หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑
เร่อื ง กำเนดิ ผิดพน้ คนท้ังหลาย
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๒
ผู้สอน นางสาวธินัฐดา เชอื้ คำจันทร์
ครพู ่ีเลย้ี ง นางสาวจตพุ ร ไกส่ ระแก้ว
จำนวน ๔ แผนการเรียนรู้ จำนวน ๔ ชั่วโมง
องคป์ ระกอบของหนว่ ยการเรียนรู้
๑. ชอื่ หน่วยและสาระสำคัญของหน่วย
๒. มาตรฐานและตัวชว้ี ัดของหนว่ ย
๓. ตารางวเิ คราะห์ความสอดคลอ้ งมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวช้ีวัด หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง กำเนดิ ผดิ พน้
คนทง้ั หลาย
๔. แผนภาพมโนทัศน์ของหน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๑ เร่ือง กำเนิดผิดพ้นคนทั้งหลาย ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๕
๕. ตารางวิเคราะห์บทเรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชว้ี ดั
๖. จดุ ประสงค์การเรียนรู้และสาระการเรียนรรู้ ะดบั หน่วย
๗. กจิ กรรมและช้นิ งานทีส่ ำคัญ
๘. การวัดและประเมินผล
๙. ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
๑๐. แผนการจดั การเรียนรู้ระดบั หนว่ ย
๑๑. แผนการจดั การเรยี นร้รู ะดบั ปฏบิ ตั ิการ (รายคาบ)
แผนการจัดการเรยี นร้รู ะดบั หนว่ ย
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๑ เรอื่ ง กำเนดิ ผดิ พน้ คนท้งั หลาย
กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
โรงเรยี นโคโรนา่ มติ รภาพที่ ๑๙
จำนวน ๔ แผนการจัดการเรยี นรู้ เวลา ๔ ชัว่ โมง
ครูพเ่ี ล้ียง นางสาวจตุพร ไก่สระแกว้ ผู้สอน นางสาวธนิ ัฐดา เชือ้ คำจนั ทร์
๑. ช่ือหน่วยและสาระสำคัญของหนว่ ย
ชือ่ หน่วย : กำเนิดผดิ พน้ คนท้ังหลาย
ระดับชนั้ : ประถมศึกษาปีท่ี ๕
จำนวน : ๔ แผนการจัดการเรียนรู้
เวลา : ๔ ชั่วโมง
สาระสำคัญ : การอ่านออกเสียงกลอนสุภาพตามอักขรวิธี เว้นวรรคตอน ลีลา น้ำเสียงตามฉันท
ลักษณ์ของบทประพันธ์และเนื้อหา ความหมายโดยนัย และข้อความที่เป็นการบรรยายพรรณนา การเขียน
แสดงความคิดเห็นอย่างมีมารยาท และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน การสรุปความจากเร่อื ง
ที่ผา่ นและข้อคิดในเรื่อง ซ่ึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชวี ิต การพูดแสดงความรู้และความคิดเห็น เพ่ือบอก
ใหผ้ ฟู้ ังทราบว่า ผพู้ ูดคดิ อย่างไรตอ่ สิ่งที่ฟัง อา่ น หรอื ดู การอ่านกลอนสุภาพ ที่มคี วามไพเราะและแฝงไว้ด้วย
ความคดิ หรอื คำสอนที่เป็นประโยชน์
๒. มาตรฐานและตัวช้ีวัดของหนว่ ย รวมทัง้ สน้ิ ๑๓ ตวั ช้ีวัด
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้ และความคิดเพอ่ื นำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปญั หาใน
การดำเนินชีวติ และมีนิสยั รักการอา่ น
ท ๑.๑ ป.๕/๑ อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองได้ถูกตอ้ ง
สาระที่ ๑ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสารเขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว
ในรูปแบบ ต่าง ๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอย่างมปี ระสิทธิภาพ
ท ๑.๑ ป.๕/๖ เขียนแสดงความรู้สกึ และความคิดเห็นได้ตรงตามเจตนา
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็นวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น
คุณคา่ และนำมาประยุกต์ใชใ้ นชีวติ จริง
ท ๕.๑ ป.๕/๑ สรปุ เรื่องจากวรรณคดหี รอื วรรณกรรมทอี่ ่าน
ท ๕.๑ ป.๕/๒ ระบุความรู้และข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมที่สามารถนำไปใช้ใน
ชีวติ จริง
๓. ตารางวเิ คราะห์ความสอดคลอ้ งมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวัด หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๕ เรอื่ ง แรงกระทบ
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชีว้ ัด แผนท่ี
๑ ๒ ๓ ๔ รวม
สาระท่ี ๑ การอา่ น ✓ ๑
๑
ท ๑.๑ ป.๕/๑ อ่านออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง
ท ๑.๑ ป.๕/๒ อธบิ ายความหมายของคำ ประโยคและขอ้ ความท่เี ปน็ การบรรยายและ
พรรณนา
ท ๑.๑ ป.๕/๓ อธิบายความหมายโดยนัยจากเรื่องท่ีอา่ นอย่างหลากหลาย
ท ๑.๑ ป.๕/๔ แยกขอ้ เทจ็ จรงิ และข้อคิดเห็นจากเรื่องท่ีอา่ น
ท ๑.๑ ป.๕/๕ วเิ คราะหแ์ ละแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับเรื่องที่อา่ นเพอื่ นำไปใชใ้ นการ
ดำเนนิ ชวี ติ
ท ๑.๑ ป.๕/๖ อา่ นงานเขียนเชิงอธิบาย คำสั่ง ข้อแนะนำ และปฏบิ ตั ติ าม
ท ๑.๑ ป.๕/๗ อ่านหนงั สือท่ีมคี ุณค่าตามความสนใจอย่างสมำ่ เสมอและแสดงความ
คิดเหน็ เกย่ี วกบั เร่ืองท่ีอา่ น
ท ๑.๑ ป.๕/๘ มีมารยาทในการอ่าน
สาระท่ี ๒ การเขยี น ✓
ท ๒.๑ ป.๕/๑ คดั ลายมอื ตวั บรรจงเต็มบรรทดั และครงึ่ บรรทดั
ท ๒.๑ ป.๕/๒ เขียนส่อื สารด้วยคำได้ถูกต้องชัดเจนและเหมาะสม
ท ๒.๑ ป.๕/๓ เขียนแผนภาพโครงเรือ่ งและแผนภาพความคิดเพ่ือใช้พัฒนางานเขียน
ท ๒.๑ ป.๕/๔ เขียนยอ่ ความจากเรื่องที่อ่าน
ท ๒.๑ ป.๕/๕ เขยี นจดหมายถงึ ผู้ปกครองและญาติ
ท ๒.๑ ป.๕/๖ เขยี นแสดงความรู้สึกและความคิดเหน็ ได้ตรงตามเจตนา
ท ๒.๑ ป.๕/๗ กรอกแบบรายการตา่ ง ๆ
ท ๒.๑ ป.๕/๘ เขยี นเรอื่ งตามจินตนาการ
ท ๒.๑ ป.๕/๙ มมี ารยาทในการเขยี น
สาระที่ ๓ การฟงั การดู และการพูด
ท ๓.๑ ป.๕/๑ พดู แสดงความรคู้ วามคิดเห็นและความรสู้ ึกจากเรอื่ งทีฟ่ ังและดู
ท ๓.๑ ป.๕/๒ ตงั้ คำถามและตอบคำถามเชงิ เหตผุ ลจากเร่ืองทฟ่ี งั และดู
ท ๓.๑ ป.๕/๓ วเิ คราะห์ความนา่ เช่อื ถือจากเรื่องทฟ่ี งั และดอู ย่างมีเหตผุ ล
ท ๓.๑ ป.๕/๔ พดู รายงานเรื่องหรือประเดน็ ที่ศึกษาค้นควา้ จากการฟัง การดู และการ
สนทนา
ท ๓.๑ ป.๕/๕ มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพูด
มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวชีว้ ดั แผนท่ี
๑ ๒ ๓ ๔ รวม
สาระที่ ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย ✓๑
ท ๔.๑ ป.๕/๑ ระบุชนดิ และหน้าทข่ี องคำในประโยค ✓๑
ท ๔.๑ ป.๕/๒ จำแนกส่วนประกอบของประโยค
ท ๔.๑ ป.๕/๓ เปรียบเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถ่ิน ๔
ท ๔.๑ ป.๕/๔ ใชค้ ำราชาศัพท์
ท ๔.๑ ป.๕/๕ บอกคำภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย
ท ๔.๑ ป.๕/๖ แตง่ กลอนสุภาพ
ท ๔.๑ ป.๕/๗ ใชส้ ำนวนได้ถกู ต้อง
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
ท ๕.๑ ป.๕/๑ สรปุ เรือ่ งจากวรรณคดหี รอื วรรณกรรมที่อา่ น
ท ๕.๑ ป.๕/๒ ระบุความรู้และข้อคิดจากการอา่ นวรรณคดีและวรรณกรรมท่สี ามารถ
นำไปใช้ในชีวติ จริง
ท ๕.๑ ป.๕/๓ อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม
ท ๕.๑ ป.๕/๔ อ่านกลอนสุภาพตามที่กำหนดและกลอนสุภาพทีม่ คี ุณคา่ ตามความ
สนใจ
รวม
๔. แผนภาพมโนทัศนข์ องหน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๑๕ เร่อื ง แรงกระทบ ชนั้ ปะถมศ
หนว่ ย
เรื่อง กำเน
การอ่าน การเขียน
ความรู้ (K) นกั เรียนมีความรู้ความ ความรู้ (K) นักเรยี นมีความรู้ความ
เขา้ ใจเก่ยี วกับเรื่องการอา่ นออกเสยี ง เขา้ ใจเก่ยี วกับเรอื่ งการเขียนแสดง
กลอนสุภาพ ความคิดเหน็
ทักษะ/กระบวนการ (P) นกั เรยี น ทกั ษะ/กระบวนการ (P) นักเรยี น
สามารถอา่ นออกเสยี งกลอนสุภาพได้ สามารถเขยี นแสดงความคิดเหน็ ได้
ถูกต้อง ถูกต้อง
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
นักเรยี นสามารถนำความรู้ที่ไดจ้ าก นกั เรียนสามารถนำความรทู้ ี่ไดจ้ าก
การอ่านออกเสยี งกลอนสภุ าพไปเปน็ การเขียนแสดงความคิดเห็นไปเปน็
แนวทางในการอา่ นออกเสียงอนื่ ๆ แนวทางในการเขียนเรื่องอนื่ ๆ ได้
ได้
ศกึ ษาปีท่ี ๕
ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑
นดิ ผิดพน้ คนท้ังหลาย
วรรณคดีและวรรณกรรม
ความรู้ (K) นกั เรียนมีความรู้ความ ความรู้ (K) นักเรยี นมีความรู้ความ
เขา้ ใจเกย่ี วกับเร่ืองการสรุปความ เข้าใจเกย่ี วกับเรอื่ งการสรปุ ข้อคิด
จากเรือ่ งที่อา่ น
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) นกั เรียน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) นกั เรยี น สามารถสรุปความจากการสรุป
สามารถสรปุ ความจากเร่ืองท่ีอา่ นได้ ข้อคิดได้ถูกต้อง
ถกู ต้อง
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A) นักเรยี นสามารถนำความรูท้ ่ีได้จาก
นักเรียนสามารถนำความรูท้ ่ีไดจ้ าก การสรุปขอ้ คดิ ไปเปน็ แนวทางใน
การสรุปความจากเรอ่ื งท่ีอา่ นไปเปน็ การสรุปข้อคิดเรื่องอน่ื ๆ ได้
แนวทางในการสรปุ ความเร่อื งอ่นื ๆ
ได้
๕. ตารางวิเคราะห์บทเรียนตามมาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวชว้ี ดั
หน่วยการ การอ่าน การเขียน การฟัง การดู
เรยี นรู้ และการพดู
หน่วยการ ๑. อา่ นออก ๑. คดั ลายมือ
เรียนรทู้ ่ี ๑ เสยี งบทรอ้ ย ตวั บรรจงเต็ม
กำเนดิ ผดิ พน้ แก้วและร้อย บรรทดั และครึ่ง
คนท้ังหลาย กรองไดถ้ ูกตอ้ ง บรรทัด
หลกั การใช้ วรรณคดแี ละ ทักษะการคดิ คณุ คา่ ของ
ภาษาไทย วรรณกรรม บทเรียน
๑. สรุปเรื่อง ๑. คิดสรา้ งสรรค์
จากวรรณคดี ๒. คดิ วิเคราะห์
หรอื
วรรณกรรม
ทอี่ า่ น
๒. ระบคุ วามรู้
และข้อคดิ จาก
การอ่าน
วรรณคดีและ
วรรณกรรมท่ี
สามารนำไปใช้
ในชวี ิตจรงิ
๖. จุดประสงค์การเรยี นรแู้ ละสาระการเรียนรู้ระดับหน่วย สาระการเรียนรู้
- การอ่านออกเสียงกลอนสภุ าพ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. เมื่อนักเรียนเรียนเรอื่ งการอา่ นออกเสียงกลอนสภุ าพแล้วนักเรียนสามารถ - การเขียนแสดงความคิดเหน็
๑. บอกสาระสำคัญของการอ่านกลอนสภุ าพได้ถูกต้อง - การสรปุ ความจากเรื่องที่อา่ น
๒. อา่ นออกเสียงกลอนสภุ าพไดถ้ ูกตอ้ ง
๓. เหน็ ถึงความสำคัญของการอ่านกลอนสภุ าพได้ถูกต้อง - การสรุปขอ้ คดิ
๒. เมื่อนกั เรยี นเรียนเร่ืองการเขียนแสดงความคดิ เหน็ แลว้ นักเรยี นสามารถ
๑. บอกสาระสำคญั ของการเขียนแสดงความคิดเหน็ ไดถ้ ูกต้อง
๒. เขียนแสดงความคิดเห็นได้ถกู ต้อง
๓. เหน็ ความสำคญั การเขียนแสดงความคดิ เห็นได้ถูกต้อง
๓. เมอ่ื นักเรยี นเรยี นเรอ่ื งการสรปุ ความจากเรอื่ งที่อา่ น แล้วนักเรยี นสามารถ
๑. บอกหลกั การสรุปความจากเร่ืองทีอ่ า่ นได้ถูกต้อง
๒. สรปุ ความจากเร่ืองท่ีอ่านไดถ้ ูกต้อง
๓. เห็นคณุ ค่าของการสรุปความจากเร่ืองท่ีอ่าน
๔. เม่อื นักเรยี นเรียนเรอ่ื งการสรุปขอ้ คดิ แลว้ นักเรยี นสามารถ
๑. บอกหลกั การสรุปข้อคิดได้ถูกต้อง
๒. สรปุ ขอ้ คิดได้ถกู ต้อง
๓. เหน็ คุณคา่ ของการสรุปขอ้ คิด
๗. กิจกรรมและช้ินงานทีส่ ำคญั / ๘. การวัดและประเมินผล การวัดและประเมนิ ผล
ท่ี กิจกรรมและชิ้นงานท่สี ำคญั
วิธกี ารวัด เคร่อื งมอื ท่ีใช้วดั เกณฑ์
การ
๑ ๑. บอกสาระสำคัญของการอ่านออกเสยี งกลอน - ตรวจผลงาน - แบบประเมิน : ผ่าน
สภุ าพไดถ้ ูกตอ้ ง - ตรวจใบงานท่ี ๑ การบอก
๒. อา่ นออกเสยี งกลอนสภุ าพไดถ้ ูกตอ้ ง การอา่ นออกเสยี ง สาระสำคัญการ นักเรยี น
๓. เห็นถึงความสำคญั ของการอ่านออกเสยี งกลอน กลอนสภุ าพ เรอื่ ง อา่ นกลอนสุภาพ ตอ้ งได้
สภุ าพไดถ้ ูกตอ้ ง กำเนดิ ผดิ พน้ คน - แบบประเมิน : คะแนน
ท้ังหลาย การอา่ นออกเสียง ๖๐ %
กลอนสภุ าพ ขึน้ ไป
๒ ๑. บอกสาระสำคญั ของการเขยี นแสดงความคิดเห็น - ตรวจผลงาน - ใบงานที่ ๑ เร่ือง
การอ่านออกเสียง
ได้ถูกต้อง - ตรวจใบงานท่ี ๒ กลอนสภุ าพ เรือ่ ง
กำเนดิ ผดิ พ้นคน
๒. เขยี นแสดงความคิดเหน็ ได้ถกู ต้อง การแสดงความ ทั้งหลาย
๓. เหน็ ความสำคัญการเขยี นแสดงความคิดเหน็ ได้ คดิ เหน็ พาเพลนิ - แบบประเมนิ :
การบอกหลกั การ
ถูกต้อง เขียนแสดงความ
คดิ เหน็
๓ ๑. บอกหลักการสรุปความจากเร่อื งท่อี า่ นไดถ้ ูกต้อง - ตรวจผลงาน - แบบประเมนิ :
การเขยี นแสดง
๒. สรุปความจากเรื่องที่อา่ นได้ถูกต้อง - ตรวจใบงานที่ ๓ ความคดิ เห็น
- ใบงานท่ี ๒ เร่ือง
๓. เห็นคุณค่าของการสรุปความจากเรื่องท่ีอ่าน สรุปความจากเรือ่ ง การแสดงความ
คดิ เห็นพาเพลนิ
หรรษา
- แบบประเมิน :
การบอก
สาระสำคญั ของ
การสรปุ ความจาก
เรือ่ งท่ีอ่าน
การวัดและประเมนิ ผล
ที่ กจิ กรรมและชนิ้ งานที่สำคญั วิธีการวัด เกณฑ์
เครอ่ื งมอื ที่ใช้วดั การ
๔ ๑. บอกหลกั การสรุปข้อคิดได้ถกู ต้อง
๒. สรปุ ขอ้ คดิ ได้ถกู ต้อง ผ่าน
๓. เห็นคณุ คา่ ของการสรปุ ขอ้ คิด
- แบบประเมนิ :
สรปุ ความจากเร่ือง
ทอ่ี า่ น
- ใบงานที่ ๓ เรือ่ ง
สรุปความจากเรอื่ ง
หรรษา
- ตรวจผลงาน - แบบประเมิน : นกั เรยี น
- ตรวจใบงานที่ ๔ การบอกหลักการ ตอ้ งได้
สรปุ ขอ้ คิดจากเรื่อง คะแนน
สรปุ คิดพินิจ
พิจารณา ทอ่ี า่ น ๖๐ %
- แบบประเมิน : ขึ้นไป
การสรุปขอ้ คดิ จาก
เร่ืองที่อ่าน
- ใบงานท่ี ๒ เร่ือง
สรปุ คิดพินจิ
พิจารณา
๙. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑ - ใบความรู้ เรอ่ื ง หลกั การอา่ นออกเสยี งกลอนสภุ าพ
- ใบงาน เรอื่ ง การอ่านออกเสียงกลอนสภุ าพ เร่ือง กำเนิดผิดพ้นคนท้ังหลาย
- Powerpoint เร่ือง หลักการอ่านออกเสียงกลอนสภุ าพ
- หนังสือเรยี นวรรณคดีลำนำช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๕
- สอื่ กระดานอ่านออกเสียงพาเพลิน
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๒ - ใบความรู้ เร่ือง การเขียนแสดงความคดิ เห็น
- ใบงาน เรอื่ ง การแสดงความคดิ เหน็ พาเพลนิ
- Powerpoint เร่อื ง การเขยี นแสดงความคดิ เห็น
- หนงั สอื เรียนวรรณคดลี ำนำชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕
- ส่ือกระดานแสดงความคิดเหน็ เพลนิ ใจ
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓ - ใบความรู้ เรอ่ื ง สรุปความจากเรือ่ งท่ีอา่ นได้ถูกต้อง
- ใบงาน เร่อื ง สรุปความจากเรื่องหรรษา
- Powerpoint เรื่อง สรปุ ความจากเรือ่ งท่ีอา่ นได้ถกู ต้อง
- หนังสือเรียนวรรณคดีลำนำชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๕
- ส่ือกระดานสรปุ ความหรรษา
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๔ - ใบความรู้ เรื่อง การสรปุ ข้อคดิ
- ใบงาน เรื่อง สรุปคดิ พินจิ พิจารณา
- Powerpoint เรื่อง การสรปุ ขอ้ คิด
- หนงั สอื เรียนวรรณคดลี ำนำชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๕
- สือ่ กระดานสรปุ ข้อคิดพิชติ ใจ
๑๐. แผนการจดั การเรยี นรรู้ ะดับหนว่ ย
ชอ่ื แผนการจดั การเรยี นรู้ / จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ กิจกรรมสำคัญ
แผนที่ มาตรฐานการเรยี นรู้และ
ตัวชีว้ ัด
๑ - หลกั การอ่านออกเสียง เม่ือนักเรียนเรียนเร่ืองการอา่ นออกเสยี งกลอน
กลอนสภุ าพ สภุ าพแลว้ นักเรยี นสามารถ
ท ๑.๑ ป.๕/๑ ๑. บอกสาระสำคญั ของการอ่านกลอนสภุ าพได้
ถกู ต้อง
๒. อา่ นออกเสียงกลอนสุภาพได้ถูกต้อง
๓. เห็นถึงความสำคัญของการอา่ นกลอนสภุ าพได้
ถกู ต้อง
๒ - การเขียนแสดงความ เมอ่ื นกั เรยี นเรยี นเรือ่ งการเขียนแสดงความ
คดิ เหน็ คดิ เห็น แลว้ นักเรียนสามารถ
ท ๑.๑ ป.๕/๖ ๑. บอกสาระสำคญั ของการเขียนแสดงความ
คิดเห็นได้ถูกต้อง
๒. เขยี นแสดงความคิดเห็นได้ถูกต้อง
๓. เหน็ ความสำคญั การเขียนแสดงความคดิ เหน็
ไดถ้ ูกต้อง
๓ การสรุปความจากเรอ่ื งท่ี เมอ่ื นกั เรียนเรยี นเรื่องการสรุปความจากเร่ืองท่ี
อา่ น อ่าน แล้วนักเรยี นสามารถ
ท ๕.๑ ป.๕/๑ ๑. บอกหลกั การสรปุ ความจากเรอ่ื งที่อา่ นได้
ถูกต้อง
๒. สรปุ ความจากเร่อื งท่ีอา่ นได้ถกู ต้อง
๓. เห็นคณุ ค่าของการสรปุ ความจากเร่ืองที่อา่ น
๔ การสรุปข้อคดิ เมือ่ นกั เรียนเรียนเรอ่ื งการสรุปข้อคิด แลว้
ท ๕.๑ ป.๕/๒ นักเรียนสามารถ
๑. บอกหลักการสรุปข้อคิดได้ถูกต้อง
๒. สรปุ ขอ้ คิดได้ถูกต้อง
๓. เหน็ คณุ ค่าของการสรปุ ข้อคิด
๑๑. แผนการจัดการเรยี นรู้ระดบั ปฏบิ ตั ิการ (รายคาบ)
แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ กำเนิดผิดพน้ คนทง้ั หลาย
เรื่อง การอา่ นกลอนสุภาพ
รหสั ท ๑๕๑๐๑ ชอื่ รายวชิ า ภาษาไทย กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๑ ชว่ั โมง
ครธู นิ ฐั ดา เชอ้ื คำจันทร์
_________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้ และความคดิ เพือ่ นำไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปญั หาใน
การดำเนนิ ชีวติ และมนี สิ ัยรักการอ่าน
ตวั ชว้ี ัด
ท ๑.๑ ป.๕/๑ อา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้วและกลอนสภุ าพได้ถกู ต้อง
สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
กลอนสภุ าพ คือ กลอนประเภทหนึ่ง ซงึ่ ลกั ษณะคำประพันธ์ของภาษาไทย ที่เรยี บเรียงเขา้ เปน็
คณะ ใช้ถ้อยคำและทำนองเรียบ ๆ กลอนสุภาพเปน็ กลอนหลกั ของกลอนทงั้ หมด เพราะเป็นพน้ื ฐานของ
กลอนหลายชนิด หากเข้าใจกลอนสภุ าพ ก็สามารถเข้าใจกลอนอืน่ ๆ ได้งา่ ยขน้ึ
สาระการเรียนร้/ู เน้อื หายอ่ ย
ความรู้ (K)
๑. เพอ่ื ให้นกั เรยี นมคี วามร้คู วามเขา้ ใจเก่ียวกบั อ่านกลอนสุภาพ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
๑. เพือ่ ใหน้ กั เรียนสามารถอ่านกลอนสภุ าพเร่อื งกำเนดิ ผดิ พ้นคนทง้ั หลาย
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
๑. เพ่อื ให้นกั เรยี นสามารถนำความร้ทู ไี่ ดจ้ ากการอ่านกลอนสุภาพเร่ืองกำเนิดผดิ พ้นคน
ทัง้ หลาย ไปเปน็ แนวทางในการอา่ นเร่อื งอ่ืน ๆ ได้
การประเมนิ ผลรวบยอด
ชิน้ งานหรอื ภาระงาน
ใบงาน “การอ่านออกเสยี งกลอนสุภาพ เรือ่ ง กำเนดิ ผิดพน้ คนท้งั หลาย”
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำ
๑. ครูและนกั เรยี นกล่าวทักทายกนั ครใู หน้ ักเรยี นดูวีดิทัศน์ เร่ือง “ครูเพญ็ ศรีสอนอ่านทำนอง
เสนาะ” ครูและนักเรียนรว่ มกันอภปิ ราย ครเู ชื่อมโยงเขา้ สบู่ ทเรียน (K, P)
ขนั้ สอน
๑. ครูแจกใบความรู้ เรื่องการอ่านกลอนสุภาพ พรอ้ มท้งั อธบิ ายความหมายของการอ่านกลอน
สุภาพ หลักการการอ่านกลอนสุภาพ ประเภทของกลอนสุภาพ วิธีการอ่านกลอนสุภาพ ประโยชน์ของการ
อ่านกลอนสภุ าพ และยกตัวอย่างพรอ้ มใชส้ ื่อประกอบการสอน (K)
๒. ครูให้นักเรียนทำใบงาน “การอ่านออกเสียงกลอนสุภาพ เรื่อง กำเนิดผิดพ้นคนทั้งหลาย”
ซึ่งเป็นใบงานที่ให้นักเรียนอ่านกลอนสุภาพจากเรื่องกำเนิดผิดพ้นคนทั้งหลาย โดยครูชี้แจงให้นักเรียนแบ่ง
จังหวะในการอ่านกลอนสุภาพจากเรื่องตนเป็นที่พึ่งแห่งตน และอ่านกลอนสุภาพเรื่องกำเนิดผิดพ้นคน
ท้งั หลาย พร้อมทงั้ ออกมาอ่านกลอนสภุ าพ หน้าชนั้ เรียน (K)
๓. นักเรียนแตล่ ะคนอ่านกลอนสุภาพ จากเรื่องตนเป็นที่พึ่งแห่งตน และเตรียมตัวออกมาอ่าน
กลอนสภุ าพ หน้าช้ันเรียน (P)
๔. นักเรียนแต่ละคนออกมาอ่านกลอนสุภาพ จากเรื่องกำเนิดผิดพ้นคนทั้งหลายครูและ
นกั เรยี นร่วมกันอภิปราย ครใู ห้ขอ้ เสนอแนะ และใหค้ วามรเู้ พิม่ เตมิ (P, K)
ข้ันสรปุ
๑. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปใบงาน “การอา่ นออกเสียงกลอนสุภาพ เรื่อง กำเนดิ ผดิ พ้นคน
ทงั้ หลาย” เป็นใบงานท่ใี หน้ กั เรยี นอ่านกลอนสุภาพ เรื่องกำเนดิ ผดิ พน้ คนท้ังหลาย” (K) นักเรยี นสามารถทำ
ใบงานได้ถูกต้อง สะทอ้ นใหเ้ ห็นวา่ นกั เรียนมีความรู้ความเข้าใจ และสามารถนำความรู้มาใชใ้ นการทำใบงาน
(P)
๒. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้เรื่อง “การอ่านกลอนสุภาพ” คือ กลอนสุภาพ คือ
กลอนประเภทหนึ่ง ซึ่งลักษณะคำประพันธ์ของภาษาไทย ที่เรียบเรียงเข้าเป็นคณะ ใช้ถ้อยคำและทำนอง
เรียบ ๆ กลอนสุภาพเป็นกลอนหลักของกลอนทั้งหมด เพราะเป็นพื้นฐานของกลอนหลายชนิด หากเข้าใจ
กลอนสุภาพ ก็สามารถเข้าใจกลอนอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น (K) จากที่นักเรียนได้เรียนและทำใบงาน ส่งผลให้
นักเรียนเกิดองค์ความรู้ (P) และสามารถนำความรู้ที่ได้จากการอ่านกลอนสุภาพเรื่องกำเนิดผิดพ้นคน
ท้งั หลายเปน็ แนวทางในการอ่านกลอนสภุ าพเรื่องอืน่ ๆ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง (A)
การวัดผลประเมินผล
วธิ กี ารวัดผลประเมนิ ผล
๑. แบบประเมินใบงานเรื่อง “การอ่านออกเสียงกลอนสุภาพ เรื่อง กำเนิดผิดพ้นคน
ทั้งหลาย” เป็นการวัดผลความรู้ ของนักเรียนรายบุคคล ว่านักเรียนความรู้ความเข้าใจในเรื่องการอ่าน
กลอนสุภาพ โดยมีประเด็นการวัดผล ดังนี้ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอ่านกลอนสุภาพ สามารถแบ่ง
จังหวะในการอ่านกลอนสุภาพจากเรื่องกำเนิดผิดพ้นคนทั้งหลายได้ถูกต้อง สามารถอ่านกลอนสุภาพเรื่อง
กำเนิดผิดพ้นคนทั้งหลายได้ถูกต้อง สามารถอ่านกลอนสุภาพได้ถูกต้องตามอักขรวิธี จากนั้นครูประเมินใบ
งาน ““การอ่านออกเสียงกลอนสุภาพ เรื่อง กำเนิดผิดพ้นคนทั้งหลาย” เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนา
นักเรยี นและการจัดการเรียนรใู้ นคร้ังตอ่ ๆ ไป
เครือ่ งมอื ในการวัดผลประเมนิ ผล
๑. ใบงานเรื่อง “การอ่านออกเสียงกลอนสุภาพ เรื่อง กำเนิดผิดพ้นคนทั้งหลาย” เป็นใบ
งานที่ให้นักเรียนแต่ละคนได้ใช้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการอ่านกลอนสุภาพ (K) พร้อมทั้งสามารถ
อา่ นกลอนสุภาพจากเร่ืองตนเปน็ ที่พ่ึงแห่งตนได้ถกู ต้อง ส่งผลให้นักเรียนเกดิ องคค์ วามรู้ (P) และสามารถนำ
ความรู้จากการอ่านกลอนสุภาพเรื่องกำเนิดผิดพ้นคนทั้งหลายไปใช้เป็นแนวทางในการอ่านเรื่องอื่น ๆ ได้
อยา่ งถกู ตอ้ ง (A)
เกณฑก์ ารวัดผลประเมนิ ผล
๑. แบบประเมินผลใบงานเรื่อง “การอ่านออกเสียงกลอนสุภาพ เรื่อง กำเนิดผิดพ้นคน
ท้งั หลาย” ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ ๖๐ คิดเป็น ๗ คะแนน จากคะแนนเตม็ ๑๒ คะแนน อย่ใู นระดบั ดี
ส่อื การเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้
๑. ใบความรู้ เรอื่ ง หลกั การอ่านออกเสยี งกลอนสุภาพ
๒. ใบงาน เร่ือง การอา่ นออกเสยี งกลอนสภุ าพ เร่ือง กำเนิดผดิ พน้ คนทั้งหลาย
๓. Powerpoint เร่อื ง หลกั การอ่านออกเสียงกลอนสุภาพ
๔. หนังสือเรียนวรรณคดีลำนำชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
๕. สือ่ กระดานอ่านออกเสยี งพาเพลิน
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรยี น
แบบทดสอบก่อนเรยี น
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ จำนวน ๑๐ ขอ้
คำสัง่ ใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบทถี่ ูกต้องท่ีสุด
๑. กลอนสภุ าพจะแบ่งจังหวะการอ่านคำในแต่ละ ๔. มนี กรังหน่งึ กว้างสำอางศรี ควรเวน้ วรรคการ
วรรคเปน็ เป็นกชี่ ่วง อา่ นแบบใดจึงจะเหมาะสม
ก. ๑ ชว่ ง ก. มนี ก/รังหน่ึง/กว้างสำอางศรี
ข. ๒ ชว่ ง ข. มีนกรงั /หนง่ึ กว้าง/สำอางศรี
ค. ๓ ชว่ ง ค. มีนกรังหน่งึ /กว้างสำ/อางศรี
ง. ๔ ช่วง ง. มีนกรังหนง่ึ /กว้างสำอางศรี
๒. ถ้าหากกลอนสุภาพอ่านวรรคละ ๘ คำ จะแบ่ง ๕. เพราะเหตุใดผู้อา่ นจึงต้องมอี ารมณร์ ว่ มในบทท่ี
ช่วงการอ่านคำเป็นแบบใด ตนอา่ น
ก. ๒ -๒ -๒ ก. เพ่ือให้ผู้ฟงั เกิดอารมณค์ ล้อยตาม และ
ข. ๒ -๒ -๓ เขา้ ใจลกึ ซึ้งในเนื้อหาของกลอนสภุ าพ
ค. ๒ -๓ -๓ ข. เพื่อใหผ้ ู้ฟังชื่นชมเรา
ง. ๓ -๒ -๓ ค. เพื่อใหผ้ ู้ฟงั เพลิดเพลิน
ง. ไม่มีข้อถูก
๓. ถ้าหากกลอนสุภาพอ่านวรรคละ ๙ คำ จะแบ่ง ๖. บคุ คลใดท่ีอา่ นกลอนสภุ าพได้ถกู ต้องเหมาะสม
ชว่ งการอ่านคำเป็นแบบใด ก. พลอยอ่านกลอนสภุ าพด้วยความเร่งรบี
ข. แตม๋ อา่ นกลอนสุภาพด้วยน้ำเสียงท่ี
ก. ๒ -๓ -๔ กระแทก
ข. ๓ -๓ -๓ ค. บิวเวน้ วรรคในการอา่ นได้ถกู ต้อง และใช้
ค. ๓ -๔ -๒ นำ้ เสียงสอ่ื อารมณ์ของกลอนสภุ าพได้เหมาะสม
ง. ๓ -๒ -๔ ง. แกฟไม่อ่านออกเสียงควบกล้ำชัดเจนใน
การอ่านกลอนสภุ าพ
๗. จะชอบผิดในมนุษยเ์ พราะพดู จา ควรเว้นวรรค
การอา่ นแบบใดจึงจะเหมาะสม
ก. จะชอบผดิ /ในมนุษย/์ เพราะพูดจา
ข. จะชอบ/ผดิ ในมนุษยเ์ พราะ/พดู จา
ค. จะชอบผิด/ในมนุษยเ์ พราะ/พดู จา
ง. จะชอบผิดใน/มนษุ ย์เพราะ/พดู จา
๘. กลอนสภุ าพหนง่ึ บทมีท้ังหมดก่ีวรรค
ก. ๒ วรรค
ข. ๓ วรรค
ค. ๔ วรรค
ง. ๕ วรรค
๙. วรรคทหี่ นง่ึ ของกลอนสภุ าพเรยี กว่าวรรคอะไร
ก.วรรคสดบั
ข. วรรครับ
ค. วรรครอง
ง. วรรคส่ง
๑๐. วรรคส่งของบททีห่ นง่ึ จะตอ้ งไปสัมผสั กับวรรค
ใดของบททส่ี องจึงจะถูกตอ้ ง
ก.วรรคสดับ
ข. วรรครบั
ค. วรรครอง
ง. วรรคส่ง
แบบทดสอบหลังเรียน จำนวน ๑๐ ขอ้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕
คำส่ัง ให้นักเรียนเลือกคำตอบท่ถี กู ต้องทส่ี ดุ
๑. ถา้ หากกลอนสภุ าพอ่านวรรคละ ๘ คำ จะแบ่ง ๔. ถา้ หากกลอนสุภาพอา่ นวรรคละ ๙ คำ จะแบง่
ชว่ งการอา่ นคำเป็นแบบใด ชว่ งการอา่ นคำเป็นแบบใด
ก. ๒ -๒ -๒ ก. ๒ -๓ -๔
ข. ๒ -๒ -๓ ข. ๓ -๓ -๓
ค. ๒ -๓ -๓ ค. ๓ -๔ -๒
ง. ๓ -๒ -๓ ง. ๓ -๒ -๔
๒. กลอนสุภาพจะแบ่งจังหวะการอา่ นคำในแต่ละ ๕. บุคคลใดทอี่ า่ นกลอนสุภาพได้ถกู ต้องเหมาะสม
วรรคเป็นเป็นกีช่ ว่ ง ก. พลอยอ่านกลอนสุภาพดว้ ยความเร่งรบี
ก. ๑ ชว่ ง ข. แต๋มอ่านกลอนสุภาพด้วยน้ำเสียงท่ี
ข. ๒ ช่วง กระแทก
ค. ๓ ช่วง ค. บิวเวน้ วรรคในการอา่ นได้ถกู ต้อง และใช้
ง. ๔ ช่วง นำ้ เสยี งส่อื อารมณข์ องกลอนสภุ าพได้เหมาะสม
ง. แกฟไมอ่ ่านออกเสียงควบกล้ำชดั เจนใน
๓. มนี กรงั หนงึ่ กวา้ งสำอางศรี ควรเวน้ วรรคการ การอ่านกลอนสภุ าพ
อา่ นแบบใดจงึ จะเหมาะสม ๖. เพราะเหตุใดผู้อ่านจงึ ต้องมอี ารมณร์ ่วมในบทที่
ตนอ่าน
ก. มีนก/รงั หนึ่ง/กว้างสำอางศรี ก. เพื่อใหผ้ ู้ฟังเกิดอารมณ์คล้อยตาม และ
ข. มีนกรงั /หน่งึ กวา้ ง/สำอางศรี เข้าใจลึกซงึ้ ในเนือ้ หาของกลอนสุภาพ
ค. มีนกรังหนึ่ง/กว้างสำ/อางศรี ข. เพอ่ื ใหผ้ ู้ฟงั ช่ืนชมเรา
ง. มีนกรังหน่ึง/กว้างสำอางศรี ค. เพ่อื ใหผ้ ู้ฟังเพลดิ เพลนิ
ง. ไมม่ ขี ้อถูก
๗. กลอนสภุ าพหนึ่งบทมีท้ังหมดกี่วรรค
ก. ๒ วรรค
ข. ๓ วรรค
ค. ๔ วรรค
ง. ๕ วรรค
๘. จะชอบผิดในมนุษยเ์ พราะพูดจา ควรเว้นวรรค
การอา่ นแบบใดจึงจะเหมาะสม
ก. จะชอบผิด/ในมนุษย/์ เพราะพูดจา
ข. จะชอบ/ผดิ ในมนุษยเ์ พราะ/พูดจา
ค. จะชอบผิด/ในมนุษย์เพราะ/พดู จา
ง. จะชอบผดิ ใน/มนษุ ย์เพราะ/พูดจา
๙. วรรคสง่ ของบททหี่ นึ่งจะต้องไปสัมผัสกบั วรรค
ใดของบทท่สี องจงึ จะถูกตอ้ ง
ก.วรรคสดบั
ข. วรรครบั
ค. วรรครอง
ง. วรรคสง่
๑๐. วรรคทีห่ นึ่งของกลอนสภุ าพเรยี กวา่ วรรคอะไร
ก.วรรคสดบั
ข. วรรครับ
ค. วรรครอง
ง. วรรคสง่
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรยี น
ก่อนเรียน หลงั เรยี น
๑. ค ๑. ง
๒. ง ๒. ค
๓. ข ๓. ข
๔. ข ๔. ข
๕. ก ๕. ค
๖. ค ๖. ก
๗. ก ๗. ค
๘ค ๘. ก
๙. ก ๙. ข
๑๐. ข ๑๐. ก
ส่อื /นวตั กรรม
ความหมายของการอ่านกลอนสุภาพ
การอา่ นกลอนสภุ าพ คือ กลอนประเภทหนงึ่ ซึ่งลักษณะคำประพันธ์ของภาษาไทย ที่เรยี บเรยี ง
เข้าเปน็ คณะ ใช้ถ้อยคำและทำนองเรยี บ ๆ กลอนสุภาพเป็นกลอนหลักของกลอนท้งั หมด เพราะเป็นพ้ืนฐาน
ของกลอนหลายชนดิ หากเขา้ ใจกลอนสภุ าพ ก็สามารถเข้าใจกลอนอน่ื ๆ ไดง้ า่ ยข้ึน
หลักการการอ่านกลอนสภุ าพ
๑. ศึกษาลักษณะบังคับของคำประพนั ธ์ เชน่ การเเบ่งจงั หวะจำนวนคำสมั ผสั เสยี ง วรรณยุกต์
เสียง หนักเบา เปน็ ตน้
๒. อา่ นใหถ้ กู ต้องตามลักษณะบังคบั ของคำประพนั ธ์
๓. อ่านออกเสยี ง ร ล คำควบกล้ำใหช้ ัดเจน
๔. อา่ นออกเสยี งดังให้ผู้ฟงั ได้ยนิ ทัว่ ถึง ไม่ดังหรอื ค่อยจนเกินไป
๕. คำที่รับสมั ผสั กันต้องอ่านเน้นเสียงใหช้ ดั เจน ถา้ เปน็ สมั ผสั นอกตอ้ งทอดเสยี งใหม้ จี ังหวะยาว
กว่าธรรมดา
๖. มีศลิ ปะในการใช้เสียง เอ้ือนเสยี ง และทอดจงั หวะให้ชา้ จนจบบท
ประเภทของกลอนสุภาพ
กลอนสภุ าพ ประกอบดว้ ย ๓ ประเภท ดงั น้ี
๑. บทหลกั คอื กลอนสภุ าพที่กระทรวงศึกษาธกิ ารเปน็ ผู้กำหนดเพอ่ื ใหน้ ักเรียนนำไปอ่านเพอ่ื
ความเปน็ อนั หน่ึงอนั เดียวกันท่วั ประเทศ
ตัวอยา่ ง บทหลกั
สังข์ทอง ตอน กำเนิดพระสังข์
เมอื่ น้ัน พระสงั ข์ซ่อนอยู่ก็รู้ส้ิน
พระแม่ไปป่าเปน็ อาจิณ ในจิตคดิ ถวิลทุกเวลา
จะใคร่ออกชว่ ยพระแม่เจ้า สงสารผ่านเกลา้ เป็นหนกั หนา
เหน่ือยยากลำบากกายา กลบั มาจนคำ่ แล้วรำ่ ไร
ไมว่ า่ ลกู น้อยเปน็ หอยปู อุม้ ชชู มชิดพสิ มยั
พระคุณลำ้ ลบภพไตร จะออกให้เห็นตวั ก็กลัวการ
ไกป่ า่ พาฝงู มากนิ ข้าว ของพระแมเ่ จา้ อยูฉ่ าวฉาน
ค้ยุ เขยี่ เร่ียรายท้ังดนิ ดาน พระมารดามาเห็นจะร่ำไร
เยีย่ มลอดสอดดทู ัง้ ซ้ายขวา จะเหน็ ใครไปมากห็ าไม่
ออกจากสงั ข์พลนั ทนั ใด ฉวยจับไมไ้ ด้ไลต่ ี
กอบเกบ็ ขา้ วหกท่ีตกดนิ ผันผินลอยลับขยบั หนี
เหลียวดูผ้คู นชนนี จะหนีเขา้ สงั ข์กำบงั ตน
หุงขา้ วหาปลาไวท้ ่าแม่ ดแู ลจัดแจงทุกแห่งหน
ชว่ ยขับไกป่ ่าประสาจน สาละวนเลน่ พลางไมห่ ่างดู
(พระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หล้านภาลยั )
๒. บทรอง คือ กลอนสุภาพท่ีครหู รอื สถานศึกษาเป็นผทู้ ีก่ ำหนดให้นกั เรยี นอ่านเสรมิ จากกลอน
สภุ าพทก่ี ระทรวงศึกษาธิการกำหนด หรอื บทหลัก
ตัวอยา่ ง บทรอง
ตนเป็นท่ีพึ่งแหง่ ตน
เราเกิดมาท้ังทชี วี ติ หนง่ึ อย่าหมายพ่งึ ผใู้ ดใหเ้ ขาหยัน
ควรคะนงึ พง่ึ ตนทนกัดฟนั คดิ บากบน่ั ตั้งหนา้ มานะนำ
กสกิ ิจพณชิ ยการงานมเี กียรติ อย่าหยามเหยยี ดพาลหาว่างานตำ่
หรอื จะชอบวิชาอุตสาหกรรม เชิญเลอื กทำตามถนัดอย่าผลัดวัน
เอาดวงใจเปน็ ทุนหนนุ นำหนา้ เอาปัญญาเปน็ แรงมุ่งแขง่ ขนั
เอาความเพยี รเปน็ ยานประสานกนั ผลจะบรรลุสปู่ ระตูชัย
เงินและทองกองอยู่ประตหู นา้ คอยเปิดอา้ ย้ิมรบั ไม่ขบั ไส
ทรพั ยใ์ นดินสินในน้ำออกคล่ำไป แหลมทองไทยพร้อมจะชว่ ยอำนวยเอย
(เพ่ิม สวัสดิ์วรรณกจิ )
๓. บทเลอื กอิสระ คือ กลอนสุภาพท่นี ักเรียนแต่ละคนเลือกสรร หรอื คดั เลอื กมาอ่านเองตาม
ความสมคั รใจ หรือด้วยความชื่นชอบอาจเป็นบทร้อยกรองทมี่ ีผแู้ ต่งไว้ หรือเปน็ บทร้อยกรองทนี่ ักเรยี นแต่ง
ขน้ึ เอง
ตวั อยา่ ง บทเลอื กอสิ ระ
ผู้รู้ดีเป็นผูเ้ จรญิ
มวลมนุษย์ผู้เปรือ่ ง ปรีชา เชย่ี วแฮ
เพราะใคร่ใฝ่ศึกษา สงิ่ รู้
รกู้ จิ ผิดชอบหา เหตุสอด ส่องนา
นแ่ี หละบคุ คลผู้ เพียบดว้ ยความเจรญิ
มวลผชู้ ปู รชี า เสาะวทิ ยาไมห่ ่างเหิน
ผดิ ชอบกอบไม่เกนิ รูด้ ำเนินตามเหตผุ ล
ช่ือวา่ ปรีชาดี ผิดชอบมพี จิ ารณ์ยล
ผนู้ นั้ จักพลันดล พพิ ัฒน์พน้ จกั พรรณนา
ควรเราผเู้ ยาวว์ ยั จงใฝ่ใจการศึกษา
อบรมบม่ วทิ ยา ปรงุ ปรชี าใหเ้ ช่ยี วชาญ
ข้ันน้จี กั ช้ีว่า มีปญั ญาไมส่ มฐาน
ต้องหดั ดัดสันดาน กอบวิจารณใ์ ช้ปญั ญา
พระยาอุปกิตศลิ ปะสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ)
วิธกี ารอา่ นกลอนสุภาพ
วธิ กี ารอ่านกลอนสุภาพมี ๒ แบบ มดี งั น้ี
๑. การอ่านกลอนสุภาพตามหลักทั่วไปหรือออกเสยี งแบบรอ้ ยแก้ว คือ การท่องออกเสียงท่ยี ดึ
หลักการออกเสียงเหมือนหลักการอ่านทั่วไป เพื่อให้การออกเสียงมีประสิทธิภาพ ควรฝึกฝนตามหลักการ
ดงั นี้
๑.๑ ฝกึ เปล่งเสยี งให้ดังพอประมาณ ไมต่ ะโกน ควรบงั คับเสียง เน้นเสยี ง ปรับระดับ
เสยี งสูง - ต่ำใหส้ อดคล้องกับจงั หวะลีลา ทว่ งทำนอง และความหมายของเนือ้ หาทอ่ี ่าน
๑.๒ อ่านดว้ ยเสยี งทชี่ ัดเจน แจ่มใส ไพเราะ เปล่งเสียงจากลำคอดว้ ยความม่นั ใจ
๑.๓ ออกเสียงใหถ้ กู อักขรวธิ ี และต้องเขา้ ใจเนื้อหาของกลอนสภุ าพ
๑.๔ ออกเสยี ง ร, ล ให้ถกู ตอ้ งชัดเจน เช่น รวดเร็ว เรยี บร้อย รัก ลกุ เล้ียว ลืม เป็นตน้
๑.๕ ออกเสียงคำควบกล้ำให้ถกู ต้องชดั เจน เชน่ กลม ขวาน ขรขุ ระ ไขว่ควา้
เพลดิ เพลนิ คลุ้มคลัง่ เพลง เพราะ เปน็ ตน้
๑.๖ อา่ นให้ถูกต้องตามฉนั ทลกั ษณ์ของกลอนสภุ าพ
๑.๗ อา่ นให้ไดอ้ ารมณแ์ ละความรูส้ ึกตามเน้อื หาของกลอนสุภาพ
๒. การอา่ นกลอนสภุ าพเปน็ ทำนองเสนาะ ควรฝึกฝนตามหลกั การ ดงั น้ี
๒.๑ อา่ นเป็นร้อยแกว้ ธรรมดาให้ถกู ตอ้ งชดั เจนตามอกั ขรวิธี
๒.๒ ออกเสียง ร, ล ใหถ้ กู ต้องชดั เจน เชน่ รองรบั เรื่องราว เล่า ลอง ลวด ล้ม เปน็ ต้น
๒.๓ ออกเสยี งคำควบกลำ้ ให้ถูกตอ้ งชดั เจน เช่น กลา้ กว้าง เกลือ่ น ขลาด ขวิด ครวั
คราม คลอง ปลอดโปรง่ เปน็ ต้น
๒.๔ ออกเสียงให้ตรงตามเสียงวรรณยกุ ต์ เชน่ ท่าน สิ้น อ่าน ก้อนหนิ เปน็ ตน้
๒.๕ อา่ นให้ถกู จงั หวะและวรรคตอน
๒.๖ อ่านให้สัมผสั คลอ้ งจองกนั เพอื่ ใหเ้ กิดความไพเราะ
๒.๗ อา่ นใหถ้ ูกทำนองและลีลาของคำประพันธ์แตล่ ะชนดิ
๒.๘ อา่ นโดยใชน้ ้ำเสยี งใหเ้ หมาะสมกับเนื้อหาและอา่ นพยางคส์ ดุ ท้ายของวรรคดว้ ย
การทอดเสียง แล้วปลอ่ ยใหห้ างเสียงผวนขึน้ จมูก
ประโยชนข์ องการอา่ นกลอนสุภาพ
ประโยชน์ของการอา่ นกลอนสภุ าพ มีดังน้ี
๑. ฝกึ วนิ ยั การจะท่องให้จำได้นั้นตอ้ งมวี ินยั วิธีการ และลำดับขัน้ ตอนในการอา่ น
ซึ่งต้องหมั่นฝึกฝน และหมั่นท่องอยู่เสมอเพือ่ ให้จำเน้ือหาของบทประพันธ์ได้ เช่น อรทัยได้รับมอบหมายให้
ทำรายงานจากครู อรทัยก็ต้องวางแผนก่อนทำรายงาน และอรทัยต้องทำตามขั้นตอนที่ได้วางไว้ เพื่อให้ได้
รายงานท่ีมีเนอ้ื หาทคี่ รบ มคี ุณภาพ และไดค้ ะแนนเตม็ เป็นตน้
๒. ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ การอ่านทำให้เราไม่เสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ เช่น
เวลาทว่ี า่ งจากการเรียนเราสามารถนำบทประพนั ธท์ ่ีเราสนใจมาอา่ นได้ ดีกว่าทจี่ ะไปว่ิงเล่น
แบบฝึกหดั
ใบกจิ กรรม
เรอ่ื ง การอา่ นออกเสยี งกลอนสภุ าพ
เรอ่ื ง กำเนิดผิดพ้นคนทงั้ หลาย
คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนอา่ นบทกลอนสุภาพใหถ้ ูกต้อง พร้อมท้ังออกมานำเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
๑. ................................................................................................ เลขท.ี่ ...................
คมู่ อื การใชส้ ื่อ
กระดานอา่ นออกเสียงพาเพลิน
สือ่ การสอน (ขน้ั สอน)
ส่ือการสอน เร่ือง การอ่านกลอนสภุ าพ
กระดานอ่านออกเสียงพาเพลิน คอื สื่อท่ีใชป้ ระกอบแผนการจดั การเรียนรู้ เร่ือง การอ่าน
กลอนสภุ าพ ซงึ่ เปน็ ส่ือประกอบกิจกรรมในข้ันสอน โดยให้นกั เรยี นอา่ นกลอนสภุ าพ และนำบัตรคำมาตดิ ใน
กระดาน เพ่อื ทดสอบความเข้าใจของนักเรียน
วธิ ีการใช้สื่อ
๑. ครูนำส่อื กระดานสำนวนชวนฝัน มาตั้งไว้หน้าชน้ั เรียน
๒. ครูอธบิ ายวธิ ีการใช้ส่อื กระดานอ่านออกเสียงพาเพลนิ โดยให้นกั เรียนอ่านกลอนสุภาพ
๓. ครูสุ่มตัวแทนนกั เรยี น นำบัตรคำท่ีกำหนดใหไ้ ปตดิ บนกระดานสำนวนชวนฝนั ใหถ้ ูกต้อง
๔. นักเรียนอ่านข้อความที่ตนเองตดิ ในกระดานอ่านออกเสียงพาเพลินให้เพ่ือนในห้องฟัง
๕. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรุปอภปิ ราย
แบบวัดและประเมนิ ผล
แบบประเมิน การอา่ นออกเสยี งกลอนสภุ าพ เร่ือง กำ
กลมุ่ มคี วามรูค้ วาม สามารถแบ่ง
ที่ เข้าใจเกี่ยวกับ จังหวะในการอ่าน
การอ่านกลอน
ชื่อ - นามสกลุ กลอนสภุ าพ
สภุ าพ จากเรอ่ื งกำเนดิ
ผดิ พน้ คน
ทัง้ หลายได้
ถูกต้อง
๑๒๓๑๒๓
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
ำเนิดผิดพ้นคนทั้งหลาย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
สามารถอา่ น สามารถอ่าน คะแนน สรุปผล
น กลอนสภุ าพเรอื่ ง กลอนสุภาพได้ เต็ม
ถกู ตอ้ งตาม
กำเนดิ ผดิ พน้ คน
ด ทง้ั หลายได้ อักขรวิธี
ถกู ตอ้ ง
๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑๒ ผา่ น ไม่ผา่ น
แบบประเมิน การอ่านออกเสยี งกลอนสุภาพ เรือ่ ง กำ
กลมุ่ มคี วามรู้ความ สามารถแบ่ง
ที่ เข้าใจเก่ียวกับ จังหวะในการอ่าน
การอา่ นกลอน
ช่อื - นามสกุล กลอนสุภาพ
สุภาพ จากเรือ่ งกำเนิด
ผิดพ้นคน
ทัง้ หลายได้
ถกู ตอ้ ง
๑๒๓๑๒๓
๘
๙
๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
ำเนิดผิดพ้นคนทั้งหลาย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
สามารถอา่ น สามารถอ่าน คะแนน สรุปผล
น กลอนสภุ าพเรอื่ ง กลอนสุภาพได้ เต็ม
ถกู ตอ้ งตาม
กำเนดิ ผดิ พน้ คน
ด ทง้ั หลายได้ อักขรวิธี
ถกู ตอ้ ง
๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑๒ ผา่ น ไม่ผา่ น
แบบประเมนิ “เล่นสำนวนชวนฝนั
กลมุ่ มคี วามรู้ความ สามารถแบ่ง
ท่ี เขา้ ใจเก่ียวกับ จังหวะในการอา่ น
การอา่ นกลอน
ชอื่ - นามสกลุ กลอนสภุ าพ
สภุ าพ จากเรอ่ื งกำเนิด
ผดิ พ้นคน
ท้ังหลายได้
ถกู ต้อง
๑๒๓๑๒๓
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘
๑๙
๒๐
น” ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
สามารถอ่าน สามารถอ่าน คะแนน สรุปผล
น กลอนสุภาพเร่อื ง กลอนสภุ าพได้ เต็ม
ถูกต้องตาม
กำเนิดผดิ พน้ คน
ด ทั้งหลายได้ อักขรวิธี
ถกู ต้อง
๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑๒ ผา่ น ไม่ผ่าน
ลงช่ือ………………………………….ผู้ประเมิน
(……………………….…………………..…)
…………/..…………/……….....
เกณฑ์การให้คะแนนใบกิจกรรม
เรื่อง เลน่ สำนวนชวนฝนั
ประเดน็ การประเมนิ รายละเอยี ดการใหค้ ะแนน
มีความรคู้ วามเขา้ ใจ ๑ คะแนน คอื มีความรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั การอา่ นกลอนสภุ าพไม่ชดั เจน
เกย่ี วกับการอ่าน ๒ คะแนน คือ มีความรู้ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั การอา่ นกลอนสุภาพในบางประเด็น
กลอนสภุ าพ ๓ คะแนน คือ มีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับการอา่ นกลอนสุภาพ
(๓ คะแนน)
สามารถแบ่งจังหวะ ๑ คะแนน คอื สามารถแบ่งจงั หวะในการอ่านกลอนสุภาพไดไ้ มช่ ัดเจน
ในการอ่านกลอน ๒ คะแนน คือ สามารถแบง่ จงั หวะในการอา่ นกลอนสุภาพไดใ้ นบางประเดน็
สุภาพ จากเรื่อง ๓ คะแนน คอื สามารถแบ่งจงั หวะในการอ่านกลอนสุภาพ จากเรือ่ งกำเนิดผดิ
กำเนิดผิดพน้ คน พน้ คนท้ังหลายได้ถูกต้อง
ทัง้ หลายไดถ้ ูกต้อง
(๓ คะแนน)
สามารถอ่านกลอน ๑ คะแนน คือ สามารถอ่านกลอนสภุ าพเรื่องกำเนดิ ผิดพ้นคนทั้งหลายได้ไม่
สุภาพเร่อื งกำเนิดผิด ชดั เจน
พ้นคนท้ังหลายได้ ๒ คะแนน คือ สามารถอา่ นกลอนสภุ าพเรื่องกำเนิดผิดพ้นคนทง้ั หลายได้บาง
ถูกต้อง ประเดน็
(๓ คะแนน) ๓ คะแนน คือ สามารถอ่านกลอนสภุ าพเรื่องกำเนิดผดิ พน้ คนทั้งหลายไดถ้ ูกต้อง
สามารถอา่ นกลอน ๑ คะแนน คอื ไมส่ ามารถอา่ นกลอนสุภาพตามอักขรวิธีได้
สุภาพได้ถูกตอ้ งตาม ๒ คะแนน คือ สามารถอา่ นกลอนสภุ าพตามอักขรวิธีไดบ้ างประเดน็
๓ คะแนน คอื สามารถอา่ นกลอนสภุ าพตามอักขรวิธีไดถ้ กู ต้อง
อกั ขรวิธี
(๓ คะแนน)
เกณฑก์ ารประเมินใบกิจกรรม เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
เรอื่ ง เล่นสำนวนชวนฝัน
ปรบั ปรุง
ระดบั คะแนน ดี
๑-๔ ดมี าก
๕-๙
๑๐ - ๑๒
*หมายเหตุ แบบประเมนิ ใบกจิ กรรม เลน่ สำนวนชวนฝัน
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๖๐ คดิ เป็น ๗ คะแนน จากคะแนนเตม็ ๑๒ คะแนน อยู่ในระดับดี