The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning ในชั้นเรียน โดยใช้ 6S MODEL บรรยากาศชั้นเรียนแห่งความสุข ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้สูงสุด รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by หัสภูมิ รักดี, 2023-08-28 22:26:32

กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning ในชั้นเรียน โดยใช้ 6S MODEL บรรยากาศชั้นเรียนแห่งความสุข ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้สูงสุด รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning ในชั้นเรียน โดยใช้ 6S MODEL บรรยากาศชั้นเรียนแห่งความสุข ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้สูงสุด รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

Keywords: กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning ในชั้นเรียน โดยใช้ 6S MODEL บรรยากาศชั้นเรียนแห่งความสุข ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้สูงสุด รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน คำนำ เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อส่งผลงานเข้าคัดเลือกวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices: BP) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน โดยครูผู้สอนได้ออกแบบการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้จากการพัฒนานวัตกรรม เรื่อง กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในชั้นเรียน โดยใช้ 6S MODEL (บรรยากาศชั้นเรียนแห่งความสุข) ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้สูงสุดรายวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาทักษะการผู้เรียนให้เกิดประสิทธิภาพและมีความสำคัญต่อการพัฒนาพฤติกรรมการ เรียนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของผู้เรียนในทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์สังคมและสติปัญญา ซึ่งจะ นำไปสู่ความเป็นคนเก่ง คนดีและมีความสุข ซึ่งผู้รายงานได้เสนอข้อมูลผลงานจากการปฏิบัติหน้าที่สำหรับใช้ ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ ซึ่งมีการนำเสนอข้อมูลครอบคลุมหลักเกณฑ์การคัดเลือกนวัตกรรม/วิธี ปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 ขอขอบคุณผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู และนักเรียน โรงเรียนวัดภูเขาทองที่ให้ความช่วยเหลือ ให้ คำปรึกษา แนะนำในการปฏิบัติงาน ให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือตลอดมาการจัดทำวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจสามารถศึกษาเป็นแนวทางในการจัดทำและเผยแพร่ผลงานต่อไป พรทิพย์ รักนุ้ย ก


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ความสำคัญของนวัตกรรม/วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ 1 จุดประสงค์และเป้าหมายของนวัตกรรม 3 ขั้นตอนการดำเนินงาน 4 ผลการดำเนินงาน/ประโยชน์ที่ได้รับ 8 ปัจจัยความสำเร็จ 9 บทเรียนที่ได้รับ 9 ภาคผนวก 11 ข


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน แบบรายงานวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ปีการศึกษา 2565 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 ชื่อผู้นำเสนอ นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียน วัดภูเขาทอง อำเภอ เกาะสมุย จังหวัด สุราษฎร์ธานี .............................................................................................................................................................................. ชื่อนวัตกรรม/วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) : กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)ใน ชั้นเรียน โดยใช้ 6S MODEL (บรรยากาศชั้นเรียนแห่งความสุข) ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้สูงสุด รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1. ความสำคัญของนวัตกรรม 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๔๕ หมวด ๔ มาตราที่ ๒๒ กำหนดไว้ว่าการจัดการศึกษาต้องยึดหลักผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนา ตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด การจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพ แนวคิดการจัดการศึกษานี้เป็นรากฐานจากปรัชญาการศึกษาและทฤษฎีการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่ได้พัฒนามา อย่างต่อเนื่องเป็นแนวทางที่ได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะตามต้องการอย่างได้ผล" (วัฒนาพร ระงับทุกข์, ๒๕๕o, หน้า ๗๗) การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพและมีความสำคัญต่อการพัฒนาพฤติกรรมการเรียนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของ ผู้เรียนในทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์สังคมและสติปัญญา ซึ่งจะนำไปสู่ความเป็นคนเก่ง คนดีและมีความสุข เป็นกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนที่จะต้องใช้ทั้งการคิด การลงมือทำ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น ผู้เรียนไม่ได้ อยู่ในฐานะผู้รับความรู้จากครูเท่านั้น แต่จะต้องเป็นผู้มีบทบาทหรือมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้อย่างตื้นตัว (Active Participation) การมีส่วนร่วมอย่างตื่นตัวที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่แท้จริงได้ดีควรเป็นการ ตื่นตัวที่เป็นไปอย่างรอบด้านทั้งด้านกาย สติปัญญา สังคม และอารมณ์ เพราะพัฒนาการทั้ง ๔ ด้านมี ความสัมพันธ์ต่อกันและส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน ดังรายละเอียดต่อไปนี้ ๑. การมีส่วนร่วมอย่างตื่นตัวทางกาย (Active Participation : Physical คือ การให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมใน กิจกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้เรียนได้เคลื่อนไหวร่างกายทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่หลากหลายเหมาะสมกับวัยและวุฒิ ภาวะของผู้เรียนเพื่อช่วยให้ร่างกายและประสาทรับรู้ตื่นตัวพร้อมที่จะรับรู้และเรียนรู้ได้ดี ๒. การมีส่วนร่วมอย่างตื่นตัวทางสติปัญญา (Active Participation : Intellectual) คือ การให้ผู้เรียนมีส่วน ร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้เรียนได้เคลื่อนไหวทางสติปัญญาหรือสมอง ได้คิดได้กระทำ โดยใช้ความคิด เป็นการใช้สติปัญญาของตนสร้างความหมายความเข้าใจในสิ่งที่เรียนรู้ ๓. การมีส่วนร่วมอย่างตื่นตัวทางอารมณ์ (Active Participation : Emotional) คือ การให้ผู้เรียนมีส่วน ร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้เรียนได้เคลื่อนไหวทางอารมณ์หรือความรู้สึก การเกิดความรู้สึกของบุคคลจะ ช่วยให้การเรียนรู้มีความหมายต่อตนเองและต่อการปฏิบัติมากขึ้น ๔. การมีส่วนร่วมอย่างตื่นตัวทางสังคม (Active Participation : Social) คือ การให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมใน กิจกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้เรียนได้เคลื่อนไหวทางสังคมหรือมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับผู้อื่นและสิ่งแวดล้อม รอบตัว จะช่วยขยายขอบเขตของการเรียนรู้ของบุคคลให้กว้างขวางขึ้นและการเรียนรู้จะเป็นกระบวนการที่สนุก มีชีวิตชีวามากขึ้น หากครูสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีบทบาทสำคัญในการเรียนรู้โดยมีส่วน ร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้อย่างตื่นตัวทั้ง ๔ ด้าน คือ ด้านร่างกายได้เคลื่อนไหวปฏิบัติต่าง ๆ ,ด้านสติปัญญาได้ใช้ 1


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน ความคิด, ด้านสังคมได้มีปฏิสัมพันธ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่นและด้านอารมณ์เกิดความรู้สึกอันจะช่วยให้การ เรียนรู้มีความหมายต่อตน ซึ่งการมีส่วนร่วมในลักษณะดังกล่าวจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่าง แท้จริง 1.2 แนวคิด หลักการสำคัญ ในศตวรรษที่ 21 สถานการณ์โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงด้าน เทคโนโลยีและนวัตกรรม การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปรับตัวเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงใน โลกกาภิวัตน์ การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จึงเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถปรับตัวให้ทัน ต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ได้เป็นอย่างดี รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) "ลดเวลาเล่น เพิ่มเวลารู้" ตามความนัด ความสนใจ โดยเพิ่มความรู้มีทักษะ มีคุณธรรมและจริยธรรม เชื่อมโยงกับการปฏิรูปการเรียนการสอนในยุคประเทศไทย 4.0(กองบริหารงานวิจัยและประกันคุณภาพ การศึกษา, 2560) มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีบทบาทในการเรียนรู้มากขึ้นมีทักษะในการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา รู้จัก การทำงานเป็นทีม รู้จักการปรับตัวมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับคนอื่น ทั้งในการเรียน การสร้างองค์ความรู้ การลงมือ ปฏิบัติจริง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ การสร้างสรรค์ สามารถเข้าใจ ในเชิงลึกในสถานการณ์ต่าง ๆ และเชื่อมโยงจนเกิดประโยชน์และที่สำคัญต้องพัฒนาผู้เรียนให้ค้นหาศักยภาพ และความชอบของตนเองสามารถสามารถปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตได้ กระบวนการเรียนรู้โดยยืดผู้เรียนเป็นสำคัญ สามารถดำเนินการได้อย่างไร ผู้สอนต้องมีสมรรถะด้านการ เรียนการสอนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งภายใต้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา มาตรา 22 ระบุว่า "การจัดการศึกษาต้องยืดว่าผู้เรียน ทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุดกระบวนการจัดการศึกษา ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ"(สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. 2561) ดังนั้น การที่ผู้เรียนนำเอากระบวนการสร้างความรู้ไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้จริง โดยสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของตน สังคม และส่วนรวมได้อย่างแท้จริง ทั้งการ ดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพในอนาคตได้อย่างยั่งยืน บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทบทวนเรียนรู้ ตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) เพื่อนำ Active learning ไปปรับโครงสร้างเพิ่มเวลาเรียนรู้ จัด กิจกรรมการสอนทุกระดับทั้งในห้องเรียน นอกห้องเรียน และทางออนไลน์ เพื่อเข้ากับบริบทของผู้เรียนอย่าง เหมาะสม เพื่อให้กระบวนการการสอนและเรียนรู้สัมฤทธิ์ผลในช่วงเวลาที่กำหนดและให้ผู้เรียนสามารถปรับตัว ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตได้ แนวคิดสำคัญของทฤษฎี (Constructionism) เริ่มที่ผู้เรียนต้องอยากจะรู้ อยากจะเรียน จึงจะเป็นตัวเร่งให้เขาขับเคลื่อน (ownership) ใช้ความ ผิดพลาดเป็นบทเรียนเป็นแรงจูงใจ (internal motivation) ให้เกิดการสร้างสรรค์ความรู้ การเรียนรู้เป็นทีม (team learning) จะดีกว่าการเรียนรู้คนเดียวเป็นการเรียนรู้วิธีการเรียนรู้ (Learning to learn) ไม่ใช่การสอน หลักการของทฤษฎี Constructionism มีหลักการสำคัญดังนี้ (สุชิน เพ็ชรักษ์, 2548 : 31 – 34) 1. หลักการที่ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง หลักการเรียนรู้ตามทฤษฎี Constructionism คือ การให้ผู้เรียนลงมือสร้างสิ่งของหรือประกอบกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง ได้ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมภายนอก ที่มีความหมาย ซึ่งจะรวมถึงปฏิกิริยาระหว่างความรู้ในตัวของผู้เรียนเองกับประสบการณ์และสิ่งแวดล้อม ภายนอกสามารถเชื่อมโยงและสร้างเป็นองค์ความรู้ใหม่ 2. หลักการที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ หลักการตามทฤษฎีConstructionism ครูต้อง จัดบรรยากาศการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนด้วยตนเอง โดยมีทางเลือกที่ 2


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน หลากหลายและเรียนรู้อย่างมีความสุข สามารถเชื่อมโยงความรู้ระหว่างความรู้ใหม่กับความรู้เก่าได้ ส่วนครูทำ หน้าที่เป็นผู้ช่วยและคอยอำนวยความสะดวก 3. หลักการเรียนรู้จากประสบการณ์และสิ่งแวดล้อม หลักการนี้เน้นให้เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ ร่วมกัน ทำให้ผู้เรียนเห็นว่าคนเป็นแหล่งความรู้อีกแหล่งหนึ่งที่สำคัญ การสอนตามทฤษฎี Constructionism เป็นการจัดประสบการณ์เพื่อเตรียมคนออกไปเผชิญโลก ถ้าผู้เรียนเห็นว่าคนเป็นแหล่งความรู้สำคัญและสามารถ แลกเปลี่ยนความรู้กันได้ เมื่อจบการศึกษาออกไปก็จะปรับตัวและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. หลักการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ หลักการนี้เน้นการใช้เทคโนโลยีแสวงหาความรู้จากแหล่ง ความรู้ต่างๆ ด้วยตนเอง เป็นผลให้เกิดพฤติกรรมที่ฝังแน่นเมื่อผู้เรียน เรียนรู้ว่าจะเรียนรู้ได้อย่างไร ทั้งนี้ นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning ) ที่จัดทำพัฒนาขึ้นนี้เพื่อสอดคล้องกับหลักสูตร สถานศึกษาและพัฒนาความสามารถของผู้เรียนตลอดจนพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ โดยการนำขั้นตอนตามแนวทฤษฎี Constructionism ( 5 Steps to Constructionism ) มาเพิ่ม S (Safety) การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย จึงได้นวัตกรรมกระบวนการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อจัดการเรียนการสอน ในชั้นเรียน 6S MODEL (บรรยากาศชั้นเรียนแห่งความสุข) ดังขั้นตอนต่อไปนี้ S1 (Sparkling) จุดประกายความคิด S2 (Searching) สะกิดให้ค้นคว้า S3 (Studying ) นำพาสู่การปฏิบัติ S4 (Summarizing) จัดองค์ความรู้ S5 (Show and Sharing) นำเสนอควบคู่การประเมิน S6 (Safety) การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย 2. จุดประสงค์และเป้าหมายของนวัตกรรม 2.1 จุดประสงค์ 2.1.1 เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้สูงสุด โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อจัดการเรียนการ สอน ในชั้นเรียน 6S MODEL (บรรยากาศชั้นเรียนแห่งความสุข) 2.1.2 เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการ ค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบสามารถ ตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ 2.1.3 เพื่อให้ผู้เรียนให้เกิด ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่เรียนอย่างแท้จริงโดยการให้ผู้เรียนสร้างความรู้ ด้วยตนเอง โดยอาศัยความร่วมมือจากกลุ่ม 2.1.4 เพื่อพัฒนาพฤติกรรมการกล้าแสดงออกและนำองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษา ค้นคว้าเผยแพร่ใน วงกว้าง ทั้งภายในสถานศึกษาและชุมชนภายนอก 2.2 เป้าหมาย เชิงปริมาณ 2.2.1 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 83 คน ได้ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ผ่านการลง มือทำและการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ใน ชั้นเรียน โดยใช้ 6S MODEL ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้สูงสุด 2.2.2 นักเรียนทุกคนได้มีส่วนร่วมในการนำเสนผลงานของตนเอง เชิงคุณภาพ 2.2.3 นักเรียนมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและ สร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ โดยใช้ ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ 3


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน 3. ขั้นตอนการดำเนินงาน 3.1 การออกแบบนวัตกรรม สืบเนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอน ให้มีการปรับลด ระยะเวลาเรียนภาควิชาการหรือภาคทฤษฎีลดลง แต่ยังคงไว้ซึ่งเนื้อหาหลักที่ผู้เรียนควรรู้ตามมาตรฐานของ หลักสูตร และให้ครูผู้สอนปรับเปลี่ยนวิธีการสอนและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยเพิ่มเวลาให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ จากการปฏิบัติจริงมากขึ้น ภายใต้โครงการ ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เชื่อมโยง กับการปฏิรูปการเรียนการสอนใน ยุคประเทศไทย 4.0 ให้ผู้เรียนมีบทบาทในการเรียนรู้มากขึ้น ครูลดบทบาทการสอนด้วยการบอกเล่า การให้ ข้อความรู้แก่ผู้เรียนโดยตรง จะทำให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้และปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ อย่างหลากหลาย จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ตลอดเวลา เป็นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยผู้สอนสามารถนำการจัดการเรียนรู้เชิงรุกไปจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตัวชี้วัดในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทุกรายวิชา รวมถึงนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้อื่น ดังนั้น จากวิสัยทัศน์ของโรงเรียนวัดภูเขาทอง “โรงเรียนวัดภูเขาทอง มุ่งมั่นจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ตามมาตรฐาน บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม พัฒนาครูสู่มาตรฐานวิชาชีพ บนพื้นฐานความเป็นไทย” ข้าพเจ้า จึงได้ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียน เป็นคนดี คนเก่ง ที่สามารถดำรงชีวิต ในสังคมได้อย่างมีคุณค่าและมีความสุขบนพื้นฐานของความเป็นไทย ภายใต้บริบทสังคมโลกโดยบูรณาการ เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ศาสนา และการเมือง ของอำเภอเกะ สมุย ข้าพเจ้าจึงดำเนินการ พัฒนาและแก้ไขปัญหาผู้เรียนโดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ตามหลักการของ ทฤษฎี Constructionism เป็นนวัตกรรมด้านการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนากระบวนการคิดของผู้เรียนและนำเสนอ ผ่านผลงานที่จัดทำในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้สูงสุด โดยมีเป้าหมายตามหลักการจัดการศึกษาตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งต้องดำเนินการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้มีความรอบรู้ ก้าวทันโลกและการเปลี่ยนแปลง มีคุณธรรมและจริยธรรมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และพัฒนาตนเองได้ อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้ ด้านการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism) โดยสังเคราะห์เป็นนวัตกรรมกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในชั้นเรียน โดยใช้ 6S MODEL ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้สูงสุด โดยกระบวนการพัฒนานวัตกรรม/วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ใช้ วิธีSystem Approach ประกอบด้วย Input Process Output Feedback และทุกขั้นตอนจะควบคุม โดย วงจรคุณภาพ PDCA ดังแสดงในแผนภาพ ดังนี้ ปัจจัยนำเข้า(Input) กระบวนการ(Process) ผลผลิต(Output) การวิเคราะห์ความ ต้องการความจำเป็น ▪ ผู้เรียน ▪ สิ่งแวดล้อม ▪ ภาระงานเพื่อการ เรียนรู้ ▪ จุดประสงค์การ เรียนรู้ ▪ อุปกรณ์และสิ่ง อำนวยความสะดวก ▪ องค์ความรู้เดิม ▪ กลยุทธ์การเรียนการ สอน(เน้นผู้เรียนเป็น สำคัญ) ▪ ทฤษฎีการเรียนรู้ (Constructivism) ▪ วิธีการ/พฤติกรรมการ เรียน กระบวนการสอน แบบ Active Learning โดยใช้ 6S MODEL ผลการเรียนรู้ ▪ ความรู้ ▪ ความสามารถในการ ปฏิบัติ ▪ ทักษะ/กระบวนการ ▪ คุณลักษณะของผู้เรียน ▪ ความพึงพอใจของ ผู้เรียน ข้อมูลย้อนกลับ(Feedback) 4


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน จากกระบวนการพัฒนานวัตกรรม/วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ใช้วิธี System Approach ประกอบด้วย Input Process Output Feedback และทุกขั้นตอนจะควบคุม โดยวงจรคุณภาพ PDCA ดังแสดงในภาพนั้นมี ดำเนินการ ดังนี้ 1) ศึกษาหลักสูตรของโรงเรียน ศึกษาเอกสารประกอบหลักสูตรและวิเคราะห์หลักสูตร 2) ออกแบบหน่วยการเรียนรู้และจัดทำแผนการเรียนรู้อย่างชัดเจน ซึ่งในแผนการจัดการเรียนรู้นอกจาก จะกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดแล้ว จะกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน คือ ด้าน พุทธิพิสัย ด้านจิตพิสัยและด้านทักษะพิสัย 3) ระบุเทคนิควิธีการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ระบุใช้สื่อ/นวัตกรรมที่ใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ เหมาะสมสอดคล้องกับเนื้อหาสาระและผู้เรียน 4) กำหนดวิธีการวัดและประเมินผลพร้อมเครื่องมือการวัดและประเมินผลไว้อย่างชัดเจน 5) จากนั้นนำแผนการจัดการเรียนรู้ไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญใช้สื่อ/นวัตกรรม อย่างหลากหลายประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รวมทั้งออกแบบและสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลการ เรียนรู้ให้ครอบคลุมตามตัวชี้วัดและมาตรฐานการเรียนรู้ ทั้งนี้ ข้าพเจ้ามีการวัดและประเมินผลในรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคือ การประเมินการปฏิบัติ (Authentic Assessment) และการประเมินสภาพจริง (Performance Assessment) โดยผ่านการปฏิบัติของ ผู้เรียน โดยการวัดและประเมินผลด้วยวิธีการดังกล่าวต้องวัดและประเมินได้ครอบคลุม ครบถ้วนพฤติกรรมของ ผู้เรียนทั้ง 3 ด้าน ดังนี้ ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain) การประเมินความรู้ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ เป็นการให้ผู้เรียน ได้รับความรู้ ความเข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้ ทั้งเนื้อหาด้านทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งความรู้ในเนื้อหาสาระนี้ สามารถประเมินโดยการใช้แบบทดสอบ ด้านจิตพิสัย (Affective Domain) เป็นการประเมินการแสดงออกของผู้เรียนทั้งหมดตลอดจน การ ทำงานร่วมกันและคุณลักษณะต่างๆ ซึ่งสามารถประเมินด้วยวิธีการสังเกตได้อย่างชัดเจน ด้านทักษะพิสัย (Psychomotor Domain) การประเมินทักษะในรายวิชาวิทยาศาสตร์ ตามทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะที่สำคัญของนักเรียนในศตวรรษที่ 21 3.2 การดำเนินงานตามกิจกรรม ขั้นเตรียมการ (Plan) 3.2.1 ผู้สอนศึกษาเป้าหมายของการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ศึกษาหลักสูตรของโรงเรียนศึกษา เอกสารประกอบหลักสูตรและวิเคราะห์หลักสูตร ศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะใน ศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่าง เป็นระบบ สามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้เพื่อสร้างหน่วยการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภายใต้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2561) 3.2.2 ผู้สอนจัดทำหน่วยการเรียนรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้ 3.2.3 ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสำรวจแนวคิดหลักในการจัดทำผลงงานและนวัตกรรม เพื่อนำไปสู่การ กำหนดหัวข้อองค์ความรู้ใหม่ที่ผู้เรียนมีความสนใจร่วมกัน ขั้นดำเนินการ (Do) การพัฒนาผลงานและนวัตกรรมจากการจัดการเรียนการสอน Active learning โดยใช้กระบวนการ จัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในชั้นเรียน โดยใช้ 6S MODEL ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ สูงสุด ดังนี้ 5


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน 6S MODEL รูปแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)ในชั้นเรียน โดยใช้ 6S MODEL (บรรยากาศ ชั้นเรียนแห่งความสุข) 1. จุดประกายความคิด (Sparkling) นักเรียนช่วยกันระดมความคิดเกี่ยวกับเรื่องที่จะเรียน โดยครูจะเป็นผู้รวบรวมทุกความคิดของ นักเรียนมากลั่นกรองตกผลึกความคิดผ่านประสบการณ์ว่าเรื่องที่นักเรียนเลือกนั้นจะเหมาะสมกับวัย วุฒิภาวะ หรือไม่อย่างไร เพื่อให้นักเรียนฝึกการมีเหตุมีผล การยอมรับความคิดเห็นการคิดการตัดสินใจโดยกิจกรรมนี้ครู จะต้องจัดขึ้นก่อนเปิดภาคเรียน เพื่อให้ครูเตรียมข้อมูลเพื่อให้สอดคล้องในการวางแผนการจัดกิจกรรมใน โครงงาน มีการวางแผนร่วมกันระหว่างนักเรียนกับครูภายในชั้นเรียน ครูกับครูในแต่ละสายชั้น เกี่ยวกับหัวข้อ ใหญ่และหัวข้อย่อยในสิ่งที่จะเรียนกล่าวคือเมื่อได้หัวข้อที่จะเรียนจากความต้องการของนักเรียนแล้วครูจะต้อง ศึกษาค้นคว้าทำการหาข้อมูลออกแบบการทดลองและทำการทดลองล่วงหน้านักเรียนก่อนว่าให้หัวเรื่องนั้นๆจะมี หัวข้อย่อยอย่างไรได้บ้างโดยคำนึงถึงสิ่งที่นักเรียนควรจะได้เรียนในระดับของการเรียนส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่ง ก็คำนึงถึงสิ่งที่จะได้ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้จริงๆ ไม่เช่นนั้นจากหัวเรื่องอาจจะแตกแขนงหัวข้อความรู้ไป เกินกว่าระดับของ นักเรียนหรือซับซ้อนเกินไป ซึ่งขั้นตอนนี้จะละเอียดอ่อนมากในการตัดสินใจ 2. สะกิดให้ค้นคว้า (Searching ) นำข้อมูลที่ได้มาให้นักเรียนช่วยกันเลือกว่าหัวข้อต่างๆนั้นเป็นอย่างไรเกิดเป็นกระบวนการที่นักเรียน สามารถเข้าใจการวางแผนงานเบื้องต้น เมื่อครูและนักเรียนสรุปได้เป็นแผนผังความคิด โดยในแต่ละกิจกรรม จะต้องมีการบูรณาการสาระต่างๆทั้ง 8 สาระวิชาให้สอดคล้องกับมาตรฐานตัวชี้วัดตามหลักสูตร ทำให้นักเรียน เกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์จนติดเป็นนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียนตลอดชีวิต สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมความเป็น ท้องถิ่น ความเป็นไทยและทำให้เกิดสมรรถนะที่สำคัญของผู้เรียน 3. นำพาสู่การปฏิบัติ (Studying ) กิจกรรมการเรียนรู้ ใช้วิธีการที่หลากหลายโดยผ่านกระบวนการคิด ลงมือทำ ตรวจสอบแก้ปัญหาเพื่อ นำไปปรับปรุงเปรียบเหมือนกับวงจรการทำงาน(PDCA)เพื่อให้ก่อเกิดองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยกิจกรรมต่างๆ จะเกิดจากการที่ครูได้ศึกษาค้นคว้าเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เบื้องต้นก่อน จนสามารถสร้างปัญหาแท้หรือเทียมให้ นักเรียนฝึกแก้ปัญหาได้ ทำการบูรณาการสาระการเรียนรู้ต่างๆ กระบวนการทำงานเป็นกลุ่ม รวมถึงเน้น คุณธรรมจริยธรรม และมีกิจกรรมศึกษานอกสถานที่ จากของจริง หรือ เก็บเกี่ยวความรู้จากกิจกรรมที่นักเรียนได้ เรียนรู้ด้วยตนเอง และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากบุคคลต่างๆที่ปฏิบัติงานจริง ทั้งในและนอกห้องเรียน ขั้นตอนนี้ เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยต้นเองได้โดยการหาข้อมูล การทดลอง การ สร้างชิ้นงาน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การนำเสนอโครงงานหรือชิ้นงานแก่เพื่อนๆเพื่อนักเรียนจะได้ความรู้จาก เพื่อนๆ และเพื่อตรวจสอบความรู้ที่ได้รับมานั้นครบและถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้องจะข้ามไปขั้นตอนต่อไปแต่ถ้า หากไม่ถูกต้อง ต้องย้อนกลับไปทำการทดลองซ้ำ หรือแก้ปัญหาจากการปฏิบัติ เรียนรู้ด้วยตนเองใหม่จนเข้าใจ S5 ( Show and Sharing S4 Summarizing S6 Safety S1 Sparkling S2 Searching S3 Studying 6


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน 4. จัดองค์ความรู้ ( Summarizing ) เมื่อผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ตามที่ได้วางแผนไว้แล้วให้ผู้เรียนร่วมกันสรุปความรู้ใน รูปแบบต่างๆเช่น การบันทึกประจำวัน ชิ้นงาน รายงาน แบบฝึกทักษะ แบบประเมินตนเอง สมุดบันทึก ความดี วีดีโอ คอมพิวเตอร์ Power Point หนังสือเล่มเล็ก สะท้อนความคิดและอื่นๆ 5. นำเสนอควบคู่การประเมิน( Show and Sharing ) การนำเสนอ เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบุคคลทั่วไปรอบตัว เช่น เพื่อน พี่ ครู ผู้ปกครอง เพื่อฝึกการนำเสนอ ถ่ายทอดส่วนที่ตนเองรู้ ทำให้นักเรียนกล้าพูด กล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง โดยกิจกรรมที่รองรับ เช่น กิจกรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Show & Share) ทั้งในห้องเรียน หรือ ระหว่างชั้นเรียน ที่นักเรียนต้องตกผลึกความรู้ แล้ว นำมาถ่ายทอดผ่านการนำเสนอทั้งสองกิจกรรมนี้ยังฝึกถึงการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ในการวิเคราะห์ วิจารณ์ผลงานและทักษะในการนำเสนอ เพื่อนำข้อมูลมาต่อยอดพัฒนางานต่อไป การประเมิน การจัดการเรียนรู้จะต้องมีการประเมินผู้เรียนว่าอยู่ในระดับใด การประเมินในโครงงาน/ผลงาน จะใช้ วิธีการประเมินที่หลากหลายโดยครูจะต้องนำ จุดประสงค์การเรียนรู้ของแต่ละวิชาในหลักสูตรมาวิเคราะห์ สังเคราะห์เพื่อเป็นการประเมินแบบบูรณาการในกิจกรรมที่นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติ ประเมินตามชิ้นงานของนักเรียน ที่นักเรียนทำในแต่ละกิจกรรมต่างๆแม้กระทั่งบันทึกประจำวัน ประเมินผ่านการนำเสนอ และยังมีการประเมิน ตนเองของนักเรียนที่จะต้องประเมินอย่างสม่ำเสมอว่า ตนเองมีระดับพฤติกรรมแบบใด ซึ่งครู และเพื่อนก็ได้ ร่วมกันประเมินตัวของเขาด้วยเป็นการประเมินโดยการ วิเคราะห์ และประเมินผล ทั้งทางด้านทักษะ ความรู้ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเมินโดย - ตนเอง เพื่อน ครู - ครูผู้สอนประเมิน และจัดเก็บตามระเบียบของการวัดและประเมินผลการประเมินคะแนนจาก ชิ้นงานต่าง ๆ จากการลงมือปฏิบัติและนำเสนอผลงาน การเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่เรียนรู้แล้วสู่การเรียนรู้ใหม่อย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุดจากโครงงานต่างๆสู่ กิจกรรมที่หลากหลายซึ่งจะปลูกฝังให้นักเรียนเป็นผู้ที่ใฝ่รู้ใฝ่เรียน นำไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต 6. ความปลอดภัย ( Safety ) เป็นกระบวนการในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ มีความสุข และ ได้รับการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจรวมถึงการเสริมสร้างทักษะให้ผู้เรียนมี ความสามารถในการดูแลตนเองจากภัยอันตรายต่าง ๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมของสังคม นักเรียน ครูและ บุคลากรทางการศึกษาหรือประชาการทั่วไป เพื่อให้นักเรียนปลอดภัยจาก 1) ภัยที่เกิดจากการใช้ความรุนแรง ของมนุษย์ เช่น การล่วงละเมิดทางเพศ การล่อลวงลักพาตัว การทะเลาะวิวาท การกลั่นแกล้ง รังแก สารเคมีและวัตถุอันตราย การชุมนุมประท้วงและการจลาจล 2) ภัยที่เกิดจากการถูกละเมิดสิทธิ์ เช่น การ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากระบบการศึกษา การถูกปล่อยปละละเลย ทอดทิ้ง การคุกคามทางเพศ 3) ภัยที่ เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น อาคารเรียน สิ่งก่อสร้าง ภัยจาดเครื่องมือ อุปกรณ์ ภัยจากการจัดกิจกรร มต่างๆใน โรงเรียน ภัยจากธรรมชาติ ภัยจากยานพาหนะ 4) ภัยที่เกิดจากผลกระทบทางสุขภาวะทางกายและจิตใจ เช่น โรคระบาดไวรัสโคโรน่า 2019 โรคระบาดในสัตว์ ภาวะจิตเวช การโดนบลูลี่ เด็กเป็นโรคซึมเศร้า ยาเสพ ติด มลภาวะเป็นพิษ ติดเกม ภัยไซเบอร์ การพนัน เป็นต้น ตลอดเวลาที่นักเรียนได้รับการจัดการเรียนรู้ 3.3 ประสิทธิภาพของการดำเนินงาน ขั้นตอนในการสร้างองค์ความรู้และพัฒนาทักษะของผู้เรียนโดยใช้นวัตกรรมกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อจัดการเรียนการสอน ในชั้นเรียน 6S MODEL (บรรยากาศชั้นเรียนแห่งความสุข) ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิด การเรียนรู้สูงสุด พบว่า ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์มากขึ้น เช่น การคัน 7


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน คว้าหาข้อมูลด้วยตนเอง การลงมือปฏิบัติกิจกรรมการทดลอง การทำงานร่วมกันเป็นทีม การสร้างความรู้ด้วย ตนเอง และการแสดงผลงานที่สร้างความภูมิใจให้กับผู้เรียน โดยเฉพาะในขั้นสรุปจัดระเบียบความรู้ทาง วิทยาศาสตร์ผู้เรียนจะให้ความสนใจเป็นพิเศษในการร่วมกันสรุปความรู้ของกลุ่มออกมาเป็นแผนผังความรู้ ผู้เรียนแต่ละกลุ่มจะช่วยกันคิด และออกแบบผังของตนกันอย่างเต็มที่ ซึ่งจากกิจกรรมตรงนี้แสดงให้เห็นว่าผู้เรียน ต่างช่วยกันสรุปความรู้ที่ตนได้มาจัดทำเป็นผังความรู้ ทำให้ผู้เรียนสามารถจดจำและเข้าใจเนื้อหาที่เรียนไปได้ดี ยิ่งขึ้นผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูล หลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ ผู้เรียนพยายามที่จะตั้งคำถามและตอบคำถามกับเพื่อน ทำให้ได้ ฝึกใช้ความรู้ที่เรียนมาไปอย่างไม่รู้ตัว 3.4 การใช้ทรัพยากร การสร้างองค์ความรู้และพัฒนาทักษะของผู้เรียนผ่านการดำเนินการตามกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อ จัดการเรียนการสอน ในชั้นเรียน 6S MODEL (บรรยากาศชั้นเรียนแห่งความสุข) ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการ เรียนรู้สูงสุด ได้เน้นให้ผู้เรียนมีบทบาทสำคัญในการเรียนรู้ โดยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้ ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติการทดลองด้วยตนเอง มีการใช้กระบวนการทางสติปัญญา และมีส่วนร่วมในการเรียนทั้ง ร่างกาย สติปัญญาอารมณ์และสังคม พร้อมทั้งเน้นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษที่ 21 ใน การค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ซึ่งต้องอาศัยจากแหล่งการเรียนรู้ที่ หลากหลายและเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่อยู่ในท้องถิ่น เพื่อให้การสืบค้นข้อมูลและนำข้อมูลมาใช้สร้างองค์ความรู้ ใหม่ ๆ นั้นมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ จึงมีการใช้ทรัพยากรในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้ 3.4.1 ผู้เรียนและผู้สอนระดมความคิด เพื่อระบุแหล่งเรียนรู้ที่สามารถสืบค้นหาข้อมูลมาจัดทำผลงาน และนวัตกรรมของตนเองได้อย่างถูกต้อง มีความน่าเชื่อถือ เช่น ห้องปฏิบัติการกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ห้องสมุดโรงเรียน แหล่งเรียนรู้ภายในชุมชน และข้อมูลในระบบอินเตอร์เน็ต 3.4.2 กระบวนการสืบค้นข้อมูลและเขียนบทความ มีการใช้ทรัพยากร เช่น กระดาษ A4 ปากกาเคมี เพื่อใช้ในการจดบันทึกข้อมูล 3.4.3 การลงพื้นที่สืบคันข้อมูล ได้รับการอำนวยความสะดวกจากท่านผู้อำนวยการ และผู้ปกครองของ ผู้เรียนซึ่งเป็นคนในท้องถิ่น ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้ 4. ผลการดำเนินงาน/ประโยชน์ที่ได้รับ 4.1 ผลที่เกิดตามจุดประสงค์ 4.1.1 ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้มากขึ้น โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อจัดการเรียนการ สอน ในชั้นเรียน 6S MODEL (บรรยากาศชั้นเรียนแห่งความสุข) ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้สูงสุด 4.1.2 ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้า และสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบสามารถตัดสินใจ โดย ใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ 4.1.3 ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องที่เรียนอย่างแท้จริง สามารถสร้างความรู้ด้วยตนเองและ ความร่วมมือจากกลุ่ม 4.1.4 ผู้เรียนกล้าแสดงออกและสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้จากกรศึกษา ค้นคว้าเผยแพร่ในวงกว้าง ทั้งภายในสถานศึกษาและชุมชนภายนอก 4.2 ผลสัมฤทธิ์ของงาน ผลการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอน Active learning โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อ จัดการเรียนการสอน ในชั้นเรียน 6S MODEL (บรรยากาศชั้นเรียนแห่งความสุข) ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการ เรียนรู้สูงสุด พบว่า ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์มากขึ้น เช่น การคันคว้า 8


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน หาข้อมูลด้วยตนเอง การลงมือปฏิบัติกิจกรรมการทดลอง การทำงานร่วมกันเป็นทีม การสร้างความรู้ด้วยตนเอง การเชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ และการแสดงผลงานที่สร้างความภูมิใจให้กับผู้เรียน โดยเฉพาะในชั้นสรุป จัดระเบียบความรู้ทางวิทยาศาสตร์ผู้เรียนจะให้ความสนใจเป็นพิเศษในการร่วมกันสรุปความรู้ของกลุ่มออกมา เป็นแผนผังความรู้ ผู้เรียนแต่ละกลุ่มจะช่วยกันคิด และออกแบบผังของตนกันอย่างเต็มที่ ทำให้ผู้เรียนสามารถ จดจำและเข้าใจเนื้อหาที่เรียนไปได้ดียิ่งขึ้นและมีความสุขกับการเรียน ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ การคิดสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดแก้ปัญหา ค้นคว้าและคัดเลือกข้อมูลหรือ องค์ความรู้เป็นทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งทักษะเหล่านี้จะติดตัวผู้เรียนไปตลอด และผู้เรียนสามารถมี เรียนรู้ได้อย่างมีความสุขและปลอดภัยจึงส่งผลให้ผู้เรียนจัดทำผลงานซึ่งเป็นนวัตกรรมสำคัญซึ่งเป็นผลสรุปของ การออกแบบการจัดการเรียนรู้ และสามารถนำนวัตกรรมมาศึกษาหาความรู้ และนำสู่การเผยแพรให้กว้างขวาง มากขึ้น 4.3 ประโยชน์ที่ได้รับ 4.3.1 นักเรียนเกิดทักษะกระบวนการทงวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและ สร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เกิดทักษะการคิดสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดแก้ปัญหา สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ 4.3.2 ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์มากขึ้น 4.3.3 ผู้เรียนพยายามที่จะตั้งคำถามและตอบคำถามกับเพื่อน ได้ฝึกใช้ความรู้ที่เรียนมาไปอย่างไม่รู้ตัว 4.3.4 ผู้เรียนมีพฤติกรรมกล้าแสดงออกสูง และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสัมพันธ์ทางบวกกับ พฤติกรรมกล้าแสดงออก 4.3.5 ผู้เรียนได้ฝึกความคิดเชิงวิพากษ์วิจารณ์และเปิดใจกว้าง ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นทำให้ เกิดเป็นนิสัยที่ติดตัวและเคยชินจนสามารถพัฒนาไปใช้ในชีวิตประจำวัน 5. ปัจจัยความสำเร็จ 5.1 กระบวนการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอน Active learning โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ เชิงรุก เพื่อจัดการเรียนการสอน ในชั้นเรียน 6S MODEL (บรรยากาศชั้นเรียนแห่งความสุข) ในการพัฒนาผู้เรียน ให้เกิดการเรียนรู้สูงสุด มีการวางแผนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ รัดกุม ทำให้เกิดประสิทธิภาพ ในการสร้างองค์ความรู้ของผู้เรียน 5.2 ผู้สอนและผู้เรียนกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง กล้าคิด กล้าลงมือทำ กล้าแสดงความ คิดเห็น กล้าแสดงออก หวังผลเพื่อพัฒนาตนเองให้เต็มศักยภาพ เรียนรู้ร่วมกัน 5.3 ผู้เรียนได้นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการอธิบาย เชื่อมโยง และบูรณาการองค์ความรู้ทั้ง ทางด้านสังคมศาสตร์ เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน 6. บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned) 6.1 การระบุข้อมูลที่ได้รับจากการผลิตและการนำผลงานไปใช้ 1) ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและ สร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เกิดทักษะการคิดสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดแก้ปัญหา สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ 2) ผู้เรียนทราบวิธีการค้นคว้าและคัดเลือกข้อมูลหรือองค์ความรู้ได้อย่างถูกต้องและเป็นระบบ 3) ผู้เรียนมีความภาคภูมิใจในผลงานหรือนวัตกรรมของตนเองและเพื่อนร่วมชั้น 4) ผู้เรียนได้เรียนรู้ร่วมกันในเรื่องที่เกี่ยวกับการนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ไปพัฒนาท้องถิ่น และรู้จักชุมชนของผู้เรียนในหลากหลายแง่มุมมากยิ่งขึ้น สนองตอบหลักสูตรสถานศึกษา และหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาชั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 9


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน 5) ผู้เรียนได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติและแนวคิดใหม่ (Mindset) เพื่อเรียนรู้อย่างมีความสุข มี สัมพันธภาพที่ดี ยอมรับฟังความคิดเห็นและสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น ได้ฝึกในการประเมินตนเองและ ประเมินเพื่อนร่วมชั้น แล้วนำไปปรับปรุงแก้ไขตนเองให้ดีขึ้น 6.2 ข้อเสนอแนะ ข้อควรระวัง 1) ผู้เรียนขาดประสบการณ์และทักษะในการค้นคว้า เลือกใช้และรวบรวมข้อมูล การจัดทำผลงาน หรือนวัตกรรมครั้งนี้ ผู้สอนจำเป็นต้องดูแล ให้คำแนะนำลักษณะของผู้อำนวยความสะดวก(Facilitator) และ ผู้ให้คำแนะนำ (Coach) อย่างใกล้ชิด พร้อมช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหา ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในการปรับปรุง แก้ไขและพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น 2) ผู้สอนต้องวางแผนการจัดทำผลงานหรือนวัตกรรมของนักเรียนให้มีความชัดเจน รัดกุมเพื่อให้ การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ 3) ผู้สอนควรจัดกิจกรรรมการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนได้มีการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง มีส่วนร่วม ในกิจกรรมมากที่สุดและทั่วถึงทุกคนโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลในขณะร่วมทำกิจกรรมหรือตอบ คำถามโดยเฉพาะในขั้นตอนการแสวงหาความรู้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลาในการศึกษาคันคว้าหาข้อมูลและใช้ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้ได้ความรู้ใหม่ โดยผู้สอนควรมีการชี้แนะแนวทางในการหาคำตอบ มากกว่าการบอกคำตอบนั้นแทน 6.3 แนวทางในการพัฒนานวัตกรรมเพิ่มเติม 1) การพัฒนาผลงานหรือนวัตกรรมของนักเรียนด้วยการจัดการเรียนการสอน Active learning โดยใช้กระบวนเรียนรู้เชิงรุก เพื่อจัดการเรียนการสอน ในชั้นเรียน 6S MODEL ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการ เรียนรู้สูงสุด ควรจัดทำในรูปแบบของสื่อออนไลน์ เพื่อให้สามารถมีผู้เข้าถึงองค์ความรู้ที่นักเรียนได้ศึกษา ค้นคว้า และเรียบเรียงอย่างเป็นระบบได้จำนวนมากและวงกว้างยิ่งขึ้นหรือเข้าถึงโดยการสแกน QR code 2) การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้กับผลงานหรือนวัตกรรมของนักเรียนมากขึ้น จะทำ ให้ผลงานหรือนวัตกรรมของนักเรียนมีความน่าสนใจ สอดคล้องกับการพัฒนาการศึกษาในยุคไทยแลนด์ 4.0 3) การกำหนดประเด็นที่จะศึกษา ค้นคว้า ให้มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษา องค์ความรู้อย่างละเอียดและลึกซึ้ง 4) ครูผู้สอนมีกลยุทธ์ในการออกแบบการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลายให้สามารถดึงดูดและ ช่วยเพิ่มความสนใจของผู้เรียน หรือการกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของผู้เรียน 5) มีการเผยแพร่และขยายผลการจัดการเรียนรู้นวัตกรรมกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)ในชั้นเรียน โดยใช้ 6S MODEL (บรรยากาศชั้นเรียนแห่งความสุข) ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการ เรียนรู้สูงสุดไปยังโรงเรียนเครือข่ายสมุย 2 และโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 ต่อไป 7. การเผยแพร่/ การได้รับการยอมรับ 7.1 การเผยแพร่ 1) เผยแพร่จากการทำกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูผู้สอน จากการนิเทศติดตามการ เรียนการสอน และคณะครูในโรงเรียน 3) เผยแพร่ผ่านทางกิจกรรมหน้าเสาธง และกิจกรรมสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์ 7.2 การยกย่องชมเชย 1) ได้รับรางวัลครูผู้เกียรติบัตรระดับทอง ชนะเลิศ ประเภท ครูต้นแบบการจัดการเรียนรู้บูรณา การทักษะชีวิต ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ประจำปี 2565 ระดับเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุ ราษฎร์ธานี เขต 1 2) ได้รับรางวัลครูผู้เกียรติบัตรระดับเงิน ประเภท ครูต้นแบบการจัดการเรียนรู้บูรณาการทักษะ ชีวิต ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ประจำปี 2565 ระดับภูมิภาค (ภาคใต้) 10


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน ภาคผนวก - ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ Active Learning โดยกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)ใน ชั้นเรียน โดยใช้ 6S MODEL (บรรยากาศชั้นเรียนแห่งความสุข) ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้สูงสุด - ภาพกิจกรรมกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)ในชั้นเรียน โดยใช้ 6S MODEL (บรรยากาศ ชั้นเรียนแห่งความสุข) 11


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์ (ว13101 ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 อากาศบนโลก เรื่อง การเกิดลม เวลา 3 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย ภาคเรียนที่ 2 โรงเรียนวัดภูเขาทอง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายใน โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 3.2 ป.3/3 อธิบายการเกิดลมจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ว 3.2 ป.3/4 บรรยายประโยชน์และโทษของลมจากข้อมูลที่รวบรวมได้ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) สังเกตและอธิบายการเกิดลมได้ (K) 2) สร้างแบบจำลองการเกิดลมได้(P) 3) ใช้ประโยชน์ของลมต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ (A) 3.สาระการเรียนรู้ การเกิดลม 4.สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ลม คือ อากาศที่เคลื่อนที่ เกิดจากความแตกต่างกันของอุณหภูมิอากาศบริเวณที่อยู่ใกล้กัน โดยอากาศ บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงจะลอยตัวสูงขึ้น อากาศบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจะเคลื่อนเข้าไปแทนที่ ลมสามารถ นำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้าและนำไปใช้ประโยชน์ 5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 1)การสังเกต 2)การตั้งสมมติฐาน 3)การลงความเห็นจากข้อมูล 4)การตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการทำงาน 12


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน 6.กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : 6S Model จุดประกายความคิด (Sparkling) (5 นาที) 1. คุณครูตั้งคำถามสภาพอากาศวันนี้เป็นอย่างไร 2. นักเรียนชวนคิดก่อนเรียน คำถามคือ - ในชีวิตประจำวัน นักเรียนเคยสัมผัสลมในบริเวณใดบ้าง แล้วลมมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของเรา อย่างไร - ส่วนประกอบของอากาศ มีอะไรบ้าง สะกิดให้ค้นคว้า ( Searching ) 3. นักเรียนร่วมกันอ่านคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับอากาศรอบตัวและมลพิษทางอากาศ 4. นักเรียนดูภาพกังหันลม แล้วนักเรียนช่วยกันตอบคำถาม ดังนี้ - ลมเกิดขึ้นได้อย่างไร - เราสามารถใช้ประโยชน์จากลมได้อย่างไรบ้าง - โทษของลม 5. ครูตั้งคำถามนักเรียนว่า เคยสงสัยหรือไม่ว่า ลมที่พัดเกิดขึ้นได้อย่างไร นักเรียนจะได้ศึกษาการเกิดลม จากกิจกรรมต่อไปนี้ (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้การสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล) นำพาสู่การปฏิบัติ ( Studying ) (30 นาที) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ศึกษาขั้นตอนการทำกิจกรรมที่ 1 การเกิดลม ในหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 หน้า 25-26 2. ครูให้นักเรียนเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลอง ดังนี้ 1) ขวดพลาสติกใส 2 ขวด 2) คัตเตอร์ 1 เล่ม 3) เทียนไข 1 เล่ม 4) ไม้ขีดไฟ 1 กล่อง 5) ธูป 5 ดอก 6) เทอร์มอมิเตอร์ 2 อัน 3. ครูจัดเตรียมอุปกรณ์แบบจำลองการเกิดลมให้นักเรียน ดังนี้ 1) ตัดก้นขวดพลาสติกทั้ง 2 ขวดออก 2) เจาะรูด้านข้างบริเวณก้นขวดของขวดใบที่ 1 ให้มีขนาดรูเท่ากันกับปากขวดใบที่ 2 3) นำปากขวดใบที่ 2 ใส่เข้าไปในรูที่เจาะไว้บนขวดใบที่ 1 4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน จากนั้นร่วมกันตั้งสมมติฐานว่า ลมเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วบันทึกผลลง ในแบบบันทึกกิจกรรมที่ 1 5. นักเรียนทำการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน โดยปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ ขั้นนำ ขั้นสอน 13


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน 1) นักเรียนคนที่ 1 ถือเทอร์มอมิเตอร์จ่อไว้ที่ปากขวดแนวตั้ง และนักเรียนคนที่ 2 ถือเทอร์มอมิเตอร์จ่อ ไว้ที่ก้นขวดแนวนอน 2) นักเรียนคนที่ 3 จุดธูปให้มีควัน แล้วนำปลายธูปไปจ่อไว้ใกล้ก้นขวดแนวนอนประมาณ 5 นาที 3) สมาชิกในกลุ่มร่วมกันสังเกตทิศทางการเคลื่อนที่ของควันธูป และเมื่อเวลาผ่านไป 5 นาที ให้อ่านค่า ของอุณหภูมิที่ปากขวดและก้นขวด แล้วบันทึกผล 4) ทำการทดลองเหมือนข้อ 1)-3) โดยจุดเทียนไข แล้วนำขวดแนวตั้งครอบเทียนไว้ 5) นักเรียนในกลุ่มร่วมกันอภิปรายและสรุปผลการทำกิจกรรมเกี่ยวกับการเกิดลม แล้วนำเสนอผลงาน หน้าชั้นเรียน (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้การสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) จัดองค์ความรู้ ( Summarizing ) (10นาที) 1. นักเรียนทำกิจกรรมหนูตอบได้โดยตั้งคำถาม ดังนี้ - ถ้านักเรียนอยู่ในบริเวณหนึ่ง นักเรียนคิดว่า ลมจะพัดเข้าหาบริเวณที่นักเรียนอยู่หรือพัดออกจาก บริเวณที่นักเรียนอยู่ เพราะอะไร (แนวตอบ บริเวณที่เราอยู่นั้นอากาศเป็นอย่างไร หากบริเวณที่อยู่เป็นบริเวณที่ได้รับพลังงานความ ร้อนจากดวงอาทิตย์มากจะคายความร้อนให้แก่อากาศที่ปกคลุมบริเวณนั้น อากาศจะร้อน มวลอากาศจึงขยายตัวและลอยสูงขึ้น ส่วนบริเวณที่ได้รับพลังงานความร้อนจากดวง อาทิตย์น้อย อากาศจะเย็น มวลอากาศจึงเคลื่อนที่เข้ามาแทนที่อากาศร้อนที่ลอยตัวขึ้น ทำ ให้บริเวณที่เราอยู่ลมจะพัดเข้าหา ในทางกลับกัน หากบริเวณที่เราอยู่เป็นบริเวณที่ได้รับ พลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์น้อย อากาศจะเย็น มวลอากาศจะเคลื่อนที่ออกไป แทนที่อากาศร้อนที่ลอยตัวขึ้น ทำให้บริเวณที่เราอยู่ลมจะพัดออก) 2. ครูติดแผนภาพกระบวนการเกิดลมพร้อมอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติม ลม คือ การเคลื่อนที่ของอากาศใน แนวราบ ขนานไปกับพื้นโลกด้วยความเร็วที่แตกต่างกัน ลมเกิดจากอุณหภูมิของอากาศ 2 บริเวณ ที่อยู่ ใกล้กันมีความแตกต่างกัน โดยบริเวณที่ได้รับพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์มากจะคายความร้อน ให้แก่อากาศที่ปกคลุมบริเวณนั้น อากาศจะร้อน มวลอากาศจึงขยายตัวและลอยสูงขึ้น ส่วนบริเวณที่ ได้รับพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์น้อย อากาศจะเย็น มวลอากาศจึงเคลื่อนที่เข้ามาแทนที่อากาศ ร้อนที่ลอยตัวขึ้น เรียกการเคลื่อนที่ของอากาศแบบนี้ว่า การเกิดลม (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้การสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล) นำเสนอควบคู่การประเมิน( Show and Sharing ) (10 นาที) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มช่วยกันคิดในหัวข้อ ประโยชน์และโทษของลม จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น หนังสือ วารสารวิทยาศาสตร์ นำข้อมูลที่ได้มาเปรียบเทียบ แล้วร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล สมาชิกในกลุ่ม ร่วมกันอภิปรายแล้วนำเสนอข้อมูล หมายเหตุ : ครูและนักเรียนเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้การสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคลและการทำงาน กลุ่ม) ขั้นสรุป (5 นาที) นักเรียนและครูร่วมกันสรุป ลม เกิดจากการเคลื่อนที่ของอากาศในแนวราบขนานไปกับพื้นโลก ซึ่งปัจจัยที่ทำ ให้เกิดลม ได้แก่ อุณหภูมิของอากาศและความกดอากาศ นักเรียนแต่ละคนประเมินผลการทดลองและการนำเสนอของเพื่อนแต่ละกลุ่ม ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสร้างแบบจำลองการเกิด 14


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน ขั้นประเมิน ขั้นตรวจสอบผล 1. นักเรียนทำทบทวนท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง อากาศบนโลก ในสมุด และครูตรวจสอบผลการทำ ทบทวนท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 2. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุดประจำตัวนักเรียน 3. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนของหน่วยที่ 5 และครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 5 อากาศบนโลก 4. ครูตรวจสอบผลงาน การสรุปความรู้เกี่ยวกับการเกิดลม 5. ครูตรวจสอบชิ้นงาน ผลงานแบบจำลองการเกิดลม 6. นักเรียนประเมินชิ้นงาน และการนำเสนองานของเพื่อนร่วมชั้น 7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1) กิจกรรมที่ 1 การเกิด ลม - ตรวจสมุดประจำตัว นักเรียนทำแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีป.3 เล่ม 2 หน้า 22-23 - สมุดประจำตัวนักเรียน หรือหนังสือ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีป.3 เล่ม 2 หน้า 22-23 - ร้อยละ 60 ผ่าน เกณฑ์ 2) กิจกรรมหนูตอบได้ - ตรวจสมุดประจำตัว - สมุดประจำตัวนักเรียน - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 4) พฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการ ทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - คุณภาพอยู่ในระดับดี ผ่านเกณฑ์ 5) พฤติกรรมการทำงาน กลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - คุณภาพอยู่ในระดับดี ผ่านเกณฑ์ หมายเหตุ : แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคลประเมินรายเทอม ความปลอดภัย ( Safety ) การจัดบรรยากาศชั้นเรียนแห่งความสุข ให้นักเรียนช่วยกันคิด เขียน วิเคราะห์ สามารถทำงานเป็นกลุ่ม มีการแบ่งหน้าที่และยอมรับฟังความคิดเห็น ของผู้อื่น ครูช่วยแนะนำให้นักเรียนคิดโดยอิสระและนำเสนออภิปรายผลการทดลองช่วยสร้างบรรยากาศใน ห้องเรียนเสริมแรงบวก ให้นักเรียนกระตือรือร้น ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้การควบคุมเพื่อความปลอดภัยทั้ง ร่างกาย และจิตใจ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป.3 เล่ม 2 2) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1 การเกิดลม 3) บัตรภาพการเคลื่อนที่ของลม 4) บัตรภาพ กังหันลม 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 2) ป้ายนิเทศ 15


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน 3) อินเทอร์เน็ต บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ 1 สังเกตและอธิบายการเกิดลมได้ (K) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 สามารถอธิบายการเกิดลมได้ จากการทำกิจกรรมทดลอง การเกิดลม และทำใบ งาน เรื่อง ลมและการเกิดลม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไปจำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ ๒ สร้างแบบจำลองการเกิดลมได้ (P) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 100 สามารถสร้างแบบจำลองการเกิดลมได้ จากการสังเกตการทำงานกลุ่ม และสร้าง ชิ้นงาน แบบจำลองการเกิดลม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไปจำนวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 89.28 และผ่าน เกณฑ์ร้อยละ 50 จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 10.71 จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ ๓. ใช้ประโยชน์ของลมต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ (A) นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 สามารถใช้ประโยชน์จากลมในชีวิตประจำวันได้ มี ความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้จากการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล ผ่าน เกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไปจำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ปัญหา/อุปสรรค การทำกิจกรรมการทดลอง เรื่อง การเกิดลม ต้องใช้ไฟ คัตเตอร์ และเทอร์มอมิเตอร์ ในการทดลอง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ แนวทางแก้ไข คุณครูแจ้งเบื้องต้นและทำข้อตกลงกับนักเรียน ในการทำกิจกรรมทดลองให้นักเรียนทำการทดลอง อย่างระมัดระวังไม่หยอกล้อ ในระหว่างทำการทดลอง และคอยบอก กำชับอยู่เป็นระยะๆเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับเพื่อนและตัวนักเรียนเองได้ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย) 16


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน รูปกังหันลม 17


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน กระบวนการเกิดลม 18


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน ผลการทำกิจกรรม ที่ 1 ระบุปัญหา :……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. สมมติฐาน............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................... ตาราง บันทึกผลการทำกิจกรรม การทดลอง อุณหภูมิ ลักษณะการเคลื่อนที่ ปากขวดแนวตั้ง ปากขวดแนวนอน ของควันธูป 1.จ่อธูปไว้ไกล้ก้นขวดแนวนอน โดยที่ยังไม่จุดเทียน 2.จ่อธูปไว้ไกล้ก้นขวดแนวนอน โดยที่จุดเทียน สรุปผล ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... สมาชิกในกลุ่ม 1…………………………………………………………………………………………..เลขที่................................................. 2. …………………………………………………………………………………………..เลขที่................................................. 3. …………………………………………………………………………………………..เลขที่................................................. 4. …………………………………………………………………………………………..เลขที่................................................. 5. …………………………………………………………………………………………..เลขที่................................................. 19


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน 20


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน ผลลัพธ์ทางการเรียนของผู้เรียน จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ 1. สังเกตและอธิบายการเกิดลมได้ (K) นักเรียนสามารถสังเกตและอธิบายการเกิดลมได้ โดยดูผลลัพธ์ทางการเรียนของผู้เรียนจากการทำใบงาน เรื่อง ลมและการเกิดลม และมีผลคะแนนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป นักเรียนสามารถทำกิจกรรมการทดลอง เรื่องการเกิดลม และสรุปผลการทดลองได้ 21


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน แบบบันทึกคะแนนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ 1 สังเกตและอธิบายการเกิดลมได้ (K) เรื่อง การเกิดลม วิชาวิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 เลขที่ ชื่อ - สกุล คะแนน (10) คะแนน พัฒนา เกณฑ์ การประเมิน หมายเหตุ 1 เด็กชายธนบูลย์ เค้าอนุรักษ์ 5 8 ผ่าน ไม่ผ่านเกณฑ์ การประเมิน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป 2 เด็กชายปุณณภพ บุญทอง 8 - 3 เด็กชายไพศาล คำปัน 5 7 4 เด็กชายวิริทธิ์พล เกิดขุมทอง 10 - 5 เด็กหญิงมีนา 9 - 6 เด็กหญิงวาลิษา ภูมิธิ 8 - 7 เด็กหญิงสุทินา จิตรมุ่ง 6 9 8 เด็กชายพิพัฒน์พล บุญสูง 10 - 9 เด็กชายศดานันท์ บุญสา 5 8 10 เด็กหญิงชนิภาดาจันทรนพรัตน์ 10 - 11 เด็กชายกฤษฎา เล่าซี้ 8 - 12 เด็กชายเปรมปรีดิ์ วันใจ 10 - 13 เด็กชายวรวุฒิ บุญยงค์ 9 - 14 เด็กหญิงธนิศรา โสภณวสุ 9 - 15 เด็กหญิงนภารัตน์ หลวงชัย 10 - 16 เด็กหญิงปติฉัตร ขนานคล้าย 7 - 17 เด็กหญิงชุนิชา หาญทะศิลป์ 9 - 18 เด็กชายจตุรวิชญ์ โขนกระโทก 8 - 19 เด็กชายกฤษฎ์ โพกขุนทด 10 - 20 เด็กหญิงจิรัชยา จันทวดี 8 - 21 เด็กชายทรงยศ วิชัยดิษฐ์ 9 - 22 เด็กหญิงนิศารัตน์ มุสิกสาร 8 - 23 เด็กชายภาคิน นามเพราะ 8 - 24 เด็กชายกฤติชัย งวดเนี่ยว 8 - 25 เด็กหญิงชุติกาญจน์ สุวรรณ 10 - 26 เด็กชายปฐพี พุทธมาตร์ 10 - 27 เด็กหญิงกิรฏินันท์ อริยะวงศ์ 10 - 28 เด็กชายหาญกล้า คะเรรัมย์ 7 - หมายเหตุ : นักเรียนจำนวน 4 คนที่คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ดำเนินการแก้ไขคะแนนใหม่เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย) 22


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ ๒. สร้างแบบจำลองการเกิดลมได้ (P) นักเรียนสามารถ สร้างชิ้นงานแบบจำลองการเกิดลมได้ โดยดูผลลัพธ์ทางการเรียนของผู้เรียน จากการประเมินผลงานสังเกตและประเมินพฤติกรรมรายบุคคล ในการให้ความสนใจในการทำกิจกรรม มีส่วน ร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตอบคำถาม การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นและทำงานตามที่ได้รับ มอบหมายได้สำเร็จ และมีผลคะแนนที่ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป แบบบันทึกคะแนนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ ๒ สร้างแบบจำลองการเกิดลม (P) แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล เรื่อง สร้างแบบจำลองการเกิดลม วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 เลขที่ ชื่อ - สกุล พฤติกรรม/ระดับคะแนน รวม เกณฑ์ การประเมิน ความสนใจในการทำ กิจกรรม การมีส่วนร่วมใน การแสดงความ คิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับฟังความ คิดเห็นของผู้อื่น การทำงานตามที่ ได้รับมอบหมาย 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 1 เด็กชายธนบูลย์เค้าอนุรักษ์ 3 3 2 3 3 14 ดี 2 เด็กชายปุณณภพ บุญทอง 3 3 3 3 3 15 ดี 3 เด็กชายไพศาล คำปัน 3 3 2 3 3 14 ดี 4 เด็กชายวิริทธิ์พล เกิดขุมทอง 3 3 3 3 3 15 ดี 5 เด็กหญิงมีนา 3 2 3 3 3 14 ดี 6 เด็กหญิงวาลิษา ภูมิธิ 3 2 3 3 3 14 ดี 7 เด็กหญิงสุทินา จิตรมุ่ง 3 3 3 3 3 15 ดี 8 เด็กชายพิพัฒน์พล บุญสูง 3 3 2 3 3 14 ดี 9 เด็กชายศดานันท์บุญสา 3 2 2 3 3 13 ดี 10 เด็กหญิงชนิภาดาจันทรนพรัตน์ 3 3 3 3 3 15 ดี 11 เด็กชายกฤษฎา เล่าซี้ 3 2 2 3 3 13 ดี 12 เด็กชายเปรมปรีดิ์วันใจ 3 3 2 3 3 14 ดี 13 เด็กชายวรวุฒิ บุญยงค์ 3 3 2 3 3 14 ดี 14 เด็กหญิงธนิศรา โสภณวสุ 3 3 3 3 3 15 ดี 15 เด็กหญิงนภารัตน์ หลวงชัย 3 3 3 3 3 15 ดี 16 เด็กหญิงปติฉัตร ขนานคล้าย 3 3 2 3 3 14 ดี 17 เด็กหญิงชุนิชา หาญทะศิลป์ 3 3 3 3 3 15 ดี 18 เด็กชายจตุรวิชญ์ โขนกระโทก 3 3 2 3 3 14 ดี 19 เด็กชายกฤษฎ์โพกขุนทด 3 3 3 3 3 15 ดี 20 เด็กหญิงจิรัชยา จันทวดี 3 3 3 3 3 15 ดี 21 เด็กชายทรงยศ วิชัยดิษฐ์ 3 2 2 3 3 13 ดี 22 เด็กหญิงนิศารัตน์ มุสิกสาร 3 3 3 3 3 15 ดี 23 เด็กชายภาคิน นามเพราะ 3 3 2 3 3 14 ดี 24 เด็กชายกฤติชัย งวดเนี่ยว 3 3 3 3 3 15 ดี 25 เด็กหญิงชุติกาญจน์ สุวรรณ 3 3 3 3 3 15 ดี 26 เด็กชายปฐพี พุทธมาตร์ 3 3 3 3 3 15 ดี 27 เด็กหญิงกิรฏินันท์ อริยะวงศ์ 3 3 3 3 3 15 ดี 28 เด็กชายหาญกล้า คะเรรัมย์ 3 2 2 3 3 13 ดี 23


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเต็ม 15 คะแนน ระดับ 3 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน 13 – 15 หมายถึง ดี ระดับ 2 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน 9 – 12 หมายถึง ปานกลาง ระดับ 1 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน 5 – 8 หมายถึง ปรับปรุง ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย) 24


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน แบบบันทึกคะแนนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ ๒ สร้างแบบจำลองการเกิดลม (P) แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมการทำงานเป็นกลุ่ม เรื่อง สร้างแบบจำลองการเกิดลม วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 เลขที่ ชื่อ - สกุล พฤติกรรม/ระดับคะแนน รวม เกณฑ์ การประเมิน การแบ่งหน้าที่กันอย่าง เหมาะสม ความร่วมมือกันทำงาน การแสดงความคิดเห็น การรับฟังความคิดเห็น ความมีน้ำใจช่วยเหลือกัน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1 เด็กชายธนบูลย์ เค้าอนุรักษ์ 4 3 3 3 4 17 ดี 2 เด็กชายปุณณภพ บุญทอง 4 4 4 4 4 20 ดีมาก 3 เด็กชายไพศาล คำปัน 4 3 3 3 4 17 ดี 4 เด็กชายวิริทธิ์พล เกิดขุมทอง 4 4 4 4 4 20 ดีมาก 5 เด็กหญิงมีนา 4 4 3 4 4 19 ดีมาก 6 เด็กหญิงวาลิษา ภูมิธิ 4 4 3 4 4 19 ดีมาก 7 เด็กหญิงสุทินา จิตรมุ่ง 4 4 4 4 4 20 ดีมาก 8 เด็กชายพิพัฒน์พล บุญสูง 4 3 3 4 4 18 ดีมาก 9 เด็กชายศดานันท์บุญสา 4 3 3 3 4 17 ดี 10 เด็กหญิงชนิภาดาจันทรนพรัตน์ 4 4 3 4 4 19 ดีมาก 11 เด็กชายกฤษฎา เล่าซี้ 4 3 3 4 4 18 ดีมาก 12 เด็กชายเปรมปรีดิ์วันใจ 4 3 3 4 4 18 ดีมาก 13 เด็กชายวรวุฒิ บุญยงค์ 4 3 3 4 4 18 ดีมาก 14 เด็กหญิงธนิศรา โสภณวสุ 4 4 3 4 4 19 ดีมาก 15 เด็กหญิงนภารัตน์ หลวงชัย 4 4 3 4 4 19 ดีมาก 16 เด็กหญิงปติฉัตร ขนานคล้าย 4 4 4 4 4 20 ดีมาก 17 เด็กหญิงชุนิชา หาญทะศิลป์ 4 4 4 4 4 20 ดีมาก 18 เด็กชายจตุรวิชญ์ โขนกระโทก 4 4 4 4 4 20 ดีมาก 19 เด็กชายกฤษฎ์ โพกขุนทด 4 4 4 4 4 20 ดีมาก 20 เด็กหญิงจิรัชยา จันทวดี 4 4 4 4 4 20 ดีมาก 21 เด็กชายทรงยศ วิชัยดิษฐ์ 4 3 3 3 4 17 ดี 22 เด็กหญิงนิศารัตน์ มุสิกสาร 4 4 4 4 4 20 ดีมาก 23 เด็กชายภาคิน นามเพราะ 4 3 3 4 4 18 ดีมาก 24 เด็กชายกฤติชัย งวดเนี่ยว 4 4 4 4 4 20 ดีมาก 25 เด็กหญิงชุติกาญจน์ สุวรรณ 4 4 4 4 4 20 ดีมาก 25


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน เลขที่ ชื่อ - สกุล พฤติกรรม/ระดับคะแนน รวม เกณฑ์ การประเมิน การแบ่งหน้าที่กันอย่าง เหมาะสม ความร่วมมือกันทำงาน การแสดงความคิดเห็น การรับฟังความคิดเห็น ความมีน้ำใจช่วยเหลือกัน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 26 เด็กชายปฐพี พุทธมาตร์ 4 4 4 4 4 20 ดีมาก 27 เด็กหญิงกิรฏินันท์ อริยะวงศ์ 4 4 4 4 4 20 ดีมาก 28 เด็กชายหาญกล้า คะเรรัมย์ 4 3 3 3 4 17 ดี ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย) เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18-20 ดีมาก 14-17 ดี 10-13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ระดับ 4 หมายถึง ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ระดับ 3 หมายถึง ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ระดับ 2 หมายถึง ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ระดับ 1 หมายถึง ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง 26


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน ผู้เรียนให้ความสนใจในการทำกิจกรรม มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตอบคำถาม การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นและทำงานตามที่ได้รับมอบหมายได้สำเร็จ 27


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ ๓. ใช้ประโยชน์ของลมต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ (A) นักเรียนสามารถใช้ประโยชน์ของลมต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ มีใฝ่เรียนรู้มุ่งมั่นในการ ทำงาน และรักความเป็นไทย โดยดูผลลัพธ์ทางการเรียนของผู้เรียนจากการทำใบงานเรื่องประโยชน์ของลม และ จากการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และมีผลคะแนนที่ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป แบบบันทึกคะแนนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ 3 ใช้ประโยชน์ของลมต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ (A) แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 เลขที่ ชื่อ - สกุล พฤติกรรม/ระดับคะแนน รวม เกณฑ์ การประเมิน ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ทำงาน รักความเป็นไทย 3 2 1 3 2 1 3 2 1 1 เด็กชายธนบูลย์ เค้าอนุรักษ์ 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 2 เด็กชายปุณณภพ บุญทอง 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 3 เด็กชายไพศาล คำปัน 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 4 เด็กชายวิริทธิ์พล เกิดขุมทอง 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 5 เด็กหญิงมีนา 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 6 เด็กหญิงวาลิษา ภูมิธิ 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 7 เด็กหญิงสุทินา จิตรมุ่ง 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 8 เด็กชายพิพัฒน์พล บุญสูง 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 9 เด็กชายศดานันท์บุญสา 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 10 เด็กหญิงชนิภาดาจันทรนพรัตน์ 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 11 เด็กชายกฤษฎา เล่าซี้ 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 12 เด็กชายเปรมปรีดิ์วันใจ 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 13 เด็กชายวรวุฒิ บุญยงค์ 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 14 เด็กหญิงธนิศรา โสภณวสุ 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 15 เด็กหญิงนภารัตน์ หลวงชัย 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 16 เด็กหญิงปติฉัตร ขนานคล้าย 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 17 เด็กหญิงชุนิชา หาญทะศิลป์ 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 18 เด็กชายจตุรวิชญ์ โขนกระโทก 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 19 เด็กชายกฤษฎ์ โพกขุนทด 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 20 เด็กหญิงจิรัชยา จันทวดี 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 21 เด็กชายทรงยศ วิชัยดิษฐ์ 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 22 เด็กหญิงนิศารัตน์ มุสิกสาร 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 23 เด็กชายภาคิน นามเพราะ 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 24 เด็กชายกฤติชัย งวดเนี่ยว 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 25 เด็กหญิงชุติกาญจน์ สุวรรณ 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 26 เด็กชายปฐพี พุทธมาตร์ 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 27 เด็กหญิงกิรฏินันท์ อริยะวงศ์ 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 28 เด็กชายหาญกล้า คะเรรัมย์ 3 3 3 9 ดีเยี่ยม 28


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเต็ม 9 คะแนน ระดับ 3 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดีเยี่ยม คะแนน 7 - 9 หมายถึง ดีเยี่ยม ระดับ 2 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน 4 – 6 หมายถึง ดี ระดับ 1 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ผ่าน คะแนน 1 – 3 หมายถึง ผ่าน ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย) 29


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)ในชั้นเรียน โดยใช้ 6S MODEL (บรรยากาศชั้นเรียนแห่งความสุข) นำเสนอควบคู่การประเมิน( Show and Sharing )แ ปลอดภัย(Safety)และมีความสุข จุดประกายความคิด (Sparkling) สะกิดให้ค้นคว้า ( Searching ) นำพาสู่การปฏิบัติ ( Studying ) จัดองค์ความรู้ ( Summarizing ) 30


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน ประมวลภาพการจัดการเรียนการสอน 31


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน เกียรติบัตรที่ได้รับ 32


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน 33


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน 34


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน 35


นางสาวพรทิพย์ รักนุ้ย โรงเรียนวัดภูเขาทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะผู้เรียน


Click to View FlipBook Version