ID Plan
Individual Development Plan
ภาคการเรยนที ๒ ปการศึกษา ๒๕๖๓
นางสาวธญั ญา ดาทอง
ตําแหนง ครผู ูช วย
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย
โรงเรยี นหนองกพ่ี ิทยาคม
ตาํ บลทุงกระตาดพฒั นา อาํ เภอหนองก่ี จังหวดั บรุ รี ัมย
สาํ นกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษามัธยมศกึ ษา เขต ๓๒
สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
แผนพัฒนาตนเองรายบุคคล
(Individual Development Plan: ID PLAN)
นางสาวธญั ญา ดาทอง
ครูผู้ช่วย โรงเรยี นหนองกี่พทิ ยาคม
โรงเรียนหนองกีพ่ ิทยาคม อาเภอหนองก่ี จงั หวดั บรุ ีรัมย์
สานกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต ๓๒
สานกั งานการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
คานา
กระทรวงศึกษาธิการ มุ่งเน้นให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา พัฒนาตนเองโดยยึดหลักการ
ประเมินสมรรถนะ (Competency Based Approach) จะทาให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถรู้จุดเด่น จุดด้อย
ของความสามารถในการปฏิบัติงานของตน และสามารถพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับความต้องการ
จาเป็น ของของหนว่ ยงาน และของตนเองอย่างแท้จรงิ
ทั้งนี้ ครูจะต้องมีการวางแผนการพัฒนาตนเองในการจัดห้องเรียนท่ีมีคุณภาพ (Individual
Development Planning : IDP) เพื่อเป็นการพัฒนาที่สนองตอบความต้องการแต่ละบุคคล สนอง
ความสนใจในรปู แบบวธิ ีการพัฒนา กจ็ ะส่งผลตอ่ สมรรถนะในการปฏบิ ัติหนา้ ที่ทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพตอ่ ไป และ
เป็นการพัฒนาท่ีต่อเนอ่ื งจนทาให้การปฏบิ ัติหน้าท่มี คี วามสมบูรณ์ มปี ระสทิ ธิภาพและเกดิ ประสทิ ธิผล ใน
การปฏิบัติงาน อันนาไปสกู่ ารพัฒนาตนเองให้เป็นครูมืออาชีพทีม่ ีมาตรฐานในการปฏิบัติงานอย่างแท้จริง
สามารถตรวจสอบได้ และพฒั นาสู่ความเปน็ วชิ าชีพต่อไป
ธญั ญา ดาทอง
ผจู้ ัดทา
สารบัญ หนา้
เรื่อง ๑
๓
บทนา ๕
Individual Development Plan (ID Plan) คืออะไร ๑๖
สว่ นที่ ๑ ขอ้ มูลสว่ นตวั
ส่วนที่ ๒ รายละเอียดการพฒั นาตนเอง
ส่วนที่ ๓ ตารางสรุปแผนพฒั นาตนเอง
บทนำ
Individual Development Plan (ID Plan) คืออะไร
สถาบันพฒั นาครู คณาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษา ไดใ้ ห้ความหมายของ Individual
Development Plan (ID Plan) หมายถึงการพัฒนาบุคลากรโดยยึดหลักการประเมินสมรรถนะ
(Competency Based Approach) จะทาให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถรู้จุดเด่น จุดด้อยของความสามารถใน
การปฏิบัติงานของตน และสามารถพฒั นาตนเองใหส้ อดคลอ้ งกับความต้องการจาเปน็ ของหนว่ ยงาน และ
ของตนเองอย่างแท้จริง อีกท้ังจะทาให้การพัฒนาครูดาเนินไปอย่างประหยัด และสอดคล้องกับนโยบาย
ของรฐั บาล
การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษามุ่งเน้นให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานตาแหน่ง และ
มาตรฐานวิชาชีพ ทั้งสมรรถนะหลัก (Core Competency) สมรรถนะการปฏิบัติงานในหน้าท่ี หรือ
สมรรถนะประจาสายงาน ( Functional Competency) และสมรรถนะเฉพาะตามกลุ่มสาระ
(Specificational Competency) ตามที่ ก .ค.ศ .ก าห น ด โ ดย ยึดหลัก ก าร ปร ะ เมิน ส มร ร ถน ะ
(Competency Based Approach) เพราะจะทาให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถรู้จุดเด่น จุดด้อยของ
ความสามารถในการปฏิบัติงานของตน และสามารถพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับความต้องการจาเป็น
ของตนเอง และหนว่ ยงาน
ระบบการพฒั นาครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาของกระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบนั ได้ม่งุ เน้นให้
ครูและบุคลากรทางการศึกษา พัฒนาตนเองตามแนวทางดังกล่าว โดยเริ่มต้นจากการประเมิน
สมรรถนะ การจัดทาแผนพัฒนาตนเอง และดาเนินการพัฒนาตามแผนพัฒนาตนเองจนมีสมรรถนะตาม
ความต้องการของหน่วยงาน เพอื่ ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถดาเนินการพัฒนาตนเองตาม
ระบบการพฒั นาครูและบุคลากรทางการศึกษาได้อยา่ งถูกต้องตามกระบวนการ สามารถพัฒนาสมรรถนะ
ของตนเองเพ่ิมขึ้น และส่งผลต่อผู้เรียนที่รับผิดชอบ (สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการ
ศึกษา. ๒๕๕๑)
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของงานขึ้นอยู่กับคุณภาพของคนหรือบุคคล ในการปฏิบัติงาน ถ้า
บุคคลใดเป็นบุคคลท่ีมีคุณภาพหรือทางการ(วิชาการ)จะเรียกว่า มีสมรรถนะ (Competency)
(ความสามารถของบุคคลในทุก ๆ ด้านท้ังด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ทักษะและคุณลักษณะ
คุณธรรมทจ่ี าเป็นต่อการปฏบิ ัติงานให้บรรลุได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ) ทสี่ ูง ย่อมส่งผลต่อคณุ ภาพของงานใน
หน้าท่ีท่ีได้รับมอบหมาย ปัจจุบันในวงราชการก็ได้นาสมรรถนะเป็นตัวชี้วัดความสามารถของบุคคล ซ่ึง
สมรรถนะโดยท่วั ไปจะแบง่ เป็น ๒ สมรรถนะ คือ
สมรรถนะหลัก (Core Competency) หมายถึง สมรรถนะที่ทุกคนต้องมีหรือปฏิบัติได้ เป็น
คุณลักษณะร่วมกันของบุคคลทุกตาแหน่ง ตัวอย่าง สมรรถนะหลักของครูและบุคลากรทางการศึกษา
ประกอบดว้ ย การมงุ่ ผลสมั ฤทธ์ิ การบรกิ ารทด่ี ี การพัฒนาตนเอง การทางานเปน็ ทมี และสมรรถนะประจา
สายงาน (Functional Competency) เปน็ สมรรถนะที่กาหนดเฉพาะสาหรบั แต่ละตาแหน่ง เพื่อให้บคุ คล
ที่ดารงตาแหน่งน้ัน แสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมกับหน้าที่และสามารถปฏิบัติหน้าท่ีได้ดีย่ิงขึ้น ตัวอย่าง
สมรรถนะประจาสายงานของครู ประกอบด้วย การจัดการเรยี นรู้ การพัฒนาผเู้ รียน การบรหิ ารจัดการชั้น
เรียน การวิเคราะห์ สงั เคราะห์และการวิจัย การสร้างความร่วมมือกับชุมชน ตัวอย่าง สมรรถนะหลักของ
แผนพฒั นาตนเองรายบุคคล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๒
บคุ ลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย การวเิ คราะห์ สังเคราะห์และการวิจยั การส่อื สารและการจูงใจ การ
พัฒนาศกั ยภาพบคุ คล การมวี สิ ัยทัศน์
สาหรับการพัฒนาบุคคลในอดีตท่ีผา่ นมา เป็นการพัฒนาแบบเหมารวมหรือยกเข่ง หมายความว่า
เม่ือเร่ืองใดท่ีหน่วยงานต้องการพัฒนา ก็จะพัฒนาแบบปูพรมคือพัฒนาทุกคนไม่รู้ว่ามีความรู้หรือไม่มี
ต้องการหรือไม่ต้องการ เป็นปัญหาหรือไม่เป็นปัญหา แต่จะพัฒนาหมด สิ่งท่ีเป็นปัญหาของการพัฒนา
รูปแบบน้ีก็คือความไม่คุ้มค่า คือผู้เข้าร่วมพัฒนาจะสนใจเฉพาะบุคคลที่ต้องการ อยากรู้ อยากทราบ
เท่านั้น สาหรับกลุ่มคนท่ีเหลือเป็นกลุ่มบุคคลที่ไม่ต้องการ ก็จะไม่ให้ความสาคัญ ไม่สนใจ ทาให้เป็น
อุปสรรคในการพัฒนา
ทางแก้ท่ีคิดว่านา่ จะเปน็ ไปได้ คอื การพฒั นาบุคคลตามแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (Individual
Development Plan: ID PLAN) โดยจะต้องผ่านกระบวนการประเมินสมรรถนะ ที่ประกอบด้วย การ
ประเมินตนเอง ร่วมกับเพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชาร่วมประเมิน นาผลสรุปผล ว่าสมรรถนะใดท่ี
จาเปน็ ตอ้ งพัฒนาและสมรรถนะใดทไี่ ม่จาเป็นตอ้ งพัฒนา ตอ่ จากนน้ั นามาจัดอนั ดับสมรรถนะที่จาเป็นต้อง
พฒั นา พร้อมให้เหตุผลประกอบ ว่าการพัฒนาสมรรถนะดังกล่าวจะส่งผลต่ออะไร ต่อใคร เช่น จะส่งผล
ต่อคุณภาพของนักเรียน หน่วยงาน ชุมชน วงการวิชาชีพ หรือตนเอง เป็นต้น หลักการจัดอันดับ
ความสาคัญ สมรรถนะท่ีจาเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาของครู คือ ส่งผลต่อคุณภาพของนักเรียนเป็นหลัก
สาหรับตอ่ ตนเองควรเปน็ อนั ดบั สุดทา้ ย
จากน้ันนาไปสู่การเขียนแผนพฒั นาตนเองรายบุคคล โดยให้นาเสนอรูปแบบ วิธกี ารพัฒนาในแต่
ละสมรรถนะ หลาย ๆ รูปแบบเพอ่ื เปน็ ทางเลอื กในการพฒั นา พร้อมกับกาหนด ช่วงระยะเวลาทจี่ ะพัฒนา
(เริ่มต้นและส้ินสุด) และหน่วยงานหรือองค์กรท่ีจะขอรับการสนับสนุนในการพัฒนา ซึ่งจะเห็นว่าการ
พัฒนา โดยใช้ ID-PLAN จะเป็นการพัฒนาท่ีสนองตอบความต้องการแต่ละบุคคล สนองความสนใจใน
รูปแบบวิธีการพัฒนา ก็จะส่งผลต่อสมรรถนะในการปฏิบัติหนา้ ที่ที่มีประสิทธิภาพตอ่ ไป และจะเป็นการ
พัฒนาที่ต่อเน่ืองจนทาให้การปฏิบัติหน้าท่ีมีความสมบูรณ์ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และเป็น
ขา้ ราชการทีด่ ีตอ่ ไป (ยนื ยง ราชวงษ์, ๒๕๕๑)
แผนพฒั นาตนเองรายบคุ คล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๓
แผนพัฒนำตนเองรำยบุคคล
( Individual Development Plan : ID Plan )
ของ นำงสำวธัญญำ ดำทอง โรงเรยี นหนองก่พี ทิ ยำคม
ภำคเรียนท่ี ๑ ประจำปีกำรศึกษำ ๒๕๖๓
ส่วนท่ี ๑ ข้อมูลสว่ นบุคคล
ชอื่ – สกลุ นำงสำวธัญญำ ดำทอง
เกิดวันที่ ๘ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๘ ปจั จบุ นั อายุ ๒๕ ปี
ท่ีอย่ตู ามทะเบยี นบา้ น ๒๒๗ หมู่ ๑๑ ตาบลละหานทราย อาเภอละหานทราย จงั หวดั บรุ รี มั ย์
เบอรโ์ ทรที่ตดิ ตอ่ ได้ ๐๖๒-๑๕๒๗๗๘๕ E – mail [email protected]
วนั เดอื นปที ี่บรรจรุ บั ราชการ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ อายรุ าชการ ๑ ปี ๑ เดอื น
ตาแหนง่ ครูผูช้ ว่ ย วทิ ยฐานะ - ระดับเงนิ เดือน ระดับ ค.ศ. -
ขน้ั ๑๖,๘๓๐ บาท ตาแหนง่ เลขท่ี ๗๗๘๐๒
สังกัดกล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
คุณวุฒทิ ำงกำรศึกษำ
วุฒปิ รญิ ญาตรี ครุศาสตรบณั ฑิต วชิ าเอก ภาษาไทย
จากสถาบนั การศกึ ษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรรี ัมย์
ตาแหน่ง ครูผู้ชว่ ย วทิ ยฐานะ - ตาแหนง่ เลขท่ี ๗๗๘๐๒
สถานศึกษา/หนว่ ยงาน โรงเรยี นหนองกีพ่ ทิ ยาคม
อาเภอ/เขต หนองก่ี สานกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษา มัธยมศกึ ษา เขต ๓๒
สว่ นราชการ สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน กระทรวง ศึกษาธิการ
๑. ภำรกจิ /บทบำทหน้ำทใ่ี นปกี ำรศกึ ษำปัจจุบนั (ภำคเรียนที่ ๑/๒๕๖๓)
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย รายวิชาท่ีสอน มดี ังนี้
ภำค รหสั วชิ ำ ชื่อวชิ ำ จำนวนชวั่ โมง/ ชัน้
เรียน สัปดำห์
๒ ท ๓๒๑๐๒ ภาษาไทย ๓ ๒*๖ = ๑๒ ม.๕/๑, ม.๕/๓, ม.๕/๕, ม.๕/๖, ม.๕/
๗ , ม.๕/๙
ท ๒๒๑๐๒ ภาษาไทย ๓ ๓ ม.๒/๑
ซอ่ มเสรมิ ภาษาไทย ๑*๒ ม.๖/๒, ม.๖/๗
กิจกรรมชุมนมุ ภาษาไทยไอที ๑ ม.ปลาย จานวน ๓๐ คน
กจิ กรรมแนะแนวโฮมรมู ๑ ม.๓/๓
กจิ กรรมลกู เสอื -เนตรนารี ๑ ม.๒
กจิ กรรมหนา้ เสาธง ๕ ม.๓/๓
กิจกรรมสวดมนต์ ๑ ม.๓/๓
รวม ๒๖
แผนพัฒนาตนเองรายบคุ คล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๔
๒. งานท่ีได้รบั มอบหมายเปน็ งานพิเศษ
๒.๑ ปฏบิ ัตหิ นา้ ทยี่ กระดบั ผลสัมฤทธิ์ ในฝ่ายบริหารงานวิชาการ
๒.๒ ครทู ป่ี รึกษานักเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓/๓
๒.๓ ปฏิบัตหิ น้าที่ครูเวรวันพฤหสั บดี
๒.๔ ปฏบิ ัติหนา้ ที่เวรรกั ษาการณ์วนั หยดุ ราชการและวนั นักขัตฤกษ์
๒.๕ ปฎิบตั หิ นา้ ที่ฝ่ายประชาสัมพนั ธ์ เป็นพิธกี รงานรบั ครยู ้ายหรือบรรจุใหม่
๒.๖ เป็นผดู้ ูแลเพจโรงเรยี นหนองก่ีพทิ ยาคม
๒.๗ งานและหน้าท่ีทไี่ ด้รบั มอบหมาย
แผนพฒั นาตนเองรายบคุ คล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๕
สว่ นที่ ๒ รายละเอยี ดการพัฒนาตนเอง
ท่ี สมรรถนะที่จะพัฒนา อนั ดบั วิธีการ / รปู แบบการพฒั นา ระยะเวลาในการ เป้าหมาย ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะไดร้ บั
ความสาคัญ พฒั นา
เร่ิมตน้ ส้นิ สดุ
สมรรถนะหลัก ๑. วเิ คราะห์ภารกิจงานเพือ่ วางแผน
๑ การมงุ่ ผลสัมฤทธ์ิ ๖ การแก้ปัญหาอย่างเปน็ ระบบ - นกั เรยี น - ครูมีแนวทาง และมี
๑.๑ ความสามารถในการวาง ๒. กาหนดเป้าหมายในการจัด ตลอด ตลอด มีผลการเรียน เปา้ หมายในการจัดการ
แผนการปฏิบตั งิ าน การเรยี นรู้ และการปฏบิ ตั ิงาน ภาค ภาค เฉลีย่ ในรายวชิ า เรยี นรู้ /การปฏิบัติงานอย่าง
๓. กาหนดขัน้ ตอนในการจัดการเรยี นรู้ เรยี น เรียน ทีส่ อนตง้ั แต่ เปน็
และการปฏบิ ตั ิงานอยา่ งชดั เจน ๒.๕ ข้นึ ไป ระบบ และชดั เจน
๑.๒ ความมุ่งม่นั ในการปฏบิ ตั ิ ๑. มคี วามมุ่งม่ัน ตัง้ ใจ ในการจดั - นกั เรียน - ผ้เู รยี นใหค้ วามสนใจ ตั้งใจ
หน้าทใ่ี หม้ คี ุณภาพ การเรียนรู้และการปฏบิ ัติงาน มผี ลการเรยี น มคี วามกระตือรอื รน้ และมี
๒. แสวงหาความรู้ ริเรม่ิ สร้างสรรค์ ๐, ร, มส. และ ความสุขในการเรียน
ในการพฒั นาการจดั การเรียนรู้ มผ. ในรายวชิ า - ผเู้ รยี นเกิดพฤตกิ รรมการ
และการปฏิบตั ิงาน ที่สอน ไม่เกนิ เรยี นรตู้ ามทีค่ าดหวงั
๑.๓ ความสามารถในการตดิ ตาม ๑. ประเมินผลการจดั การเรยี นรู้ รอ้ ยละ ๒ - ผเู้ รยี นมีผลสัมฤทธิ์
ประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงาน และการปฏบิ ัตงิ านของตนเอง - ผลการปฏิบัติ ทางการเรียนทด่ี ขี ึน้ มที ักษะ
๑.๔ ความสามารถในการพฒั นา ๑. ใช้ผลการประเมนิ มาปรับปรงุ / งานพเิ ศษอน่ื ๆ ในการปฏิบัตกิ จิ กรรมตาม
การปฏิบัติงานให้มีคณุ ภาพ พัฒนาการทางานให้ดยี ิ่งข้ึน อยู่ในระดบั ดี ศักยภาพ
๒. พัฒนาการจดั การเรยี นรู้ ของแตล่ ะบุคคล
และการปฏบิ ัติงานอืน่ ๆ
เพือ่ ตอบสนองความตอ้ งการ
ของผเู้ รียน ผู้ปกครอง และชมุ ชน
แผนพฒั นาตนเองรายบุคคล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๕
ท่ี สมรรถนะทจ่ี ะพัฒนา อนั ดบั วธิ กี าร / รูปแบบการพัฒนา ระยะเวลาในการ เปา้ หมาย ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะ
ความสาคญั พฒั นา ได้รบั
๒ การบริการทีด่ ี นกั เรียน ครู
๒.๑ ความตง้ั ใจและเต็มใจ ๘ ๑. ให้บริการในดา้ นต่าง ๆ แก่ เร่มิ ต้น ส้ินสดุ และผ้ปู กครอง เกิดผลดตี ่อนักเรยี น
ในการให้บริการ นักเรียน ครู และผู้ปกครอง ดว้ ย มีความพึงพอใจ เพ่ือนรว่ มงาน และ
๒.๒ การปรับปรงุ ระบบบรกิ ารให้ อัธยาศัย ไมตรอี ันดี ตลอด ตลอด ต่อการใหบ้ รกิ าร ผู้ปกครอง
มีประสทิ ธิภาพ ๑.ประเมินผลการให้บรกิ ารของตนเอง ภาค ภาค ในระดบั ดี ข้ึนไป ในการใช้บริการ
๒.ปรบั ปรุงและแกไ้ ขปญั หาระบบ เรียน เรยี น
๓ การพัฒนาตนเอง บริการ และการให้บรกิ าร ทาง เข้ารบั การอบรม ตนเองเป็นผู้มคี ณุ ภาพ
๓.๑ การศกึ ษาค้นควา้ หาความรู้ การศึกษาอืน่ ๆ อยู่เสมอ ตลอด ตลอด สัมมนา หรอื ได้รบั การพฒั นาไปใน
ติดตามองค์ความรู้ใหม่ ๆ ภาค ภาค ศกึ ษาหาความรู้ ทศิ ทางทดี่ ขี ้นึ ส่งผล
ทางวิชาการและวชิ าชพี ๕ ๑. ศกึ ษาคน้ คว้าหาความรู้ มงุ่ มนั่ และ เรียน เรียน ด้วยตนเอง และเกดิ ประโยชน์
แสวงหาโอกาสพฒั นาตนเอง ดว้ ยวิธกี าร อย่างนอ้ ย ต่อผู้เรยี น โรงเรยี น
๓.๒ การสรา้ งองค์ความรู้ ท่ีหลากหลาย เชน่ การเข้ารว่ มประชุม/ ภาคเรยี น
และนวตั กรรมในการพฒั นา สมั มนา การศึกษาดูงาน การคน้ คว้าดว้ ย ละ ๑๕ ชม.
องค์กรและวิชาชีพ ตนเอง เป็นต้น
๑. รวบรวม สังเคราะหข์ ้อมูล ความรู้
๓.๓ การแลกเปลี่ยนความคดิ เห็น จดั เป็นหมวดหมู่ และปรับปรุง
และสรา้ งเครอื ขา่ ย ให้ทนั สมัย
๒. สรา้ งองค์ความรู้และนวัตกรรม
เพอ่ื พัฒนาการจัดการเรยี นรู้
องคก์ ร และวิชาชีพ
๑. แลกเปล่ียนเรยี นร้กู บั ผอู้ นื่
เพือ่ พฒั นาตนเอง และพัฒนางาน
แผนพฒั นาตนเองรายบคุ คล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๖
ท่ี สมรรถนะท่ีจะพฒั นา อันดบั วธิ ีการ / รูปแบบการพัฒนา ระยะเวลาในการ เป้าหมาย ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะ
ความสาคญั พัฒนา ได้รบั
เริ่มต้น สิน้ สุด
๔ การทางานเป็นทมี ๗ ๑. จดั กลั ยาณมิตรนิเทศกับครเู ครอื ขา่ ย
๔.๑ การให้ความรว่ มมือชว่ ยเหลอื อยา่ งสมา่ เสมอ ตลอด ตลอด สามารถร่วมงานกบั เกิดความสามัคคีในหมู่
สนบั สนุนเพอ่ื นรว่ มงาน ๒. สร้างสัมพันธภาพท่ดี ใี นการทางาน ภาค ภาค ครูและบุคลลากรทาง คณะ ส่งผลให้การ
รว่ มกับผอู้ นื่ เรียน เรยี น การศึกษาท้ังในและ ดาเนินงานต่าง ๆ
๓. ทางานร่วมกบั ผู้อน่ื ตามบทบาทหน้าท่ี นอกสถานศกึ ษาได้ บรรลุผลสาเร็จ
ที่ได้รับมอบหมาย ทกุ คน อย่างเตม็ ท่ี ตลอดจนการมีความสุข
๔. ชว่ ยเหลอื สนบั สนนุ เพ่อื นร่วมงาน และเต็ม ในการปฏบิ ตั งิ าน
เพอื่ สเู่ ปา้ หมายความสาเรจ็ รว่ มกนั ความสามารถ
๔.๒ การเสริมแรงให้กาลงั ใจเพ่อื น ๑. ใหเ้ กียรติ ยกย่องชมเชย ให้กาลงั ใจ
ร่วมงาน แก่เพือ่ นร่วมงานในโอกาสที่เหมาะสม
๔.๓ การปรบั ตวั เข้ากับ ๑. ทางานร่วมกับบคุ คล/กล่มุ บคุ คล
สถานการณ์ และกลมุ่ คนที่ ทัง้ ภายในและภายนอกสถานศกึ ษา ได้
หลากหลาย อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
๔.๔ การแสดงบทบาทผู้นาหรอื ผู้ ๑. เป็นผูน้ าหรอื ผตู้ าม ในการทางาน
ตาม รว่ มกบั ผูอ้ น่ื ไดอ้ ย่างเหมาะสมตามโอกาส
๑. แลกเปลี่ยน/รบั ฟงั ความคิดเห็นและ
๔.๕ การเขา้ ไปมีสว่ นร่วมกบั ผ้อู ่นื ประสบการณภ์ ายในทมี งาน
ในการพัฒนาการจัดการศกึ ษา ๒. รว่ มสร้างวัฒนธรรมการทางานเป็น
ให้บรรลุผลสาเรจ็ ตาม ทีม ให้เกิดข้นึ ในสถานศกึ ษาและเกดิ เป็น
เปา้ หมาย องค์กรแห่งการเรยี นรู้
แผนพฒั นาตนเองรายบคุ คล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๗
ท่ี สมรรถนะท่จี ะพฒั นา อันดบั วิธกี าร / รปู แบบการพัฒนา ระยะเวลาในการ เปา้ หมาย ประโยชน์ที่คาดว่าจะ
ความสาคญั พัฒนา ไดร้ ับ
เร่มิ ต้น ส้ินสดุ
๕ จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณ ๑๐
วิชาชพี ครู ๑. ปฏบิ ตั ิตนตามบทบาทหนา้ ท่ี เสียสละ - ปฏบิ ตั ิตน เป็น
๕.๑ ความรักและศรัทธา ใน และอุทศิ ตนเพ่อื ประโยชน์ต่อวชิ าชีพ ตลอด ตลอด แบบอย่างทด่ี ีในด้าน - การดาเนนิ ชีวิต
วชิ าชพี ๒. ปกปอ้ งเกยี รติและเป็นสมาชิกที่ดี ภาค ภาค การดารงชีวิต เปน็ ไป
ขององค์กรวิชาชพี เรียน เรียน ตามหลักปรชั ญาของ อยา่ งมคี วามสุข
๓. ยกย่อง ชน่ื ชมบุคคลทปี่ ระสบ เศรษฐกิจพอเพยี งตาม มนั่ คง และย่ังยืน
๕.๒ มีวนิ ยั และความรับผดิ ชอบ ความสาเรจ็ ในวชิ าชพี คาสอนของพ่อหลวง - เป็นแบบอยา่ งทด่ี ี
ในวิชาชีพ ๑. มวี ินัย มคี วามรบั ผิดชอบ ซื่อสตั ย์ “สขุ ย่งิ ใหญ่ ให้แก่
และตรงต่อเวลา เร่ิมต้นทค่ี วาม นักเรียน ครู และ
๒. ปฏิบตั ติ นตามกฎ ระเบียบ ข้อบงั คับ พอเพียง” ชมุ ชน
๕.๓ การดารงชวี ติ อยา่ งเหมาะสม และวฒั นธรรมที่ดีขององคก์ ร - เข้ารับการอบรมเพ่ือ
๑. ดาเนินชีวติ ตามหลักปรชั ญาของ พฒั นาดา้ นคุณธรรม
เศรษฐกจิ พอเพยี ง จริยธรรม
๒. ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั คาสอนของศาสนา หรือไปฝกึ จติ นงั่ สมาธิ
๕.๔ การประพฤติปฏบิ ตั ติ น ยึดมัน่ ในคุณธรรมจริยธรรม ที่วดั อยา่ งนอ้ ยภาค
เป็นแบบอย่างท่ีดี ๑. เปน็ แบบอยา่ งท่ดี ี และส่งเสรมิ ผู้อื่น เรียนละ
ให้ปฏบิ ตั ิตนตามหลักจรยิ ธรรม ๓ คร้ัง
จรรยาบรรณวิชาชพี ครู และพฒั นา
จนเป็นที่ยอมรับ
แผนพฒั นาตนเองรายบุคคล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๘
ท่ี สมรรถนะที่จะพัฒนา อนั ดบั วธิ กี าร / รปู แบบการพฒั นา ระยะเวลา เปา้ หมาย ประโยชนท์ คี่ าดวา่ จะ
ความสาคัญ ในการพัฒนา ไดร้ ับ
เร่มิ ต้น สนิ้ สดุ
สมรรถนะประจาสายงาน ๑. พฒั นาหลักสตู รกลมุ่ สาระให้ - จดั ทาหลักสูตร
๖ การจัดการเรยี นรู้ ๑ สอดคลอ้ งกับหลักสูตรแกนกลาง รายวิชาทกุ รายวชิ าที่
๖.๑ การสรา้ งและพฒั นาหลักสูตร ๑. ออกแบบกจิ กรรมการเรียนรอู้ ยา่ ง ต.ค.๖๓ มี.ค.๖๔ สอน ตนเองมีความสามารถ
หลากหลาย เหมาะสม สอดคล้องกับวยั - จดั ทาแผนการ ในการจัดกิจกรรมการ
๖.๒ ความรู้ ความสามารถใน ความตอ้ งการ ของผูเ้ รียน และชุมชน จัดการเรียนร้ทู ุก เรียนรู้ โดยมีความรู้
การออกแบบการเรียนรู้ ๒. จดั ทาแผนการจัดการเรียนรูอ้ ยา่ งเปน็ หนว่ ยการเรียน เรื่องการเขียนแผนการ
ระบบ โดยบรู ณาการอยา่ งสอดคล้อง - จัดทาส่ือตาม จัดประสบการณ์
เชือ่ มโยงกัน โครงการการจดั การ การวัดผลประเมนิ ผล
๖.๓ การจัดกระบวนการเรียนรูท้ ี่ ๑. นาแผนการจดั การเรียนรไู้ ปใช้โดยจัด เรยี นรู้เพ่ือพัฒนา ตลอดจนการผลิตสือ่
เนน้ ผ้เู รยี นเป็นสาคญั กระบวนการเรยี นรู้ทีเ่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ ผู้เรียนในศตวรรษที่ การใชส้ ่ือ ประเภท ICT
สาคัญ ตลอด ตลอด ๒๑ จานวน ๒ หนว่ ย ส่งผลต่อการจัด
๒. ใชร้ ูปแบบ/เทคนคิ วธิ ีการสอนอย่าง ภาค ภาค - จัดสอนซ่อมเสริม กิจกรรมใหก้ ับผูเ้ รยี น
หลากหลาย เรียน เรียน ไม่น้อยกวา่ ๑๕ ครั้ง/ อยา่ งสูงสดุ
๓. วเิ คราะหผ์ ู้เรียน พรอ้ มทงั้ ใชห้ ลัก ภาคเรยี น
จิตวทิ ยาในการจัดการเรียนรู้ ให้ผูเ้ รยี น - จัดโครงการ/
เรยี นรู้อย่างมีความสขุ และพฒั นาอยา่ ง กิจกรรมเสริมทักษะ
เตม็ ศกั ยภาพ ไม่นอ้ ยกว่า ๑
๔. จดั กจิ กรรมการเรียนรทู้ ีป่ ลกู ฝงั / กจิ กรรม/ภาคเรียน
สง่ เสริมคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เชน่
การมวี ินัย การออม เป็นตน้
แผนพฒั นาตนเองรายบุคคล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๙
ท่ี สมรรถนะท่ีจะพฒั นา อันดับ วิธกี าร / รปู แบบการพัฒนา ระยะเวลา เป้าหมาย ประโยชน์ทคี่ าดวา่ จะ
ความสาคัญ ในการพฒั นา ได้รับ
๖.๔ การใชแ้ ละพัฒนานวตั กรรม
เทคโนโลยีสารสนเทศ เร่ิมต้น สิน้ สุด
เพ่อื การจัดการเรียนรู้
๑. ใช้สื่อ นวตั กรรมและเทคโนโลยี อย่าง ตลอด ตลอด - สามารถใช้ Plicker - นกั เรยี นมีความ
๖.๕ การวดั และประเมินผล
การเรียนรู้ หลากหลาย เหมาะสมกับเน้ือหาและ ภาค ภาค ในการทาแบบ สนกุ สนานกบั การเรียน
กิจกรรมการเรียนรู้ เช่น ชดุ การเรยี น เรียน เรียน ทดสอบได้ทกุ ครงั้ - นกั เรยี นสนใจการ
Power point เป็นตน้ - สร้าง Kahoot มา เรียนมากขน้ึ จาก
๑. ออกแบบวธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล เล่นเกมตอบคาถาม วธิ ีการทาแบบทดสอบ
อยา่ งหลากหลาย เหมาะสมกับ เนื้อหา เพอ่ื สรา้ งการต่นื ตวั รูปแบบใหม่
กจิ กรรมการเรยี นรู้ และผูเ้ รียน ในการเรยี นการสอน - นักเรียนเข้าใจใน
๒. สรา้ งและนาเครอ่ื งมอื วดั และ ได้ เนื้อหาการเรียนเพิ่ม
ประเมนิ ผลไปใช้อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม - สร้าง PowerPoint มากขนึ้
๓. วัดและประเมนิ ผลผู้เรยี นตามสภาพ ประกอบการสอน
จรงิ อย่างน้อยบทละ ๑
๔. นาผลการประเมินการเรยี นรู้มาใช้ใน สไลด์
การพัฒนาการจดั การเรยี นรู้ - สรา้ งเกมผ่านทาง
๕. พัฒนาและส่งเสริมนักเรยี นโดยการ Wordwall.net
สอนซ่อมเสรมิ และจัดกจิ กรรมส่งเสริม เสรมิ การเรียนรู้
อ่นื ๆ เชน่ แขง่ ทกั ษะวิชาการด้านยุว - เลอื กใชว้ ิธีการ
บรรณารกั ษ์ เป็นตน้ วัดผลท่ีเหมาะสมกบั
เน้ือหา และวัดผู้เรียน
เป็นรายบคุ คลได้
แผนพฒั นาตนเองรายบุคคล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๑๐
ท่ี สมรรถนะท่จี ะพฒั นา อนั ดับ วิธกี าร / รูปแบบการพัฒนา ระยะเวลา เปา้ หมาย ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะ
ความสาคญั ในการพัฒนา ไดร้ ับ
เริม่ ตน้ ส้ินสุด ผเู้ รยี นมีคุณธรรม
จรยิ ธรรม
๗ การพฒั นาผู้เรยี น ๑. สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม และคณุ ลักษณะทพี่ งึ
ประสงค์
๗.๑ การปลกู ฝังคณุ ธรรม ๒ แก่ผู้เรยี นในการจดั การเรยี นรู้ ตลอด ตลอด - เยย่ี มบา้ น นร. มีทกั ษะชวี ิต เปน็ ท่ี
ภาค ภาค ในที่ปรึกษา ยอมรบั
จริยธรรมแกผ่ ูเ้ รยี น ในชนั้ เรียน เช่น ความรบั ผิดชอบ ของสังคม
เรียน เรยี น ให้ครบ
ความมีวินยั ความสามัคคี เปน็ ตน้ ร้อยละ ๑๐๐
- จัดทาขอ้ มูล
๒. จดั โครงการ/กิจกรรม สง่ เสรมิ
ระบบดูแล
คุณธรรม จริยธรรม โดยใหผ้ ู้เรียน ช่วยเหลอื นร.
มสี ่วนร่วมในการวางแผน เช่น ให้สมบรู ณ์
การสอนซอ่ มเสรมิ ให้เพอื่ น เปน็ ต้น
๗.๒ การพัฒนาทักษะชีวติ ๑. จดั กจิ กรรมเพือ่ พฒั นาผเู้ รียน
สขุ ภาพกาย ด้านการดแู ลตนเอง มีทักษะในการ
และสุขภาพจติ ผู้เรียน เรยี นรู้ การทางาน และการอยรู่ ว่ มกนั
ในสังคมอย่างมีความสขุ
๑. สอดแทรกความเป็นประชาธิปไตย
๗.๓ การปลูกฝังความเปน็ ความภูมิใจในความเป็นไทย
ประชาธปิ ไตย ความภูมิใจ ให้แกผ่ ้เู รยี น
ในความเป็นไทยใหก้ ับผูเ้ รยี น ๑. ให้ผู้เรยี น ครูผูส้ อน และผปู้ กครอง
๗.๔ การจัดระบบดแู ลช่วยเหลือ มีสว่ นร่วมในดแู ลช่วยเหลอื นักเรยี น
นกั เรยี น ๒. นาขอ้ มูลนักเรียนไปใช้ช่วยเหลอื /
พฒั นาผเู้ รยี นทั้งดา้ นการเรียนรู้
และปรบั พฤติกรรมเป็นรายบุคคล
แผนพฒั นาตนเองรายบคุ คล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๑๑
ท่ี สมรรถนะทจ่ี ะพฒั นา อันดับ วิธีการ / รูปแบบการพัฒนา ระยะเวลา เปา้ หมาย ประโยชน์ที่คาดว่าจะ
ความสา ในการพัฒนา ได้รบั
๘ การบริหารจดั การชนั้ เรยี น ๑. จดั บรรยากาศภายในและภายนอก เริม่ ต้น สิ้นสุด - จดั ป้ายนิเทศ
๘.๑ จัดบรรยากาศทส่ี ง่ เสรมิ คัญ ชั้นเรยี นใหเ้ อ้อื ต่อการเรียนรู้ เพื่อใหค้ วามรู้ หอ้ งเรยี นมีบรรยากาศท่ี
การเรียนรู้ มคี วามสขุ ตลอด ตลอด ด้านภาษาไทย เอือ้ ต่อการเรยี นรู้ ผเู้ รยี นมี
และมคี วามปลอดภยั แก่ผเู้ รียน ๔ ๒. จัดป้ายนิเทศเพอ่ื เปน็ ข้อมูลขา่ วสาร ภาคเรยี น ภาคเรียน อย่างน้อยภาค ความสขุ ในการเรียนรู้ ครูมี
สาหรับการเรียนรู้ เรียนละ ๑ ข้อมลู ตา่ ง ๆ อยา่ งเปน็
๘.๒ จัดทาข้อมูลสารสนเทศ ครงั้ ปจั จบุ นั ท่ีสามารถเปน็
และเอกสารประจาช้นั เรียน/ ๓. สง่ เสริมการมีปฏสิ มั พนั ธ์ท่ดี รี ะหวา่ ง แบบอยา่ งได้
ประจาวิชา ครกู ับผเู้ รยี น และผูเ้ รยี นกบั ผู้เรยี น
๘.๓ กากบั ดูแลชน้ั เรียนรายช้นั / ๑. จดั ทาข้อมูลสารสนเทศของนักเรียน
รายวิชา เปน็ รายบคุ คลและเอกสารประจาชั้น
อยา่ งถกู ตอ้ ง ครบถว้ น เปน็ ปจั จุบัน
๒. นาขอ้ มลู สารสนเทศไปใช้ใน
การพัฒนาผ้เู รียน
๑. ให้ผู้เรยี นมีส่วนรว่ มในการกาหนด
กฎ กติกา ข้อตกลงในชน้ั เรียน
๒. แกป้ ัญหา/พฒั นานกั เรยี น
ด้านระเบยี บวินัย โดยการสรา้ ง
วินยั เชิงบวกในช้นั เรยี น
๓. ประเมินการกากับดแู ลช้ันเรยี น
และนาผลการประเมินไปใช้
ในการปรบั ปรงุ และพัฒนา
แผนพฒั นาตนเองรายบุคคล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๑๒
ท่ี สมรรถนะท่ีจะพัฒนา อนั ดับ วิธกี าร / รปู แบบการพัฒนา ระยะเวลาในการ เปา้ หมาย ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะ
พัฒนา ได้รบั
ความสา
คญั เร่มิ ตน้ สน้ิ สดุ
๙ การวเิ คราะห์ สังเคราะห์
และการวจิ ยั ในชน้ั เรยี น ๓ ๑. สารวจปญั หาเกีย่ วกับนกั เรียน
๙.๑ ความสามารถในการวเิ คราะห์ ท่เี กิดขึ้นในช้ันเรยี น เพื่อวางแผน ตลอด ตลอด - จดั ทาวจิ ยั - ครูมีความรู้
การวิจัยในช้ันเรยี น ภาคเรยี น ภาคเรยี น ในชั้นเรยี น ความสามารถในการ
๒. วเิ คราะหส์ าเหตุของปัญหาเกยี่ วกบั พร้อมรายงาน จดั ทาวจิ ัยในชนั้ เรียน
นกั เรยี นท่ีเกดิ ขนึ้ ในชนั้ เรยี น ผลการวิจยั - ผู้เรยี นไดร้ ับการ
เพื่อกาหนดทางเลอื กในการแกป้ ัญหา ไมน่ ้อยกว่า แก้ปัญหา
๑. รวบรวม จาแนก และจัดกลุม่ ๑ เรอื่ ง/ อย่างเป็นระบบ
๙.๒ ความสามารถในการสงั เคราะห์ ของสภาพปญั หาของผเู้ รียน ปีการศกึ ษา
แนวคิดทฤษฎแี ละวธิ ีการแกไ้ ขปัญหา
เพอ่ื สะดวกต่อการนาไปใช้
๑. จดั ทาแผนการวจิ ัย และดาเนนิ
๙.๓ ความสามารถในการวจิ ัย กระบวนการวิจยั อย่างเป็นระบบ
เพอื่ พัฒนาผเู้ รียน ตามแผนดาเนินการวจิ ยั ทก่ี าหนดไว้
๒. ตรวจสอบความถกู ต้อง
และความนา่ เชือ่ ถอื ของผลการวิจัย
อยา่ งเปน็ ระบบ
๓. มีการนาผลการวจิ ัยไปประยกุ ตใ์ ช้
ในกรณศี ึกษาอนื่ ๆ ท่มี ีบริบทของปัญหา
ทค่ี ล้ายคลึงกนั
แผนพฒั นาตนเองรายบุคคล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๑๓
อันดบั วิธีการ / รปู แบบการพัฒนา ระยะเวลา เป้าหมาย ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะ
ในการพัฒนา ไดร้ บั
ท่ี สมรรถนะทจ่ี ะพฒั นา ความสา
คญั เรม่ิ ตน้ ส้ินสดุ
๑๐ ภาวะผนู้ าครู ๙ ๑. พิจารณาทบทวน ประเมนิ ตนเองเกย่ี วกบั
๑๐.๑ วุฒภิ าวะความเปน็ ผูใ้ หญท่ ่ี พฤติกรรมทีแ่ สดงออกตอ่ ผู้เรียนและผู้อ่นื ตลอด ตลอด - รว่ มงานกบั - มวี ุฒภิ าวะความเปน็
เหมาะสมกับความเป็นครู ๒. ใหค้ วามสาคัญในความคดิ เหน็ ของผ้อู ่ืน ภาค ภาคเรยี น ครูและบุคลกร ผ้ใู หญ่
และให้เกียรติแกผ่ ู้อ่ืน เรียน ทางการศกึ ษา - มคี วามพร้อมทจ่ี ะรบั
๑๐.๒ การสนทนาอย่าง ๑. มปี ฏสิ ัมพนั ธ์ มีบทบาท และมสี ่วนร่วมใน ไดอ้ ยา่ งเตม็ การเปลย่ี นแปลง
สร้างสรรค์ การสนทนาอยา่ งสร้างสรรค์กบั ผอู้ นื่ โดย ความสามารถ
มงุ่ เน้นไปท่ีการเรียนร้ขู องผเู้ รยี น และการ ทุกคน
พฒั นาวชิ าชีพ - พนั าตนเอง
๒. มที กั ษะการฟงั การพดู และการตง้ั คาถาม ทางด้าน
เปดิ ใจกวา้ ง ยืดหย่นุ ยอมรับทศั นะท่ี อารมณแ์ ละ
หลากหลายของผู้อ่ืน เพ่อื เป็นแนวทางใหม่ ๆ สงั คมให้ดี
ในการปฏิบัตงิ าน ข้นึ อย่เู สมอ
๑๐.๓ การเป็นบุคคลแหง่ การ ๑. รเิ ริม่ การปฏิบัตทิ ีน่ าไปสู่กาเปลยี่ นแปลง
เปล่ียนแปลง และการพฒั นานวตั กรรม ICT
๒. ปฏิบตั งิ านรว่ มกบั ผอู้ ืน่ ภายใต้ระบบ/
ขน้ั ตอนทีเ่ ปลีย่ นแปลงไปจากเดมิ ได้
๑๐.๔ การปฏิบตั งิ านอย่าง ๑. พิจารณาไตร่ตรองความสอดคลอ้ งระหวา่ ง
ไตรต่ รอง การเรียนรขู้ องนกั เรยี น และการจัดการเรียนรู้
๑๐.๕ การมุง่ พัฒนาผลสัมฤทธ์ิ ๑. ปรับปรงุ การปฏิบัตงิ านของตนเอง
ผูเ้ รียน เพ่ือพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิของผ้เู รยี น
แผนพฒั นาตนเองรายบุคคล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๑๔
ท่ี สมรรถนะทีจ่ ะพฒั นา อันดบั วิธกี าร / รปู แบบการพฒั นา ระยะเวลาในการ เปา้ หมาย ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะ
๑๑ การสรา้ งความร่วมมือกับชุมชน พฒั นา ได้รบั
ความสา
๑๑.๑ การสรา้ งความสมั พันธ์ คัญ เรมิ่ ต้น สนิ้ สุด
และความร่วมมือกบั ชมุ ชน
เพอื่ การจดั การเรียนรู้ ๑๑ ๑. กาหนดแนวทางในการสร้าง ตลอด ตลอด - ร่วมกจิ กรรม - ชุมชนให้ความรว่ มมอื ใน
๑๑.๒ การสร้างเครอื ขา่ ยความ ความสัมพนั ธท์ ่ีดี และความรว่ มมือ ภาค ภาคเรยี น วันสาคญั กจิ กรรมต่าง ๆ ที่
รว่ มมอื เพ่อื การจัดการเรยี นรู้
กบั ชุมชน เรยี น กับชุมชนหรือ สถานศกึ ษา
๒. ใหค้ วามร่วมมือในกิจกรรมตา่ ง ๆ หน่วยงาน จดั ขึ้นอย่างเต็มใจ
ของชมุ ชน เชน่ กิจกรรมวันสาคญั อืน่ ๆ - ชมุ ชนมคี วามพึงพอใจ
ต่าง ๆ เป็นตน้ อย่างนอ้ ย ในกิจกรรมที่ผู้เรียน
๓. จดั กิจกรรมทีเ่ สรมิ สร้างความสมั พันธ์ ภาคเรยี น และสถานศึกษาจดั ข้ึน
และความร่วมมือกับผ้ปู กครอง ละ ๒ คร้ัง
และชุมชน เช่น การเย่ยี มบา้ น
กจิ กรรม บวร เป็นตน้
๑. สร้างเครือขา่ ยความรว่ มมอื ระหวา่ ง
ครู ผปู้ กครอง ชมุ ชน และองค์กรอ่ืน ๆ
ทงั้ ภาครัฐ และเอกชน เพื่อสนับสนุน
ส่งเสรมิ การจัดการเรยี นรู้
แผนพฒั นาตนเองรายบคุ คล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๑๕
สว่ นที่ ๓ ตารางสรปุ แผนพฒั นาตนเอง
(สรปุ วิธกี าร/รูปแบบการพฒั นา ทม่ี คี วามจาเป็นมากทีส่ ดุ ในสมรรถนะทตี่ อ้ งการพฒั นา ๓ อนั ดับแรก)
อนั ดับท่ี สมรรถนะที่จะพัฒนา วธิ ีการ / รูปแบบการพัฒนา ระยะเวลาในการพฒั นา ประโยชน์ทคี่ าดวา่ จะได้รบั
๑ การจัดการเรยี นรู้ เรม่ิ ตน้ สิน้ สดุ
๑. อบรมการใชส้ ื่อ นวตั กรรม ต.ค.๖๓ ม.ี ค.๖๔ - ครูมคี วามรู้ ความสามารถ
๒ การพัฒนาผู้เรียน และเทคโนโลยี อย่างหลากหลาย ในการผลิตสอ่ื การใช้สือ่ ประเภท ICT
เช่น จดั ทาสอ่ื ICT จัดทาส่ือตาม ต.ค.๖๓ มี.ค.๖๔ ส่งผลต่อการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
โครงการการจัดการเรียนรเู้ พื่อ ทเี่ กดิ ประโยชนต์ ่อผ้เู รียน
พัฒนาผูเ้ รียนในศตวรรษที่ ๒๑เปน็ ตน้ - ครูรจู้ กั ผูเ้ รียนเปน็ รายบุคคล
๒. วิเคราะห์ผู้เรียนรายบคุ คล และมีหลกั จติ วิทยาในการจดั การเรยี นรู้
การส่งเสริม และพฒั นานกั เรียน
ในรายวิชาท่สี อน ไดอ้ ย่างเตม็ ตามศกั ยภาพ
๓. ใชห้ ลกั จิตวิทยา
ตลอด ตลอด - ครูรจู้ ักนกั เรียนในท่ปี รึกษาเปน็ รายบคุ คล
ในการจัดการเรยี นรู้ ภาคเรยี น ภาคเรยี น
ให้ผ้เู รียนเรยี นรู้อยา่ งมคี วามสขุ ตลอด ตลอด พรอ้ มทงั้ มีขอ้ มูลในการช่วยเหลอื
และพัฒนาอยา่ งเต็มศกั ยภาพ ภาคเรียน ภาคเรียน ส่งเสริม และพฒั นานักเรียน
๑. วางแผนจดั ระบบดูแลช่วยเหลือ ได้อย่างเต็มตามศกั ยภาพ
ผู้เรยี นให้มปี ระสิทธภิ าพ เชน่ ต.ค.๖๓ มี.ค.๖๔
เย่ยี มบ้านนักเรยี นในทปี่ รกึ ษา
ให้ครบรอ้ ยละ ๑๐๐
๒. จดั ทาขอ้ มลู
ระบบดแู ลช่วยเหลอื นักเรียน
ให้เสรจ็ สมบูรณ์
แผนพฒั นาตนเองรายบคุ คล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๑๖
อนั ดับท่ี สมรรถนะที่จะพฒั นา วิธกี าร / รูปแบบการพฒั นา ระยะเวลาในการพฒั นา ประโยชน์ทค่ี าดวา่ จะได้รับ
๓ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ ๑. วเิ คราะห์สาเหตุของปญั หาเกีย่ วกบั เรม่ิ ตน้ ส้นิ สดุ - ครูมีความรคู้ วามสามารถในการจัดทา
และการวจิ ยั ในชนั้ เรียน นักเรียนที่เกดิ ข้ึนในช้นั เรียน วิจยั ในชนั้ เรียน
เพื่อกาหนดทางเลือกในการแก้ปญั หา ตลอด ตลอด - ผูเ้ รียนได้รับการแก้ปัญหา
๒. รวบรวม จาแนก และจดั กลุ่ม ภาคเรียน ภาคเรยี น อยา่ งเป็นระบบ
ของสภาพปัญหาของผู้เรียน
แนวคดิ ทฤษฎีและวิธกี ารแกไ้ ขปัญหา
เพอ่ื สะดวกตอ่ การนาไปใช้
๓. จัดทาแผนการวิจยั และดาเนนิ
กระบวนการวจิ ัย อย่างเป็นระบบ
ตามแผนดาเนินการวจิ ัยทก่ี าหนดไว้
พรอ้ มรายงานผล
แผนพฒั นาตนเองรายบุคคล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๑๗
............................................ ผู้จัดทา
(นางสาวธัญญา ดาทอง)
ความเหน็ .....................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................
………………………………………..
(นางวรินทพ์ ทั ธ์ วเิ ศษเบญจกลุ )
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ความเหน็ .....................................................................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................................................................................................
…………………………………………………
(นายเฉลมิ พล คนชมุ )
รองผอู้ านวยการโรงเรยี นหนองกพี่ ิทยาคม
ความเห็น.....................................................................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................................................................................................
…………………………………………………
(นายชาตรี อัครสขุ บุตร )
ผู้อานวยการโรงเรยี นหนองกพี่ ทิ ยาคม
แผนพฒั นาตนเองรายบุคคล ( Individual Development Plan : ID Plan ) ๑๘