วิจัยในชั้นเรียน
การพัฒนาทักษะการวาดภาพและระบายสีดวยสีไม
ทิวทัศนใตทองทะเลโดยใชแบบฝกทักษะการวาดภาพ
และระบายสีไมดวยการใชเทคนิคแสงเงาและการไลน้ำหนักสี
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่5/4โรงเรียนวัดสุทธาวาส
นายวชิรวิทยชุติมาวงศสกุล
งานวิจัยนี้เปนสวนหนึ่งของการศึกษาวิจัยในชั้นเรียน
โรงเรียนวัดสุทธาวาส
ปการศึกษา2562
งานวจิ ัยในชนั้ เรียน
การพัฒนาทักษะการวาดภาพและระบายสีดว้ ยสีไม้ ทวิ ทศั น์ใตท้ อ้ งทะเล
โดยใช้แบบฝึกทกั ษะการวาดภาพและระบายสไี ม้ ด้วยการใชเ้ ทคนิคแสงเงา
และการไล่น้ำหนกั สี ของนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/4
โรงเรียนวัดสุทธาวาส
นายวชิรวิทย์ ชตุ ิมาวงศ์สกุล
งานวิจยั นี้เปน็ สว่ นหนงึ่ ของการศกึ ษาวิจัยในช้ันเรียน
โรงเรียนวัดสทุ ธาวาส
ปีการศึกษา 2562
สารบัญ หนา้
3
สารบญั ตาราง 4
สารบญั ภาพ 5
กำหนดปัญหาการวจิ ยั และคำถามการวิจยั 5
บทนำ 8
เอกสารและงานวจิ ยั ที่เกย่ี วข้อง 11
วิธดี ำเนนิ การวจิ ยั 17
ผลการดำเนนิ การวิจัย 20
สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 22
บรรณานกุ รม 23
ประวตั ผิ วู้ ิจัย 24
ภาคผนวก
- แผนการจัดการเรียนรู้
- แบบฝึกหดั
- แบบทดสอบกอ่ น-หลงั เรียน
- ผลงานนักเรยี น
- ประมวลภาพการจัดกจิ กรรม
สารบญั ตาราง หนา้
16
ตารางที่ 17
1 ตารางแผนการดำเนินการวิจยั
2 ตารางการเปรียบเทียบทักษะการวาดภาพระบายสไี ม้ดว้ ยการใช้เทคนิคแสงเงาและ
การไล่นำ้ หนักสจี ำแนกรายบคุ คล
สารบัญภาพ หนา้
18
ภาพที่
1 ผลการวเิ คราะหค์ ะแนนเฉลย่ี ทักษะวาดภาพระบายสีไม้โดยใชเ้ ทคนคิ แสงเงา
และการไล่นำ้ หนักสี
การกำหนดปญั หาการวิจัยและคำถามการวิจยั
ปญั หาการวิจัย
จากการใหน้ ักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5/4 โรงเรยี นวดั สุทธาวาส ได้วาดภาพและระบายสีทิวทัศนใ์ ต้
ทอ้ งทะเลดว้ ยสไี ม้น้นั ผลคือมีการใชส้ ที ข่ี าดการใชท้ ักษะการไล่นำ้ หนักและขาดการใชแ้ สงเงา ซงึ่ มีความ
ผดิ เพ้ยี นจากทิวทัศน์จริงอยูม่ าก
คำถามการวจิ ยั
สามารถแก้ปัญหาความบกพร่องของทักษะการวาดภาพและระบายสีด้วยสีไม้ ทิวทัศน์ใต้
ทอ้ งทะเล ของนกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5/4 โรงเรียนวัดสุทธาวาส ไดอ้ ย่างไร
เรอ่ื ง การพัฒนาทักษะการวาดภาพและระบายสดี ้วยสีไม้ ทวิ ทัศนใ์ ต้ท้องทะเลโดยใช้แบบฝกึ ทักษะ
การวาดภาพและระบายสีไม้ ด้วยการใช้เทคนิคแสงเงาและการไล่น้ำหนักสีของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี
5/4 โรงเรียนวัดสุทธาวาส
ช่ือผู้วจิ ัย นายวชริ วทิ ย์ ชตุ มิ าวงศส์ กุล ตำแหนง่ ครู
ปที ีท่ ำวจิ ัย 2562-2563
บทนำ
ผวู้ จิ ยั ได้ทำการใหผ้ ้เู รยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5/4 โรงเรยี นวดั สุทธาวาส จำนวน 44 คน วาด
ภาพและระบายสไี ม้ ทวิ ทศั น์ใต้ท้องทะเล จากการตรวจผลงานของนักเรียนพบวา่ มีนกั เรียน จำนวน 12 คน
วาดภาพและระบายสีไม้ทิวทัศน์ใต้ท้องทะเล มีค่าสีทไ่ี ม่ใกล้เคียงกบั ความเป็นจรงิ ยงั ขาดการใชแ้ สงเงาและ
การไล่นำ้ หนกั สีที่ถูกต้อง
จากสภาพปัญหาดังกลา่ ว ผู้วจิ ัยจึงคดิ หาวธิ กี ารแก้ไข ในการพฒั นาทกั ษะการวาดภาพและระบายสี
ด้วยสีไม้ทวิ ทัศน์ใตท้ ้องทะเล ของนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5/4 โรงเรยี นวัดสุทธาวาส จำนวน 12 คน
โดยการใช้แบบฝกึ ทักษะการวาดภาพและระบายสไี ม้ ด้วยการใชเ้ ทคนิคแสงเงาและ การไลน่ ้ำหนกั สี
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพ่อื สง่ เสริมทักษะการวาดภาพและระบายสีไม้ ทิวทศั น์ใต้ทอ้ งทะเล ไดถ้ กู ต้องตามหลัก
ของการใช้แสงเงาและการไล่น้ำหนกั สี
2. เพื่อเป็นพ้นื ฐานท่ดี ใี ห้กบั นักเรยี นในการวาดภาพระบายสีในระดับท่ีสงู ขึน้ ไป
ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะได้รับ
1. นักเรียนมที ักษะการวาดภาพระบายสีโดยการใชเ้ ทคนิคแสงเงาและการไล่นำ้ หนักสีเพิ่มขึน้
ขอบเขตของการวจิ ัย
กลมุ่ เปา้ หมาย คอื นักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5/4 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2562
โรงเรยี นวัดสทุ ธาวาส จำนวน 12 คน ที่ยงั บกพร่องทักษะการวาดภาพระบายสไี มด้ ว้ ยเทคนคิ แสงเงา
และการไล่น้ำหนกั สี จากนักเรยี นจำนวน ท้งั หมด 44 คน
ตวั แปรทีศ่ กึ ษา
ตวั แปรอสิ ระ การจดั การเรียนการสอน โดยใชแ้ บบฝึกทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ด้วยการใช้เทคนิค
แสงเงาและการไล่นำ้ หนักสี
ตัวแปรตาม ทักษะการวาดภาพและระบายสีด้วยสีไมท้ วิ ทัศน์ใต้ทอ้ งทะเล
ระยะเวลาท่ใี ช้ในการวจิ ัย
ดำเนินการวจิ ัยในภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2562 เป็นเวลาท้ังหมด 8 สัปดาห์
สปั ดาห์ละ 1 คร้งั ครั้งละ1 ชั่วโมง เป็นเวลา 8 ชวั่ โมง
สมมติฐานการวจิ ัย
หลงั จากท่ีนกั เรยี นไดท้ ำแบบฝกึ ทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ดว้ ยการใชเ้ ทคนิคแสงเงา
และการไลน่ ำ้ หนกั สี นักเรียนมีทกั ษะการวาดภาพระบายสีไม้เพมิ่ ขึน้ ผา่ นเกณฑ์ 11 คะแนน
จากคะแนนเตม็ 20 คะแนน
นิยามศพั ท์เฉพาะ
กจิ กรรมการวาดภาพระบายสีไม้ คือ แบบฝกึ ทักษะที่จดั ขึ้นเพอื่ ใหผ้ ้เู รียนมีทกั ษะการวาดภาพและ
ระบายสดี ้วยสีไมเ้ พม่ิ มากขนึ้ จากเดมิ
สีไม้ คือ สผี งละเอียดผสมกับขี้ผึ้งหรอื ไขสัตวน์ ำมาอัดให้เป็นแท่งเพ่ือใช้ในการวาดภาพปัจจบุ นั ไดม้ ี
การพฒั นาใหส้ ามารถละลายน้ำระบายเปน็ สีนำ้ ได้ และบางชนิดสามารถละลายสีนำ้ มันได้
น้ำหนักของแสงเงา คือ องค์ประกอบศิลป์สำคัญที่ควบคู่กัน เมื่อแสงส่องกระทบกับวัตถุจะทำ
ให้เกิดเงา แสงและเงาจะเปน็ ตวั กำหนดระดบั ของคา่ น้ำหนกั ความเข้มของเงาจะข้ึนอยู่กับความสวา่ งของแสง
น้ำหนกั ของสี คอื สีทสี่ ดใส สีกลาง สที ึบของแต่ละสจี ากคา่ นำ้ หนักอ่อนสดุ ไปจนถงึ เข้มสดุ ในสเี ดียวกัน
ค่าของสีนี้จะช่วยทำให้เกิดความรู้สึกต่าง ๆ เช่น เกิดความเคลื่อนไหวเกิดระยะใกล้-ไกล เกิดความสึก-ต้ืน
เกิดความแตกต่างในเรือ่ งของขนาด ความกลมหรอื ความหนา ซึ่งส่วนมากจะเป็นการเพิม่ จาก 2 มิตเิ ป็น 3 มิติ
กรอบแนวคิดในการวิจัย
แบบฝกึ ทกั ษะการวาดภาพระบายสีไม้
ดว้ ยการใช้เทคนคิ แสงเงาและการไล่น้ำหนักสี
ทักษะการวาดภาพและระบายสีดว้ ยสไี ม้ทวิ ทศั น์ใต้ท้องทะเล
เอกสารและงานวจิ ัยท่เี กยี่ วข้อง
1. หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทศั นศิลป์
ทำไมต้องเรียนศลิ ปะ
กล่มุ สาระการเรยี นรูศ้ ลิ ปะเปน็ กลมุ่ สาระทชี่ ่วยพฒั นาใหผ้ เู้ รียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรคม์ ี
จินตนาการทางศิลปะ ชื่นชมความงาม มีสุนทรียภาพ ความมีคุณค่า ซึ่งมีผลต่อคุณภาพชีวิตมนุษย์
กจิ กรรมทางศลิ ปะชว่ ยพฒั นาผู้เรยี นทง้ั ด้านร่างกาย จิตใจ สตปิ ัญญา อารมณ์สังคมตลอดจนการนำไปสู่
การพัฒนาสงิ่ แวดล้อม สง่ เสรมิ ให้ผู้เรียนมีความเชื่อม่นั ในตนเอง อันเป็นพืน้ ฐานในการศึกษาตอ่ หรือ
ประกอบอาชีพได้
เรยี นร้อู ะไรในศลิ ปะ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะมุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะวิธีการทางศิลปะ
เกิดความซาบซึ้งในคุณค่าของศิลปะ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงออกอย่างอิสระในศิลปะแขนงต่าง ๆ
ประกอบด้วยสาระสำคญั
ทัศนศิลป์ มีความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบศิลป์ ทัศนธาตุ สร้างและนำเสนอผลงานทางทัศนศิลป์
จากจนิ ตนาการ โดยสามารถใช้อุปกรณ์ทีเ่ หมาะสม รวมทงั้ สามารถใช้เทคนิค วธิ ีการของศิลปนิ ในการสรา้ งงาน
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์
ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่างานศิลปะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน
ภมู ิปัญญาไทยและสากล ชน่ื ชม ประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวัน
2. ความเปน็ มาของการเขียนสี
มนุษย์เริ่มมีการใช้สีวาดภาพตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เป็นการเขียนสีลงบนผนัง ถ้ำ
ผนงั หนิ พ้ืนผวิ เครือ่ งปันดนิ เผา และท่ีอื่นๆ การเขียนสีบนผนงั ถ้ำเร่ิมทำตั้งแต่สมัยกอ่ นประวัตศิ าสตร์ในทวปี
ยุโรปในสมยั หนิ เกา่ ตอนปลาย (ประมาณ 25,000-30,000 ปี)ภาพเขยี นสที ่ีมีช่อื เสยี งในยุคน้ีพบทีฝ่ รัง่ เศสและ
ประเทศสเปนในประเทศไทย กรมศิลปากรไดส้ ำรวจพบภาพเขยี นสสี มัยก่อนประวตั ิศาสตรบ์ นผนังถำ้ และ
เพิงหนิ ในทีต่ า่ งๆ มีอายุอยู่ระหวา่ ง1500-4000 ปี เปน็ สมัยหินใหม่และยุคโลหะโดยคน้ พบ ตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2465
ครัง้ แรกพบบนผนังถำ้ ในอา่ วพังงา ตอ่ มากค็ น้ พบอกี โดยกระจายอยู่ทว่ั ไป เชน่ จังหวดั กาญจนบุรี
จังหวัด อุทยั ธานี เปน็ ต้น (เจดจ็ ชนะประสพ, 2552)
3. สีไม้คอื อะไร
สไี ม้ คอื สีผงละเอยี ดผสมกบั ขีผ้ ้งึ หรอื ไขสตั วน์ ำมาอดั ให้เป็นแท่งเพ่ือใช้ในการวาดภาพปจั จุบนั ไดม้ ี
การพฒั นาใหส้ ามารถละลายนำ้ ระบายเปน็ สีน้ำได้ และบางชนดิ สามารถละลายสีน้ำมันได้ ดนิ สอสีเป็นสีท่ี
ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับทุกวัย นอกจากจะใช้วาดภาพระบายสีทั่วไปแล้วยังเป็นสียอดนิยมในการสร้าง
งานออกแบบประเภทตา่ งๆ อกี ด้วย (เจดจ็ ชนะประสพ, 2552)
4. เทคนคิ การใช้สไี ม้
ภาพที่ต้องการลงน้ำหนักพื้น ควรเหลาเฉพาะเปลือกไม้หุ้มสีเท่านั้น และให้มี ใส้สียาว
ประมาณ 3/4 เซนติเมตร ก่อนระบายลงน้ำหนักให้นำปลายสีไม้ฝนบนกระดาษทรายแล้วหมุน
แท่งสีเบาๆ ให้ปลายสีแหลมพอประมาณ ไม่จำเป็นต้องแหลมมาก เพราะถ้าเหลาปลายสีให้แหลม
แล้วเมื่อระบายจะเห็นเป็นเส้น และต้องใช้เวลานานในการระบายสีกว่าจะได้ความเนียนกลมกลืน
นอกจากนี้ในขณะที่ระบายอยู่นั้น ไส้สีไม้จะหมดไปเรื่อย ๆ หากเหลาให้แหลมจะเป็นการทำให้
สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น หลังจากที่ฝนปลายไส้สีเสร็จแล้ว ควรเช็ดผงสีออกให้หมด จึงนำมาใช้
เขียนระบายได้ภาพที่ต้องการตัดเส้นให้เกิดความคมชัด ควรเหลาสีไม้ ให้ปลายแหลมอยู่เสมอ
หรืออาจใช้วิธีฝนบนกระดาษทรายก็ได้ ในขณะที่ระบายสี ฝ่ามื อจะถูไปบนผิวกระดาษทำให้ผิว
กระดาษชำ้ และสีภาพเลอะเลือน วิธีปอ้ งกันควรมกี ารกระดาษบางขนาดพอดวี างรองใต้ฝ่ามือซึ่งจะช่วยรกั ษา
ความสะอาดของภาพได้ดี การเก็บรักษาสีไม้ ควรเก็บวางไวในกล่องสีไม้โดยเฉพาะหรือที่ใส่สีไม้
โดยให้ปลายสเี ชดิ ขน้ึ และไมค่ วรใหส้ ีไม้หล่นลงพื้นเพราะไล้สีท่อี อ่ นจะเปราะหักง่าย
(ชุลรี ัตน์ เลอื ดน้ำชล, 2545)
5. ทฤษฎีแสงและเงา
การสร้างสรรค์ผลงานของ ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง ในยุคแรก เริ่มต้นจากการการมองแสง เห็น
แสงแดดตกกระทบยังฐานโบสถ์ แล้วทำให้รู้สึก สันติสุข รู้สึกพอใจ และประทับใจต่อสิ่งที่เป็นสื่อในธรรมชาติ
วัดโพธ จึงสร้างสรรค์งานขึ้น โดยไม่มีการ วิเคราะห์ลายละเอียดของแสงแต่มุ่งเน้นในเรื่องของความพอใจ
โดยการ ออกไปสัมผสั บรรยากาศ และปรากฏการณข์ องแสงและเงาภาพในโบสถว์ ิหารตา่ งๆ ซ่งึ นำ้ หนักแสง
ทม่ี ีความ สวยงามและมีความสงบ สภาพอากาศไม่ร้อนมากจะเป็นแสงในยามเชา้ ในการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
ประเภทนี้ จะ อิงความสวยงามจากธรรมชาติ การวาดเส้นในบางครั้งไม่ได้หมายถึงการวาดเส้นโดยตรง
แต่เป็นการรา่ งความคดิ โดยใชก้ ระบวนการจากส่ิงท่ีเหน็ ออกมาเปน็ งานศลิ ปะ ผลงานศลิ ปะทุกขึน้ ต้องใช้
ความรู้สึก วิเคราะห์จากสิ่งที่เห็น เป็นองค์ประกอบที่จะสามารถถ่ายทอดออกมาได้ชัดเจนมากที่สุด
ความสวยงามที่ลงตัวสามารถทำให้ทุกคนเห็นถึง ความสวยงามได้ในตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ถึง
องค์ประกอบต่างๆ แสงที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกของความ เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ศิลปินแต่ละ
ท่านมีความรู้สึกที่แตกต่างกันสิ่งที่มองเห็นคล้ายๆ กัน อาจจะสื่อสารออกมา ในรูปแบบงานศิลปะ
ที่แตกต่างกัน การวาดเส้นเป็นสื่อของการแสดงออก องค์ประกอบศิลป ์เน้นการตีความเน้น
ความคิด ในการวาดเส้นกับองค์ประกอบ เป็นสิ่งที่ เกิดมาเป็นคู่ขนานกัน มา จากจิตใต้สำนึกที่
ควบคุมได้ ของ ศิลปิน การวิเคราะห์แสงและเงาของ ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง เกิดขึ้นเมื่อ ปี2545
โดยแสงที่ทำใหเ้ กดิ ความสงบ จะต้องอยู่ที่ 20%-30% และเงาต้องอยู่ท่ี 70%-80% การวิเคราะห์ทฤษฎี
แสงและเงา เกิดขึ้นในภายหลงั จากการทำงานประมาณ 20ปีในการทำงานด้านศิลปะตอ้ งไมย่ ึดติดในรูปแบบ
ของผลงานศิลปะ แต่ ตอ้ งมีเอกภาพ และมีความเป็นตวั ของตวั เอง ศาสตราจารยป์ รชี า เถาทอง (2551)
วธิ ีดำเนนิ การวจิ ัย
การกำหนดกลุม่ เปา้ หมาย
กลุ่มเปา้ หมาย คือ นกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5/4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2562
โรงเรียนวดั สุทธาวาส จำนวน 12 คน ทย่ี งั บกพร่องทักษะการวาดภาพระบายสีไม้ ด้วยเทคนคิ แสงเงา
และการไล่น้ำหนักสี จากนักเรยี นจำนวน ทง้ั หมด 44 คน
เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการวิจยั
เครอ่ื งมอื ทใี่ ชใ้ นการทดลอง
1. แผนการจดั การเรยี นร้สู กทักษะวาดภาพระบายสีไมโ้ ดยใช้เทคนคิ แสงเงาและการไลน่ ำ้ หนกั สขี อง
นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5/4 จำนวน 2 ชุด
2. แบบฝกึ ทกั ษะการแรงเงา และการระบายสีโดยใช้นำ้ หนักสี
เคร่อื งมอื ที่ใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมูล
แบบทดสอบวดั ความสามารถในการวาดภาพและระบายสีไม้ ทิวทศั นใ์ ต้ท้องทะเล (ก่อนและหลัง)
การสร้างและหาคุณภาพของเครื่องมือ
1. แผนการจัดการเรยี นรู้ฝกึ ทักษะวาดภาพระบายสีไมโ้ ดยใชเ้ ทคนิคแสงเงาและการไล่
น้ำหนกั สีของนักเรยี น ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5/4 จำนวน 2 ชุด ผู้วิจยั ดำเนินการสร้างและหาคุณภาพ
เครื่องมอื ตาม ข้นั นตอนดังน้ี
1.1 ศกึ ษาหลักสูตรแกนกลางกลุม่ สาระการเรียนร้ศู ลิ ปะพุทธศกั ราช 2551 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
1.2 สร้างแผนการจัดการเรียนรู้ฝึกทักษะวาดภาพระบายสีไม้โดยใช้เทคนิคแสงเงาและการ
ไล่น้ำหนักสี จำนวน 2 ชุด และ ออกแบบ ชุดแบบฝึกทักษะการแรเงา จำนวน 2 ชุด
แบบฝึกการระบายสีโดยใช้น้ำหนักสี 1 ชุด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/4 ภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2562 ใช้เวลาจัดกจิ กรรม 8 วนั วนั ละ 1 ช่ัวโมงรวมเวลา จัดกจิ กรรมท้งั ส้ิน 8 คร้ัง
1.3 นำแผนการจัดการเรียนรู้ฝึกทักษะวาดภาพระบายสีไม้โดยใช้เทคนิคแสงเงาและการ
ไล่น้ำหนักสี จำนวน 2 ชุด และ ออกแบบ ชุดแบบฝึกทักษะการแรเงา จำนวน 2 ชุด
แบบฝึกการระบายสีโดยใช้น้ำหนักสี 1 ชุด ไปทดลองสอนกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/4
ที่เป็นกลมุ่ เปา้ หมายจำนวน 14 คน
2.การสร้างแบบทดสอบวัดความสามารถในการวาดภาพและระบายสีไม้ ทิวทัศน์ใตท้ ้องทะเล
ผ้วู ิจยั ดำเนนิ การสรา้ งและประเมินคุณภาพตามชัน้ ตอนด้ังนี้
2.1 ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับการสรา้ งแบบทดสอบวดั ความสามารถในการวาดภาพและ
ระบายสนี า้ี ของ เจดจ็ ชนะประสพ(2552), ชุลีรัตน์ เลอื ดนา้ี ชล (2545),(2552) และ
ศาสตราจารยป์ รีชา เถาทอง (2551)
2.2 นำขอ้ มลู ท่ไี ดจ้ ากเอกสารและงานวิจยั มาสร้างแบบทดสอบวดั ความสามารถในการวาด
ภาพและระบายสีไม้ ทวิ ทศั น์ใตท้ อ้ งทะเล ของนักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5/4
(ก่อนและหลงั )
2.3 ปรับปรุงแบบทดสอบแล้วนำไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 /4 ที่เป็น
กลุ่มเป้าหมายจำนวน 14 คน ซึ่งเป็นนักเรียนกลุ่มเดียวกับที่ใช้ในการหาประสิทธิภาพของ
แ ผ น ก า ร จ ั ด ก า ร เ ร ี ย น รู้ ฝ ึ ก ทั ก ษ ะ ว า ด ภ า พ ร ะ บ า ย ส ี ไ ม ้ โ ด ย ใ ช ้ เ ท ค น ิ ค แ ส ง เ ง า แ ล ะ ก า ร ไ ล่
นำ้ หนกั สขี องนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5 จำนวน 2 ชดุ เพ่ือหาข้อบกพร่องแลว้ นำกลับมา
ปรับปรงุ แกไ้ ข
2.4 นำแบบทดสอบไปใช้กับกลมุ่ เปา้ หมายต่อไป
แบบแผนการวิจยั
การวิจยั ครั้งนเี้ ปน็ การวจิ ยั ก่ึงทดสอบแบบ One Group Pretest-Posttest นำกล่มุ เป้าหมาย
มาทำการแบบทดสอบวดั ความสามารถในการวาดภาพและระบายสไี ม้ ทิวทศั นใ์ ต้ทอ้ งทะเล ของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5/4 ก่อนการทดลองการจัดการเรียนการสอนเป็นเวลา 1 สปั ดาหก์ ่อนการทดลอง
แล้วนำกลุ่มเปา้ หมายมาทำการทดลองโดยการจดั การเรียนรู้ฝึกทักษะวาดภาพระบายสีไม้โดยใชเ้ ทคนิค
แสงเงาและการไลน่ ำ้ หนักสี เปน็ เวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 วนั วันละ 1 ชว่ั โมง รวมทั้งส้นิ 8 ครง้ั
และทำการทดสอบวดั ทกั ษะความสามารถในการระบายสีไม้ ซึง่ มีแบบแผนการทดสอบดงั น้ี
กอ่ นการทดลอง ระหวา่ งการทดลอง หลงั การทดลอง
T1 X T2
เมอ่ื T1 คือ การทดสอบวดั ทักษะการวาดภาพและระบายสีไม้ ดว้ ยการใชเ้ ทคนิคแสงเงาและ
การไล่น้ำหนกั สี ก่อนการทดลอง (Pretest)
X คือ การจดั การเรยี นการสอนการฝกึ ทักษะวาดภาพระบายสไี มโ้ ดยใชเ้ ทคนิคแสงเงา
และการไล่น้ำหนักสี (Treatment)
T2 คือ การทดสอบวดั ความสามารถในการวาดภาพและระบายสีไม้ ทิวทศั น์ใตท้ ้อง
ทะเลหลังการทดลอง (Posttest)
การเก็บรวบรวมข้อมูล
1. จดั เตรียมเครื่องมือทีใ่ ชใ้ นการวิจยั ละส่อื วสั ดอุ ปุ กรณ์ใหค้ รบตามจำนวนกกลมุ่ เปา้ หมาย
ทีต่ ้องการไปทดลอง
2. ผู้วิจยั ทดสอบวัดความสามารถในการวาดภาพและระบายสีไม้ ทิวทัศน์ใตท้ ้องทะเลของ นักเรียน
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5/4 ก่อนการทดลอง(Pretest) กบั กลมุ่ เปา้ หมายใชเ้ วลา 1 สปั ดาห์ ตรวจให้
คะแนนแล้วนำข้อมลู มาวเิ คราะหห์ าคะแนนพ้ืนฐาน (Baseline) ของ นกั เรยี นแตล่ ะคน
3. ผู้วจิ ยั ดำเนนิ การทดลองสอนตามแผนการจดั การเรียนรู้การฝึกทักษะวาดภาพระบายสีไม้โดยใช้
เทคนิคแสงเงาและการไล่น้ำหนักสเี ปน็ เวลา 8 สปั ดาห์ สัปดาห์ละ 1 วัน วันละ 1 ช่วั โมง
รวมทงั้ ส้ิน 8 ครั้ง
4. เม่อื ดำเนนิ การทดสอบครบ 8 สปั ดาห์ผวู้ ิจัยทดสอบทักษะความสามารถในการวาดภาพและ
ระบายสีไม้ ทิวทศั น์ใตท้ ้องทะเลหลงั การทดลอง (Posttest)
5. นำคะแนนท่ีไดจ้ ากการทดสอบวดั ความสามารถในการวาดภาพและระบายสไี ม้ ทิวทศั นใ์ ต้ท้อง
ทะเลกอ่ นและหลงั การทดลอง มาวเิ คราะห์ข้อมูลเพอ่ื เปรียบเทียบ โดย การวิเคราะห์หาค่าสถติ ิ
พนื้ ฐาน ไดแ้ ก่ ค่าเฉล่ยี และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
6. สรปุ ผลการวเิ คราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงานการวจิ ยั ต่อไป
การจัดกระทา้ ขอ้ มูลและการวิเคราะห์ขอ้ มลู
1. คา่ เฉลยี่ (Mean)
= ∑
N
โดยท่ี แทน คา่ เฉลี่ย
∑ แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมดของนักเรียนแตล่ ะคน
N แทน จำนวนของคะแนน
2. ค่าสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
σ = √N ∑ 2−(∑ )2
N(N−1)
โดยท่ี σ แทน คา่ สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
X แทน ค่าคะแนนของนักเรียนแตล่ ะคน
N แทน จำนวนคะแนน
∑ แทน ผลรวม
แผนการดำเนินการวิจยั
การวิจยั ครั้งน้ผี ูว้ จิ ยั กำหนดแผนการดำเนินวจิ ัยคร้ังนี้
ตารางท่ี 1 ตารางแผนการดำเนนิ การวิจยั
ระยะเวลาการดำเนินงาน (2562)
ข้ันตอนการดำเนินงาน พฤศจกิ ายน ธนั วาคม มกราคม กุมภาพันธ์ มนี าคม
ศกึ ษาเอกสารและงานวจิ ัย
ทเ่ี ก่ียวข้อง
(21 พ.ย.- 26 พ.ย.)
กำหนดปัญหาการวิจยั
(27 พ.ย.- 28 พ.ย.)
เขียนเคา้ โครงการทำวิจยั
(27 พ.ย.- 28 พ.ย.)
สร้างเคร่อื งมือทีใ่ ช้ในการ
วิจยั
(30 พ.ย. - 1 ธ.ค.)
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
(2 ธ.ค.- 13 ม.ค.)
การวิเคราะหข์ อ้ มูล
(13 ม.ค.-17 ม.ค.)
สรปุ ผลการทดลองและ
เขียนรายงานการวิจยั
(25 ม.ค.- 26 ม.ค.)
เผยแพร่
( 1 ก.พ. - 30 ม.ี ค.)
ผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู
สญั ลักษณ์ท่ีใช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มลู
การวเิ คราะห์ขอ้ มลู และการแปลความหมายผลการวิเคราะหข์ ้อมูล ผวู้ จิ ยั ไดก้ ำหนดสัญลกั ษณ์
เพื่อใช้แทนความหมาย
N แทน จำนวนนักเรยี นในกลุ่มเปา้ หมาย
μ แทน คา่ คะแนนเฉล่ีย
D แทน คา่ เฉลยี่ ของผลต่างคะแนน
σ แทน ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน
กรณีท่ี 1 สมมุติฐานเพ่ือเปรียบเทยี บผลการทดสอบก่อนและหลังเรยี นจากการจัดการเรยี นการสอน
การจดั การเรียนการสอนแบบปฏบิ ตั ิการฝกึ ทักษะการวาดภาพระบายสีไมด้ ้วยการใชเ้ ทคนคิ แสงเงา
และการไล่น้ำหนักสี มผี ลการวิเคราะห์ข้อมูลเสนอตามลำดับดังนี้
ตารางที่ 2 การเปรยี บเทียบทกั ษะการวาดภาพระบายสไี ม้ด้วยการใชเ้ ทคนคิ แสงเงาและการไล่น้ำหนกั สี
จำแนกรายบุคคล
ท่ี ผู้เรียน คะแนน คะแนน D แปลผล
ทดสอบกอ่ นเรียน ทดสอบหลังเรยี น
1 เดก็ ชายชชั วาล นามประโคน +4 สูงขน้ึ
2 เด็กชายกฤษณพงษ์ แออัด 9 13 +7 สูงขึ้น
3 เด็กชายณัฐมงคล เกือ้ กลู 9 16 +2 สงู ขึ้น
4 เดก็ ชายธรี วรี ์ จิรธปิ ธนวัจน์ 11 13 +3 สูงขึ้น
5 เดก็ ชายศภุ ากร สังขแ์ กว้ 11 14 +3 สงู ขึ้น
6 เดก็ ชายธิติพันธ์ แสนเหลา 10 13 +3 สูงขน้ึ
7 เดก็ ชายพริษฐ์ หรรษา 10 13 +6 สูงขน้ึ
8 เด็กชายธนั วา อินภกั ดี 11 17 +6 สงู ขึ้น
9 เดก็ หญิงสนุ ิษา พวงพลิ า 10 16 +4 สงู ขนึ้
10 เดก็ หญงิ วรี ยา ซมิ 9 13 +5 สูงขึ้น
11 เด็กหญงิ อารยี า สอนซ่อื 9 15 +11 สงู ขึ้น
12 เดก็ หญิงวรชั ญา ทองทะเล 6 17 +6 สงู ข้นึ
8 14 +60 สงู ขึ้น
รวม 113 174 สงู ขึ้น
5
คา่ เฉล่ีย (μ) 9.41 14.5 สูงขึ้น
ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน (σ ) 2.44
1.44 1.62
จากตารางท่ี 2 พบว่าคะแนนเฉล่ยี ในแบบทดสอบก่อนเรยี นของผูเ้ รียนเท่ากับ 9.41 (ส่วน เบยี่ งเบน
มาตรฐานเท่ากบั 1.44 ) คะแนนเฉลยี่ ทดสอบหลังเรียนของผเู้ รยี นเท่ากับ 14.5 (ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากับ
1.62 ) จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน ซึง่ คะแนนเฉลี่ยเพ่ิมข้ึน 5 (สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน เท่ากับ 2.44) โดยที่
นักเรยี นคนท่ี 1 เด็กชายชชั วาล นามประโคน มคี ะแนนทดสอบก่อนเรยี นคือ 9 คะแนน และทดสอบ
หลงั เรียนคือ 13 คะแนน จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน ซงึ่ มีผลตา่ งคะแนนเพม่ิ ขึ้น 4 คะแนน
นักเรียนคนที่ 2 เด็กชายกฤษณพงษ์ แออดั มีคะแนนทดสอบก่อนเรยี นคอื 9 คะแนน และทดสอบ
จำนวนคะแนนหลงั เรียนคือ 16 คะแนน จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน ซ่งึ มีผลต่างคะแนนเพิ่มขนึ้ 7 คะแนน
นกั เรียนคนท่ี 3 เด็กชายณฐั มงคล เกื้อกูล มีคะแนนทดสอบก่อนเรียนคอื 11 คะแนน และทดสอบ
หลงั เรียนคือ 13 คะแนน จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน ซ่ึงมีผลต่างคะแนนเพิ่มข้ึน 4 คะแนน
นักเรียนคนที่ 4 เด็กชายธรี วีร์ จริ ธิปธนวัจน์ มคี ะแนนทดสอบก่อนเรยี นคือ 11 คะแนน และทดสอบ
หลงั เรยี น คือ 14 คะแนน จากคะแนนเตม็ 20 คะแนน ซงึ่ มีผลต่างคะแนนเพ่ิมขึ้น 3 คะแนน
นกั เรยี นคนท่ี 5 เด็กชายศุภากร สงั ข์แกว้ มีคะแนนทดสอบก่อนเรียนคือ 10 คะแนน และทดสอบหลัง
เรยี นคือ 13 คะแนน จากคะแนนเตม็ 20 คะแนน ซงึ่ มผี ลต่างคะแนนเพ่ิมข้ึน 3 คะแนน
นักเรียนคนที่ 6 เด็กชายธติ พิ ันธ์ แสนเหลา มีคะแนนทดสอบก่อนเรยี นคือ 10 คะแนน และทดสอบ
หลงั เรยี นคือ 13 คะแนน จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน ซงึ่ มผี ลต่างคะแนนเพ่ิมขึ้น 3 คะแนน
นักเรยี นคนที่ 7 เด็กชายพริษฐ์ หรรษา มีคะแนนทดสอบกอ่ นเรียนคือ 11 คะแนน และทดสอบหลงั
เรียน คือ 17 คะแนน จากคะแนนเตม็ 20 คะแนน ซ่ึงมีผลต่างคะแนนเพ่ิมขึ้น 6 คะแนน
นักเรียนคนที่ 8 เด็กชายธนั วา อนิ ภกั ดี มคี ะแนนทดสอบก่อนเรียนคือ 10 คะแนน และทดสอบหลงั
เรียนคอื 16 คะแนน จากคะแนนเตม็ 20 คะแนน ซึง่ มผี ลต่างคะแนนเพ่ิมข้ึน 6 คะแนน
นักเรยี นคนที่ 9 เด็กหญิงสุนิษา พวงพิลา มีคะแนนทดสอบก่อนเรยี นคอื 9 คะแนน และทดสอบหลงั
เรียนคือ 13 คะแนน จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน ซึง่ มผี ลต่างคะแนนเพ่ิมขึ้น 4 คะแนน
นักเรยี นคนท่ี 10 เดก็ หญิงวีรยา ซิม มคี ะแนนทดสอบก่อนเรียนคอื 9 คะแนน และทดสอบหลงั เรยี น
คอื 15 คะแนน จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน ซ่ึงมผี ลตา่ งคะแนนเพม่ิ ข้ึน 6 คะแนน
นกั เรียนคนที่ 11 เด็กหญิงอารียา สอนซอ่ื มีคะแนนทดสอบก่อนเรยี นคือ 6 คะแนน และทดสอบ
หลงั เรียน คือ 17 คะแนน จากคะแนนเตม็ 20 คะแนน ซึง่ มีผลต่างคะแนนเพิ่มขึ้น 11 คะแนน
นกั เรียนคนท่ี 12 เด็กหญิงวรัชญา ทองทะเล มคี ะแนนทดสอบก่อนเรียนคือ 8 คะแนน และทดสอบ
หลังเรยี น คือ 14 คะแนน จากคะแนนเตม็ 20 คะแนน ซึง่ มีผลตา่ งคะแนนเพิ่มข้ึน 6 คะแนน
เม่ือพิจารณาคะแนนจากการทดสอบก่อนและหลังเรยี นแล้วจงึ แสดงให้เหน็ วา่ การใหค้ วามรู้ ฝึก
ทักษะการปฏบิ ตั ิ ความใกล้ชิด ให้คำปรึกษา แนะนำในการทำงานของผเู้ รยี นแล้วเกบ็ รวบรวมข้อมูล จะเห็น
ว่าผู้เรยี นมคี วามกระตอื รือรน้ และเกดิ ทกั ษะในการสรา้ งสรรค์งานศิลปะและมีพฒั นาการท่ีดี สามารถต่อยอด
เป็นงานศิลปะขนั้ สูงได้ในอนาคตได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพมากยง่ิ ข้ึน
แผนภูมแิ สดงผลการวเิ คราะห์คะแนนเฉล่ียทกั ษะวาดภาพระบายสีไม้
โดยใช้เทคนคิ แสงเงาและการไลน่ ้ำหนักสี
20
15
10
5
0
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12
ทดสอบกอ่ นเรยี น ทดสอบหลงั เรยี น คา่ เฉล่ยี ผลคะแนน
ภาพที่ 1 ผลการวเิ คราะหค์ ะแนนเฉล่ียทักษะวาดภาพระบายสีไมโ้ ดยใช้เทคนคิ แสงเงาและการไล่น้ำหนักสี
สรุปผลการวจิ ยั อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ
การวิจัยคร้งั น้เี ป็นการศึกษาผลการจดั การเรยี นการสอนในทฤษฎีและปฏบิ ัติที่มตี ่อทักษะการ
วาดภาพและระบายลีด้วยสีไม้ ทิวทัศน์ใต้ท้องทะเลของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/4 โรงเรียนวัดสุทธาวาส
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง One Group Pretest-Posttest ซึ่งผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลอง
ตามแบบแผนการวิจัย ใช้การทดลองกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลองมีวัตถุประสงค์
เพื่อเปรียบเทียบทักษะการวาดภาพและระบายลีดว้ ยสไี ม้ ทิวทัศน์ใตท้ อ้ งทะเล ของนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี
5/4 ก่อนการทดลองและหลังการทดลองได้รับการกิจกรรมการวาดภาพระบายสีทิวทัศน์ใต้ท้องทะเล
ก่อนการทดลองจัดการเรียนการ สอนปกติเป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนการทดลอง แล้วจึงนำกลุ่มเป้าหมาย
มาทำการทดลองในสัปดาห์ที่ 2-7 แล้วทำการทดสอบหลังเรียน ในสัปดาห์ที่ 8 คือสัปดาห์สุดท้าย
กลุ่มเปา้ หมายท่ีใช้ในการวิจยั คร้ังนี้ได้แก่ เด็กนกั เรียนทั้งเพศชายและหญิงทก่ี ำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีท่ี
5/4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 โรงเรียนวัดสุทธาวาส ได้กลุ่มเป้าหมายมาจากการเลือกแบบเจาะจง
(Purposive Sampling) จากนักเรียนที่มีความบกพร่องด้านทักษะการวาดภาพระบายสี ที่ไม่ผ่านเกณฑ์
จำนวน 14 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 2 แผน แบบฝึก
ทักษะการแรเงาและการระบายลีที่มีนี้าหนัก และแบบทดสอบก่อน-หลังเรียนในการทดลอง
ครั้งนี้ดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 เป็นเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 วัน วันละ1 ชั่วโมง
ในช่วงสัปดาห์แรกและสัปดาห์สุดท้ายคือการทดสอบก่อนและหลังเรียน คือวันท่ี 2 ธันวาคม 2562 และวันที่
20 มกราคม 2563 โดยในสัปดาหข์ องกาฝึกฝนทักษะการแรงเงาและการระบายสีโดยใชน้ ำ้ หนักสี ตัง้ แตว่ นั ท่ี 3
ธันวาคม 2562 -วันที่ 19 มกราคม 2563ยืดหยุ่นเวลาตามความเหมาะสมของกิจกรรม โดยในการจัด
กจิ กรรมการเรียนการสอนฝกึ ทกั ษะ มีดงั น้ี
1. ผู้วจิ ยั ทำการทดสอบก่อนเรียน (Pretest) ใช้เวลา 1 วนั คือวนั ที่ 2 ธนั วาคม 2562
โดยใชแ้ บบทดสอบการวาดภาพระบายสีทวิ ทศั น์ใต้ท้องทะเล จำนวน 1 ภาพ 20 คะแนน
จากนนั้ ใหค้ ะแนนตามเกณฑ์
2. ผู้วิจัยดำเนินการทดลองตามแผนการจัดการเรยี นการรู้แบบทฤษฏีและปฏบิ ัติ จำนวน 2 แผน
และทำแบบฝึก ทกั ษะการแรเงา และการระบายลีโดยมนี ำ้ หนักสี ท่ียดึ ตามเน้ือหา
ในแผนการจดั การเรยี นรู้ เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ เรมิ้ ตงั้ แต่วนั ท่ี 3 ธันวาคม 2562 - 19
มกราคม 2563
3. ผูว้ จิ ัยทำการทดสอบหลงั เรยี น(Posttest) โดยใช้แบบทดสอบการวาดภาพระบายสี
ทวิ ทศั นใ์ ตท้ ้องทะเล ชดุ เดมิ ใช้เวลา 1 วันคอื วันที่ 20 มกราคม 2563
จากนั้นใหค้ ะแนนตามเกณฑ์
4. นำขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการทดสอบกอ่ นและหลังเรียนไปวเิ คราะหข์ ้อมูลทางสถิติเพ่ือตรวจสอบ
สมมตุ ฐิ าน
สรปุ ผลการวิจัย
เดก็ นกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5 หลังจากท่ีได้รบั การจัดการเรียนการสอนและการฝกึ ฝนทกั ษะการ
แรงเงาและการระบายสโี ดยมีน้ำหนักสี จึงทำให้นักเรยี นมที ักษะการวาดภาพระบายสีโดยใช้ทักษะแสงเงาและ
การ ไล่น้ำหนักสเี พมิ่ สงู ขนึ้
อภิปรายผล
ผลจากการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ การฝึกฝนทกั ษะการแรงเงาและการระบายสโี ดยใชเ้ ทคนคิ การไล่
น้ำหนักสี นักเรียนชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5 มีทักษะการวาดภาพระบายสโี ดยใชท้ ักษะแสงเงาและการไลน่ ้ำหนัก
สี เพม่ิ สูงขน้ึ กว่าก่อนเรียน ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานการวิจยั ท่ีต้ังไว้ ท้ังน้ี เนื่องมาจากการจัดกจิ กรรมการ
เรียนรู้ทั้ง แบบทฤษฎแี ละการปฏบิ ัติ จะมขี ้ันเตรยี มการ ขั้นปฏิบัตกิ ารเรยี นการสอนและการฝึกฝน ขั้นสรุป
และ ประเมินผลการทดลองซึ่งในขั้นเตรยี มการ ครกู ระตุ้นให้เด็กมีความสนใจก่อน โดยใช้การเลา่ ถึงท่ีมาของ
แสง และเงา ยกตวั อยา่ งภาพประกอบทิวทศั นใ์ ตท้ ้องทะเลที่สวยงามเพ่ือเป็นตน้ แบบในการวาดภาพระบายสีที่
สวยงามและสมจรงิ เมื่อนกั เรียนเห็นและรับรูแ้ ละร่วมกันคิด ร่วมกนั แสดงความคิดเห็นและบอกเลา่
ประสบการณ์เกยี่ วกับเทคนคิ และวิธีการวาดภาพระบายสีโดยใช้แสงเงาและน้ำหนกั สี โดยท่ี ซงึ่ บาง
ประสบการณ์อาจจะถูกหรอื ผิดกไ็ ด้ เมื่อเด็กกลา้ พูดและกล้าแสดงออกในเร่อื งนี้ แลว้ จึงนำไปสูก่ ารจดั กิจกรรม
การเรยี นการสอนและการฝึกฝนทกั ษะการแรงเงาและการระบายสีโดยใชเ้ ทคนคิ การไลน่ ้ำหนกั สี และหลังจาก
ที่ไดจ้ ดั กจิ กรรมนี้ แล้ว นกั เรยี นสามารถนำความรู้ทีเ่ กิดจากการเรยี นรู้และฝกึ ฝนอย่างสม่ำเสมอทง้ั ด้านทฤษฎี
และ ดา้ นปฏิบัติ แสดงใหเ้ หน็ เป็นประจักษ์ เกดิ ประโยชนจ์ ริง มีประสทิ ธิภาพ ประสิทธิผลย่ิง
ขอ้ เสนอแนะในการนำผลการวจิ ยั ไปใช้
1) ทักษะการแรงเงาและการระบายสีโดยใช้เทคนิคการไล่น้ำหนกั สีจะพัฒนาได้มากย่งิ ข้ึน หากแต่
ครผู ้สู อนจะต้องใช้เวลาและความอดทนมากในการกระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นได้พูด ได้แสดงความคิดเหน็ ของตน โดย
ครตู ้องเปิดโอกาสใหเ้ ด็กฝึกการคดิ และการปฏิบัติ ครูจะมีวิธีการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ หลากหลายและ
นา่ สนใจ
2) การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนควบคู่กับการพัฒนาทักษะการแรงเงาและการระบายสโี ดยใช้
เทคนคิ การไลน่ ้ำหนักสี ครจู ะตอ้ งจัดเตรียมส่ือ วสั ดอุ ุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกบั หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี หลากหลาย
น่าสนใจ ครูต้องใหน้ ักเรยี นได้ลงมอื ปฏบิ ัติจรงิ ด้วยตนเอง จะส่งผลใหน้ กั เรียนไดพ้ ฒั นา ทักษะการแรงเงาและ
การระบายสีโดยใชเ้ ทคนคิ การไลน่ ้ำหนกั สี โดยครเู ปน็ แนะนำให้ขอ้ เสนอแนะกบั นักเรียนเมือ่ นกั เรยี นมปี ัญหา
หรอื ต้องการคำตอบทซี่ บั ซ้อน พรอ้ มท้ังกำลงั ใจกบั นักเรียนด้วยความ บริสุทธิใ์ จ
ข้อเสนอแนะในการทำวิจยั ครั้งตอ่ ไป
1) ควรทำการศึกษาการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนทค่ี วบคูก่ ับการฝึกฝนพฒั นาทักษะร่วมกบั
เทคนิคทางศลิ ปะด้านอน่ื ๆ และศกึ ษาตวั แปรอื่นๆ เพ่ิมเตมิ
2) ควรมกี ารพฒั นาแผนการจัดการเรียนรูแ้ บบทฤษฎแี ละปฏบิ ตั ิ ในหน่วยการเรียนรู้อื่นๆ ให้เหมาะสม
กบั วัยของนักเรยี น
บรรณานุกรม
ชุลีรตั น์ เลอื ดน้ำชล. (2545). สีไมค้ ืออะไร. กรุงเทพฯ : สำนกั พมิ พ์ไทยวฒั นาพานชิ .
_______________. (2552). เทคนิคการใช้สไี ม้. กรงุ เทพฯ : สำนักพมิ พ์ไทยวฒั นาพานชิ .
ศาตรจารยเ์ กยี รติคุณ ปรีชา เถาทอง. (2551). ทฤษฎีแสงและเงา. [ออนไลน์]. สบื คน้ จาก :
http://www.culture.go.th/culture8.
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน. (2553). แผนการจัดการเรียนรศู้ ิลปะชน้ั ป.4 - 5
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน 2551.กระทรวงศกึ ษาธิการ. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์
ครุ ุสภาลาดพร้าว.
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน.กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2547). เรียนรู้...บรู ณาการ
กรงุ เทพฯ : คุรสุ ภาลาดพร้าว.
เจดจ็ ชนะประสพ. (2552). ความเปน็ มาของการเขียนสี. กรงุ เทพฯ : สำนักพมิ พ์สิปประภา.
ประวัตผิ ู้วิจัย
ประวัติท่ัวไป
ชอ่ื นายวชริ วทิ ย์ ชุตมิ าวงศส์ กลุ
วันเดือนปเี กดิ 9 ตลุ าคม 2536
ทอี่ ยู่ 261/79 หมู.่ 4 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
ติดต่อ 092-0510544
E-mail [email protected],[email protected]
ประวัตกิ ารศึกษา (พทุ ธศักราช 2543-2546) โรงเรยี นเมอื งพัทยา 3
ระดบั ประถมศึกษาตอนต้น (พุทธศักราช 2546-2549) โรงเรยี นเมอื งพทั ยา 3
ระดับประถมศึกษาตอนปลาย (พทุ ธศักราช 2549-2552) โรงเรียนชลราษฎรอำรุง
ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น (พุทธศักราช 2552-2555) โรงเรยี นชลราษฎรอำรุง
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (พทุ ธศักราช 2555-2560) มหาวิทยาลัยบูรพา
ระดบั อดุ มศึกษา
ประวตั กิ ารทำงาน ครูผ้ชู ่วย โรงเรียนวดั สทุ ธาวาส จ.ชลบุรี
พทุ ธศกั ราช 2560
ภาคผนวก
- แผนการจัดการเรยี นรู้
- แบบฝกึ หดั
- แบบทดสอบกอ่ น-หลงั เรียน
- ผลงานนักเรียน
- ประมวลภาพการจดั กจิ กรรม
แผนการจดั การเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ศลิ ปะ ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เรือ่ ง แสง-เงากับการวาดภาพ เวลา 6 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1 การวาดภาพทเ่ี กิดแสง-เงา เวลา 3 ชวั่ โมง
วนั ท่ีสอน ผสู้ อน นายวชริ วทิ ย์ ชุติมาวงศ์สกุล
1. มาตรฐาน / ตัวชีว้ ดั / ผลการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ 1.1 สรา้ งสรรค์งานทศั นศิลปต์ ามจินตนาการและความคดิ ร้างสรรคว์ เิ คราะหว์ ิพากษ์
วิจารณ์คุณค่างานทัศนศลิ ปถ์ ่ายทอดความรู้สกึ ความคดิ ต่องานศลิ ปะอยา่ งอสิ ระ ชน่ื ชมและประยุกต์ใชใ้ น
ชีวติ ประจำวัน
ตัวชวี้ ดั ป.5/6 วาดภาพโดยใชเ้ ทคนิคแสงเงา นำ้ หนัก และวรรณะสี
๒.สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การวาดภาพท่ีเกิดแสง-เงา ผู้วาดจะตอ้ งเข้าใจองค์ประกอบของภาพ และวาดภาพตามวิธีการทีถ่ กู ต้อง
3. จุดประสงค์การเรียนรู้ ( K P A)
ด้านความรู้ (พุทธิพิสยั /K)
3.1 นักเรียนสามารถอธิบายทฤษฎีแสงเงาเบื้องตน้ ได้ (K)
ดา้ นทักษะ / กระบวนการ (ทกั ษะพสิ ยั /P)
3.2 นกั เรียนสามารถลงสีในวัตถุดว้ ยการไลน่ ้ำหนักแสงเงาได้ (P)
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ / ค่านิยม / คณุ ธรรมจริยธรรม (จติ พิสัย/A)
3.3 มคี วามรับผดิ ชอบ ใฝ่เรียนรู้ มุง่ มนั่ ในการทำงาน (A)
4. สาระการเรียนรู้
4.1 แสงเงา
5. สมรรถนะ
5.1 ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการเขียน
2) ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้
5.2 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
6.1 มคี วามรบั ผดิ ชอบ
6.2 ใฝเ่ รียนรู้
6.3 มุง่ มน่ั ในการทำงาน
7.กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ ท่ี 1 ขนั้ สังเกต รบั รู้
7.1 ครูนำนักเรียนไปยงั บรเิ วณสนามหญ้าของโรงเรยี น แล้วครนู ำผลแอปเปิ้ล จำนวน 1 ผล มาวางไว้
บนโตะ๊ กลางสนาม จากนั น ให้นกั เรียนรว่ มกันสงั เกตลักษณะของแสงท่ปี รากฏบนผล
7.2 ครูนำผลแอปเปิล มาวางไวใ้ นที่รม่ แลว้ ใชไ้ ฟฉายส่องท่ีผลแอปเปิล จากน้ันให้นักเรยี นรว่ มกัน
สังเกตลักษณะของแสงท่ีปรากฏบนผลแอปเปิล
7.3 ครสู มุ่ นักเรียน 2-3 คน บอกลักษณะของแสงท่ปี รากฏบน ผลแอปเปลิ ในสถานการณ์ต่างๆ
แล้วใหเ้ พอื่ นนกั เรยี นไดน้ ำเสนอเพิ่มเตมิ ในสว่ นท่ีแตกต่างกนั ออกไป
7.4 ครอู ธบิ ายใหน้ ักเรียนเข้าใจวา่ ภาพวาดทเ่ี กิดแสงเงา เป็นภาพที่เกิดจากการนำเอาแสงและเงามา
ใชป้ ระกอบกับภาพรา่ งลายเส้น โดยวางตำแหนง่ ของแสงและเงาใหส้ มดลุ กัน ซงึ่ แสงสามารถแบ่ง
ไดเ้ ปน็ 2 ประเภท คือ แสงจากธรรมชาติ และแสงทม่ี นษุ ยป์ ระดิษฐ์ขึ้น
7.5 ครูใหน้ ักเรยี น ศึกษาท่มี าของการเกดิ แสงจากใบความรู้ที่ครไู ด้แจกให้ แลว้ ใช้ คำถามกระตนุ้
ความคิด “แสงจากธรรมชาตแิ ละแสงที่มนุษยป์ ระดษิ ฐ์ข้ึน มลี ักษณะเหมือนหรือแตกต่างกนั
อยา่ งไร” อธบิ ายพรอ้ ม ยกตวั อยา่ งประกอบ
ขนั้ ท่ี 2 ขนั้ ดำเนนิ การสอน
7.6 ครสู าธติ การวาดภาพทีเ่ กิดแสงเงา ใหน้ ักเรยี นดู พร้อมอธบิ ายประกอบในแตล่ ะข้ันตอนอยา่ ง
ละเอียดเพื่อใหน้ ักเรียนสามารถนำไปปฏบิ ัติได้อยา่ งถูกต้อง
7.7 นักเรยี นแต่ละคนฝกึ วาดภาพทเ่ี กิดแสงเงา ในแบบฝกึ หัดทคี่ รูแจกให้ หากมีขอ้ สงสัยให้ศกึ ษาจาก
ใบความรู้ หรือสอบถามจากครู
7.8 ครสู งั เกตการปฏบิ ัติกิจกรรมของนักเรยี น และคอยให้คำแนะนำ เพื่อใหน้ ักเรยี นสามารถปฏบิ ัติได้
อยา่ งถกู ต้อง
ขน้ั ท่ี 3 สรุป
7.9 ครูทบทวนเรอ่ื แสงและเงาในคาบที่แล้วเพอ่ื ท่ีจะทำแบบฝกึ หดั การแรเงาทม่ี ีความยากข้ึน
7.10 ครูให้นักเรยี นทำแบบฝึกหดั โดยใชค้ วามรูแ้ ละทกั ษะท่ีไดฝ้ กึ ฝนจากในชว่ั โมงที่แล้ว
7.11 ครเู ลอื กผลงานของนกั เรยี นออกมายกตวั อยา่ งของการใชแ้ สงเงาทถ่ี ูกต้อง
7.12 ครูแนะนำให้นกั เรียนนำความรทู้ ไี่ ดจ้ ากการศกึ ษาไปเป็นพื้นฐาน ในการฝึกฝนทักษะการ
วาดภาพท่ี เกิดแสงเงาให้ดียงิ่ ขนึ้
7.13 ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรปุ ความรเู้ รื่อง การวาดภาพที่เกดิ แสงเงา
8. สือ่ การสอน
8.1 หนงั สือเรยี น ทศั นศิลป์ ป.5
8.2 ใบความรู้
8.3 วัสดทุ ใี่ ช้ในการประกอบกิจกรรม ไดแ้ ก่ ผลแอปเปิ้ล ไฟฉาย และโตะ๊
8.4 แบบฝกึ หัด จำนวน 2 ชุด
9. แหลง่ เรยี นรู้
9.1 ห้องสมดุ
10. วธิ ีการประเมนิ
10.1 ตรวจแบบฝึกหดั
10.2 สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
10.3 สังเกตความมวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ มัน่ ในการทำงาน
11. การออกแบบวิธกี ารและเครอ่ื งมอื ประเมนิ ผล
ตัวชีว้ ัด วธิ กี ารวัด เครอื่ งมือวัด แหลง่ ข้อมูล เกณฑ์
1. นกั เรียนสามารถอธบิ าย การซักถาม - นกั เรยี น (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
ทฤษฎแี สงเงาเบื้องตน้ ได้ (K)
2.นักเรยี นสามารถลงสีในวตั ถุ ตรวจ แบบประเมิน นกั เรียน ระดบั คุณภาพผา่ นเกณฑ์
ด้วยการไลน่ ้ำหนกั แสงเงาได้ แบบฝึกหดั ผลงานนักเรยี น พอใช้
(P)
แบบประเมนิ นักเรยี น ระดบั คุณภาพผา่ นเกณฑ์
3.มีความรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ สังเกต คณุ ลักษณะอนั พอใช้
พงึ ประสงค์
มุง่ ม่ันในการทำงาน (A) พฤติกรรม
การเรยี น
แบบประเมนิ ผลงานนกั เรยี น
คำชีแ้ จง : ให้ผ้สู อนประเมินผลงานของนักเรียนแลว้ ขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดับ ช่อื -สกลุ ความ ความคิด การใชเ้ ทคนคิ ความ รวม
ที่ ของผูร้ ับการประเมนิ สวยงาม สร้างสรรค์ แสง-เงา เรียบร้อย ความรบั ผิดชอบ 20
ของชิ้นงาน คะแนน
4321 4321 4321 43214321
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยคร้งั มาก
ลงชอ่ื …………………………………………………………………
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ ให้ ดี (นายวชิรวิทย์ ชตุ มิ าวงศส์ กุล)
16 - 20 ให้ พอใช้ ครูผสู้ อน
11 – 15 ให้ ปรบั ปรุง
ตำ่ กว่า 10
แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
คำชีแ้ จง : ใหผ้ ้สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นแลว้ ขีด ✓ ลงในช่องท่ตี รงกบั ระดับ
คะแนน
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1. รับผิดชอบ 1.1 ต้งั ใจเรยี น
2. ใฝเ่ รยี นรู้ 1.2 ปฏิบัติตามขอ้ ตกลง
3. มุง่ มนั่ ในการทำงาน 1.3 ตรงตอ่ เวลา
2.1 ขยนั ตอบคำถาม
2.2 การสอบถามเมื่อไมเ่ ขา้ ใจ
2.3 คน้ หาความร้ใู หมๆ่ เสมอ
2.4 ใหค้ วามรว่ มมอื ในกิจกรรม
3.1 มีความต้ังใจและพยายามในการทำงานที่ได้รบั มอบหมาย
3.2 มคี วามอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสำเร็จ
3.3 ส่งงานตรงเวลาทีก่ ำหนด
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ให้ ดี
22 - 30 ให้ พอใช้
15 – 21 ให้ ปรับปรุง
ต่ำกว่า 15
ลงช่อื …………………………………………………………………
(นายวชริ วิทย์ ชุติมาวงศ์สกุล)
ครผู ้สู อน
ใบความรู้
ค่านำ้ หนัก คือ คา่ ความอ่อนแก่ของบรเิ วณท่ีถูกแสงสว่าง และบรเิ วณทเี่ ปน็ เงาของวตั ถุหรอื ความ
ออ่ น- ความเขม้ ของสีหนงึ่ ๆ หรือหลายสี เช่น สแี ดง มีความเขม้ กวา่ สชี มพู หรือ สแี ดงอ่อนกว่าสีน้ำเงนิ เป็น
ดน้ นอกจากน้ยี งั หมายถึงระดับความเข้มของแสงและระดบั ความมืดของเงา ซ่ึงไล่เรยี งจากมดื ทีส่ ดุ (สดี ำ)ไป
จนถงึ สวา่ งท่ีสุด (สขี าว) นาี้ หนกั ที่อย่รู ะหวา่ งกลางจะเป็นสีเทา ซง่ึ มตี ัง้ แต่เทาแก่ท่สี ดุ จนถึงเทาอ่อนท่สี ุด
การใชค้ า่ นา้ี หนักจะทำใหภ้ าพดูเหมอื นจริง และมคี วามกลมกลืน ถา้ ใช้คา่ นี้าหนักหลาย ๆ ระดับจะทำให้มี
ความกลมกลนื มากยิ่งขึน้ และถ้าใช้ค่านี้าหนกั จำนวนน้อยท่แี ตกต่างกนั มากจะทำใหเ้ กดิ ความแตกต่าง
ความขัดแย้ง
แสงและเงา (Light & Shade) เป็นองค์ประกอบของศลิ ป์ท่ีอยคู่ ู่กนั แสง เมื่อส่องกระทบ กับวตั ถุ จะ
ทำให้ เกดิ เงา แสงและเงา เป็นตวั กำหนดระดบั ของคา่ น้ำหนัก ความเข้มของเงาจะข้ึนอยกู่ บั ความเข้มของแสง
ใน ที่ท่มี แี สงสว่างมาก เงาจะเข้มขึ้น และในที่ที่มีแสงสว่างน้อยเงาจะไมช่ ัดเจน ในทท่ี ี่ไมม่ ีแสงสว่างจะไม่มเี งา
และเงาจะอยใู่ นทางตรงขา้ มกับแสงเสมอ คา่ น้ำหนกั ของแสงและเงานที่เกดิ บนวตั ถุ สามารถจำแนกเป็น
ลักษณะท่ี ตา่ ง ๆ ไดด้ ังน้ี
1. บริเวณแสงสว่างจัด (Hi-light) เปน็ บรเิ วณท่ีอยู่ใกลแ้ หล่งกำเนดิ แสงมากทสี่ ุด จะมีความสวา่ ง
มากท่ีสดุ ในวตั ถทุ ่ีมผี วิ มนั วาวจะสะท้อนแหล่งกำเนดิ แสงออกมาให้เหน็ ได้ชัด
2. บรเิ วณแสงสวา่ ง (Light) เปน็ บริเวณทไี่ ดร้ บั แสงสว่าง รองลงมาจากบริเวณแสงสวา่ ง จัด เน่อื งจาก
อยู่หา่ งจากแหล่งกำเนดิ แสงออกมา และเร่ิมมคี ่าน้ำหนักอ่อน ๆ
3. บรเิ วณเงา (Shade) เป็นบรเิ วณทีไ่ ม่ได้รับแสงสว่างหรือเปน็ บริเวณท่ีถกู บดบังจาก แสงสว่าง ซึ่ง
จะมีคา่ น้ำหนักเข้มมากข้ึนกวา่ บรเิ วณแสงสวา่ ง
4. บริเวณเงานเข้มจดั (Hi-Shade) เป็นบรเิ วณที่อยู่หา่ งจากแหล่งกำเนิดแสงมากทส่ี ุด หรือ เปน็
บรเิ วณที่ถูกบดบังมาก ๆ หลาย ๆ ช้ัน จะมคี า่ น้ำหนกั ท่ีเขม้ มากไปจนถงึ เขม้ ทีส่ ดุ
5. บรเิ วณเงาตกทอด เปน็ บริเวณของพ้ืนหลงั ท่เี งาของวตั ถุทาบลงไป เป็นบรเิ วณเงาท่ีอยู่ ภายนอก
วตั ถุ และจะมีความเขม้ ของคา่ น้ำหนักขึ้นอยู่กบั ความเข้มของเงา น้ำหนักของพื้นหลัง ทิศทางและระยะของเงา
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ศลิ ปะ ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่อื ง แสง-เงากับการวาดภาพ เวลา 6 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2 น้ำหนักของสี เวลา 3 ช่ัวโมง
วันทส่ี อน ผู้สอน นายวชิรวทิ ย์ ชตุ ิมาวงศส์ กลุ
1. มาตรฐาน / ตัวช้ีวัด / ผลการเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ 1.1 สรา้ งสรรคง์ านทัศนศิลป์ตามจินตนาการและความคดิ ร้างสรรค์วเิ คราะหว์ ิพากษ์
วจิ ารณค์ ุณค่างานทัศนศิลป์ถ่ายทอดความรสู้ กึ ความคดิ ต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชน่ื ชมและประยกุ ตใ์ ช้ใน
ชีวิตประจำวนั
ตวั ชี้วดั ป.5/6 วาดภาพโดยใช้เทคนคิ แสงเงา นำ้ หนกั และวรรณะสี
๒.สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การวาดภาพท่เี กิดแสง-เงา ผู้วาดจะต้องเข้าใจองค์ประกอบของภาพ และวาดภาพตามวิธีการท่ถี กู ต้อง
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ( K P A)
ด้านความรู้ (พุทธพิ ิสยั /K)
3.1 นักเรียนสามารถอธบิ ายความแตกตา่ งของการระบายท่ีไล่น้ำหนกั ได้ (K)
ด้านทักษะ / กระบวนการ (ทักษะพิสยั /P)
3.2 นกั เรยี นสามารถวาดและลงสีสว่ นประกอบของทวิ ทศั น์ใตท้ อ้ งทะเลด้วยการไลน่ ้ำหนักสีได้ (P)
ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ / ค่านยิ ม / คณุ ธรรมจริยธรรม (จิตพสิ ัย/A)
3.3 มคี วามรับผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 น้ำหนกั ของสี
5. สมรรถนะ
5.1 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการเขยี น
2) ทักษะการนำความรู้ไปใช้
5.2 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
6.1 มคี วามรับผิดชอบ
6.2 ใฝเ่ รยี นรู้
6.3 มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
7.กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั ท่ี 1 ขนั้ สังเกต รับรู้
7.1 ครูให้นกั เรยี นดูภาพทิวทัศน์ใต้ท้องทะเล แล้วใหน้ กั เรียนร่วมกันสงั เกตและแสดงความคดิ เห็นวา่
สีของสิง่ ทีอ่ ย่ใู กลแ้ ละสีของสิ่งทอ่ี ยู่ไกล มคี วามเข้มหรือจางมากน้อยเพียงใด โดยนักเรยี นสามารถ
แสดงความคิดเห็นไดอ้ ย่างอสิ ระ
7.2 ครอู ธบิ ายเชื่อมโยงใหน้ กั เรียนเข้าใจวา่ ภาพทิวทัศน์ท่สี วยงามถือเป็นตน้ แบบในการสรา้ งสรรค์
ผลงานศิลปะต่างๆ โดยในการวาดภาพระบายสีทิวทัศนใ์ ห้มีความสวยงามและสมจรงิ นั้น
สามารถทำได้โดยวิธกี ารใชน้ ้ำหนักของสี
7.3 ครใู ห้นักเรยี นศึกษาความรูเ้ ร่ือง การวาดภาพโดยวิธีการใชน้ ้ำหนักของสี จากใบความรู้ที่ครูแจก
7.4 ครจู ดั เตรยี มวัสดแุ ละอุปกรณ์ที่ใช้ในการวาดภาพระบายสี ไดแ้ ก่ ดนิ สอ สไี ม้ เพื่อประกอบการ
สาธติ การวาดภาพโดยวธิ กี ารใช้น้ำหนักของสี
ขน้ั ท่ี 2 ขน้ั ดำเนินการสอน
7.5 ครชู ี้แจงจดุ ประสงค์การสาธติ การวาดภาพโดยวธิ ีการใช้น้ำหนักของสี ให้นักเรียนทราบ
7.6 ครสู าธติ การวาดภาพโดยวธิ กี ารใช้น้ำหนักของสี ตามขั้นตอนใหน้ กั เรียนดู พร้อมอธิบายประกอบ
เพอื่ ให้นกั เรียนจดจำและนำไปปฏบิ ัตไิ ด้อยา่ งถูกต้อง
7.7 นกั เรยี นฝึกทำแบบฝึกหัดที่ครุแจกใหโ้ ดยระบายสดี ว้ ยวิธีการใชน้ ้ำหนกั ของสตี ามแบบที่ครสู าธิต
ลงในหากมีข้อสงสัยให้ศึกษาจากใบความรู้หรือ สอบถามจากครู
7.8 ครูคอยสงั เกตและใหค้ ำแนะนำเพื่อใหน้ ักเรียนสามารถนำไปปฏิบัติได้อยา่ งถูกต้อง
7.9 ครใู ห้นักเรียนท าแบบฝกึ หัดในส่วนที่ 2 ในชว่ั โมงหน้า
ขนั้ ที่ 3 สรุป
7.10 ครูทบทวนความรแู้ ละเทคนิคในการระบายสสี เี ดียวในช่ัวโมงทแ่ี ล้วใหก้ บั นักเรยี นเพ่ือเป็นทกั ษะ
ในการระบายสหี ลายสใี นการท าแบบฝึกทักษะการระบายสใี นชุดฝกึ เดิม
7.11 นกั เรยี นแต่ละคนทำแบบฝึกทกั ษะต่อจากในชั่วโมงท่ีแลว้ ท่ีครูแจกให้ เรื่อง การวาดภาพระบาย
สโี ดยใช้นำ้ หนกั ของสี เม่ือทำเสร็จแลว้ นำส่งครูตรวจ
7.12 ครแู นะนำใหน้ กั เรียนนำความรู้ท่ไี ดจ้ ากการศกึ ษาไปเปน็ พื้นฐาน ในการฝกึ ฝนทักษะการวาด
ภาพท่ีใชก้ ารลงน้ำหนกั ของสีใหด้ ยี ิ่งขนึ้
7.13 ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรปุ ความรู้เรื่อง การวาดภาพโดยวิธกี ารใชน้ ้ำหนกั ของสี
8. สื่อการสอน
8.1 หนงั สอื เรียน ทัศนศลิ ป์ ป.5
8.2 ตัวอยา่ งภาพทิวทัศน์ใต้ท้องทะเล
8.3 ใบความรู้
8.4 วสั ดแุ ละอุปกรณท์ ่ีใชใ้ นการวาดภาพระบายสี ได้แก่ ดินสอ สไี ม้
8.4 แบบฝกึ หดั ระบายสีโดยการไลน่ ้ำหนักตามตัวอยา่ ง 1 ชุด
9. แหล่งเรียนรู้
9.1 ห้องสมุด
10. วธิ กี ารประเมนิ
10.1 ตรวจแบบฝึกหดั
10.2 สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
10.3 สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งม่ันในการทำงาน
11. การออกแบบวิธกี ารและเครื่องมอื ประเมนิ ผล
ตัวชี้วดั วธิ กี ารวดั เคร่ืองมอื วดั แหล่งข้อมลู เกณฑ์
1. นักเรยี นสามารถอธิบาย การซกั ถาม - นกั เรยี น (ประเมินตามสภาพจริง)
ความแตกต่างของการระบาย
ท่ีไล่นำ้ หนกั ได้ (K)
2.นกั เรยี นสามารถวาดและลง ตรวจ แบบประเมิน นักเรียน ระดับคุณภาพผา่ นเกณฑ์
สีส่วนประกอบของทวิ ทศั นใ์ ต้ แบบฝึกหดั ผลงานนักเรียน พอใช้
ท้องทะเลดว้ ยการไล่น้ำหนกั สี
ได้ (P) สงั เกต แบบประเมนิ นกั เรยี น ระดบั คุณภาพผา่ นเกณฑ์
พฤติกรรม คณุ ลกั ษณะอัน พอใช้
3.มคี วามรับผดิ ชอบ ใฝเ่ รยี นรู้ การเรยี น พึงประสงค์
มุ่งมน่ั ในการทำงาน (A)
แบบประเมนิ ผลงานนกั เรยี น
คำชีแ้ จง : ให้ผ้สู อนประเมินผลงานของนักเรียนแลว้ ขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดับ ช่อื -สกลุ ความ ความคิด การใชเ้ ทคนคิ ความ รวม
ที่ ของผูร้ ับการประเมนิ สวยงาม สร้างสรรค์ แสง-เงา เรียบร้อย ความรบั ผิดชอบ 20
ของชิ้นงาน คะแนน
4321 4321 4321 43214321
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยคร้งั มาก
ลงชอ่ื …………………………………………………………………
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ ให้ ดี (นายวชิรวิทย์ ชตุ มิ าวงศส์ กุล)
16 - 20 ให้ พอใช้ ครูผสู้ อน
11 – 15 ให้ ปรบั ปรุง
ตำ่ กว่า 10
แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
คำชีแ้ จง : ใหผ้ ้สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นแลว้ ขีด ✓ ลงในช่องท่ตี รงกบั ระดับ
คะแนน
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1. รับผิดชอบ 1.1 ต้งั ใจเรยี น
2. ใฝเ่ รยี นรู้ 1.2 ปฏิบัติตามขอ้ ตกลง
3. มุง่ มนั่ ในการทำงาน 1.3 ตรงตอ่ เวลา
2.1 ขยนั ตอบคำถาม
2.2 การสอบถามเมื่อไมเ่ ขา้ ใจ
2.3 คน้ หาความร้ใู หมๆ่ เสมอ
2.4 ใหค้ วามรว่ มมอื ในกิจกรรม
3.1 มีความต้ังใจและพยายามในการทำงานที่ได้รบั มอบหมาย
3.2 มคี วามอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสำเร็จ
3.3 ส่งงานตรงเวลาทีก่ ำหนด
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ให้ ดี
22 - 30 ให้ พอใช้
15 – 21 ให้ ปรับปรุง
ต่ำกว่า 15
ลงช่อื …………………………………………………………………
(นายวชริ วิทย์ ชุติมาวงศ์สกุล)
ครผู ้สู อน
ใบความรู้
คา่ ความเขม้ หรือน้ำหนักของสี
สตี ่างๆทเ่ี กิดขน้ึ ในวงจรสีหากเรานำมาเรียงน้ำหนักความออ่ นแก่ของสหี ลายสี เช่น ม่วง น้ำเงนิ
เขียว แกมน้ำเงิน เขียว และ เหลอื งแกมเขียว หรือ ม่วง แดง แดงส้ม สม้ สม้ แกมเหลอื ง และเหลือง หรือ
เรียกว่า ค่าในน้ำหนักของสีหลำยสี (Value of different color) ดังตวั อยำ่ ง
สำหรับค่ำความเขม้ อีกประเภทหน่งึ เกิดจากการนำ้ สีใดสีหนึง่ เพยี งสเี ดียวแล้วนำ้ มาไลน่ ้ำหนกั อ่อน
แกใ่ น ตัวเอง เราเรียกว่าค่าน้ำหนกั สเี ดียว (Value of single color) ซ่ึงถ้ำผู้เรยี นฝึกฝนไดเ้ ป็นอย่ำงดีแล้ว
สามารถ น้ำความรจู้ ากการไล่คา่ น้ำหนักนี้ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ไดม้ ากในการสร้างงานจติ รกรรม ดังตัวอย่าง
นกั เรยี นหรือผูท้ ่ศี ึกษาทางศิลปะบางคนชอบท่จี ะใหส้ ีหลายๆสี โดยเข้าใจว่าจะท้าให้ภาพสวยแต่ท่ีจริง
แลว้ เปน็ ความคดิ ทผี่ ดิ กลบั ท้าให้ภาพเขยี นที่ออกมาดูไม่สวยงาม เพราะการท่ีจะให้สหี ลายสีให้ดูกลมกลืนกัน
นั้น เปน็ เรือ่ งทค่ี ่อนข้างยาก หากเราได้มโี อกาสไดส้ ังเกตภาพเขียนทส่ี วยๆของศลิ ปินหลายๆทา่ นจะ
พบว่า ผูส้ ร้างสรรคไ์ มไ่ ด้ใช้สที ่ีมากมายเลย ใช้อย่างมากสองถงึ ส่ีสีเท่านั้นแตเ่ ราดเู หมือนว่าภาพนั้น
มหี ลากหลายสีทงั้ นี้ ก็ เพราะวา่ เขารู้จักใชค้ ่านำ้ หนักสๆี เดยี วโดยการนำเอาสอี น่ื เขา้ มาผสมผสานบา้ งเทา่ น้ัน