The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สื่อการเรียนรู้อารยธรรมโรมัน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Saranya Srivichian, 2022-12-16 10:12:27

อารยธรรมโรมัน

สื่อการเรียนรู้อารยธรรมโรมัน

อารยธรรมโรมัน


อารยธรรมโรมันมีศูนย์กลางอยู่ที่แหลมอิตาลี เป็นอารยธรรมของพวกอินโด-ยูโรเปียนเผ่า
ละติน (Latin) ซึ่งอพยพจากทางตอนเหนือมาตั้งถิ่นฐานในแหลมอิตาลีเมื่อประมาณ 1,000 ปี
ก่อนคริสต์ศักราช และเรียกตัวเองว่า “โรมัน” พวกโรมันได้ขยายอิทธิพลเข้าครอบครองดิน
แดนที่เป็นศูนย์กลางความเจริญของอารยธรรมเฮลเลนิสติกซึ่งสลายเมื่อประมาณปี 146
ก่อนคริสต์ศักราช และดินแดนอื่นๆ ทั้งในยุโรปและแอฟริกาเหนือ ทำให้อารยธรรมของโลก
ตะวันออกซึ่งผสมผสานอยู่ในอารยธรรมกรีกได้ขยายเข้าไปในทวีปยุโรป

สภาพภูมิศาสตร์ของแหลมอิตาลี

แหลมอิตาลีตั้งอยู่กึ่งกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ระหว่างคาบสมุทรบอลข่านและคาบสมุทรไอบีเรีย
ซึ่งสะดวกต่อการติดต่อกับเอเชียไมเนอร์และยุโรปตอนใต้ นอกจากนี้รูปร่างของแหลมอิตาลียังเปรียบเสมือน
รองเท้าบูตที่ยื่นเข้าไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้สามารถติดต่อกับดินแดนรอบๆ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
โดยเฉพาะตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ตอนเหนือของแหลมอิตาลีแม้จะมีเทือกเขาแอลป์ ขวางกั้นแต่ชาว
โรมันก็สามารถติดต่อกับดินแดนตอนกลางของยุโรปได้ไม่ยากนักเนื่องจากมีช่องเขาที่สามารถเดินทางผ่านได้
นอกจากนี้ชายฝั่ งทะเลที่ยาวเหยียดของแหลมอิตาลีก็ช่วยให้ชาวโรมันติดต่อกับดินแดนอื่นๆได้สะดวก
ลักษณะที่ตั้งแม้จะเคยเป็นจุดอ่อนที่เปิดโอกาสให้ศัตรูที่เข้มแข็งกว่าเข้ามารุกรานชาวโรมันสมัยโบราณได้โดย
ง่ายแต่ในทางตรงข้ามชาวโรมันก็ใช้ประโยชน์จากสภาพภูมิศาสตร์ของตนในการรุกรานดินแดนอื่นๆ ทั่วทุก
ทิศ จนขยายอำนาจเป็นจักรวรรดิโรมันในเวลาต่อมา

สภาพภูมิศาสตร์ของแหลมอิตาลียังมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมเอกภาพของชาวโรมัน ลักษณะ
ภูมิประเทศของแหลมอิตาลี แม้จะมีเทือกเขาอะเพนไนน์ ทอดขนานตามความยาวของรองเท้าบูต แต่เทือกเขา
นี้ก็ไม่สูงชันเหมือนกับภูเขาในดินแดนกรีก จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการติดต่อค้าขายภายในและการรวมอำนาจสู่
ศูนย์กลาง นอกจากนี้ แหลมอิตาลียังมีพื้นที่ราบเชิงเขาที่มีดินอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งมีภูมิอากาศที่อบอุ่นช่วย
ให้การเพาะปลูกได้ผลดี ชาวโรมันจึงมีเศรษฐกิจรุ่งเรือง สามารถขยายตลาดการค้าภายในดินแดนของตน
และไม่ต้องพึ่งพาการค้าต่างประเทศมากนัก


ระบบปกครอง

ชาวโรมันได้สถาปนาการปกครองระบอบสาธารณรัฐขึ้นหลังจากรวมอำนาจในแหลมอิตาลีได้
ระบอบสาธารณรัฐสร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่ชาวโรมัน เพราะเป็นระบอบที่เปิดโอกาสให้
พลเมืองโรมันทุกคนทั้งชนชั้นสูง สามัญชน และทหาร มีส่วนร่วมในการปกครอง ด้วยการ
เลือกตั้งตัวแทนของกลุ่มตนเข้าไปบริหารออกกฎหมาย กำหนดนโยบายต่างประเทศ และ
ประกาศสงคราม โดยมีกงสุล ซึ่งมาจากการเลือกตั้งทำหน้าที่ประมุขและบริหารการปกครอง
ทุกด้าน การมีส่วนร่วมในการปกครองของพลเมืองโรมันทำให้สาธารณรัฐโรมันแข็งแกร่ง
มั่นคงและเจริญก้าวหนน้า ต่อมาเมื่อโรมันขยายอำนาจครอบครองดินแดนอื่นๆอย่างรวดเร็ว
จึงเปลี่ยนระบอบปกครองเป็นจักรวรรดิ มีจักรวรรดิเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด

กองทัพโรมัน

ความเข้มแข็งของกองทัพโรมันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมการขยายอิทธิพลของจักรวรรดิ
โรมัน กองทัพโรมันมีชื่อเสียงในด้านความสามารถและประสิทธิภาพการรบ ความสำเร็จ
ส่วนใหญ่เกิดจากการจัดองศ์กรภายในกองทัพที่ดีเยี่ยมและการฝึกฝนทหารให้มี
ประสิทธิภาพและมีวินัย โดยใช้บทลงโทษที่รุนแรง


การสถาปนาจักรวรรดิโรมัน

ในปี 46 ก่อนคริสต์ศักราช จูเลียส ซีซาร์ แม่ทัพโรมันซึ่งมีฐานอำนาจอยู่ที่แหลมอิตาลี สเปน
กรีก และอียิปต์ ได้เข้าควบคุมกรุงโรม ปีต่อมาเขาได้รับการสถาปนาเป็นผู้เผด็จการ และมี
อำนาจสูงสุดเทียบเท่ากษัตริย์ ขณะนั้นโรมันยังคงปกครองในระบอบสาธารณรัฐ แต่อำนาจ
ขององค์กรการเมืองถูกลิดรอน เช่น การเพิ่มจำนวนสมาชิกในสภาซีเนตจากเดิมซึ่งมีเพียง
300 คน เป็น 900 คน และยังอนุญาตให้สมาชิกมาจากพลเมืองกลุ่มอื่นๆ ได้นอกเหนือจาก
เดิมที่สงวนให้เฉพาะกลุ่มชนชั้นสูงเท่านั้น นอกจากนี้ซีซาร์ยังให้สถานะ “พลเมืองโรมัน” แก่
ประชาชนทั่วไปตามเขตต่างๆ มากขึ้น นโยบายดังกล่าวช่วยเพิ่มอิทธิพลและอำนาจของซีซาร์
เป็นเหตุให้มีผู้อิจฉาริษยาอำนาจของเขา ซีซาร์ถูกลักลอบสังหารเมื่อปี 44 ก่อนคริสต์ศักราช

ต่อมาในปี 27 ก่อนคริสต์ศักราช ออคเตเวียน หลานชายของซีซาร์ได้เปลี่ยนแปลง
ระบอบสาธารณรัฐเป็นระบอบจักรวรรดิ และสถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิออกุสตุส ครอง
อำนาจระหว่างปี 27-14 ก่อนคริสต์ศักราช พระองค์ทรงเป็นทั้งประมุขสูงสุดที่มีอำนาจ
ปกครองด้านบริหารและนิติบัญญัติ รวมทั้งเป็นจอมทัพอีกด้วย ในสมัยจักรพรรดิออกุสตุสนี้
จักรวรรดิโรมันได้ขยายอำนาจออกไปไกลถึงสเปน ซีเรีย เขตลุ่มแม่น้ำไรน์ และแม่น้ำดานูป
ตลอดจนถึงเขตทะเลทรายซาฮาราในทวีปแอฟริกา ระหว่าง ค.ศ.117-180 จักรวรรดิโรมัน
เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด สามารถขยายอิทธิพลครอบครองดินแดนมากกว่าครึ่งหนึ่งของภาค
พื้นทวีปยุโรป รวมทั้งเกาะอังกฤษ (ยกเว้นสกอตแลนด์) ส่วนทางด้านตะวันออกก็สามารถ
ขยายอิทธิพลต่อเนื่องไปจนถึงดินแดนเมโสโปเตเมียและอาร์เมเนีย ความยิ่งใหญ่ของ
จักรวรรดิโรมันส่งผลให้อารยธรรมโรมันแพร่เข้าไปในดินแดนต่างๆ โดยเฉพาะทวีปยุโรปซึ่ง
รับความเจริญจากอารยธรรมโรมันทั้งด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ และสังคม


ความเสื่อมของจักรวรรดิโรมัน

ค.ศ. 180 จักรวรรดิโรมันเริ่มเสื่อมอำนาจลง เนื่องจากไม่สามรถปกครองจักรวรรดิที่
มีขนาดกว้างใหญ่มากๆได้บางช่วงต้องมีการแต่งตั้งจักรพรรดิร่วมเพื่อแยกกัน
ปกครองจักรวรรดิ ใน ค.ศ. 324 จักรพรรดิคอนสแตนติน ได้ปกครองจักรวรรดิโรมัน
และเกิดเหตุการณ์สำคัญ 2 เหตุการณ์ คือ เหตุการณ์ที่ 1 ได้แก่การย้ายศูนย์กลางการ
ปกครองจากกรุงโรมไปยังกรุงคอนสแตนติโนเปิล เรียกว่าจักรวรรดิไบแซนไทน์ เมื่อ
ค.ศ. 330 ทำให้จักรวรรดิโรมันถูกแบ่งแยกเป็น 2 ส่วน คือ จักรวรรดิโรมันตะวันตก ซึ่ง
ยังคงมีศูนย์กลางที่กรุงโรม และจักรวรรดิไบแซนไทน์หรือหรือจักรวรรดิโรมันตะวัน
ออก มีศูนย์กลางที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล (ปัจจุบันคือนครอิสตันบูลในประเทศตุรกี)
ส่งผลให้จักรวรรดิโรมันเสื่อมอำนาจลงและถูกรุกรานในเวลาต่อมา เหตุการณ์ที่ 2 คือ
การที่จักรพรรดิคอนสแตนตินหันไปนับถือศาสนาคริสต์และทำให้คริสต์ศาสนาแพร่
หลายในเขตจักรวรรดิโรมัน และกลายเป็นศาสนาหลักของโลกตะวันตกในเวลาต่อมาใน
ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 5 จักรวรรดิโรมันถูกแบ่งแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง จักรวรรดิ
โรมันตะวันตกอ่อนแอลงตามลำดับเพราะถูกทำลายโดยพวกอารยชนสำคัญ 2 เผ่า คือ
เผ่าเยอรมันซึ่งมาจากทางเหนือของแม่น้ำไรน์และแม่น้ำดานูบ และพวกฮัน ซึ่งเป็นเชื้อ
สายเอเชียมาจากทางเหนือของทะเลดำ พวกเยอรมันโจมตีกรุงโรมได้ใน ค.ศ. 410
และปล้นสะดมทุกสิ่งทุกอย่าง ทำให้เกิดความระส่ำระสายขึ้นในจักรวรรดิโรมันตะวันตก
ในที่สุดจักรพรรดิองค์สุดท้ายของจักรวรรดิโรมันตะวันตกก็ถูกโค่นใน
ค.ศ. 476 ว่าเป็นปีที่จักรวรรดิโรมันล่มสลาย


ความเชื่อ โรมูลุสและเรมุส กรุงโรมขึ้นบนพื้นที่ที่ทั้งคู่ได้รับการช่วยเหลือโดยนาง
หมาป่าที่ให้ทารกแฝดดูดนมจนรอดชีวิต
เทพประจำบ้าน ครอบครัวชาวโรมันส่วนใหญ่มีหิ้งบูชาเล็กๆอยู่ในบ้าน
เพื่อพวกเขาจะได้บูชาเทพเจ้าและวิญญาณต่างๆหิ้งบูชารูปร่างคล้าย
โบสถ์เรียกว่า ลาราเรียม เทพประจำบ้านมี ๒ องค์ คือ ลาเรส และเพนา
เทส สาเลส
เทพเจ้าที่ได้รับอิทธิพลมาจากกรีก
เทพเจ้าโรมันที่สำคัญๆหลายองค์นั้นนำมาจากกรีก เทพเจ้าบัคคัส หรือ
เทพเจ้าแห่งไวนเทพเจ้าไดโอไนซัส เพเอธีนาหรือเทพีแห่งปัญญาและงาน
ฝีมือ เทพเจ้าที่สำคัญที่สุดคือเทพเจ้าแห่งสงคราม คือ เทพเจ้ามาร์ และ
เทพเจ้าจูปีเตอร์

ด้านการปกครอง เป็นกฎหมายโบราณอันเป็นรากฐานของกฎหมายโรมัน
กฎหมายสิบสองโต๊ะเป็นหัวใจของรัฐธรรมนูญสาธารณรัฐ
โรมันและแกนกลางของ "จารีตประเพณีบรรพชน"
กฎหมายสิบสองโต๊ะเป็นผลของการต่อสู้ทางสังคมอัน
ยาวนานระหว่างแพทริเซียนกับพลีเบียน


มรดกของอารยธรรมโรมัน

ด้านเศรษฐกิจโรมันมีนโยบายส่งเสริมการผลิตทางด้านเกษตรกรรม และ
อุตสาหกรรม รวมทั้งการค้ากับดินแดนภายในและภายนอก
ด้านเกษตรกรรม ประกอบเกษตรกรรมเป็นหลัก การเกษตรในแหลมอิตาลีส่วน
ใหญ่เปลี่ยนไปทำไร่องุ่นและเลี้ยงสัตว์
ด้านการค้า มีทั้งการค้ากับดินแดนภายในและนอกจักรวรรดิ ปัจจัยสำคัญที่
ทำให้การค้าเจริญรุ่งเรือง การจัดเก็บภาษีการค้าก็อยู่ในอัตราต่ำ มีระบบ
คมนาคมขนส่งทางบก
ภาษาละติน ชาวโรมันพัฒนาภาษาละตินจากตัวพยัญชนะในภาษากรีกที่พวกอี
ทรัสคันนำมาใช้ในแหลมอิตาลี ภาษาละตินมีพยัญชนะ 23 ตัว ใช้กันแพร่หลายใน
มหาวิทยาลัยของยุโรปสมัยกลาง และเป็นภาษาทางราชการของศาสนาคริสต์
นิกายโรมันคาทอลิก
ด้านวรรณกรรม โรมันได้รับอิทธิพลด้านวรรณกรรมจากกรีก ประกอบกับได้
รับการส่งเสริมจากจักรพรรดิโรมัน จึงมีผลงานด้านวรรณกรรมจำนวนมาก
ทั้งบทกวีและร้อยแก้ว
ด้านวิทยาการต่างๆ แพทย์โรมันสามารถผ่าตัดรักษาโรคได้หลายโรค โดย
เฉพาะการผ่าตัดทำคลอดทารกจากทางหน้าท้องของมารดา ซึ่งเรียกว่า
ศัลยกรรมซีซาร์ การสร้างโรงพยาบาลระบบบำบัดน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล
การก่อสร้างและสถาปัตยกรรม ชาวโรมันได้สร้างผลงานไว้เป็นจำนวนมาก
เช่น ถนน สะพาน ท่อส่งน้ำประปา อัฒจันทร์ครึ่งวงกลม สนามกีฬา ผลงานด้าน
สถาปัตยกรรมซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นศิลปกรรมที่งดงามจำนวนมาก เช่น
พระราชวัง วิหาร โรงละครสร้างเป็นอัฒจันทร์ครึ่งวงกลม สถาปัตยกรรมชาว
โรมันได้พัฒนารูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตนด้วย เช่น ประตู วงโค้ง และ
หลังคาแบบโดม


โคลอสเซียม สถานที่อาบน้ำสาธารณะ

ถนน สะพานและท่อส่งน้ำ

วิหารและสุสาน ประตูชัย


ทำรูปเหมือนบุคคล กลาดิเอเตอร์

การผ่าตัดทำคลอดทารก ซิเซโร ผู้เป็นต้นเเบบในการใช้าภาาละติน

มหากาพย์อีเนียด จักรพรรดิ คอนสแตนติน


Click to View FlipBook Version