หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๗
เรื่อง ดงั่ หยาดทิพย์ชโลมใจ
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๒
ผู้สอน นายพทั ธพล สมบรู ณ์
ครพู เ่ี ลย้ี ง นางกลุ ธิดา เสนาสี
จำนวน ๔ แผนการเรียนรู้ จำนวน ๔ ชว่ั โมง
องคป์ ระกอบของหน่วยการเรียนรู้
๑. ชือ่ หน่วยและสาระสำคญั ของหน่วย
๒. มาตรฐานและตัวช้ีวดั ของหน่วย
๓. ตารางวเิ คราะห์ความสอดคล้องมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวช้ีวดั หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๑๕ เร่อื ง แรงกระทบ
๔. แผนภาพมโนทัศนข์ องหน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑๕ เรอื่ ง แรงกระทบ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๕
๕. ตารางวเิ คราะหบ์ ทเรยี นตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีว้ ัด
๖. จุดประสงค์การเรยี นรแู้ ละสาระการเรียนร้รู ะดบั หนว่ ย
๗. กิจกรรมและช้ินงานทส่ี ำคัญ
๘. การวัดและประเมินผล
๙. ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้
๑๐. แผนการจัดการเรียนร้รู ะดบั หนว่ ย
๑๑. แผนการจดั การเรียนรู้ระดับปฏบิ ัตกิ าร (รายคาบ)
แผนการจัดการเรยี นร้รู ะดบั หนว่ ย
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๗ เรอ่ื ง ดั่งหยาดทิพย์ชโลมใจ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
โรงเรียนโคโรนา่ มิตรภาพที่ 19
จำนวน ๔ แผนการจดั การเรยี นรู้ เวลา ๔ ชวั่ โมง
ครพู ี่เล้ยี ง นางกุลธิดา เสนาสี ผ้สู อน นายพัทธพล สมบรู ณ์
๑. ช่อื หนว่ ยและสาระสำคัญของหนว่ ย
ช่อื หน่วย : ดัง่ หยาดทิพยช์ โลมใจ
ระดบั ชนั้ : ประถมศึกษาปีที่ ๕
จำนวน : ๔ แผนการจดั การเรียนรู้
เวลา : ๔ ชวั่ โมง
สาระสำคัญ : หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๗ เรื่อง ดงั่ หยาดทิพยช์ โลมใจ เป็นการเรียนรู้การอา่ นเนอื้ เรอ่ื ง
ผู้เรียนไดพ้ ัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงร้อยแกว้ อ่านจบั ใจความสำคญั และการเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง
นอกจากนีย้ ังมีการใชค้ ำราชาศัพท์ ตลอดจนการเขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทยท่ีถูกต้อง
๒. มาตรฐานและตวั ชี้วดั ของหน่วย รวมท้งั สิ้น ๑๓ ตวั ชี้วัด
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรูแ้ ละความคิดเพื่อนำไปใชต้ ดั สินใจ แก้ปัญหาใน
การดำเนินชีวิต และมนี สิ ัยรักการอา่ น
ท ๑.๑ ป.๕/๑ อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง
ท ๑.๑ ป.๕/๔ แยกข้อเท็จจรงิ และข้อคดิ เหน็ จากเรื่องท่ีอ่าน
ท ๑.๑ ป.๕/๕ วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั เร่ืองที่อา่ นเพอื่ นำไปใช้ในการดำเนนิ ชวี ิต
ท ๑.๑ ป.๕/๘ มีมารยาทในการอ่าน
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี นเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเรอื่ งราว
ในรูปแบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
ท ๒.๑ ป.๕/๓ เขยี นแผนภาพโครงเรือ่ งและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พฒั นางานเขียน
ท ๒.๑ ป.๕/๙ มีมารยาทในการเขียน
สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและ
พลงั ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ
ท ๔.๑ ป.๕/๔ ใช้คำราชาศัพท์
๓. ตารางวิเคราะห์ความสอดคล้องมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ช้ีวดั หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๗ เร่ือง ดั่งหยาดทพิ ย์
ชโลมใจ
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ัด แผนท่ี
๑ ๒ ๓ ๔ รวม
สาระที่ ๑ การอ่าน ✓ ๑
ท ๑.๑ ป.๕/๑ อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกตอ้ ง ✓ ๑
ท ๑.๑ ป.๕/๒ อธบิ ายความหมายของคำ ประโยคและข้อความทเ่ี ปน็ การบรรยายและพรรณนา ✓ ๑
ท ๑.๑ ป.๕/๓ อธบิ ายความหมายโดยนยั จากเรอ่ื งที่อา่ นอย่างหลากหลาย ๒
ท ๑.๑ ป.๕/๔ แยกขอ้ เท็จจรงิ และขอ้ คดิ เห็นจากเร่อื งทอ่ี า่ น ✓✓ ๑
✓
ท ๑.๑ ป.๕/๕ วเิ คราะห์และแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับเรอื่ งท่อี า่ นเพื่อนำไปใช้ในการดำเนนิ ชวี ิต ๑
✓
ท ๑.๑ ป.๕/๖ อา่ นงานเขียนเชิงอธิบาย คำส่งั ขอ้ แนะนำ และปฏบิ ตั ติ าม
ท ๑.๑ ป.๕/๗ อ่านหนังสือท่มี ีคณุ ค่าตามความสนใจอยา่ งสมำ่ เสมอและแสดงความคดิ เหน็
เก่ยี วกับเรื่องท่ีอ่าน
ท ๑.๑ ป.๕/๘ มมี ารยาทในการอา่ น
สาระที่ ๒ การเขียน
ท ๒.๑ ป.๕/๑ คดั ลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทัดและครง่ึ บรรทัด
ท ๒.๑ ป.๕/๒ เขยี นสอ่ื สารด้วยคำไดถ้ ูกต้องชัดเจนและเหมาะสม
ท ๒.๑ ป.๕/๓ เขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื งและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน
ท ๒.๑ ป.๕/๔ เขียนย่อความจากเรือ่ งท่อี ่าน
ท ๒.๑ ป.๕/๕ เขียนจดหมายถงึ ผปู้ กครองและญาติ
ท ๒.๑ ป.๕/๖ เขยี นแสดงความรสู้ กึ และความคิดเห็นได้ตรงตามเจตนา
ท ๒.๑ ป.๕/๗ กรอกแบบรายการต่าง ๆ
ท ๒.๑ ป.๕/๘ เขียนเรอ่ื งตามจนิ ตนาการ
ท ๒.๑ ป.๕/๙ มีมารยาทในการเขยี น
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู
ท ๓.๑ ป.๕/๑ พดู แสดงความรคู้ วามคดิ เหน็ และความรสู้ ึกจากเรอ่ื งทีฟ่ ังและดู
มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ช้วี ดั แผนท่ี
๑ ๒ ๓ ๔ รวม
ท ๓.๑ ป.๕/๒ ต้ังคำถามและตอบคำถามเชิงเหตผุ ลจากเร่อื งที่ฟงั และดู ✓๑
๘
ท ๓.๑ ป.๕/๓ วเิ คราะหค์ วามนา่ เชื่อถือจากเร่อื งท่ีฟงั และดอู ย่างมเี หตผุ ล
ท ๓.๑ ป.๕/๔ พูดรายงานเรอื่ งหรอื ประเดน็ ท่ศี กึ ษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา
ท ๓.๑ ป.๕/๕ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
ท ๔.๑ ป.๕/๑ ระบชุ นิดและหนา้ ทข่ี องคำในประโยค
ท ๔.๑ ป.๕/๒ จำแนกสว่ นประกอบของประโยค
ท ๔.๑ ป.๕/๓ เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถ่ิน
ท ๔.๑ ป.๕/๔ ใช้คำราชาศพั ท์
ท ๔.๑ ป.๕/๕ บอกคำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย
ท ๔.๑ ป.๕/๖ แต่งบทรอ้ ยกรอง
ท ๔.๑ ป.๕/๗ ใช้สำนวนไดถ้ กู ต้อง
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
ท ๕.๑ ป.๕/๑ สรปุ เรื่องจากวรรณคดหี รอื วรรณกรรมที่อ่าน
ท ๕.๑ ป.๕/๒ ระบุความรแู้ ละข้อคิดจากการอา่ นวรรณคดีและวรรณกรรมทสี่ ามารถ
นำไปใช้ในชีวิตจริง
ท ๕.๑ ป.๕/๓ อธิบายคณุ ค่าของวรรณคดแี ละวรรณกรรม
ท ๕.๑ ป.๕/๔ ทอ่ งจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความ
สนใจ
รวม
๔. แผนภาพมโนทศั นข์ องหน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ เรือ่ ง ด่ังหยาดทพิ ยช์ โลมใจ ช
หนว่ ยก
เร่ือง ดัง่ ห
การอา่ น ก
ความรู้ (K) นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั ความรู้ (K) นักเรียนม
เรือ่ งการอา่ นออกเสยี งรอ้ ยแก้ว เรอื่ งการเขียนแผนภา
ทักษะ/กระบวนการ (P) นักเรยี นสามารถอา่ น ทักษะ/กระบวนการ
ออกเสยี งรอ้ ยแก้วไดถ้ ูกตอ้ ง แผนภาพโครงเร่อื งได
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (K) นกั เรยี นสามารถ คณุ ลกั ษณะอันพึงปร
นำความรู้เกย่ี วกบั เร่อื งการอ่านร้อยแกว้ ไปเป็น นำความรู้เกย่ี วกับเร่ือ
แนวทางในการอา่ นเรื่องอื่น ๆ ได้ เรอ่ื งไปเปน็ แนวทางใ
ความรู้ (K) นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกับ
เรอื่ งการอ่านจบั ใจความสำคญั
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) นักเรียนสามารถอ่าน
อ่านจับใจความสำคญั ได้ถกู ต้อง
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (K) นกั เรียนสามารถ
นำความร้เู กยี่ วกบั เรือ่ งการอ่านจบั ใจความสำคญั
ไปเปน็ แนวทางในการจับใจความสำคญั เรอื่ ง
อื่น ๆ ได้
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๕
การเรยี นรู้ท่ี ๗
หยาดทพิ ยช์ โลม
การเขียน หลกั การใชภ้ าษาไทย
มคี วามรคู้ วามเข้าใจเกีย่ วกับ ความรู้ (K) นักเรียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกีย่ วกบั
าพโครงเรื่อง เรอ่ื งคำราชาศัพท์
ร (P) นกั เรยี นสามารถเขียน ทักษะ/กระบวนการ (P) นักเรยี นสามารถใช้คำ
ดถ้ กู ตอ้ ง ราชาศพั ท์ไดถ้ กู ต้อง
ระสงค์ (K) นกั เรยี นสามารถ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (K) นกั เรียนสามารถ
องการเขยี นแผนภาพโครง นำความรเู้ กย่ี วกับเรอื่ งคำราชาศพั ท์ไปเป็น
ในการเขยี นเรอ่ื งอนื่ ๆ ได้ แนวทางในการใชภ้ าษาไดถ้ ูกต้อง
๕. ตารางวเิ คราะห์บทเรยี นตามมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชว้ี ดั
หนว่ ยการ การอา่ น การเขยี น การฟงั การดู
เรียนรู้ และการพดู
หน่วยการ ๑. อ่านออก ๑. เขยี นแผน ๑.
ศัพ
เรียนร้ทู ี่ ๗ เสยี งบทร้อย ภาพโครงเร่อื ง
เรี่อง ด่ังหยาด แกว้ และบทร้อย และแผนภาพ
ทพิ ยช์ โลมใจ กรองได้ถูกต้อง ความคิดเพอื่ ใช้
๒. แยกขอ้ เทจ็ พฒั นางานเขียน
จริงและข้อคิด ๒. มมี ารยาทใน
เห็นจากเรอื่ งท่ี การเขยี น
อ่าน
๓.วิเคราะห์และ
แสดงความ
คดิ เหน็ เก่ยี วกบั
เรอ่ื งที่อา่ นเพื่อ
นำไปใช้ในการ
ดำเนนิ ชวี ิต
๔. อา่ นงาน
เขียนเชงิ อธบิ าย
คำสัง่
หลักการใช้ วรรณคดแี ละ ทกั ษะการคดิ คณุ ค่าของ
ภาษาไทย วรรณกรรม บทเรยี น
. ใชค้ ำราชา
พท์ ๑. คิดสรา้ งสรรค์
๒. คิดวเิ คราะห์
หนว่ ยการ การอ่าน การเขียน การฟงั การดู
เรียนรู้ และการพูด
ข้อแนะนำ และ
ปฏิบัติตาม
๕. มมี ารยาทใน
การอา่ น
หลกั การใช้ วรรณคดีและ ทกั ษะการคิด คณุ คา่ ของ
ภาษาไทย วรรณกรรม บทเรยี น
๖. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรแู้ ละสาระการเรยี นร้รู ะดับหน่วย สาระการเรียนรู้
- หลักการอา่ นออกเสยี งร้อยแกว้
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑) เมอ่ื นกั เรยี นเรยี นเรอื่ งการอา่ นออกเสยี งร้อยแกว้ แล้วนกั เรยี นสามารถ - หลักการอา่ นจบั ใจความสำคัญ
๑. บอกสาระสำคญั ของการอ่านออกเสียงไดถ้ กู ต้อง - การเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง
๒. อ่านออกเสียงรอ้ ยแก้วได้ถูกต้อง
๓. เหน็ ถงึ ความสำคัญของการอา่ นออกเสยี งได้ถกู ต้อง - การใช้คำราชาศัพท์
๒) เมื่อนกั เรียนเรียนเร่ืองการอ่านจับใจความสำคญั แล้วนักเรยี นสามารถ
๑. บอกหลกั การอา่ นจบั ใจความสำคัญไดถ้ ูกต้อง
๒. อ่านจบั ใจความสำคัญไดถ้ ูกต้อง
๓. เหน็ คณุ คา่ ของการอ่านจับใจความสำคญั
๓) เมอ่ื นกั เรียนเรยี นเรอื่ งการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง แลว้ นกั เรียนสามารถ
๑. บอกสาระสำคัญของการการเขียนแผนภาพโครงเรื่องได้ถกู ต้อง
๒. เขียนแผนภาพโครงเร่อื งได้ถูกต้อง
๓. เห็นถงึ ความสำคญั ของการเขียนแผนภาพโครงเร่ือง
๔) เม่ือนักเรยี นเรยี นเรอื่ งคำราชาศัพท์ แลว้ นกั เรยี นสามารถ
๑. บอกสาระสำคญั ของคำราชาศพั ท์ได้ถูกตอ้ ง
๒. ใช้คำราชาศัพท์ไดถ้ ูกต้อง
๓. เห็นความสำคญั ของคำราชาศพั ท์ได้ถูกต้อง
๗. กจิ กรรมและชน้ิ งานทีส่ ำคญั / ๘. การวดั และประเมินผล การวัดและประเมินผล
ที่ กิจกรรมและชิ้นงานที่สำคญั
วิธีการวดั เครือ่ งมือท่ใี ช้วัด เกณฑ์
การ
ผา่ น
๑ ๑. บอกสาระสำคญั ของการอ่านออกเสยี งร้อยแก้ว - ตรวจผลงาน - แบบประเมนิ :
ไดถ้ ูกตอ้ ง
๒. อ่านออกเสียงรอ้ ยแกว้ ได้ถูกต้อง - ตรวจใบงานที่ ๑ การบอกหลักการ
การอ่านออกเสียงบท อ่านออกเสยี งบท
รอ้ ยแก้ว
การวัดและประเมนิ ผล
ท่ี กจิ กรรมและชน้ิ งานที่สำคัญ วิธกี ารวัด เกณฑ์
เคร่อื งมือท่ีใช้วดั การ
ผา่ น
๓. เหน็ ถงึ ความสำคญั ของการอา่ นออกเสยี งร้อยแกว้ รอ้ ยแก้วเรื่อง ด่งั - แบบประเมิน :
ไดถ้ ูกตอ้ ง หยาดทิพย์ชโลมใจ การอ่านออกเสยี ง
ร้อยแก้ว
- ใบงานท่ี ๑ เรื่อง
๒ ๑. บอกหลกั การอ่านจบั ใจความสำคัญไดถ้ ูกต้อง - ตรวจผลงาน การอา่ นออกเสียง นกั เรยี น
๒. อ่านจบั ใจความสำคัญได้ถูกตอ้ ง - ตรวจใบงานที่ ๒ บทรอ้ ยแกว้ เรื่อง ต้องได้
ด่ังหยาดทพิ ยช์ โลม คะแนน
ใจ ๖๐ %
- แบบประเมิน : ขึ้นไป
การบอกหลกั การ
๓. เห็นคุณค่าของการอ่านจับใจความสำคัญ ลองจบั ดูตรงไหน อา่ นจับใจความ
สำคญั สำคัญ
- แบบประเมิน :
อา่ นจบั ใจความ
สำคญั
- ใบงานท่ี ๒ เร่ือง
ลองจบั ดูตรงไหน
สำคัญ
๓ ๑. บอกสาระสำคญั ของการเขยี นแผนภาพโครงเรื่อง - ตรวจผลงาน - แบบประเมนิ :
ไดถ้ ูกต้อง - ตรวจใบงานที่ ๓ การบอกสาระ
๒. เขยี นแผนภาพโครงเร่อื งได้ถกู ต้อง เขยี นดีรู้เรือ่ งชวั ร์ สำคัญของการ
๓. เหน็ ถงึ ความสำคญั ของการเขียนแผนภาพโครง เขียนแผนภาพโครง
เรอ่ื ง เรอ่ื ง
การวดั และประเมินผล
ที่ กจิ กรรมและช้นิ งานทีส่ ำคญั วธิ ีการวัด เกณฑ์
เคร่อื งมือทใี่ ช้วดั การ
๔ ๑. บอกสาระสำคัญของคำราชาศพั ท์ไดถ้ ูกตอ้ ง
๒. ใชค้ ำราชาศพั ท์ไดถ้ ูกตอ้ ง ผ่าน
๓. เหน็ ความสำคัญของคำราชาศพั ท์ได้ถูกต้อง
- แบบประเมิน :
การเขียนแผนภาพ
โครงเร่ือง
- ใบงานท่ี ๓ เรอื่ ง นกั เรยี น
ตอ้ งได้
เขยี นดรี ้เู รื่องชัวร์ คะแนน
๖๐ %
- ตรวจผลงาน - แบบประเมิน : ขน้ึ ไป
- ตรวจใบงานท่ี ๔ บอกสาระสำคญั
ราชาศัพท์ใช้ให้ถูกนะ ของคำราชาศัพท์
หนจู ๋า - แบบประเมนิ :
การใช้คำราชาศัพท์
- ใบงานที่ ๔ เร่อื ง
ราชาศัพทใ์ ช้ให้ถกู
นะหนจู ๋า
๙. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี สื่อและแหล่งการเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑ - ใบความรู้ เร่อื ง หลักการอา่ นออกเสียงรอ้ ยแกว้
- ใบงาน เรอ่ื ง การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วเร่ือง ดั่งหยาดทิพยช์ โลมใจ
- Powerpoint เรือ่ ง หลกั การอา่ นออกเสียงร้อยแก้ว
- ส่ือเซียมซพี าอา่ น
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๒ - ใบความรู้ เรือ่ ง การอา่ นจบั ใจความสำคญั
- ใบงาน เรอื่ ง ลองจับดูตรงไหนสำคัญ
- Powerpoint เรื่อง การอ่านจบั ใจความสำคัญ
- สอื่ จับกล่องจับใจ(ความ)
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓ - ใบความรู้ เรื่อง การคัดลายมอื
- ใบงาน เร่อื ง เขยี นดรี ู้เรื่องชัวร์
- Powerpoint เรอ่ื ง การเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง
- สื่อกระดานมหัศจรรย์ฉันทำได้
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔ - ใบความรู้ เรอ่ื ง คำราชาศัพท์
- ใบงาน เรอื่ ง ราชาศพั ท์ใชใ้ ห้ถกู นะหนูจา๋
- Powerpoint เรอื่ ง คำราชาศพั ท์
- สอื่ ประดษิ ฐค์ ำราชาศัพท์พาสนุก
๑๐. แผนการจดั การเรยี นรรู้ ะดับหน่วย
ช่ือแผนการจดั การเรียนรู้ / จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมสำคัญ
แผนท่ี มาตรฐานการเรยี นรู้และ
ตัวชี้วัด
๑ - การอา่ นออกเสยี งร้อยแกว้ เม่ือนักเรยี นเรียนเรอ่ื งการอ่านออกเสียงรอ้ ยแกว้
ท ๑.๑ ป.๕/๑ แล้วนกั เรียนสามารถ
ท ๑.๑ ป.๕/๘ ๑. บอกสาระสำคญั ของการอ่านออกเสียงได้
ถกู ต้อง
๒. อา่ นออกเสียงร้อยแก้วได้ถูกตอ้ ง
๓. เห็นถึงความสำคัญของการอ่านออกเสียงได้
ถกู ต้อง
๒ - การอา่ นจับใจความสำคัญ เม่ือนกั เรยี นเรยี นเรอ่ื งการอ่านจบั ใจความสำคญั
ท ๑.๑ ป.๕/๔ แล้วนักเรยี นสามารถ
ท ๑.๑ ป.๕/๕ ๑. บอกหลักการอา่ นจับใจความสำคญั ได้ถูกตอ้ ง
ท ๑.๑ ป.๕/๘ ๒. อ่านจับใจความสำคัญได้ถูกต้อง
๓. เห็นคุณคา่ ของการอา่ นจบั ใจความสำคัญ
๓ การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง เมอ่ื นกั เรียนเรียนเรื่องการเขียนแผนภาพโครง
ท ๒.๑ ป.๕/๓ เร่อื ง แลว้ นกั เรียนสามารถ
ท ๒.๑ ป.๕/๙ ๑. บอกสาระสำคญั ของการการเขยี นแผนภาพ
โครงเรอ่ื งไดถ้ กู ตอ้ ง
๒. เขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื งได้ถกู ต้อง
๓. เห็นถงึ ความสำคัญของการเขยี นแผนภาพ
โครงเรอื่ ง
๔ คำราชาศพั ท์ เมอ่ื นักเรยี นเรยี นเรื่องคำราชาศัพท์ แล้วนกั เรียน
ท ๔.๑ ป.๕/๔ สามารถ
๑. บอกสาระสำคญั ของคำราชาศัพท์ไดถ้ ูกตอ้ ง
๒. ใชค้ ำราชาศพั ท์ได้ถูกตอ้ ง
๓. เห็นความสำคญั ของคำราชาศพั ท์ได้ถูกต้อง
๑๑. แผนการจัดการเรยี นรู้ระดบั ปฏบิ ตั ิการ (รายคาบ)
แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๗ ดั่งหยาดทพิ ย์ชโลมใจ
เร่อื ง การอ่านออกเสียงร้อยแกว้
รหัสวชิ า ท ๑๑๑๐๑ ชอ่ื รายวชิ า ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๑ ชัว่ โมง
ครพู ัทธพล สมบรู ณ์
มาตรฐานการเรียนรู้
ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความร้แู ละความคิดเพ่ือนำไปใชต้ ัดสนิ ใจ แกป้ ัญหาในการ
ดำเนินชวี ิต และมนี ิสยั รกั การอา่ น
ตวั ช้วี ดั
ป.๕/๑ อา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกต้อง
ป.๕/๘ มมี ารยาทในอ่าน
สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การอ่านออกเสียง เป็นการอ่านให้ผู้อื่นฟัง หากผู้อ่านออกเสียงชัดเจนถูกต้อง ย่อมช่วยให้
การสื่อสาร มีประสิทธิภาพ ผู้ฟังสามารถรับสารได้อย่างสมบูรณ์ จึงควรฝึกให้ชำนาญ เพื่อให้สามารถ
นำไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั
สาระการเรียนร้/ู เนือ้ หายอ่ ย
ความรู้ (K)
๑. นกั เรียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกับการอา่ นออกเสียงร้อยแก้ว
ทักษะ/กระบวนการ (P)
๑. นักเรียนสามารถอ่านออกเสียงรอ้ ยแก้วได้ถูกตอ้ ง
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
๑. นักเรยี นสามารถนำความรู้เกย่ี วกบั การอ่านออกเสยี งร้อยแกว้ จากเรื่อง ด่งั หยาดทิพย์ชโลม
ไปใช้เป็นแนวทางในการอ่านออกเสียงร้อยแกว้ เร่อื งอื่น ๆ ได้
การประเมินผลรวบยอด
ชนิ้ งานหรือภาระงาน
๑. ใบงานท่ี ๑ การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ เร่อื ง ดงั่ หยาดทิพยช์ โลมใจ
กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำ
๑. ครูและนักเรียนกล่าวทักทายกัน ครูนำวีดีโอ “น้องจัสมิน” ให้นักเรียนดู ครูและนักเรียน
รว่ มกันสนทนา ครเู ชื่อมโยงเข้าสเู่ น้ือหา (K, P)
ขน้ั สอน
๑. ครูแจกใบความรู้เรื่องการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว พร้อมทั้งอธิบายในประเด็นความหมาย
ของการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว หลักการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว วิธีการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว พร้อมทั้ง
ยกตวั อยา่ ง และใชส้ อื่ ประกอบการสอน (K)
๒. ครใู หน้ กั เรยี นแบ่งกลุ่ม ๓ กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กนั และให้ใบงานที่ ๑ การอ่านออกเสียงบท
ร้อยแก้วเรื่อง ดั่งหยาดทิพย์ชโลมใจ ซึ่งเป็นใบงานที่ให้นักเรียนได้อ่านออกเสียงร้อยแก้วจากเรื่อง ดั่งหยาด
ทิพย์ชโลมใจ ครูชี้แจงให้นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านออกสียงคำจากเรือ่ ง ตามหา พร้อมทั้งออกมานำเสนอหนา้
ช้ันเรียน (K)
๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มฝึกอ่านออกเสียงร้อยแก้วจากเรื่อง ดั่งหยาดทิพย์ชโลมใจ พร้อมท้ัง
เตรียมตัวออกมานำเสนอหนา้ ชนั้ เรียน (P)
๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาอ่านออกเสียงร้อยแก้วหน้าชั้นเรียน ครูและนักเรียนร่วมกัน
อภิปราย ครใู หข้ ้อเสนอแนะและใหค้ วามรู้เพิม่ เตมิ (P, K)
ขัน้ สรุป
๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปใบงานที่ ๑ การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วเรื่อง ดั่งหยาดทิพย์
ชโลมใจ ซึ่งเป็นใบงานที่ให้นักเรียนอ่านออกเสียงร้อยแก้วจากเรื่อง ดั่งหยาดทิพย์ชโลมใจ (K) นักเรียน
สามารถทำใบงานได้อย่างถูกต้อง สะทอ้ นให้เห็นว่านักเรยี นมีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำความรู้มาใช้
ในการทำใบงาน (P)
๒. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรุปองค์ความรเู้ ร่ืองการอ่านออกเสียงร้อยแกว้ คือ การอ่านให้ผู้อ่ืน
ฟัง หากผู้อ่านออกเสียงชัดเจนถูกต้อง ย่อมช่วยให้การสื่อสาร มีประสิทธิภาพ ผู้ฟังสามารถรับสารได้อย่าง
สมบูรณ์ จึงควรฝึกให้ชำนาญ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน (K) จากที่นักเรียนได้เรียนและทำ
ใบงาน ทำให้นักเรียนเกิดองค์ความรู้ (P) และสามารถนำความรู้เกี่ยวกับการอ่านออกเสียงร้อยแก้วเรื่อง
ดั่งหยาดทพิ ยช์ โลมใจ ไปใชเ้ ป็นแนวทางในการอ่านออกเสยี งรอ้ ยแกว้ เร่อื งอืน่ ๆ ได้ (A)
การวัดผลประเมนิ ผล
วธิ ีการวดั ผล
๑. แบบประเมนิ ใบงานท่ี ๑ การอา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ เร่ือง ดัง่ หยาดทพิ ยช์ โลมใจ เป็นการ
วดั ผลประเมนิ ผลของนักเรยี นรายกลุ่มเก่ียวกับการอ่านออกเสียงร้อยแกว้ จากเรื่อง ตามหา โดยมีประเด็นใน
การวัดผล ดังนี้ มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว สามารถอ่านออกเสียงคำเรื่อง
ดั่งหยาดทิพย์ชโลมใจ ได้อย่างถูกต้อง ใช้น้ำเสียงในการอ่านออกเสียงร้อยแก้วได้ถูกต้อง มีความร่วมมือใน
การทำงานกลุ่มอย่างสามัคคี เว้นจังหวะในการอ่านออกเสียงร้อยแก้วได้ถูกต้อง ครูประเมินใบงานที่ ๑
การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วเรื่อง ดั่งหยาดทิพย์ชโลมใจ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนานักเรียนและการ
จัดการเรียนการสอนของครูในครงั้ ตอ่ ๆ ไป
เครื่องมอื ในการวัดประเมินผล
๑. ใบงานที่ ๑ การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วเรื่อง ดั่งหยาดทิพย์ชโลมใจ เป็นใบกิจกรรมราย
กลุ่มที่ให้นักเรียนได้ใช้ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว (K) พร้อมทั้งสามารถอ่านออก
เสยี งคำเรือ่ ง ตามหา ไดอ้ ย่างถกู ต้อง ซึง่ ทำใหน้ กั เรยี นเกิดองคค์ วามรู้ (P) และสามารถนำความรู้เกย่ี วกับการ
อ่านออกเสียงร้อยแก้วเรื่อง ดัง่ หยาดทพิ ย์ชโลมใจ ไปใชเ้ ปน็ แนวทางในการอ่านออกเสียงร้อยแกว้ เรื่องอ่ืน ๆ
ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง (A)
เกณฑ์การวัดประเมินผล
๑. แบบประเมินใบงานที่ ๑ การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วเรื่อง ดั่งหยาดทิพย์ชโลมใจ
ผ่านเกณฑร์ ้อยละ ๖๐ คิดเปน็ คะแนน ๙ คะแนน จากคะแนนเตม็ ๑๕ คะแนน อยู่ในระดับดี
ส่อื การเรยี นรู้
๑. ใบความรู้ เรอื่ ง หลกั การอ่านออกเสยี งรอ้ ยแกว้
๒. ใบงาน เร่ือง การอ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ เรอ่ื ง ด่งั หยาดทพิ ย์ชโลมใจ
๓. Powerpoint เรื่อง หลักการอ่านออกเสียงรอ้ ยแกว้
๔. สอื่ เซยี มซีพาอา่ น
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรยี น
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕ จำนวน ๑๐ ข้อ
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๗ เร่อื ง ดั่งนำ้ ทิพย์ชโลมใจ
คำสงั่ ให้นกั เรียนเลอื กคำตอบทถ่ี กู ต้องทสี่ ุด
1. เรือ่ ง "ดง่ั ทยาดทิพยช์ โลมใจ" แตง่ ด้วยร้อยกรองชนดิ ใด
ก. กลอนสุภาพ
ข. กลอนขับร้อง
ค. กลอนบทละคร
ง. กลอนลำนำ
2. คำว่า "ด่ังหยาดทพิ ย์ชโลมใจ" แปลวา่ อย่างไร
ก. เหมอื นมีของวิเศษณ์มาชูใจให้เขม้ แขง็
ข. เหมือนมนี ำ้ วิเศษมารดใหใ้ จช่มุ ฉ่ำ
ค. มหี ยาดนำ้ ค้างราดรดดวงใจ
ง. น้ำที่สรวงสวรรค์มาบำรุงใจให้กล้าหาญ
3. เมื่อครง้ั มีพระราชพธิ ีสถาปนาขึน้ เปน็ พระมหากษัตริย์ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว ได้มพี ระปฐมบรม
ราชโองการวา่ อยา่ งไร
ก. “เราจะครองแผน่ ดินโดยธรรม เพ่อื ประโยชน์สขุ แห่งมหาชนชาวสยาม”
ข. “เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพอื่ ประโยชน์สุขแหง่ มหาชนชาวสยาม”
ค. “เราจะครองแผ่นดนิ โดยธรรม เพอ่ื ผลประโยชน์แหง่ มหาชนชาวสยาม”
ง. “เราจะครองแผ่นดินโดยธมมะ”
4.เพือ่ ประโยชนส์ ขุ แห่งมหาชนชาวสยาม" อยา่ งไรเรยี กว่า "แผ่นดนิ โดยธรรม"
ก. ใช้รัฐธรรมนูญในการปกครองประเทศ
ข. ปกครองรักษาประเทศดว้ ยหลักความถูกต้องเปน็ ธรรม
ค. ปกครองรักษาประเทศดว้ ยหลกั ศีล
ง. ดำเนนิ ธรุ กจิ ด้วยหลกั ธรรมะ
5. คำว่า "ประโยชนส์ ุข" หมายถึงอะไร
ก. ผลประโยชนต์ ่าง ๆ ท่อี ยากจะได้
ค. ปัจจัยสที ีจำเป็นในการดำรงชวี ติ
ข. ทรัพยส์ นิ เงินทอง
ง. ผลดีที่ต้องการและความสุขความสำราญกายใจ
6. พระมหากษัตรยิ ์ พระองค์ใดครองราชย์ได้ยาวนานทีส่ ดุ
ก. พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว ภูมพิ ลอดุลยเดช
ค. สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช
ข. พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอย่หู ัว
ง. สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
7. ตามเรอ่ื งราวในบทน้ี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว ครองราชยส์ มบตั มิ าได้กปั ี
ก. 50 ปี ข. 70 ปี
ค. 80 ปี ง. 60 ปี
8. ใครทนลำบากพระวรกาย เพ่ือบำบัดทกุ ข์ บำรงุ สุขปวงประชา
ก. พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว
ค. พระมหากษัตริย์ท่วั โลก
ข. พอ่ แม่ของเรา
ง. ทหารกลา้ จำนวน
9. ในหลวง พระราชินี และพระบรมวงศานุวงค์ ทรงงานหนกั เพ่ืออะไร
ก. เพอ่ื ประโยชน์สุขของประชาชน
ข. เพ่อื ประโยชน์สุขของชาวเมอื ง
ค.เพือ่ ประโยชนส์ ขุ ของชาวชนบท
ง. เพื่อประโยชน์สุขของขา้ ราชการ
10. โครงการในพระราชดำริตามที่ปรากฏในคำประพนั ธ์ มีกี่โครงการ
ก. มหี ลายโครงการ
ข. มีรอ้ ยโครงการ
ค. มเี ปน้ พันโครงการ
ง. มสี ิบโครงการ
แบบทดสอบหลงั เรยี น
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง ดั่งนำ้ ทพิ ย์ชโลมใจ
จำนวน ๑๐ ขอ้
คำสัง่ ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำตอบท่ีถกู ต้องทสี่ ุด
1. เมื่อครัง้ มพี ระราชพิธีสถาปนาขึ้นเปน็ พระมหากษตั ริย์ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว ได้มพี ระปฐมบรม
ราชโองการวา่ อย่างไร
ก. “เราจะครองแผ่นดนิ โดยธรรม เพอื่ ประโยชน์สุขแหง่ มหาชนชาวสยาม”
ข. “เราจะปกครองแผน่ ดินโดยธรรม เพ่ือประโยชนส์ ขุ แห่งมหาชนชาวสยาม”
ค. “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพ่ือผลประโยชน์แหง่ มหาชนชาวสยาม”
ง. “เราจะครองแผ่นดินโดยธมมะ”
2. เพื่อประโยชน์สขุ แหง่ มหาชนชาวสยาม" อยา่ งไรเรียกวา่ "แผ่นดนิ โดยธรรม"
ก. ใชร้ ฐั ธรรมนูญในการปกครองประเทศ
ข. ปกครองรักษาประเทศดว้ ยหลกั ความถูกตอ้ งเปน็ ธรรม
ค. ปกครองรักษาประเทศด้วยหลักศีล
ง. ดำเนินธรุ กจิ ดว้ ยหลกั ธรรมะ
3. เรอื่ ง "ด่ังทยาดทิพยช์ โลมใจ" แตง่ ดว้ ยรอ้ ยกรองชนดิ ใด
ก. กลอนสภุ าพ
ข. กลอนขบั ร้อง
ค. กลอนบทละคร
ง. กลอนลำนำ
4. คำวา่ "ด่ังหยาดทิพยช์ โลมใจ" แปลวา่ อย่างไร
ก. เหมือนมีของวิเศษณ์มาชใู จให้เข้มแขง็
ข. เหมอื นมนี ้ำวเิ ศษมารดให้ใจชุ่มฉ่ำ
ค. มหี ยาดนำ้ ค้างราดรดดวงใจ
ง. น้ำที่สรวงสวรรค์มาบำรงุ ใจใหก้ ล้าหาญ
5. ตามเรื่องราวในบทน้ี พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว ครองราชยส์ มบัติมาได้กปั ี
ก. 50 ปี ข. 70 ปี ค. 80 ปี ง. 60 ปี
6. พระมหากษัตริย์ พระองค์ใดครองราชยไ์ ดย้ าวนานท่ีสุด
ก. พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั ภูมพิ ลอดุลยเดช
ค. สมเด็จพระนารายณม์ หาราช
ข. พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั
ง. สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
7. คำว่า "ประโยชน์สุข" หมายถึงอะไร
ก. ผลประโยชนต์ ่าง ๆ ทีอ่ ยากจะได้
ค. ปัจจยั สีทีจ่ ำเป็นในการดำรงชวี ิต
ข. ทรัพยส์ นิ เงนิ ทอง
ง. ผลดที ตี่ อ้ งการและความสุขความสำราญกายใจ
8. โครงการในพระราชดำริตามท่ีปรากฏในคำประพันธ์ มกี โี่ ครงการ
ก. มีหลายโครงการ
ข. มรี ้อยโครงการ
ค. มเี ปน้ พันโครงการ
ง. มสี บิ โครงการ
9. ในหลวงพระราชนิ ี และพระบรมวงศานุวงค์ ทรงงานหนัก เพื่ออะไร
ก. เพอ่ื ประโยชน์สุขของประชาชน
ข. เพ่อื ประโยชน์สุขของชาวเมือง
ค.เพ่อื ประโยชน์สุขของชาวชนบท
ง. เพอื่ ประโยชน์สุขของขา้ ราชการ
10. ใครทนลำบากพระวรกาย เพอ่ื บำบดั ทุกข์ บำรุงสขุ ปวงประชา
ก. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั
ค. พระมหากษัตรยิ ์ทวั่ โลก
ข. พ่อแม่ของเรา
ง. ทหารกลา้ จำนวน
เฉลยแบบทดสอบ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง ดัง่ น้ำทพิ ย์ชโลมใจ
กอ่ นเรียน ก่อนเรียน
1. ก 1. ง
2. ค 2. ค
3. ก 3. ง
4. ข 4. ข
5. ง 5. ค
6. ก 6. ค
7. ง 7. ก
8. ก 8. ค
9. ก 9. ง
10. ค 10. ง
ส่อื /นวตั กรรม
ใบความรู้ เรอื่ ง การอา่ นออกเสียงรอ้ ยแกว้
ความหมายของการอา่ นออกเสียงร้อยแก้ว
การอา่ นออกเสยี งคำ คอื กระบวนการอา่ นผา่ นพยญั ชนะ สระ และวรรณยุกต์ท่นี ำมาประกอบ
เปน็ คำตา่ ง ๆ ให้ถูกต้อง ชัดเจนตามอักขรวิธี
หลกั การอ่านออกเสียงร้อยแกว้
หลักการอ่านออกเสียงคำ ควรอ่านแล้วทำให้ผู้รับสารหรอื ผูฟ้ งั สามารถเข้าใจความหมายของคำ
ท่จี ะสอื่ สารไดอ้ ย่างชัดเจน พดู ชัดถ้อยชดั คำตามอกั ขรวธิ ี อ่านออกเสยี งคำให้ดงั พอประมาณ เว้นวรรค
ใหถ้ กู ตอ้ ง และใช้น้ำเสียงท่ีนา่ ฟงั
วิธีการอา่ นออกเสียงร้อยแก้ว
วิธีการอา่ นออกเสียงคำ มีดังนี้
๑. การใช้เสยี ง เป็นสิ่งสำคญั ในการอ่านออกเสยี งคำ เพราะจะช่วยให้ผู้ฟังสนใจในบทอ่าน
ซึง่ การใช้เสียง ได้แก่
๑.๑ น้ำเสยี ง ต้องมกี ารเนน้ หนัก เบา ดัง ตามคำที่อา่ น
๑.๒ ความดังของเสยี ง ขน้ึ อยู่กบั จำนวนผู้ฟังกบั ระยะห่างระหว่างผอู้ ่านและผูฟ้ ัง ไมค่ วร
ตะโกนเปน็ อันขาดเพราะจะทำให้ไมน่ ่าฟงั
๑.๓ จังหวะในการอา่ น ควรอ่านให้ได้จงั หวะที่พอดี หากอา่ นช้าเกนิ ไปผู้ฟังกเ็ บ่ือหน่าย
แตถ่ า้ อ่านเร็วเกนิ ไปผูฟ้ ังอาจฟงั ตามไม่ทัน ควรอ่านเว้นวรรคตอนและทอดเสียงอยา่ งเหมาะสม
๒. อักขรวิธใี นการอ่านออกเสียงคำ การอ่านออกเสียงคำควรอ่านให้ถูกต้องชดั เจน ได้แก่
๒.๑ การอ่านพยญั ชนะ ร กบั ล ผอู้ า่ นจะตอ้ งระมดั ระวังโดยการอ่าน ควรแยก
ความแตกต่างให้ชัดเจน เชน่ โรงเรียน เรยี บร้อย กลุ้มใจ กล่าว เปน็ ต้น
๒.๒ การอา่ นออกเสยี งคำควบกลำ้ คำควบกล้ำ คือ คำทีม่ ีพยัญชนะต้น ๒ ตวั พยัญชนะต้น
ตวั ท่ี ๒ จะต้องเปน็ ร ล หรอื ว การเปล่งเสียงคำควบกลำ้ ตอ้ งออกเสียงพยัญชนะตน้ ท้งั ๒ ตวั ไปพร้อม ๆ
กับการเปลง่ เสียงเพียงครง้ั เดียว เชน่ กรอง กลอง กวาง เป็นต้น
๓. การใช้สายตา ขณะอา่ นไม่ควรก้มหน้าก้มตาอา่ นแต่อย่างเดียว ควรสบตาผู้ฟงั เป็นระยะ ๆ
ไม่ควรจอ้ งผู้ใดผู้หน่ึงอยู่ตลอดเวลา ควรมองไปให้ทั่วทกุ จดุ
ตวั อยา่ งการอ่านออกเสยี งคำ
นทิ านเร่อื ง ชายหัวล้านกบั แมลงวนั
ในวนั ท่แี สนรอ้ นระอุวันหนึง่ ในฤดรู ้อน มชี ายหัวล้านคนหนง่ึ น่งั พักเหนื่อยหลังจากทำงานเสร็จ
มแี มลงวนั ตัวหนึ่งพยายามบินตอมหัวของชายหวั ลา้ น ชายหัวลา้ นโมโหและพยายามตบแมลงวันที่เกาะ
หัวเขา แต่หลงั จากพยายามหลายที เขาไม่สามารถตบเจ้าแมลงวันนอ้ ยได้เลย หนำซำ้ เค้ายงั พลาดตบหวั ลา้ น
ของตัวเอง เขาจงึ คดิ ได้วา่ ถ้าเขายงั ไม่เลิกคดิ ทำรา้ ยเจ้าแมลงวนั กม็ ีแต่จะทำใหต้ ัวเองเจบ็ ย่ิงขน้ึ
นทิ านเรอ่ื งน้สี อนใหร้ วู้ า่ การจองเวรและการลา้ งแค้นจะนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเอง
คู่มอื การใช้ส่ือ
วดี ีโอน้องจัสมิน
วีดโี อน้องจัสมิน (ขน้ั นำ)
วีดีโอน้องจัสมิน คือ สื่อที่ใช้ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องการอ่านออกเสียงคำ ซึ่งใช้เป็นส่ือ
ประกอบกิจกรรมในขั้นนำเข้าสู่บทเรียน โดยวีดีโอน้องจัสมิน จะแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับการอ่านออกเสียงคำ
เมือ่ ให้นกั เรียนดูวีดโี อแล้ว ครกู ับนกั เรียนร่วมกันสนทนา เพ่อื ทดสอบความรขู้ องนักเรยี นก่อนเขา้ สู่บทเรยี น
วธิ กี ารใชส้ อ่ื วีดโี อน้องจัสมนิ
๑. ครูเปดิ วีดีโอน้องจัสมนิ ให้นักเรียนดู
๒. ครูถามคำถามนักเรียนเกยี่ วกบั วดี ีโอท่ดี ูไป
๓. ครเู ชอื่ มโยงเข้าสู่บทเรยี น
แบบฝึกหดั
ใบงานที่ ๑ การอา่ นออกเสยี งรอ้ ยแกว้
คำชีแ้ จง ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มอ่านออกเสยี งรอ้ ยแกว้ “พระมหากษัตริย์ไทย” ให้ถกู ต้อง พรอ้ มทง้ั ออกมา
นำเสนอหนา้ ชั้นเรยี น
พระมหากษตั ริย์ไทย
พระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ที่เคารพสักการะสูงสุดของประชาชนชาวไทยและเป็นสถาบนั ที่
ดำรงอยู่คู่บ้านคู่เมืองมาโดยตลอด เมื่อพิจารณาคำนำหน้าพระนามพระมหากษัตริย์ไทย
จักสะทอ้ นความผกู พันท่ีลึกซ้งึ หรอื ความยกย่องเทิดทูนพระสถานะพระมหากษตั ริย์ในบ้านเมือง
แต่ละสมัยได้เป็นอย่างดี จะเห็นได้จากคำนำหน้าพระนามพระมหากษัตริย์ในสมัยสุโขทัยใช้ว่า
พ่อขุน... อาจด้วยทรงดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดประดุจ "พ่อ" ปกครอง "ลูก" สมัยอยุธยาและ
สมัยธนบุรี ใช้วา่ สมเด็จพระ... กลา่ วกนั ว่า เปรยี บพระมหากษตั ริย์ ทรงเป็นดงั่ "สมมตุ เิ ทพ" หรอื
"พระผู้ทรงอวตาร" มาปกครองราชอาณาจักรซึ่งกว้างขวางเป็นปีกแผ่นมั่นคงกว่าสมัยก่อน
ให้ไพร่ฟ้าร่มเย็นเป็นสุข ส่วนสมัยรัตนโกสินทร์ เรามีคำนำหน้าพระนามพระมหากษัตริย์ว่า
พระบาทสมเด็จ... โดยขานถึงพระองค์อย่างย่อว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บ้าง พระ
เจ้าอยู่หัวบ้าง ซึ่งอาจถือว่าสะท้อนแนวคิดการยกย่องเทิดทุนต่างไปจากสมัยทีผ่ ่านมาทุกรัชกาล
ในสมัยรัตนโกสินทร์ ไม่ว่าราชอาณาจักรไทยจะปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หรือ
ระบอบประชาธิปไตยกต็ าม พระมหากษัตริย์ยังทรงเป็นประมขุ ของประเทศ เป็นท่เี คารพเทดิ ทูน
เหนือเศียรเกล้า คำสรรพนามราชาศัพท์ในการกราบบังคมทูลใช้ว่า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท
สอดคล้องกับคำนำหน้าพระนาม พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั อย่างเหมาะสมท่ีสดุ
ปราณี ปราบริปู, จาก หนังสือวนั เดก็ แห่งชาติ ปี ๒๕๕๓.
แบบวัดและประเมินผล
แบบประเมนิ ใบงานที่ ๑ การอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้วเร
กลมุ่ มีความรู้ สามารถอา่ น
ท่ี ช่ือ – นามสกลุ ความเขา้ ใจ ออกเสียงคำ
เกย่ี วกบั จากเร่ือง ตามหา
การอา่ น ได้ถกู ตอ้ ง
ออกเสียงคำ
๑๒๓๑๒ ๓
๑
๒
๓
ร่ือง ดั่งหยาดทพิ ย์ชโลมใจ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๑
ใชน้ ำ้ เสยี ง มีความร่วมมือ เวน้ จังหวะ คะแนน สรปุ ผล
ในการอ่าน ในการทำงาน วรรคตอนได้ เต็ม
ออกเสียงคำ กลุ่มอย่างสามัคคี ถูกตอ้ ง
ไดถ้ กู ต้อง
๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑๕ ผ่าน ไม่
ผ่าน
ลงชือ่ .......................................................
()
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนใบงานที่ ๑ การอา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ เรอ่ื ง ดัง่ หยาดทพิ ย์ชโลมใจ
ประเดน็ การประเมนิ รายละเอียดการให้คะแนน
มีความรคู้ วามเข้าใจ ๑ คะแนน คือ มคี วามรู้แต่ขาดความเขา้ ใจเกย่ี วกบั การอ่านออกเสียงร้อย
เก่ยี วกบั การอา่ นออก แกว้
เสยี งรอ้ ยแก้ว ๒ คะแนน คือ มีความรู้ความเข้าใจเกีย่ วกับการอา่ นออกเสียงร้อยแกว้
(๓ คะแนน) บางประเดน็
๓ คะแนน คือ มคี วามรู้ความเขา้ ใจเกย่ี วกับการอา่ นออกเสยี งร้อยแกว้
สามารถอา่ นออกเสียง ๑ คะแนน คือ สามารถอ่านออกเสียงคำจากเร่ืองได้บางคำ
คำจากเรื่องได้ถูกตอ้ ง ๒ คะแนน คือ สามารถอ่านออกเสียงคำจากเรื่องได้
(๓ คะแนน) ๓ คะแนน คือ สามารถอ่านออกเสยี งคำจากเรื่องได้ถูกต้อง
ใชน้ ้ำเสียงในการอ่าน ๑ คะแนน คือ นำ้ เสยี งที่ใชใ้ นการอ่านออกเสียงคำสั่นเล็กนอ้ ย
ออกเสียงคำไดถ้ ูกต้อง ๒ คะแนน คือ ใช้นำ้ เสยี งในการอ่านออกเสียงคำได้
(๓ คะแนน) ๓ คะแนน คือ ใชน้ ำ้ เสยี งในการอา่ นออกเสยี งคำไดถ้ ูกตอ้ ง
มคี วามรว่ มมือในการ ๑ คะแนน คือ บางคนให้ความร่วมมอื ในการทำงานแต่มีขอ้ ขดั แย้ง
ทำงานกลมุ่ อย่าง ภายในกลมุ่
สามคั คี ๒ คะแนน คือ มีความรว่ มมอื ในการทำงานกลุ่ม
(๓ คะแนน) ๓ คะแนน คือ มีความรว่ มมอื ในการทำงานกลุ่มอย่างสามคั คี
เว้นจังหวะ ๑ คะแนน คือ เว้นจังหวะวรรคตอนได้บางวรรค
วรรคตอนได้ถกู ต้อง ๒ คะแนน คือ เวน้ จังหวะวรรคตอนได้
(๓ คะแนน) ๓ คะแนน คือ เวน้ จงั หวะวรรคตอนไดถ้ ูกต้อง
เกณฑ์การประเมินใบงานท่ี ๑ การอ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ เร่อื ง ดงั่ หยาดทพิ ย์ชโลมใจ
ผา่ น ไมผ่ า่ น
นกั เรียนทำคะแนนใบงาน “อ่านคำ นักเรยี นทำคะแนนใบงาน “อ่านคำ
สำราญใจ” ผา่ นเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๗๐ สำราญใจ” ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ
แสดงวา่ นกั เรยี นทำคะแนนได้ตง้ั แต่ ๙ คะแนน ๗๐ แสดงว่านกั เรียนทำคะแนนไดน้ ้อยกวา่ ๙
จากคะแนนเตม็ ๑๕ คะแนน คะแนน
จากคะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน
เกณฑ์การประเมนิ เกณฑ์การตดั สนิ ระดับคณุ ภาพ
๑๓-๑๕ คะแนน ดีมาก
๙-๑๒ คะแนน ดี
๕-๘ คะแนน พอใช้
๐-๔ คะแนน ปรับปรุง
*หมายเหตุ ผผู้ ่านเกณฑ์การประเมินต้องได้คะแนนร้อยละ ๖๐ คอื ๙ คะแนนข้ึนไป จากคะแนนเต็ม
๑๕ จึงจะถือวา่ ผา่ นเกณฑ์