The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Orachon Khueasri, 2023-05-24 09:47:19

มลพิษทางดิน

มลพิษทางดิน

มลพิษทางดิน (Soil pollution)


มลพิษทางดิน หรือการปนเปื้อนดิน เกิดจากการมีสารเคมีที่มนุษย์สร้าง หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นในสิ่งแวดล้อมดินธรรมชาติ ตรงแบบเกิดจาก กิจกรรมอุตสาหกรรม สารเคมีเกษตรกรรมหรือการกำ จัดของเสียอย่างไม่ เหมาะสม มลพิษทางดิน


สารมลพิษในดินมีแหล่งกำ เนิดมาจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นสำ คัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กิจกรรมด้านการเกษตร การอุตสาหกรรม วัสดุเหลือใช้ และน้ำ ทิ้งจากชุมชน จะเห็นได้ว่า แหล่ง กำ เนิดสารมลพิษแต่ละแหล่ง ทำ ให้เกิดสารมลพิษที่แตกต่าง การใช้สารเคมีฆ่าศัตรูพืชทำ ให้ ดินเป็นแหล่งสะสมสารเคมีที่มีผลตกค้างนาน เช่น สารประเภทคลอรีนอินทรีย์ เป็นต้น แหล่งกำ เนิดสารมลพิษในดิน


สาเหตุของมลพิษทางดิน สาเหตุของมลพิษทางดิน ปัญหาที่เกิดขึ้นบนดิน แยกได้เป็นสองประเภทคือ 1.สภาพธรรมชาติได้แก่สภาพที่เกิดตามธรรมชาติของบริเวณนั้นๆเช่น บริเวณที่มีเกลือในดินมาก หรือบริเวณที่ดินมีความหนาแน่นน้อย เป็นต้นทําให้ดินบริเวณนั้นไม่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืชปรากฏการณ์ธรรมชาติบางอย่างเช่นพายุน้ำ ท่วม 2. การกระทําของมนุษย์ ส่วนมากมักเกิดเนื่องจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มุ่งแต่จะดัดแปลง ธรรมชาติเพื่อหวังผลประโยชน์อย่างใดอย่าง หนึ่งโดยไม่คํานึงถึงผลเสียที่เกิดขึ้นภายหลัง


ผลกระทบจากมลพิษทางดิน ผลกระทบจากมลพิษทางดิน 1. อันตรายต่อมนุษย์ ดินทําให้เกิดพิษต่อมนุษย์โดยทางอ้อม เช่น พิษจากไนเตรต ไนไตรต หรือยาปราบศัตรูพืช โดยได้รับ เข้าไปในรูปของน้ำ ดื่มที่มีสารพิษปะปน โดยการรับประทาน พืชผักที่ปลูกในดินที่มีการสะสมตัวของสารที่มีพิษ 2. อันตรายต่อสัตว์ ดินที่เป็นพิษทําให้เกิดอันตรายต่อสัตว์คล้ายคลึงกับของมนุษย์ แต่สัตว์มี โอกาสไดัรับพิษมากกว่า เพราะกิน นอน ขุดคุ้ย หาอาหารจากดินโดยตรง นอกจากนี้การ ใช้ยาฆ่าแมลงที่ไม่ถูกหลักวิชาการยังเป็นการทําลายแมลงที่เป็นประโยชน็ เช่น ตัวห้ำ ทําให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลงได้


สถานการณ์ของมลพิษที่เกิดขึ้นกรณีศึกษาในประเทศ การดําเนินงานของกรมพัฒนาที่ดิน โลหะหนักเป็นธาตุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ พบทั่วไปในดินทุกชนิดแต่ความเข้มข้นของโลหะหนัก จะแตกต่างกันตามชนิดของวัตถุต้น กําเนิดดิน นอกจากนั้นโลหะหนักในดินอาจมาจากสารหรือวัสดุต่าง ๆ ที่ใส่ ลงไปในดิน เช่น ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก วัสดุปรับปรุง ดิน และสารกําจัดศัตรูพืช เป็นต้น ซึ่งการประเมินว่าดิน มีการปนเปื้อนหรือไม่ จําเป็นต้องทราบค่าพื้นฐานโลหะหนักในดินก่อน ซึ่ง ค่าพื้นฐานโลหะหนัก (Background concentration) เป็นความเข้มข้นของโลหะหนักเพื่อใช้เป็นค่าเปรียบเทียบหรือประเมินว่าดินมี การปนเปื้อน ของโลหะหนักหรือไม่ ค่าพื้นฐานไม่ได้เป็นค่าบ่งชี้อันตรายที่อาจเกิดขึ้น แต่เป็นค่าระดับที่นํามาใช้เพื่อ ตรวจสอบต่อไป ว่าการปนเปื้อนในพื้นที่ที่เกินระดับค่าพื้นฐานนั้น เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของมนุษย์หรือไม่ จะทํา ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์ พืช หรือเกิดมลพิษในสิ่งแวดล้อมหรือไม่ เพื่อดําเนินการติดตามตรวจสอบใน พื้นที่ดังกล่าวเพื่อวิเคราะห์สาเหตุการปนเปื้อนต่อไป


สถานการณ์ของมลพิษที่เกิดขึ้นกรณีศึกษาในต่างประเทศ มลภาวะในจีน มลภาวะที่สารพัดพิษทั้ง ดิน-น้ำ ปนเปื้อนสารพิษอย่างรุนแรง เมื่อกระทรวงคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและ กระทรวงที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติทั้ง2กระทรวงได้ร่วมกันเปิดเผยว่าจากผลสำ รวจตัวอย่างดินจากทั่วประเทศ ระหว่างปี 2548–2556 คิดเป็นเนื้อที่ราว 6 ล้าน 3 แสนตารางกิโลเมตร ผลการศึกษาล่าสุดสรุปได้ว่าดินที่ปนเปื้อน สารพิษนั้นมีมากถึง 2 ใน 3 ของตัวอย่างดินที่สำ รวจ นอกจากนี้ยังพบว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของน้ำ ก็ปนเปื้อนสารพิษจน ไม่สามารถใช้และดื่มได้ โดยพื้นที่ที่ปนเปื้อนสารพิษมากที่สุดได้แก่เขตอุตสาหกรรมบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปาก แม่น้ำ แยงซี


แนวทางการลดการปนเปื้อนมลพิษทางดิน -ส่งเสริมการทำ การเกษตรอย่างยั่งยืน -ไม่ควรตัดไม้ทำ ลายป่า -การปลูกป่าทดแทน -ใช้ยากำ จัดศัตรูพืชและสัตว์อย่างถูกวิธี -จัดการขยะมูลฝอยอย่างถูกต้อง -กำ หนดพื้นที่ฝังกลบขยะให้เป็นหลักแหล่ง -กำ หนดพื้นที่จัดการกากอุตสาหกรรม -การใช้เทคโนโลยีฟื้นฟูและบำ บัดดินปนเปื้อน


สมาชิก นางสาวญาณิศา ไชยนา 65122770109 นางสาวศิริพร ผิวเงิน 65122770118 นางสาวอรชร เครือศรี 65122770122 จบการนำ เสนอจ้า จ้ าา


Click to View FlipBook Version