The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

งานทัศนศิลป์ 2 มิติ 3 มิติ

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ประเภทของทศั นศิลป์ โดยการ

จาแนกตามรูปแบบ
ทศั นศลิ ป์ ไดว้ ิวฒั นาการอย่างไม่

หยดุ ยงั้ ทงั้ นีเ้ กิดจากผลความคิด
สรา้ งสรรคข์ องมนษุ ยท์ ่ีท่ีเปล่ียนแปลง
ไมห่ ยดุ น่ิงทศั นศลิ ป์ ในสมยั กรกี ได้
จดั แบง่ เพยี ง 2 ประเภทเท่านนั้ คือ
ประเภท รูปรา่ ง , รูปทรงและการ
ระบายสีแตป่ ัจจบุ นั ทศั นศิลป์ ไดพ้ ฒั นา
ไปอย่างกวา้ งและรวดเรว็ จนทศั นศิลป์
แบบใหม่ๆเกิดขนึ้ มา

ทศั นศิลป์ ประเภท 2 มติ ิ
ทศั นศลิ ป์ ลกั ษณะ 2 มิติ คอื ผลงานทศั นศิลป์ ท่ี

ปรากฏบนพืน้ ระนาบ ทงั้ ท่ีขรุขระและเรยี บทงั้ นีป้ รากฏใน
ลกั ษณะเป็น รูปทรง เสน้ สี แสงเงา สรา้ งมิติบนพืน้
รองรบั เป็น 2 มิติ สว่ นมิตทิ ่ี 3 คือดา้ นลกึ หรอื หนาเป็นมิติ
ลวงเกิดขนึ้ โดยความรูส้ กึ ของผดู้ เู องเชน่ ภาพวาด
ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพถ่าย ฯลฯ

ทศั นศลิ ป์ ประเภท 3 มติ ิ
ลกั ษณะ3 มิติในนีค้ ือลกั ษณะจรงิ มติ ิทงั้ 3 อนั มี

ความกวา้ งความยาวและความลกึ ท่ีมีความเป็นจรงิ ตาม
สภาวะของมนั จงึ แบง่ เป็นประเภทใหญ่ๆไดค้ ือ
ประตมิ ากรรม สถาปัตยกรรมและศลิ ปะส่อื ผสม

จติ รกรรม ( Painting) เป็นผลงานศิลปะท่ีแสดงออกดว้ ยการขีดเขียน การวาด และระบายสี เพ่ือใหเ้ กิดภาพเป็นงานศลิ ปะท่ี
มี 2 มิติ เป็นรูปแบน ไมม่ ีความลกึ หรอื นนู หนา แตส่ ามารถเขียนลวงตาให้ เห็นวา่ มีความลกึ หรอื นนู ได้ ความงามของจิตรกรรมเกิดจากการ

ใชส้ ีในลกั ษณะตา่ ง ๆ กนั

ประตมิ ากรรม (Sculpture)

เป็นผลงานศิลปะท่ีแสดงออกดว้ ยการสรา้ งรูปทรง 3 มติ ิ มีปรมิ าตร
มีนา้ หนกั และกินเนือ้ ท่ีในอากาศ โดยการใชว้ สั ดชุ นิดตา่ ง ๆ วสั ดทุ ่ีใช้
สรา้ งสรรคง์ านประตมิ ากรรม จะเป็นตวั กาหนด วธิ ีการสรา้ งผลงาน
ความงามของงานประติมากรรม เกิดจากการแสงและเงาท่ีเกิดขึน้

ประเภทของงานประตมิ ากรรม
1.ประตมิ ากรรมแบบนูนต่า ( Bas Relief ) เป็นรูปท่ีเป็นนนู
ขนึ้ มาจากพนื้ หรอื มีพนื้ หลงั รองรบั มองเหน็ ไดช้ ดั เจนเพียงดา้ น
เดียว คือดา้ นหนา้ มีความสงู จากพนื้ ไม่ถึงครง่ึ หนง่ึ ของรูป จรงิ ไดแ้ ก่
รูปนนู แบบเหรยี ญ รูปนนู ท่ีใชป้ ระดบั ตกแตง่ ภาชนะ หรอื ประดบั
ตกแต่งอาคารทาง สถาปัตยกรรม โบสถ์ วิหารตา่ งๆ พระเคร่อื งบาง
ชนดิ

2.ประตมิ ากรรมแบบนูนสูง ( High Relief ) เป็นรูปต่าง ๆ ใน
ลกั ษณะเชน่ เดียวกบั แบบ นนู ต่า แต่มีความสงู จากพนื้ ตงั้ แต่
ครง่ึ หน่งึ ของรูปจรงิ ขนึ้ ไป ทาใหเ้ หน็ ลวดลายท่ีลกึ ชดั เจน และ และ
เหมือนจรงิ มากกว่าแบบนนู ต่าและใชง้ านแบบเดียวกบั แบบนนู ต่า

3.ประตมิ ากรรมแบบลอยตวั ( Round Relief ) เป็นรูปต่าง ๆ ท่ี
มองเห็นไดร้ อบดา้ นหรอื ตงั้ แต่ 4 ดา้ นขนึ้ ไป ไดแ้ ก่ ภาชนะตา่ ง ๆ รูป
เคารพต่าง ๆ พระพทุ ธรูป เทวรูป รูปตามคตนิ ยิ ม รูปบคุ คลสาคญั
รูปสตั ว์ ฯลฯ

รูปแบบเหมอื นจริง 2 มติ ิ 3 มติ ิ

เป็นศลิ ปะท่ีไมต่ อ้ งใชค้ วามคดิ ท่ีสลบั ซบั ซอ้ นในการดภู าพ เน่ืองจากมเี นือ้ หาสาระท่ีปรากฏชดั เจน แตศ่ ลิ ปินและผชู้ มตอ้ งมีความรูใ้ นเร่อื งนนั้ ๆ ดว้ ยการ
พิจารณาก็ดทู ่ีความงามท่ีเหมือนจรงิ ตามความถกู ตอ้ งตามหลกั การเหมอื นจรงิ เนือ้ หาสาระท่ีเป็นความจรงิ มีอารมณแ์ ละใหค้ วามรูส้ กึ เชน่ การแสดงออก
ถงึ ความสขุ ความทกุ ข์ ความกงั วล ความสดช่ืน ฯลฯ เป็นตน้ ผดู้ ไู มจ่ าเป็นตอ้ งสรา้ งจินตนาการก็สามารถเขา้ ใจในความงามนน้ั ๆ ได้

รูปแบบศลิ ปะกง่ึ นามธรรม 2 มติ ิ 3 มติ ิ

เป็นศิลปะท่ีเรม่ิ บิดเบือนไปจากศลิ ปะแบบเหมือนจรงิ ดว้ ยการตดั ทอนรูปทรงของจรงิ ใหอ้ ย่ใู นรูปแบบเรยี บงา่ ย แตย่ งั มีเคา้ โครงท่ีเหมือนจรงิ หลงเหลืออยใู่ หร้ ูว้ า่ เป็นรูปอะไรการ
สรา้ งศลิ ปะก่งึ นามธรรมนีจ้ ะตอ้ งมีจินตนาการในการสรา้ งสรรคง์ านเพ่อื ใหผ้ ลงานมีรูปแบบท่ีแลดแู ปลก น่าสนใจ รวมทง้ั ใหอ้ ารมณแ์ ละความรูส้ กึ ไม่จาเจทง้ั เนือ้ เร่อื งและรูปแบบจะไม่
ชดั เจนเหมือนศิลปะแบบเหมือนจรงิ ดงั นนั้ ผชู้ มงานศลิ ปะประเภทนีจ้ าเป็นจะตอ้ งมีความรูค้ วามเขา้ ใจในลกั ษณะงานแบบก่ึงนามธรรมดว้ ยคณุ ค่าของงานจะเนน้ โครงสรา้ ง
องคป์ ระกอบสีท่ีแปลกน่าสนใจ ต่ืนเตน้ และแนวความคดิ หลายดา้ น หลายทางท่ีผชู้ มตอ้ งจนิ ตนาการดว้ ย

รูปแบบศลิ ปะนามธรรม 2 มติ ิ 3 มติ ิ

เป็นศลิ ปะทีไม่มีรูปของความจรงิ เหลืออยู่ เพราะถกู ตดั ทอนใหเ้ หลือแตเ่ สน้ -แสงท่ีก่อใหเ้ กิดความงาม อารมณแ์ ละความรูส้ กึ ศลิ ปินตอ้ งใชจ้ นิ ตนาการสงู คือ จินตนาการใหเ้ ป็นภาพ
หรอื รูปทรงท่ีประหลาด ท่ีคนท่วั ไปคาดไม่ถงึ เป็นความคดิ เพอ้ ฝัน รูปแบบของงานจะถกู ตดั ทอนจากภาพเหมือนจรงิ จนดเู รยี บงา่ ย หรอื บางครงั้ ดสู บั สนจนยากท่ีจะเขา้ ใจ
ศลิ ปะนามธรรมไม่ใช่ศลิ ปะท่ีไม่มีเนือ้ หา แต่เนือ้ หาสาระไดแ้ สดงออกในรูปแบบนามธรรม คือ รูปรา่ ง รูปทรง เสน้ แสง สี จงึ ยากท่ีจะเขา้ ใจ ศิลปินตอ้ งมีความรูค้ วามเขา้ ใจในเร่อื งนีเ้ ป็น
อย่างดี จงึ จะสามารถสรา้ งผลงานออกมาได้ โดยเฉพาะ เสน้ แสง สี ท่ีสรา้ งความรูส้ กึ ไดห้ ลายรูปแบบ เช่น ความหนาว ความรอ้ น ความสดช่ืน ความน่ากลวั ฯลฯ
ศิลปะไม่จาเป็นจะตอ้ งแสดงออกเป็นภาพเหมือนจรงิ เสมอไปก็ได้

ทศั นศลิ ป์ ประเภทอน่ื ๆ
เป็นผลงานทศั นศิลป์ ท่ีไม่

สามารถจะจดั อยใู่ นกลมุ่ ใดอยา่ งชดั เจน
ดว้ ยทศั นศิลป์ กลมุ่ นีไ้ ดถ้ กู ผนั แปรผสม
ผสานรูปแบบและวิธีการแสดงออกทาง
ศิลปะท่ีมีความแปลกใหมแ่ ละพสิ ดารไป
ตามพลงั แหง่ การสรา้ งสรรค์ อาทิ
ศิลปะการจดั
วาง Installation

Art

มโนทศั นศลิ ป์ Conceptual

Art
ศลิ ปะส่อื แสดง Performance

Art

ศลิ ปะการจดั วาง Installation Art

มโนทศั นศลิ ป์ Conceptual Art

ศลิ ปะสื่อแสดง Performance Art


Click to View FlipBook Version