1
2
เค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์
เคา้ โครงของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ คอื โครงการเพอ่ื ขอเสนอทาโครงงานวทิ ยาศาสตรป์ ระกอบดว้ ย
หวั ขอ้ ตา่ ง ๆ ดงั น้ี
1. ชอ่ื โครงงาน
2. ผจู้ ดั ทาโครงงาน
3. ชอ่ื อาจารยท์ ป่ี รกึ ษาโครงงาน
4. ทม่ี าและความสาคญั ของโครงงาน
5. วตั ถุประสงคข์ องการทาโครงงาน
6. สมมตฐิ านของการศกึ ษา
7. ขอบเขตของการทาโครงงาน
8. วธิ ดี าเนนิ การ
9. ผลทค่ี าดวา่ จะไดร้ บั
10. แผนการกาหนดเวลาปฏบิ ตั งิ าน
11. เอกสารอา้ งองิ
1. ช่ือโครงงาน
ชอ่ื โครงงานเป็นสง่ิ สาคญั ประการแรก เพราะชอ่ื โครงการจะชว่ ยโยงความคดิ ไปถงึ
วตั ถปุ ระสงคข์ องการทาโครงงานวทิ ยาศาสตร์ และควรกาหนดชอ่ื โครงการใหส้ อดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงค์
หลกั ดว้ ย
การตงั้ ชอ่ื โครงงานของนกั เรยี นในระดบั ประถมศกึ ษาและมธั ยมศกึ ษา นยิ มตงั้ ชอ่ื ใหม้ ี
ความกะทดั รดั และดงึ ดูดความสนใจจากผอู้ ่าน ผฟู้ ัง แตส่ ง่ิ ทค่ี วรคานึงถงึ คอื ผทู้ าโครงงานวทิ ยาศาสตร์
ตอ้ งเขา้ ใจปัญหาทส่ี นใจศกึ ษาอยา่ งแทจ้ รงิ อนั จะนาไปสกู่ ารเขา้ ใจวตั ถุประสงคข์ องการศกึ ษาอย่างแทจ้ รงิ
ดว้ ย เชน่
โครงงานวทิ ยาศาสตร์ ชอ่ื “ถุงพลาสตกิ พชิ ติ แมลงวนั ตวั น้อย” ซ่งึ ปัญหาเรอ่ื งทส่ี นใจศกึ ษา
คอื ถงุ น้าพลาสตกิ สามารถไลแ่ มลงวนั ทม่ี าตอมอาหารไดจ้ รงิ หรอื จากเร่อื งดงั กลา่ วผทู้ าโครงงาน
วทิ ยาศาสตร์ บางคนหรอื บางคณะอาจสนใจตงั้ ชอ่ื โครงงานวทิ ยาศาสตร์ วา่ “การศกึ ษาการไลแ่ มลงวนั ดว้ ย
ถุงน้าพลาสตกิ ” หรอื “ผลการใชถ้ ุงน้าพลาสตกิ ตอ่ การไลแ่ มลงวนั ” กเ็ ป็นได้
อยา่ งไรกต็ ามจะตงั้ ชอ่ื โครงการในแบบใด ๆ นนั้ ตอ้ งคานงึ ถงึ ความสามารถทจ่ี ะ
สอ่ื ความหมายถงึ วตั ถุประสงคท์ ต่ี อ้ งการศกึ ษาไดช้ ดั เจน
3
2. ผจู้ ดั ทาโครงงาน
การเขยี นชอ่ื ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงงานวทิ ยาศาสตร์ เป็นสง่ิ ดเี พอ่ื จะไดท้ ราบวา่ โครงงานนนั้ อยู่
ในความรบั ผดิ ชอบของใครและสามารถตดิ ตามไดท้ ใ่ี ด
3. ช่ืออาจารยท์ ี่ปรกึ ษาโครงงาน
การเขยี นชอ่ื ผใู้ หค้ าปรกึ ษาควรใหเ้ กยี รตยิ กยอ่ งและเผยแพร่ รวมทงั้ ขอบคุณทไ่ี ดใ้ ห้
คาแนะนาการทาโครงงานวทิ ยาศาสตรจ์ นบรรลเุ ป้าหมาย
4. ท่ีมาและความสาคญั ของโครงงาน
ในการเขยี นทม่ี าและความสาคญั ของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ผทู้ าโครงงานจาเป็นตอ้ ง
ศกึ ษา หลกั การทฤษฎเี กย่ี วกบั เรอ่ื งทส่ี นใจจะศกึ ษา หรอื พูดเขา้ ใจง่าย ๆ วา่ เรอ่ื งทส่ี นใจจะศกึ ษานนั้ ตอ้ งมี
ทฤษฎแี นวคดิ สนบั สนุน เพราะความรเู้ หลา่ น้จี ะเป็นแนวทางสาคญั ในเรอ่ื งตอ่ ไปน้ี
- แนวทางตงั้ สมมตฐิ านของเรอ่ื งทศ่ี กึ ษา
- แนวทางในการออกแบบการทดลองหรอื การรวบรวมขอ้ มลู
- ใชป้ ระกอบการอภปิ รายผลการศกึ ษา ตลอดจนเสนอแนะเพอ่ื นาความรู้
และ สงิ่ ประดษิ ฐใ์ หมท่ ค่ี น้ พบไปใชป้ ระโยชน์ตอ่ ไป
การเขยี นทม่ี าและความสาคญั ของโครงงาน คอื การอธบิ ายใหก้ ระจา่ งชดั วา่ ทาไม ตอ้ ง
ทา ทาแลว้ ไดอ้ ะไร หากไมท่ าจะเกดิ ผลเสยี อย่างไร ซง่ึ มหี ลกั การเขยี นคลา้ ยการเขยี นเรยี งความ ทวั่ ๆ ไป
คอื มคี านา เน้อื เร่อื ง และสรปุ
สว่ นท่ี 1 คานา :
เป็นการบรรยายถงึ นโยบาย เกณฑ์ สภาพทวั่ ๆ ไป หรอื ปัญหาทม่ี สี ว่ นสนบั สนุนให้
รเิ รม่ิ ทาโครงงานวทิ ยาศาสตร์
สว่ นท่ี 2 เน้อื เรอ่ื ง :
อธบิ ายถงึ รายละเอยี ดเชอ่ื มโยงใหเ้ หน็ ประโยชน์ของการทาโครงงานวทิ ยาศาสตร์ โดย
มี หลกั การ ทฤษฎสี นบั สนุนเร่อื งทศ่ี กึ ษา หรอื การบรรยายผลกระทบ ถา้ ไมท่ าโครงงานเร่อื งน้ี
สว่ นท่ี 3 สรปุ :
สรุปถงึ ความจาเป็นทต่ี อ้ งดาเนนิ การตามส่วนท่ี 2 เพอ่ื แกไ้ ขปัญหา คน้ ขอ้ ความรใู้ หม่
คน้ สง่ิ ประดษิ ฐใ์ หม่ใหเ้ ป็นไปตามเหตผุ ลสว่ นท่ี 1
4
5. วตั ถปุ ระสงคข์ องการทาโครงงาน
วตั ถุประสงค์ คอื กาหนดจดุ มุ่งหมายปลายทางทต่ี อ้ งการใหเ้ กดิ จากการทาโครงงาน
วทิ ยาศาสตร์ ในการเขยี นวตั ถปุ ระสงค์ ตอ้ งเขยี นใหช้ ดั เจน อา่ นเขา้ ใจงา่ ยสอดคลอ้ งกบั ชอ่ื โครงงาน หากมี
วตั ถปุ ระสงคห์ ลายประเดน็ ใหร้ ะบุเป็นขอ้ ๆ การเขยี นวตั ถปุ ระสงคม์ คี วามสาคญั ตอ่ แนวทาง การศกึ ษา
ตลอดจนขอ้ ความรทู้ ค่ี น้ พบหรอื สง่ิ ประดษิ ฐท์ ค่ี น้ พบนนั้ จะมคี วามสมบรู ณ์ครบถว้ น คอื ตอ้ งสอดคลอ้ ง
กบั วตั ถุประสงคท์ กุ ๆ ขอ้
6. สมมติฐานของการศึกษา
สมมตฐิ านของการศกึ ษา เป็นทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรท์ ผ่ี ทู้ าโครงงาน ตอ้ ง
ใหค้ วามสาคญั เพราะจะทาใหเ้ ป็นการกาหนดแนวทางในการออกแบบการทดลองไดช้ ดั เจนและรอบคอบ
ซง่ึ สมมตฐิ านกค็ อื การคาดคะเนคาตอบของปัญหาอยา่ งมหี ลกั และเหตุผล ตามหลกั การ ทฤษฎี รวมทงั้
ผลการศกึ ษาของโครงงานทไ่ี ดท้ ามาแลว้
7. ขอบเขตของการทาโครงงาน
ผทู้ าโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ตอ้ งใหค้ วามสาคญั ตอ่ การกาหนดขอบเขตการทาโครงงาน
เพ่อื ใหไ้ ดผ้ ลการศกึ ษาทน่ี ่าเชอ่ื ถอื ซง่ึ ไดแ้ ก่ การกาหนดประชากร กลมุ่ ตวั อย่าง ตลอดจนตวั แปรทศ่ี กึ ษา
1. การกาหนดประชากร และกล่มุ ตวั อยา่ งทศ่ี กึ ษา คอื การกาหนดประชากรทศ่ี กึ ษาอาจ
เป็นคนหรอื สตั วห์ รอื พชื ชอ่ื ใด กลุม่ ใด ประเภทใด อยทู่ ไ่ี หน เมอ่ื เวลาใด รวมทงั้ กาหนด กลุ่ม
ตวั อย่างทม่ี ขี นาดเหมาะสมเป็นตวั แทนของประชากรทส่ี นใจศกึ ษา
2. ตวั แปรทศ่ี กึ ษา การศกึ ษาโครงงานวทิ ยาศาสตร์ สว่ นมากมกั เป็นการศกึ ษา
ความสมั พนั ธเ์ ชงิ เหตแุ ละผล หรอื ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งตวั แปรตงั้ แต่ 2 ตวั แปรขน้ึ ไป การบอกชนดิ
ของ ตวั แปรอยา่ งถูกตอ้ งและชดั เจน รวมทงั้ การควบคมุ ตวั แปรทไ่ี มส่ นใจศกึ ษา เป็นทกั ษะ
กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตรท์ ผ่ี ทู้ าโครงงานตอ้ งเขา้ ใจ ตวั แปรใดทศ่ี กึ ษาเป็นตวั แปรตน้ ตวั แปรใดท่ี
ศกึ ษาเป็น ตวั แปรตาม และตวั แปรใดบา้ งเป็นตวั แปรทต่ี อ้ งควบคุมเพอ่ื เป็นแนวทางการออกแบบการ
ทดลอง ตลอดจนมผี ลตอ่ การเขยี นรายงานการทาโครงงานวทิ ยาศาสตรท์ ถ่ี กู ตอ้ ง สอ่ื ความหมายใหผ้ ฟู้ ัง
และ ผอู้ ่านใหเ้ ขา้ ใจตรงกนั
5
8. วิธีดาเนิ นการ
วธิ ดี าเนนิ การ หมายถงึ วธิ กี ารทช่ี ว่ ยใหง้ านบรรลตุ ามวตั ถปุ ระสงคข์ องการ
ทา โครงงาน ตงั้ แตเ่ รมิ่ เสนอโครงการกระทงั่ สน้ิ สุดโครงการ ซง่ึ ประกอบดว้ ย
1. การกาหนดประชากร กลมุ่ ตวั อยา่ งทศ่ี กึ ษา
2. การสรา้ งเครอ่ื งมอื เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
3. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
4. การวเิ คราะหข์ อ้ มลู
ในการเขยี นวธิ ดี าเนนิ การใหร้ ะบุกจิ กรรมทต่ี อ้ งทาใหช้ ดั เจนวา่ จะทาอะไรบา้ ง เรยี งลาดบั
กจิ กรรมกอ่ นและหลงั ใหช้ ดั เจน เพอ่ื สามารถนาโครงการไปปฏบิ ตั อิ ยา่ งตอ่ เน่อื งและถูกตอ้ ง
9. ผลท่ีคาดว่าจะได้รบั
ผลทค่ี าดวา่ จะไดร้ บั คอื การคาดหวงั ถงึ ผลการดาเนนิ การตามโครงการ ในการเขยี นตอ้ ง
คาดคะเนเหตกุ ารณ์วา่ เมอ่ื ไดท้ าโครงงานวทิ ยาศาสตรส์ น้ิ สุดลง ใครเป็นผไู้ ดร้ บั ประโยชน์อยา่ งไรและไดร้ บั
มากนอ้ ยเพยี งใด ผลทไ่ี ดร้ บั สอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงคท์ ศ่ี กึ ษา
10. แผนการกาหนดเวลาปฏิบตั ิงาน
การทาโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ตอ้ งกาหนดตารางเวลาดาเนินการทกุ ขนั้ ตอน เพราะ การ
ทาตารางเวลาจะเป็นประโยชน์ใหด้ าเนินการอย่างต่อเน่อื ง เป็นประโยชน์ตอ่ การตดิ ตามประเมนิ ผลการ
ดาเนินงานแต่ละขนั้ ตอน จนสน้ิ สดุ การทาโครงงานนนั้
11. เอกสารอ้างอิง
โครงงาน เอกสารอา้ งองิ คอื รายชอ่ื เอกสารทน่ี ามาอา้ งองิ เพ่อื ประกอบการทา
หลกั การ วทิ ยาศาสตร์ ตลอดจนการเขยี นรายงานการทาโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ควรเขยี นตาม
ทน่ี ยิ มกนั (การเขยี นเอกสารอา้ งองิ --