คำศพั ทช์ วี วิทยำ
จัดทำโดย
นำยไพสฐิ เดอื นศิริรัตน์
ม.5/เ7สนเลอขท่ี18
คุณครพู ชรกมล พูลลำย
บทที่ 8
1. กลบี ดอกไม้ Petal : มีสีสันสวยงำม มีกลน่ิ หอมเพ่ือใช้ลอ่ แมลง
2. กลบี เลย้ี งของดอก Sepal : เป็นส่วนของดอกท่ีอยนู่ อกสุด ทำหน้ำทีห่ ่อห้มุ และ
ป้องกนั อันตรำย
3. กำรถำ่ ยเรณู Pollination : กำรที่เรณูถำ่ ยเทออกจำกอับเรณูที่เปดิ ออกของเกสรเพศผู้ไป
ยังยอดเกสรเพศเมยี ทพี่ รอ้ มจะรับเรณู
4. กำรปฏสิ นธคิ ู่ double fertilization : เปน็ รูปแบบกำรปฏิสนธิในพชื ซงึ่ มีกำรรวมตวั
ของนิวเคลียส 2 คร้ัง
5. เกสรเพศผู้ Stamen : เจรญิ และเปล่ียนแปลงมำจำกเนือ้ เยอื่ เจรญิ ปลำยยอด ทำหนำ้ ท่ี
สร้ำงเซลลส์ ืบพนั ธุเ์ พศผู้
6. เกสรเพศเมยี Pistil : เป็นชัน้ ท่อี ยใู่ นสดุ เปล่ียนแปลงมำจำกใบเพอ่ื ทำหนำ้ ที่สรำ้ ง
เซลลส์ บื พนั ธ์เุ พศเมีย
7. ดอกชอ่ Inflorescence Flower : ดอกหลำย ๆ ดอกทอี่ ยู่บนกำ้ นดอกเดยี วกนั
8. ดอกรวม Composite Flower : เป็นดอกชอ่ ชนดิ หน่ึง ซึ่งจะประกอบดว้ ยดอกย่อยเล็กๆ
จำนวนมำกรวมอย่บู นฐำนรองดอก มกี ำ้ นชูดอกอนั เดยี วกนั มองดูคล้ำยดอกเดี่ยว
9. ดอกเดย่ี ว Solitary Flower : ดอกไม้ท่ีมดี อกอยเู่ พยี งดอกเดียวบนกำ้ นชดู อกเพียงก้ำน
เดยี ว
10. ดอกไมส่ มบรู ณ์ Incomplete flower : ดอกไมท้ ไ่ี มไ่ ดม้ สี ่วนประกอบครบทั้ง 4 อย่ำง
ใน 1 ดอก อำจขำดส่วนประกอบใดส่วนประกอบหน่ึงไป
Pistil Stamen
บทที่ 8
11. ดอกไมส่ มบรู ณเ์ พศ Imperfect Flower : เป็นดอกท่ีมเี กสรตัวผู้หรือเกสรตวั เมียเพียง
อย่ำงเดยี ว
12. ดอกสมบรู ณ์ Complete flower : อดอกไมท้ ีม่ ีสว่ นประกอบครบทง้ั 4 อย่ำงใน 1 ดอก
ไดแ้ ก่ เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมยี กลบี เล้ยี ง กลีบดอก
13. ดอกสมบรู ณเ์ พศ Perfect Flower : เป็นดอกท่ีมที ้ังเกสรตวั ผูแ้ ละเกสรตัวเมยี ในดอก
เดยี วกนั
14. ผนงั ผล pericarp : ส่วนทเ่ี จรญิ เปลี่ยนแปลงมำจำกรังไข่
15. ผลกลมุ่ aggregate fruit : ผลที่เกดิ จำกรงั ไขห่ ลำยรังไขห่ รอื กลุ่มของรังไข่ ในดอก
เดียวกัน
16. ผลเดย่ี ว simple fruit : ผลจำกดอก 1 ดอก และมีรังไข่ 1 อนั
17. ผลรวม multiple fruit : ผลท่เี กดิ จำกรงั ไข่ ของดอกแตล่ ะดอกของ ดอกช่อซง่ึ เชอ่ื ม
รวมกนั แนน่ รังไขเ่ หล่ำนีจ้ ะกลำยเป็นผลย่อย ๆ เชื่อมรวมกันแน่นจนคลำ้ ยเป็นผลเด่ียว
18. รังไข่ ovary : เปน็ โครงสรำ้ งหลักของอวัยวะสบื พนั ธุ์เพศเมยี ภำยในมีออวุล
19. ออวลุ ovule : โครงสร้ำงภำยในรังไขข่ องพชื ดอก เปน็ ที่กำเนิดของเซลล์ไข่
20. อบั เรณู anther : สว่ นหน่งึ ของเกสรเพศผู้มีลักษณะเป็นกระเปำะ เปน็ แหลง่ สรำ้ งและ
เก็บละอองเรณู
Ovule Pericarp
บทท่ี 9
1. ช่องพธิ Pith cavity : เนอื้ เยือ่ บรเิ วณกลำงลำตน้ และรำก เป็นเซลล์ทม่ี ผี นังเซลลบ์ ำง
2. เซลลข์ นรำก Root hair cell : เปน็ เซลล์เดี่ยวทมี่ ีขนรำกเปน็ ส่วนหนึ่งของผนังเซลล์ยน่ื
ออกไปเพื่อเพิม่ พื้นที่ผวิ ในกำรดูดซึมน้ำและแรธ่ ำตุ
3. เซลลค์ มุ Guard cell : เซลลท์ ที่ ำหนำ้ ทค่ี วบคมุ กำรปดิ เปดิ ของปำกใบ
4. ไซเลม็ Xylem : เน้ือเย่ือลำเลียงนำ้ มหี นำ้ ท่ลี ำเลียงนำ้ จำกรำกขึน้ ไปยอด
5. เนอื้ ไม้ Wood : เปน็ เน้อื เยอ่ื ของพืชท่ที ำหนำ้ ทล่ี ำเลียงน้ำและแรธ่ ำตุตำ่ ง ๆ ไปส่สู ว่ นตำ่ ง
ๆ ของพชื
6. เน้ือเยอ่ื เจรญิ Meristem tissue : เน้ือเย่ือทม่ี ีเซลล์กำลงั แบง่ ตัวแบบไมโทซิส เพอื่ สรำ้ ง
เซลลใ์ หม่
7. เนือ้ เยอ่ื เจรญิ สว่ นปลำย Apical meristem : เป็นเนื้อเย่อื เจริญทีอ่ ยูบ่ ริเวณปลำยยอดหรอื
ปลำยรำก รวมทัง้ ทต่ี ำ หน้ำท่ีทำให้ปลำยยอดหรือปลำยรำกยดื ยำวออกไป
8. ใบยอ่ ย Leaflet : ใบหลำยๆใบ ทอ่ี ยบู่ นก้ำนใบอันเดยี วกนั
9. เปลอื กไม้ bark : สว่ นที่อยู่ถัดจำกวำสควิ ลำร์แคมเบยี มออกไปขำ้ งนอก
10. แผน่ ใบ. Blade : ลกั ษณะใบมีสีเขียว รูปรำ่ งต่ำงๆ กัน
Root hair cell Xylem
บทท่ี 9
11. โฟลเอม็ Phloem : มหี น้ำท่ลี ำเลยี งซโู ครสจำกทีส่ รำ้ งไปยังทอี่ นื่ ๆ
12. รำกแกว้ tap root : รำกที่ยำวและใหญก่ ว่ำรำกอน่ื ๆท่ีแยกออกไป ทำหนำ้ ท่ี เปน็ หลกั
รบั ส่วนอน่ื ๆใหท้ รงตวั อยูไ่ ด้
13. รำกแขนง lateral root : รำกทีเ่ จริญเตบิ โตออกมำจำก รำกแกว้
14. รำกทตุ ยิ ภมู ิ secondary root : เปน็ รำกท่ีเกดิ มำจำกรำกแกว้ มักจะงอกเอยี งลงใน
ดินหรือเกือบขนำนไปกบั ผิวดนิ
15. รำกปฐมภมู ิ primary root : เป็นรำกทีเ่ กิดโดยตรงมำจำกรำกแรกเกิดของเอ็มบรโิ อ
เป็นรำกขนำดใหญ่ ทำหนำ้ ท่ีเปน็ รำกหลกั ของพืช
16. รำกพเิ ศษ Adventitious root : เปน็ รำกทีง่ อกจำกส่วนตำ่ ง ๆ ของพืช
17. ลำตน้ ออ่ น young stem : อยู่ถดั จำกตำแหนง่ ใบเริ่มเกดิ ลงมำ ลำตน้ ส่วนใตใ้ บออ่ น
ก็ยังเปน็ ลำต้นระยะท่ียังเจริญไมเ่ ตม็ ท่ี
18. เสน้ กลำงใบ Midrib : เปน็ เสน้ ใบภำยในใบ ทำหน้ำที่ลำเลยี งสำร
19. เสน้ ใบ Vein : ส่วนทต่ี อ่ จำกเส้นกลำงใบ
20. หูใบ stipule : เปน็ สว่ นของระยำงคท์ ยี่ ื่นออกมำตรงโคนใบที่ติดกบั ลำตน้
Phloem taproot
บทท่ี 10
1. กัตเตชนั่ guttation : กระบวนกำรทพี่ ชื กำจดั นำ้ ออกมำในรูปของหยดน้ำ
2. กำรคำยนำ้ transpiration : กระบวนกำรทพ่ี ชื กำจัดนำ้ ออกมำในรูปของไอนำ้
3. กำรซมึ ตำมรเู ลก็ capillary action : กำรซึมตำมรเู ล็กเปน็ ปรำกฎกำรณท์ ่ขี องเหลว
ถูกยกสูงขึ้นในหลอดทดลองขนำดเล็ก
4. กำรแพร่ diffusion : เปน็ กำรเคล่ือนท่อี นภุ ำคของสำรจำกบริเวณท่ีมีควำมเข้มขน้ ของ
สำรมำกไปยังบริเวณที่มีควำมเขม้ ขน้ ของสำรน้อย
5. กำรแพรแ่ บบฟำซลิ เิ ทต facilitated diffusion : กำรลำเลียงสำรจำกบริเวณทมี่ คี วำม
เข้มข้นของสำรสูงไปจนถงึ บรเิ วณท่มี คี วำมเขม้ ข้นของสำรตำ่ แตต่ อ้ งอำศัยตัวพำเป็น
ตวั กลำง ในกำรแพร่
6. กำรออสโมซสิ osmosis : เป็นกำรแพรข่ องนำ้ จำกบริเวณท่มี ีน้ำมำกกวำ่ ไปส่บู ริเวณ
ทีม่ นี ำ้ น้อยกว่ำ
7. ควำมดนั รำก Root pressure : แรงดันในรำกพชื ท่ที ำให้น้ำเคลอ่ื นที่จำกรำกขน้ึ สู่
ลำต้น
8. ชลศกั ย์ water potential : พลงั งำนอิสระของนำ้ ต่อหน่งึ หน่วยปริมำตร โดยน้ำ จะ
มกี ำรเคลือ่ นที่สทุ ธิจำกบริเวณ ทีม่ ชี ลศักย์สูงไปบริเวณท่มี ชี ลศกั ยต์ ำ่
9. ธำตอุ ำหำรรอง micronutrients : ธำตุอำหำรที่พชื ตอ้ งกำรในปริมำณนอ้ ย
10. ธำตอุ ำหำรหลกั macronutrient : ธำตุอำหำรท่พี ืชตอ้ งกำรในปรมิ ำณมำก
Guttation Transpiration
บทท่ี10
11. เนือ้ เยอื่ ชน้ั ผวิ Epidermis : เปน็ กลุ่มเซลล์ท่ีมีกำรจัดเรียงตัวอยู่ชัน้ นอกตำมส่วนต่ำงๆ
ของพชื ทำหนำ้ ทปี่ กคลมุ และปอ้ งกนั อนั ตรำยในพชื
12. เนื้อเยอ่ื ถำวร Permanent tissue : เปน็ เน้อื เยอ่ื ซ่ึงเจริญเติบโตเตม็ ทแ่ี ล้ว
13. แบบซมิ พลำสต์ symplast pathway : กำรลำเลียงน้ำจำกเซลลห์ น่งึ สู่เซลล์หนงึ่ ผ่ำนพ
ลำสโมเดสมำตำ
14. แบบอโพพลำสต์ apoplast pathway : ลำเลียงนำ้ โดยไมผ่ ่ำนเข้ำสูเ่ ซลล์ แต่เคลือ่ นท่ีไป
ตำมผนังเซลล์และช่องว่ำงระหวำ่ งเซลล์
15. โปรตนี ลำเลยี ง transport protein : เป็นโปรตนี ที่ทำหนำ้ ทข่ี นส่งโมเลกุลเลก็ ๆ ไปสู่สว่ น
ต่ำงๆ ของรำ่ งกำย
16. พลำสโมเดสมำตำ Plastmodesmata : เป็นช่องวำ่ งเล็กจำนวนมำก ท่อี ยูบ่ นผนงั เซลล์
ช่วยทำหน้ำท่ีเชื่อมเซลล์ที่อยู่ใกล้เคยี งกนั เพือ่ ช่วยในกำรขนถำ่ ยสงิ่ ๆตำ่ งๆระหว่ำงเซลลพ์ ชื
17. รหู ยำดนำ้ hydathode : อยู่ปลำยสุดของไซเลม็ บริเวณขอบใบหรือปลำยใบ
18. แรงดงึ จำกกำรคำยนำ้ transpiration pull : กำรลำเลียงนำ้ จำกรำกส่ดู ำ้ นบนโดยอำศยั แรง
ดงึ จำกกำรคำยน้ำเปน็ หลัก
19. เลนตเิ ซล lenticel : รอยทีป่ รแิ ยกท่ผี ิวเปลือกไม้ พบในพชื ทม่ี กี ำรเตบิ โตแบบทุติยภูมิ
20. ไฮโดรโปนกิ ส์ Hydroponics : กำรปลกู พชื โดยไม่ใช้ดนิ โดยใหร้ ำกแช่อยใู่ นน้ำทม่ี ธี ำตุ
อำหำรพชื ละลำยอยู่
Hydathode
บทท่ี 11
1. กำรถำ่ ยทอดอเิ ลก็ ตรอนแบบเปน็ วฏั จกั ร Cyclic Electron Transfer : กำรถ่ำยทอด
อเิ ลก็ ตรอนแบบเป็นวัฏจกั ร
2. กำรถำ่ ยทอดอเิ ลก็ ตรอนแบบไมเ่ ปน็ วฏั จกั ร Noncyclic Electron Transfer : กำร
ถำ่ ยทอดอเิ ล็กตรอนแบบไมเ่ ปน็ วฏั จกั ร
3. คลอโรฟลี ล์ Chlorophyll : สำรสเี ขยี ว พบในพชื สำหร่ำย ไซยำโนแบคทีเรยี
4. คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟำ้ electromagnetic wave : คลืน่ ชนดิ หนึ่งท่เี คลื่อนท่ีโดยไมอ่ ำศยั
ตัวกลำง โดยอำศัยกำรเหนีย่ วนำกันระหวำ่ งสนำมแม่เหลก็ และสนำมไฟฟำ้
5. คำรบ์ อกซเิ ลชนั Carboxylation : เปน็ ปฏิกิริยำของสำรชนดิ หน่งึ ทรี่ วมตัวกบั แกส๊
คำร์บอนไดออกไซดแ์ ล้วเกดิ หมคู่ ำรบ์ อกซลิ
6. จดุ อมิ่ ตวั ของคำรบ์ อนไดออกไซด์ carbon dioxide saturation point : เมือ่ ควำมเข้มขน้
ของคำรบ์ อนไดออกไซด์ในอำกำศเพิม่ มำกขึน้ ถงึ จดุ หนงึ่ อตั รำกำรตรึงคำรบ์ อนไดออกไซด์
สุทธิจะไมเ่ พิม่ ขึน้
7. จุดอมิ่ ตวั ของแสง Light saturation point : จุดหนึ่งที่เม่อื เพ่มิ ควำมเข้มขน้ ของแสงแล้ว
อัตรำกำรตรงึ คำร์บอนไดออกไซด์สุทธจิ ะไมเ่ พิ่มขนึ้
8. ปฏกิ ริ ยิ ำแสง Light reaction : กำรสร้ำงสำรพลงั งำนสงู คือ NADPH และ ATP ใน
ภำวะท่ีมแี สงซ่งึ เกิดขึ้นทีไ่ ทลำคอยด์
9. ปจั จยั จำกดั limiting factor : ปัจจัยท่ีมผี ลในกำรจำกัดกำรเจรญิ เติบโต กำรแพรพ่ ันธุ์ หรอื
กำรกระจำยของส่ิงมีชีวิตในระบบนเิ วศ
10. โฟโตเรสไพเรชนั photorespiration : หรือกำรหำยใจเชงิ แสง เป็นปฏิกริ ิยำออกซเิ ดชนั ที่
เกดิ ข้ึนได้ระหวำ่ งกำรตรึงคำรบ์ อนในพชื ใชอ้ อกซเิ จนและปล่อยคำรบ์ อนไดออกไซด์ เกิดขน้ึ
ในขณะท่ีมแี สง Chlorophyll
บทที่ 11
11. ระบบแสง Photosystem : สำรสีทีฝ่ ังตวั อยรู่ วมกันเป็นกลุ่ม
12. รีดกั ชนั Reduction : ปฏิกิริยำท่ีมกี ำรรบั อเิ ล็กตรอน ซ่ึงสำรทร่ี ับอเิ ลก็ ตรอนจะมเี ลข
ออกซิเดชันลดลง
13. ไลตค์ อมเพนเซชนั พอยต์ Light compensation point : หรอื ค่ำชดเชยแสง จดุ ทท่ี ำให้
อตั รำกำรสงั เครำะห์ดว้ ยแสงซง่ึ จะดดู คำร์บอนไดออกไซด์ และ คำยออกซิเจน เทำ่ กบั อัตรำ
กำรหำยใจซึง่ ดูดออกซิเจน และ คำยคำรบ์ อนไดออกไซด์
14. วัฏจกั รแคลวนิ Calvin Cycle : เปน็ กระบวนกำรตรงึ คำรบ์ อนไดออกไซด์ เพอ่ื สร้ำง
สำรอินทรีย์ ซึ่งตอ้ งใชส้ ำร ATP และ NADPH ทไ่ี ดจ้ ำกปฏิกริ ิยำทตี่ อ้ งใชแ้ สงมำ
สงั เครำะหน์ ้ำตำล กระบวนกำรนี้เกิดขนึ้ บริเวณสโตรมำ ซ่ึงอย่ภู ำยนอกไทลำคอยด์แตอ่ ยู่
ภำยในคลอโรพลำสต์
15. ศนู ยก์ ลำงปฏกิ ริ ยิ ำ Reaction Center : คลอโรฟิลล์ เอ
16. สถำนะกระตนุ้ excited state : อะตอมที่ได้รบั พลังงำนเพมิ่ ขนึ้ ทำใหอ้ ิเลก็ ตรอนถูก
กระตนุ้ ให้อยู่ในระดับพลังงำนสูงขนึ้
17. สถำนะพนื้ ground state : อะตอมท่อี ิเล็กตรอนซ่งึ เคล่ือนที่อยู่รอบนิวเคลยี สมี
พลงั งำนเฉพำะตวั อยู่ในระดบั พลงั งำนต่ำ
18. สำรสี Pigment : ตัวรบั พลังงำนแสง
19. แสงทตี่ ำมนษุ ยม์ องเหน็ ได้ visible Light : แสงทมี่ ีควำมยำวคลืน่ ช่วง 400-700 นำโน
เมตร
20. อนภุ ำค particle : สสำรที่มีปรมิ ำณนอ้ ยมำกหรอื เลก็ มำก
Pigment Particle
บทที่ 12
1. กำรตอบสนองตอ่ กำรสมั ผสั thigmotropism : เมือ่ สมั ผสั พืชจะมีกำรตอบสนองหลำยๆ
รปู แบบ
2. กำรตอบสนองตอ่ นำ้ hydrotropism : รำกพืชเจริญเขำ้ หำน้ำหรอื ควำมชนื้
3. กำรตอบสนองตอ่ สำรเคมี chemotropism : กำรงอกของหลอดเรณไู ปยงั ออวลุ ของพชื มี
สำรกลุ่มโปรตนี ทอ่ี อวลุ สร้ำงขน้ึ เพอ่ื กำหมดทศิ ทำงกำรงอก
4. กำรตอบสนองของพชื ตอ่ แรงโนม้ ถว่ ง Geotropism : กำรตอบสนองทม่ี ที ิศทำงสมั พันธ์
กับทศิ ทำงของแรงโนม้ ถ่วงของโลก
5. กำรเบนเนอ่ื งจำกแสง phototropism : กำรตอบสนองทม่ี ีทศิ ทำงสัมพนั ธก์ บั แสง
6. กำรบำนของดอกไม้ epinasty : กลมุ่ เซลล์ดำ้ นในของกลบี ดอกขยำยมำกกวำ่ ด้ำนนอก
7. กำรหบุ ของดอกไม้ hyponasty : กล่มุ เซลลด์ ้ำนนอกของกลีบดอกขยำยมำกกว่ำดำ้ นใน
8. จบิ เบอเรลลนิ gibberellins : เกย่ี วขอ้ งกบั กำรยดื ตวั ของเซลล์ ทำลำยกำรพกั ตวั ของพืช
9. ไซโทไคนนิ cytokinins : เก่ยี วข้องกบั กำรแบง่ เซลล์ของพืช ชะลอกำรแกช่ รำและ
กระตนุ้ กำรแตกตำข้ำง
10. ทรอพซิ มึ tropism : แบบมีทศิ ทำงเกย่ี วข้องสัมพันธ์กบั สง่ิ เรำ้
บทท่ี 12
11. นเู ทชนั nutation : กำรเคล่ือนไหวแบบสำ่ ย กำรตอบสนองท่เี กดิ จำกกำรเจริญเตบิ โต
ของโครงสร้ำงท่ีไมเ่ ท่ำกนั ทง้ั สองดำ้ น
12. แนสตกิ มฟู เมนต์ nastic movement : แบบมที ิศทำงท่ไี มส่ มั พนั ธก์ ับทศิ ทำงของส่งิ
เร้ำ
13. พลั ไวนสั Pulvinus : โคนก้ำนใบปอ่ ง
14. พชื ดนิ เคม็ halophyte : พืชทีส่ ำมำรถปลกู บนดินเค็มได้
15. ภำวะเครยี ด Stress : สิง่ ทีส่ ง่ ผลกระทบให้พชื ไม่สำมำรถเติบโตเต็มท่ตี ำมศกั ยภำพ
ทำงพนั ธกุ รรม
16. แรงดนั เตง่ turgor pressure : แรงดันท่เี กิดขึน้ ภำยในเซลล์ เกดิ ข้ึนเน่อื งมำจำกน้ำ
ออสโมซิสเขำ้ ไปภำยในเซลลแ์ ล้วดันให้เซลล์แตง่ หรอื บวมขน้ึ มำ
17. สภำพพกั ตวั ของเมลด็ seed dormancy : สภำพที่เอมบรโิ อในเมล็ดสำมำรถคงสภำพ
และมชี วี ิตอย่ไู ด้โดยไม่เกิดกำรงอก
18. ออกซนิ auxins : เปน็ กลุ่มของสำรที่มหี นำ้ ทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั กำรขยำยขนำดของเซลล์
19. เอทลิ นิ ethylene : ก๊ำซชนดิ หนึ่งและจดั เปน็ ฮอร์โมนพืช ควบคุมกำรแก่ชรำ กำร
สุก
20. ฮอรโ์ มนพชื Plant hormones : สำรควบคุมกำรเจรญิ เติบโตของพชื
Pulvinus Seed dormancy