ผลงานวิชาการ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลลา พ ู น ประจ าปี งบประมาณ 2566 คณะกรรมการวิชาการ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลลำพูน
ปาฐกถา จากหัวหน้าพยาบาล การทำวิจัยทางการพยาบาล เป็นการเปิดรูปแบบการปฏิบัติงานของพยาบาลที่ได้ขยายความรู้และ ทักษะเข้าสู่การผสมผสานกับการวิจัยทางวิชาการ การทำวิจัยทางการพยาบาลไม่เพียงแต่เสริมความเข้าใจใน ภาคทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังเป็นการศึกษาและประเมินแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่ดีขึ้น และสร้างมูลค่าแก่อาชีพ พยาบาลอย่างยิ่งในการสร้างแนวทางการดูแลที่เชื่อถือได้ตามหลักการวิชาการและรูปแบบทางการวิจัยที่ ถูกต้อง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความก้าวหน้าให้กับอาชีพพยาบาลและสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักพัฒนาและ นักวิจัยในการต่อยอดในการวิจัยทางการพยาบาล มันเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นและความพยายามในการ เพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยและสังคมโดยรวม ขอขอบคุณพยาบาลทุกท่านที่มุ่งมั่นในการทำวิจัยทางการพยาบาลและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีใน วิชาชีพพยาบาล และขอเป็นกำลังใจและชื่นชมในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไป วัชราพร ดวงแก้ว หัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลลำพูน
Oral Presentation ประเภทงานวิจัย/CQI- Clinic ผู้วิากษ์ พว.พรพิมล คุณประดิษฐ์ พว.มาลีวรรณ เกษตรทัต พว.ทับทิม เดชจรรยา รหัส ชื่อเรื่อง ผู้นำเสนอ เวลานำเสนอ และวิพากย์ C-R1 การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยทวารเทียมรายใหม่ จังหวัดลำพูน พว.ศศิธร พิชัยพงศ์ 9.00-9.10 น. C-R2 ประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาล เพื่อลดการ ติดเชื้อดื้อยา ในหอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง รพ.ลำพูน พว.จันทร์เพ็ญ พิมพิลา 9.10-9.20 น. C-R3 การพัฒนากระบวนการรับใหม่ผู้ป่วยในหอผุ้ป่วยอายุรกรรม หญิง โรงพยาบาลลำพูน พว.จันทร์เพ็ญ พิมพิลา 9.20-9.30 น. C-R4 ประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาลในการดูแล ผู้ป่วยเพื่อป้องกันการดึงท่อช่วยหายใจและท่อช่วยหายใจเลื่อน หลุดโดยไม่ได้วางแผน พว.เกศรา ชมภูพลอย 9.30-9.40 น. C-R5 ผลการปฎิบัติตามแนวทางการป้องกันและการแพร่กระจายเขื้อ ดื้อยาในห้องผู้ป่วยหนัก1 พว.อรทัย ธรรมป๊อก 9.40-9.50 น. C-R6 การประยุกต์ใช้แนวคิดลีนในการปรับปรุงกระบวนการรับผู้ป่วย ใหม่ งานห้องผู้ป่วยหนัก2 รพ.ลำพูน พว.ธนน ใจสินธุ์ 9.50-10.00 น. C-R7 การพัฒนาการรับส่งเวรทางการพยาบาลโดยใช้รูปแบบ I-SBAR งานห้องผู้ป่วยหนัก 3 โรงพยาบาลลำพูน พว.ยุพเรศ กาวี 10.00-10.10 น. พักรับประทานอาหารว่าง 10.10-10.30น. C-R8 ผลของโปรแกรมการจัดการอาการเหนื่อยล้าในผู้ป่วยมะเร็งเต้า นมที่ได้รับเคมีบาบัดของหน่วยเคมีบำบัดรพ.ลำพูน พว.นภาภรณ์ วิระราช 10.30-10.40 น. C-R9 ปัจจัยที่มีผลต่อการกลับมานอนโรงพยาบาลซ้ำในสตรีตั้งครรภ์ที่ มีภาวะเจ็บครรภ์ก่อนกำหนดคลอด หอผู้ป่วยสูตินรีเวช โรงพยาบาลลำพูน พว.สร้อยเพชร เขียว แก้ว 10.40-10.50 น. C-R10 ผลของการการสนับสนุนส่งเสริมญาติในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง หอผู้ป่วยพิเศษร่มเย็น 5 โรงพยาบาลลำพูน พว.เกศินี ทานะมัย 10.50-11.00 น.
รหัส ชื่อเรื่อง ผู้นำเสนอ เวลานำเสนอ และวิพากย์ C-R11 ผลการศึกษาสถานการณ์การใช้เครื่องช่วยหายใจแบบ Non - invasive ชนิด high flow nasal cannulaกลุ่มงานการ พยาบาลผู้ป่วยอายุรกรรม พว.วัชราภรณ์ เชษฐบุรี 11.00-11.10 น. Oral Presentation ประเภทงานนวัตกรรม/สิ่งประดิษฐ์ In6 ผ้าคลุมเครื่องส่องไฟเด็กที่มีภาวะตัวตาเหลือง พว.ศิริพร กันทะวงค์ 11.10-11.20 น. In2 นวัตกรรมmini pre-operative form เพื่อความพร้อมก่อน เข้าห้องผ่าตัด พว.สิริพัน โนนทิง 11.20-11.30 น. In3 การพัฒนานวัตกรรมอุปกรณ์พยุงข้อมือในผู้ป่วยที่ใส่สายสวน คาหลอดเลือดแดง พว.ธีรพล สิงห์ตัน 11.30-11.40 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน Oral Presentation ประเภทงานนวัตกรรม/สิ่งประดิษฐ์ In4 นวัตกรรมถุงซิปล็อค sterlie พว.จุฑามาศ คำพฤกษ์ 13.00-13.10น. In5 นวัตกรรมการใช้ถุงdrain holder bag(ถุงผ้ากระตุ้น ambulation) พว.ดารารัตน์ ปินตา ธรรม 13.10.-13.20น. In1 นวัตกรรม พักแขน พักใจ พว.บงกชรัตน์ แก้ว ประดิษฐ์ 13.20-13.30 น. Oral Presentation ประเภทงานCQI - Non Clinic/R2R C-nR1 โครงการพัฒนาบุคลากรด้านระบบพัฒนาคุณภาพ กลุ่มงานการ พยาบาลผู้ป่วยอายุรกรรม โรงพยาบาลลำพูน ปี งบประมาณ ๒๕๖๖ (Love & Learn Together ) พว.วัชราภรณ์ เชษฐบุรี 13.30-13.40 น. C-nR2 ผนึกกำลังเพื่อการบริหารจัดการผ้า ภายใน รพ.ลำพูน พว.วัชราภรณ์ เชษฐบุรี 13.40-13.50 น. C-nR3 การพัฒนากระบวนการรับผู้ป่วยเข้าห้องพิเศษหอผู้ป่วยพิเศษ ร่มเย็น 4 กลุ่มงานการพยาบาลศัลยกรรม โรงพยาบาลลำพูน พว.วรรณพร สมสาร 13.50-14.00 น. C-nR4 การพัฒนาแนวปฏิบัติในการเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดหอ ผู้ป่วยศัลยกรรมชาย โรงพยาบาลลำพูน พว.ธันยพร บุญ ธรรม 14.00-14.10น.
รหัส ชื่อเรื่อง ผู้นำเสนอ เวลานำเสนอ และวิพากย์ C-nR5 เรื่องของเขา ระหว่างฉันกับเธอ(การป้องกันความคลาดเคลื่อน ทางยา กระบวนการบริหารยา Administration error) พว.กันต์ณวิชญ์ มะ โนวรรณา 14.10-14.20น. พักรับประทานอาหารว่าง เวลา 14.20-14.30น. C-nR6 การประยุกต์ใช้แนวคิดลีนในการพัฒนากระบวนการจัดการ ฐานข้อมูลผู้ป่วยที่มารับบริการหน่วยงานวิสัญญีโรงพยาบาล ลำพูน พว.ปุณณัตถ์ บุญมา 14.30-14.40น. C-nR7 การพัฒนารูปแบบการส่งเวรโดยSBAR พว.ปรานี ลิ้นฤษี 14.40-14.50 น. C-nR8 การประยุกต์ใช้แนวคิดลีนเพื่อปรับปรุงกระบวนการให้บริการ คลินิกประเมินและเตรียมความพร้อมผู้ป่วยก่อนการระงับ ความรู้สึก โรงพยาบาลลำพูน พว.สุรสิทธิ์ จีสันติ 14.50-15.00 น. C-nR9 การใช้แนวคิดลีนในการพัฒนาระบบการลงบันทึกค่าผ่าตัดและ อุปกรณ์กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัด โรงพยาบาลลำพูน พว.สิริพิมล ท้าวแก้ว 15.00-15.10 น. CnR10 ผลลัพธ์ของโครงการEchocardiogram เชิงรุก จังหวัดลำพูน พว.วรัตภรณ์ ชำรัมย์ 15.10-15.20 น. CnR11 การคัดกรองห้องฉุกเฉินคลาดเคลื่อน พว.จิราภรณ์ กอง เกียรติเจริผญ 15.20-15.30 น.
ประเภทงานวิจัย/CQI- Clinic รหัสC/R1 การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยทวารเทียมรายใหม่ จังหวัดลำพูน พว.ศศิธร พิชัยพงศ์พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ศูนย์ดูแลแผลและออสโตมี กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยศัลยกรรม โรงพยาบาลลำพูน ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยศัลยกรรมโรงพยาบาลำพูน ให้การดูแลผู้ป่วยกลุ่มที่ผ่าตัดทวารเทียมจาก สถิติ ปี 2563 2564 2565 มีผู้ป่วยรายใหม่76 66 65 รายตามลำดับ จำนวนผู้ป่วยรอดชีวิตมีแนวโน้มสูงขึ้น ปี 2563 2564 2565 เท่ากับ 96 128 128 รายตามลำดับ มีอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการดูแลมี แนวโน้มสูงขึ้นปี 2563 2564 2565 คือ 5.26 7.58 9.23 ตามลำดับ การดูแลผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวมีพยาบาล เฉพาะทางออสโตมีฯ จำนวน 3 คน จึงศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความมั่นใจในการดูแลทวารเทียมของผู้ป่วยและ ญาติ จังหวัดลำพูน ผลการศึกษาพบว่าด้านโครงสร้างมีนโยบายสนับสนุนการพัฒนางานที่ชัดเจน ผู้ปฏิบัติ สามารถเสนอแนวคิดและดำเนินการพัฒนางานที่รับผิดชอบได้ด้านกระบวนการพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อผู้ป่วย และผู้ดูแลต่อความมั่นใจในการดูแลทวารเทียมแบ่งเป็น1.การเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง ภาพลักษณ์และการใช้ชีวิตประจำวัน ได้แก่สับสนและไม่มั่นใจต่อการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์หลังผ่าตัด กังวลเรื่องการวางแผนดูแลหลังผ่าตัดรวมถึงผู้ดูแล 2.การผ่าตัดและการสอนการดูแลแผลผ่าตัด 3.การสอน การดูแลทวารเทียม มีประเด็นปัญหาคือสอนการใช้อุปกรณ์ไม่ครบทุกชนิด, การสอนดูแลใช้แผ่นพลิกมองไม่ เห็นภาพ พยาบาลผู้สอนพูดไม่เหมือนเดิมทุกครั้ง และผู้สอน สอนเนื้อหาไม่ตรงกัน 4.การดูแลต่อเนื่อง ได้แก่ การขอคำแนะนำการดูแลทวารเทียมและอาการผิดปกติต่างๆเกี่ยวกับทวารเทียม 5.การประสานงานกับ สถานพยาบาลใกล้บ้านพบว่ามีเครือข่ายในจังหวัดลำพูนบางแห่งไม่ทราบข้อมูลการเบิกและไม่ทราบช่องทาง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ด้านผลลัพธ์พบว่า อัตรา การกลับมาสอนการดูแลซ้ำคิดเป็นร้อยละ 39.83 ความมั่นใจ ภาพรวมในการดูแลทวารเทียมของผู้ป่วยคิดเป็นร้อยละ 62.37 ความมั่นใจภาพรวมในการดูแลทวารเทียม ของผู้ดูแลคิดเป็นร้อยละ 72.13 มีภาวะแทรกซ้อนจากการดูแลได้แก่ Excoriation จำนวน 6 รายคิดเป็นร้อย ละ 9.23 ผู้ศึกษา ในฐานะพยาบาลผู้สูงอายุและพยาบาลเฉพาะทางผู้ป่วยบาดแผล ออสโตมีและควบคุม การขับถ่าย หัวหน้างานออสโตมีคลินิก จึงมีความสนใจในการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยที่มีทวารเทียม เพื่อการ พัฒนางานและส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยต่อไป วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1.เพื่อพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยทวารเทียมรายใหม่ จังหวัดลำพูน
2.เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการปฏิบัติการพยาบาลตามรูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยทวารเทียมรายใหม่ จังหวัด ลำพูนต่อ *อัตราการกลับมารับการสอนการดูแลทวารเทียมซ้ำ *ภาวะแทรกซ้อนจากการดูแลทวารเทียม ได้แก่ แผลเปื่อยรอบทวารเทียม *อัตราการกลับมานอนโรงพยาบาลซ้ำจากภาวะแทรกซ้อนในการดูแลทวาร เทียม *ความพึงพอใจของผู้ป่วยทวารเทียมรายใหม่/ญาติผู้ดูแลและความมั่นใจในการดูแลทวารเทียมของ ผู้ป่วยและผู้ดูแล ระยะเวลาที่ศึกษา ศึกษาระหว่างเดือนกรกฎาคม 2565 – เมษายน 2566 รูปบบการศึกษา การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติ (Action Research) เพื่อพัฒนาและศึกษารูปแบบการพยาบาล ผู้ป่วยทวารเทียมจังหวัดลำพูนให้มีระบบที่ชัดเจนและครอบคลุมครบถ้วน มีการดำเนินการพยาบาลไปในทาง เดียวกันอย่างเป็นระบบ โดยการพัฒนารูปแบบใช้กรอบแนวคิดตาม กระบวนการพยาบาลได้แก่ การประเมิน การวางแผน การปฏิบัติการพยาบาล และการประเมินผล กรอบแนวคิด วิธีการศึกษา 1.วิเคราะห์สถานการณ์โดยศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความมั่นใจในการดูแลทวารเทียมของผู้ป่วยและญาติ จ. ลำพูน 2.นำผลการศึกษามาวิเคราะห์และวางแผนการพัฒนางาน 3.-ค้นคว้าทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวกับทวารเทียม :สร้างรูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยทวารเทียมรายใหม่ :สร้าง line official ทำคลิปวิดีโอ เรียบเรียงเนื้อหาการสอน :จัดทำคู่มือการพยาบาลผู้ป่วยทวารเทียมรายใหม่ :วางแผนระบบการเบิกและการสำรองอุปกรณ์พิเศษในการดูแลทวารเทียม New Ostomat e
-สร้างเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาและความถูกต้องจากผู้ทรงคุณวุฒิได้แก่ อาจารย์ Preceptor หลักสูตร ET Nurse คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 1ท่าน, ศัลยแพทย์ 1 ท่าน, แพทย์ศัลยกรรม เฉพาะทางมะเร็ง 1 ท่าน 4.นำเสนอกระบวนการในการใช้รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยทวารเทียมรายใหม่ จังหวัดลำพูน -ภายในนำเสนอในที่ประชุมกลุ่มงานศัลยกรรมเพื่อรับทราบและขอข้อเสนอแนะจากที่ประชุม -ภายนอกโรงพยาบาล นำเสนอในการเยี่ยมนิเทศติดงานศัลยกรรมในเขต รพช.จ.ลำพูน 5.ประชุมชี้แจงแก่ ET Nurseในหน่วยงานเพื่อทำความเข้าใจขอข้อเสนอแนะในการปฏิบัติตามรูปแบบที่ วางแผนไว้ 6.เขียนโครงร่างวิจัยและส่งขอจริยธรรมวิจัยในมนุษย์ (Ethic LPN 039/2565) 7.ทดลองใช้รูปแบบ
ผลการศึกษา ตารางที่ 1 แสดงผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดแบบสรุปรายปี หัวข้อ ปี2563 ปี2564 ปี2565 2566 ผู้ป่วยรายใหม่ 76 ราย 66 ราย 65 ราย 51 ราย การรอดชีวิต 96 ราย 128 ราย 128 ราย 165 ราย -อัตราการเกิดOstomy complicationได้แก่ แผลเปื่อยรอบทวารเทียม 4(5.26) 5(7.58) 6(9.23) 2(3.92) -อัตราการกลับมาสอนซ้ำ NA NA 39.83 0 -การกลับมานอนโรงพยาบาลซ้ำจากภาวะแทรกซ้อน ในการดูแลทวาร เทียม 1(1.32) 2(3.03) 3(4.62) 0 -ความพึงพอใจของผู้ป่วยทวารเทียมรายใหม่/ญาติผู้ดูแล NA 78.33 79.76 92.37 -ร้อยละความมั่นใจในการดูแลทวารเทียมของผู้ป่วย/ผู้ดูแล NA NA 62.37/72.13 85.67/91.33 -สถานะจำหน่าย Dead 27 ราย 23 ราย 28 ราย 16 ราย Drop Colostomy 2 ราย 5 ราย 4 ราย 3 ราย จากตารางแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยรายใหม่มีแนวโน้มลดลงแต่การอยู่รอดเพิ่มขึ้น อัตราการเกิดOstomy complicationได้แก่ แผลเปื่อยรอบทวารเทียม ลดลงตามลำดับ การกลับมาสอนเรื่องการดูแลทวารเทียมซ้ำ ลดลงและอัตราการกลับมานอนโรงพยาบาลซ้ำจากภาวะแทรกซ้อนในการดูแลทวารเทียมมีแนวโน้มลดลง ด้านความพึงพอใจของผู้ป่วยและผู้ดูแลเพิ่มสูงขึ้น ความมั่นใจในการดูแลทวารเทียมของผู้ป่วยและผู้ดูแล ก็ สูงขึ้นเช่นกัน ตารางที่ 2 แสดงการเปรียบเทียบอัตราการเกิดOstomy complicationได้แก่ แผลเปื่อยรอบทวารเทียม และอัตราการกลับมาสอนซ้ำ โดยใช้สถิติ Chi-square หัวข้อ ก่อนการพัฒนา หลังการพัฒนา P-value อัตราการเกิดOstomy complication ได้แก่ แผลเปื่อยรอบทวารเทียม 9.23 3.92 0.000 อัตราการกลับมาสอนซ้ำ 39.83 0 0.000 เปรียบเทียบสัดส่วนอัตราการเกิดOstomy complicationต่อผู้ป่วยรายใหม่และอัตราการกลับมา สอนซ้ำพบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ค่า P-value<0.001 สรุปและข้อเสนอแนะ การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยทวารเทียมรายใหม่จังหวัดลำพูนโดยใช้กรอบแนวคิดตาม กระบวนการพยาบาลสามารถเป็นรูปแบบเพื่อในการปฏิบัติการพยาบาลได้อย่างครอบคลุมสามารถช่วยให้การ
พยาบาลผู้ป่วยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงควรมีการนำไปเป็นขยายผลเพื่อการสร้างรูปแบบการพยาบาลในกลุ่ม ผู้ป่วยอื่นๆต่อไป รหัสC/R2
รหัสC/R3
รหัสC/R4 ชื่อเรื่อง โครงการพัฒนา ประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยเพื่อป้องกัน การดึงท่อช่วยหายใจและท่อช่วยหายใจเลื่อนหลุดโดยไม่ได้วางแผน The effectiveness of nursing practice guidelines for patient care for Prevents unplanned endotracheal pulling and endotracheal slippage. ชื่อผู้จัดทำ เกศรา ชมภูพลอย หอผู้ป่วยกึ่งวิกฤตอายุรกรรม บทคัดย่อ โครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้บุคลากรทางการพยาบาลเข้าใจนำแนวปฏิบัติไปใช้และปฏิบัติ ตามแนวปฏิบัติในการป้องกันการดึงท่อช่วยหายใจและท่อช่วยหายใจเลื่อนหลุดโดยไม่ได้วางแผน 2. เพื่อให้ ผู้ป่วยที่ได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจทุกรายได้รับการประเมินและใช้แนวปฏิบัติทางการพยาบาลในการดูแล ผู้ป่วย 3. เพื่อลดอุบัติการณ์การดึงท่อช่วยหายใจและท่อช่วยหายใจเลื่อนหลุดโดยไม่ได้วางแผน กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจทุกราย ในหอผู้ป่วยกึ่งวิกฤตอายุรกรรม การศึกษาประสิทธิผล ของการนำแนวทางการปฏิบัติทางการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วย เพื่อป้องกันการดึงท่อช่วยหายใจและท่อช่วย หายใจเลื่อนหลุดโดยไม่ได้วางแผนนี้ มีการใช้วงจรการบริหารงานคุณภาพ PDCA เป็นกรอบแนวคิดในการ ดำเนินการ เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ 1. แบบประเมิน Motor Activity Assessment scale (MAAS) 2. แบบประเมินความพร้อมในการหย่าเครื่องช่วยหายใจ มีการรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์เป็นร้อยละของ ผู้ป่วยที่ดึงท่อช่วยหายใจ และท่อช่วยหายใจเลื่อนหลุดโดยไม่ได้วางแผน เปรียบเทียบหลังจากการนำแนวทาง ปฏิบัติไปใช้ในการดูแลผู้ป่วย จากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้พบมีผู้ป่วยเพศชายดึงท่อช่วยหายใจมากกว่าเพศหญิง ซึ่งมักพบในผู้ป่วย สูงอายุ อายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป ส่วนมากเข้ารับการรักษาด้วยโรคที่เกิดจากระบบทางเดินหายใจ เป็นผู้ป่วยที่มี ระดับความรู้สึกตัวลดลงหรือมีภาวะสับสน ส่วนใหญ่พบในช่วงเวลา 16.00 - 24.00 น. เป็นช่วงเวลายาม วิกาล เวรบ่าย เวรดึก มากกว่าช่วงเวลาปกติ และจากการประเมินสภาพผู้ป่วยโดยใช้เครื่องมือ MAAS พบว่าผู้ป่วย ส่วนมากมีคะแนนอยู่ในช่วง 4 คะแนน ผลของการปฏิบัติตามแนวทางการพยาบาล พบว่า หลังจากใช้แนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันการดึง ท่อช่วยหายใจ โดยมีการประเมิน MAAS และปฏิบัติตามแนวทางการพยาบาลที่วางแผนไว้ 100% ช่วยลด อัตราการดึงท่อช่วยหายใจและท่อช่วยหายใจเลื่อนหลุดลง จาก 17.48 % เป็น 6.40 % คำสำคัญ : แนวทางการปฏิบัติทางการพยาบาล ดึงท่อช่วยหายใจ ท่อช่วยหายใจเลื่อนหลุด
รหัสC/R5
รหัสC/R6
รหัสC/R7
รหัสC/R8
รหัสC/R9
รหัสC/R6 รหัสC/R10
รหัสC/R11
รหัสIn1 รหัสIn1
รหัสIn1 รหัสIn2