The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kitsana Suedee, 2022-06-01 10:40:04

E-book กลุ่ม1 ห้องA

E-book กลุ่ม1 ห้องA

การคุมกำเนิดแบบใช้ฮอร์โมน
และการป้องกันโรคติดต่อ
ทางเพศสัมพันธ์

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิด
ฮอร์โมนรวม
ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิด
ฮอร์โมนเดี่ยว
ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน

ยาฉีดคุมกำเนิด

ยาฝังคุมกำเนิด

โรคเอดส์

ไวรัสตับอักเสบ บี

โรคเชื้อราในช่องคลอด

การคุมกำเนิด
(CONTRACEPTION / BIRTH CONTROL)

หมายถึง เทคนิคและวิธีการที่ใช้ในการป้องกันการปฏิสนธิของไข่
และอสุจิหรือขัดขวางการตั้งครรภ์

การคุมกำเนิด สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

การคุมกำเนิดแบบถาวร (Permanent contraception)
การคุมกำเนิดแบบชั่วคราว (Temporary contraception)
โดยที่การคุมกำเนิดแบบชั่วคราว สามารถแบ่งออกได้อีกเป็น
แบบใช้ฮอร์โมนและไม่ใช้ฮอร์โมน

การใช้ฮอร์โมน
(Hormonal contraception)

เป็นการคุมกำเนิดโดยใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์ที่ทำเลียนแบบ
ฮอร์โมนในร่างกายของเพศหญิง คือ เอสโตรเจนและโปรเจส
โตเจน บางชนิดอาจจะต้องใช้ฮอร์โมนทั้งสองอย่าง แต่บาง
ชนิดก็มีฮอร์โมนเพียงชนิดเดียว โดยรวมแล้วการคุมกำเนิด
โดยใช้ฮอร์โมนแต่ละวิธีมีข้อดีอยู่มาก ให้ผลในการป้องกันสูง
แต่ก็มีข้อเสียหรือผลข้างเคียงบ้างเล็กน้อยเช่นเดียวกัน

ซึ่งการคุมกำเนิดแบบใช้ฮอร์โมน มีตัวอย่าง ดังต่อไปนี้

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม
(combined oral contraceptive pills)

ตัวยาสำคัญในยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดแผง 21 เม็ดกับ 28 เม็ด ต่างกันอย่างไร?

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมออกฤทธิ์อย่างไร?
จะเริ่มต้นรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมได้เมื่อไร?

อาการไม่พึงประสงค์ของยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม

เมื่อลืมรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมจะแก้ไขอย่างไร?

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม
(combined oral contraceptive pills)

1. ตัวยาสำคัญในยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม

ฮอร์โมนในกลุ่มเอสโตรเจนที่มีในยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมอาจส่วนใหญ่มักเป็น ethinyl estradiol
ซึ่งในอดีตมีปริมาณยาค่อนข้างสูงทำให้มีอาการไม่พึงประสงค์มาก ปัจจุบันมีปริมาณ ethinyl estradiol
ไม่เกิน 35 ไมโครกรัมการใช้เอสโตรเจนขนาดต่ำจะลดอาการไม่พึงประสงค์ได้มาก

ฮอร์โมนในกลุ่มโพรเจสตินที่มีในยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมนั้นอาจเป็นlevonorgestrel,
norethisterone, drospirenone, nomegestrol, หรือ cyproterone acetate ฮอร์โมนเหล่านี้ให้ผลป้องกัน
การตั้งครรภ์ได้พอๆ กันยาบางชนิด เช่น cyproterone acetate มีฤทธิ์ต้านแอนโดรเจน
(anti-androgenic effect) จึงอาจเป็นข้อดีในผู้หญิงที่หน้ามันหรือเป็นสิว

2. ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดแผง 21 เม็ดกับ 28 เม็ด ต่างกันอย่างไร?

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมแผงละ 21 เม็ด ทุกเม็ดจะมีตัวยาทั้งหมด
รับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน วันละ 1 เม็ด จนหมดแผงแล้วหยุด 7 วัน
ก่อนเริ่มแผงใหม่ หลังหยุดยาประมาณ 1-3 วันจะเริ่มมีประจำเดือน

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมแผงละ 28 เม็ด โดยทั่วไปมีตัวยาฮอร์โมนจำนวน
21 เม็ดและ “เม็ดแป้ง” อีก 7 เม็ด ซึ่งจะมีสี หรือขนาดเม็ดที่แตกต่างจากเม็ดที่มีตัวยา
รับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน วันละ 1 เม็ด จนหมดแผงแล้วขึ้นแผงใหม่
ต่อเนื่องกันไป ช่วงที่รับประทานเม็ดแป้งไปประมาณ 1-3 เม็ดจะเริ่มมีประจำเดือนมา

3. ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมออกฤทธิ์อย่างไร?

ออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญและมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการตั้งครรภ์ นอกจากนี้ยัง
ลดการสร้างเมือกและเพิ่มความหนืดของเมือกปากมดลูกซึ่งทำให้ตัวอสุจิไม่อาจเดินทางไปปฏิสนธิกับไข่
เพิ่มการบีบตัวของท่อนำไข่เพิ่มการบีบตัวของมดลูกซึ่งทำให้ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วมาถึงโพรงมดลูกในเวลาที่
ไม่เหมาะสมในการฝังตัวตลอดจนทำให้เยื่อบุมดลูกไม่พร้อมที่จะรับการฝังตัวของตัวอ่อน การออกฤทธิ์ของยา
เริ่มต้นตั้งแต่รับประทานยาเม็ดแรกและต้องรับประทานต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนหมดแผงจึงมีฤทธิ์คุมกำเนิด
ได้อย่างต่อเนื่อง

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม
(combined oral contraceptive pills)

4. จะเริ่มต้นรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมได้เมื่อไร?

โดยทั่วไปผู้ที่มีประจำเดือนมาปกติและสม่ำเสมอ เมื่อเริ่มรับประทานยาเป็นครั้งแรกแนะนำให้เริ่มใน
วันแรกที่มีประจำเดือนหรือไม่เกินวันที่5นับตั้งแต่วันแรกที่มีประจำเดือนโดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการคุม
กำเนิดอย่างอื่นร่วมด้วยเมื่อมีเพศสัมพันธ์
ผู้ที่เริ่มรับประทานยาเป็นครั้งแรกเกินวันที่5นับตั้งแต่วันแรกที่มีประจำเดือนแนะนำให้หลีกเลี่ยงการมี
เพศสัมพันธ์เป็นเวลา 7 วัน หรือหากจะมีเพศสัมพันธ์ให้ใช้วิธีการคุมกำเนิดอย่างอื่นร่วมด้วยเป็นเวลา 7 วัน
หลังเริ่มรับประทานยา นอกจากนี้อาจเริ่มรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมที่วันใดๆก็ได้เช่นกัน
แต่ต้องไม่ได้ตั้งครรภ์และให้งดการมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา7วันหลังจากเริ่มรับประทานยาหรือหากจะมีเพศ
สัมพันธ์ให้ใช้วิธีการคุมกำเนิดอย่างอื่นร่วมด้วย

5. อาการไม่พึงประสงค์ของยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม

6. เมื่อลืมรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมจะแก้ไขอย่างไร?

1.ลืมกินเม็ดยาที่ไม่มีฮอร์โมน (เม็ดแป้ง) : ให้แกะเม็ดที่ลืมทิ้งไป และวันถัดไปให้กินเม็ดที่เหลือได้ตามปกติ
2.ลืมกินเม็ดยาที่มีฮอร์โมน 1 เม็ด : ให้กินเม็ดที่ลืมทันทีที่นึกได้ และกินเม็ดต่อไปตามเวลาปกติ
3.ลืมกินเม็ดยาที่มีฮอร์โมน 2 เม็ดขึ้นไป : ให้กินเม็ดสุดท้ายที่ลืมทันทีที่นึกได้ และกินเม็ดต่อไปตามเวลาปกติ )

ส่วนเม็ดก่อนหน้านั้นที่ลืมกินให้ทิ้งไป และให้ใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วยจนกว่าจะกินยาฮอร์โมนครบ 7 วัน
และควรดูว่า

3.1 ถ้าเม็ดที่ลืมเป็น 7 เม็ดแรกของแผง หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ควรใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน
และให้เพศชายใช้ถุงยางอนามัยป้องกันเป็นเวลา 7 วัน

3.2 ถ้าเม็ดที่ลืมเป็น 7 เม็ดสุดท้ายของแผง
- กรณี 21 เม็ด เมื่อกินแผงนั้นหมดให้เริ่มแผงใหม่เป็นเม็ดฮอร์โมนทันทีโดยไม่ต้องเว้น 7 เม็ด
- กรณี 28 เม็ด ให้ทิ้งเม็ดที่ไม่มีฮอร์โมนไปเลย และเริ่มกินยาคุมกำเนิดแผงใหม่ในวันถัดไป

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว
(Progestogen only pill)

เป็นยาคุมที่มีฮอร์โมนโปรเจสโตเจนเพียงอย่างเดียว ทำออกมาเพื่อลดอาการข้างเคียง
จากฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่มีประสิทธิภาพน้อยผลข้างเคียงสูง

ข้อดี: สามารถใช้ในผู้ที่กำลังให้นมบุตร ใช้ในผู้ที่มีข้อห้ามต่อการใช้ฮอร์โมน
เอสโตรเจน และใช้ในผู้ที่มีอายุมากกว่า ๓๕ ปีที่สูบบุหรี่ได้ จะมีความเสี่ยงในการ
ตั้งครรภ์มากกว่าการใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม

ข้อเสีย: มีความเสี่ยงในการตั้งครรภ์มากกว่ายาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม
ต้องรับประทานยาในเวลาเดิมทุกวัน หากรับประทานผิดเวลาไป ๓ ชั่วโมง ต้องใช้
วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วย เพราะจะทำให้มีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์สูง นอกจากนี้
ในขณะใช้ยาอาจจะไม่มีประจำเดือน แต่อาจมีเลือดออกกะปริดกะปรอยได้

วิธีกินที่ถูกและได้ผล

กินยังไง ?
๒๘ เม็ด กินเวลาเดียวกันทุกวันหมดแผงแล้วเริ่มกินแผงใหม่ต่อได้เลย

ลืมกินต้องทำยังไง ?
ลืมกินในเวลาที่เคยกิน : กินทันทีเมื่อนึกได้
ถ้าลืมเกิน ๓ ชั่วโมง : ต้องป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย ในช่วงเวลา ๗ วัน

ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน
(Emergency contraception pill)

เป็นยาคุมกำเนิดที่ประกอบด้วยฮอร์โมนโปรเจสตินในขนาดสูง โดยมีกลไกป้องกันการ
ตั้งครรภ์โดยการป้องกันหรือเลื่อนระยะเวลาการตกไข่ จึงช่วยขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน
กินหลังจากมีเพศสัมพันธ์ในกรณีฉุกเฉินที่ลืมคุมกำเนิดหรือเกิดเหตุฉุกเฉินไม่คาดฝันขณะมี
เพศสัมพันธ์ เช่น ถุงยางอนามัยรั่วหรือแตก หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน

กินอย่างไร?

ยาเม็ดแรกกินเร็วที่สุดหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือภายใน ๗๒ ชั่วโมง
ยาเม็ดที่สองกินหลังจากเม็ดแรกไม่เกิน ๑๒ ชั่วโมง

ประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉิน

ที่มา;https://medium.com/arincare-com/ยาคุมฉุกเฉิน-คุณใช้ถูกหรือเปล่า-5649f357fd92 ป้องกันได้ 85% เมื่อกินเม็ดที่1ภายใน 24 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์
ป้องกันได้ 75% เมื่อกินเม็ดที่1ภายใน72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์
ข้อดี

ยาคุมฉุกเฉินลีโวนอร์เจสเตรลออกฤทธิ์ป้องกัน ข้อห้ามในการใช้ยาคุมฉุกเฉิน
ได้สูงสุด ๓ วัน หลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
ส่วนยาคุมฉุกเฉินอัลลิพริสตัล อซิเตท ออกฤทธิ์

ป้องกันได้สูงสุด ๕ วันหลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด ผู้ที่เป็นไมเกรน
ข้อเสีย
ผู้ที่เป็นเป็นมะเร็งเต้านม ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ
อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บเต้านม
ปวดศีรษะ วิงเวียน ปวดท้อง เมื่อยล้าเป็นระยะ หรือตับ ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง
หรือประจำเดือนมาไม่ปกติประมาณ ๑-๒ รอบเดือน หากผู้ที่มีอาการดังกล่าวกินยาคุมฉุกเฉินเข้าไป อาจ
เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูก
จะส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างรุนแรง ดังนั้นหากมี
ความจำเป็นจะต้องป้องกันการตั้งครรภ์แบบฉุกเฉิน
ควรปรึกษาแพทย์หรือใช้ยาภายใต้การดูแลของ

แพทย์อย่างเคร่งครัด

ยาฉีดคุมกำเนิด

Injectable contraceptive

คือ วิธีการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวแบบหนึ่ง โดยจะเป็นการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ
ของสตรีในระยะเวลาตามที่แพทย์กำหนด หลังจากฉีดตัวยาจะค่อย ๆ ขับฮอร์โมน
ออกมา เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากในรายที่ต้องการเว้นระยะการมีบุตร เนื่องจากมี
ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูง ทำได้ง่าย สะดวก และมีราคาถูก

การออกฤทธิ์ของยาฉีดคุมกำเนิด

ฮอร์โมนโปรเจสติน (Progestin) จะเป็นตัวยับยั้งการตกไข่ ทำให้ไม่มีไข่มารอปฏิสนธิ
นอกจากนั้นยังทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางตัวไม่เหมาะสมแก่การฝังตัวของไข่ และทำให้
มูกที่ปากมดลูกมีความเหนียวข้น ส่งผลให้ตัวอสุจิไม่สามารถว่ายผ่านเข้าไปผสมกับไข่ได้
(ผ่านเข้าไปได้ยาก)

ผู้ที่เหมาะจะฉีดยาคุมกำเนิด ข้อดีของการฉีดยาคุมกำเนิด

สตรีที่ต้องการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวที่มี สามารถรับบริการได้ง่าย เนื่องจากวิธีการและอุปกรณ์
ประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย สำหรับการให้บริการไม่ยุ่งยาก
สตรีที่ลืมรับประทานยาคุมกำเนิดบ่อยๆ มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูงมาก (มากกว่าหรือ
ต้องการความสะดวก เทียบเท่ากับการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด)
สตรีหลังคลอดที่กำลังให้นมบุตร (ต้อง ราคาถูกเมื่อเทียบกับวิธีคุมกำเนิดแบบอื่น เช่น ยาเม็ด
เป็นยาฉีดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว) คุมกำเนิด หรือ การใส่ห่วงอนามัย
สตรีที่มีอาการปวดประจำเดือนเป็นประจำ ให้ความสะดวก ใช้งานง่าย ฉีดครั้งเดียวก็สามารถคุม
สตรีที่สูบบุหรี่ กำเนิดได้นานถึง 3 เดือน
ไม่ขัดขวางขั้นตอนต่าง ๆ ของการร่วมเพศ

ยาฝังคุมกำเนิด

ยาฝังคุมกำเนิดเป็นการคุมกำเนิดชั่วคราวระยะยาว
มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูงสุด 99%

โอกาสตั้งครรภ์เพียง 1 ใน 2,000 เท่านั้น

เวลาที่เหมาะสมสำหรับฝั งยาคุม ข้อดีของการฝังยาคุมกำเนิด
• ภายในวันที่ 1-5 ของการมีประจำเดือน
• หลังคลอดบุตรหรือหลังแท้งบุตร เป็นยาคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่มีผล
รบกวนต่อการมีเพศสัมพันธ์ ฝัง 1 ครั้งสามารถ
คุมกำเนิดได้นาน 3 ปี ใช้ได้ในสตรีระยะใกห้นมบุตร
ไม่มีผลต่อปริมาณและคุณภาพน้ำนม เมื่อหยุดใช้ยานี้
สามารถมีบุตรได้ตามปกติ

อาการข้างเคียงของยาฝังคุมกำเนิด ขั้นตอน

ในช่วง 3-6 เดือนแรกหลังฝังยามักมีประจำเดือน ใช้เวลาในการฝังไม่เกิน 2 นาที โดยฝัง
ไม่สม่ำเสมอ เลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอด แท่งยาใต้ชั้นผิวหนัง บริเวณต้นแขนด้านใน
หลังจากนั้นประจำเดือนมักจะมาห่างๆหรือไม่มีประจำ แท่งยาไม่สามารถสลายเองได้ เมื่อครบ 3 ปี
เดือนเลย ซึ่งการไม่มีประจำเดือนจากการฝังยาคุม ต้องถอดออก
กำเนิดไม่ได้ส่งผลให้สุขภาพของสตรีแย่ลง
ค่าใช้จ่ายในการฝังยาคุมกำเนิด
ผลข้างเคียงอื่นๆ เช่น การติดเชื้อบริเวณที่ฝังยา
ปวดศรีษะ เป็นสิว การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก ปัจจุบันสำนักงานหลักประกันสุขภาพ
เจ็บเต้านม มีอารมณ์แปรปรวน แต่ผลข้างเคียงเหล่านี้ แห่งชาติ(สปสช.) สนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับ
พบได้น้อย การคุมกำเนิดชั่วคราวระยะยาวสำหรับวัยรุ่น

วัยรุ่นที่มีประจำเดือนแล้วถึงอายุก่อน 20 ปี บริบูรณ์
สามารถรับบริการฝังยาคุมกำเนิดฟรี
ที่โรงพยาบาลของรัฐทุกเเห่ง

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

Sexual-Transmitted diseases : STDs

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือที่เรียกกันว่า “กามโรค” เป็น โรคติดต่อทางเพศ
สัมพันธ์ ที่มีการติดต่อระหว่างผู้มีเชื้อกับผู้รับเชื้อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ และยัง
สามารถติดต่อจากแม่สู่ทารกในครรภ์ได้ ผ่านจากการให้เลือดหรือถ่ายโอนเลือด
หรือ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกันในผู้ติดสิ่งเสพย์ติดอีกด้วย เพราะกามโรค เป็นโรคติดต่อ
ที่ไม่ค่อยแสดงอาการ คนที่มีลักษณะดูปกติ สวย หล่อ เราสามารถรู้ได้เลย ว่าบุคคลที่
เรามีสัมพันธ์ด้วยนั้นมีเชื้อโรคเหล่านี้อยู่ในร่างกายหรือไม่ หากเราไม่รู้จักป้องกัน และ
หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลอื่นที่มิใช่สามีหรือภรรยาของตน ก็จะสามารถ
ติดต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้แก่
1.โรคเอดส์(AIDs)
2.ไวรัสตับอักเสบ บี (Hepatitis B )
3.โรคเชื้อราในช่องคลอด (Vaginal Candidiasis)

โ ร ค เ อ ด ส์ ( A I D S )

เอชไอวีสาเหตุมาจากการได้รับเชื้อไวรัส HIV ผ่านทางการรับของเหลว เช่น เลือด นำ้นมแม่ น้าอสุจิ ของเหลวใน
ช่องคลอด สามารถส่งผ่านเชื้อไวรัสจากแม่ไปยังลูกในครรภ์ได้

ก า ร ป้ อ ง กั น โ ร ค เ อ ช ไ อ วี
-หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ไม่ใช่คู่สมรส หรือคนที่ไม่รู้จัก
-ไม่ใช้เข็มฉีดยาเสพติดชนิดเข้าเส้นร่วมกับคนอื่ น
-หากต้องการสักตามผิวหนัง หรือเจาะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ต้องมั่นใจว่าสถานบริการนั้น ๆ ปลอดภัยไว้ใจได้
-ตระหนักไว้เสมอว่า ไม่ว่าใครก็มีโอกาสติดเชื้อเอชไอวีได้ทั้งสิ้น จึงไม่ควรไว้วางใจคนที่เป็นคู่นอน และป้องกันตัวเอง
อย่างรอบคอบ
-ตรวจเลือดก่อนการแต่งงาน เพื่ อให้มั่นใจว่าร่างกายของทั้งคู่ไม่มีการติดเชื้อ
-รับการตรวจเลือดอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
-การใช้ยาต้านเชื้อเอชไอวี (Pre-Exposure Prophylaxis) ที่ช่วยป้องกัน ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อ และช่วย
ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV จากการมีเพศสัมพันธ์ได้มากถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์

อ า ก า ร ข อ ง ผู้ ติ ด เ ชื้ อ เ อ ช ไ อ วี แ บ่ ง ไ ด้ เ ป็ น ๓ ร ะ ย ะ คื อ การรักษา ในปัจจุ บันเอชไอวีรักษาไม่หายขาดขาด
- ร ะ ย ะ เ ริ่ ม ต้ น : ผู้ ป่ ว ย ใ น ร ะ ย ะ นี้ จ ะ แ ส ด ง อ า ก า ร ผิ ด ป ก ติ น้ อ ย แ ล ะ
อ า ก า ร ต่ า ง ๆ ส า ม า ร ถ ห า ย เ อ ง ไ ด้ ใ น เ ว ล า ๑ ๔ - ๒ ๘ วั น -รักษาด้วยยาต้านเอชไอวี เพราะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

- ร ะ ย ะ ติ ด เ ชื้ อ เ รื้ อ รั ง : แ ส ด ง อ า ก า ร ที่ ชั ด เ จ น ม า ก ขึ้ น แ ต่ อ า ก า ร -ออกกาลังกายสม่าเสมอ
มั ก จ ะ ไ ม่ มี ค ว า ม รุ น แ ร ง เ ช่ น วั ณ โ ร ค ป อ ด ก า เ ริ บ มี เ ชื้ อ ร า ขึ้ น ที่ -ทานอาหารทมี่ีประโยชน์
ลิ้ น โ ร ค งู ส วั ด โ ร ค เ ริ ม เ ป็ น ต้ น
-ดูแลสุขภาพจิตใจ
- ร ะ ย ะ โ ร ค เ อ ด ส์ : เ ป็ น ร ะ ย ะ สุ ด ท้ า ย ที่ เ สี่ ย ง ต่ อ ก า ร เ สี ย ชี วิ ต
อ า ก า ร แ ท ร ก ซ้ อ น อื่ น ๆ จ ะ แ ส ด ง อ า ก า ร ที่ รุ น แ ร ง อ ย่ า ง ชั ด เ จ น

ไวรัสตับอักเสบ บี
Hepatitis B คืออะไร ??

สามารถติดต่อได้ทางเลือด จากแม่สู่ลูก เพศสัมพันธ์

อาการของไวรัสตับอักเสบ บี แบ่งได้เป็น 2 ระยะ

1.ระยะเฉียบพลัน 2.ระยะเรื้อรัง แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม

เริ่มมีอาการหลังติดเชื้อ 1. พาหะ คือ ผู้ไม่แสดงอาการ แพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้

ตัวและตาเหลือง มีไข้ 2. อักเสบเรื้อรัง คือ ผู้ป่วยที่มีเชื้อในร่างกาย

คลื่นไส้และอาเจียน พบบ่อยในเด็กติดเชื้อ ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ

ปวดท้องใต้ชายโครงขวา บางรายมีอาการอ่อนเพลีย

เกิดภาวะตับวายได้หากรุนแรง


ผู้ป่วยระยะนี้มีโอกาสหาย 90-95%

การวินิจฉัย ตรวจเลือดพบชิ้นส่วนของไวรัสตับอักเสบบี HBsAg
ตรวจหา DNA ของเชื้อไวรัส

ตรวจพบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

การป้องกันและการรักษา

การป้องกัน
การรักษา

ตรวจร่างกายเป็นประจำ กินยาต้านไวรัสกลุ่มนิวคลีโอไทด์
ฉีดวัคซีน ฉีดยาอินเตอร์เฟอร์รอน
ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย

โรคเชื้อราในช่องคลอด

ปัจจัยเสี่ยง

- การใช้ยาปฏิชีวนะติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งทำลายเชื้อแบคทีเรียดี้ในช่องคลอด ทำให้เกิดการติดเชื้อราในช่องคลอด
- ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายเพิ่มมากขึ้น จากการตั้งครรภ์ การรับประทานยาคุมกำเนิดที่มีปริมาณ ฮอร์โมนเอส
โตรเจนสูงหรือการรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัด
- โรคเบาหวานที่ไม่ได้ควบคุม ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่ได้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดมีความเสี่ยงในการติดเชื้อราในช่อง
คลอดมากขึ้น
- ระบบภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือผู้รับการบำบัดด้วยยาคอร์ติโคสเตียรอยด์

อาการ

- คันและระคายเคืองบริเวณช่องคลอดหรือภายในช่องคลอด
- มีอาการบวมบริเวณอวัยวะเพศ
- รู้สึกแสบร้อนขณะมีเพศสัมพันธ์หรือปัสสาวะ
- มีผื่นแดงบริเวณอวัยวะเพศ

การป้องกัน

- การปฏิบัติตัวตามหลักสุขอนามัยช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อราในช่องคลอดได้

- รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่สมดุล

- รับประทานโยเกิร์ตหรืออาหารเสริมที่มีแลคโตบาซิลลัส ซึ่งช่วยรักษาสมดุลของความเป็นกรดด่างในช่องคลอด

- สวมใส่เสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินินหรือผ้าไหม รวมถึงสวมกางเกง

- หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด เพราะเป็นการนำเชื้อแบคที่เรียดีที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อออกจากร่างกาย

- ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น

- ไม่สวมใส่เสื้อผ้าเปียกชื้นเป็นเวลานาน เช่น ชุดว่ายน้ำหรือชุดออกกำลังกาย

- ใช้แผ่นอนามัยและเปลี่ยนผ้าอนามัยอย่างสม่ำเสมอขณะมีประจำเดือน เพื่อไม่ให้เกิดความอับชื้น

และกางเกงชั้นในที่ไม่รัดแน่นจนเกินไป

ต้องได้หรัาบกกพาบรวร่ัากมษีกาาแรลติะดใเหช้ืย้อาซเ้พำื่ซอาลกดเกกิานร4กคลัรับ้งม/ปาีเป็นซ้ำ

บรรณานุกรม

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (๒๕๕๘). โรคตับอักเสบบี (Hepatitis B). สืบค้น ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๕, จาก http://dcd.
ddc.moph.go.th/2016/knowledges/view/14.

กรมการควบคุมโรค สำนักโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์. (๒๕๖๑). 3เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับเอชไอวี และเอดส์
(AI). สืบค้น ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๕, จาก http://aidssti.ddc.moph.go.th/medias/view/128/560.

คอมมอนส์ การคุมกำเนิด. (๒๕๖๕). การคุมกำเนิด. สืบค้น ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๕, จากhttps://th.wikipedia.org/wiki/WebMD.
(2564). Birth Control Pills. สืบค้น 26 มีนาคม 2565, จาก http://www.webmd.com/sex/ birth-control/birth-
control-pills#1.

ภาควิชาสูติศาสตร์ - นรีเวชวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2547). ตำรานรีเวชวิยา กรุงเทพมหานคร:
โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สืบค้น 26 มีนาคม 2565, จากhttps://www.plannedparenthood.or
g/learn/birth-control/birth-control-pill/how-do-i-use-the-birth-control-pill.

รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด และ วิภาวรรณ อรัญมาลา. (๒๕๖๔).ทำความรู้จักโรคติดเชื้อ HIV เอชไอวี. สืบค้น ๒๖
มีนาคม ๒๕๖๕, จาก https://www.rama.mahidol.ac.th/atrama/issue039/health-statio.

ศรีสุภา เลาห์ภากรณ์. (๒๕๖๓). กินยาคุมกำเนิดให้ถูกวิธี เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์. สืบค้น ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๕, จาก Source:
https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/640.

สิทธิพล ธิติโชติรส.(๒๕๖๒). ยาฉีดคุมกำเนิด. สืบค้นเมื่อ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๕, จาก https://apps.hpc.go.th/dl/web/index.
php?r=download%2Fview&id=230.

สิทธิพล ธิติโชติรส. (2562). แผ่นพับยาฝังคุมกำเนิด. สืบค้น23 เมษายน 2565, จาก https://apps.hpc.go.th/media/web
/index.php?r=manual%2Fview&id=12.

Medthai. (๒๕๖๐). การคุมกำเนิด : ๓๔ วิธีการคุมกําเนิด & คุมกําเนิดแบบไหนดีที่สุด ??. สืบค้น ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๕, จาก
https://medthai.com/การคุมกำเนิด/.

rh.anamai. (๒๕๖๔). รายงานผลการวิเคราะห์สถานการณ์ตัวชี้วัดอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี พ.ศ. 2564.
สืบค้น ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๕, จาก https://rh.anamai.moph.go.th/webupload/7x027006c2abe84e89b5
c85b44a69 2da94/tinymce/kpi64/1_14/1_14_1-1.pdf

rh.anamai. (๒๕๖๓). รายงานประจำปี2563 สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์. สืบค้น๒๖ มีนาคม ๒๕๖๕, จากhttps:// rh.anamai.
moph.go.th/webupload/7x027006c2abe84e89b5c85b44a692da94/202101/m_news/32053/2009
29/file_down load/5499b750564075b590cc442f64caae41.pdf

จัดทำโดย นักศึกษาพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์ ปีที่ 2 มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช


Click to View FlipBook Version