือมรรค มนั กด็ วงเดียวกนั เหมือนเหรียญนึง
มีสองหนา้ จิตปัจจุบนั คือเดก็ เกิดมา เราเรียกวา่ จิตเดิม เกิด
มามนั บริสุทธ์ เหมือนผา้ ขาวผืนนึง แตว่ า่ มีจุดด่างจุดนึงอยใู่ น

6

น้นั คือจิตเดิม แต่มีกระแสกรรมอยใู่ นน้นั เราถกู ใส่ชื่อ เธอชื่อ
บญั ชา นี่พอ่ น่ีแม่ รวยนะ ความสุขเป็นอยา่ งน้ี เรากร็ ะบายสี
ไป เรียกวา่ จิตปรุงแตง่ จิตเราตอนน้ี ก็กลายเป็นจิตปรุงแตง่

พระพุทธเจา้ ไปตรัสรู้ส่ิงน้ี ตอ้ งทาดี แลว้ ก็ละชว่ั เพอื่ จะ
ไม่เพิ่มภาระใหผ้ า้ ผนื น้ี ไมใ่ หม้ นั เป้ื อนกวา่ เกา่ ทาดีเพอ่ื สร้าง
กาลงั มาลา้ งมนั ออก ขดั เกลาจิตใหผ้ อ่ งใส คือ สามวิธีท่ีน้ี
เม่ือเราปฏิบตั ิแลว้ ถึงข้นั จิตหลดุ พน้ ดวงตาเห็นธรรม ไม่ใช่
บรรลธุ รรมข้นั สูง เราแคบ่ รรลุธรรมเบ้ืองตน้ คือเราเห็นธรรม
แลว้ เห็นทางเดินแลว้ จิตเห็นจิตคือมรรค

มรรค คือ ทางเดินไปสู่การพน้ ทกุ ข์ เราเขา้ ไปสู่กระแส
มรรค ท่ีบอกข้นั ต่าคือสุดคือ โสดาปฎิมรรค-โสดาปฏิผล น่ีคู่
แรก สกิทาคามีมรรค-สกิทาคามีผล คูท่ ี่สอง อนาคามีมรรค-
อนาคามีผล คูท่ ี่สาม อรหตั มรรค-อรหตั ผล คู่ท่ีสี่ ส่ีคู่แปด
บุรุษ เป็นสมควรแก่สกั การะและบูชา คือพระอริยสงฆใ์ นพระ
รัตนตรัย คือช่ือเรียกของจิตซ่ึงเขา้ ถงึ ตรงน้นั แลว้ ส่วนภิกษุ
ภิกษณุ ี อบุ าสกอุบาสิกา พุทธบริษทั ส่ี เป็นผแู้ สวงธรรมตามมา
ยงั ไมเ่ ห็นธรรม

จิตเดิมเรานน่ั แหละ เขา้ ไปในเวป็ ไซตเ์ รา เม่อื จิตอิสระ
แลว้ เขากท็ าหนา้ ที่ เคา้ รู้วา่ ร่างกายเรา เวลาน้ีตรงไหนบกพร่อง

7

เขากจ็ ะสอนใหเ้ ราทา ท่าน้นั ทา่ น้ี เพ่อื จะรักษาร่างกายน้ีดว้ ย
ในขณะเดียวกนั ไมใ่ ช่แคเ่ จริญสติ กเ็ จริญมรรคจิตไปดว้ ย
ในช่วงท่ีเราร่ายรา เตน้ อะไรก็ช่าง เรากว็ างความคิด ยงิ่ เร็วก็ยง่ิ
แรง แต่ละคนฝึกวิชามา ไม่เหมือนกนั ในอดีต เขากถ็ า่ ยทอด
ใหเ้ ราทีละวชิ า ๆ สุดทา้ ยกจ็ ะเหลือวชิ าหลกั ของเขา บางคน
คุน้ เคย มาก็ยนื หมุนอยา่ งเดียว

ยอ้ นหลงั พนั กวา่ ปี ที่แลว้ วธิ ียนื หมุนน้ีมีสตรีท่านหน่ึง
ช่ือโซฟี เขายนื หมุนสามสิบหกชวั่ โมง ไมก่ ิน ไมน่ อน ระเบิด
บรรลธุ รรมเลย ช่วงน้นั มนั สร้างพลงั จิต มนั อยใู่ นแกนกลาง
พอมนั มพี ลงั ก็ระเบิด แลว้ ยอ้ นไปอีกก่อนพทุ ธกาล ตอนท่ีตรุ กี
ยงั มีพพิ ธิ ภณั ฑแ์ ห่งหน่ึง มีครูบาอาจารยท์ า่ นหน่ึง ทา่ นกห็ มนุ
แบบน้ีบรรลุธรรม ตอนน้ีอฐั ิทา่ นกเ็ ป็นพระธาตุ เวลาน้นั ยงั ไม่
มีศาสนา มนั ก็เป็นเร่ืองของธรรมชาติ

จิตปัจจุบนั รู้เฉย ๆ วา่ จิตเดิมเราเคา้ ทาอะไร เคา้ เตน้
อะไร รู้เฉย ๆ เป็นการใชส้ ติเรา รู้เทา่ ทนั สิ่งที่มนั เกิดข้ึน
แทนท่ีจิตปัจจุบนั วา่ ง ๆ กเ็ อาไปคิดสร้างมโนกรรม พดู ด่าคน
น้นั ด่าคนน้ี เราไปนง่ั แบกโลก แลว้ ก็เป็นห่วงคนน้นั คนน้ี เอา
เวลาตรงน้ี มาเรียนรู้กบั จิตเดิมเรา เคา้ จะถ่ายทอดวิชา

8

จิตเห็นจิต เราเขา้ ไปกระแสมรรคแลว้ จากน้ีไปเราก็
เปิ ดเวลาใหโ้ อกาสจิตเรา ดาเนินไปเร่ือย ๆ จิตปัจจุบนั กเ็ รียนรู้
ไปเรื่อย ๆ ทกุ คนฝึกวชิ ามาในอดีตไมเ่ หมอื นกนั อยา่ ไป
เลียนแบบ ปล่อยใหจ้ ิตดาเนินเอง แลว้ จิตปัจจุบนั นอบนอ้ ม
ถ่อมตน เรียนรู้กบั ตรงน้นั อยา่ ใชส้ มองโง่ ๆ ของเรา ไปสงั่ จิต
เด็ดขาด อยา่ บงั อาจ

อสุภกรรมฐาน
อยากทราบว่า การตัดกิเลสอย่างถอนราก หรือเหลือน้อยลง
จากสภาพแวดล้อมในเมือง ระหว่างเดินทางออกจากป่ าต้อง
ใช้วิธีใด ต้องพิจารณาอสุภะไหม หรือมีวิธีอื่นให้ข้ามพ้น

การฝึกพจิ ารณาอสุภกรรมฐานก็เป็นส่วนหน่ึงของส่ีสิบ
กองกรรมฐาน อสุภะ๑๐ ไปนงั่ ดูซากศพท่าน้นั ท่าน้ี เพือ่ ใหเ้ กิด
ความสังเวช เม่ือสงั เวชแลว้ เราก็จางคลายความยดึ มน่ั พ่อครู
เห็นเขาฝึกเรียกวา่ กายคตาสติ ดูอิริยาบถของกาย แต่วา่ บางคน
กไ็ ปดูตบั ไตไส้พงุ ไมไ่ ดเ้ ห็นจริง ใชจ้ ินตนาการพิจารณาน้า
เลือดน้าเหลือง เกิดสงั เวช บางคนอาเจียนออกมาเลย ในเวลา
น้นั รู้สึกสลดใจ น้ีคือเวทนาในเวทนา ทาใหเ้ ราจางคลายความ

9

ยดึ มน่ั ถือมนั่ กบั กายภาพน้ี มนั เป็นแคก่ ารจินตนาการ แต่
ไมใ่ ช่ไม่มีประโยชน์ กเ็ ป็นอบุ ายวิธีใหพ้ ิจารณา ใหเ้ ราวาง
ความคิด มนั กจ็ างคลายความยดึ มน่ั ถอื มน่ั ความหลงติดกบั
ความสวย ๆ งาม ๆ น้นั แลว้ ก็ทาลายอตั ตาไดร้ ะดบั หน่ึง

มีคุณหมอคนนึง ทา่ นก็บวชเป็นพระภิกษุ ทา่ นบอกวา่
การที่ไปดูอสุภะ เห็นตบั ไตไสพ้ งุ แลว้ มนั พน้ ทุกข์ ท่านน่าจะ
พน้ ต้งั นานแลว้ ทา่ นเห็นของจริงเลยผา่ ตดั บอ่ ย ๆ กเ็ ป็นส่วน
หน่ึงท่ีทาใหเ้ ราเกิดความสงั เวช แลว้ ก็จางคลาย ความยดึ มน่ั
ถือมนั่ แต่มนั ไดช้ ว่ั คราว กเ็ ป็นบาทฐานเบ้ืองตน้ ของการเจริญ
สมถะกรรมฐาน ไม่ใช่ผิด สมมติวา่ เราพจิ ารณาไปเร่ือย ๆ
บอ่ ย ๆ กเ็ หมือนหมอเขาผา่ ตดั บอ่ ย ๆ มนั กจ็ ะไม่มีผลสาหรับ
เราเลย เหมือนเริ่มจากขวาหนอ ซา้ ยหนอ เราใชร้ ่างกาย
อริยาบทของกาย พทุ โธก็ใชเ้ คร่ืองมือท่ีใกลช้ ิดเราท่ีสุด คือ
ลมหายใจไมใ่ ช่กายเราดว้ ย แต่ร่างกายเราตอ้ งอาศยั ลมหายใจ
บางคนก็เกาะลมหายใจคอ่ ยๆเขา้ ไป จากกายนอกกาย ยบุ หนอ
พองหนออริยาบถของกาย ขา้ งนอกยบุ พอง ขวาซา้ ย ทาไปทา
มาเมื่อมนั น่ิง มนั ก็เขา้ ไปในกายในกายขา้ งใน เหมือนใหเ้ รา
พจิ ารณาของนอกกายกอ่ น แลว้ กค็ ่อย ๆ เขา้ ไปขา้ งในกายใน

10

กาย พน้ จากกายเขา้ ไปสู่เวทนา แลว้ กพ็ จิ ารณาเวทนาในเวทนา
กเ็ ป็นการเจริญสติ

ตอนน้ีมีทฤษฎีที่เขา้ ไปนงั่ ดูจิต เขาไปนงั่ บา้ นหลงั น้ีชื่อ
วา่ จิต แลว้ ก็ไปนง่ั ดูมนั แลว้ กเ็ ห็นเงาของมนั เห็นอารมณ์
หยาบ ๆ น่ีเป็นแคเ่ วทนา ไปส่องดูหนา้ ต่าง บา้ นขา้ งในมนั ก็ยงั
เป้ื อนเหมือนเก่า ก็เป็นแค่ข้นั เจริญสติ โดยใชฐ้ านจิตมาดูจิต
เป็นสติ แต่วา่ มนั ยงั เป้ื อนเหมือนเก่า

จริงๆ แล้ว กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต
ตอ้ งเขา้ ไปในจิต เปิ ดประตูบา้ นเขา้ ไปในจิต ไมใ่ ช่ไปนง่ั ดูจิต
เพราะเขา้ ไปเราถึงเสพอารมณ์ในบ้าน ว่ามนั เยน็ ร้อนยงั ไง
มนั เป้ื อนยงั ไง เราถึงมีโอกาสขดั เกลาจิตให้ผ่องใส พอเรา
เขา้ ไปในจิตเห็นจิต เรากเ็ ห็นธรรมในธรรม อารมณ์อยขู่ า้ งใน
บา้ นน้นั เราเขา้ ไปขดั เกลาจิตให้ผอ่ งใส เราสะสมวิบากกรรม
ท้ังฝ่ ายบวกฝ่ ายลบ นั่นคือกล่องปัญญา ไปเรี ยนรู้จาก
ประสบการณ์เดิมของเรา มนั จะเกิดปัญญา

พจิ ารณาอสุภะน้นั กเ็ ป็นเบ้ืองตน้ แตถ่ า้ เราไปในจิตใน
จิตแลว้ เราไม่ตอ้ งรู้เร่ืองอสุภะ จิตเดิมมนั ฝึ กมาแลว้ บางคร้ัง
มนั ก็ทาใหเ้ ราไปเห็นอสุภะเอง อยา่ ไปสง่ั จิตเคา้ รู้เองวา่ จิต
ปัจจุบนั มนั ติดอะไร บางทีพาเราไปท่องอดีต ถา้ รู้วา่ จิตปัจจุบนั

11

ไมเ่ ชื่อเร่ืองเวียนวา่ ยตายเกิด เรื่องกฎแห่งกรรม มนั จะพาเรา
ไปเห็นกรรม ที่เราสร้างมาในอดีต กรรมดีกรรมชวั่ จะส่งผล
ยงั ไง แลว้ เราก็จะคลายขอ้ สงสยั เกิดศรัทธา เอาเป็นวา่ เรามี
หนา้ ท่ีปลดปลอ่ ยใหจ้ ิตเราอิสระ เม่ือจิตอิสระแลว้ สมมติวา่
เขาจบปริญญาโท เขาจะมาตอ่ เอก เขาจบตรี เขาจะมาต่อโท
ไม่ใช่มาจบั เขามาอนุบาลใหม่ แบบทกุ วนั น้ี

ใชช้ ีวิตในเมือง ก็อยกู่ บั ปัจจุบนั เวลาแปรงฟันก็แปรง
ฟัน เวลาขบั รถกอ็ ยกู่ บั การขบั รถ เรามีหนา้ ทท่ี าอะไร เรากอ็ ยู่
กบั มนั อยกู่ บั ปัจจุบนั กบั มนั ถา้ เราทาไดเ้ ร่ือย ๆ อารมณ์เกิดข้ึน
ขา้ ง ๆ ตวั รถเสียงดงั หรือ เคา้ ด่ากนั กระทบไม่กระเทือน
สะสมแตม้ ไป ตื่นเชา้ มาเขา้ หอ้ งน้า ก่อนจะแปรงฟัน เช็คกิ้ง
สักหา้ นาทีกพ็ อ ยนื ข้ึนมาเช็ค ไม่ตอ้ งมีเสียงหรอก เป็นการ
ปลกุ สติสมาธิเราต่ืน แลว้ ก็ผอ่ นคลายกลา้ มเน้ือเสน้ เอน็ ที่เรา
นอนทบั มนั ท้งั คืน เหมือนสุนขั น้นั มนั นอนนาน ๆ ลุกข้ึนมา
มนั กเ็ ช็คกิ้ง มนั เห่า มนั กห็ อน คลายอารมณ์เครียด มนั ถงึ ไม่
เป็ นมะเร็ง

จากน้นั ท้งั วนั กอ็ ยปู่ ัจจุบนั พยายามอยกู่ บั ปัจจุบนั ไม่
ตอ้ งถงึ ข้นั เป็นหุ่นยนต์ ไม่ตอ้ งไปกาหนด รู้วา่ เราอยอู่ ะไร เรา
ก็อยตู่ รงน้นั มนั เผลอคดิ ไป พอรู้ดึงกลบั มาคืน พยายามทาไป

12

เรื่อย ๆ กาลงั เราจะเพม่ิ มากข้ึน กลางคืนอาบน้าเสร็จ ถา้ มีเวลา
ทกุ คนมีเวลายส่ี ิบสี่ชวั่ โมงเทา่ กนั ถา้ มีเวลาอาบน้า มีเวลากิน
ขา้ ว ตอ้ งมีเวลาอาบจิตดว้ ย ขอซกั 20-30นาทีกพ็ อ นงั่ เหวีย่ ง
เหมือนเรานงั่ เจริญสติ พุธโธ พทุ โธ เราก็ไดส้ ติ เรานงั่ เหวย่ี ง
มีท้งั สติ สมาธิ ปัญญา เลือดลมมนั กว็ ่ิงได้ กายภาพบาบดั ดว้ ย
ภูมิคุม้ กนั มนั ก็เกิด ถา้ วนั ไหนวนั เสาร์อาทิตยไ์ มไ่ ดท้ างาน กท็ า
ยาวหน่อยนึง 20-30นาทีที่เราทา เราชาระลา้ งอารมณ์ปัจจุบนั
แตล่ ะวนั ท่ีเราเผลอเอาเขา้ มา เอามนั ออกทุกวนั แต่ถา้ เรายาว
กวา่ น้นั เราจะไดเ้ อาของเก่าออกดว้ ย ก็เอาฤกษส์ ะดวกของเรา
สาคญั คืออยา่ ไปเคร่งเครียด

โสดาบนั
พ่อครูบอกว่าให้ปฏิบัติฝึ กซ้อมไปเรื่อย ๆ ให้เกิดความชานาญ
สมา่ เสมอ เม่ือชานาญขึน้ สมาธิดี มพี ลงั มากขึน้ จะเกิดปัญญา
ขดั เกลากิเลสได้มากขึน้ ตามลาดับ เพื่อบรรลหุ ลดุ พ้น หมายถึง
โสดาบัน ไม่เส่ือมอีกปลอดภัยใช่ไหม

โสดาบนั กด็ ี ปลอดภยั ในแง่วา่ ไม่มีนรกอีกแลว้ แตอ่ ยา่
ประมาท นางวิสาขาโสดาบนั ต้งั แต่เจด็ ขวบ ก็ไปแตง่ งาน มี

13

ลูกเป็นโหล ๆ อยู่ แต่กไ็ มเ่ ป็นไร ไดแ้ คโ่ สดาบนั กถ็ ือวา่
make sure วา่ เราไดว้ ีซ่าแลว้ นรกสมบตั ิ มนุษยส์ มบตั ิ สวรรค์
สมบตั ิ ยงั อยใู่ นวฏั สงสาร ยงั ไมใ่ ช่ทางพน้ ทกุ ข์ แต่อยา่ งนอ้ ย
ถา้ เราถึงข้นั โสดาบนั เราไดว้ ีซ่าคือตดั นรกออก ถา้ ไม่จาเป็น
สวรรคก์ ไ็ ม่ตอ้ งไป เสียเวลาชีวิตในวฏั สงสาร แต่ถา้ เรา
จาเป็นตอ้ งไปพกั ผอ่ นก่อน กไ็ มเ่ ป็นไร แตใ่ ชเ้ วลายาวมาก
อริยสมบตั ิเท่าน้นั เป็นทางพน้ ทกุ ข์

ถา้ เรามงุ่ มนั่ ทาดีแลว้ อยา่ ไปติดดี เราทาดี เราติดดี
สวรรคส์ มบตั ิตอ้ งไปเสพกรรมดีน้นั กรรมดีกต็ อ้ งรับ ถา้ ไปติด
ดีมนั ไมใ่ ช่บญุ มนั เป็นกรรมดี ทาบญุ ทาทาน บญุ เกิดจากการ
ใหท้ าน สลดั ออก สลดั ความโลภ ความตระหนี่เราออก บุญคือ
เบา บาปคือหนกั ถา้ สะสมบุญ บางคนสอนวา่ คิดถึงมนั บ่อย ๆ
จะตายก็ใหค้ ิดถึงบญุ อนั น้นั ก็ไปใชเ้ วลาพกั ผอ่ นอยบู่ นสวรรค์
เทวดาทุกขม์ ากที่ตอ้ งเสพสุข เสพบอ่ ย ๆ แลว้ มนั ก็เบื่อ นน่ั
แหละทุกขม์ าก มนั ไมใ่ ช่ทางพน้ ทุกข์

เราปฏิบตั ิทาน ศีล ภาวนา ไปเรื่อย ๆ กาลงั เรากม็ ากข้ึน
กิเลสอยา่ กงั วลกบั มนั มาก แคร่ ู้เท่าทนั เรา รู้เท่าทนั กิเลสก็
พฒั นาสู่ตณั หาไมไ่ ด้ อุปาทานกไ็ ม่เกิด ทุกขก์ ็ไมเ่ กิด ถา้ ทา
อะไรตามกิเลส แตไ่ ม่เนื่องดว้ ยตณั หา มนั จะไมบ่ นั ทึกสญั ญา

14

เป็นวบิ ากกรรม ทาไปเร่ือย ๆ อยา่ กงั วล เรามนี ิพพานเป็นเป้า
ก็ดีแลว้ แต่อยา่ ไปเครียด เราคิดยงั ไงถา้ มนั ยงั ไม่ถึงเวลา มนั ก็
ไปไม่ถึงหรอก เรามีหนา้ ท่ีเตรียมความพร้อม ใหส้ ่ิงน้นั มนั
เกิดข้ึน มนุษยอ์ ยา่ บงั อาจไปส่งั ใหส้ ิ่งน้นั มนั เกิดข้ึน เราไมไ่ ด้
ยง่ิ ใหญพ่ อ เอาเป็นวา่ เรามีหนา้ ที่เตรียมความพร้อม ใหส้ ่ิงน้นั
เกิดข้ึน เขาจะเกิดข้ึน เมื่อเขาจะเกิดข้ึน

สักกายทิฏฐิ ยากอย่างไร ขอวิธีเข้าถึง
มนั ไมใ่ ช่การปฏิบตั ิ เพอ่ื จะแกท้ ีละอยา่ ง ทีละอยา่ ง

เราทา ทาน ศีล ภาวนา หรือ ศีล สมาธิ ปัญญา เราเจริญมรรค
ท้งั มรรคภายนอกมรรคภายในไปพร้อม ๆ กนั เมื่อถึงเวลาหน่ึง
กาลงั ถงึ แลว้ มนั จะจดั การตวั น้นั เวลามนั จดั การ จะไมใ่ ช่ที
ละอยา่ ง ส่วนมากจะจดั การทีเดียวสามขอ้ แรก ผา่ นไปเลย คือ
สักกายทิฏฐิ วจิ ิกิจฉา สีลพั พตปรามาส จะไปพร้อมกนั
เหมือนเราเรียนปริญญาตรีมีสามวชิ า พอจบกจ็ บพร้อมกนั มนั
ไมใ่ ช่วา่ ทกุ คนตอ้ งเป็นอยา่ งน้ี บางคนระเบิดตมู้ เดียวเลย มนั
หายไปท้งั สิบ เพราะวา่ จิตเดิมเขามีบารมีเก่าแลว้ แตว่ า่ อยา่ ง
นอ้ ย ๆ เรามีดวงตาเห็นธรรมเราอยขู่ ้นั ต่าสุด บางคนคร้งั แรก

15

ดวงตาเห็นธรรม เปิ ดฝาป๊ ปุ ตมู้ เดียวจบ เพราะวา่ ของเก่าทา
มาแลว้ ไมม่ ีสูตรสาเร็จ ตอ้ งไปทาทีละข้นั แบบน้นั

ปฏิบตั ิเพ่ืออะไร
เหว่ยี งแล้วไม่เห็นอดตี หรืออะไรทั้งสิ้น ทาต่อไปจะได้อะไร

ไดเ้ หวี่ยง เราเป็นทนุ นิยม ทาแลว้ ไดอ้ ะไร มีคนถาม
พระพทุ ธเจา้ พระอาจารยส์ ัญชยั เป็นอดีตครูบาอาจารยข์ อง
พระสารีบตุ ร กบั พระโมคคลั ลานะ ถามวา่ หนทางของทา่ น
ปฏิบตั ิแลว้ ไดอ้ ะไร พระองคบ์ อก หนทางแห่งพทุ ธะ ปฏิบตั ิ
แลว้ ไมไ่ ดอ้ ะไรเลย เราจะสูญเสียความทุกขไ์ ป เราจะสูญเสีย
ความโลภ ความโกรธ ความหลงไป มีแตข่ าดทนุ จะไปปฏิบตั ิ
เพื่อไดอ้ ะไร ปฏิบตั ิเพอื่ มนั ไมม่ ีอะไรเสียดว้ ย ถา้ ใครยงั ไม่
พร้อมกลวั จะเสีย ไมต่ อ้ งปฏิบตั ิก็ยงั ไมส่ าย แลว้ หนทางแห่ง
พุทธะไมใ่ ช่หลกั การ ไมใ่ ช่ปรัชญา แตเ่ ป็นความจริง เป็น
ประสบการณ์ของพระองค์ ท่ีไปสัมผสั มา ไม่ใช่คิดเอา ไมม่ ี
หลกั การที่แน่นอนวา่ ตอ้ งเป็นอยา่ งน้นั ตอ้ งเป็นอยา่ งน้ี มนั
คือสัจธรรม ความจริง

16

พลังสมาธิช่วยให้ภูมิแขง็ แรงไหม
ทาอะไรกช็ ่าง ท้งั ทางโลกทางธรรมสมาธิเป็นตวั เริ่มตน้

มรรคมีองคแ์ ปด ขอ้ แรก เห็นชอบ คือสัมมาทิฐิ ดาริชอบ
วาจาชอบ อาชีพชอบ การกระทาชอบ ความเพียรชอบ สติ
ชอบ สมาธิชอบ ทนี ้ีบางคนไปอธิบายวา่ ตอ้ งเริ่มจากตอ้ งมี
ปัญญาก่อน เห็นชอบ ดาริชอบ เป็นเร่ืองของปัญญา วาจาชอบ
อาชีพชอบ การกระทาชอบ เป็นเรื่องของศลี ศีลในการปฏิบตั ิ
เพือ่ มุ่งสู่ความพน้ ทุกขม์ ีแค่สามขอ้ ไม่แบง่ ช้นั วรรณะเท่าเทียม
กนั เสมอภาคกนั ส่วนความเพียรชอบ สติชอบ สมาธิชอบ เป็น
หมวดของสมาธิ พิสูจนอ์ ะไร ความเพยี รกบั สติเป็นกาลงั ของ
สมาธิเท่าน้นั เอง สติไมใ่ ช่พระเอก

เราเขา้ ใจวา่ เธอตอ้ งมีสมั มาทิฐิเป็นเบ้ืองตน้ เดก็ ๆ เธอ
ตอ้ งมีปัญญา แลว้ มนั จะเอาปัญญามาจากไหน กลายเป็นวา่ ไล่
จากปัญญา แลว้ สุดทา้ ยเธอถึงจะมีสมาธิ เป้าหมายเราไม่ใช่
ตอ้ งการมีสมาธิ เป้าหมายเราคือใหเ้ กิดปัญญา แตต่ อ้ งเร่ิมจาก
สมาธิ เหมือนตึกแปดช้นั เป้าหมายข้ึนช้นั แปด เราตอ้ งข้ึน
ลิฟทจ์ ากช้นั หน่ึง ทุกอยา่ งตอ้ งเร่ิมจากสมาธิก่อน เราขบั รถน่ี
เรามีสมาธิ ต้งั มนั่ เป็นหน่ึงเดียวกบั มนั สติกต็ ื่นรู้ข้ึนมา ความ

17

เพียรกต็ ามมา เพราะวา่ เราต้งั มน่ั อยกู่ บั มนั เม่ือสมาธิต้งั มน่ั สติ
ตื่นรู้ เราเป็นหน่ึงเดียวกบั การขบั รถแลว้ จิตเรากไ็ มแ่ ส่ส่าย
เพราะพลงั สมาธิทาใหเ้ ราสงบน่ิง ศีล คือความปกติของจิต
มนั ก็แสดงตวั เหมือนน้าที่มนั น่ิง มนั พร้อมท่ีจะเจริญวปิ ัสสนา
พร้อมที่จะเจริญปัญญา อารมณ์ท้งั ภายนอกมนั เกิดข้ึน เราก็
เห็นมนั อารมณ์ภายในเราก็เห็นมนั ชดั ข้ึน สมาธิ ศีล ปัญญา
ในแง่เจริญมรรค

ถา้ ไตรสิกขาบอก ศีล สมาธิ ปัญญา ครูบาอาจารยบ์ อก
เธอตอ้ งมีศีลเป็นเบ้ืองตน้ ถา้ เธอไม่มีศีลเป็นเบ้ืองตน้ สมาธิก็
ไมเ่ กิด มรรคมีองคแ์ ปด เธอตอ้ งมีสัมมาทิฎฐิเป็นเบ้ืองตน้ ถา้
เรามีสมั มาทิฏฐิ เรามปี ัญญาแลว้ ไมต่ อ้ งปฏิบตั ิ คือจบแลว้
มรรคมีองคแ์ ปดขยายผลมาจากไตรสิกขา บงั เอิญเคา้ เขียนศีล
ข้ึนมาก่อน เราก็เลยวา่ ตอ้ งมีศีลเป็นเบ้ืองตน้ โจรเธอตอ้ งมีศีล
ถา้ เธอไม่มีศีล สมาธิไมเ่ กิด อยา่ งน้ีชาติน้ีโจรไม่ตอ้ งปฏิบตั ิ

ถา้ โจรเขาหนีตารวจมาที่นี่ มนั ทกุ ขม์ าก เพราะมนั ไม่
เคยรู้เร่ืองศาสนาเลย ตอ้ งเร่ิมตน้ ยงั ไง โจรมนั ตอ้ งมีศลี ก่อน
พูดป๊ ุบมนั ก็มีเลยหรือ โจรมานง่ั สมาธิ ยง่ิ ตวั เหวี่ยงน้ีมนั เหวยี่ ง
อาศยั แรงดึงระหวา่ งเสียงกบั หู ดึงไปดึงมาเหมือนหมนุ ลูกข่าง
มนั ดิ่งเขา้ ไปในแกนกลาง นน่ั คือเอกคั คตารมณ์ เป็นฌาน๔

18

เป็นสมาธิสูงสุด พอมนั เขา้ ไปในจิต บารมีส่วนบวกท่ีเขาสร้าง
มาเยอะเหมือนกนั มนั มาต่อยอด มนั เกิดปัญญา มนั ก็จะเลิก
เป็นโจร สมาธิเป็นตวั สุดทา้ ยแต่เป็นธรรมะทีส่ าคญั มาก เป็น
ตวั เร่ิมตน้ ส่วนในไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา ศีลตวั น้ีเป็นแค่
วนิ ยั แตเ่ วลาฝึกจิต ตอ้ งเร่ิมจากสมาธิทุกคร้ัง

พอ่ ครูสี่สิบปี ศีล๕ บอกไมใ่ หท้ าอะไรทาหมด ไม่มีศีล
คนไม่มีศีลแบบน้นั ทาไมมานง่ั อยทู่ ี่นี่ได้ พอ่ ครูเร่ิมทาสมาธิ
สามชว่ั โมงน้นั เป็นคร้ังแรกในชีวติ แลว้ กเ็ ป็นคร้ังสุดทา้ ย เมื่อ
มนั ระเบิดป๊ บุ จิตมีปัญญาแลว้ มนั ไม่โง่ท่ีจะไปทาผิดศีล ไม่โง่
ที่จะไปทาชวั่ มนั ไมม่ ีเหตตุ อ้ งไปทาลายความสกปรก ความ
อยาก อตั ตาตวั ตน มนั ระเบิดทิง้ แลว้ แกท้ ี่ตน้ เหตุของมนั เมื่อ
มนั ไมม่ ีอนาคต มนั ไมต่ อ้ งคิดดว้ ย ที่เราคิด เพราะเรามีความ
อยาก เราถงึ คิดวางแผน ก็สร้างมโนกรรม เพราะเราอยาก เรา
ถึงไปโกหกเขา หลอกลวงเขา ขโมยของเขา เมื่อมนั ไมม่ ีตวั
อยากแลว้ ทาไมตอ้ งไปทา

ศีล คือ ความปกติของจิต อนั น้ีคือ ศีลแท้ ๆ ส่วนศีล๕
ศีล๘ ศีล๑๐ ศีลปาติโมกข์ เป็นแคว่ ินยั ศีล๒๒๗ ของครูบา
อาจารย์ พระภิกษุ เน่ืองจากวา่ พทุ ธบริษทั สี่ พระพทุ ธเจา้ แยก
ใหค้ นเราทาหนา้ ท่ีไมเ่ หมือนกนั พระภิกษุ ท่านไม่ตอ้ งทามา

19

หากิน ถา้ พดู ถึงอาชีพ เหมือนท่านเอาเปรียบเรา จริง ๆ แลว้
ไม่ใช่ ท่านเสียเปรียบเรามากเลย ทา่ นตอ้ งปลงผม ตอ้ งทาลาย
ความสวยงาม โกนคิ้ว ตอ้ งปลงขา้ วเยน็ ปลงเส้ือผา้ สวยงาม มี
ชุดเหลืองชุดเดียว ทา่ นไมต่ อ้ งทามาหากิน ทา่ นจะไดม้ ีเวลา
ศึกษาธรรม มงุ่ มน่ั บาเพญ็ เพยี ร

ถา้ ในพุทธบริษัทส่ีนี่ ท่านเป็ นพุทธบริษทั แนวหน้า
ส่วนพวกเราผูค้ รองเรือน ศีล ๕ ก็พอ เพื่อป้องกนั ไม่ให้เรา
ไปสร้างกรรมในการอยรู่ ่วม เม่ือเราทามาหากินแลว้ เราตอ้ ง
แบ่งเวลาแบ่งส่วนเกินเรา ไปดูแลพระภิกษุ แม่ชี นักบวช
เพราะวา่ เขาตอ้ งทาหนา้ ท่ีในการศึกษาธรรม เราถวายวตั ถทุ าน
ไปเล้ียงพระ เล้ียงชี เล้ียงเณร ท่านกลวั จะเป็นหน้ีเรา ท่านก็ให้
ธรรมทาน ไม่มีใครเสีย ต่างคนต่างไดใ้ ห้ ศาสนาพุทธถึง
จรรโลงมาจนถึงทกุ วนั น้ี

เป็นอบุ ายวธิ ีท่ีแยบยลมาก ทา่ นตอ้ งใหผ้ คู้ นศรทั ธา ไป
กราบไหว้ ไปทาบุญเล้ียงพระ หรืออะไร ท่านตอ้ งทาตวั เป็น
พเิ ศษ ทา่ นตอ้ งมีขอ้ บงั คบั มากกวา่ คนอ่ืน ท่านตอ้ งอยแู่ บบ
สมถะ เรียบงา่ ยกวา่ คนอ่ืน น่ีคืออุบายวิธีของศาสนา แต่มนั
เป็นศีลภายนอก เป็นขอ้ กาหนดเป็นศีลวินยั เพอื่ กากบั เพ่ือ
เตือนสติ ใหเ้ ราอยใู่ นกรอบตรงน้ี ไมก่ ระทบกระทง่ั กนั เป็น

20

ศีลอยรู่ ่วม ส่วนศีลเป็นปกติ แลว้ ทุกคนมีอยแู่ ลว้ ขา้ งใน
ทาร์ซานมีศีล๕ อยแู่ ลว้ เตม็ เป่ี ยม ไมต่ อ้ งถอื ศีล

ตอนน้ีศีลเราหายไปไหนหมด เราถกู อวชิ ชา คือ ความรู้
ผิดครอบงา ความรู้ใดท่ีแฝงดว้ ยโลภ โกรธ หลง ถือวา่ เป็น
อวิชชาท้งั สิ้น มนั ไปกลบเกลื่อนศีลปกติของเรา เรามีความ
อยาก เรากเ็ ลยไปทาผดิ ศีล ส่วนศีลตวั หนงั สือ บางทีบอก
มือถือสากปากถือศีล ปากกน็ บั ไป มือก็ถือไป ถือ ๆ หลุด ๆ
เพราะขา้ งในมนั ไม่มีศลี แตก่ ็ยงั ดีมตี วั กาหนดเหมือนกฎหมาย
บา้ นเมือง เราตกลงกนั วา่ เราอยกู่ นั ภายใตน้ ้ี ถา้ เธอทาผดิ เธอจะ
ถูกปรับ ถูกติดคุกติดตะราง เป็นตวั เตือนสติเรา ในการอยู่
ร่วมกนั ศีล๕ ศีล๘ ศีล๑๐ ศีลปาฏิโมกข์ เป็นแคว่ ินยั ศีลจริงๆ
แลว้ ไม่มีแมแ้ ต่หน่ึงขอ้ มนั คือความปกติของจิต

เหวี่ยงแลว้ ไม่เห็นอดีต หรืออะไรท้งั สิ้นกด็ ีแลว้ ถา้ เห็น
มนั เสียเวลาเหวย่ี งทิ้งอีก เห็นกส็ ักแตว่ า่ เห็นรู้ ก็สกั แต่วา่ รู้
เม่ือเราไม่มีอะไรสงสยั เรากท็ าไปเรื่อย ๆ สะสมแตม้ ไปเรื่อยๆ
สมาธิทาใหเ้ ราต้งั มนั่ สติกต็ ื่นรู้ เดี๋ยวเรากเ็ กิดปัญญาท้งั ทาง
โลกทางธรรม ตวั สมาธิเป็นตวั หลกั ตอ้ งใชม้ นั บ่อย ๆ ไมใ่ ช่
ไปฝึกสมาธิ แลว้ ออกไปกไ็ มใ่ ชส้ มาธิ ไม่ใชส้ ติ ใชแ้ ต่อารมณ์
เป็ นการฝึ กแค่รูปแบบ

21

บางคนถามพอ่ ครู แผเ่ มตตาไหม ยส่ี ิบหกปี พอ่ ครูไม่
แผเ่ มตตา แต่วฒั นธรรมที่ครูบาอาจารยพ์ าเราทาวตั ร เป็นการ
เตือนสติวา่ เราตอ้ งอยา่ ลืมเรื่องเมตตา พอ่ ครูไมต่ อ้ ง แตพ่ อ่ ครู
เมตตาทกุ วนั เราแผเ่ มตตาเป็นชวั่ โมง ฟังแลว้ ไพเราะเพราะ
พริ้งเลยซาบซ้ึง แตอ่ อกไปเขาเหยยี บขาหน่อยนึง กไ็ ปด่าเขา
แผม่ าเกือบตาย แตไ่ มม่ ีเมตตา อนั น้ีไร้สาระ แต่ไม่ใช่ไม่มี
ประโยชน์ การแผเ่ มตตาน้ีเป็นการขดั เกลาจิต เตือนสติเราวา่
ตอ้ งอยา่ ลืมเมตตา พ่อครูเมตตาทุกวนั มนั คือผล ทกุ อยา่ งมี
ประโยชน์ แตเ่ ราตอ้ งรู้วา่ ประโยชนม์ นั คืออะไร ไม่ใช่วา่ ติด
รูปแบบสารวม ปฏิบตั ไิ ม่นาไปประพฤติ มนั ก็ไร้สาระ เอาเป็น
วา่ สมาธิสาคญั ท่ีสุด ทาไป เด๋ียวทุกอยา่ งมนั ตามมาหมด

สมาธิ สติ โจรก็มี โจรใชส้ ติสมาธิมากกวา่ เราอกี เพราะ
มนั ตอ้ งยอ่ งเบา แตเ่ ขาไม่มีศีล เขาไม่มีปัญญา ถึงบอกวา่ ไม่ได้
จบอยทู่ ่ีสมาธิกบั สติ แต่สมาธิ สติ เป็นบาทฐานเพอ่ื ใหเ้ กิด
ปัญญา เราเจริญมรรค เราเดินทางออกจากป่ า ถา้ เราไม่ใช้
สมาธิเราจะขดั ขาตวั เองลม้ เราไมม่ ีสติเราจะชนตน้ ไม้ ตกเหว
ตกบ่อ ยง่ิ ใช้ ยง่ิ ชานาญ การเจริญมรรค ไม่ใช่ช่วงฝึก เป็นช่วง
เดินทางของจิต

22

เข้าสมาธิ ลืมตา หรือหลบั ตา
เวลาจะเข้าสมาธิจิตของจิต ในเวลานนั้ ต้องการว่ิงก่ึงเดิน แต่
พอจะเดินหรือว่ิง จะกงั วลว่าจะไปชนหรือเหยยี บคนอ่ืน อยาก
ทราบว่าถ้าไม่ลืมตา จิตกร็ ู้ได้ใช่ไหมว่าจะไม่ชนแน่นอน

จิตรู้ แต่มนั ไมเ่ ห็น มนั จะชน ใหม่ ๆ เราหลบั ตาก็
อยา่ วงิ่ ใหอ้ ยกู่ บั ที่ พอมนั ชานาญแลว้ ค่อยลืมตา ถา้ เราไม่
ชานาญ พอเราลืมตามนั จะหลุดจากตรงน้นั มนั จะถูกสภาวะ
ส่ิงแวดลอ้ มขา้ ง ๆ เราจะไปดูดภาพเขา้ มา จะกระทบกรรมฐาน
เรา เหมือนเราไปนงั่ กรรมฐาน ตอนน้นั สงบน่ิง พอลืมตา
หลดุ เลย แตว่ ิธีเหว่ียงทาไปสักพกั ลืมตาหลบั ตามีคา่ เทา่ กนั
สุดทา้ ยเราตอ้ งลืมตา แลว้ ก็เอาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั มนั ก็
หมุนอยตู่ รงน้นั แหละ

เขากลิง้ กันทาไม ทาไมต้องกลิง้ แล้วกลิง้ ได้ยงั ไง
ลองกลงิ้ ดู จะไดไ้ มต่ อ้ งถาม ไม่ลองไมร่ ู้ ถา้ พอ่ ครู

อธิบายมนั กเ็ ขา้ ใจ แตไ่ มเ่ ขา้ จิต อีกเด๋ียวก็สงสยั อยา่ งอื่น เขา
กลิ้งกนั ทาไม เขาไมม่ ีเจตนาท่ีจะกลิง้ แต่จิตเคา้ ทาใหก้ ลงิ้ กลิง้
เพอื่ อะไร เราเป็นผใู้ หญ่เรามากลิง้ ท่ีน่ี หมดรูปเลย เรารักษา

23

รูปลกั ษณ์เรา พอกลงิ้ มนั ทาลายอตั ตาตวั ตน ทาลายอุปาทาน
อยา่ งหน่ึง แลว้ มนั ก็ปรับสมดุลของร่างกาย ช่วงเวลาเรากลิง้
จิตมนั ไม่ตอ้ งกงั วลเลยวา่ เราจะลม้ มนั จะเร็วมาก ร่างกายไม่
ทนั หรอก แตร่ ่างกายทาเทา่ ที่ทาได้ อยา่ ไปย้อื ยดุ มนั ไว้
สนบั สนุนมนั ร่างกายเป็นแคเ่ ครื่องมือใหม้ นั กลิง้ มนั มีนยั ยะ
ของมนั มนั ทาลายอตั ตา ทาลายอปุ าทานที่เรารักษารูปลกั ษณ์
เรา เราจะเกิดความอิสระมาก ดีที่สุดก็คือ ลองกลิ้งดู

กลิ้งใหเ้ ราเมา ไมอ่ ยา่ งน้นั เราไม่ยอมอาเจียน อาเจียน
เป็นเรื่องดี เป็นการสารอกออก แต่เราไม่คอ่ ยชอบ เราชอบเอา
เขา้ จะออกมนั เสียดาย เช้ือโรคเขา้ ทางปากออกทางปาก มนั
จะออก ปล่อยใหม้ นั ออก มนั จะขบั พษิ อยา่ ไปข้ีเหนียว ตอน
ออกเรื่องดีมาก แตต่ อนเขา้ ตอ้ งระวงั มีสติ ตอ้ งดูส่ิงที่เป็น
ประโยชน์ต่อชีวติ แลว้ ก็ใหม้ นั พอดี

24

อปุ าทาน
ขอคาปรึกษาแม่มีผีปอบมาอาศัยร่ างอยู่ ในทางธรรมน้ันจะ
แก้ไขอย่างไรดี

ผีปอบน่ีเหมือนกนั เป็นอุปาทานอยา่ งหน่ึง เป็นวบิ าก
กรรมอยา่ งหน่ึง บางทีจิตเดิมเราเคยมีอาการแบบน้ีมา ท่ีน้ีมนั
ส่งผลกบั เรา เราก็ไมร่ ู้ ทางแกม้ ีสองอยา่ ง ในทางวิทยาศาสตร์
แกโ้ ดยไปกินยา ไปฉีดยา ใหม้ นั ลืมอารมณ์น้นั ใชเ้ วลาสัก
พกั นึงมนั กผ็ า่ นไป อีกอยา่ ง ผปี อบตอ้ งเจอพวกหมอลา่ ปอบ
กไ็ ปสร้างอุปาทานใหม่ เพ่ือกลบเกลื่อนตวั น้นั เทา่ น้นั เอง ให้
คุณแม่ลองเหวี่ยงดู ผอี ะไร ก็อยใู่ นตวั เราไม่ได้

ความกลวั มนั ส่งผลกบั กายภาพเรา ส่งผลกบั ฮอร์โมน
เหมือนเราฝึกจิต วนั ที่เราจะละสงั ขาร เราไปแบบน่ิม ๆ แบบ
วา่ วางได้ ทิง้ สรีระน้นั ไว้ กี่ปี กไ็ มเ่ น่า แตถ่ า้ เราไปแบบวาง
ไม่ลง ทรุ นทุราย มนั กห็ ลงั่ สารอีกแบบหน่ึง ถา้ เราตายจริง ๆ
แลว้ ของทต่ี ายมนั ตอ้ งรีไซเคิล มนั ตอ้ งเน่า มนั ตอ้ งเหมน็
ทาไมสรีระท่ีเราฝึกมา วางไวไ้ ม่เน่า ไม่เหมน็ เลย คือมนั ยงั
ไมต่ าย เราตายจากการเป็นมนุษย์ เราไม่หายใจแลว้ แตเ่ ซลล์
น้นั ยงั มีกายวญิ ญาณอยู่ มนั ยงั ไม่ตาย แต่ถา้ เราปฏิบตั ิถงึ ข้นั

25

สุดทา้ ย ไม่ใช่ไมต่ ายเฉย ๆ กระดูกเราอฐั ิเรากลายเป็นพระธาตุ
ดว้ ย อารมณ์เรา มนั ส่งผลกบั กายภาพเรา

การปฏิบตั ิธรรมต้องเริ่มจากการเรียนรู้ปริยตั ิก่อนหรือไม่
พ่อครูไมไ่ ดเ้ ร่ิมจากปริยตั ิ แตท่ าไมเขาเขียนวา่ ปริยตั ิ

ปฏิบตั ิ ปฏิเวธ นนั่ คอื วิชาการ เจา้ ชายสิทธตั ถะกไ็ มม่ ีปริยตั ิ
อ่าน ไม่มพี ระไตรปิ ฎก พระองคเ์ ร่ิมปฏิบตั ิกอ่ น ลองถกู ลอง
ผิดอยหู่ กพรรษา เมอื่ บรรลุธรรมเขา้ สู่ปฏิเวธ ก็เอาสิ่งที่
พระองคร์ ู้พระองคเ์ ห็น มาบอกกล่าว เทา่ ท่ีภาษามนั พอพดู ได้
ปริยตั ิน้ีก็เหมือนแผนที่ เหมือนลายแทง เราโชคดีแลว้

สมมติวา่ เรา ไดย้ นิ เร่ืองศูนยพ์ ลาญข่อย เราสนใจ
อยากจะมา เราก็ไปเสิร์ชดูแผนที่วา่ วธิ ีจะมามีก่ีเส้นทาง มา
เครื่องบิน มารถอะไรก็ได้ เราก็ดแู ผนท่ี แตถ่ า้ เราทอ่ งจาแผนท่ี
ไดห้ มดแลว้ เรากไ็ ปสอนคนที่จะมาศนู ยพ์ ลาญข่อย แต่เราไม่
เคยมาเลย เราจะรู้หรือเปลา่ วา่ คนอยา่ งพอ่ ครูบญั ชา พดู ดงั ๆน้ี
เป็นยงั ไง ตอ้ งมามาสมั ผสั จะไดร้ ู้วา่ อารมณ์ศนู ยน์ ้ีเป็นยงั ไง
ดินฟ้าอากาศเป็นยงั ไง บรรยากาศเป็นยงั ไง ตวั หนงั สือมนั
หยาบ เราทาไดแ้ คน่ ้นั

26

พระพุทธเจา้ ถึงบอกวา่ อยา่ เพงิ่ เชื่อตารา ยกตวั อยา่ งอีก
ตวั อยา่ งนึง มีใครมีความรู้เท่ากบั พระอานนท์ พระองคต์ รัส
อะไร บนั ทึกไวห้ มด ไมใ่ ช่แค่บนั ทึก วตั รปฏิบตั ิของพระองค์
ทาอะไรเห็นหมด รู้มากท่ีสุด แตท่ าไมไม่บรรลุธรรม พรุ่งน้ี
จะตอ้ งไปเป็น ประธานพระอริยสงฆ์ ตอ้ งเป็นพระอรหนั ต์
เทา่ น้นั คืนน้นั พระอานนทบ์ าเพญ็ เพยี รถึงสวา่ ง ก็ไมบ่ รรลุ
เพราะไปติดตวั รู้ พอไม่เอา พกั ผอ่ นดีกวา่ บรรลกุ ลางอากาศ
ไมใ่ ช่บรรลุเพราะรู้มาก บรรลเุ พราะวาง

ถา้ เรามงุ่ มนั่ แค่ปฏิบตั ิธรรม เพอื่ บรรลธุ รรมแลว้ เราจะ
รู้ปริยตั ิกไ็ ด้ ไมร่ ู้ไม่เป็นไร แต่ถา้ เราตอ้ งการรู้ เพอื่ เป็น
แนวทางแลว้ เพอื่ เอาไปสอนวชิ าพุทธศาสนา ตอ้ งอา่ นมาก ๆ
แต่กอ็ ยา่ ไปแปล เราจบดอกเตอร์ทางศาสนา เราไปแสดงธรรม
ไม่ได้ เราไมเ่ ห็นธรรม ไปแสดงธรรม ธรรมมนั จะเลอะเลือน
แตเ่ ราไปสอนวิชาพุทธศาสนาได้

ตอนน้ีภาษา ทาใหเ้ ราหลง หนงั สือน้นั ไม่ใช่ธรรมะ
หนงั สือน้นั พดู เร่ืองธรรมะเทา่ น้นั เอง ธรรมะที่แทจ้ ริงไม่มี
ธรรมะ ที่ไม่มีธรรมะ นน่ั แหละคือธรรมะ ตวั หนงั สือไมใ่ ช่
ธรรมะ ตวั หนงั สือเป็นสิ่งท่ีมนุษยป์ รุงแต่งข้ึน พระพุทธเจา้ ถึง

27

บอก อยา่ เพงิ่ เช่ือตารา แต่ไม่ไดบ้ อกวา่ ตารามนั ไม่ดี เป็น
เหมือนลายแทง เหมือนไกดไ์ ลน์ มนั มีประโยชนร์ ะดบั นึง

เราตอ้ งการอะไร ถา้ ตอ้ งการรู้พทุ ธประวตั ิ ตอ้ งการเอา
วชิ าพุทธศาสนาไปสอน เราตอ้ งอา่ น เราตอ้ งเรียนรู้ปริยตั ิให้
แตกฉาน แตถ่ า้ เรามุ่งมน่ั แคต่ อ้ งการพน้ ทกุ ข์ ปฏิบตั ิก่อนคอ่ ย
ไปเปิ ดดูวา่ เขาสมมติช่ือเรียกวา่ อะไร สภาวะน้นั สภาวะน้ี ถึง
จะดูก็ได้ ไม่ดูกไ็ ม่เป็นไร เราจะไมม่ ีขอ้ สงสยั ใด ๆ เลย

การปฏิบตั ิท่ีพลาญข่อยปลอดภัยหรือเปล่า เห็นหลายคนไดร้ ับ
บาดเจบ็ จากการปฏิบตั ิ ถามดูกไ็ ดร้ ับคาตอบวา่ การบาดเจบ็
เหลา่ น้นั เกิดข้ึนในศาลาปฏิบตั ิ ยงิ่ คนป่ วยยง่ิ เหวย่ี ง เห็นวา่ ยง่ิ
หนกั กวา่ เดิมเสียอีก เลยกลวั วนั แรกเจออามา่ คนหน่ึงก็ปกตดิ ี
แตว่ นั รุ่งข้ึนอามา่ เดินขากะเผลก เป็นหนกั ข้ึนทกุ ๆวนั แตอ่ ามา่
ก็อารมณ์ดี มากินขา้ วก็คุยหวั เราะ ดูปกติมาก ไมเ่ หมือนคน
ป่ วยเลย

ตอ้ งเรียนแบบอามา่ เราจะไดย้ มิ้ ได้ เราคิดวา่ เราป่ วย
แลว้ เราก็วา่ เราป่ วย คิดอยา่ งไร เราก็เป็นอยา่ งน้นั เราป่ วยมนั

28

เจบ็ ก็เรื่องของมนั เจบ็ สมมติวา่ เราไปฝึกกีฬา เราตอ้ งเหนื่อย
แต่เราก็ตอ้ งแลกความเหน่ือย กบั ความแขง็ แรง พอเราลงไป
แข่งเตะฟตุ บอล บางทพี ลาดหวั กช็ นกนั ลม้ แขนขาหกั มนั ก็
เป็นธรรมดา แลกกบั ความสาเร็จจากประสบการณ์ แลว้ ก็
ความแขง็ แรงของเรา

อาม่าขนาดแกเจบ็ แกยงั หวั เราะไดร้ ื่นเริงมาก มนั
พสิ ูจน์วา่ เจบ็ น้นั ไมท่ าใหเ้ ราทุกข์ ถา้ เราเขา้ ถึงเหมือนอามา่
ทีน้ีไม่ใช่ทุกคนเป็นอยา่ งน้นั คนแตล่ ะคนไมเ่ หมือนกนั สร้าง
วบิ ากมาไม่เหมือนกนั วทิ ยาศาสตร์ทกุ วนั น้ี เราพยายาม
แสวงหา สิ่งที่มนั ไม่มี คืออะไร แสวงหาปฐมเหตุ เพราะเรา
วิจยั จะหาที่มาที่ไปของมนั ทุกอยา่ งมนั ไม่มีปฐมเหตุ มนั
เช่ือมโยงกนั เหมือนงูกินหาง

เหตขุ องกรรมคือกิเลส ผลของกรรมคือวิบาก เมื่อมี
กิเลสยอ่ มทาใหเ้ กิดตณั หา ตณั หาทาใหเ้ กิดเจตนา ท่ีจะไป
สร้างกรรม กรรมยอ่ มส่งผลใหเ้ ป็นวิบากกรรม วบิ ากกรรมก็
ส่งใหเ้ รามาเกิดอีก ทาใหเ้ รามีกิเลสอีก มนั ไมม่ ีเบ้ืองตน้ ไม่มี
เบ้ืองปลาย พระพทุ ธเจา้ แสดงปฏิจจสมุปบาท วงกลมกลมตีไว้
เป็นสิบสองข้นั ตอน เพื่อใหร้ ู้วา่ มนั ไมม่ ีเบ้ืองตน้ ไมม่ ีเบ้ือง
ปลาย ไม่มีปฐมเหตุ

29

แตว่ ิทยาศาสตร์ กาลงั แสวงหาปฐมเหตุ เขาบอกวา่
ปฐมเหตมุ นั เกิดจกั รวาล เพราะวา่ มนั เกิดบิ้กแบง (Big Bang)
แลว้ ก่อนบิ้กแบงมนั เป็นอะไร ไมใ่ ช่อยๆู่ บิก้ แบงเป็นปฐมเหตุ
บิ้กแบงเป็นแคผ่ ลเฉย ๆ ที่มนั เกิด แต่เราบอกวา่ เป็นปฐมเหตุ
พระพุทธเจา้ ไปตรัสรู้สิ่งน้ี ไม่มีเบ้ืองตน้ ไม่มีเบ้ืองปลาย

พระองคช์ ้ีใหเ้ ราเห็นวา่ กิเลส กรรม วบิ าก ถามวา่ อะไร
ข้ึนตน้ ไมม่ ีเบ้ืองตน้ ไม่มีเบ้ืองปลาย เราจะเร่ิมจากกรรมก่อน
กไ็ ด้ จากวบิ ากผลก็ได้ จากกิเลสก่อนก็ได้ กิเลสทาใหเ้ กิด
ตณั หา ตณั หาทาใหเ้ กิดอปุ าทาน อปุ าทานทาใหเ้ กิดทุกข์ แลว้
ใครละมีกิเลส คนทม่ี นั มีกิเลสมนั มาจากไหน จากผลของ
วบิ ากกรรม คือมนั เป็นงูกินหาง มนั ไม่มีเบ้อื งตน้ ไม่มีเบ้ือง
ปลาย มนั จึงไม่มีปฐมเหตุ

ตามหลกั ธรรม เจตนาคอื กรรม ในการทา พูด คิด ยอ่ มมี
น้าหนกั ใหผ้ ลตา่ งกนั ตามกาลงั ของเจตนา เจตนาแรงกลา้ ก็
ใหผ้ ลแรง เจตนาปานกลางกใ็ หผ้ ลปานกลาง เจตนาออ่ นก็
ใหผ้ ลนอ้ ย ดงั น้นั เราจึงแบ่งเป็นสามประเภทใหญ่ แลว้ จะรู้วา่
สิ่งที่มนั เกิดข้ึนกบั เรา คอื อะไร

1. กรรมใหผ้ ลตามหนา้ ท่ี คือ เราทาอยา่ งไรเรา ก็เป็น
อยา่ งน้นั เราทาสีขาว มนั จะกลายเป็นสีแดงไมไ่ ด้

30

ผลก็คือเป็นสีขาว มนั ทาตามหนา้ ท่ี มนั ส่งผลตาม
หนา้ ท่ี ทาดีจึงดี ทาชว่ั จึงชวั่ มนั ซ่ือสตั ยม์ าก มนั
ส่งผลตามหนา้ ท่ี
2. กรรมใหผ้ ลตามกาลงั ตามกาลงั กรรม พอเราทา
อะไรดว้ ยเจตนาแรง กเ็ ป็นกรรมแรง ถา้ กรรมแรง
มนั จะส่งผลเร็ว ส่วนมากเกิดในชาตหิ นา้ เลย ถา้ เรา
ใส่เจตนากลาง ๆ มนั กส็ ่งผลกลาง ๆ มนั ส่งผลตาม
กาลงั
3. กรรมใหผ้ ลตามเวลา มนั มีเง่ือนไขเวลาดว้ ย ถา้ เวลา
ยงั ไมถ่ ึง ท้งั กรรมดีกรรมชวั่ มนั ไมเ่ กิด
ที่เรามาปฏิบตั ิ ทาไมคนน้ีร่ายรา หวั เราะมีความสุข
คนน้ีดิ้นทุรนทรุ าย ร้องไหร้ ู้สึกทุกข์ มนั ไมเ่ หมือนกนั ไม่ใช่วา่
คนน้ีเขาร้องไห้ คนน้ีเขาสร้างบุญมามาก เขาไมม่ ีกรรมเลย
ไม่ใช่ แต่ตอนน้ีส่วนทเี่ ป็นบุญเขาส่งผลเฉย ๆ ส่วนที่เป็นบญุ
เป็นกรรมดีเขาส่งผล แต่คนน้ีเขากาลงั ทุรนทุราย ตอนน้ีกรรม
ท่ีไมด่ ีกาลงั ส่งผล เรารับวบิ ากตรงน้นั
ทกุ วนั น้ีชีวิตเราอยขู่ า้ งนอก เราไมช่ อบเจบ็ เจบ็ ก็ไปหา
หมอ กินยาไม่หายฉีดยาเลย เรากลบเกลือ่ นความเจบ็ น้นั เรา
หนีกรรมตลอด หนีหน้ีตลอด เราหนีมนั วนั น้ีก็ตอ้ งใชว้ นั หนา้

31

ใชก้ นั ชาติหนา้ ไม่มีทางที่จะหนีมนั พน้ แตพ่ อมานง่ั เหว่ียง จิต
เดิมมนั ขดุ ออกมาทีละเร่ือง ใหจ้ ิตปัจจุบนั ยอมรับ ท้งั กรรมดี
กรรมชวั่ ถา้ เราเขา้ ใจสิ่งน้ีแลว้ ทาไมอามา่ ไม่หนี อามา่ ยงั ไป
กินขา้ วหวั เราะยมิ้ แยม้ จิตมนั ฉลาดแลว้ มนั ยอมรับเจบ็ กเ็ จบ็
ไปเถอะ เรื่องอะไรฉนั จะไปเจบ็ กบั เธอ ร่างกายไม่ใช่ของฉนั
นี่คือตวั ปัญญา ถา้ ไม่มปี ัญญาทาอยา่ งน้ีไมไ่ ด้

แตช่ ีวิตเรา เราหนีกรรมตลอด เราหนีหน้ีตลอด เราตอ้ ง
จ่ายหน้ีกรรมดว้ ยความทกุ ข์ กรรมดี ก็ตอ้ งจา่ ยหน้ีกรรมดว้ ย
ความสุข เทวดากาลงั จา่ ยหน้ีกรรมดี เพราะเราทาดีเราไปติดดี
ทาดีทาแค่พอดี แตอ่ ยา่ ไปติดดี ละชว่ั ขดั เกลาจิตใหผ้ อ่ งใส
ถา้ เราตดิ ดีเม่ือไหร่ กลายเป็นกรรมดี ตอ้ งไปใช้ พอเรามา
เหว่ียง ท้งั กรรมดีท่ีเราเคยติดดี เราเอาออกมาหมด เสพมนั
ลา้ งกรรมดี ใหม้ นั เหลือแต่ดีเฉย ๆ กรรมชวั่ ก็ตอ้ งจ่าย

น่ีคือกระบวนการ ท่ีมนั กาลงั แสดงออก ของกรรมแต่
ละคน ทาไมเรายงิ่ ปฏิบตั ิยงิ่ เจบ็ เราปฏิบตั ิเหมือนเรากาลงั มี
อริยทรัพย์ เราไม่ตอ้ งรอเจา้ กรรมนายเวรมาทวง เราเขา้ ไปเคาะ
ประตูบา้ นมนั เลย วา่ ฉนั เป็นหน้ีเธอเทา่ ไหร่ จา่ ย เรากลบั บา้ น
เก่าไปแบบตวั เบา ๆ อยา่ แบกภาระหน้ีกรรมไปดว้ ย สุดทา้ ย
แลว้ กต็ อ้ งทาไปเร่ือย ๆ แลว้ เราจะเห็นดว้ ยตวั เราเองวา่ เจบ็ ก็

32

หวั เราะ เจบ็ กส็ ุขได้ สุขทาไมไมส่ ุข สมมติวา่ เราถูกรางวลั ที่
หน่ึง เราสามารถจ่ายหน้ีได้ เบาไหม กต็ อ้ งสุข อนั น้ีเราเหนียว
หน้ี ไม่ยอมจ่ายหน้ี เราก็กลวั ไปหมด

แก่นท่ีเราสมควรจะรู้ สนั ตติ คือ ตวั สืบเนื่องของ
กาลเวลา ระหวา่ งอดีตปัจจุบนั อนาคต มนั เป็นพลงั งานอยา่ ง
หน่ึงของธรรมชาติ ยกตวั อยา่ ง บางคร้ังเราเขม่นตาขวา เขม่น
ตาซา้ ย มนั คืออะไร ไปเอก็ ซเรยก์ ไ็ มร่ ู้มนั คืออะไร บางทีมนั
เตน้ ตุบ้ ๆ จบั ชีพจรมนั มาจากหวั ใจเตน้ แลว้ อะไรที่ทาให้
หวั ใจเตน้ ทาไมคนน้ีตายหวั ใจไมเ่ ตน้ ผา่ ตดั เอาหวั ใจไม่เตน้
ไปใหอ้ ีกคนหน่ึง ทาไมมนั เตน้ ข้ึนมาอีก เพราะคนน้นั จิตเขา
ยงั อยู่ พลงั จิตก็คือตวั สนั ตติ ทาใหเ้ รามีชีวติ อยู่

ตวั สนั ตติที่อยใู่ นตวั เรา มนั กท็ าหนา้ ที่อยา่ งน้ี ตวั เกิด
ดบั เกิดดบั มนั เกิดจากพลงั สนั ตติ ทาใหม้ นั เกิด มนั ดบั
เหมือนเราดูภาพยนตร์ เห็นผรู้ ้ายยงิ พระเอก เราเห็นแคภ่ าพ
เดียว ผรู้ ้ายยงิ พระเอก จริง ๆ ภาพน้นั มนั ซอ้ นกนั เป็นหลาย ๆ
สิบภาพ หลายร้อยภาพเลย แต่มนั เกิดดบั เกิดดบั เร็วมาก
สันตติมนั เร็วมาก เราทาลายมนั ไมไ่ ด้ มนั มีอยตู่ ามธรรมชาติ
แลว้ ตวั น้ีอยใู่ นตวั เรา มนั กท็ าใหเ้ กิดดบั

33

แต่พอออกจากร่างกายเรา มนั ก็ทาให้วฏั สงสารเคลื่อน
มันเดิน มันเป็ นพลังงานอย่างหน่ึ งของจักรวาล ของ
ธรรมชาติ ตวั น้ีมนั ไปบดบงั ทาให้เราไม่เห็นอนิจจงั ทาให้
เราไม่เห็นความไม่เที่ยงของมนั ตวั สันตติมคือตวั สืบเน่ือง
ของอารมณ์ เกิดรูป นาม เกิดดบั เกิดดบั

ตวั น้ีทาใหเ้ ราไม่เห็นความไม่เท่ียง พอเขาด่าเราเสียงด่า
คือรูป ตวั ไดย้ นิ เสียงคอื นาม มนั เกิด มนั กด็ บั แต่เราไม่เห็น
ตอนมนั ดบั รูปเกิด เวทนาเกิด มนั ลงใจเลย เวทนาเกิด สัญญา
ท่ีบนั ทึกไวว้ า่ ไม่ชอบถกู ด่า มนั วีนข้ึนมา บวกกบั สัญญาใหม่
วา่ มนั ด่าเรา สปาร์คติดสงั ขารเกิด มนั คิดปรุงแต่งแลว้ วา่ เธอ
ด่าฉนั ฉนั เสียเปรียบไมไ่ ด้ ฉนั ตอ้ งดา่ เธอคืน ภายในหน่ึง
วินาที ขนั ธห์ า้ ปรุงแตง่ เรียบร้อยแลว้ สร้างกรรม เพราะเราไม่
เห็นตวั สนั สติ แต่ถา้ เรามีสติเท่าทนั สนั สติ เคา้ ด่าเรา เรากไ็ ด้
ยนิ ก็จบแคน่ ้นั รูปเกิดกด็ บั เวทนา สัญญา สงั ขาร วิญญาณ
ปรุงต่อไมไ่ ด้ ขนั ธห์ า้ ปรุงตอ่ ไมไ่ ด้ ปฏิจจสมปุ บาทขบั เคล่ือน
ไม่ได้ วฏั สงสารดบั

สันสติก้นั บงั อนิจจงั อิริยาบถก้นั บงั ทุกขงั โอ๊ยเจบ็
เปล่ียนอิริยาบถใหม่ไปกินยา เบ้ือเบ่ือ ออกไปเท่ียวเปลี่ยน
อิริยาบถใหม่ ไปเที่ยวเพื่อกลบเกล่อื นความทกุ ขน์ ้นั มนั ร้อน

34

เปิ ดแอร์ ชีวิตเราหนีทกุ ข์ โดยเราเปล่ียนอิริยาบถ อริยาบท
ก้นั บงั ทาใหเ้ ราไมเ่ ห็นทกุ ขงั เห็นความไม่เท่ียงของมนั ถา้ เรา
อยกู่ บั มนั มนั เจบ็ เรากอ็ ยกู่ บั มนั เราจะเห็นความเจบ็ มนั กเ็ กิด
มนั ก็ดบั มนั ไมเ่ ที่ยง

อิริยาบถก้นั บงั ทกุ ขงั ทุกขงั ตวั น้ีไม่ไดแ้ ปลวา่ ทกุ ข์ ซ่ึง
ตรงขา้ มกบั สุข อนั น้นั อยใู่ นอริยสัจส่ี ทกุ ข์ สมทุ ยั นิโรธ มรรค
ทกุ ขค์ ือมนั ดารงอยไู่ ดย้ าก ความรู้สึกสุขกเ็ ป็นทุกขงั มนั ดารง
อยไู่ ดย้ าก มนั เป็นของชว่ั คราว ความรู้สึกทกุ ขม์ นั ก็เป็นทุกขงั
ที่น้ีเราไม่ตอ้ งการทกุ ข์ เรากห็ นีมนั เราก็เปล่ียนอิริยาบถใหม่
เรากเ็ ลยไมเ่ ห็นความไมเ่ ท่ียง ไมเ่ ห็นทกุ ขข์ งั นกั วิปัสสนาทกุ
คนตอ้ งเขา้ ใจสิ่งน้ี และอนั สุดทา้ ยน้ีสาคญั มากจริง ๆ สาคญั
ท้งั สามอนั

คณะสัญญาก้นั บงั อนตั ตา ตวั น้ีสาคญั มาก จิตปกติเรา
เป็นอนตั ตา ไมใ่ ช่ตวั ตนที่แน่นอน แตพ่ อเขาเกิดมา เคา้ ต้งั ช่ือ
บญั ชา เรากห็ ลงวา่ เราเป็นบญั ชา เราเรียนรู้ เรากห็ ลงวา่ เราเกง่
กส็ ร้างอตั ตาข้ึนมา บญั ชานี่หน่ึงสญั ญา พ่อนะ แม่นะ สองสาม
สญั ญา น่ีเกง่ นะ น่ีเงินนะ ความรู้เตม็ ไปหมดหลาย ๆ สัญญา
รวมเป็นคณะสญั ญา เป็นกลุม่ เป็นกอ้ น เป็นอตั ตาข้ึนมา ตวั น้ี
ทาใหเ้ ราไม่เห็นอนตั ตา

35

เหมือนทาร์ซานมีศีลหา้ แลว้ ตอนน้ี ศีลหา้ เราหายไป
ไหนหมด ถงึ ตอ้ งมาถือศีลหา้ เราถูกคณะสญั ญาความรู้ผิด ถกู
อตั ตาเรา มนั ครอบงาหมด ศีลหา้ ไมห่ ายไปไหน มนั ยงั อยู่
แคเ่ ราเอาคณะสญั ญาน้ีออกไปเร่ือย ๆ เอาความรู้ผิดน้ีออกไป
มนั ก็แสดงตวั พ่อครูไม่ไดอ้ ่านหนงั สือเลม่ ไหน พ่อครูเอา
ชีวิตพอ่ ครู มาทดลองทดสอบ สี่สิบปี วง่ิ ไปตามโลก ไม่มีศีล
หา้ ยส่ี ิบหกปี ไม่ตอ้ งถือศีลอีก แต่มนั ไม่ทาชวั่ เราจึงเห็นศีล
คือความปกติของจิต มนั มอี ยแู่ ลว้ ทาร์ซานมีศีลหา้ อยแู่ ลว้
เพราะวา่ มนั ไม่มีคณะสญั ญาไปกลบเกลื่อน มนั เลยไม่ยดึ มน่ั
ถือมนั่ มนั ยอมรับ ความเป็นอนตั ตาโดยธรรมชาติ เพราะมนั
ไม่มีความรู้ ซ่ึงเป็นอตั ตาไปครอบงา

36

ทมี่ า : เร่ือง ละโทสะ
บรรยายโดย พ่อครูบญั ชา ต้งั วงษ์ไชย
ศูนย์พลาญข่อย 25 ตุลาคม 2558


Click to View FlipBook Version