วิ การพัฒนาสื่อการสอนสำหรับ
การเรียนการสอนออนไลน์
รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน ท๓๒๑๐๒
เรื่อง การสร้างคำ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕
โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์
จัยในชั้น
เรียน
โดย
นางสาวธัญญา ดาทอง ตำแหน่ง ครู
โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา บุรีรัมย์
สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน
การพัฒนาสอ่ื การสอนสาหรบั การเรยี นการสอนออนไลน์
รายวชิ าภาษาไทยพ้นื ฐาน ท๓๒๑๐๒ เร่ือง การสร้างคา
สาหรบั นักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๕ โรงเรยี นหนองกพ่ี ิทยาคม อาเภอหนองกี่ จงั หวัดบรุ รี มั ย์
บทคดั ย่อ
การวจิ ยั นี้มวี ัตถุประสงคเ์ พอ่ื พัฒนาสอ่ื สาหรับการเรียนการสอนออนไลน์ในรายวิชาภาษาไทย
ท๓๒๑๐๒ ให้มีประสิทธิภาพ โดยใช้เครื่องมอื ส่ือมลั ติมีเดีย (Multimedia Online Learning) เรอื่ ง การสร้าง
คา เพื่อค้นหาประสิทธภิ าพ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนร้ขู องผู้เรยี นผ่านส่ือออนไลน์ด้วยแบบทดสอบ รวมท้ัง
วเิ คราะห์ความพึงพอใจ ของผู้เรียนจากการเรยี นด้วยสื่อมัลตมิ ีเดียออนไลน์ โดยมีกลมุ่ ตัวอย่างคอื นักเรียนช้ัน
มธั ยมศึกษาปีท่ี ๕ โรงเรียนหนองกี่พทิ ยาคม อาเภอหนองก่ี จังหวัดบรุ ีรมั ย์ จานวน ๔๖ คน ที่ศกึ ษาในรายวิชา
ภาษาไทยพน้ื ฐานแลว้ นาผลท่ไี ดม้ าวเิ คราะหห์ าประสิทธภิ าพและผลสัมฤทธ์ิ
จากผลการทดลองภาคสนามมีประสทิ ธิภาพเท่ากับ 93.13/92.17 ซึ่งอยู่สูงกว่าเกณฑ์ทก่ี าหนดไว้
คอื 80/80 ประสิทธผิ ลทางการเรียนรู้ของผู้เรยี น โดยมีค่าความยาก ง่าย (P) เฉล่ียเท่ากับ 0.27 - 0.80 ค่า
อานาจจาแนก (D) เฉล่ียเท่ากับ 0.20 - 0.71 และค่า ความเชื่อม่ันเฉล่ีย เท่ากับ 0.96 วิเคราะห์หา
ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน โดยนาคะแนนจากการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรยี นมาเปรียบ เทียบ พบว่าผลต่าง
ของคะแนนการทดสอบหลังเรียนสูงกว่า คะแนนการทดสอบก่อนเรียน โดยมีค่าเท่ากับ 62.01 ซึ่งมี ค่า
มากกว่าหรือเท่ากับ 60 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจ ของผู้เรียน ได้คะแนนเฉล่ียทุกด้านเท่ากับ ๔.๕๘
แสดงวา่ ผเู้ รยี นมคี วามพงึ พอใจตอ่ ส่อื ออนไลน์อยูใ่ น เกณฑร์ ะดับดีมาก
สรุปได้ว่า การพัฒนาสื่อมัลติมีเดีย เรื่องการสร้างคาในคร้ังนี้ มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้เรียนมี
ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนรู้ เพ่มิ มากขนึ้ และผู้เรียนมีความพงึ พอใจในระดบั ดีมาก
บทนำ
ในช่วงปีที่ผ่านมาท่ัวโลกได้พบกบั วิกฤตโรคระบาดทร่ี ้ายแรงคร้ังยิ่งใหญ่ คือ การแพร่ระบาดของเชื้อ
ไวรัสโคโรนา่ ๒๐๑๙ มีผคู้ นลม้ ตายเปน็ จานวนมากจากโรคระบาดในครง้ั น้ี เน่ืองจากการแพร่ระบาดทีส่ ามารถ
ติดต่อไดอ้ ยา่ งง่ายดาย เพียงสัมผัส ถกู สารคัดหล่งั หรือโดนละอองฝอยของผู้ตดิ เชื้อกส็ ามารถตดิ เชอ้ื ได้แล้ว ดว้ ย
เหตุการณ์นไ้ี ด้เกดิ ขนึ้ ตง้ั แต่ชว่ งปพี .ศ.๒๕๖๒ จนมาถงึ ปัจจบุ ันคอื ปี ๒๕๖๔ สถานการณใ์ นประเทศไทยก็ยงั ไม่ดี
ขนึ้ ยงั คงมกี ารแพร่ระบาดอย่างตอ่ เนื่อง
การศึกษาถือเป็นสิ่งสาคัญ เด็กทุกคนในประเทศควรได้รับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เพ่ือพัฒนาการอ่าน
เขียน คิด วเิ คราะหไ์ ดอ้ ย่างเหมาะสม แตด่ ว้ ยสถานการณ์การแพรร่ ะบาดในครัง้ นี้ ทาใหส้ ถานศึกษาไมส่ ามารถ
เปิดเรียนแบบ On Site ได้เต็มรูปแบบตั้งแต่นั้นมา เป็นผลให้ต้องมีการปรับวิธีการจัดการเรียนการสอนใน
รูปแบบ Online ซ่ึงนักเรียนสามารถเรยี นรู้ได้จากทบี่ ้าน ลดความแออัด ความเสี่ยงทจี่ ะต้องมาพบเจอผู้คนใน
สถานศกึ ษา
เทคโนโลยีถือเป็นส่วนสาคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดเช่นน้ี ครู
และบุคลากรทางการศกึ ษาต่าง ๆ จงึ ได้พฒั นาตนเอง เพ่อื สร้างสือ่ สาหรับจัดการเรยี นการสอนรูปแบบออนไลน์
ใหเ้ หมาะสมกับเนื้อหา น่าสนใจและสามารถเขา้ ถงึ ผู้เรยี นได้มากที่สุด สื่อมลั ติมเี ดียเปน็ อีกหนึง่ ทางเลือกในการ
สรา้ งสรรค์สือ่ เพื่อพฒั นาผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนของผู้เรยี นได้
ส่ือมัลติมีเดีย หมายถึง การใช้คอมพิวเตอร์สื่อความหมายโดยการผสมผสานสื่อหลายชนิด เช่น
ขอ้ ความ กราฟ ภาพศลิ ป์ (Graphic Art) เสียง ภาพเคลอื่ นไหว (Animation) และวิดีทัศน์ เปน็ ต้น (Vaughan.
1993) ในการน้ีผู้วิจัยจึงเลือกพัฒนาส่ือมัลติมีเดีย เพ่ือให้ผู้เรียนใช้ศึกษาผ่านระบบออนไลน์ หรือสามารถดู
ย้อนหลงั ไดผ้ ่านรปู แบบ On Demand ใหน้ กั เรียนสามารถเรียนรไู้ ดท้ ุกที่ ทุกเวลา
วตั ถปุ ระสงคข์ องกำรกำรวจิ ยั
1. เพ่ือพัฒนาสอ่ื ออนไลน์เรื่อง การสรา้ งคา แก่นกั เรียนได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
2. เพื่อศกึ ษาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนรู้ของผเู้ รยี นผา่ นสอื่ ออนไลน์เรอ่ื ง การสรา้ งคา
3. เพื่อศึกษาความพงึ พอใจของนักเรยี นช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๑ โรงเรียนหนองกีพ่ ทิ ยาคม ท่ีมตี อ่ การ
ใช้ส่อื ออนไลนเ์ ร่ือง การสรา้ งคา
ขอบเขตของกำรวิจยั
การวจิ ัยครง้ั นผ้ี วู้ ิจัยทดลองพัฒนาสอ่ื ออนไลน์ เรือ่ ง การสรา้ งคา ของนกั เรียนชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๕/๒
โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม เพื่อใช้ในระบบการเรียนการสอนออนไลน์ (Online) ประกอบด้วยสื่อทั้งหมด ๑
หน่วยการเรยี นรู้
1. การวิจัยครั้งน้ีผู้วิจัยทดลองพัฒนาสื่อออนไลน์ เร่ือง การสร้างคา เพ่ิมเสริมสร้างความรู้
นอกเหนือจากรูปแบบออนไลน์ ให้เรียนควบคู่แบบออนดีมานซ์ไปกับการเรียนวิชาภาษาไทยพ้ืนฐาน สาหรับ
นักเรียนชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๕/๒ โรงเรยี นหนองก่พี ทิ ยาคม ประกอบดว้ ยสือ่ ท้งั หมด ๑ หน่วยการเรยี นรู้
๒. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง กาหนดให้เป็นแบบเจาะจง โดยใช้นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๕/๒
โรงเรยี นหนองกพี่ ทิ ยาคม จานวน ๔๖ คน
๓. ตวั แปรทีศ่ กึ ษา ประกอบไปด้วย
๓.1 ตัวแปรต้น ได้แก่ สอ่ื อนไลน์เร่อื ง การสรา้ งคา
๓.2 ตัวแปรตาม ได้แก่ ประสิทธิภาพทางการเรียนรู้ของผู้เรียนผ่านสอ่ื ออนไลน์ โดยมีเกณฑ์
มาตรฐานคือ 80/80 ผลสัมฤทธ์ิ และความพึงพอใจตอ่ ส่อื ออนไลน์
วิธดี ำเนนิ กำรวิจัย
ผูว้ ิจัยดาเนินการสร้างเคร่ืองมอื โดยแบง่ ออกเปน็ 3 สว่ น ไดแ้ ก่ ส่วนท่ี 1 คอื สือ่ ออนไลน์ ส่วนที่ 2 คือ
แบบทดสอบหาประสทิ ธภิ าพและผลสัมฤทธ์ิ และส่วนท่ี 3 คอื แบบสารวจความพงึ พอใจ
1. ส่ือบทเรียนออนไลน์ การพัฒนาส่ือออนไลน์เรื่อง การสร้างคา แบ่งข้ันตอนการดา เนินงานโดย
สรา้ งแผนภูมโิ ครงขา่ ยเนื้อหา (Content Network Chart) ซึง่ นา หัวเรื่องต่าง ๆ ท่จี าเป็นมาสร้างเป็นบทเรียน
โดยคานงึ ถงึ ลาดับการเรียนกอ่ น-หลัง หรือเรียนแบบค่ขู นานกันได้โดยไม่เกี่ยวขอ้ งกัน เสนอเน้อื หาบทเรยี นตาม
หลักการสอน คือ การนาเข้าสู่เนื้อหาการเรียน การสรุป กจิ กรรมเสริมความรู้ และการประเมินผล ของแต่ละ
หน่วยการเรียน
การพัฒนากรอบเนอื้ หาบทเรียน (Development) เขียนรายละเอยี ดเนื้อหา (Script Development)
ตามรูปแบบท่ีได้กา หนดโดยเขียนเป็นกรอบ จะต้องเขียนให้เป็นไปตามแผนท่ีวางเอาไว้ จัดลาดับเนื้อหา
(Storyboard Development) จากน้ันสร้างแบบทดสอบสาหรบั บทเรียน ระหวา่ งเรยี น และหลังเรียนของแต่
ละหน่วยการเรยี น ประเมินคุณภาพของแบบทดสอบโดยการนา มาวเิ คราะห์ เพ่ือหาค่าความยากง่าย อานาจ
จาแนก และความเชอื่ มนั่ ของแบบทดสอบ เพอ่ื นาไปบรรจุเป็นส่วนหน่งึ ของตวั บทเรยี น (Courseware)
2. แบบทดสอบหาประสิทธภิ าพและผลสมั ฤทธิ์
ผวู้ ิจัยได้สร้างแบบทดสอบก่อนเรียน และแบบทดสอบหลังเรียน โดยแบบทดสอบท่ีสร้างข้นึ เป็นแบบ
ปรนัย 4 ตัวเลอื ก โดยมรี ายละเอียดดังตอ่ ไปนี้
2.๑ สร้างแบบทดสอบแบบ 4 ตวั เลือก ให้ครอบคลุมเนื้อหา และจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
2.๒ นาแบบทดสอบให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเน้ือหา ตรวจสอบและนาข้อเสนอแนะต่าง ๆ มาทาการ
ปรบั ปรุงแก้ไขแบบทดสอบ มาทาการปรับปรงุ แก้ไขแบบทดสอบเพ่อื ให้เกดิ ความสมบรูณ์ย่ิงขึ้น ซ่ึงจดุ ท่ีทาการ
ปรับปรุงแก้ไข ได้แก่ ปรับการใชค้ าของคาถามและคาตอบบางขอ้ คาถามบางข้อมีข้อความช้แี นะคาตอบมาก
เกนิ ไป
2.๓ นาแบบทดสอบมาหาประสิทธิภาพ จากน้ันนาแบบทดสอบที่ผ่านกระบวนการทดสอบแล้วมา
วเิ คราะห์หาค่าความยากง่าย (P) คา่ อานาจจาแนก (D) และค่าความเช่อื ม่ันของแบบทดสอบ โดยพิจารณาตาม
เกณฑ์ขอ้ สอบเลอื กเฉพาะขอ้ ทีม่ ีระดับความยากงา่ ยอยู่ระหว่าง 0.20 - 0.80 และคดั เลือกเฉพาะข้อสอบทีมี
คา่ อานาจจาแนก 0.20 ขึ้นไปวิเคราะห์ค่าความเชื่อม่ันโดยคานวณหาคา่ สัมประสิทธ์ิความเช่อื มั่นตามสูตร คู
เดอร์ริชาร์ดสัน 20 ในชุดแบบทดสอบแต่ละหนว่ ยการเรียน โดยค่าความเช่ือมั่นทีอ่ ยู่ในเกณฑท์ ี่ใช้ได้จะตอ้ งมี
ค่าไมต่ ่ากว่า 0.60 คัดเลอื กขอ้ สอบมาใช้ตามวตั ถปุ ระสงค์ของการวจิ ยั
3. แบบสารวจความพึงพอใจ
ผู้วิจัยใช้แบบประเมินความพึงพอใจของผเู้ รียน ในรูปแบบมาตรประเมนิ ค่า (Rating scale) แบ่งเป็น
5 ระดับ ตั้งแต่น้อยจนถึงพึงพอใจมาก เพ่ือวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน รวมท้ังใช้คาถาม
ปลายเปิดในสว่ นของการแสดงความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
ขนั้ ตอนกำรพัฒนำสอื่
1. ศกึ ษาหลกั ของการออกแบบ และการใชส้ ือ่ บทเรียนออนไลน์
2. ออกแบบบทเรียน ประกอบดว้ ย
2.1 การวิเคราะหเ์ นอื้ หา (Content analysis)
2.2 กาหนดวตั ถุประสงค์ของบทเรยี น (Objective)
2.3 กาหนดเน้อื หาและกจิ กรรม (Content and activity)
2.4 การกาหนดวธิ ีการนาเสนอ (Scenario)
3. การสร้างภาพรา่ งของบทเรยี นเปน็ ข้นั ของการเขียนแบบแผนของบทเรียนแต่ละบทซึง่ จะ
ประกอบด้วยเนอ้ื หา รายละเอยี ดด้านตวั หนงั สอื ภาพ เสยี ง ความเชื่อมโยงของสว่ นตา่ ง ๆ ในบทเรียน
4. การสร้างบทเรยี น ดาเนินการสรา้ งบทเรียนตามท่อี อกแบบไว้
5. ทดลองใช้บทเรียนกับผู้เรยี น
6. การตรวจสอบและประเมนิ คุณภาพบทเรยี น
ผลกำรวจิ ัย
การวจิ ยั ครง้ั น้ี ผวู้ ิจัยไดว้ เิ คราะหข์ ้อมูล ได้ดงั น้ี
1. วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของการพัฒนาสื่อมัลติมีเดีย เรื่องการสร้างคา จากผลการทดลอง
ภาคสนามมีประสิทธิภาพเทา่ กบั 93.13/92.17 ซ่ึงอยสู่ งู กวา่ เกณฑท์ ่ีกาหนดไว้คือ 80/80
2. วิเคราะห์หาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ โดยนาคะแนนจากการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนมา
เปรียบเทียบ พบว่าผลต่างของคะแนนการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนการทดสอบก่อนเรียน โดยมีค่า
เทา่ กับ 62.01 ซ่ึงมีค่ามากกว่าหรือเท่ากบั 60
3. ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้เรียน ได้คะแนนเฉล่ียทุกด้านเท่ากับ 4.58 แสดงว่าผู้เรียนมี
ความพงึ พอใจต่อส่ือมัลติมีเดีย อยใู่ นเกณฑร์ ะดับดีมาก
สรปุ ได้วา่ การพฒั นาสื่อมัลตมิ เี ดีย เร่ือง การสร้างคาในคร้งั น้ีส่งผลใหผ้ เู้ รียนมีประสิทธิผลทางการเรยี นรู้
เพิ่มมากข้ึน และผู้เรยี นมีความพึงพอใจในระดับดีมาก ดังน้ัน สามารถนาส่ือมัลติมีเดียน้ีไปใช้ในการเรียนการ
สอนได้
อภิปรำยผลกำรวจิ ัย
จากผลการวิจัยการพัฒนาสื่อออนไลน์ เรื่อง เรื่องการสร้างคา กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๕/๒
จานวน 4๖ คน น้ันมีประสิทธิภาพ ผลสัมฤทธ์ิ และความพึงพอใจสอดคล้องตามวัตถุประสงค์ท่ีตั้งไว้ โดยมี
ประสิทธิภาพ 93.13/92.17 ซ่ึงมากกว่าเกณฑ์ที่กาหนดคือ 80/80 โดยมีเหตุผลท่ีทาให้เกิดประสิทธิภาพ
และผลสัมฤทธิท์ ีด่ ีดงั นี้
1. ส่ือการเรียนการสอนออนไลน์ช้ินน้ีสร้างขึ้นโดยให้สอดคล้องการความรู้พ้ืนฐานของผู้เรียนที่กาลัง
ศกึ ษารายวชิ า ภาษาไทย เร่อื ง การสร้างคา โดยมีการเรียงลาดับเนือ้ หาอยา่ งเปน็ ระบบ ชดั เจน
2. ส่ือบทเรยี นออนไลนช์ ิ้นน้ีช่วยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถศกึ ษาได้ทุกที่ ทกุ เวลา นอกจากน้ยี ังไดท้ า
แบบทดสอบเพ่ือทบทวนความรู้ และเกดิ ผลสัมฤทธิ์ทางการได้ดยี ่งิ ข้นึ