The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการ การดูดซับคราบน้ำมันจากเปลือกหอยเเมลงภู่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chonlada_0021, 2022-03-08 02:54:33

โครงการ การดูดซับคราบน้ำมันจากเปลือกหอยเเมลงภู่

โครงการ การดูดซับคราบน้ำมันจากเปลือกหอยเเมลงภู่

แบบรายงานโครงการวิจยั
รายงานผลโครงการวิจัย

เร่อื ง
วสั ดุดูดซับคราบน้ำมันจากเปลือกหอยแมลงภู

Removing oil stains using shells

ชอ่ื ผทู ำงานวิจัย นายธนกร บอ แกว
ชือ่ ผูทำงานวิจยั นางสาวเมธนิ ี ศรดี ี
ชอื่ ผทู ำงานวจิ ยั นางสาวชลดา สมี าพรม

ประจำปก ารศกึ ษา 2/2564
ปพุทธศกั ราชการ 2564 – 2565

แผนกวิชาปโตรเคมี วทิ ยาลัยเทคนคิ ระยอง
อาชีวศกึ ษาจังหวัดระยอง

สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
กระทรวงศึกษาธิการ


หวั ขอวจิ ัย การดดู ซับคราบน้ำมันจากเปลอื กหอยแมลงภู
ผดู ำเนินการวจิ ัย นางสาว ชลดา สีมาพรม นาย ธนกร บอแกว นางสาว เมธินี ศรดี ี
ทปี่ รึกษา นางสาวนิชาวติ า วาสนาม, นางสาวปารชิ าต ธนาภรณ, นางสาว จีราภรณ จันทรลา
หนวยงาน หมวดวชิ าปโ ตรเลียม วทิ ยาลัยเทคนิคระยอง
ป พ.ศ. 2564
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค 1. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการขจัดคราบน้ำมันของเปลือก
หอยแมลงภู
2. เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการขจัดคราบน้ำมันโดยใชเปลือกหอยแมลงภู เปลือกหอยหวาน
และเปลือกหอยลาย เม่ือไมมกี ารเรง การเกดิ ปฏกิ ริ ิยา
3. เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการขจัดคราบน้ำมันโดยใชเปลือกหอยแมลงภู เปลือกหอยหวาน
และเปลอื กหอยลาย เม่อื มีการเรง การเกดิ ปฏิกิรยิ า
ประชากรและกลุมตัวอยา ง กลุมตวั อยา ง ไดแ ก กลมุ พนักงานชุมชนไทวา ณ บริษทั โรงมันสำปะหลัง
พัฒนา จำกัดและผูคนที่อยูอาศัยในอำเภอบานฉาง จำนวน 30 คน ใชวิธีการสุมตัวอยางแบบงาย
(Simple Random Sampling)
เคร่ืองมือที่ใชในการวจิ ยั แบบสอบถาม
สถิตทิ ี่ใชในงานวิจัย สถติ ิอางองิ

บทคัดยอ

การวจิ ัยในครัง้ นีม้ ีวัตถุประสงคข องการวจิ ัย คือ เพอื่ ศึกษาองคประกอบของเปลือกหอยท้ัง 3
ชนิด ในปริมาณและขนาดที่เหมาะสมเปลือกหอยทั้ง 3 ชนิดที่ผานการกรองผาน mesh 10 กรัม ตอ
น้ำมนั 20 มลิ ลิลติ ร และเฮกเซน 5 มิลลิลติ ร ในการทดสอบประสิทธิภาพการดดู ซบั นำ้ มันจากเปลือก
หอย ตอนที่ 1 พบวา การดูดซับคราบน้ำมันพืช ของเปลือกหอยเมื่อไมมีตัวเรงปฏิกิริยา พบวา
เปลือกหอยแมลงภูสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดมากที่สุด ถึง 50 % รองลงมา คือ เปลือกหอยลาย
สามารถดูดซับคราบน้ำมันไดถึง 45 % และลำดับสุดทายคือ เปลือกหอยหวานสามารถดูดวับคราบ
น้ำมันไดนอยที่สุดคือ 35 % ตอนที่ 2 พบวา การดูดซับคราบน้ำมันพืช ของเปลือกหอยเมื่อมีตัวเรง
ปฏิกิริยา พบวา เปลือกหอยแมลงภูยังสามารถดูดซับคราบน้ำมนั ไดมากที่สุด ถึง 50 % รองลงมา คือ
เปลือกหอยลายสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดถึง 40 % และลำดับสุดทายคือ เปลือกหอยหวาน
สามารถดูดซับคราบน้ำมันไดนอยที่สุดคือ 15 % ตอนที่ 3 พบวา การดูดซับคราบน้ำมันจากเปลือก
หอยแมลงภู ผลการทดลองจะเห็นไดวา เปลือกหอยแมลงภู นั้นมีประสิทธิภาพสามารถดูดซับคราบ
น้ำมันในน้ำมันได ในระดับที่ดีมาก คืออยูในชวงรอยละ 50 % และรองลงมาอีกชนิดคือ เปลือกหอย
ลาย มีประสิทธิภาพการดูดซับคราบน้ำมันอยูในชวง รอยละ 40-45 % และลำดับสุดทายคือเปลือก
หอยหวานที่มีประสทิ ธิภาพการดูดซบั น้ำมันนอยที่สุด ไดผลบรรลุตามจดุ มุงหมายและสมมุตฐิ านที่ตง้ั
ไว ตอนที่ 4 พบวาระดับความพึงพอใจที่มีตอประสิทธิภาพการดูดซับคราบน้ำมันจากเปลือก
หอยแมลงภโู ดยรวมคาเฉล่ยี อยูในระดบั มาก ( � = 4.28) เม่ือพจิ ารณารายดาน พบวา ระยะเวลาใน


การดูดซับ ( � = 3.83) ปริมาณในการดูดซับ ( � = 4.20) ความสะดวกในการใชงาน ( � =
4.50) เนื้อสัมผัสของวัสดุดูดซับ( � = 4.17) ภาพรวมของวัสดุดูดซับ ( � = 4.57) ประสิทธิภาพ
การดูดซับของเปลือกหอยแมลงภู ( � = 4.33) คุณสมบัติของเปลือกหอยเเมลงภู ( � = 4.47)
การนำเปลือกหอยมาประยุกตใชใหเกิดประโยชน ( � = 4.50) สามารถนำไปเผยเเพรใหเกิด
ประโยชนได ( � = 4.47) ความเหมาะสมของการทำวัสดุที่ใชในการทดลอง ( � = 4.47)
ตามลำดบั ไดบ รรลตุ ามเปาหมายท่ตี ง้ั ไว


Research Title Absorbing oil stains from mussel shells
Researchers Miss Piangtawan Banjongkan, Miss Panitporn Nakdee, Miss Phattanayu
Kasamsang, Miss Waranthon Samretkit and Ms.Phatthaphon Phonthawee.
Research Consultant Miss Nichawita Wasanam, Miss Parichat Thanaporn,
Institution Petroleum, Rayong Technical College.
Year B.E. 2564 (2021).
Objective 1. To study the efficacy in removing oil stains of mussel shells.
2 . To compare the efficiency of removing oil stains using mussel shells. sweet shells
and striped shells When there is no catalysis
3 . To compare the efficiency of removing oil stains using mussel shells. sweet shells
and striped shells When the reaction is accelerated
Population and Samples The sample group was the Tai Wa community employees
at the Tapioca Pattana Company. Limited and 30 people living in Ban Chang District
(Simple Random Sampling)
Research Instruments Questionaries.
Research statistics Reference statistics.

Abstract
The objectives of this research were to study the composition of the three
shells in appropriate quantities and sizes. The three shells were filtered through a mesh
of 10 g per 20 ml of oil and 5 ml of hexane in Shell Oil Absorption Performance Test.
Part 1 found that the absorption of vegetable oil stains Of the shells when there was
no catalyst, it was found that the mussel shells were able to absorb the most oil stains
up to 50%, followed by the striped shells that were able to absorb oil stains up to
45%, and the last order was Sweet shells can absorb the least oil stains at 35%. Part
2 found that the absorption of vegetable oil stains Of the shells when there was a
catalyst, it was found that the mussel shells were able to absorb the most oil stains
up to 50%, followed by the striped shells that were able to absorb oil stains up to
40%, and the last order was Sweet shells absorb the least oil stains at 15%. Chapter 3
found that absorbing oil stains from mussel shells The experimental results can be
seen that mussel shells that can effectively absorb the oil stains in the oil at a very
good level which is in the range of 50% and the second is the shell with stripes with
efficiency in absorbing oil stains in the range of 40-45% and the last is the sweet shell
with the least efficiency in absorbing oil. have achieved results according to the goals
and assumptions set. Part 4 found that the level of satisfaction with the efficiency of


absorbing oil stains from mussel shells overall was at a high level ( � = 4.28). ( � =
3.83) Adsorption amount ( � = 4.20) Ease of use ( � = 4.50) Texture of absorbent (
� = 4.17) Image Total of absorbent material ( � = 4.57) Absorption efficiency of
mussel shells ( � = 4.33) Properties of mussel shells ( � = 4.47 ). The application of
shells for benefits ( � = 4.50) can be ( � = 4.47 ) The suitability of the materials used
in the experiment ( � = 4.47 ) respectively achieved the set goals.



กติ ติกรรมประกาศ

โครงการวิจัยฉบับนี้สําเร็จลุลวงไปไดดวยดี โดยคณะครูอาจารย แผนกปโตรเคมี และ
วิทยาลัยเทคนิคระยอง ที่ไดใหโอกาสจัดทำโครงการงานวิจัยฉบับน้ี โดยไดรับความอนุเคราะหจาก
ทานผมู รี ายนามดังตอ ไปน้ี

ขอขอบคุณ คุณครูที่ปรึกษาโครงการวิจัย นางสาวนิชาวิตา วาสนาม และ อาจารย จีราภรณ
จันทรลา ที่ใหคำปรึกษาขั้นตอนการทำเลมวิจัย ตั้งแตเริ่มตลอดจนใหคำแนะนำและแกไขปญหาของ
การทำงานจนสำเร็จลลุ ว งดวยดี

ขอขอบคุณ อาจารย อุษณีย อนจร ตำแหนงหัวหนาแผนกปโตรเคมี ที่ใหความอนุเคราะหใน
เรื่องของสถานที่ในการทดลองและอุปกรณในการทดลองตลอดจนสามารถทำการทดลองสำเรจ็ ลุลวง
ดวยดี

ขอขอบคุณ นางสาวปาริชาต ธนาภรณ ตำแหนงอาจารยที่ปรึกษาท่ีใหความอนุเคราะหอำนวย
ความสะดวกในเรื่องสถานที่การเขา - ออกวิทยาลัยเทคนิคระยอง ตลอดจนสามารถทำงานสำเร็จ
ลุลว งไดด วยดี

ขอขอบคุณบิดา มารดา ท่ีใหการสนับสนุนกำลังใจและกำลังทรัพยในการจัดทำการทดลอง จน
งานสำเร็จลุลวงไดดวยดี และสุดทายนี้ขอขอบคุณเพื่อนรวมงานและทุกทานที่ใหการสนับสนุน ทั้งท่ี
ไมไ ดกลา วนามมา
ณ ทีน่ ี้ดวย ขอขอบคุณ ทุกทา นเปน อยางสูงไว ณ โอกาสน้ี

นางสาว ชลดา สีมาพรม และคณะ
2564



สารบัญ

เรื่อง หนา

บทคัดยอ ก

กิตตกิ รรมประกาศ ข

สารบัญ ค

สารบัญ (ตอ ) ง

สารบญั ตาราง จ

สารบัญรูปภาพ ฉ

บทท่ี 1 บทนำ

1.1 ทีม่ าและความสำคัญของโครงการ 1

1.2 วตั ถุประสงคของการโครงการ 1

1.3 ขอบเขตของโครงการ 2

1.4 สมมตุ ิฐานของโครงการ 2

1.5 คำจำกัดความท่ใี ชใ นโครงการ 2

1.6 ประโยชนท ่คี าดวาจะไดรบั 2

1.7 ตวั อยางภาพประกอบวสั ดดุ ูดซบั คราบน้ำมนั จากเปลือกหอยแมลงภู 3

บทที่ 2 เอกสารท่ีเกี่ยวของ

2.1 หอยแมลงภู 4

2.2 นำ้ มนั พชื 5

2.3 การดูดซับ 5

2.4 ประเภทการดดู ซับ 6

2.5 ปจจยั ที่มีผลตอ การดดู ซบั 6

2.6 โครงการวจิ ยั ทีเ่ กย่ี วของ 7

บทท่ี 3 อุปกรณและวิธกี ารศึกษาคนควา

3.1 วสั ดุอุปกรณ และสารเคมี 9

3.2 ขน้ั ตอนและวิธีการดำเนนิ งาน 9

บทท่ี 4 ผลการทดลอง

4.1 ทดสอบประสิทธิภาพในการดดู ซับคราบนำ้ มันเมอ่ื ไมมตี วั เรงปฏกิ ิริยา 13

4.2 ทดสอบประสิทธิภาพในการดูดซับคราบนำ้ มันเมื่อมีตวั เรง ปฏิกิริยา 14

บทที่ 5 สรุป และอภปิ รายผลการศกึ ษาคนควา

5.1 สรปุ ผลการศึกษาคน ควา 19

5.2 อภิปรายผลการศกึ ษาคน ควา 20

5.3 ประโยชนท่ีคาดวา จะไดร บั 20

5.4 ขอ เสนอแนะ 20

สารบญั (ตอ ) ง
เรื่อง
หนา
บรรณานุกรม
ภาคผนวก ก 22
23
แบบสอบถามการดดู ซับคราบนำ้ มันจากเปลือกหอยแมลงภู 24
ภาคผนวก ข 25
26
ประมวลผลรูปการดำเนินงาน



สารบญั ตาราง
เร่ือง หนา

ตารางท่ี 1.1 แสดงขนั้ ตอนการดำเนนิ งาน 3

ตารางท่ี 2.2 เกณฑว ดั ประสิทธภิ าพของตัวดูดซับ 10

ตารางที่ 4.1.1 การดูดซบั คราบนำ้ มนั ของเปลือกหอยหวาน หอยแมลงภู และหอยลาย 13

ตารางที่ 4.1.2 การดูดซบั คราบน้ำมนั ของเปลอื กหอยหวาน หอยแมลงภู และหอยลาย 14

ตารางที่ 4.1.3 การเปรยี บเทียบประสิทธภิ าพใน

การดูดซบั คราบนำ้ มนั กับเปลือกหอยทัง้ 3 ชนดิ 14

ตารางที่ 4.1.4 แสดงจำนวนและรอยละของกลุมพนกั งานชุมชนไทวา

ณ บรษิ ัทโรงมันสำปะหลงั พฒั นา 15

จำกดั และผูคนท่ีอยอู าศัยในอำเภอบานฉาง จังหวดั ระยอง

จำนวน 30 คน ทีเ่ ปน กลุมตวั อยา ง จำแนกตามเพศ

ตารางท่ี 4.1.5 แสดงจำนวนและรอยละของกลุม พนกั งานชมุ ชนไทวา

ณ บริษทั โรงมนั สำปะหลงั พฒั นา 16

จำกดั และผคู นทอ่ี ยอู าศยั ในอำเภอบานฉาง จำนวน 30 คน

ทเ่ี ปนกลมุ ตัวอยางจำแนกตามอายุ

ตารางท่ี 4.1.6 แสดงจำนวนและรอ ยละของกลมุ พนกั งานชมุ ชนไทวา

ณ บริษทั โรงมันสำปะหลงั พฒั นา 16

จำกดั และผูคนท่ีอยูอาศยั ในอำเภอบา นฉาง จำนวน 30 คน

ทเ่ี ปนกลมุ ตัวอยาง จำแนกตามตำแหนง

ตารางท่ี 4.1.7 แสดงคาเฉล่ยี ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความพงึ พอใจ 17

ที่มตี อประสทิ ธิภาพการดูดซับคราบนำ้ มนั จากเปลือกหอยแมลงภู



สารบญั รูปภาพ
เร่ือง หนา

ภาพท่ี 1.1 แสดงตวั อยา งภาพประกอบของการดูดซบั คราบนำ้ มนั จากเปลือกหอยแมลงภู 3

ภาพท่2ี .1 แสดงหอยหวาน 4

ภาพที่ 2.2 แสดงนำ้ มนั พชื 5

ภาพท่ี 4.4.1 แสดงคะแนนเฉล่ียระดับความพงึ พอใจทีม่ ีตอประสิทธภิ าพ 18

การดูดซบั คราบนำ้ มนั จากเปลือกหอยแมลงภู

บทที่ 1
บทนำ

1.1 ความเปน มาและความสำคญั
น้ำ เปนปจจัยสำคัญหนึ่งในการดำรงชวี ิตของส่ิงมีชีวิต ปจจุบันพบวาแหลงน้ำหลายแหลงได

ถูกทำลายลงดวยฝมือมนุษย เชน การทำโรงงานอุตสาหกรรม การทำการเกษตร การดำรงชีวิตของ
มนุษย ฯลฯ จึงทำใหเ กิดน้ำเสียข้ึน ซง่ึ น้ำเสียในทีน่ ี้คือนำ้ ทมี่ สี ารหรือสิ่งปฏิกูลที่ไมพ ่ึงปรารถนาเจือปน
อยู การปนเปอนของส่ิงสกปรกเหลาน่ีจะทำใหคุณสมบัติของน้ำเปลี่ยนแปลงไป จนอยูในสภาพท่ีไม
สามารถนำกลบั มาใชประโยชนได

ปจจุบันในประเทศไทยเราไดป ระสบปญหามลพิษทางน้ำซง่ึ ปญ หาใหญท่ีเห็นคือการปลอยน้ำ
เสยี ออกจากโรงงานอุตสาหกรรม โดยไมผา นกระบวนการบำบัดนำ้ เสียกอน เมือ่ ถกู ปลอยลงสูแหลงน้ำ
ก็จะลอยอยูบนผิวน้ำสงผลใหน้ำเนาเสีย เนื่องจากแสงสองลงไปไมถึงใตน้ำและสงผลทำใหพืชน้ำ
สงั เคราะหแ สงไมไ ด สตั วนำ้ กจ็ ะตายลงเปนมลพษิ ทางนำ้ รวมถึงการดำเนินชวี ติ ของประชากรในชุมชน
ที่อาศัยอยูใกลแหลงน้ำในบางแหง น้ำอาจสงกลิ่นเหม็นเนาเสียไดทำใหการดำรงชีวิตอยูของคนใน
ชุมชนลำบากมากข้ึน จากผลกระทบดังกลาวจึงมีการศึกษาที่พยายามจะหาวิธีแกไขบำบัดหรือกำจัด
คราบน้ำมันท่ีปนเปอนในแหลงน้ำ ซึ่งสามารถทำไดหลายวิธี เชน การบำบดั โดยใชส ารเคมีและวิธีทาง
กายภาพโดยการตกั บริเวณผิวน้ำทมี่ ีคราบไขมนั หรือน้ำมนั ท้งิ อยางไรก็ตามประสิทธภิ าพและปญหาท่ี
เกิดขึ้นดวยวิธีการทั้งสองมีคาใชจายในดานแรงงานในการบำบัดสูง สภาพธรรมชาติที่กลับคืนมา
เปนไปไดยาก ในจงั หวัดระยองอยูในเขตพื้นที่ลอมรอบดวยแหลงโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งทำใหประสบ
ปญหาในการปลอยน้ำทิ้งออกสูแมน้ำสงผลกระทบตอสัตวน้ำและประชาชนที่อาศัยอยูในบริเวณน้ัน
ซ่ึงผูจัดทำโครงการไดเล็งเห็นถงึ ปญ หาจากผลกระทบทีเ่ กดิ ข้ึน จงึ ไดศ กึ ษาและคิดคนวิธีการที่จะแกไข
ปญหาการปลอ ยคราบนำ้ มนั ท่ีใชในครวั เรือน กอ นทีจ่ ะปลอยน้ำทิ้งเพ่ือตรวจสอบประสิทธิภาพในการ
ดูดซับคราบนำ้ มันจากเปลอื กหอยแมลงภู

ดังนั้นการศึกษาวิธีการดูดซับคราบน้ำมันจากเปลือกหอยแมลงภู ก็เปนอีกวิธีหนึ่งที่นาสนใจ
เน่ืองจากกระบวนการที่สามารถผลิตไดงาย ใชห ลกั การขนั้ พืน้ ฐานจากวัสดุจากธรรมชาติท่ีมีคุณสมบัติ
ในการดดู ซบั คราบน้ำมนั หลายชนิดและมีประสิทธภิ าพ ยกตัวอยาง เชน การใชเ ปลือกหอยแมลงภูท่ีมี
องคประกอบเปนแคลเซียมคารบอเนต และแคลเซียมออกไซดรอยละ 95 - 99 ความสามารถในการ
ดดู ซับไดด ี อกี ทงั้ ยงั เปน การนาํ วัสดุทเี่ หลอื ใชก ลบั มาใชใ หเกิดประโยชนอ ยา ง คมุ คา ไดอีกทางหนง่ึ ดวย
1.2 วตั ถุประสงคของการโครงการ

1.2.1 เพื่อศึกษาประสทิ ธิภาพในการขจดั คราบน้ำมันของเปลือกหอยแมลงภู
1.2.2 เพ่อื เปรียบเทียบประสิทธภิ าพในการขจัดคราบนำ้ มันโดยใชเ ปลอื กหอยแมลงภู เปลือก
หอยหวาน และเปลือกหอยลาย เมื่อไมม ีการเรง การเกิดปฏกิ ิริยา

2

1.2.3 เพือ่ เปรียบเทยี บประสิทธภิ าพในการขจดั คราบน้ำมันโดยใชเ ปลือกหอยแมลงภู เปลือก
หอยหวาน และเปลอื กหอยลาย เม่อื มีการเรงการเกิดปฏกิ ิริยา
1.3 ขอบเขตของโครงการ

1.3.1 ศึกษาประสทิ ธิภาพของการดดู ซับคราบนำ้ มันโดยใชเ ปลือกหอยแมลงภู เปลือกหอย
หวาน และเปลือกหอยลาย

1.3.2 การทดสอบประสทิ ธภิ าพของเปลือกหอยแมลงภู จะเลอื กใชเ ปลือกหอยหวาน และ
เปลอื กหอยลาย มาเปรียบเทียบประสทิ ธิภาพในการดดู ซับคราบน้ำมนั โดยปรมิ าณเทา ๆ กนั คอื ผง
เปลอื กหอย 3 ชนิด อยา งละ 10 กรัม นำ้ กล่ัน 50 มลิ ลลิ ติ ร และ นำ้ มนั 20 มิลลลิ ิตร ตามลำดับ

1.3.3 ขอบเขตดานประชากรและกลุมตัวอยาง
กลมุ ตัวอยา ง ไดแก กลุมพนักงานชุมชนไทวา ณ บริษัทโรงมนั สำปะหลงั พัฒนา จำกัด และ
ผูคนที่อยูอาศัยในอำเภอบานฉางจำนวน 30 คน ใชวิธีการสุมตวั อยางแบบงา ย (Simple Random
Sampling)
1.4 สมมุติฐานของโครงการ
1.4.1 เปลอื กหอยแมลงภูสามารถดูดซบั คราบน้ำมันไดดกี วาเปลอื กหอยหวานและเปลือก
หอยลาย
1.4.2 เปลอื กหอยแมลงภูมีประสิทธภิ าพในการดดู ซบั คราบนำ้ มนั ไดดีกวา เปลอื กหอยหวาน
และเปลือกหอยลาย ตามลำดับ เมอื่ มีการเรงปฏกิ ิรยิ า
1.4.3 เปลือกหอยแมลงภูมปี ระสทิ ธภิ าพในการดูดซบั คราบนำ้ มันไดด ีกวา เปลือกหอยหวาน
และเปลือกหอยลาย ตามลำดับ เม่ือไมมีการเรง ปฏิกริ ยิ า
1.5 คำจำกัดความทใ่ี ชใ นโครงการ
1.5.1 การดูดซบั คราบน้ำมนั จากเปลอื กหอยแมลงภู หมายถึง วสั ดดุ ูดซับท่ีผลติ มาจากเปลือก
หอยแมลงภูโดยผานกระบวนการนำเปลอื กหอยแมลงภูมาบดละเอยี ดเพื่อเพ่ิมประสิทธิของการดูดซับ
1.5.2 การดูดซับ หมายถงึ กระบวนการท่ีทำใหอะตอมหรือโมเลกุลหรือไอออน ตางๆ ถกู ดดู
ยดึ ไวท ่ผี วิ ของวสั ดุดวยแรงทางเคมีหรือทางฟสิกส เชน การดูดซับของไอออนบวกบนผวิ อนภุ าคดิน
เหนียวซ่งึ มปี ระจเุ ปนลบ
1.5.3 ประสิทธิภาพการดดู ซับ หมายถึง ความสามารถในการดดู ซบั ของตัวดูดซบั นนั้ ๆ
1.5.4 คราบน้ำมนั หมายถึง น้ำมนั ชนดิ ตาง ๆ ทป่ี ะปนอยูในน้ำ
1.5.5 ผงเปลอื กหอย หมายถึง การนำเปลอื กหอยมาตำใหเ ปนผงละเอียด
1.5.6 การตกตะกอน หมายถึง ผงเปลอื กหอยจบั ตวั กับคราบน้ำมนั เกดิ การจมตวั สกู น ภาชนะ
1.6 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ
1.6.1 สามารถนำเอาวสั ดธุ รรมชาติมาขจดั คราบนำ้ มนั โดยการดูดซบั และเกดิ ประโยชนส ูง
ที่สุด
1.6.2 ไดเ รยี นรูกรรมวิธีการผลิตวัสดุดดู ซับคราบนำ้ จากเปลอื กหอยแมลงภู และนำความรูที่
ไดไ ปเผยแพรได

3

ตารางที่ 1.1 แสดงขน้ั ตอนการดำเนนิ งาน

ข้นั ตอนการดำเนินงาน ภาคเรยี นที่ 2/2564

รายการ พ.ย ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค.

2564 2564 2565 2565 2565

1. ประชมุ จัดสรรงบประมาณ

2. เสนอโครงการเพ่อื ขอ

อนมุ ัติ

3. ดำเนินการ

4. ประเมนิ ผล

1.7 ตัวอยา งภาพประกอบวสั ดดุ ูดซบั คราบน้ำมนั จากเปลือกหอยแมลงภู ดังภาพท่ี 1.1

ภาพท่ี 1.1 แสดงตัวอยางภาพประกอบของการดดู ซับคราบนำ้ มันจากเปลือกหอยแมลงภู
แหลง ที่มา : https://shorturl.asia/kfcGV (วันที่คนขอมูล 27 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2564).

บทท่ี 2
เอกสารท่เี ก่ยี วขอ ง

ในการศึกษาการทำโครงการวจิ ัย เรื่อง การดดู ซับคราบนำ้ มันจากเปลือกหอยแมลงภู เพือ่ ให
โครงการบรรลุตามจุดมุงหมายของการศึกษาคนควา คณะผูจัดทำโครงการไดศึกษาเอกสาร แนวคิด
ทฤษฎีตาง ๆ ตลอดจนโครงการวิจัยที่เกี่ยวของเพื่อใหมีความรูความเขาใจในหลักการ ที่มีสวน
เก่ยี วขอ งกบั โครงงานดังเอกสารและรายงานวจิ ัยในหวั ขอตาง ๆ ดงั นี้

2.1 หอยแมลงภู
2.2 น้ำมันพืช
2.3 การดูดซบั
2.4 ประเภทการดูดซบั
2.5 ปจ จยั ที่มผี ลตอ การดูดซับ
2.6 โครงการวจิ ัยทเ่ี กีย่ วของ
2.1 หอยแมลงภู
ชอ่ื วิทยาศาสตร Perna viridis
ช่อื ภาษาอังกฤษ GREEN MUSSEL
ช่ือภาษาไทย หอยแมลงภู
ลักษณะทั่วไป

ลกั ษณะทั่วไป ของหอยแมลงภู เปนหอยสองฝามรี ปู รางคลา ยเสียมทง่ี อนทางดานหัว
เล็กนอย หอยที่อาศัยอยูในบริเวณใตน้ำตลอดเวลาจะมีเปลือกสีเขยี วอมดำ พวกที่อยูในบรเิ วณนำ้ ขน้ึ
และลงมีโอกาสถูกแสงแดดบางเปลือกจะมีสเี หลือง เนื้อมีสีเหลืองนวลหรือสีสม มีหนวดใชสำหรับยึด
เกาะหลกั วางไขตลอดป

ถิ่นอาศัย หอยแมลงภูตามปกโปะหรือเกาะตามเสาไมไผบริเวณปากแมน้ำที่มีพื้นเปนโคลน
เชน ชลบรุ ี สมทุ รปราการ สมทุ รสงคราม สมุทรสาคร เปน ตน ดังภาพท่ี 2.1

ภาพที่ 2.1 แสดงหอยหวาน
แหลง ที่มา : รตั นา มั่นประสิทธ์ิ และ ประวมิ วุฒสิ ินธ,ุ (ป พ.ศ. 2531), “การศกึ ษา เบื้องตน
ในการเพาะเลย้ี งหอยหวาน (Babylonia areolata)”. [ออนไลน]. เขาถงึ ไดจาก : [ออนไลน] . เขาถึง
ไดจ าก: https://shorturl.asia/ahiKI. (วันท่ีคนขอมูล 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564).

5

2.2 นำ้ มันพืช
2.2.1 น้ำมันพืช
คือ น้ำมันที่สกัดจากพืช น้ำมันพืชเปนสวนหนึ่งของวัฒนธรรมมนุษยหลาย สหัสวรรษ คำวา

"น้ำมันพืช" สามารถนิยามอยางแคบหมายความถึงเฉพาะสสารที่เปนของเหลวท่ี อุณหภูมิหอง หรือ
นิยามอยางกวางโดยไมคำนึงถึงสถานะของสสารที่อุณหภูมิที่กำหนด ดวยเหตุน้ี น้ำมันพืชที่เปน
ของแข็งที่อุณหภูมิหอง บางครั้งจงึ เรียกวา "ไขมันพืช" น้ำมันพืชประกอบดวยไตรกลีเซอไรด ตรงขาม
กับไขที่โครงสรางไมมี แมหลายสวนของพืชจะมีน้ำมันเก็บสะสมไวก็ตามแตในเชิงพาณิชยจะสกัด
นำ้ มันพืชจากเมล็ดเปนหลกั

น้ำมันพืช ที่ใชสำหรับการปรุงอาหาร ถือวาเปนวัตถุดิบหลักอยางหนึ่งที่ทุกบานเรือนตองมี
ติดเอาไวใชในการประกอบอาหารเมนูตาง ๆ ซึ่งน้ำมันไขจากพืชและสัตว น้ำมันไขจากสัตว เชน
น้ำมันหมู จะเปนที่ไดรับความนิยมอยางน้ำมันที่มาจากพืชตาง ๆ ที่มีมากมายหลายชนิด เชน น้ำมัน
มะกอก น้ำมันงา น้ำมันรำขาว เปนตน น้ำมันที่มากจากพืชสวนใหญเปนน้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม
อิ่มตัวสูงในปริมาณที่เหมาะสมแลวยังใหพลังงานและความอบอุนตอรางกาย ยังเปนตัวทำละลาย
วิตามิน เอ ดี อี เค และยังชวยรา งกายในการดูดซึมวติ ามินดังกลาวอีกดวยดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ดี เรา
ควรเลอื กใชน ำ้ มันพชื ทมี่ ีความเหมาะสมตอการประกอบอาหารเมนตู าง ๆ ตวั อยางน้ำมันพชื ดงั ภาพที่
2.2

ภาพท่ี 2.2 แสดงนำ้ มนั พืช
แหลงทีม่ า : Gupta, Monoj K, (ป .ศ. 2007), “Practical guide for vegetable oil
processing. AOCS Press”. [ออนไลน] . https://shorturl.asia/XgoSE. (วันท่คี นขอมูล 27
พฤศจิกายน พ.ศ. 2564).
2.3 การดูดซับ
การที่โมเลกุลของสารถูกดึงเขามาติดผิวของสารดูดชับ หรือ การเปลี่ยนแปลงความเขมขน
ของสารที่พื้นผิวของสารถูกดูดซับ (adsorbate) ที่สัมผัสโดยตรงกับสารดูดชับ (adsorbent) โดยสาร
ที่มีพลังงานอิสระที่ผิวจะถูกดูดชับได แตสารที่มีพลังงานอิสระที่ผิวสูงจะไมถูกดูดชับพลังงานอิสระที่
ผิวของสารดูดชับจะมีความสมั พันธกบั แรงตึงผิวและพื้นที่ผิวเมื่อความตึงผิว (surface tension) หรือ
พื้นที่ผิว (suface area) เปลี่ยนไปจะเปนผล ทำใหเกิดการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของ พลังงานอิสระที่ผิว
(AGsurface) ถาตางชนิด กันจะดูดกัน YA พลังงานอิสระที่ผิว ความตึงผิว พื้นที่ผิว ปริมาณสารถูก
ดูดชับขึ้นอยูกับอุณหภูมิสัมบูรณ ความดันและพลังงานศักยกิริยา (interaction potential energy)

6

ระหวา งสารถูกดดู ชับ ซง่ึ อาจเปนของแขง็ ของเหลวหรือกา ซ กบั สารดดู ชบั ซ่ึงอาจเปน ของเหลวหรือ
ของแข็ง ดังนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความดันหรือความเขมขน และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิจะทำ
ใหปริมาณการดูดชบั เปล่ียนแปลงการดดู ชบั บนผิวของแขง็ อธบิ ายไดจากสมการดังตอไปน้ี Gsurface
เมือ่ Gsurface

อธิบายไดจากสมการดงั ตอไปน้ี
∆Gsurface = A เมื่อ ∆Gsurface = พลังงานอิสระที่ผิว = ความตึงผิว A =

พื้นที่ผิว ปริมาณสารถูกดูดซับขึ้นอยูกับอุณหภูมิสัมบูรณ ความดันและพลังงานศักยของกิริยา
(interaction potential energy) ระหวางสารถูกดูดซับ ซึ่งอาจเปนของแข็ง ของเหลวหรือกาซ กับ
สารดูดซับ ซึ่งอาจเปนของเหลวหรือของแข็ง ดังนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความดันหรือความเขมขน
และการ เปลีย่ นแปลงอุณหภมู จิ ะทำใหป ริมาณการดดู ซบั เปลีย่ นแปลงการดูดซับบนผิวของแข็ง
2.4 ประเภทการดูดซบั

2.4.1 การดูดซับทางกายภาพ (physical adsorption หรือ physisorption) แรงที่ใช
ดูดซับเปนแรงแวนเดอวาลว (van der Waals) เนื่องจากแรงดึงดูดระหวางสารที่อยูในของเหลวกับ
สารดูดซับมีมากกวาแรงดึงดูดระหวางสารในของเหลวกับของเหลว ทำใหสารที่อยูในของเหลวเขาติด
อยูที่สารดูดซับแทน ตัวอยางเชน การดูดซับของถานกัมมันต ซึ่งภายในโครงสรางของพื้นท่ีผิวมีรูพรนุ
มากทำใหม ีการดดู ซบั บนพน้ื ทผี่ ิวของสารดดู ซบั สงู ข้ึน ดงั นั้นรพู รุนของสารดูดซบั จงึ มีความสำคญั

2.4.2 การดูดซับทางเคมี (Chemical adsorption) แรงที่ใชดูดซับเปนพันธะโคเวเลนต
มักเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงกวาอุณหภูมิวิกฤตของสารที่ถูกดูดซับ โดยมีคาพลังงานสูงมากในการเกิด
พันธะและการดดู ซบั ทางเคมเี ปน การดดู ซับอยา งแทจรงิ สมบัติการดูดซบั ทางเคมแี ละทางกายภาพ
2.5 ปจจยั ทีม่ ผี ลตอการดดู ซบั

2.5.1 ธรรมชาติของโมเลกุลที่เปนตัวดูดซับ ธรรมชาติของตัวดูดซับเปนปจจัยหลักปจจัย
หนึง่ ทีส่ ง ผลตอ ประสิทธภิ าพของการดูดซบั ธรรมชาติของโมเลกลุ ท่ีเปน ตวั ดดู ซบั ไดแ ก

2.5.1.1 พื้นที่ผิวและโครงสรางของรูพรุน พื้นที่ผิวเปนสมบัติอยางหนึ่งที่มีผลตอ
ความสามารถของโมเลกุลท่เี ปน ตวั ดดู ซบั ในการดูดซบั น่ันคือความสามารถในการดดู ซบั จะเพ่ิมขึ้นเม่ือ
พื้นที่ผิวของโมเลกุลที่เปนตัวดูดซับมากขึ้น แตพื้นที่ผิวโมเลกุลที่เปนตวั ดูดซับไมเพียงพอที่จะอธิบาย
ความสามารถในการดูดซับไดดี โครงสรางของรูพรุนก็มีสวนชวยใหพื้นที่ผิวมีความสามารถในการดูด
ซบั เพม่ิ ข้นึ เพราะถาขนาดโมเลกุลของสารที่ถูกดดู ซบั สามารถเขา ไปในรูพรุนของโมเลกุลของตัวดูดซับ
ไดก ารดูดซับก็จะเพ่มิ ขนึ้

2.5.1.2 ขนาดของตัวดูดซับ อัตราการดูดซับเปนสัดสวนผกผันกับขนาดของตัวดูด
ซับการลดขนาดของตวั ดูดซบั ใหมขี นาดเล็กทำใหอตั ราเรว็ ในการดูดซบั เร็วข้ึนกวาสารท่ีมขี นาดใหญ

2.5.2 นำ้ หนกั โมเลกลุ และขนาดของโมเลกุล มผี ลตอความสามารถในการดูดซบั เมอ่ื น้ำหนัก
โมเลกลุ และขนาดของโมเลกลุ ของสารทถ่ี ูกดดู ซับเพิม่ ขึ้น ความสามารถในการดดู ซับจะเพิม่ ขน้ึ

7

2.5.3 ความมีขั้ว (Polarity) ของโมเลกุล นอกจากธรรมชาติของโมเลกุลของสารแลวยัง
ขน้ึ อยกู ับตวั ทำละลายและตวั ดูดซบั ของสารดวย ซง่ึ ความสามารถในการดูดซับจะลดลงเม่ือความมีขั้ว
เพม่ิ ขึ้น เพราะการเพม่ิ ความมขี ัว้ จะทำใหความสามารถในการละลายเพ่ิมขึ้น

2.5.4 ความเปนกรด-ดาง (pH) มีอิทธิพลตอการแตกตัวเปนไอออนและการละลายน้ำของ
สารตางๆ จึงมผี ลตอการดดู ซับของวัสดุดูดซับ

2.5.5 ผลของอุณหภมู ิ ถา อณุ หภมู ิเพมิ่ ข้นึ อตั ราเรว็ ของการดดู ซับจะเพมิ่ ข้นึ แตความสามารถ
ในการดูดตดิ ผิวจะลดลง เนอ่ื งจากการดูดซบั เปนปฏิกริ ิยาแบบคายความรอ น
2.6 โครงการวจิ ัยทเี่ กี่ยวขอ ง

การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการดูดซับคราบน้ำมันโดยใชวัสดุที่มีรูพรุนนาโนเทคโนโลยี
ธรรมชาติ (Comparison of Absorptive Efficiency of Oil Spill Dispersants Using Naturally
Nano-technologically Porous Materials) การศึกษาการดูดซับคราบน้ำมันดวยวัสดุที่มีรูพรุนนา
โนธรรมชาติเปนการนำชีวมวลหรือวัสดุที่มีรูพรุนนาโนธรรมชาติไดแก ฟางขาว กาบมะพราว และ
ผกั ตบชวาแบบสดและแบบแหง มาทดสอบ ประสทิ ธิภาพการดูดซับคราบน้ำมันโดยการจมุ วัสดุดูดซับ
ลงในน้ำมัน 5 ชนิด คือ น้ำมันพืช น้ำมันสัตว น้ำมันดีเซล น้ำมันหลอลื่น ที่ยังไมใชงาน และ
น้ำมันหลอลื่นที่ใชงานแลว ผลการวิจัยพบวา วัสดุที่มีรูพรุนนาโนธรรมชาติที่สามารถดูดซับคราบ
น้ำมันทุกประเภทไดเปนอยางดี คือ กาบมะพราว และผักตบชวาแบบแหง โดยกาบมะพราวสามารถ
ดดู ซับคราบน้ำมันในน้ำมนั ทุกชนดิ ไดอยูในระดับท่ีดมี าก คืออยใู นชวง รอยละ 98.00 - 100 และชนิด
ของน้ำมันที่กาบมะพราวดูดซับไดมากที่สุดคือ น้ำมันหลอลื่นที่ยังไมใชงาน (100%) เนื่องจากกาบ
มะพราวมลี กั ษณะแหง และเปน ขยุ มีขนาดเล็ก ๆ มขี นหรือหนามเล็ก ๆ พ้นื ผิว หยาบ ลักษณะเปนเสน
ใยฝอย ทำใหม พี น้ื ท่ผี วิ มาก ไมเปย กน้ำ และมนี ้ำหนักเบา ทำใหสามารถลอยนำ้ อยูไดนานและมีเวลา
มากพอที่จะดูดซับคราบน้ำมันไดมาก สวนวัสดุอีกชนิดที่มีประสิทธิภาพการดูดซับ คราบน้ำมันใน
ระดับดีมาก คือ ผักตบชวาแบบแหง สามารถดูดซับอยูในชวงรอยละ 92.00 - 96.00 ชนิด ของน้ำมัน
ทีผ่ ักตบชวาแบบแหงสามารถดูดซับไดด ีทสี่ ุด คอื นำ้ มนั สตั วและน้ำมันหลอลื่นท่ีใชงานแลว เนื่องจาก
ผกั ตบชวาแบบแหง มีน้ำหนักทีเ่ บา ภายในวัสดมุ ีรูพรุนขนาดใหญแ ละไมมนี ้ำอยูในโพรงท่คี อยกีดขวาง
การดูดซับคราบนำ้ มันชนิดตาง ๆ จึงทำใหน้ำมันเขาไปในโพรงไดจำนวนมาก สงผลใหผักตบชวาแบบ
แหง ดดู ซบั คราบน้ำมันไดดี ในประเทศไทยเคยเกิดเหตุการณทอสงนำ้ มันร่ัวในทะเลบรเิ วณทาเรือมาบ
ตาพุด จังหวัดระยอง ไดสงผลกระทบตอภาคภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาชนเปนบริเวณกวาง
ทั้งในดานความเปนอยูของประชาชนบริเวณชายฝง รวมถึง ระบบนิเวศทางทะเลดวย แมวาภาครัฐ
และองคกรเอกชนไดเริ่มเขาดำเนินการแกไขปญหา ดังกลาวแลวบางสวนผลกระทบที่ขยายเปนวง
กวางยังคงเปน อุปสรรคสำคัญตอการชว ยเหลือ หรือการแกไขปญหาใหทั่วถึง ท้ังน้ีวิธีการแกไ ขปญหา
นำ้ มันรัว่ ในทะเลตามหลักสากลมีหลายวธิ ี เชน การปลอ ยใหน ้ำมันสลายตวั ไปเอง การกัก หรือเก็บโดย
ใชทุนการใชสารเคมีขจัดคราบน้ำมัน การเผา การทำความสะอาดชายฝงโดย จะตองมีการวิเคราะห
ขอ มลู ตาง ๆ เพื่อหาวิธีการ ทีเ่ หมาะสมในการขจดั น้ำมนั อาทิ ชนิดของ นำ้ มัน ปรมิ าณน้ำมันที่ร่ัวไหล
ทิศทางและ ความเร็วของกระแสน้ำ กระแสลม สภาพอากาศ ลักษณะทางภูมิศาสตรและสิ่งแวดลอม

8

เปนตน (จิติ หนูแกว, 2556) อภิลักษณ เอียดเอ้ือ และจิติ หนูแกว (2556) จากมหาวิทยาลัย
เทคโนโลยพี ระจอมเกลาเจา คุณ ทหารลาดกระบัง ไดเสนอแนวทางแกป ญหาวิฤตการณท อสงน้ำมันรั่ว
กลางทะเลดวยองคความรูนำโนเทคโนโลยีธรรมชาติ วัสดุนำทางธรรมชาติ โดยนำดอกของตนธูปษี
มากำจัด คราบน้ำมันดิบโดยน้ำหนักของดอกตนธูปษี ประมาณ 100 กรัม สามารถกำจัดคราบ
น้ำมันได มากกวา 1 ลิตร แตวัสดุนี้มีจำกัดในบางพ้ืนที่เทานั้น ดังน้ันเพื่อเปนอีกแนวทางในการแกไข
ปญหาที่อาจจะเกิดข้ึน ดังน้ัน คณะผูวิจัยจึงสนใจ ศึกษาการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการดูดซับ
คราบน้ำมันชนิดตาง ๆ โดยใชวัสดุท่ีมีรูพรุนเหลือ ใชจากการเกษตร หรือที่เรียกวา วัสดุที่มีรูพรุน นา
โนธรรมชาติไดแก ฟางขาว กาบมะพราว และผักตบชวา สามารถดูดซับคราบน้ำมันที่เกิดจากการ
รั่วไหลเพื่อลดผลกระทบที่มีตอสิ่งแวดลอมและนิเวศทางทะเลที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นตอนวิธีดำเนินงาน
การวจิ ยั ดงั นี้

3.1 การเตรยี มวัสดุดูดซับ
3.1.1 นำวสั ดุท่ีมรี พู รนุ นาโนธรรมชาติ ไดแก ฟางขาว กาบมะพรา ว ผักตบชวา กรณี

ผักตบชวา จะแบงออกเปนสองสวนเปนผักตบชวาแบบสด และแบบแหงที่หั่นเปนชนิ้ เลก็ ๆ แบบแหง
มาลางทำความสะอาดจากน้นั นำไปผึ่งแดดใหแ หง เปนเวลา 2 วนั และบดเปนชนิ้ เลก็ ๆ

3.1.2 นำวัสดุที่มีรูพรุนนาโนธรรมชาติเก็บไวในโถอบความชื้นเพื่อทำาการ
เปรียบเทยี บประสทิ ธภิ าพการดดู ซบั คราบน้ำมนั ทง้ั สองแบบ

3.2 ขนั้ ทดสอบการเปรยี บเทยี บประสิทธภิ าพในการดูดซับคราบนำ้ มันของวัสดุดดู ซบั
3.2.1 ตวงน้ำในปริมาตร 300 มิลลิลิตร ลงในบีกเกอรขนาด 600 มิลลิลิตร จำนวน

4 ใบ
3.2.2 ตวงน้ำมันดีเซล 50 มลิ ลิลิตร เทลงในบกี เกอรทีม่ นี ้ำอยูท้งั 4 ใบ
3.2.3 ชั่งฟางขาว กาบมะพราว และผักตบชวา ทั้งแบบสดและแบบแหงที่เตรียมไว

มาอยางละ 10 กรัม แลวเทลงในบีกเกอรที่มีน้ำและน้ำมันดีเซลอยู ทำการเกลี่ยใหทั่วท้ังบีกเกอรแ ละ
ให พ้ืนผิววัสดุสมั ผัสน้ำมนั ใหมากที่สดุ จับเวลา 20 นาที

3.2.4 ใชต ะแกรงชอนฟางขา ว กาบมะพราว และผักตบชวาทัง้ แบบสดและแบบแหง
ข้ึนมาพักไวใ นแกวท่ีเตรียมไว แลว กรองดวยผา ขาวบาง เพือ่ วดั ปริมาตรน้ำและน้ำามันทีเ่ หลือหลังการ
ทดลอง

3.2.5 ลางน้ำมันที่ติดบริเวณขอบบีกเกอรโดยใช เฮกเซน ( C6H14 ) ปริมาตร 5
มิลลิลิตร จากน้ันอุนประมาณ 10 นาที เพื่อใหเฮกเซนระเหย เทสารละลายท้ังหมดใสกรวยแยก จะ
เกิดการแยก ช้ันและไขสวนที่เปนน้ำและสว นของน้ำมันออก ตามลำดบั จากน้นั วัดปรมิ าตรน้ำมันโดย
ใช กระบอกตวง อานคาแลว บันทกึ ผล

3.2.6 ทำการทดลองซำ้ ตามขอ 3.2.1 – 3.2.5 โดยเปลีย่ นจากนำ้ มนั ดเี ซลเปนนำ้ มนั
พืช นำ้ มนั สตั ว นำ้ มนั หลอ ลน่ื ( ทยี่ ังไมใชง าน ) และน้ำมันหลอ ล่นื ( ท่ีใชง านแลว ) ตามลำดับ

9

3.3 เกณฑการเปรียบเทียบประสทิ ธภิ าพ
เมอ่ื ทำการแยกวัสดุนาโนธรรมชาติท่ีดูดซับคราบน้ำมันออกจากสารละลายแลว เทสารละลาย

ท้ังหมดใสกรวยแยก จะเกิดการแยก ชั้นของสารละลาย ทำการแยกสวนที่เปนน้ำและน้ำมันออกจาก
กัน แลววดั ปรมิ าตรนำ้ มันทเ่ี หลอื จากการทดลอง โดยใชว ิธีคำนวณจากสตู ร

ประสทิ ธภิ าพการดูดซบั = นำ้ มันทหี่ ายไป x 100%
นำ้ มันทงั้ หมด

โดยปริมาณนำ้ มนั ท่หี ายไป = ปริมาณน้ำมันทงั้ หมด – ปริมาณน้ำมันที่เหลอื

10

บทท่ี 3
อปุ กรณและวธิ ีการศึกษาคนควา

ในการทำโครงการวิจัย เรื่อง วัสดุดูดซับคราบน้ำมันจากเปลือกหอยแมลงภู ครั้งนี้ มี
จุดมุงหมายเพื่อศึกษาวสั ดุดูดซับคราบน้ำมันจากเปลือกหอยแมลงภู โดยมวี ัสดเุ ปรียบเทยี บท่ีศึกษาอยู
2 ชนิด คือ เปลือกหอยหวานและเปลือกหอยลาย ใชการเปรียบเทียบทางดานคุณสมบัติของเปลือก
หอยทั้ง 3 ชนิด และเพื่อศึกษาความพึงใจของผูที่ทดลองใชการวัสดุดูดซับคราบน้ำมันจากเปลือก
หอยแมลงภู คณะผจู ดั ทำโครงการ จงึ ดำเนนิ วธิ กี ารศึกษาคน ควา ดงั นี้

3.1 วสั ดุอปุ กรณ
3.2 ขั้นตอนและวิธกี ารดำเนินงาน
3.1 วัสดุอปุ กรณและสารเคมี
3.1.1 วัสดอุ ปุ กรณ

เปลือกหอย 3 ชนิด คือ หอยหวาน หอยแมลงภู และหอยหวาน
ครก
ถวยตวง
บีกเกอร
หลอดหยด
ชอ นตกั สาร
กระบอกตวง
ผา ขาวบาง
3.1.2 สารเคมี
นำ้ กลน่ั
นำ้ มันพชื
เฮกเซน ( C6H14 )
3.2 ขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน
3.2.1 การเตรยี มวสั ดดุ ดู ซบั
นำวัสดุที่ใชในการดูดซับคราบน้ำมัน ไดแก เปลือกหอยหวาน เปลือกหอยแมลงภู
และเปลอื กหอยลาย มาลา งทำความสะอาด จากน้นั นำไปตากแดดใหแ หง 3 ช่ังโมง และนำมาบดดวย
ครกพอหยาบจากนัน้ นำไปปน ใหล ะเอยี ดและนำไปรอนดวยตะแกรงเพื่อใหม ขี นาดทีเ่ ทากัน
3.2.2 ทดสอบการเปรยี บเทยี บประสิทธิภาพ ในการดูดซับคราบนำ้ มันของวัสดดุ ดู ซบั
3.2.2.1. ตวงน้ำกล้นั ในปรมิ าตร 100 มิลลิลติ ร ลงในบีกเกอร 200 มลิ ลิลิตร จำนวน
4 ใบ
3.2.2.2. ตวงนำ้ มนั พชื ทใี่ ชแ ลว 20 มิลลลิ ิตร เทลงในบกี เกอรทมี่ ีน้ำอยทู งั้ 4 ใบ

11

3.2.2.3. ชั่งผงเปลือกหอยหวาน เปลือกหอยแมลงภู และเปลือกหอยลาย ที่เตรียม
ไวมาอยางละ 10 กรมั แลวเทลงบกี เกอรท ีม่ นี ำ้ กล่นั และนำ้ มนั พชื อยู ทงั้ หมด 3 ใบ สวนอีก 1 ใบ จะมี
ไมมเี ปลือกหอยเพือ่ ใชเปนตวั เปรยี บเทยี บของปริมานทีเ่ ปลอื กหอยทั้ง 3 ชนิดน้ันดซู บั นำ้ มนั

3.2.2.4 จากนั้นทำการเกลี่ยใหทั่วท้ังบีกเกอรและใหพื้นผิววัสดุสัมผัสน้ำมันใหมาก
ท่สี ุด จับเวลา 10 นาที

3.2.2.5 ใชชอนตักเปลือกหอยทั้ง 3 ชนิดขึ้นมาพักไวในจานที่เตรียมไว แลวกรอง
ดว ยผาขาวบาง เพื่อวัดปรมิ าตรน้ำและน้ำมันทีเ่ หลอื หลงั การทดลอง

3.2.2.6 ลางน้ำมันที่ติดบริเวณขอบบีกเกอรโดยใช เฮกเซน ( C6H14 ) ปริมาตร 5
มิลลิลิตร จากน้ันอุนประมาณ 10 นาที เพื่อใหเฮกเซนระเหย เทสารละลายทั้งหมดใสกรวยแยก จะ
เกิดการแยกช้นั และไขสวนทีเ่ ปน น้ำและสว นของนำ้ มนั ออก ตามลำดับ

3.2.2.7 ทำการทดลองซ้ำตามขอ 3.2.2.1 – 3.2.2.7 ทั้งหมด 3 รอบ ตามลำดับ
และบนั ทึกผล

3.2.3 นำนำ้ มนั ท่เี หลอื ไปชง่ั และบันทึกผล
3.2.3.1 เกณฑก ารเปรยี บเทียบประสิทธิภาพ
วัดปริมาตรน้ำมันท่ีเหลือ จากการทดลอง โดยใชวิธคี ำนวณจากสตู ร
ประสิทธิภาพการดูดซบั = นำมันทห่ี ายไป x 100%
น้ำมันทงั้ หมด
โดยปรมิ าณนำ้ มนั ท่หี ายไป = ปริมาณน้ำมันทงั้ หมด – ปริมาณน้ำมนั ท่เี หลอื

ตารางที่ 2.2 เกณฑวดั ประสิทธภิ าพของตวั ดดู ซับ

การดูดซบั (%) ระดับคุณภาพ
80-100 ดมี าก
61-80 พอใช
0-60 นอย

ตอนท่ี 4 : ศึกษาความพึงพอใจของผทู ดลองใชท ี่มตี อ วสั ดดุ ูดซบั คราบนำ้ มันจากเปลือกหอยหวาน
1. เลือกผลิตภัณฑว สั ดุดดู ซับคราบนำ้ มันจากเปลอื กหอยหวานท่ีเหมาะสมจากการทดลอง
2. ศึกษาความพึงพอใจของทดลองใชท ี่มตี อวัสดดุ ดู ซับคราบนำ้ มันจากเปลือกหอยหวาน
1.ประชากรและกลมุ ตัวอยาง
2.เครอ่ื งมือท่ีใชใ นการเก็บรวบรวมขอ มูล
3. การตรวจสอบคณุ ภาพของเคร่ืองมือ
4. การเก็บรวบรวมขอมูล
5. สถติ ทิ ี่ใชใ นการวิเคราะหข อมูล

12

ขอบเขตดานประชากรและกลมุ ตัวอยา ง
กลมุ ตวั อยา ง ไดแก กลมุ พนักงานชมุ ชนไทวา ณ บรษิ ัทโรงมนั สำปะหลังพฒั นา จำกัด และผู

ทีอ่ ยูอาศัยในอำเภอบานฉาง จำนวน 30 คน ใชว ธิ ีการสุม ตัวอยางแบบงาย (Simple Random
Sampling)
เคร่อื งมอื ที่ใชในการเก็บรวบรวมขอ มลู

ลักษณะของเครื่องมอื ท่ีใช เปน แบบสอบถามที่สรา งข้นึ ซ่งึ ไดดําเนินการดังน้ี
1) ศกึ ษาเอกสารงานวจิ ัยทเ่ี ก่ยี วของ
2) นําผลการศกึ ษาท่ีไดม าสรางเครื่องมือใหค รอบคลมุ เนื้อหา และจดุ มงุ หมาย
3) เคร่ืองมือทีใ่ ชในการเก็บรวบรวม เปนแบบสอบถามเพอ่ื ใชประเมนิ ผลิตภัณฑ
โดยแบง เปน 3 สว น ดังนี้

สวนที่ 1 สอบถามขอมูลเบื้องตนของผูทดลองใชวัสดุดูดซับคราบน้ำมันจากเปลือก
หอยหวาน มลี กั ษณะเปนแบบสํารวจรายการ (check-list) สอบถามเกี่ยวกับขอมูลสวนตวั ไดแ ก เพศ
อายุ และตําแหนง

สว นท่ี 2 สอบถามเก่ยี วกับระดับความพงึ พอใจตามความคดิ เห็นของผทู ดลองใชวัสดุ
ดูดซับคราบน้ำมันจากเปลือกหอยหวาน โดยใชลักษณะการวัด เปนมาตราสวนประมาณคา (Rating
Scale) 5 ระดับโดยใชเกณฑของเบส (Best, 1970: 175) โดยเกณฑก ารใหคะแนน ดงั น้ี

คาคะแนนเฉลยี่ 4.50-5.00 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจ อยูในระดับมากท่ีสุด
คาคะแนนเฉล่ีย 3.50-4.49 หมายถึง มีความพึงพอใจ อยใู นระดบั มาก
คา คะแนนเฉลี่ย 2.50-3.49 หมายถงึ มีความพึงพอใจ อยใู นระดบั ปานกลาง
คาคะแนนเฉล่ีย 1.50-2.49 หมายถงึ มีความพึงพอใจ อยูในระดับนอย
คาคะแนนเฉลีย่ 1.00-1.49 หมายถึง มคี วามพงึ พอใจ อยูในระดับนอ ยทีส่ ดุ
สวนที่ 3 สอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็นและขอเสนอแนะเพิ่มเติม มีลักษณะเปน
แบบสอบถามปลายเปด
การตรวจสอบคณุ ภาพของเครื่องมือ
นําแบบสอบถามที่ไดตรวจสอบโดยคณะอาจารย พิจารณาแกไขตรวจสอบความถูกตองของ
ปญหา การใชภาษา ตลอดจนวิจารณ และเสนอแนะการสรางเครื่องมือ เมื่อพจิ ารณาแกไขแลว จึงนํา
แบบสอบถามพรอ มผลิตภัณฑ ไปประเมนิ กบั กลุมตัวอยา ง
การเก็บรวบรวมขอมูล
การเก็บรวบรวมขอมลู แจกแบบสอบถามเพ่ือสํารวจระดับความพงึ พอใจ ตามความคิดเห็นผู
ทดลองใชก ารดูดซบั คราบน้ำมันจากเปลือกหอยแมลงภู ที่เปน กลมุ ตัวอยา ง โดยคณะผูจัดทําโครงการ
ไดดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลดวยตนเอง และนําแบบสอบถามที่ไดรับกลับคืน 30 ฉบับ เพ่ือ
ตรวจสอบความถกู ตอ งความสมบูรณข องขอมลู จากทีแ่ จกทงั้ หมด 30 ฉบบั คดิ เปนรอ ยละ 100

13

สถติ ทิ ีใ่ ชใ นการวิเคราะหขอมูล

วเิ คราะหผ ลจากแบบประเมินความพึงพอใจของผทู ดลองใชว ัสดดุ ดู ซบั จากเปลอื กหอยแมลงภู

กลุม ผจู ดั ทำโครงการจะนําขอมูลมาวเิ คราะหผ ล ดังน้ี

1. การวิเคราะหจ ํานวนและรอยละของ กลุมพนักงานชุมชนไทวา ณ บริษัทโรงมันสำปะหลัง

พัฒนา จำกัด และผูคนที่อาศัยอยูในอำเภอบานฉาง จํานวน 30 คน ที่เปนกลุมตัวอยาง สถิติที่ใชคือ

การวเิ คระหขอ มูลคาเฉล่ีย (Mean) ∑

เมื่อ ∑ � =
= ผลบวกของขอมูลทีท่ ำการทดลอง

= จำนวนครั้งทท่ี ดลอง

การคาํ นวณหาคาเฉลยี่ (Mean) ของผลการประเมนิ โดยการใชส ตู ร ดงั น้ี

เม่อื ̅ =
� =
คา เฉลย่ี

∑ = ผลรวมของขอมลู ทงั้ หมด

= จำนวนขอมลู ทั้งหมด

2. การวิเคราะหขอมูลเกี่ยวกับระดับความคิดเห็นกลุมพนักงานชุมชนไทวา ณ บริษัทโรงมัน

สำปะหลังพัฒนา จำกัดและผูคนที่อาศัยอยูในอำเภอบานฉาง จํานวน 30 คน สถิติที่ใชคือ ความ

เบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation, SD) การคํานวณหาคาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

(Standard Deviation) ของผลการประเมนิ โดยใชส ูตร ดังนี้

. . = � ∑ 2− (∑ )2
( −1)
. . = คาเบ่ียงเบนมาตรฐาน

= ขอมูลแตล ะจำนวน
� = คาเฉล่ยี ของขอมูลแตล ะจำนวน

= จำนวนขอ มูลจากกลมุ ตวั อยาง

บทท่ี 4

ผลการทดลอง

จากที่ไดทำการทดลองทำโครงการวิจัย เรื่อง การดูดซับคราบน้ำมันจากเปลือกหอยแมลงภู

คร้งั น้ี คณะผูจดั ทำโครงการวิจัยไดรวบรวมขอมูลทั้งหมดที่ไดจ ากการทำการทดลอง และแบบประเมิน

ความพงึ พอใจของผูท่ีไดท ดลองใช จากกลุมตวั อยา ง จำนวณ 30 คน ไดรับขอมลู กลบั มา 30 ฉบบั แลว

นำมาวิเคราะหขอมลู

4.1 การนาํ เสนอผลการทดสอบประสิทธภิ าพการดดู ซบั คราบนำ้ มนั ของเปลอื กหอย

ตอนที่ 1 ทดสอบประสิทธิภาพในการดูดซับคราบน้ำมันของเปลือกหอยทั้ง 3 ชนิดเมื่อไมมีตัวเรง

ปฏิกิรยิ า

ตารางท่ี 4.1.1 การดูดซับคราบน้ำมันของเปลอื กหอยหวาน หอยแมลงภู และหอยลาย

ชนดิ ของเปลือกหอย ชนิดของ ปริมาตรของน้ำมัน ( ml ) ประสิทธภิ าพ ลำดับการดูด

นำ้ มนั กอน หลงั การดูดซับ (%) ซบั

เปลอื กหอยหวาน น้ำมันพชื 20 13 35 3

เปลือกหอยลาย น้ำมนั พืช 20 11 45 2

เปลอื กหอยแมลงภู น้ำมนั พชื 20 10 50 1

จากตารางท่ี 4.1.1 เปนการศกึ ษาประสิทธภิ าพการดูดซบั คราบน้ำมนั พืช ของเปลอื กหอยเมื่อ
ไมมีตัวเรงปฏิกิริยา พบวา เปลือกหอยแมลงภูสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดมากที่สุด ถึง 50 %
รองลงมา คือ เปลือกหอยลายสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดถึง 45 % และลำดับสุดทายคือ เปลือก
หอยหวานสามารถดูดวับคราบน้ำมันไดน อยที่สุดคือ 35 % เนื่องจากในกระบวนการเตรียมวัสดุไดท ำ
การ บดเปลือกหอยทั้ง 3 ชนิดใหมีขนาดเล็กและละเอียดมากที่สุดพบวาเปลือกหอยลายและเปลือก
หอยแมลงภูมีขนาดเล็กใกลเคียงกันมาแตเปลือกหอยหวาน มีเปลือกที่แข็งมากจึงทำใหบดแลวยังมี
ขนาดใหญอยู ทำใหไมสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดดี จึงสรุปผลไดวาเปลือกหอยที่มีขนาดเล็กและ
ละเอียดทำใหมีน้ำหนักเบา สามารถดูดซับคราบน้ำมันไดดีเพราะสามารถกระจายไดอยางทั่วถึงของ
พืน้ ท่ีผิวนำ้ มัน

15

ตอนที่ 2 ทดสอบประสิทธิภาพในการดูดซับคราบน้ำมันของเปลือกหอยทั้ง 3 ชนิดเมื่อมีตัวเรง

ปฏิกิริยา ตารางที่ 4.1.2 การดูดซับคราบน้ำมันของเปลือกหอยหวาน หอยแมลงภู และ

หอยลาย

ชนิดของเปลือก ชนิดของ ปรมิ าตรของนำ้ มัน ( ml ) ประสทิ ธิภาพ ลำดบั การดดู

หอย นำ้ มนั กอ น หลงั การดูดซับ (%) ซับ

เปลือกหอยหวาน น้ำมันพชื 20 17 15 3

เปลือกหอยลาย น้ำมนั พชื 20 12 40 2

เปลือกหอยแมลงภู น้ำมนั พชื 20 10 50 1

จากตารางท่ี 4.1.2 เปน การศึกษาประสทิ ธิภาพการดดู ซับคราบน้ำมนั พชื ของเปลือกหอยเมื่อ
มีตัวเรงปฏิกิริยา พบวา เปลือกหอยแมลงภูยังสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดมากที่สุด ถึง 50 %
รองลงมา คือ เปลือกหอยลายสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดถึง 40 % และลำดับสุดทายคือ เปลือก
หอยหวานสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดน อยที่สุดคือ 15 % เนื่องจากในกระบวนการเตรียมวัสดไุ ดท ำ
การ บดเปลือกหอยทั้ง 3 ชนิดใหมีขนาดเล็กและละเอียดมากที่สุดพบวาเปลือกหอยลายและเปลือก
หอยแมลงภูมีขนาดเล็กใกลเคียงกันมาแตเปลือกหอยหวาน มีเปลือกที่แข็งมากจึงทำใหบดแลวยังมี
ขนาดใหญอยู ทำใหไมสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดดี จึงสรุปผลไดวาเปลือกหอยที่มีขนาดเล็กและ
ละเอียดทำใหมีน้ำหนักเบา สามารถดูดซับคราบน้ำมันไดดีเพราะสามารถกระจายไดอยางทั่วถึงของ
พืน้ ท่ผี ิวน้ำมัน

16

ตอนท่ี 3 เพ่อื ศกึ ษาประสิทธภิ าพในการดูดซับคราบนำ้ มนั ของเปลอื กหอยแมลงภู
ตารางท่ี 4.1.3 การเปรยี บเทียบประสทิ ธภิ าพในการดูดซบั คราบน้ำมนั กบั เปลือกหอยท้ัง

3 ชนิด

การเปรยี บเทียบประสิทธภิ าพในการดดู ซับคราบนํ้ามนั กบั เปลือกหอยทงั้ 3 ชนดิ

60

50

ประสิทธิภาพการดูด ัซบ % 40

30
มตี วั เรง่ ปฎิกริ ยิ า

20 ไมม่ ตี วั เรง่ ปฎกิ รยิ า

10

0 เปลอื กหอยลาย เปลอื กหอยหวาน
เปลอื กหอยแมลงภู่

ชนิดของเปลือกหอย

จากตารางท่ี 4.1.3 เปน การศึกษาประสทิ ธภิ าพการดดู ซับคราบน้ำมันจากเปลือกหอยแมลงภู
ผลการทดลองจะเหน็ ไดวา เปลือกหอยแมลงภู นั้นมีประสิทธิภาพสามารถดูดซับคราบน้ำมัน
ในน้ำมันไดดี ในระดับที่ดีมาก คืออยูในชวงรอยละ 50 และรองลงมาอีกชนิดคือ เปลือกหอยลาย มี
ประสทิ ธิภาพการดดู ซบั คราบน้ำมนั อยูในชว ง รอยละ 40-45 และลำดับสดุ ทา ยคือเปลือกหอยหวานที่
มีประสิทธิภาพการดูดซับน้ำมันนอยที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากกระบวนการ ทดสอบวัสดุการดูดซับน้ำมัน
จากเปลือกหอยแมลงภูนี้ ผูจัดทำไดทำการ บดเปลือกหอยใหละเอียดและรอนดวยตะแกรง mesh
เพื่อใหเปลือกหอยทั้ง 3 ชั้นนั้นมีขนาดเทากันแลวคอยทำการทดสอบประสิทธิการดูดซับ เนื่องดวย
เปลือกหอยแมลงภูนั้นมีองคประกอบโครงสรางของแคลเซยี มเปนจำนวณมากทำใหสามารถดูดซบั ได
ในระดับดีมาก ขณะเดียวกันเปลือกหอยลายและเปลือกหอยหวานก็สามารถดูดซับคราบน้ำมันได
เชนกันแตนอยกวาเปลือกหอยแมลงภู เนื่องมาจากเปลือกหอยทั้ง 2 ชนิดนี้มีองคประกอบโครงสราง
ของแคลเซียมในปริมาณที่นอยกวาเปลือกหอยแมลงภู การดูดซับคราบน้ำมันชนิดตาง ๆ ก็
ประกอบดวยปจจัยเหลานี้ สงผลทำใหเปลือกหอยแมลงภู สามารถดูดซับน้ำมันไดดี เมื่อเทียบกับ
เปลอื กหอยลายและเปลือกหอยหวาน

17

ตอนที่ 4 : ศกึ ษาความพงึ พอใจท่มี ตี อประสิทธภิ าพการดดู ซับคราบนำ้ มันจากเปลือกหอยแมลงภู

1. ศกึ ษาความพงึ พอใจที่มตี อ ประสิทธภิ าพการดดู ซบั คราบนำ้ มันจากเปลือกหอยแมลงภู

การประเมินความพึงพอใจท่ีมตี อประสิทธิภาพการดูดซบั คราบน้ำมนั จากเปลือกหอยแมลงภู่

จากกลุมตัวอยาง ไดแก กลุมพนักงานชุมชนไทวา ณ บริษัทโรงมันสำปะหลังพัฒนา จำกัดและผูคนท่ี

อาศัยอยูในอำเภอบานฉาง จำนวน 30 คน ไดรับขอมูลกลับคืนจำนวน 30 ฉบับ คิดเปนรอยละ 100

มีรายละเอยี ดดงั นี้

สว นที่ 1 ผลการวเิ คราะหขอมลู ท่ัวไป

สอบถามขอมูลเบื้องตนของผูทำแบบสอบถามที่มีตอประสิทธิภาพการดูดซับคราบน้ำมันจาก

เปลือกหอยแมลงภู มีลักษณะเปนสำรวจรายการ (Check-list) สอบถามเกี่ยวกับขอมูลสวนตัว ไดแก

เพศ อายุ และตำแหนง

ตารางที่ 4.1.4 แสดงจำนวนและรอยละของกลุมพนักงานชุมชนไทวา ณ บริษัทโรงมัน

สำปะหลังพัฒนา จำกัด และผูคนที่อยูอาศัยในอำเภอบานฉาง จังหวัดระยอง จำนวน 30 คน ที่เปน

กลมุ ตัวอยา ง จำแนกตามเพศ

1. เพศ รายการ จาํ นวน ร้อยละ

ชาย 6 20
หญิง 24 80
รวม 30 100

จากตารางที่ 4.1.4 แสดงจำนวนและรอยละของกลุมพนักงานชุมชนไทวา ณ บริษัทโรงมัน

สำปะหลังพัฒนา จำกัด และผูคนที่อยูอาศัยในอำเภอบานฉาง จังหวัดระยอง จำนวน 30 คน ที่เปน

กลุมตัวอยาง จำแนกตามเพศ พบวาเพศกลุมตัวอยางเปนเพศชาย จำนวน 6 คน คิดเปนรอยละ 20
และเพศหญิง จำนวน 24 คน คดิ เปนรอ ยละ 80

ตารางที่ 4.1.5 แสดงจำนวนและรอยละของกลุมพนักงานชุมชนไทวา ณ บริษัทโรงมัน
สำปะหลังพัฒนา จำกัด และผูคนที่อยูอาศัยในอำเภอบานฉาง จำนวน 30 คน ที่เปนกลุมตัวอยาง
จำแนกตามอายุ

รายการ จำนวน รอ ยละ
2. อายุ
21 70
16 - 20 ป 7 23.3
21 - 29 ป 2 6.7
30 100
มากกวา 30 ป
รวม

18

จากตารางที่ 4.1.5 แสดงจำนวนและรอยละของกลุมพนักงานชุมชนไทวา ณ บริษัทโรงมัน
สำปะหลังพัฒนา จำกัด และผูคนที่อยูอาศัยในอำเภอบานฉาง จำนวน 30 คน ที่เปนกลุมตัวอยาง
จำแนกตามอายุ พบวา อายุกลุมตัวอยางสวนใหญ อายุ 16-20 ป จำนวน 21 คน คิดเปนรอยละ 70
อายนุ อ ยกวา 21-29 ป จำนวน 7 คน คดิ เปน รอ ยละ 23.3 และอายมุ ากกวา 30 ป จำนวน 2 คน คิด
เปนรอ ยละ 6.7

ตารางที่ 4.1.6 แสดงจำนวนและรอยละของกลุมพนักงานชุมชนไทวา ณ บริษัทโรงมัน
สำปะหลังพัฒนา จำกัด และผูคนที่อยูอาศัยในอำเภอบานฉาง จำนวน 30 คน ที่เปนกลุมตัวอยาง
จำแนกตามตำแหนง

รายการ จาํ นวน ร้อยละ
3. ตาํ แหน่ง
4 16.6
นกั ศึกษา - -
ครู/อาจารย์ 17 70.8
พนกั งานบริษทั 9 12.6
30 100
อ่ืน ๆ
รวม

จากตารางที่ 4.4.1.3 แสดงจำนวนและรอยละของกลุม พนักงานชุมชนไทวา ณ บริษัทโรงมนั
สำปะหลังพัฒนา จำกัด และผูคนที่อยูอาศัยในอำเภอบานฉาง จำนวน 30 คน ที่เปนกลุมตัวอยาง
จำแนกตามตำแหนง พบวา ตำแหนง กลมุ ตัวอยา งสวนใหญเปนพนักงานบรษิ ัท จำนวน 17 คน คิดเปน
รอยละ 70.8 อื่น ๆ จำนวน 9 คน คิดเปนรอยละ 12.6 และนักศึกษา จำนวน 4 คน คิดเปนรอยละ
16.6

19

สวนที่ 2 สอบถามเกี่ยวกับระดับความพึงพอใจที่มีตอประสิทธิภาพการดูดซับคราบน้ำมัน
จากเปลือกหอยแมลงภู โดยใชลักษณะการวัด เปนมาตรฐานสวนประมาณคา (Rating Scale) 5

ระดับ

ตารางที่ 4.1.7 แสดงคาเฉลี่ย ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความพึงพอใจที่มีตอ
ประสิทธิภาพการดูดซับคราบน้ำมันจากเปลือกหอยแมลงภู

รายการประเมนิ ˉX S.D. ระดับความ
พงึ พอใจ

1. ความพงึ พอใจ 3.83 1.81 มาก
1.1 ระยะเวลาในการดูดซับ
1.2 ปริมาณในการดูดซับ 4.20 1.28 มาก
1.3 ความสะดวกในการใชง าน
1.4 เนอื้ สมั ผสั ของวสั ดดุ ูดซบั 4.50 0.62 มากที่สดุ
1.5 ภาพรวมของวสั ดุดดู ซบั
2. ความรแู ละประโยชนท ่ีไดรับ 4.17 1.27 มาก
2.1 ประสทิ ธภิ าพการดดู ซับของเปลอื กหอยแมลงภู
2.2 คณุ สมบัติของเปลือกหอยเเมลงภู 4.57 0.62 มากที่สุด
2.3 การนำเปลือกหอยมาประยุกตใชใ หเกิดประโยชน
2.4 สามารถนำไปเผยเเพรใ หเ กดิ ประโยชนได 4.33 0.62 มาก
2.5 ความเหมาะสมของการทำวสั ดุที่ใชใ นการทดลอง
4.47 0.62 มาก
รวม
4.50 0.62 มากทส่ี ุด

4.47 1.02 มาก

4.47 0.62 มาก

4.28 0.91 มาก

20
จากตารางที่ 4.1.7 พบวาระดับความพึงพอใจทีม่ ีตอ ประสิทธิภาพการดูดซบั คราบน้ำมนั จาก
เปลือกหอยแมลงภูโดยรวมคาเฉลี่ยอยูในระดับมาก ( � = 4.28) เมื่อพิจารณารายดาน พบวา
ระยะเวลาในการดดู ซับ ( � = 3.83) ปริมาณในการดดู ซบั ( � = 4.20) ความสะดวกในการใชงาน
( � = 4.50) เนื้อสัมผัสของวัสดุดูดซับ( � = 4.17) ภาพรวมของวัสดุดูดซับ ( � = 4.57)
ประสิทธิภาพการดูดซับของเปลือกหอยแมลงภู ( � = 4.33) คุณสมบัติของเปลือกหอยเเมลงภู (
� = 4.47) การนำเปลือกหอยมาประยุกตใชใหเกิดประโยชน ( � = 4.50) สามารถนำไปเผยเเพร
ใหเกิดประโยชนได ( � = 4.47) ความเหมาะสมของการทำวัสดุที่ใชในการทดลอง ( � = 4.47)
ตามลำดับ

5
4
3
2
1
0

ภาพที่ 4.4.1 แสดงคะแนนเฉลี่ยระดับความพึงพอใจที่มีตอประสิทธิภาพการดูดซับคราบน้ำมันจาก
เปลือกหอยแมลงภู

บทที่ 5
สรุป และอภิปรายผลการศึกษาคนควา

การศึกษาคนควาในครั้งนี้มีจุดมุงหมายของการศึกษาคนควา เพื่อศึกษาองคประกอบของ
เปลือกหอยทั้ง 3 ชนิด ในปริมาณและขนาดที่เหมาะสมเปลือกหอยทั้ง 3 ชนิดที่ผานการกรองผาน
mesh 10 กรัม ตอ นำ้ มัน 20 มลิ ลลิ ิตร และเฮกเซน 5 มลิ ลลิ ิตร ในการทดสอบประสทิ ธิภาพการดูด
ซับน้ำมนั จากเปลือกหอย โดยมผี ลการศึกษาคนควา ดงั น้ี
5.1 สรปุ ผลการศกึ ษาคน ควา

จากผลการศึกษาคนควา ตอนที่ 1 พบวา เปลือกหอยแมลงภูสามารถดูดซับคราบน้ำมันได
มากที่สุด ถึง 50 % รองลงมา คือ เปลือกหอยลายสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดถึง 45 % และลำดับ
สุดทายคือ เปลือกหอยหวานสามารถดูดวับคราบน้ำมันไดนอยที่สุดคือ 35 % เนื่องจากใน
กระบวนการเตรียมวัสดุไดท ำการ บดเปลือกหอยทั้ง 3 ชนดิ ใหมขี นาดเล็กและละเอียดมากท่ีสุดพบวา
เปลอื กหอยลายและเปลือกหอยแมลงภูมีขนาดเล็กใกลเคยี งกันมาแตเ ปลือกหอยหวาน มเี ปลือกที่แข็ง
มากจึงทำใหบดแลวยังมีขนาดใหญอยู ทำใหไมสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดดี จึงสรุปผลไดวาเปลอื ก
หอยที่มีขนาดเล็กและละเอียดทำใหมีน้ำหนักเบา สามารถดูดซับคราบน้ำมันไดดีเพราะสามารถ
กระจายไดอยางทว่ั ถึงของพื้นท่ผี ิวนำ้ มันผลการทดลองเปนไปตามสมมุติฐาน

จากผลการศกึ ษาคนควา ตอนท่ี 2 พบวา เปลอื กหอยแมลงภยู ังสามารถดูดซับคราบน้ำมันได
มากที่สุด ถึง 50 % รองลงมา คือ เปลือกหอยลายสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดถึง 40 % และลำดับ
สุดทายคือ เปลือกหอยหวานสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดนอยที่สุดคือ 15 % เนื่องจากใน
กระบวนการเตรยี มวสั ดุไดท ำการ บดเปลอื กหอยท้ัง 3 ชนดิ ใหมีขนาดเลก็ และละเอยี ดมากท่ีสุดพบวา
เปลือกหอยลายและเปลือกหอยแมลงภมู ีขนาดเล็กใกลเคียงกันมาแตเปลือกหอยหวาน มเี ปลือกท่ีแข็ง
มากจึงทำใหบดแลวยังมีขนาดใหญอ ยู ทำใหไมสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดดี จึงสรุปผลไดวาเปลือก
หอยที่มีขนาดเล็กและละเอียดทำใหมีน้ำหนักเบา สามารถดูดซับคราบน้ำมันไดดีเพราะสามารถ
กระจายไดอ ยางทวั่ ถึงของพ้นื ทผ่ี ิวน้ำมันผลการทดลองเปนไปตามสมมตุ ิฐาน

จากผลการศึกษาคนควา ตอนที่ 3 พบวา เปลือกหอยแมลงภู นั้นมีประสิทธิภาพสามารถดดู
ซับคราบน้ำมันในน้ำมันไดดี ในระดับที่ดีมาก คืออยูในชวงรอยละ 50 และรองลงมาอีกชนิดคือ
เปลือกหอยลาย มีประสิทธิภาพการดดู ซับคราบน้ำมันอยูในชว ง รอยละ 40-45 และลำดับสุดทา ยคอื
เปลือกหอยหวานที่มีประสิทธภิ าพการดูดซับนำ้ มนั นอยท่ีสดุ ท้ังนี้เน่อื งจากกระบวนการ ทดสอบวัสดุ
การดูดซับน้ำมันจากเปลือกหอยแมลงภูนี้ ผูจัดทำไดทำการ บดเปลือกหอยใหละเอียดและรอนดวย
ตะแกรง mesh เพอื่ ใหเ ลือกหอยท้ัง 3 ช้นั น้นั มขี นาดเทา กนั แลว คอ ยทำการทดสอบประสิทธิการดูด
ซับ เนื่องดวยเปลือกหอยแมลงภูนั้นมีองคประกอบโครงสรางของแคลเซียมเปนจำนวณมากทำให
สามารถดูดซับไดในระดับดีมาก ขณะเดียวกันเปลือกหอยลายและเปลือกหอยหวานก็สามารถดูดซับ
คราบน้ำมันไดเชนกันแตนอยกวาเปลือกหอยแมลงภู เนื่องมาจากเปลือกหอยทั้ง 2 ชนิดนี้มี
องคประกอบโครงสรางของแคลเซียมในปริมาณที่นอ ยกวา เปลือกหอยแมลงภู การดูดซับคราบน้ำมนั

21

ชนิดตาง ๆ ก็ประกอบดวยปจจัยเหลานี้เอง สงผลทำใหเปลือกหอยแมลงภู สามารถดูดซับน้ำมันไดดี
เมือ่ เทยี บกับเปลอื กหอยลายและเปลอื กหอยหวาน
5.2 อภปิ รายผลการศึกษาคนควา

จากผลการศึกษาคนควา เรื่อง การดูดซับคราบน้ำมันจากเปลือกหอยแมลงภู เพื่อศึกษา
องคป ระกอบของเปลือกหอยทั้ง 3 ชนิด ในปริมาณและขนาดที่เหมาะสมเปลือกหอยทั้ง 3 ชนิดท่ีผาน
การกรองผาน mesh 10 กรัม ตอ น้ำมัน 20 มิลลิลิตร และเฮกเซน 5 มิลลิลิตร ในการทดสอบ
ประสทิ ธิภาพการดูดซับน้ำมันจากเปลือกหอยและเพ่ือศึกษาความพงึ พอใจของผูที่ทดลองใชจรงิ โดย
มีการอภปิ รายผล ดงั นี้

1. จากผลการทดลองการศึกษาประสิทธภิ าพ การดูดซับคราบน้ำมันพืช ของเปลือกหอยเมื่อ
ไมมีตัวเรงปฏิกิริยา พบวา เปลือกหอยแมลงภูสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดมากที่สุด ถึง 50 %
รองลงมา คือ เปลือกหอยลายสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดถึง 45 % และลำดับสุดทายคือ เปลือก
หอยหวานสามารถดดู วบั คราบนำ้ มันไดนอยทสี่ ุดคือ 35 % ไดผ ลบรรลุตามจุดมุง หมายและสมมุติฐาน
ท่ตี ัง้ ไว

2. จากผลการทดลองการศึกษาประสิทธิภาพ การดูดซับคราบน้ำมันพืช ของเปลือกหอยเม่อื
มีตัวเรงปฏิกิริยา พบวา เปลือกหอยแมลงภูยังสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดมากที่สุด ถึง 50 %
รองลงมา คือ เปลือกหอยลายสามารถดูดซับคราบน้ำมันไดถึง 40 % และลำดับสุดทายคือ เปลือก
หอยหวานสามารถดดู ซับคราบนำ้ มันไดนอยทส่ี ุดคือ 15 % ไดผลบรรลุตามจดุ มงุ หมายและสมมุติฐาน
ทต่ี ัง้ ไว

3. เปนการศกึ ษาประสิทธิภาพการดูดซับคราบน้ำมนั จากเปลือกหอยแมลงภู ผลการทดลอง
จะเหน็ ไดวา เปลือกหอยแมลงภู น้นั มปี ระสทิ ธิภาพสามารถดดู ซับคราบน้ำมันในน้ำมันได ในระดับท่ีดี
มาก คืออยูในชวงรอยละ 50 % และรองลงมาอีกชนิดคือ เปลือกหอยลาย มีประสิทธิภาพการดูดซบั
คราบน้ำมันอยูในชวง รอยละ 40-45 % และลำดับสุดทายคือเปลือกหอยหวานที่มีประสิทธิภาพการ
ดูดซบั นำ้ มันนอยท่สี ุด ไดผลบรรลตุ ามจดุ มุงหมายและสมมตุ ิฐานท่ีตงั้ ไว

4. จากผลการศึกษาคนควาการประเมนิ ความพึงพอใจของผทู ดลองใชวัสดุดดู ซับคราบน้ำมัน
จากเปลือกหอยแมลงภู โดยรวมคาเฉลี่ย ( � = 4.28) ซึ่งหมายความวามีคาเฉลี่ยอยูในระดับมากได
บรรลตุ ามจุดมุง หมายและสมมตุ ฐิ านทต่ี ง้ั ไวเ ชน กัน
5.3 ประโยชนท ่ีคาดวา จะไดรับ

1.6.1 สามารถนำเอาวัสดุธรรมชาติมาขจดั คราบน้ำมันโดยการดดู ซับ และเกดิ ประโยชนส งู
ท่ีสุด

1.6.2 ไดเ รียนรูก รรมวิธีการผลติ วสั ดุดูดซับคราบน้ำจากเปลอื กหอยแมลงภู และนำความรูท ี่
ไดไ ปเผยแพรได
5.4 ขอเสนอแนะในการทําวิจยั คร้งั ตอ ไป

1. ควรศึกษาและทดลองทาํ วัสดดุ ูดซับคราบน้ำมันจากเปลือกหอยชนิดตาง ๆ ตามทองถ่ิน
2. ควรศกึ ษาคุณสมบัติและปจจัยอ่นื ๆ ของเปลอื กหอยท่ีเกยี่ วกับการดูดซบั

22

บรรณานุกรม

ประสงคส ม ปุณยอุปพทั ธ. (2552). การเปรยี บเทยี บความสามารถการดูดซับ-กำจัดคราบน้ำมันของ
ตัวดดู ซบั

ชวี ภาพ เพื่อใชเ ปน แนวทางในการพัฒนาใชเ ปนทุน ลอยเพ่ือการเก็บกวาดคราบน้ำมัน.
(ออนไลน) .
เขา ถึงไดจ าก http://www.esanpedia.oar.ubu.ac.th/e-research/?q=node%2F807
&fbclid=lwAR2HP9O-Qrox-
8BcF_W6lp3TFlatGJiNKXiiqRlhXbopu7DqsXa1HU5Q2.
[วันที่เขาถึง 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2564]
จริยา สุตานนทไพบูลย. (2553). เหตกุ ารณน ้ำมันร่วั ไหลสูทะเล. (ออนไลน) . เขา ถงึ ไดจ าก

http://www.seub.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=465
:seubnews&catid=5:2009-10-07- 10-58-20&Itemid=14. [วันท่ีเขา ถงึ 9 พฤศจกิ ายน

2564]
จิต หนูแกว . (2556). ดอกธปู ษวี ชั พชื กาํ จดั คราบน้ำมันดบิ . (ออนไลน) . เขา ถงึ ไดจาก

http://www.nano.kmitl.ac.th/index.php.html. [วันท่ีเขาถึง 9 พฤศจกิ ายน 2564]
ศิริพร พงศสันติสุข. (2541). การกําจัดคราบน้ำมันในน้ำโดยใชวัสดุธรรมชาติเปนตัวดูดซับ.
(ออนไลน) .

เขาถึงไดจาก http://dric.nrct.go.th /bookdetail.php?book_id=88074.
[วันที่เขาถงึ 9 พฤศจกิ ายน 2564]
อรทัย วิเศษรัตน. (2554). การดูดซับน้ำมันโดยใชชานออยและชานออยปรับสภาพ. (ออนไลน).
เขา ถงึ ไดจ าก
http://www. oknation.net/blog/kaiuraiwan/2009/08/27/entry-2.
[วนั ทีเ่ ขาถึง 9 พฤศจกิ ายน 2564]
อภลิ กั ษณ เอียดเออ้ื และจิติ หนูแกว . (2556). จอมเกลา ลาดกระบงั คน พบดอกของตน ธปู ษีวัชพืช
ไทยมี
คณุ สมบตั นิ าโนเกบ็ นำ้ มนั ไดด เี ยย่ี ม. (ออนไลน) . เขาถงึ ไดจ าก
http://www.nano.kmitl.ac.th/index.php.html. [วันทเ่ี ขา ถงึ 9 พฤศจกิ ายน 2564]

23

ภาคผนวก ก
แบบสอบถามการดดู ซบั คราบนำ้ มันจากเปลือกหอยแมลงภู

24

แบบสอบถาม
การดดู ซบั คราบนำ้ มนั จากเปลือกหอยแมลงภู
คำช้ีแจง : แบบสอบถามฉบับนี้ จดั ทำขน้ึ เพ่ือใชสำหรับประเมนิ ความพงึ พอใจของผูทดลองใชว ัสดดุ ดู

ซับคราบน้ำมนั จากเปลือกหอยแมลงภู เพ่ือเปนแนวทางในการปรับปรุงและพฒั นาตอไป

สวนท่ี 1 ขอมลู ทั่วไป

โปรดใสเ ครื่องหมาย ( ✓ ) ลงใน ที่ตรงกบั ความคิดเห็นของทาน

1. เพศ ชาย หญงิ

2. อายุ 16-20 ป 21-29 ป 30 ปข้ึนไป

3. ตำแหนง นกั ศกึ ษา อาจารย พนังงาน

บริษทั

อน่ื ๆ ...............................

สว นที่ 2 ความพงึ พอใจตอ วสั ดุดดู ซับคราบน้ำมันจากเปลือกหอยแมลงภู อยใู นระดับใด

รายการประเมนิ ระดบั ความพงึ พอใจ

มากทีส่ ดุ มาก ปานกลาง นอย นอยทสี่ ดุ

(5) (4) (3) (2) (1)

1. ระยะเวลาในการดูดซบั

2. ปริมาณในการดดู ซับ

3. ความสะดวกในการใชงาน

4. เนอ้ื สัมผสั ของวสั ดดุ ูดซบั

5. ภาพรวมของวัสดุดูดซบั

สว นที่ 3 ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………

25

ภาคผนวก ข
ประมวลผลรูปการดำเนินงาน

26

ภาพที่ ข-1 แสดงการตากหอยแมลงภู ภาพที่ ข-2 แสดงการตากหอยหวาน

ภาพท่ี ข-3 แสดงการตากหอยลาย ภาพที่ ข-4 แสดงการตำหอยแมลงภู

ภาพที่ ข-5 แสดงการตำหอยหวาน ภาพที่ ข-6 แสดงการตำหอยลาย

27

ภาพท่ี ข-7 แสดงการรอนหอย ภาพท่ี ข-8 แสดงการชั่งหอยแมลงภู

ภาพท่ี ข-9 แสดงการชง่ั หอยหวาน ภาพที่ ข-10 แสดงการชั่งหอยลาย

ภาพท่ี ข-11 แสดงนำ้ มันพืช ภาพที่ ข-12 แสดงเปลอื กหอย ท้ัง 3 ชนิด
ที่เทลงในบีกเกอรทม่ี นี ำ้ กลั่นและนำ้ มันพชื

28

ภาพที่ ข-13 แสดงเปลือกหอยทง้ั 3 ชนดิ ขนึ้ มาพัก ภาพที่ ข-14 แสดงการอนุ เฮกเซน
10 นาที

ภาพที่ ข-15 แสดงการแยกชน้ั และไขสวน
ที่เปนน้ำและสว นของน้ำมนั ออก


Click to View FlipBook Version