คู่มือ
การเลี้ยงปลาดุก
ฐานการเรียนรู้ที่ 6
ฐานการเลี้ยงปลา
โรงเรียนวัดสันติการามวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์
คู่มือการเลี้ยงปลาดุก
ฐานการเรียนรู้ที่ 6 ฐานการเลี้ยงปลา
ส.ว.
คำนำ
เอกสารประกอบการบรรยายฉบับนี้เป็นการรวบรวมข้อมูล
ความรู้ที่เกี่ยวข้องและมีความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ
การเลี้ยงปลาดุก ในทุกด้าน ได้แก่ การเลือกสถานที่
การเตรียมบ่อ การปล่อยลูกปลา การอนุบาลลูกปลาดุก
อาหารและการให้อาหารปลา โรคและการรักษาโรค
ของปลาดุก การลงทุน การขยายผลผลิต เพื่อให้บุคคล
ที่มีความสนใจและต้องการศึกษาสามารถนำเอาความรู้
ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในฟาร์มของตนเอง ซึ่งจะทำให้
การเลี้ยงปลาดุกมีศักยภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ส า ร บั ญ
01 04
ห ลั ก ก า ร แ ล ะ เ ห ตุ ผ ล ก า ร อ นุ บ า ล ลู ก ป ล า ดุ ก
02 05
วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ อ า ห า ร แ ล ะ ก า ร ใ ห้ อ า ห า ร ป ล า
03 6
ก า ร เ ลื อ ก ส ถ า น ที่ โ ร ค แ ล ะ ก า ร รั ก ษ า โ ร ค ข อ ง ป ล า ดุ ก
04 13
ก า ร เ ต รี ย ม บ่ อ ก า ร ล ง ทุ น
04 14
ก า ร ข ย า ย ผ ล ผ ลิ ต
ก า ร ป ล่ อ ย ลู ก ป ล า
ฐานการเรียนรู้ที่ 6 ฐานการเลี้ยงปลา
โรงเรียนวัดสันติการามวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์
หลั กการและเหตุ ผล
จรเชหใกปเใ่ลกหหะีะาวรร้้้ืลยหมอรเอะย็ีลงดเีาวมผอใู้ล่กย้ปีหนาั้าทยตยูีนง่่งัลณากพสวงงมป้่ราานาปนยจาดลร2ยํุใาลนกาหกา-จ้โวาพ3คดำตเาืุเดปไอใยกรวุเ็ดเีกนรน้ยใดอก็นืวุปจกปวอยพสาืลากลนแาชซนคัรึา่บาลมงเรด(ีทแลุชะปาชีบีแก่้่ลตสรยอวลล้หล้ถะางาูบยาวลกมนเมัดใกแสลผงุิีาหาท้กนตยา้ยสกร่ปารมอขางัมถขนสึลทวาา้นัเหน้โเาหลรไงีาซรร้มใดถีใืยา่ดุคนอยนมกฝรงลีไึทปูบกจีไมกดั(่กํ่ีด้เจดราอคน้ดรุปิงีีจะพกด่วยสุาลิัโบลยาวนกยััดยัากกนมกกใบงทั่ีษหษโอเน่อ้์ปนตกคืปดณท้ซัาเหลอรี่ทล่รีวเะร็บสอรมวานืัไเทอยัตลปดน่ีสทวุ้แด)วย้กวุต์าไอ่ล์กงกขาปมแแึ็งะเป้สนลาทขตยอ"่ลารมะอบศาถดิม้าถ๊ใวาง)ากทดนาใปกเุนอซนินกรํกกุึนืล่ายถงอสใตรมอ่า"นปจบภะอดาาำปชุลซสาถัหึเักึห่าลงพจภงงีา้ดนโเจยคนาุ่รโุปืค้กางบดพ็อบำันนยใลยนทแูรีนเหิลไ่กใเปไปูวดบวช็กผาม้่ด้ลน่แอณงผรสลาปลเะอ้สม้หมผดอวยลีิุามนอมวกมีะจา้นวทาจเไีั้ึว่มะยนงำ่ิลสไวมทยีํดามะ้าม ห น้ า 0 1
บตแเวศใแจพใศปชPัูัีุพนหืดVะลลนกาวคลร่ิอแญจมสะะตยะCยาคััใตดสขบหดภนเลกัีหกรมลกงด้ลรวาีตทายัีผิาคาาะ่มูพคยกรก้ม24โ61ซ35รนเทึรมพีรเดวว่ปาืดรํ......ววงิล้ีเร้าิาิีานธรยยูร้ารกเนปถสใเสเีฯยีัเชมาัคหนนยกนชชนทปาีาาายี้รง้มา่รสนามนแญรสปภมมยะปนนคูาวศราเเกาหืุากหิมนูราากลลาปะอิเจทิมนี้ีะมามา้รรังค่อยขรหาำยยดัสายยรถถ์รานไารดาํะใีองขมรก้สดาาจรเเจนณ้ามกชปพังัรถลอีัหืไาถอดีีสะบ้กา้กงเใยปลนขนยรมเนรศหกะนศปป้รูัาพน์ศาดงอทบิลำดราเึไะี้รพ่ลลใ่ปรใพกงวงดศูษดรใผวืชเ้นนัาั่เาูรพัขนษลลยศอกทงกีศฐทงบึ้แขะกํอยคากากกายตจากรดุบตานาิสไตงงเณาลษภกษอะจลดพย่รรลปนดารืนาอาบาาิพั่ฐเธมอไหะมเอนกลวลรเพยทดีกลสรีองรูแอ้ีลติา่ปเจา้ยใรยงจดยนเารเเบงรึาใอ้นีละงรพพมาีดชยพงาไอืนถ้ยีบนนบะ่ยแยดนพนอยางอล้รกืยำจนงอสมุ้อนุันงลภนนเด้รมกุปรูยนนในพยิเดโมะปยท่ีห้ตาคลิียอกาอ้ยำ่ชตป็ธสเญรสัราูงบงขาูปง่งึนรหรปกาท้แา็นยีนาหบรนะุ่ทะามรโแทมโยกุืมอาเน้รีหฐรอนยาบทจต์ดาเงยกดาัแรบรูกมรบริืศนเงม่ำกนิีถนุหอราใังา่กจีแกทหงบิยปชงรยุลลตศลาเคบนน่นคนเังรนขืงารส้ละก้อนไีาดะววนำ้อนเวำวัมยย้กนลกเิาพดีงนำกืนเ้งภหมา้มอจึยปคตโสนึาปกาัราาลรงบงพรรานัรฐเรนลพกงปตกัาะมสอํพร้ตาบเีาาัิอสะมดลรธยอานูก้ฒีผเหงตายาาชริไอมซ์ใาึีดเดนณนใ่ขรรนนพาขรนง้นชมอ้ดทอาผวมากอนีัีกอาเช2สมมดราขางพัูกชรบืพารยลวสรเ่ีอ้-าิะัอกพตาตดาทว3นยิดร่ชิเงษีำงัอทถายพตปจีแงรีิป่พิเตต่กกสาีกาานฏมติิซรลนราถกยาึบนศท่ใกธีราัังเโากไ่นกชตอดรรรสสดนีิา้ยจรวงงำตวเริศิเปมผภึตรเูนกเ็ริก้นีงลชอนาิียื้ษ่นพยนานาตงิ
ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ 6 ฐ า น ก า ร เ ลี้ ย ง ป ล า
โ ร ง เ รี ย น วั ด สั น ติ ก า ร า ม วิ ท ย า ใ น พ ร ะ บ ร ม ร า ช า นุ เ ค ร า ะ ห์
วั ตถุ ประสงค์
01 เพื่ อส่ งเสริ มผลักดันการเพาะเลี้ยงปลาดุกเพื่ อแปรรู ป
สร้างความเข้มแข็งและเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้ าถึ ง
องค์ ความรู้สำคัญในการเพาะเลี้ยงปลาดุก
02 เพื่ อให้ นั กเรียนตระหนักและเห็นคุณค่าในอาชีพที่ สุ จริ ต
03 เพื่ อให้ นั กเรียนนำองค์ความรู้ไปเป็นแนวทางในการ
ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ
04 เพื่ อส่ งเสริ มให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้โดยการลงมื อ
ปฏิ บั ติ จริ ง
ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ 6 ฐ า น ก า ร เ ลี้ ย ง ป ล า ห น้ า 0 2
โ ร ง เ รี ย น วั ด สั น ติ ก า ร า ม วิ ท ย า ใ น พ ร ะ บ ร ม ร า ช า นุ เ ค ร า ะ ห์
การเตรี ยมสถานที่
การเลื อกสถานที่ การเตรี ยมบ่ อเลี้ ยง
ปลาโดยใช้ กระชั งบก
ปัจจัยที่ควรนํามาพิจารณาในการเลือกสถาน
ที่สร้างบ่อเลี้ยงปลา มีดังนี้ 1. เตรียมพื้นที่ให้เรียบสม่ำเสมอ
2. ขุดหลุมและฝังเสาตามขนาดของกระชัง
1 สถานที่ไม่เป็นที่ลุ่มหรือที่ดอนเกินไป ปลาที่ต้องการก่อสร้าง ใช้ขนาด 1.5 × 3
สามารถจัดระบบน้ำระบายน้ำเข้า-ออกได้ดี เมตร
3. นําผ้าพลาสติก PVC มาขึงทําเป็นกระชัง
2. สภาพน้ำต้องเป็นน้ำสะอาด ปลาตามแบบเสาที่ได้ฝังไว้
ปราศจากสารพิษ 4. ทําความสะอาดกระชังปลาโดยการใส่น้ำแช่
น้ำไว้ 1 คืน เพื่อดับกลิ่นพลาสติก
3. ทางคมนาคมสะดวก 5. นําน้ำใส่ในกระชังระดับน้ำสูงประมาณ 1
เมตร
6. พลางแสงกระชังปลาด้วยสแลนกรองแสง
80 เปอร์เซ็นต์
7. นําลูกปลาดุกบิ๊กอุยปล่อยเลี้ยงในกระชัง
บนดินในตอนเย็นเพื่อลดอัตราการตายของ
ลูกปลา โดยปล่อยในอัตรา 60 ตัว / ตาราง
เมตร ซึ่ง 1 กระชัง จะเลี้ยงปลาทั้งหมด 270
ตัว
8. ทําการเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยด้วยอาหารปลา
ตามระยะเวลาการเจริญเติบโต
9. ทําการถ่ายน้ำเสียออกจากกระชังโดยให้
เหลือน้ำเก่าอยู่ 2 ใน 3 ส่วน เมื่อกระชังปลา
เริ่มมีน้ำเสีย
ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ 6 ฐ า น ก า ร เ ลี้ ย ง ป ล า ห น้ า 0 3
โ ร ง เ รี ย น วั ด สั น ติ ก า ร า ม วิ ท ย า ใ น พ ร ะ บ ร ม ร า ช า นุ เ ค ร า ะ ห์
การเตรี ยมพั นธุ์ ปลา ห น้ า 0 4
1. แหล่งพันธุ์หรือบ่อเพาะฟัก ควรดูจาก
- ความน่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ในเรื่องคุณภาพ
- มีการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ เพื่อให้ได้พันธุ์ที่มีคุณภาพ
- มีความชํานาญในการขนส่งลูกปลา
2. ลักษณะภายนอกของลูกปลาต้องปกติสมบูรณ์ ซึ่งสังเกตจาก
- การว่ายน้ำต้องปราดเปรียว ไม่ว่ายควงสว่าน หรือลอยตัว
ตั้งพื้นบ่อ
- ลําตัวสมบูรณ์ หนวด หาง ครีบ ไม่กร่อน ไม่มีบาดแผล
ไม่มีจุดหรือปุยขาวเกาะ
- ขนาดลูกปลาต้องเสมอกัน
การปล่ อยลู กปลา
เมื่อขนส่งลูกปลามาถึงบ่อที่เตรียมไว้ควรแช่ถุงปลาไว้ในบ่อ
ประมาณ 10-15 นาที เพื่อปรับอุณหภูมิ ระหว่างน้ำในถุงกับน้ำ
ในบ่อเพื่อป้องกันลูกปลาช็อค ก่อนปล่อยลูกปลาควรมีการทําร่ม
เงาไว้ในบ่อให้ลูกปลาได้ใช้ เป็นที่อยู่อาศัย
อัตราการปล่อย
เกษตรกรรายใหม่ ควรปล่อยลูกปลาขนาดปลานิ้ว จะทํา
ให้อัตราการรอดสูง อัตราการปล่อย ปลาขนาด 3-4 เซนติเมตร
ปล่อย 60 ตัว / ตารางเมตร ก่อนปล่อยควรสุ่มนับจํานวนเพื่อ
ตรวจสอบให้รู้จํานวนจริง
การอนุ บาลลู กปลาดุ ก
ระดับความลึกของน้ำที่ใช้อนุบาลลึก ประมาณ 15 - 30
เซนติเมตร การอนุบาลลูกปลาดุกที่มีขนาดเล็ก (อายุ 3 วัน)
ระยะแรกควรใส่น้ำในบ่ออนุบาลลึกประมาณ 10 - 15
เซนติเมตร เมื่อลูกปลามีขนาดใหญ่ขึ้นจึงค่อยๆ เพิ่ม ระดับน้ำให้
สูงขึ้น การอนุบาลให้ลูกปลาดุกมีขนาด 2 - 3 เซนติเมตร จะใช้
เวลาประมาณ 10 - 14 วัน น้ำที่ใช้ในการอนุบาล จะต้องเปลี่ยน
ถ่ายทุกวัน เพื่อเร่งให้ลูกปลาดุกกินอาหารและมี การเจริญ
เติบโตดีอีกทั้งเป็นการป้องกันการเน่าเสียของน้ำด้วย
ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ 6 ฐ า น ก า ร เ ลี้ ย ง ป ล า
โ ร ง เ รี ย น วั ด สั น ติ ก า ร า ม วิ ท ย า ใ น พ ร ะ บ ร ม ร า ช า นุ เ ค ร า ะ ห์
อาหารและการให้ อาหาร
อาหารปลาดุกที่ใช้
แหนแดง เป็นพืชตระกูลเฟิร์นชนิดลอยน้ำ เจริญเติบโตลอยอยู่บนผิวน้ำใน
ที่ที่มีน้ำขังในเขตร้อน
และเขตอบอุ่น แหนแดงที่พบอยู่ทั่วโลกมีอยู่ด้วยกัน 7 ชนิด ในประเทศไทยมีอยู่
เพียงชนิดเดียว คือ อะซอลล่า พินนาต้า (Azolla pinnata)
เนื่องจากแหนแดงมีโปรตีน ไขมัน เซลลูโลส และแร่ธาตุต่างๆ เป็นส่วน
ประกอบจำนวนมาก จึงเหมาะสมที่จะใช้เป็นอาหารสัตว์ได้เป็นอย่างดี จากการ
วิเคราะห์พบว่า กรดอะมิโนที่จำเป็นในแหนแดงมีปริมาณสูงเพียงพอต่อการเจริญ
เติบโตของปลา จึงเหมาะสมที่จะใช้เลี้ยงปลา โดยเฉพาะการเลี้ยงปลาในนาข้าวที่มี
แหนแดงอยู่ด้วย สามารถทำให้น้ำหนักของปลาและขนาดของปลาเพิ่มขึ้นมากกว่า
ปลาที่เลี้ยงในนาข้าวโดยไม่มีแหนแดงร่วมด้วย
การให้อาหาร
ลดต้นทุนอาการโดยเลือกใช้อาหารเป็นแหนแดง โดยนำแหนแดงไปปล่อย
ไว้ในบ่อที่เลี้ยงปลาดุกเพื่อใช้เป็นอาหารให้แก่ปลาดุก เมื่อแหนแดงขยายเต็มบ่อ
ให้ตักออกครึ่งหนึ่ง และนำมาพักไว้ในบ่อแยก เพื่อปล่อยให้แหนแดงได้มีการเจริญ
เติบโตอย่างเหมาะสม เนื่องจากการที่บ่อปลาที่แหนแดงแออัดมากเกินไป จะทำให้
แหนแดงเจริญเติบโตได้ช้าลง
ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ 6 ฐ า น ก า ร เ ลี้ ย ง ป ล า ห น้ า 0 5
โ ร ง เ รี ย น วั ด สั น ติ ก า ร า ม วิ ท ย า ใ น พ ร ะ บ ร ม ร า ช า นุ เ ค ร า ะ ห์
โรคของปลาดุ ก
และการระวั งรั กษา
ส า เ ห ตุ ลักษณะของปลาดุกที่ป่วย
สาเหตุที่ทําให้ปลาดุกเป็นโรคนั้นเนื่องมาจาก ลักษณะที่สามารถสังเกตได้จากภายนอก
ปลาเครียดและอ่อนแอ ทําให้เชื้อแบคทีเรียเข้า - กินอาหารลดลงหรือไม่กินอาหาร
สู่ตัวปลาแสดง - พฤติกรรมการว่ายน้ำผิดปกติ เช่น การว่าย
พิษออกมาได้ง่ายขึ้น ซึ่งสาเหตุดังกล่าวนั้น น้ำควงสว่าน ว่ายหงายท้อง ว่ายน้ำไร้ทิศทาง
มักเกิดขึ้นเพราะ ชอบเอาตัวถูกับ ตู้หรือวัสดุอื่นชอบแยกจาก
1. น้ำเสีย หรือก้นบ่อมีเศษอาหารเน่าเสีย ฝูง
หมักหมมอยู่มาก - ความผิดปกติตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น ครีบ
2. การปล่อยปลามีจํานวนมากเกินไปในบ่อ กร่อน มีแผลตามตัว สีซีดหรือเปลี่ยนไป เช่นสี
เดียวกัน เหลืองหรือคล้ำ มี ขลุยหรือปุยขาวเกาะตาม
3. โปรโตซัว เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส ตัว มีจุดตกเลือดตามลําตัว ตาโปน ตาขาวขุ่น
4. ปลาขาดธาตุอาหาร และมีอาหารไม่เพียง ตาหลุด มีเมือกมาก เหงือกกร่อน มีสิ่ง
พอในการเลี้ยง สกปรกเกาะตามเหงือก หนวดกุด ท้องหรือ
โคนครีบบวม ลักษณะที่สามารถสังเกตได้จาก
ภายใน มีของเหลวสะสม ในช่องท้อง อาจมีสี
ใส เหลืองหรือมีเลือดปน ตับหรือม้ามมีสีซีด
มีจุดขาวหรือดําตามอวัยวะภายในต่าง ๆ
ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ 6 ฐ า น ก า ร เ ลี้ ย ง ป ล า ห น้ า 0 6
โ ร ง เ รี ย น วั ด สั น ติ ก า ร า ม วิ ท ย า ใ น พ ร ะ บ ร ม ร า ช า นุ เ ค ร า ะ ห์
โ ร ค ทีเ กิด จ า ก ป ร สิ ต ภ า ย น อ ก ห น้ า 0 7
ปลิงใส
เห็บระฆัง
อาการหรื อลั กษณะความผิ ดปกติ
ครี บของปลากร่ อน มี แผลตกเลื อดตามผิ วหนั ง
อาจมี บาดแผลตามลํ าตั ว ปลาขั บเมื อกออกมามาก
บริ เวณ เหงื อกและผิ วหนั ง ในปลาขนาดใหญ่ อาจทํ า
ให้ เกิ ดการระคายเคื อง ว่ ายน้ำผิ ดปกติ ไม่ ค่ อยกิ น
อาหาร ถ้ าเกิ ดใน ปลาขนาดเล็ กลู กปลาจะแสดง
อาการลอยหั ว กิ นอาหารลดลง ว่ ายน้ำเชื่ องช้ า
และทยอยตายเป็นจํ านวนมาก
ก า ร ป้ อ ง กัน รัก ษ า
รักษาคุณภาพน้ำให้ดีอยู่เสมอ
ฟอร์มาลิน 25 มิลลิลิตร ต่อ น้ำ 1 ตัน
ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ 6 ฐ า น ก า ร เ ลี้ ย ง ป ล า
โ ร ง เ รี ย น วั ด สั น ติ ก า ร า ม วิ ท ย า ใ น พ ร ะ บ ร ม ร า ช า นุ เ ค ร า ะ ห์
โรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
"โรคตั วด่ าง" การป้องกันรักษา
ลดหรืองดให้อาหาร แช่ปลาด้วยด่างทับทิม
สาเหตุ: เกิดจากแบคทีเรียท่อนยาว (แฟคซิแบค 0.5-1 กรัม/ตัน เสริมวิตาทิน ซี ในอาหาร 3-5
เตอร์ คอลัมนารีส) มักเกิดในช่วงคุณภาพน้ำเกิดการ กรัม/กิโลกรัม ในช่วงอากาศเปลี่ยน (ร่วมกับ
เปลี่ยนอย่าง รวดเร็ว จะทําความเสียหายมากใน การเสริมยาปฏิชีวนะ 3-5 กรัม/กิโลกรัม)
ลูกปลาอายุ 20-45 วัน อาการหรือลักษณะความผิด
ปกติ ในปลาขนาดใหญ่ปลากินอาหารน้อยลง
บางส่วนของผิวมีสีซีดหรือขาวเป็นปื้นชัดเจนหรือมี
บาดแผลหลุมลึกตามลําตัว ปลาว่ายน้ำเชื่องช้าที่
ผิวน้ำ ทยอยตายเรื่อยๆ และจะตายมากอย่าง
รวดเร็วในช่วงที่คุณภาพน้ำไม่ดี ในปลาขนาดเล็ก
ลูกปลาจะแสดงอการลอยหัว กินอาหารลดลง
ว่ายน้ำเชื่องช้า ผิวหนังมีสีขาวเป็นปื้นหรือ หนวดกุด
ตัวตั้งตรงที่ผิวน้ำและทยอยตายเป็นจํานวนมาก
ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ 6 ฐ า น ก า ร เ ลี้ ย ง ป ล า ห น้ า 0 8
โ ร ง เ รี ย น วั ด สั น ติ ก า ร า ม วิ ท ย า ใ น พ ร ะ บ ร ม ร า ช า นุ เ ค ร า ะ ห์
โรคกกหูบวม ท้องบวมน้ำ
สาเหตุ : การป้ องกั นรั กษา:
เกิดจากแบคทีเรียท่อนสั้น(แอโรโมแนส ไฮโดรฟิ ลลา) ลดหรืองดให้อาหาร ผสมยาปฏิชีวนะ 3-5
เมื่อทําการแยกเชื้อจากตับหรือม้าม สามารถพบ แบคที กรัม/อาหาร 1 กิโลกรัม ติดต่อกัน 5-7 วัน
เรียจํานวนมาก และมีสาเหตุโน้มนํามาจาก การ เสริมวิตามิน ซี ใน อาหาร 3-5 กรัม/
เปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม เช่น ฝนตก อากาศ กิโลกรัม ในช่วงอากาศเปลี่ยน (ร่วมกับการ
เปลี่ยนโดยเฉพาะช่วงน้ำหลากหรือปลายฝนต้นหนาว เสริมยาปฏิชีวนะ 3-5 กรัม/กิโลกรัม)
ทําให้ปลาอ่อนแอ เกิดโรคง่าย
อาการหรื อลั กษณะความผิ ดปกติ :
สามารถเกิดขึ้นทั้งในปลาขนาดเล็กและขนาด
ใหญ่ ปลาที่เกิดโรคจะแสดงอาการท้องบวมน้ำ
บริเวณครีบหู บวมโต หนวดกุดหรืออาจมี
บาดแผลและจุดตกเลือดตามลําตัว เมื่อผ่าช่อง
ท้องจะมีน้ำสีเหลืองทะลักออกมาเป็นจํานว
นมาก ตับมีสีซีด
ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ 6 ฐ า น ก า ร เ ลี้ ย ง ป ล า ห น้ า 0 9
โ ร ง เ รี ย น วั ด สั น ติ ก า ร า ม วิ ท ย า ใ น พ ร ะ บ ร ม ร า ช า นุ เ ค ร า ะ ห์
โรคที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ
โรคทีเกิดจากการขาดวิตามิน ซี
อาการหรือลักษณะความผิดปกติ
ตัวคดงอ คอพับ หัวกะโหลกเป็นรู กะโหลกร้าว มีแผลระหว่างคอ ปลาจะตายจํา
นวนมากระหว่างการจับหรือขนส่ง
การป้องกันรักษา
- ใช้อาหารที่เสริมวิตามินซี 3-5 กรัม/อาหาร 1 กิโลกรัมติดต่อกัน นาน 5-7 วัน
- เก็บอาหารไว้ในที่ร่ม ให้ห่างความชื้นและแสงแดด
โรคดี ซ่ าน
อาการหรือลักษณะความผิดปกติ
ลําตัวโดยเฉพาะส่วนท้องมีสีเหลือง ภายในช่องท้องจะมีของเหลวสีเหลือง
สะสมอยู่ ไขมันสะสมภายใน ผนัง ช่องท้อง รวมทั้งลําไส้ มีสีเหลือง ถุงน้ำดีมีสี
เข้ม หากคุณภาพน้ำไม่ดีและอุณหภูมิของน้ำสูงปลาจะทยอยตายเป็น
จํานวนมาก
สาเหตุ
เกิดจากปลากินอาหารที่มีไขมันที่เหม็นหืน เช่น คอไก่ ไส้ไก่หรือเศษ
เครื่องในสัตว์ที่เน่าหรือเก็บไว้นาน รวมทั้งอาหารสําเร็จรูปที่ชื้นหรือเก็บไว้
ในที่ ๆ มีความร้อนสูง
การป้องกันรักษา
หลีกเลี่ยงการใช้อาหารสด ใช้อาหารสําเร็จรูปที่มีคุณภาพ รักษาคุณภาพ
น้ำให้ดีอยู่เสมอ
ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ 6 ฐ า น ก า ร เ ลี้ ย ง ป ล า ห น้ า 1 0
โ ร ง เ รี ย น วั ด สั น ติ ก า ร า ม วิ ท ย า ใ น พ ร ะ บ ร ม ร า ช า นุ เ ค ร า ะ ห์
การป้องกันการเกิดโรค
21.. ไรัมก่ปษลา่อคุยณหภรืาอพเนลี้้ยำใงหห้ดนีอายแู่เนส่นมจอนเกินไป
3. ให้อาหารที่มีคุณภาพและสม่ำเสมอ
4. หมั่นทําความสะอาดวัสดุหรืออุปกรณ์ที่ใช้เลี้ยง
56.. มเีนบ้่นอกพัากรนจ้ัดำคกุณารภสุาขพภดีาสํพาสหัตรัวบ์นเ้ปำใลีน่ยช่นวถง่าวิยกฤติ ที่จะโน้มนําทําให้สัตว์น้ำเกิด
ความเครียด โดยเฉพาะ ช่วง เปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศอย่างเฉียบพลันอากาศร้อน
ติดต่อกันเป็นเวลานาน ฝนตกฟ้าครึ้มติดต่อกันหลาย วัน น้ำหลาก ช่วงเปลี่ยนถ่ายน้ำ
ใหม่ ช่วงรอยต่อระหว่างฤดู เช่น ร้อนและฝน หรือ ปลายฝนต้นหนาว โดยการ
- เสริมวิตามิน ซี ในอาหารในอัตรา 3-5 กรัม/กิโลกรัม ติดต่อกัน 3-5 วัน
เพื่อป้องกันหรือลดการเกิด ความเครียด
- สาดหรือแขวนถุงเกลือแกง 100-120 กิโลกรัม/ไร่
- ควรมีระยะพักบ่อหลังการเลี้ยง เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในบ่อ
- เตรียมบ่อเลี้ยงให้ดีทุกครั้งก่อนการเลี้ยง
- หลีกเลี่ยงการเลี้ยง ในช่วงวิกฤติ
- หากจําเป็นต้องเลี้ยงต้องลดความหนาแน่นลง หรือเพิ่มความเข้มข้นของการ
จัดการขึ้น เช่น การติดเครื่องให้ อากาศ และให้อากาศอย่างต่อเนื่อง ในช่วงฟ้าครึ้ม
หรือฝนตกติดต่อกัน
ในกรณีที่ต้องขนส่งปลา
- ใช้ยาเหลือง ความเข้มข้น 0.5 กรัม/น้ำ 1 ตัน เพื่อลดปริมาณ เชื้อแบคทีเรีย
ในน้ำ
- เกลือแกง 0.5-1 กิโลกรัม/น้ำ 1 ตัน เพื่อชดเชยการสูญเสียเกลือแร่
และลดความเป็นพิษจากสิ่งขับถ่าย ระหว่างการขนส่ง
- งดอาหารก่อนการขนส่งอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนการขนส่ง
- ใช้อุณหภูมิต่ำหรือหลีกเลี่ยงการขนส่งช่วงอากาศร้อน
ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ 6 ฐ า น ก า ร เ ลี้ ย ง ป ล า ห น้ า 1 1
โ ร ง เ รี ย น วั ด สั น ติ ก า ร า ม วิ ท ย า ใ น พ ร ะ บ ร ม ร า ช า นุ เ ค ร า ะ ห์
ทําอย่างไร
เมื่อสัตว์น้ำเกิดโรค
- ลดหรืองดให้อาหาร - ไม่ควรเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำที่ป่วยออกนอกพื้นที่
- รักษาคุณภาพน้ำให้ดีอยู่เสมอ โดยเฉพาะ ควรเผาหรือฝังสัตว์น้ำที่ตาย หรือทําให้สุ
ออกซิเจนที่ละลายในน้ำ กก่อนนําไปบริโภค - ควรฆ่าเชื้อเครื่องมือหรือ
- เมื่อน้ำคุณภาพไม่ดี เปลี่ยนถ่ายน้ำ 1/3 พร้อม อุปกรณ์ที่ปนเปื้อนเชื้อโรคด้วยยาฆ่าเชื้อ เช่น
การให้เกลือแกงเพื่อชดเชยการสูญเสียเกลือแร่- ด่างทับทิม โพวิโดนไอโอดีน เมื่อสัตว์น้ำแสดง
ใช้ยาหรือสารเคมีอย่างชาญฉลาด เท่าที่จําเป็น อาการป่วยในช่วงแรก ๆ ต้องนําสัตว์น้ำที่ป่วย
และมีเหตุผล ควรตระหนักอยู่เสมอว่า ไปตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
ของการเกิดโรคทันที
1. ยาและสารเคมีมีราคาแพง - ไม่ควรนำสัตว์น้ำที่ตายแล้วหรือแช่แข็งแช่เย็น
2. ถ้าสัตว์น้ำป่วยมากแล้วการใช้ยาและสาร ไปตรวจวินิจฉัยโรค
เคมีจะเป็นการซ้ำเติมปลาให้ตายเร็วขึ้น - ตัวอย่างสัตว์น้ำป่วยที่มีชีวิต จะทําให้การ
3. เลือกใช้ยาและสารเคมีให้ตรงกับสาเหตุ ตรวจวินิจฉัยแม่นยํามากที่สุด
4. โรคที่มีสาเหตุมาจากแบคทีเรียที่ทําให้
เกิดโรคภายในร่างกาย ต้องผสมยาปฏิชีวนะให้
ปลากิน ใน อัตรา 3-5 กรัม/อาหาร 1 กิโลกรัม
ติดต่อกันเป็นเวลา 5-7 วัน ซึ่งจะได้ผลก็ต่อเมื่อ
“สัตว์น้ำเริ่ม แสดงอาการในช่วง 1-3% แรก
ของจํานวนทั้งหมด” ที่สําคัญต้องเข้าใจว่า
“สัตว์น้ำส่วนใหญ่เมื่อ ป่วยมากแล้วจะไม่กิน
อาหาร ดังนั้นการผสมยาในอาหารจะไม่ทํา
ให้การรักษาได้ผล”
ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ 6 ฐ า น ก า ร เ ลี้ ย ง ป ล า ห น้ า 1 2
โ ร ง เ รี ย น วั ด สั น ติ ก า ร า ม วิ ท ย า ใ น พ ร ะ บ ร ม ร า ช า นุ เ ค ร า ะ ห์
การลงทุ น
ต้นทุนค่าบ่อกระชังบกขนาด 1.5 X 3 เมตร ราคา 560 บาท
ราคา 40 บาท
ค่าจัดส่งพัสดุกระชังบก ราคา 80 บาท
รวม 108 บาท
สแลนกรองแสง 80 เปอร์เซ็นขนาด 2 X 3 เมตร รวม 225 บาท
ต้นทุน ค่าพันธุ์ปลาดุกขนาด 3-4 ซม. 270 ตัวๆ ละ 0.4 บาท 1,013 บาท
ค่าอาหารปลาดุก 5 กก. กก. ละ 45 บาท 1,350 บาท
รวมต้นทุน 337 บาท
รายได้ปลาดุก 30 กก./กระชัง กก.ละ 45 บาท
กำไร (13.9 ต่อกิโลกรัม)
- เลี้ยงปลาประมาณ 3-4 เดือน จะไดป ลาขนาด 100 - 200 กรัม / ตัว อัตราการรอดตาย 80-90 เปอร์เซ็นต์
โดย 1 กระชังใหผ ลผลิต ประมาณ 30 กิโลกรัม
- แหนแดงสามารถเติบโตได้ตามธรรมชาติ ผู้เลี้ยงสามารถเพาะพันธุ์เพื่อนำไปต่อยอดใช้เป็นอาหารให้แก่ปลาได้
ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนค่าอาหารปลาได้เป็นอย่างดี
ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ 6 ฐ า น ก า ร เ ลี้ ย ง ป ล า ห น้ า 1 3
โ ร ง เ รี ย น วั ด สั น ติ ก า ร า ม วิ ท ย า ใ น พ ร ะ บ ร ม ร า ช า นุ เ ค ร า ะ ห์
การจัดการผลผลิต
01 02
มีการกระจายผลผลิตจากปลาดุก นำไปจัดจำหน่ายเป็นธุรกิจในครัวเรือน
ให้ชุมชนได้บริโภคปลาดุกที่มีคุณภาพ
อร่อย และราคาย่อมเยา 03
นำไปแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ 6 ฐ า น ก า ร เ ลี้ ย ง ป ล า ห น้ า 1 4
โ ร ง เ รี ย น วั ด สั น ติ ก า ร า ม วิ ท ย า ใ น พ ร ะ บ ร ม ร า ช า นุ เ ค ร า ะ ห์
บรรณานุ กรม
กรมประมง. 2551. การเพาะเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย. เอกสารคำแนะนำ, กองส่งเสริมการประมง,
กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 44 หน้า.
คณิต ชูคันหอม. การเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย. คณะสัตวแพทยศาตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 14 หน้า.
ประพันธ์ ธาราเวทย์. 2543. การเพาะพันธุ์และการเลี้ยงปลาดุกอุย. พิมพ์ครั้งที่ 1. อักษรสยามการพิมพ์. กรุงเทพมหานคร.
104 หน้า
พิทยา สมุทรเวช. 2540. คู่มือการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ปลาน้ำจืด. ส่งเสริมอาชีพธุรกิจ เพชรกะรัต. กรุงเทพมหานคร.
79 หน้า
ศักดิ์ชัย ชูโชติ. 2536. การเลี้ยงปลาน้ำจืด. พิมพ์ครั้งที่ 1. โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮ้าส์. กรุงเทพมหานคร. 201 หน้า
อุทัยรัตน์ ณ นคร. 2544. ปลาดุก. พิมพ์ครั้งที่ 2. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร. 140 หน้า
คู่มือการเลี้ยงปลาดุก
เนื้อหาประกอบด้วย
การเลือกสถานที่ การเตรียมบ่อ การปล่อยลูกปลา การอนุบาล
ลูกปลาดุกอาหารและการให้อาหารปลา โรคและการรักษาโรค
ของปลาดุก การลงทุน การขยายผลผลิต เพื่อให้บุคคล
ที่มีความสนใจและต้องการศึกษาสามารถนำเอาความรู้
ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในฟาร์มของตนเอง ซึ่งจะทำให้
การเลี้ยงปลาดุกมีศักยภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ 6 ฐ า น ก า ร เ ลี้ ย ง ป ล า
โ ร ง เ รี ย น วั ด สั น ติ ก า ร า ม วิ ท ย า ใ น พ ร ะ บ ร ม ร า ช า นุ เ ค ร า ะ ห์