ลูกข่างมลายู
(ฆาซิงมลาย)ู
จังหวดั นราธวิ าส
ส�ำ นักงานวัฒนธรรมจังหวดั นราธวิ าส
กระทรวงวัฒนธรรม
1ลกู ข่างมลายู (ฆาซิงมลายู) จงั หวัดนราธิวาส
2 ลกู ข่างมลายู (ฆาซงิ มลาย)ู จงั หวัดนราธวิ าส
คำ�นำ�
จังหวดั นราธิวาสมีความหลากหลายทางศลิ ปวฒั นธรรมสบื ทอด
มายาวนาน บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของผู้คนและท้องถิ่น อีกทั้งเป็นสิ่ง
ที่แสดงออกถงึ ความภาคภูมิใจและความรกั ใครส่ ามัคคี
ลูกข่างมลายู (ฆาซิงมลายู) เป็นการละเล่นพ้ืนบ้านด้ังเดิมของ
คนนราธวิ าส ทมี่ คี วามแตกตา่ งจากลกู ขา่ งไมท้ ว่ั ไป และในปจั จบุ นั หาเลน่
ได้ยากแล้ว สำ�นักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส จึงได้จัดพิมพ์หนังสือ
ลูกข่างมลายู (ฆาซิงมลายู) โดยรวบรวมและเผยแพร่ความรู้ ขั้นตอน
การทำ� และการเล่นลูกข่างมลาย เพ่ือสร้างความตระหนักในคุณค่า
ของมรดกภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน และร่วมกันอนุรกั ษ์ ฟน้ื ฟู สืบสานเผยแพร่
คณุ คา่ และอตั ลกั ษณข์ องวฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ ทเ่ี ปน็ สว่ นหนง่ึ ของความเปน็
ชาติไทย
หวงั เปน็ อยา่ งยง่ิ วา่ หนงั สอื เลม่ นจ้ี ะอ�ำ นวยประโยชนแ์ กป่ ระชาชน
และผู้สนใจการละเล่นพื้นบ้าน และเป็นส่วนหนึ่งในการธำ�รงรักษาไว้
ซ่งึ มรดกภูมปิ ัญญาทท่ี รงคุณคา่ ของจังหวดั นราธิวาสสืบไป
สำ�นักงานวฒั นธรรมจงั หวดั นราธวิ าส
3ลูกขา่ งมลายู (ฆาซิงมลาย)ู จังหวดั นราธิวาส
สารบญั
คำ�น�ำ
สารบัญ หน้า
บทน�ำ ๕
ลกู ข่างมลายู ๖
เชือกส�ำ หรับหมนุ ลูกขา่ งมลายู ๘
การท�ำ ลูกข่างมลายู ๙
การหมุนลกู ขา่ งมลายู ๒๕
การแขง่ ขันลูกข่างมลายู ๒๗
คณุ คา่ และประโยชน์ของการละเลน่ ลกู ขา่ งมลายู ๓๔
ขอ้ มูลภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ ๓๕
คณะผ้จู ดั ท�ำ
4 ลูกข่างมลายู (ฆาซิงมลายู) จังหวัดนราธวิ าส
ลกู ขา่ งมลายู (ฆาซงิ มลายู)
บทนำ�
ลูกข่าง เป็นหน่ึงในการละเล่นไทยที่ได้รับการข้ึนทะเบียน
เป็นมรดกภูมิปญั ญาทางวฒั นธรรมของชาติ เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ลกู ข่าง
มีการเล่นกันในทุกภูมิภาคของประเทศมาเป็นระยะเวลานาน สำ�หรับ
ในภาคใต้ มีลูกข่างท่ีนิยมเล่นกันมากอยู่ ๒ ชนิด คือ ลูกข่างไทยและ
ลูกข่างมลายู โดยลูกข่างไทยจะนิยมเล่นกันในทุกพ้ืนที่ของภาคใต้
ส่วนลูกข่างมลายู หรือ ฆาซิงมลายู จะนิยมเล่นกันในจังหวัดชายแดน
ภาคใต้และบางรัฐของประเทศมาเลเซีย ซ่ึงในพ้ืนที่จังหวัดนราธิวาส
นิยมเล่นลูกข่างมลายูกันมากบริเวณอำ�เภอตากใบ อำ�เภอสุไหงโก-ลก
อำ�เภอสุไหงปาดี และอ�ำ เภอแวง้
ลูกข่างมลายูมีลักษณะที่แตกต่างจากลูกข่างไทย มีวิธีการ
แขง่ ขนั ทน่ี า่ สนใจ สรา้ งความสนกุ สนาน เรา้ ใจใหแ้ กผ่ ชู้ ม และการแขง่ ขนั
ลูกข่างมลายยู ังเปน็ การฝกึ การใช้สติปญั ญาและการวางแผน การท�ำ งาน
เป็นทีม ก่อให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะแก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน
จึงสมควรท่ีได้รับการศึกษาและจัดเก็บเป็นองค์ความรู้ และเผยแพร่
ประชาสมั พนั ธ์ให้เปน็ ที่รู้จกั ในวงกวา้ ง
5ลกู ข่างมลายู (ฆาซงิ มลาย)ู จงั หวดั นราธิวาส
ลูกข่างมลายู
ลูกข่างมลายูส่วนใหญ่จะทำ�ด้วยไม้เน้ือแข็งท่ีมีความเหนียว
เพราะเม่ือเล่นลูกข่างตีกันแล้ว จะทำ�ให้ลูกข่างแตกหักได้ยาก ไม้ท่ีนิยม
น�ำ มาท�ำ ลกู ขา่ ง เชน่ ไมย้ วน ไม้ตอแล ไมม้ าเนาะ เป็นต้น
ตวั ลกู ขา่ งมลายมู ลี กั ษณะคลา้ ยลกู หมาก มสี ว่ นประกอบ ๓ สว่ น
คือ สว่ นหัว ส่วนตวั และสว่ นทา้ ย โดยส่วนตวั ของลูกข่างจะโต แล้วเรียว
แหลมไปทางหัวและทา้ ย แต่ส่วนหัวจะสน้ั กว่าส่วนทา้ ย
บริเวณส่วนหัวจะมีการบากส่วนหัวเข้าไปโดยรอบ เป็นเนิน
ตรงกลาง ลกั ษณะเปน็ ปมุ่ เรยี กวา่ “หวั ลกู ขา่ ง” เพอ่ื ใชส้ �ำ หรบั การเรม่ิ ตน้
พนั เชอื ก การพนั เชอื กของลกู ขา่ งมลายจู ะใชเ้ ชอื กพนั ทส่ี ว่ นหวั ของลกู ขา่ ง
ทงั้ หมด ส่วนท้ายของลูกขา่ ง อาจมเี ดือยสัน้ ๆ หรอื ไม่มีกไ็ ด้ ซ่ึงแกนหมนุ
ของลูกข่าง คือเดือยหรอื กน้ ของลูกข่างนน่ั เอง
หวั ลูกขา่ ง ส่วนหวั
ส่วนตัว
สว่ นท้าย
เดอื ย
6 ลกู ข่างมลายู (ฆาซงิ มลาย)ู จงั หวัดนราธิวาส
เส้นผ่านศูนยก์ ลาง
๓.๒ นิ้ว
ความสูง
๕ น้ิว
ลูกข่างมลายูมีหลากหลายขนาด ข้ึนอยู่กับวัตถุประสงค์
ในการเลน่ หากเปน็ ลกู ขา่ งทที่ �ำ ขน้ึ เพอ่ื ใหเ้ ดก็ เลน่ จะมขี นาดทค่ี อ่ นขา้ งเลก็
และทำ�จากไม้ที่มีนำ้�หนักเบา แต่หากเป็นลูกข่างที่ใช้ในการแข่งขัน
จะมขี นาดทค่ี อ่ นขา้ งใหญแ่ ละมีน�้ำ หนกั มาก เพ่ือความได้เปรยี บ ในการ
เข้าตีลูกข่างฝ่ายตรงข้าม ลูกข่างที่นิยมใช้ในการแข่งขันมีขนาดเส้นรอบ
ลูกข่าง ๑๐ นิ้ว เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๓.๒ น้ิว ความสูงต้ังแต่
หัวลกู ขา่ งไปถงึ เดอื ย ประมาณ ๕ น้ิว
7ลูกขา่ งมลายู (ฆาซิงมลาย)ู จังหวดั นราธวิ าส
เชอื กสำ�หรับหมุนลูกข่างมลายู
เชือกสำ�หรับหมุนลูกข่างมลายู จะใช้เชือกที่มีความเหนียว
และอ่อนตัวได้ดี โดยส่วนใหญ่นิยมทำ�จากเปลือกของต้นไม้
เช่น เปลือกของเถาย่านดาโอ๊ะ เปลือกของต้นกฤษณา เปลือก
ของต้นปอฟาน เป็นต้น ซึ่งหลังจากได้เปลือกไม้มาแล้ว จะนำ�ไปตาก
ใหแ้ หง้ กอ่ นจะนำ�ไปฟ่ันให้มขี นาดความหนาประมาณ ๓ – ๕ มลิ ลเิ มตร
และมคี วามยาวประมาณ ๒ เมตร ทง้ั นีใ้ นพ้ืนท่หี าเปลอื กไมย้ าก สามารถ
น�ำ ผา้ มาใชแ้ ทนได้ ปลายดา้ นหนง่ึ ของเชอื กจะท�ำ ใหเ้ ปน็ หว่ งคลอ้ งนวิ้ กอ้ ย
ของผเู้ ลน่ เพอ่ื ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้เชือกหลุดออกจากมอื ในขณะทอี่ อกแรงหมุน
ลกู ขา่ ง
8 ลกู ขา่ งมลายู (ฆาซิงมลายู) จงั หวัดนราธิวาส
การทำ�ลกู ข่างมลายู
นายเจะ๊ สอื แม ดอเลาะ อายุ ๕๔ ปี เจา้ ของภมู ปิ ญั ญาดา้ นการท�ำ
ลูกข่างมลายูจากบ้านโผลง หมู่ที่ ๕ ตำ�บลโต๊ะเด็ง อำ�เภอสุไหงปาดี
จังหวัดนราธิวาส ได้รับการถ่ายทอดวิธีการทำ�ลูกข่างโดยการใช้
เคร่อื งกลึงพ้นื บา้ นจากครูภูมิปญั ญาในชุมชนตัง้ แต่วยั เยาว์ เปน็ ผู้ท่ีสัง่ สม
ประสบการณ์ในการทำ�และการเล่นลูกข่างมลายูมานานกว่า ๔๐ ปี
เป็นผู้ถ่ายทอดข้อมูลการทำ�ลูกข่างมลายู เพ่ือสืบสานภูมิปัญญาด้าน
การละเลน่ พืน้ บา้ นของชุมชนใหย้ ังคงอยูต่ ่อไป
อุปกรณท์ ำ�ลูกข่างมลายู
๑. เครอ่ื งกลงึ พน้ื บ้าน
9ลูกข่างมลายู (ฆาซิงมลาย)ู จงั หวดั นราธิวาส
๒. สวิ่ หรือเหล็กแหลม
๓. พรา้ หรอื เลือ่ ย
10 ลกู ข่างมลายู (ฆาซิงมลายู) จงั หวดั นราธิวาส
๔. ค้อน
๕. ตะปู
11ลูกข่างมลายู (ฆาซงิ มลายู) จังหวดั นราธวิ าส
๖. กระดาษทราย
๗. แล็กเกอร์
12 ลกู ข่างมลายู (ฆาซิงมลายู) จังหวดั นราธิวาส
ข้นั ตอนการทำ�ลกู ขา่ ง
๑. หาไม้เนอ้ื แข็ง ตัดให้เป็นท่อน ความยาวประมาณ ๗-๘ น้วิ
๒. ตดั แตง่ ใหม้ ลี กั ษณะเป็นทรงกระบอก
13ลกู ข่างมลายู (ฆาซิงมลาย)ู จงั หวัดนราธิวาส
๓. นำ�ท่อนไม้ทรงกระบอกท่ีเตรียมไว้ใส่ประกอบกับเคร่ืองกลึง
โดยใช้เชือกไนลอนด้านท่ีผูกติดกับยางยืดจากคานมาพันรอบท่อนไม้
ท่ีเตรียมไว้ พันให้เกลียวเชือกค่อนไปทางด้านใดด้านหน่ึง และใช้เหล็ก
ยึดท่ดี า้ นหัวและท้ายของท่อนไมก้ บั เครอ่ื งกลึงใหแ้ นน่
๔. นำ�ปลายเชือกอีกด้านผูกกับไม้เพื่อทำ�คันเหยียบ หรือ
ท�ำ เปน็ ห่วงเพื่อสอดเทา้ เหยยี บ
14 ลูกขา่ งมลายู (ฆาซงิ มลายู) จงั หวัดนราธวิ าส
๕. ทำ�การเหยียบคันเหยียบลง ซ่ึงจะทำ�ให้ยางยืดยืดตัว เชือก
จะถูกดึงลงด้านล่าง และทำ�ให้เกลียวเชือกหมุนตัว ซ่ึงทำ�ให้ท่อนไม้
หมนุ ตาม และเมอื่ ปลอ่ ยคนั เหยยี บคนื ยางยดื จะหดตวั ท�ำ ใหเ้ กลยี วเชอื ก
หมุนตัวกลับ และท่อนไม้จะหมุนอีกคร้ังหน่ึง การเหยียบและปล่อย
คันเหยียบเป็นจังหวะทำ�ให้ท่อนไม้ท่ีจะกลึง มีลักษณะหมุนกลับไป
กลับมาอยา่ งตอ่ เน่ือง
15ลูกขา่ งมลายู (ฆาซิงมลาย)ู จงั หวดั นราธิวาส
๖. น�ำ สว่ิ หรอื เหลก็ แหลม ท�ำ การกลงึ ทบ่ี รเิ วณทอ่ นไมค้ อ่ ย ๆ กลงึ
จนไดร้ ูปทรงของลกู ข่างทีต่ อ้ งการ
16 ลูกข่างมลายู (ฆาซิงมลายู) จังหวดั นราธิวาส
๗. น�ำ ทอ่ นไมอ้ อกจากเครอื่ งกลงึ ตดั บรเิ วณหวั และทา้ ยดว้ ยเลอ่ื ย
ใช้พร้าตัดแต่งส่วนหัวและท้ายของลูกข่างให้สวยงาม ก็จะได้ลูกข่าง
ตามรูปทรงทตี่ อ้ งการ
๘. ตอกตะปูทกี่ น้ ของลูกขา่ ง
17ลกู ข่างมลายู (ฆาซงิ มลายู) จังหวัดนราธวิ าส
๙. ใช้เลื่อยตัดตะปูส่วนเกินออก ตอกตะปูส่วนที่เหลือเข้าไป
ในตวั ลกู ขา่ ง โดยใหม้ สี ว่ นทยี่ นื่ ออกมาเปน็ เดอื ยประมาณ ๒ – ๓ มลิ ลเิ มตร
18 ลกู ขา่ งมลายู (ฆาซงิ มลาย)ู จงั หวัดนราธิวาส
๑๐. ตกแต่งบรเิ วณส่วนทา้ ยลกู ขา่ งให้เรยี บร้อย
๑๑. น�ำ กระดาษทรายมาขัดผิวลูกขา่ งใหเ้ รยี บและสวยงาม
19ลูกขา่ งมลายู (ฆาซงิ มลายู) จังหวัดนราธวิ าส
๑๒. ทาด้วยแล็กเกอร์เพื่อรักษาสภาพลูกข่างและทำ�ให้ลูกข่าง
ดสู วยงาม
๑๓. รอจนแล็กเกอรแ์ ห้ง จะได้ลูกข่างพร้อมเล่น
20 ลกู ขา่ งมลายู (ฆาซงิ มลาย)ู จงั หวัดนราธวิ าส
ขนั้ ตอนการทำ�เชอื กสำ�หรับหมนุ ลูกขา่ ง
๑. หาเถาวัลย์ท่ีมีคุณสมบัติความเหนียว ตัดเถาวัลย์ให้มีขนาด
ความยาวประมาณ ๒ – ๓ เมตร
21ลูกข่างมลายู (ฆาซิงมลาย)ู จังหวัดนราธิวาส
๒. ฉกี เถาวลั ย์ ลอกเปลอื กดา้ นนอกทแี่ หง้ และแขง็ ออก เอาเฉพาะ
เปลือกส่วนด้านในทมี่ คี วามเหนยี ว
๓. น�ำ ไปตาก ประมาณ ๒-๓ ชัว่ โมง จนกระท่งั แห้ง
22 ลูกข่างมลายู (ฆาซงิ มลายู) จงั หวดั นราธวิ าส
๔. นำ�มาฟั่นเป็นเกลียวเพื่อเพิ่มขนาดและความเหนียวให้แก่
เชือก โดยแบง่ เส้นเปลอื กเถาวลั ย์ออกเปน็ ๓ ส่วน คอ่ ย ๆ ฟ่ันเขา้ หากัน
จนกระท่ังสดุ ปลายเสน้
23ลูกข่างมลายู (ฆาซงิ มลายู) จังหวัดนราธวิ าส
๕. ท่ีปลายด้านหนึ่งของเชือก ทำ�เป็นห่วงให้มีขนาดท่ีสามารถ
สอดนว้ิ เขา้ ไปได้ จะได้เชอื กพรอ้ มสำ�หรับการเล่นลูกขา่ ง
24 ลกู ขา่ งมลายู (ฆาซิงมลาย)ู จังหวัดนราธิวาส
การหมุนลูกข่างมลายู
การหมุนลูกขา่ งมลายู มี ๒ แบบ คอื
๑. การหมุนแบบหนั ส่วนหัวลกู ข่างขึ้น
เป็นวิธีการหมุนลูกข่างที่ทำ�ได้ง่าย เหมาะสำ�หรับคนที่เพิ่ง
หัดเล่นลูกข่าง ซึ่งในการหมุนลูกข่างจะใช้เชือกพันรอบลูกข่างแล้ว
ใช้มือจับลูกข่างในลักษณะให้ส่วนหัวหันข้ึนด้านบน แล้วปล่อยลูกข่าง
ไปด้านหน้าลงสู่พ้ืนพร้อมกระตุกเชือกกลับแรง ๆ ลูกข่างจะตกลงสู่พ้ืน
ในลักษณะเอาส่วนท้ายทีม่ ีเดอื ยลง
25ลูกข่างมลายู (ฆาซิงมลายู) จังหวดั นราธวิ าส
๒. การหมุนแบบหันส่วนท้ายลกู ขา่ งข้นึ
เป็นการหมุนลูกข่างที่ค่อนข้างยาก ส่วนใหญ่การเล่นรูปแบบนี้
ผู้ท่ีเล่นมีความชำ�นาญแล้ว ซึ่งเป็นการหมุนลูกข่างโดยใช้เชือก
พับรอบหัวลูกข่างลงไปจนสุดเชือก แล้วใช้มือจับลูกข่างในลักษณะ
ให้ส่วนท้ายท่ีมีเดือยหันขึ้นด้านบน จับลูกข่างยกแขนข้ึนเหนือศีรษะ
แล้วขว้างลูกข่างลงพื้นพร้อมกับสะบัดมือเพ่ือกลับด้าน ให้ส่วนท้าย
ท่ีมีเดือยลูกข่างลงสู่พื้น ซ่ึงลูกข่างจะตกลงสู่พ้ืนด้วยความแรง ดังนั้น
ผเู้ ขา้ รว่ มแขง่ ขนั ลกู ขา่ งทกุ คนจะใชร้ ปู แบบการหมนุ ลกั ษณะนใ้ี นการแขง่
26 ลกู ขา่ งมลายู (ฆาซงิ มลาย)ู จงั หวัดนราธวิ าส
การแขง่ ขันลูกขา่ งมลายู
นายซือตอปา มามะ อายุ ๕๗ ปี ประธานกลุ่มการละเล่น
พนื้ บา้ นอำ�เภอสไุ หงปาดี ผูเ้ ชยี่ วชาญด้านการละเล่นพน้ื บา้ น โดยเฉพาะ
อย่างย่ิงในด้านการแข่งขันและร่วมเป็นกรรมการในการแข่งขันลูกข่าง
มายาวนานกว่า ๔๐ ปี เป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันลูกข่างมลายู
โดยมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี
สนามแข่งขนั ลูกขา่ งมลายู
ในจังหวัดนราธิวาสนิยมแข่งขันลูกข่างมลายูบนลานดินหรือ
สนามแขง่ ขนั ทเี่ ปน็ ดนิ แขง็ โดยท�ำ การตเี สน้ สนามทใ่ี ชแ้ ขง่ ใหม้ คี วามกวา้ ง
๕ เมตร ยาว ๑๖ เมตร และแบง่ สนามตามความยาวเป็น ๔ ส่วน สว่ นละ
๔ เมตร ตเี ส้นวงกลมขนาดเส้นผ่าศนู ยก์ ลางประมาณ ๒ เมตร ในสว่ นที่
กำ�หนดเปน็ จุดขวา้ งลกู ขา่ ง
27ลกู ขา่ งมลายู (ฆาซงิ มลาย)ู จังหวดั นราธิวาส
สนามแขง่ ขนั ลกู ข่างมลายู
28 ลกู ขา่ งมลายู (ฆาซงิ มลาย)ู จงั หวดั นราธิวาส
ผเู้ ขา้ ร่วมแข่งขันลูกข่างมลายู
ในการแขง่ ขนั ลกู ขา่ งมลายจู ะแบง่ ผเู้ ลน่ ออกเปน็ ๒ ทมี คอื ทมี ตงั้
และทมี ตี ไมม่ กี ารก�ำ หนดจ�ำ นวนผเู้ ขา้ รว่ มแขง่ ขนั ทตี่ ายตวั โดยจะก�ำ หนด
เป็นเลขค่ี เช่น ๓ คน ๕ คน ๗ คน เป็นต้น ส่วนใหญ่จะนิยมกำ�หนด
ผเู้ ข้ารว่ มแข่งขนั ทมี ละ ๕ คน
การตรวจสอบลกู ข่าง
ก่อนการแข่งขัน ผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกคน ต้องนำ�ลูกข่างของตน
มาทำ�การตรวจสอบขนาด โดยนำ�ลูกข่างมาลอดช่องตรวจสอบขนาด
ลูกข่าง ซ่ึงเจาะเป็นวงกลมขนาดประมาณ ๓.๓ นิ้ว เพ่ือให้ลูกข่างท่ีมี
ขนาดที่กำ�หนดสามารถผ่านไปได้ ซึ่งโดยปกติแล้วในการแข่งขันนิยมใช้
ลกู ขา่ งทมี่ ขี นาดเสน้ รอบลกู ขา่ ง ๑๐ นวิ้ หรอื มเี สน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางประมาณ
๓.๒ นิ้ว หากมีลูกข่างของผู้ร่วมแข่งขันคนไหนติดช่องดังกล่าว ต้องหา
ลูกข่างอืน่ มาสับเปล่ียนแทนทันที
29ลูกขา่ งมลายู (ฆาซิงมลาย)ู จังหวดั นราธวิ าส
ขนั้ ตอนการแข่งขนั
ก่อนการแข่งขันจะทำ�การตกลงกันว่าทีมใดจะเป็นทีมต้ังและ
ทมี ใดจะเปน็ ทมี ตี โดยจะสง่ ตวั แทนทมี ละ ๑ คน มาหมนุ ลกู ขา่ งพรอ้ มกนั
ลกู ขา่ งของทมี ใดหยดุ หมนุ กอ่ น ทมี นนั้ จะเปน็ ทมี ตง้ั ลกู ขา่ งกอ่ น หลงั จาก
ไดท้ ีมตง้ั และทีมตแี ล้ว เรม่ิ การแขง่ ขันได้
๑. ทมี ตง้ั สง่ ตวั แทนคนที่ ๑ ประจำ�จดุ ขวา้ งลกู ขา่ ง และขวา้ ง
ลูกข่างให้หมุนภายในวงกลม
30 ลกู ขา่ งมลายู (ฆาซิงมลาย)ู จังหวดั นราธวิ าส
๒. ทีมตี ส่งตัวแทนคนท่ี ๑ เข้าตีลูกข่างของทีมต้ังท่ีอยู่ภายใน
วงกลม
หากตีโดนจะได้คะแนน โดยคะแนนท่ีได้ข้ึนอยู่กับระยะ
ความไกลของลูกข่างที่กระเดน็ ไป ดังน้ี
- หากลูกข่างกระเด็นออกนอกเส้นวงกลมแต่อยู่ในระยะไม่เกิน
๔ เมตร ได้ ๑ คะแนน
- หากลกู ขา่ งกระเดน็ ไปไกลเกนิ ระยะ ๔ เมตร แตไ่ มเ่ กนิ ๘ เมตร
ได้ ๒ คะแนน
- หากลูกข่างกระเด็นไปไกลเกินระยะ ๘ เมตร แต่ไม่เกิน
๑๒ เมตร ได้ ๓ คะแนน
- หากลูกข่างกระเด็นไปไกลเกินระยะ ๑๒ เมตรข้ึนไป จะได้
๕ คะแนน
แต่ถ้าตัวแทนทีมตี ตีไม่โดนลูกข่างทีมตั้ง ถือว่าไม่ได้คะแนน
ในการเขา้ ตีครั้งน้ัน
31ลูกข่างมลายู (ฆาซิงมลายู) จงั หวดั นราธิวาส
ระยะคะแนนในการตีลกู ขา่ ง
32 ลกู ขา่ งมลายู (ฆาซงิ มลาย)ู จงั หวดั นราธิวาส
๓. ทีมตั้งและทีมตี ส่งตัวแทนคนต่อไปทำ�การหมุนตั้งลูกข่าง
ภายในวงกลมและเขา้ ตี ตามลำ�ดับ จนครบทุกคน
๔. สลับตำ�แหน่งในการเลน่ ให้ทีมต้งั เปลี่ยนเปน็ ทมี ตี และทีมตี
เป็นทมี ตง้ั ดำ�เนนิ การแข่งขันในลักษณะเดียวกนั จนกระทง่ั ครบทุกคน
๕. ทำ�การรวมคะแนน ทีมที่มีคะแนนมากท่ีสุดเป็นฝ่ายชนะ
เป็นอนั สิน้ สุดการแข่งขัน
33ลกู ข่างมลายู (ฆาซงิ มลายู) จงั หวดั นราธวิ าส
คุณค่าและประโยชนข์ องการละเล่นลูกขา่ งมลายู
๑. ทางร่างกาย การขว้างลูกข่างมลายูทำ�ให้ผู้เล่นได้ฝึก
การขว้างที่แม่นยำ� เป็นการออกกำ�ลังกายของแขน ทำ�ให้แขนมีความ
แข็งแรง และฝึกความสัมพันธ์ในการทำ�งานของอวัยวะร่วมกันระหว่าง
มือ แขน และสายตา
๒. ทางจิตใจ ในการเล่นลูกข่างมลายู ผู้เล่นจะรู้สึกเพลิดเพลิน
ไปกับการขว้างลูกข่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขันหากสามารถ
ขว้างตีลูกข่างของทีมคู่ต่อสู้ได้ จะทำ�ให้รู้สึกสนุกและมีความม่ันใจ
ในการเลน่ ลูกข่างมากขึน้
๓. ทางอารมณ์ การเล่นลกู ขา่ งมลายูชว่ ยให้เกดิ ความผ่อนคลาย
ความเครียดทางอารมณ์ให้กับผู้เล่น บางครั้งอาจจะมีจังหวะท่ีเล่นไม่ได้
ตามเปา้ ทว่ี างไว้ ผเู้ ลน่ ตอ้ งรจู้ กั ขม่ อารมณ์ เกบ็ ความรสู้ กึ ถอื เปน็ การฝกึ ฝน
การบรหิ ารอารมณข์ องผเู้ ล่น
๔. ทางสติปัญญา การขว้างลูกข่างมลายูถือเป็นเทคนิคเฉพาะ
ที่ต้องมีการฝึกฝนและต้องใช้การวางแผนว่าจะตีลูกข่างคู่ต่อสู้ไปใน
ทิศทางใด เพอ่ื จะไดค้ ะแนนในการแขง่ ขันมากท่สี ดุ
๕. ทางสังคม การเล่นลูกข่างแบบเป็นทีม ทำ�ให้เกิดการสร้าง
ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และในการระหว่างการเล่น คะแนนของ
ทีมอาจไมเ่ ปน็ ไปตามแผนทวี่ างไว้ เป็นการฝกึ ใหผ้ ู้เล่นยอมรับตามสภาพ
ความเปน็ จริง ฝกึ การรู้แพ้ ร้ชู นะ รูอ้ ภัย และมีนำ้�ใจนักกฬี า
34 ลกู ขา่ งมลายู (ฆาซิงมลาย)ู จังหวัดนราธิวาส
ข้อมูลภูมปิ ัญญาทอ้ งถิ่น
ด้านการละเล่นลกู ข่างมลายู (ฆาซิงมลายู)
ชือ่ -สกุล นายซือตอปา มามะ
วนั เดือนปี เกิด ๑๔ มีนาคม ๒๕๐๗
อายุ ๕๗ ปี
ท่อี ย ู่ ๒๓๗/๔ หมู่ท่ี ๖ ต�ำ บลปะลรุ ู อ�ำ เภอสไุ หงปาดี
จังหวัดนราธิวาส
ประสบการณ ์ เป็นผูเ้ ช่ียวชาญดา้ นการละเล่นและภูมปิ ญั ญาพนื้ บา้ น
หลายแขนง เชน่ ลกู ขา่ งมลายู ว่าว กรอื โต๊ะ สิละ
หนงั ตะลงุ การท�ำ ตะกรา้ หวาย เป็นต้น
รว่ มกบั หน่วยงานภาครฐั ในการถา่ ยทอดภมู ิปญั ญา
พื้นบา้ นให้แก่เดก็ และเยาวชนในพนื้ ท่ีอำ�เภอสไุ หงปาดี
ปจั จบุ ันเป็นประธานกลุ่มการละเลน่ พ้ืนบา้ น
อำ�เภอสไุ หงปาดี
35ลกู ข่างมลายู (ฆาซิงมลาย)ู จังหวัดนราธิวาส
ข้อมูลภูมิปญั ญาทอ้ งถนิ่
ดา้ นการละเล่นลกู ข่างมลายู (ฆาซงิ มลายู)
ชื่อ-สกลุ นายเจะ๊ สอื แม ดอเลาะ
วนั เดอื นปเี กดิ ๒ มกราคม ๒๕๑๐
อาย ุ ๕๔ ปี
ที่อยู่ ๔๓/๒ หมู่ท่ี ๕ ตำ�บลโตะ๊ เดง็ อ�ำ เภอสุไหงปาดี
จังหวัดนราธวิ าส
ประสบการณ ์ เปน็ ผูไ้ ดร้ ับการถ่ายทอดการทำ�ลูกข่างโดยการใช ้
เครื่องกลึงพ้นื บา้ นจากภูมปิ ญั ญาภายในชุมชนตง้ั แต่
วยั เยาว์ สง่ั สมประสบการณ์ในการท�ำ และ
แข่งขันลกู ข่างมลายูมานานกวา่ ๔๐ ปี
ปัจจบุ นั เปน็ ภูมปิ ญั ญาถ่ายทอดเรื่องราว การทำ�และ
การเล่นลูกข่างใหเ้ ด็กและเยาวชนในพื้นท่ี
อำ�เภอสไุ หงปาดี
36 ลูกขา่ งมลายู (ฆาซงิ มลาย)ู จังหวดั นราธวิ าส
คณะผจู้ ัดทำ�
ทปี่ รึกษา วฒั นธรรมจงั หวดั นราธวิ าส
นกั วิชาการวัฒนธรรมชำ�นาญการพเิ ศษ
นางสาวสุกญั ญา โพธเิ สถยี ร นกั วิชาการวฒั นธรรมชำ�นาญการพิเศษ
นางไพฤดี บัวสว่าง
นางสาวแวซยั นะห์ แวมูซอ
ผ้จู ัดทำ�ตน้ ฉบบั /พสิ จู น์อักษร
นายอนชุ า ลอื แมะ นักวชิ าการวฒั นธรรมช�ำ นาญการ
นายสมมาตร เทพพรหม นักวชิ าการวฒั นธรรมช�ำ นาญการ
นายวสนั ต์ ญาติพัฒ นกั วชิ าการวฒั นธรรมปฏบิ ตั กิ าร
ผเู้ รยี บเรยี งขอ้ มลู นกั วิชาการวฒั นธรรมชำ�นาญการ
นายสมมาตร เทพพรหม
ผู้จดั เก็บขอ้ มูล นกั วิชาการวฒั นธรรมช�ำ นาญการ
อาสาสมคั รวัฒนธรรม
นายสมมาตร เทพพรหม ประจ�ำ อ�ำ เภอสไุ หงปาดี
นายวรสินธ ์ เจะ๊ เงา๊ ะ
37ลกู ขา่ งมลายู (ฆาซิงมลายู) จงั หวดั นราธิวาส
ขอขอบคณุ
นายสุกร ี ยาการียา ผใู้ หญ่บ้านหมู่ที่ ๕ บ้านโผลง
ต�ำ บลโตะ๊ เดง็ อำ�เภอสุไหงปาดี
จังหวัดนราธวิ าส
นางนูรีซา สอเหรบ เลขานกุ ารสภาวัฒนธรรม
อ�ำ เภอสุไหงปาดี
โรงเรียนบา้ นตาเซะใต้ ตำ�บลปะลรุ ู อำ�เภอสไุ หงปาดี จงั หวดั นราธิวาส
ศนู ย์ปฏิบัตกิ ารอำ�เภอสไุ หงปาดี
สภาวัฒนธรรมอำ�เภอสไุ หงปาดี
สภาวัฒนธรรมต�ำ บลโตะ๊ เด็ง
สภาวัฒนธรรมต�ำ บลปะลุรู
สำ�นักงานวัฒนธรรมจงั หวัดนราธิวาส
ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (หลังเกา่ ) ถนนพชิ ิตบำ�รงุ ตำ�บลบางนาค
อำ�เภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธวิ าส ๙๖๐๐๐
โทรศัพท์ : ๐ ๗๓๕๑ ๒๘๓๓ โทรสาร : ๐ ๗๓๕๑ ๑๖๕๐
E-mail : [email protected]
38 ลูกขา่ งมลายู (ฆาซิงมลาย)ู จงั หวัดนราธิวาส
39ลกู ขา่ งมลายู (ฆาซงิ มลาย)ู จงั หวัดนราธิวาส
40 ลกู ขา่ งมลายู (ฆาซงิ มลาย)ู จงั หวัดนราธวิ าส