The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเพาะเลี้ยงปลาสลิด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Dapaertment of Fisheries, 2022-10-28 03:33:39

การเพาะเลี้ยงปลาสลิด

การเพาะเลี้ยงปลาสลิด

14.6 cm



ปลาสลิดการเพาะเลี้ยง

กรมประมง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สารบัญ หน้า
1
ค�านา� 2
แหลง่ ก�าเนดิ และการแพรก่ ระจาย 3
รูปรา่ งลักษณะ 3
อาหาร 4
การสืบพันธ ์ุ 7
การเพาะพนั ธ์ุปลาสลดิ โดยใช้
ฮอร์โมนสงั เคราะห์รว่ มกบั ยาเสริมฤทธิ์ 8
การเตรยี มบ่อเพาะพันธุ ์ 9
การเตรียมบอ่ ฟกไขป่ ลาสลิด 12
การอนบุ าลลูกปลาสลดิ 17
การเลย้ี งปลาสลิด 22
การปอ้ งกันและก�าจัดศตั รู 23
ต้นทุนและผลตอบแทน 24
การจับและวธิ กี ารล�าเลียง 26
การแปรรูปปลาสลิด 32
ภาคผนวก : สถานทีต่ ิดต่อของกรมประมง

4

ก การเพาะเลย้ี งปลาสลิด

การเพาะปเลีย้ ลง าสลดิ

ค�านา�

ปลาสลิดหรือปลาใบไม้ เป็นปลาน�้าจืดซ่ึงเป็นปลาพันธุ์พื้นบ้านของ
ประเทศไทยมแี หล่งกา� เนิดอยู่ในทลี่ ่มุ ภาคกลาง มชี ือ่ วิทยาศาสตรว์ า่ Trichogaster
pecteralis
ปลาสลิดเดิมทีเล้ียงกันบริเวณดอนก�ายาน จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วมีการ
ย้ายมาเล้ียงกันมากในจังหวัดสมุทรปราการในเขตพ้ืนท่ี อ�าเภอเมือง อ�าเภอบางพลี
และอ�าเภอบางบ่อ เป็นเวลายาวนานในช่วงหลายปที่ผ่านมา ปจจุบันได้มีการ
ขยายพื้นที่การเล้ียงเพิ่มข้ึนเป็นจ�านวนมากท้ังภายในจังหวัดและจังหวัดอ่ืน ๆ เช่น
สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา และสุพรรณบุรี การเล้ียงปลาสลิดในอดีต
เป็นการเลี้ยงแบบธรรมชาติ โดยอาศัยอาหารจากธรรมชาติในบ่อเลี้ยง (แปลงนา)
และได้มีการพัฒนาการเลี้ยงมาเป็นแบบก่ึงพัฒนา โดยมีการเพิ่มอาหารธรรมชาติ
ในบ่อเลี้ยง (แปลงนา) โดยการใส่ปุยอินทรีย์ ได้แก่ ปุยคอก ปุยหมัก นอกจากนี้
ยังมกี ารให้อาหารสมทบ เชน่ รา� ละเอียด ปลาป่น เศษอาหาร และอาหารสา� เร็จรปู
เป็นตน้

การเพาะเล้ยี งปลาสลิด 1

การเลี้ยงปลาสลิดในอดีต จะท�าการเพาะพันธุ์ปลา
อนุบาลปลา และเลี้ยงปลาในบ่อเดียวกัน โดย
อาศัยธรรมชาติเป็นหลัก ท�าให้ไม่สามารถ
คาดคะเนผลผลิตและผลผลิตท่ีได้ไม่แน่นอน
ซง่ึ ในปจ จบุ นั ไดม้ กี ารพฒั นาวธิ กี ารตา่ ง ๆ ขนึ้ มา

เพ่ือพัฒนาการเพาะเล้ียงปลาสลิดให้ได้ผลผลิตสูง
และมคี วามแน่นอนมากขึ้น

แหลง‹ ก�าเนิดและการแพรก‹ ระจาย

ปลาสลิดมีแหล่งก�าเนิดในพื้นที่ลุ่มภาคกลาง ชอบอยู่ในบริเวณที่มีน�้าน่ิง
เช่น หนอง บึง ตามบริเวณที่มีพันธุ์ไม้น�้า ผักและสาหร่าย เพื่อใช้เป็นที่พักอาศัย
ก�าบังตัว ก่อหวอดวางไข่ เน่ืองจากปลาชนิดน้ีโตเร็วในแหล่งน้�าธรรมชาติท่ีมีอาหาร
พวกพืช ได้แก่ สาหร่าย พืช และสัตว์เล็ก ๆ จึงสามารถน�าปลาสลิดมาเล้ียงในบ่อ
และนาขา้ วได้เปน็ อย่างดี

2 การเพาะเลย้ี งปลาสลิด

รูปร‹างลักษณะ

ปลาสลิดมีรูปร่างลักษณะคล้ายปลากระด่ีหม้อ แต่ขนาดโตกว่า ล�าตัวแบน
ด้านข้างมีครีบท้องยาวครีบเดียว สีของล�าตัวมีสีเขียวออกเทาหรือมีสีคล้�าเป็นพ้ืน
และมีร้ิวด�าพาดขวางตามล�าตัวจากหัวถึงโคนหาง เกล็ดบนเส้นข้างล�าตัวประมาณ
42-47 เกลด็ ปากเลก็ ยดื หดได้ ปลาสลิดซ่ึงมีขนาดใหญ่เตม็ ทจ่ี ะมีความยาวประมาณ
20 เซนตเิ มตร

อาหาร

ปลาสลิดกินอาหารธรรมชาต ิ ได้แก่
แพลงกต์ อนพืช แพลงกต์ อนสัตวช์ นดิ ต่าง ๆ
เชน่ โรตเิ ฟอร ์ ไรแดงขนาดเลก็
เปน็ ตน้

การเพาะเลี้ยงปลาสลดิ 3

การสืบพันธ์ุ

ลักษณะเพศ ปลาสลิดเพศผู้และเพศเมียมีความแตกต่างกัน ซ่ึงสามารถ
สังเกตความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด คือ ปลาเพศผู้มีล�าตัวยาวเรียว สันหลังและ
สันท้องเกือบเป็นเส้นตรงขนานกัน มีครีบหลังยาวจรดหรือเลยโคนหาง มีสีล�าตัว
เข้มและสวยกว่าเพศเมีย ส่วนเพศเมียมีสันท้องยาวมนไม่ขนานกับสันท้อง
ครีบหลังมนไม่ยาวจนถึงโคนหาง สีตัวจางกว่าเพศผู้ ในฤดูวางไข่ท้องจะอูมเป่ง
ออกมาทั้งสองข้าง

เพศผู้

เพศเมยี
4 การเพาะเลีย้ งปลาสลิด

การเพาะพันธุ์

ในปจจุบันการเล้ียงปลาสลิด
สามารถแบ่งออกเป็นลักษณะใหญ่ ๆ
ได้ 2 ลักษณะ ได้แก่
1. การเล้ียงปลาสลิดโดยการ
เพาะพันธุ์ปลาในบ่อเลี้ยง ซ่ึงสามารถ
ดา� เนินการได้ 2 วิธ ี คอื
1.1 การเพาะพันธุ์โดยวิธีธรรมชาต ิ ลกู ปลาสลิดอายุ 6 วัน

โดยการปล่อยพ่อแม่พันธุ์ผสมกันเองตามธรรมชาติ ในอัตรา
50-100 กก./ไร่ โดยไม่ค�านึงถึงอัตราส่วนพอ่ แมพ่ ันธ์ุ โดยใชพ้ อ่ แมพ่ นั ธุ์ 8-10 ตัว/กก.
ซ่ึงจ�านวนการวางไข่ของปลาจะไม่แน่นอน ข้ึนอยู่กับปจจัยทางธรรมชาติเป็นหลัก
และปลายังมีการวางไขห่ ลายครั้งทา� ใหไ้ ด้ลกู ปลาหลายรนุ่
1.2 การเพาะพันธุ์โดยวิธีฉีดฮอร์โมน โดยปล่อยพ่อแม่พันธุ์ขนาด
8-10 ตัว/กก. ที่ได้รับการฉีดฮอร์โมนสังเคราะห์ร่วมกับยาเสริมฤทธ์ิ ในอัตรา
5-10 กก./ไร่ โดยมีอัตราส่วนพ่อแม่พันธุ์ประมาณ 1 : 1 ซ่ึงปลาจะวางไข่ในระยะ
ใกล้เคียงกัน ซ่ึงทั้งวิธีท่ี 1.1 และ 1.2 อาจปล่อยปลาในบ่อเลี้ยง (แปลงนา)
ขนาดใหญ่เลยหรือปล่อยลงบ่อขนาดเล็กก่อน เมื่อลูกปลาเกิดและเห็นตัวแล้ว
จึงปล่อยออกไปสู่บ่อใหญ่อีกครั้งหน่ึง ในการเพาะพันธุ์ปลาลักษณะดังกล่าว
ไม่สามารถคาดคะเนอัตราการรอดตายของลูกปลาและจ�านวนลูกปลาท่ีได้
ขน้ึ อยกู่ บั อาหารธรรมชาต ิ คณุ สมบตั ิของนา้� และศตั รขู องลกู ปลา

การเพาะเลยี้ งปลาสลดิ 5

ลกู ปลาสลดิ อายุ 15-20 วัน
2. การเลี้ยงปลาสลิดโดยการปล่อยลูกปลาสลิดขนาด 2-3 ซม. ในอัตรา
10,000 ตัว/ไร่ โดยลูกปลาที่น�ามาปล่อยได้จากการเพาะพันธุ์โดยวิธีการฉีดฮอร์โมน
สังเคราะห์ร่วมกับยาเสริมฤทธิ์ และอนุบาลในบ่อดินจนได้ขนาดที่ต้องการ
โดยลูกปลาที่น�ามาปล่อยอาจจะปล่อยในบ่อเล้ียง (แปลงนา) เลยหรืออนุบาล
ต่อในบ่อขนาดเล็กก่อนแล้วจึงปล่อยออกบ่อใหญ่ นอกจากนี้เกษตรกรที่เลี้ยง
ปลาสลิดหลายคร้ังแล้วยังมีการปล่อยปลาขนาดเล็กประมาณ 15-20 ตัว/กก.
ที่ไม่ได้จ�าหน่ายมาปล่อยเสริม ซ่ึงการปล่อยเสริมแบบนี้ส�าหรับวิธีการเพาะ 1.1
และ 1.2 ไมค่ วรปล่อยในช่วงทที่ า� การเพาะพนั ธ ์ุ เนอ่ื งจากปลาทีป่ ล่อยจะกนิ ลูกปลา
ที่เกิดใหมไ่ ด้

6 การเพาะเล้ียงปลาสลิด

การเพาะพันธุป์ ลาสลิดโดยใชฮ้ อร์โมนสังเคราะห์
ร‹วมกบั ยาเสรมิ ฤทธ์ิ

อปุ กรณ์

1. นา้� ยาฮอร์โมนสังเคราะห์ (ซูพรแี ฟค) Suprefact
2. ยาเสริมฤทธิ ์ (โมทเี ลยี ม เอม็ ) Motilium m.
3. นา้� สะอาด
4. หลอดฉดี ยาขนาด 1-10 ซซี ี
5. เข็มฉีดยาเบอร์ 24 ยาว 1 นิว้
6. ครกบดยา

จ�านวนเขม็ ท่ฉี ดี

เพศผู้ : จ�านวน 1 เขม็
เพศเมยี : จา� นวน 1-2 เขม็
ในกรณีที่เพศเมียฉีดสารละลายจ�านวน 2 เข็ม (เว้นระยะเวลาระหว่างเข็ม
12 ชม.) จะฉดี ปลาเพศผูพ้ ร้อมเพศเมยี เข็มท ่ี 1

ตัวอย‹าง

ท�าการฉีดปลาสลิดขนาด 10 ตัว/กก. จ�านวน 10 กก. เป็นปลาเพศผู้
จา� นวน 5 กก. เพศเมยี 5 กก. ดังนี้
1. เพศผู้ฉีดสารละลายจ�านวน 1 เข็ม โดยมีความเข้มข้นของฮอร์โมน
สังเคราะห์ 10 ไมโครกรมั /กก. และยาเสรมิ ฤทธิ์ 5 มลิ ลิกรมั /กก.
2. เพศเมียฉีดสารละลายจ�านวน 2 เข็ม เข็มที่ 1 มีความเข้มข้นของ
ฮอร์โมนสังเคราะห์ 10 ไมโครกรัม/กก. และยาเสริมฤทธ์ิ 10 มิลลิกรัม/กก.
เข็มที่ 2 มีความเข้มข้นของฮอร์โมนสังเคราะห์ 20 ไมโครกรัม/กก. และยาเสริมฤทธ์ ิ
10 มลิ ลกิ รัม/กก.

การเพาะเลยี้ งปลาสลดิ 7

การเตรียมบอ‹ เพาะพนั ธุ์

การเพาะพันธุ์ปลาสลิดโดยการใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์ร่วมกับยาเสริมฤทธิ์
สามารถดา� เนนิ การไดท้ ง้ั ในบอ่ ดนิ บอ่ ซเี มนต ์ หรอื ในกระชงั แลว้ แตค่ วามสะดวกของ
ผู้เพาะพนั ธ์ ุ สา� หรับการเพาะในบ่อซเี มนตพ์ นื้ ท่ี 50 ตร.ม. ซง่ึ ตั้งอยใู่ นรม่ จะปลอ่ ย
พ่อแม่พนั ธุ์จ�านวน 100-200 ค/ู่ บ่อ และมีข้ันตอนการเตรยี มบ่อ ดังน้ี
1. เติมนา้� ลงในบ่อซีเมนต์สงู ประมาณ 15-20 ซม.
2. ตัดหญ้ามาใสใ่ หท้ ว่ั บอ่ สา� หรับให้ปลาใชเ้ ปน็ ท่ีก่อหวอดวางไข่
3. คัดเลอื กพอ่ แมป่ ลาท่เี กบ็ ไว้มาขงั ในกระชัง (แยกเพศ) โดยอาจจะวางไว้
ในบ่อเพาะพนั ธ์หุ รอื บอ่ ที่อยใู่ กล้เคียง
4. ท�าการฉดี สารละลายที่ผสมไว ้ (ฮอรโ์ มนสังเคราะห์+
ยาเสริมฤทธิ+์ น�้าสะอาด) ปลาเพศผแู้ ละปลาเพศเมยี
เข็มที ่ 1 (โดยทว่ั ไปจะฉดี เวลาประมาณ
16.00-17.00 น.)
5. ปล่อยปลาเพศผ้ทู ฉ่ี ดี แลว้
ลงในบ่อเพาะพันธุ์ที่เตรียมไว ้ ส่วน
ปลาเพศเมยี นา� กลับไปขังไว้ในกระชงั

8 การเพาะเล้ียงปลาสลดิ

6. ท�าการฉีดสารละลายที่ผสม
ไว้ (ฮอร์โมนสังเคราะห์+ยาเสริมฤทธ์ิ
+น้�าสะอาด) ปลาเพศเมียเข็มที่ 2 (โดย
ทั่วไปจะฉีดประมาณ 7.00-8.00 น.
ของวันรุ่งขึ้น) แล้วจึงปล่อยลงในบ่อ
เพาะพันธ์ุทเ่ี ตรียมปลาเพศผูไ้ ว้แลว้
ส�าหรับต�าแหน่งท่ีฉีดสารละลายบนตัวปลา คือ เพศผู้ฉีดบริเวณ
โคนครีบหลัง เพศเมียเข็มที่ 1 ฉีดบริเวณข้างครีบหลัง และเข็มท่ี 2 ฉีดบริเวณ
โคนครบี หลัง ดังรูป
7. รวบรวมไข่ปลาจากหวอดในบ่อเพาะพันธุ์หลังจากปล่อยพ่อแม่พันธุ์
ให้ผสมพันธุ์วางไข่ประมาณ 24-36 ชม. น�าไปฟกในบ่อฟกไข่ โดยใช้สวิงผ้า
โอล่อนแกว้ ตัก

การเตรียมบ‹อฟก˜ ไข‹ปลาสลิด

ไข่ปลาสลิดเป็นประเภทไข่ลอย ในธรรมชาติหรือปลาที่เพาะพันธุ์ในบ่อเลี้ยง
(แปลงนา) จะฟกเป็นตัวอยู่ภายในหวอดท่ีเกาะอยู่กับพรรณไม้น�้าหรือพืชน้�าที่ให้
ร่มเงา เช่น หญ้าชนิดตา่ ง ๆ ผกั บงุ้ โดยมพี ่อปลาดแู ลปกปอ้ งศตั ร ู เมอ่ื ไขฟ่ ก เปน็ ตัว

การเพาะเลยี้ งปลาสลดิ 9

พ่อปลาจะท�าให้หวอดแตกกระจายออก ในระยะท่ีเป็นไข่และลูกปลาวัยอ่อนนั้น
มีศัตรูที่ส�าคญั ไดแ้ ก่ แพลงก์ตอนสตั วบ์ างชนิด แมลงนา้� ชนิดต่าง ๆ ปลาขนาดเลก็
เช่น ปลาซิว ปลากระด่ี ปลากริม และปลาสลิด ซึ่งส่งผลต่อจ�านวนลูกปลาท่ีจะได ้
นอกจากนี้อัตราการฟกออกเป็นตัวและอัตราการรอดตายในช่วงนี้ของไข่และ
ลูกปลาขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของน้�า โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นกรดสูง (เปรี้ยว)
ไข่จะเสียไม่ฟกเป็นตัวหรือฟกออกมาแล้วตาย ก่อให้เกิดเช้ือราท�าให้ไข่ปลา
หรือลูกปลาเสียหายหมด อุณหภูมิของน้�าและอากาศก็เป็นอีกปจจัยหน่ึงที่มีผล
กระทบต่ออัตราการฟกตัวและอัตราการรอดตาย ถ้าอุณหภูมิสูงไข่และลูกปลา
ก็จะเสียหายได้
ส�าหรับวิธีการฟกไข่ปลาสลิดในบ่อซีเมนต์ ถังไฟเบอร์ หรือถังพลาสติก
สามารถแก้ปญหาต่าง ๆ ข้างต้นได้เปน็ อย่างด ี วธิ กี ารฟกไข่ปลาสลดิ มขี นั้ ตอน ดงั นี้
1. เตรียมบ่อซีเมนต์ ถังไฟเบอร์ หรือถังพลาสติก ให้เพียงพอส�าหรับไข่
ที่จะน�ามาฟก (โดยทั่วไปใช้บ่อซีเมนต์หรือถังท่ีมีพื้นท่ีผิวน�้าประมาณ 1.7-2 ตร.ม.
จ�านวน 5-7 ใบ/การเพาะพนั ธุ์ปลาจ�านวน 100-120 คู่)
2. เติมน�้าสะอาดท่ีผ่านการฆ่าเชื้อและตกตะกอนแล้ว หรือน�้าท่ีผ่าน
การกรองและตกตะกอนแลว้ ลงในบอ่ ซีเมนต์หรอื ถงั ทเี่ ตรยี มไวพ้ อประมาณ
10 การเพาะเล้ียงปลาสลดิ

3. รวบรวมไข่ปลาจากบ่อเพาะพันธุ์โดยใช้สวิงผ้าโอล่อนแก้วมาใส่
ในบ่อฟกไข่พอประมาณ โดยสังเกตว่าไข่จะลอยอยู่ที่ผิวน้�ากระจายอยู่ทั่วไป
ไม่ซ้อนทบั กนั
4. ในระหว่างที่ฟกไข่จะใช้สวิงตาข่ายขนาด 20-22 ช่องตา/นิ้ว เส้นผ่าน
ศูนย์กลาง 30-40 ซม. ตักไข่เสียซ่ึงมีสีขาวและเกาะกันเป็นก้อนออก เพื่อป้องกัน
การเกิดเชอื้ ราและลามไปติดไขด่ ที า� ให้ไขเ่ สียได้
5. ไข่ปลาสลิดจะใช้เวลาฟกตัวประมาณ 24-30 ชั่วโมง หลังจากนั้น
ประมาณ 3-4 ช่ัวโมง (ลูกปลาจะลอยอยู่บริเวณผิวน�้าเคล่ือนที่ไม่มาก) ท�าการ
รวบรวมลูกปลาท่ีฟกแล้วบรรจุในถุงพลาสติกและใส่ออกซิเจน เพื่อสะดวกในการ
ล�าเลียงไปปล่อยลงบ่ออนบุ าล
6. หลังจากนนั้ จึงน�าลูกปลาไปปลอ่ ยลงบอ่ อนบุ าลท่เี ตรียมไว้

การเพาะเลย้ี งปลาสลิด 11

การอนบุ าลลูกปลาสลิด

นิยมอนุบาลในบ่อดิน โดยท่ัวไปลูกปลาจะเริ่มกินอาหารประมาณ 3-5 วัน
หลังจากฟกเป็นตัวในธรรมชาติหรือในบ่อเล้ียง (แปลงนา) จะกินอาหารธรรมชาติ
ได้แก่ แพลงก์ตอนสัตว์ชนิดต่าง ๆ เช่น โรติเฟอร์ ไรแดง เป็นต้น และลูกปลา
ยังไม่สามารถว่ายน้�าหากินได้ไกล ๆ แม้ว่าในบ่อเล้ียง (แปลงนา) ผู้เล้ียงสามารถ
ให้อาหารสมทบ เช่น ร�าละเอียด เพิ่มเติมได้ แต่ก็เป็นการยากท่ีจะให้ท่ัวทั้งบ่อ
ดังน้ันการสร้างอาหารธรรมชาติในบ่อเล้ียงจึงมีความส�าคัญเป็นอย่างยิ่ง การสร้าง
อาหารธรรมชาติในบ่อเลี้ยงนั้น ผู้เล้ียงจะใช้วิธีการฟนหญ้าในบ่อหรือการใส่ปุยคอก
เช่น มูลสัตว์ชนิดต่าง ๆ ซ่ึงปริมาณในการใส่แต่ละครั้งมีความส�าคัญมากถ้าใส่
นอ้ ยเกนิ ไปจะมอี าหารธรรมชาติไมเ่ พียงพอสา� หรับลูกปลา ถ้าใสม่ ากเกนิ ไปจะทา� ให้
น�้าเน่าเสียท�าให้ลูกปลาตาย ดังนั้นการอนุบาลลูกปลาในบ่อดินขนาดเล็ก (พื้นที่
ประมาณ 1 ไร่) ซ่ึงสามารถเตรียมอาหารธรรมชาติได้สะดวกและสามารถ
ควบคุมได้ดี นอกจากน้ียังสามารถให้อาหารสมทบเสริมได้อย่างท่ัวถึง จะช่วยให้
ลูกปลามีอัตราการรอดตายดีข้ึน วิธีอนุบาลลูกปลาสลิดในบ่อดินขนาด 1 ไร่ โดย
ปล่อยลูกปลาวยั อ่อนอายุ 3 วัน ในอัตราความหนาแนน่ 600,000-800,000 ตัว/ไร ่
เป็นระยะเวลา 1 เดอื น มอี ตั ราการรอดตายประมาณ 20-30%

12 การเพาะเลี้ยงปลาสลดิ

การเตรียมบ‹ออนุบาล

การอนุบาลลูกปลาสลิดในบ่อดิน เพื่อให้มีอัตราการรอดตายของลูกปลาสูง
มขี น้ั ตอนตา่ ง ๆ ดงั นี้

1. การก�าจัดศัตรขู องลกู ปลา

ส�าหรับบ่ออนุบาลลูกปลาสลิดที่เคยใช้มาก่อนจะต้องสูบน�้าออก
และก�าจัดศตั รูของลกู ปลา ไดแ้ ก ่ ลกู ปลาขนาดเลก็ ชนิดตา่ ง ๆ แมลงต่าง ๆ โดยใช้
กากชา หรือโซเดยี มไซยาไนด์ ละลายสาดให้ทวั่ พ้ืนบอ่

2. การปรบั สภาพพนื้ บอ‹

การปรับสภาพพ้ืนบ่อข้ึนอยู่กับคุณสมบัติและสภาพของดินเป็นหลัก
บ่อดินท่ีมีความเป็นกรดสูง (บ่อที่ขุดใหม่หรือบ่อเก่าท่ีตากไว้นานท่ีอยู่ในพ้ืนท่ีท่ีดิน
มีความเป็นกรดสูง โดยสังเกตว่าพ้ืนบ่อจะมีคราบสนิมสีแดง) ต้องมีการปรับสภาพ
โดยการใช้วัสดุปูนท�าให้ความเป็นกรดเป็นด่างเพิ่มข้ึน เพื่อให้จุลินทรีย์สามารถ
ย่อยสลายสารอินทรีย์ต่าง ๆ ได้และยังท�าให้แพลงก์ตอนพืชที่เป็นอาหารของ
แพลงก์ตอนสัตว์ ซึ่งเป็นอาหาร
ข อ ง ลู ก ป ล า เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ไ ด ้ ดี
ส�าหรับบ่อเก่าท่ีบ่อมีสารอินทรีย์
หมักหมมอยู่ท�าให้บ่อมีสภาพ
เน่าเสีย มีสารพิษต่าง ๆ เช่น
แอมโมเนีย ไฮโดรเจนซัลไฟด ์
วั ส ดุ ปู น ยั ง ช ่ ว ย ล ด ส า ร พิ ษ
ดังกล่าวได้ วัสดุปูนท่ีนิยมใช้
กันมากในการปรับสภาพพื้นบ่อ
ได้แก่ ปูนขาว ซ่ึงบ่อที่มีความ
เป็นกรดสูง (ความเป็นกรด
เป็นด่าง 4-6) จะใช้ในอัตรา
300-500 กก./ไร ่ ส�าหรับบอ่ ทว่ั ไป
จะใช้ในอตั รา 100-200 กก./ไร่

การเพาะเลยี้ งปลาสลดิ 13

3. การใสป‹ ย‰ุ

ปุยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ปุยอินทรีย์ (เช่น ปุยคอก ได้แก ่
มลู สัตว์ชนดิ ต่าง ๆ ปยุ หมกั ) และปุยวทิ ยาศาสตร ์ การใส่ปยุ เปน็ การเพม่ิ ธาตุอาหาร
ส�าหรับแพลงก์ตอนพืชที่เป็นอาหารของแพลงก์ตอนสัตว์ซึ่งเป็นอาหารของลูกปลา
ปุยท่ีเหมาะสมท่ีสุดที่ใช้ในการเตรียมบ่ออนุบาลลูกปลาสลิด คือ ปุยคอก ซ่ึงเพิ่ม
ธาตุอาหารสา� หรับแพลงก์ตอนพชื เพอ่ื เปน็ อาหารของแพลงกต์ อนสัตว์ แลว้ บางส่วน
ท่ีย่อยสลายยังเป็นอาหารของแพลงก์ตอนสัตว์และลูกปลาโดยตรงด้วย การใส่ปุย
สามารถใส่กอ่ นเติมน�้าหรอื หลังจากเตมิ น้า� (สูงประมาณ 50-70 ซม.) กไ็ ด ้ ในกรณี
ท่นี �้ามคี วามขนุ่ ท่ีเกิดจากตะกอนดนิ ควรใส่ปยุ หมกั จากพืชเพอื่ ให้นา้� ตกตะกอนกอ่ น
จึงใส่ปุยคอก โดยใส่ในอัตรา 100-200 กก./ไร่/เดือน ซ่ึงจะท�าให้น้�ามีสีชาหรือ
สีน�้าตาลในระยะเวลา 3-5 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพของบ่อ และปรับอัตราการใส่ปุย
โดยวัดความโปร่งใสของน�้าประกอบดังนี้ ใช้แผ่นไม้วงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง
20-30 ซม. ทาสีขาวและดํา (ดังรูป) ผูกเชือกและทําปมที่เชือกห่างกันทุก
10 ซม. จมุ่ ลงไปในนํ้าให้มองเห็นสีขาวและสดี ํากลนื กันในระยะความลกึ ระหวา่ ง
20-30 ซม. ในกรณีที่มองเห็นสีขาวและดํากลืนกันต้ืนกว่า 20 ซม. ให้เติมนํ้า
ลงไปและลดอตั ราการใสป่ ยุ ลงในครง้ั ตอ่ ไป ในกรณที ม่ี องเหน็ สขี าวและดาํ กลนื กนั
ลกึ กวา่ 30 ซม. ใหใ้ สป่ ุยเพิ่มและเพ่มิ อตั ราการใสป่ ยุ ลงในครง้ั ต่อไป

30 ซม.
20 ซม.
10 ซม.

14 การเพาะเลีย้ งปลาสลิด

4. การเตมิ นา้� เข้าบอ‹

การเติมน�้าเข้าบ่ออนุบาล
ลูกปลาสลิดโดยท่ัวไป ในช่วงสัปดาห์แรก
จะเติมน�้าสูง 50-70 ซม. โดยการเติมน้�า
ต้องผ่านถุงกรองเพ่ือป้องกันศัตรูลูกปลา
โดยควรจะกรอง 2 ช้ัน ด้วยถุงตาข่าย
ขนาด 24-26 ช่องตา/นิ้ว ไว้ด้านในและ
ถุงกรองท่ีท�าจากผ้าโอล่อนแก้วไว้ด้านนอก
และระหว่างที่ปล่อยน�้าลงบ่อต้องตรวจ
ไม่ให้ถุงกรองอุดตัน เพื่อป้องกันถุงกรอง
หลดุ ออก

5. การปล‹อยลูกปลาสลดิ วยั ออ‹ น

การปล่อยลูกปลาโดยท่ัวไปจะปล่อยตอนเช้าอากาศไม่ร้อนนัก
ควรปล่อยปลาอย่างช้า ๆ บริเวณด้านเหนือลมให้กระจายท่ัวไป อัตราความหนาแน่น
ของลูกปลาสลิดวัยอ่อนจะอยู่ประมาณ 600,000-800,000 ตัว/ไร่

การเพาะเลี้ยงปลาสลิด 15

6. การให้อาหารสมทบ

ในช่วงสัปดาห์แรกของการอนุบาลลูกปลาสลิดวัยอ่อน ลูกปลาจะกิน
อาหารธรรมชาติเป็นหลัก เริ่มให้อาหารสมทบ ได้แก่ ร�าละเอียด หรือร�าละเอียด
ผสมปลาป่นในอัตราส่วน 2 : 1 วันละ 2 มื้อเช้าเย็น วันละประมาณ 0.5-1 กก.
โดยหว่านด้านเหนือลมให้กระจายไปทั่ว ๆ และควรสังเกตสีน้�าและความโปร่งใส
ของน้�าประกอบเพื่อปรับปริมาณอาหารให้เหมาะสม และเพ่ิมอาหารขึ้นในอัตรา
8-10% ของน้�าหนกั ตัว/วนั ในสปั ดาห์ต่อไป

7. การควบคุมและกา� จัดศตั รูของลกู ปลา

ในระหว่างการเติมน�้าเข้าบ่อ แม้ว่ามีการกรองเป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็
ยังไม่สามารถป้องกันแมลงชนิดต่าง ๆ ไดห้ มด เนื่องจากแมลงเหล่าน้ีสามารถบนิ มา
ลงที่บ่ออนุบาลได้ จึงต้องมีการควบคุมและก�าจัดโดยใช้น�้ามันพืชสาดให้ทั่วบริเวณ
ด้านเหนือลมให้กระจายให้ท่ัว ในสัปดาห์ที่ 2 ของการอนุบาล และทุก 7 วัน
ตลอดระยะเวลาการอนบุ าล อตั ราการใช้ประมาณ 5 ลติ ร/ไร ่

8. การรวบรวมลูกปลา

การอนุบาลลูกปลาสลิดจากลูกปลาวัยอ่อนจนกระทั่งได้ความยาว
2-3 ซม. ซ่งึ เป็นขนาดทีเ่ หมาะสมท่จี ะนา� ไปปล่อยลงบอ่ เล้ยี ง ใช้ระยะเวลาประมาณ
1 เดือน การรวบรวมลูกปลาสลิดขนาดดังกล่าวเป็นข้ันตอนสุดท้ายท่ีมีความส�าคัญ
อย่างยิ่ง เนื่องจากลูกปลาสลิดจะช็อคและตายได้ง่ายมากถ้ารวบรวมไม่ถูกต้อง
การรวบรวมปลาสลิดจะใช้อวนตาถี่ท�าการลากลูกปลาในช่วงเช้า โดยลากอย่าง

ช้า ๆ คร้ังละครึ่งบ่อ จนกระท่ังลูกปลาเหลือน้อย
แล้วจึงท�าการลากทั้งบ่อ ลูกปลา
ที่ได้น�ามาขังไว้ในกระชังไม่เกิน
30 ช่ัวโมง เพื่อบรรจุถุงใส่
ออกซิเจน น�าไปปล่อย
ในบอ่ เล้ยี งตอ่ ไป

16 การเพาะเล้ียงปลาสลดิ

การเลย้ี งปลาสลดิ

การเลี้ยงปลาสลิดเป็นการเลี้ยงปลาท่ีต้องใช้พื้นที่มากต้ังแต่ 10 ไร่ จนถึง
กว่า 100 ไร่ ในอดีตนิยมเล้ียงปลาสลิดแบบธรรมชาติและได้พัฒนามาเป็น
การเล้ียงแบบกึ่งพัฒนา โดยมีการใส่ปุยและให้อาหารสมทบ และใช้ระยะเวลา
ในการเล้ยี ง 10-12 เดือน จะไดผ้ ลผลิต 200-500 กก./ไร่ ขนาดปลา 7-9 ตัว/กก.

ลกั ษณะบ‹อเลยี้ งปลาสลิด

บ่อเลี้ยงปลาสลิดมีลักษณะเป็นพ้ืนนาและมีร่องล้อมรอบ ความกว้างของ
ร่องโดยท่ัวไปประมาณ 1.5-2 เมตร ความลกึ ของร่องถึงพ้นื นาประมาณ 1-1.2 เมตร
และคันบ่อซึ่งน�้าท่วมไม่ถึงสามารถกักเก็บน้�าสูงจากพื้นนาได้ประมาณ 50-70 ซม.
รอบบ่อ รูปร่างบอ่ ข้ึนอยกู่ ับพน้ื ทข่ี องเกษตรกร เชน่ สี่เหลย่ี มผนื ผา้ สเี่ หลย่ี มคางหม ู
เป็นต้น บ่อเลี้ยงอาจจะเป็นบ่อใหญ่บ่อเดียวหรือมีบ่อขนาดเล็กในแปลงนา เพ่ือ
วัตถปุ ระสงค์ตา่ ง ๆ เชน่ การเล้ยี งลกู ปลาขนาด 2-3 ซม. ก่อนปล่อยออกสู่บ่อใหญ ่ ดังรูป

การเพาะเลี้ยงปลาสลดิ 17

การเตรยี มบ‹อเลยี้ งปลาสลิด

การเตรียมบ่อเลยี้ งปลาสลิดมขี น้ั ตอนตา่ ง ๆ ดงั นี้

1. การกา� จัดศัตรูลกู ปลาสลดิ

ศัตรูของลูกปลาสลิดขนาด 2-3 ซม. ที่ส�าคัญ ได้แก่ ปลากินเนื้อ
ชนิดต่าง ๆ จะต้องก�าจัดโดยใช้กากชาหรือโซเดียมไซยาไนด์ ละลายน้�าสาดให้ทั่ว
พื้นบอ่ ท่มี ีน�า้ ขงั

2. การปลกู หญา้

หญ้าในการเล้ียงปลาสลิด ได้แก่ แห้ว กก และหญ้าชนิดต่าง ๆ เป็น
ปจจัยส�าคัญเนื่องจากเป็นแหล่งที่ใช้ท�าปุยพืชสดและปุยหมักในบ่อเล้ียงท�าให้
เกิดอาหารธรรมชาติที่ปลาสลิดกินเป็นอาหาร ซึ่งท�าให้มีต้นทุนการเล้ียงต่�า พื้นที่
ส่วนใหญ่มีหญ้าข้ึนเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ในบางพื้นที่อาจจะมีความจ�าเป็น
ที่จะต้องน�าหญ้าจากที่อ่ืนไปปลูกให้ขึ้นก่อน ในการเร่งการเจริญเติบโตของหญ้า
จะคอ่ ย ๆ เพิม่ น�้าใหท้ ่วมพ้นื นาขน้ึ เรื่อย ๆ หญ้ากจ็ ะสูงขน้ึ

3. การใส‹ปย‰ุ

โดยทั่ว ๆ ไปในบ่อเล้ียงมีอาหารธรรมชาต ิ ได้แก่ แพลงกต์ อนชนดิ ต่าง ๆ
จะได้รับธาตุอาหารจากการย่อยสลายของหญ้าในบ่อท่ีเกษตรกรฟนและกองทับถมไว ้
ซึ่งในช่วงต้นของการเล้ียง หญ้าเหล่านี้อาจจะย่อยสลายไม่ทันต่อความต้องการ
การใสป่ ยุ คอกจงึ มคี วามจา� เปน็ เพอื่ เรง่ สรา้ งอาหารสา� หรบั แพลงกต์ อนเพอ่ื เปน็ อาหาร
ของลูกปลาก่อนปล่อยน�้าเข้า โดยใส่ในอัตรา 100-200 กก./ไร่ ก่อนปล่อยลูกปลา
ประมาณ 7 วัน ดูสีน�้าและความโปร่งใสประกอบ ซ่ึงน�้าจะมีสีน้�าตาลเข้ม และมี
ความโปรง่ ใส 15-20 ซม. ในระหวา่ งการเลีย้ งกส็ ามารถใส่ปยุ คอกเพ่มิ เติมได้ในอตั รา
ดังกล่าวเดือนละคร้งั
18 การเพาะเลยี้ งปลาสลิด

4. การเตมิ นา้� เข้าบอ‹

การเติมน้�าลงบ่อเลี้ยงก็มีความจ�าเป็นต้องผ่านการกรองเพ่ือป้องกัน
ศัตรูของปลาสลิด ได้แก่ ปลากินเนื้อชนิดต่าง ๆ และปลาชนิดอ่ืน เช่น ปลากระดี่
ซ่ึงจะมาแย่งอาหารปลาสลิด น้�าท่ีเติมควรเติมสูงจากพ้ืนนา 50-70 ซม. เพื่อไม่ให้
น�้าร้อนจนเกินไปสา� หรบั ปลา

5. การปล‹อยลกู ปลาสลดิ

การปล่อยลูกปลาสลิดขนาด 2-3 ซม. ควรปล่อยในช่วงเช้า และ
ต้องค�านึงถึงคุณสมบัติของน�้าในบ่อและในถุงลูกปลาด้วย โดยเฉพาะอย่างย่ิงความ
เป็นกรดเป็นด่างของน้�า ในกรณีที่น้�าในบ่อมีความเป็นกรด (สังเกตว่าน�้าจะมีสี
ค่อนข้างออกไปทางสีแดง) การปล่อยลูกปลาควรทดสอบโดยน�าน้�าในบ่อผสมกับน�้า
ในถุงทิ้งไว้ 10-15 นาที (ขึ้นอยู่กับน้�าในบ่อว่ามีความเป็นกรดมากน้อยแค่ไหน)
และสังเกตอาการปลาว่าเป็นอย่างไรแล้วจึงค่อยปล่อยปลา ปล่อยในอัตราความ
หนาแน่น 10,000 ตัว/ไร่ ซ่ึงจะปล่อยลงในบ่อใหญ่เลยหรือลงบ่อเล็กก่อน (ถ้ามี)
ขน้ึ อย่กู บั วา่ เกษตรกรเตรยี มบอ่ ดหี รือไม ่

6. การให้อาหาร

ในช่วงแรกของการเล้ียงปลาสลิด นอกจากจะกินอาหารธรรมชาติ
ที่เกิดจากการใส่ปุยและการฟนหญ้า (ใช้พร้าหวด ดังรูป) แล้ว ในกรณีท่ีอาหาร
ธรรมชาติไม่เพียงพอ (สังเกตจากสีน้�าและความโปร่งใสของน�้า) เกษตรกรผู้เล้ียง

การเพาะเลย้ี งปลาสลิด 19

สามารถให้อาหารสมทบ ได้แก่ ร�าละเอียดหรือร�าละเอียดผสมปลาป่นแก่
ลูกปลาได้ โดยให้ในอัตรา 8-10% ของน้�าหนักตัว/วัน วันละคร้ัง และในระหว่าง
การเลี้ยง เกษตรกรจะเร่ิมฟนหญ้าในสัปดาห์แรกและฟนเร่ือย ๆ เดือนละ 1-2 ครั้ง
(ขึ้นอยู่กับชนิดของหญ้าและสังเกตจากสีน�้าและความโปร่งใสของน้�าประกอบ)
ในสัดส่วนประมาณครั้งละ 1 : 30 หรือ 40 ของพ้ืนท่ี นอกจากน้ีในกรณีท่ีหญ้า
ไม่เพียงพอสามารถใส่ปุยคอกช่วยได้ในอัตรา 100-200 กก./ไร่ การฟนหญ้าควร
ฟนเป็นแถว เพ่ือให้ปลาได้ขึ้นไปกินอาหารธรรมชาติได้ และเพื่อความสะดวก
ในการหมุนเวียน การฟนหญ้าไม่ควรฟนมากจนเกิดน�้าเน่า (น�้ามีสีด�าและมีคราบ
สีขาว มกี ลน่ิ เหมน็ ) ถา้ เกิดกรณดี งั กลา่ วจะต้องเตมิ น้า� เข้าบ่อชว่ ย ส่วนในช่วงปลาย
ของการเล้ียงเกษตรกรควรมีการให้อาหารสมทบ เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารเหลือ
จากโรงงาน อาหารส�าเร็จรูปชนิดต่าง ๆ ในอัตราส่วน 2-3% ของน้�าหนักตัว/วัน
เพื่อขุนปลาให้มีความอว้ น
20 การเพาะเล้ียงปลาสลิด

การเจริญเติบโต

ปลาขนาด 5 เซนติเมตร ใช้เวลาเพียง 7-8 เดือน ถ้าปลาขนาด
10 เซนติเมตร ใช้เวลาเล้ียง 5-6 เดือน ส่วนการเลี้ยงลูกปลาจากพ่อแม่ปลาจะ
ใชเ้ วลา 10-11 เดอื น จึงจับขายได้

โรค

ปลาสลิดไม่ค่อยจะเกิดโรคร้ายแรง หากน�้าในบ่อเสียจะสังเกตเห็นปลา
ข้ึนมาหายใจบนผิวน�้า เพราะออกซิเจนท่ีละลายในน้�าไม่เพียงพอ วิธีแก้ไขก็คือ
ถ่ายน้�าเก่าออกและระบายน้�าใหม่เข้าหรือย้ายปลาไปไว้ในบ่ออื่น โดยเฉพาะหาก
เกิดเห็บปลา ซ่ึงมีลักษณะตัวแบน สีน้�าตาลใสเกาะติดตามตัวปลามาดูดเลือดของ
ปลากนิ ความเจริญเติบโตของปลาชะงักลง ท�าให้ปลาผอม ก�าจดั โดยการระบายน�้า
สะอาดเขา้ บอ่ มาก ๆ ตวั เห็บกจ็ ะหายไป
การป้องกันโรคระบาดอีกประการหน่ึงก็คือ ปลาที่จะน�ามาเป็นพ่อแม่พันธุ ์
ถา้ ปรากฏวา่ มบี าดแผล ไมค่ วรนา� ลงไปเลยี้ งรวมกนั ในบอ่ เพราะปลาทเี่ ปน็ แผลจะเปน็
โรคและตดิ ตอ่ ไปถงึ ปลาตัวอ่ืนได้

การเพาะเลย้ี งปลาสลิด 21

การปอ้ งกันและกา� จัดศตั รู

ศัตรขู องปลาสลิด มีหลายประเภท ดังน้ี
1. นกกินปลา เช่น นกกระเต็น นกกระยาง นกกาน�้า และเหย่ยี ว
2. สัตว์เลื้อยคลาน เชน่ ง ู เต่า ตะพาบน�า้ ฯลฯ
3. สัตวค์ ร่ึงบกครึ่งน้า� เช่น กบ เขยี ด เป็นต้น
4. ปลากินเน้ือ เช่น ปลาช่อน ปลาไหล จะมากินปลาสลิดขนาดเล็ก
และขนาดใหญ ่ สว่ นปลากริม ปลากดั ปลาหวั ตะกัว่ ปลาหมอ มวนวน แมงดาสวน
จะกนิ ไข่ปลาและลกู ปลาวยั ออ่ น
ตามธรรมชาติปลาสลิดย่อมจะรู้จักหลบหลีกศัตรูได้ดี แต่เม่ือน�ามาเล้ียงไว้
ในบ่อ ปลาสลิดยากท่ีจะหาทางหลบหลีกศัตรูได้ จึงจ�าเป็นต้องช่วยโดยการป้องกัน
และกา� จัด
การป้องกันและก�าจัดพวกสัตว์เล้ือยคลาน โดยท�าร้ัวล้อมรอบเป็นการ
ป้องกันที่ดี ส่วนสัตว์จ�าพวกนกต้องท�าเพิงคลุมแป้นอาหาร เพื่อป้องกันนกโฉบปลา
ในขณะท่ีปลากินอาหารอยู่เป็นกลุ่ม ส�าหรับปลากินเน้ือต่าง ๆ นั้น ต้องระวังผัก
ที่เก็บลงมาปลูกในบ่อเพราะอาจจะมีไข่ปลาติดมาด้วย โดยเฉพาะท่อระบายน้�าเข้า
ต้องพยายามใช้ตาข่ายที่มีช่องตาขนาดเล็กกรองน�้าท่ีผ่านลงบ่อ และหม่ันตรวจ
ตะแกรงถา้ ช�ารดุ ควรรบี เปลีย่ นใหม่
อน่ึง การล้อมรอบคันบ่อใช้ตาข่ายไนลอนให้สูงจากพ้ืนดินอย่างน้อย
5 เซนติเมตร ส่วนล่างของตาข่ายให้ฝงดินลึกประมาณ 10 เซนติเมตร ถ้าเป็น
ท่ีลุ่มควรต่อตาข่ายไนลอน 2 ผืน หรือเสริมเฝอกสูงประมาณ 2 เมตร พร้อมทั้ง
หมน่ั ตรวจสอบหากชา� รุดต้องรีบซอ่ มแซม

22 การเพาะเล้ียงปลาสลดิ

ต้นทุนและผลตอบแทนการเล้ียงปลาสลิดในบอ‹ ดิน
จ.สมทุ รสาคร ป‚ 2556
หน่วย : บาท/ไร่/รุ่น

รายการ เงินสด ไม‹เปšนเงนิ สด รวม รอ้ ยละ
1. ตน้ ทนุ คงท่ี 2,000.00 525.30 2,525.30 2.90
• คา่ ใช้ประโยชน์จากทด่ี ิน/คา่ เชา่ ทดี่ นิ 2,000.00 2,000.00 2.30
• ค่าเสอื่ มบอ่ ดนิ 148.14 148.14 0.17
• ค่าเสือ่ มโรงเรอื น 74.42 74.42 0.09
• ค่าเสอื่ มอุปกรณ์ 283.94 283.94 0.33
• คา่ เสียโอกาสต้นทนุ คงที่ รอ้ ยละ 0.75 ต่อป 18.80 18.80 0.02
2. ตน้ ทนุ ผนั แปร 82,521.76 2,056.82 84,578.58 97.10
• ค่าพันธ์ปุ ลา 287.37 287.37 0.33
• ค่าอาหาร 75,813.95 75,813.95 87.04
• คา่ ยาและสารเคมี
638.37 638.37 0.73
• ค่าไฟฟ้าและนา้� มนั เช้ือเพลิง 2,339.30 2,339.30 2.69
• ค่าซ่อมแซม 259.69 259.69 0.30
• ค่าแรงงานจา้ ง 504.00 504.00 0.58
• ค่าใช้จ่ายตอนจบั 2,679.07 2,679.07 3.08
• คา่ แรงงานในครวั เรือน 1,437.91 1,437.91 1.65
• คา่ เสยี โอกาสเงนิ ลงทนุ ผันแปร ร้อยละ 0.75 ตอ่ ป 618.91 618.91 0.71
3. ต้นทุนทั้งหมด 84,521.76 2,582.12 87,103.88 100.00

ผลผลติ เฉลยี่ (กก.) 1,450.00
ราคาทีเ่ กษตรกรขายได้เฉลี่ย (บาท/กก.) 87.13
รายได้ทั้งหมดเฉลยี่ (บาท)
ต้นทนุ ทงั้ หมดเฉล่ีย (บาท) 126,331.25
กาํ ไรสุทธเิ ฉลย่ี (บาท) 87,103.88
ตน้ ทุนต่อกโิ ลกรัม (บาท) 39,227.37
กําไรสทุ ธิตอ่ กโิ ลกรมั (บาท)
อตั ราผลตอบแทนต่อต้นทนุ ทง้ั หมด (ร้อยละ) 60.07
ระยะเวลาเล้ียง (เดือน) 27.05
45.04
12.00

ที่มา : สว่ นเศรษฐกจิ การประมง สา� นักพัฒนาและถา่ ยทอดเทคโนโลยีการประมง กรมประมง

การเพาะเลยี้ งปลาสลดิ 23

การจบั ปลาสลิด

การจับปลาสลิดจะต้องมีการเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แก่ ระหัดวิดน�้า
พร้อมอุปกรณ์ แผงไม้ส�าหรับจับและคัดปลา กระชังส�าหรับขังปลา ลังใส่ปลา
สวงิ ตาห่าง รถไถพรอ้ มอุปกรณ ์ และเครอ่ื งช็อตปลา ท่อสูบนา�้ พร้อมอุปกรณ์
การจับปลาสลิดจะท�าการสูบน้�าออกจากบ่อเล้ียงช้า ๆ ด้วยระหัดหรือ
ท่อสูบน้�า เพื่อให้ปลาสลิดและปลาอ่ืน ๆ ลงมารวมกันอยู่ในร่อง จากน้ันจะสูบน�้า
พร้อมวิดปลาขึ้นด้วยระหัดผ่านแผงไม้ แล้วท�าการคัดขนาดปลาปล่อยลงในกระชัง
ที่เตรียมไว้ จนกระทั่งน้�าในร่องเกือบหมดจึงใช้รถไถลากลูกทุ่นที่วางขวางร่อง
เพ่ือจะช่วยดันปลามาบริเวณก้นระหัด ส่วนปลาช่อน ปลาหมอไทย และปลาดุกอุย
จะใช้วธิ ีการชอ็ ต แลว้ คัดขนาดใส่ไว้ในลงั ปลาทีเ่ ตรยี มไว้

24 การเพาะเล้ียงปลาสลิด

วิธีการลา� เลียง

1. ก่อนการล�าเลียงควรพักปลาไว้ในท่ีกว้าง เช่น พักในถังขนาดใหญ่
และไมต่ อ้ งให้อาหาร
2. ใช้ภาชนะปากกว้าง เช่น ปบหรือถัง บรรจุน้�า 3 ใน 4 ส่วนของ
ภาชนะ บรรจุปลาขนาดใหญ่ในอัตราปบละ 40 ตัว หรือขนาดกลาง 80 ตัว
ถ้าเป็นลกู ปลาขนาดเลก็ ก็เพม่ิ จ�านวนได้มากข้นึ ตามความเหมาะสม
3. ลอยผักบุ้งในภาชนะท่ีใช้ล�าเลียง และควรมีฝาท่ีมีช่องตาโปร่ง หรือ
ตาขา่ ยคลุมภาชนะไมใ่ หป้ ลากระโดดออก
4. ระหวา่ งเดนิ ทางพยายามเปลย่ี นน�้าทุก 12 ช่ัวโมง โดยระวังอย่าใหป้ ลา
บอบชา้�
5. ให้ภาชนะท่ีบรรจปุ ลาอย่ใู นที่ร่มและเย็นเสมอ
6. ภาชนะล�าเลียงปลาควรตั้งให้สนิทอย่าโคลงเคลง เพราะอาจท�าให้
ปลาเมาน�า้ ได้
7. เมื่อถึงปลายทางต้องรีบย้ายปลาไปอยู่ในภาชนะที่กว้างใหญ่และ
ถา่ ยน้�าใหม ่ หรืออาจปล่อยลงบอ่ เลย้ี งเลยก็ได้

แนวโนม้ ในอนาคต

ปลาสลิดมีแนวโน้มด้านการตลาดในอนาคตที่น่าสนใจมาก เพราะปลาสลิด
เป็นผลผลิตที่ตลาดมีความต้องการสูง สามารถน�ามาประกอบอาหารทั้งในรูปสด
และท�าเค็ม ตากแห้ง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ปลาสลิดตากแห้งเป็นที่นิยมบริโภค
ท้ังในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งได้ส่งเป็นสินค้าออกของประเทศอีกชนิดหน่ึง
ดังนั้น หากมีพ้ืนท่ีท่ีเหมาะสมและท�าการปรับปรุงเพ่ือการเล้ียงปลาสลิด จะช่วย
เพ่ิมปริมาณอาหารโปรตีน และเสริมรายได้ให้แก่ครอบครัวเพ่ือการมีคุณภาพ
ชวี ิตท่ีดี

การเพาะเลยี้ งปลาสลดิ 25

การแปรรปู ปลาสลิด

การท�าปลาสลิดเค็มเป็นการแปรรูปอย่างหนึ่งซ่ึงช่วยถนอมปลาสลิด
ให้สามารถเก็บไว้บริโภคได้เป็นเวลานานมากข้ึน เป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าและได้รับ
ความนิยมอย่างแพร่หลายท่ัวทุกภูมิภาค ทั้งยังส่งเป็นสินค้าออกอีกส่วนหนึ่งด้วย
ปลาสลดิ เคม็ แหง้ ทว่ี างจา� หน่ายในทอ้ งตลาดทัว่ ไป อาจแยกได้เป็น 2 ประเภท คอื

ปลาจืดหรือปลาหอม ได้แก่ ปลาที่หมักเกลือแต่น้อย ระยะเวลา

ในการหมักเกลือประมาณ 1 คืน แล้วล้างเกลือออกจนเกือบหมดจึงน�าออก
ตากแดด 1-2 วัน คุณภาพของปลาท่ีได้จะหอมอร่อยและไม่เค็มจัด แต่ข้อเสีย
ของปลาจืด คือ เนื้อปลาจะแห้งแข็งและลักษณะภายนอกดูเหี่ยวย่นไม่ดึงดูดผู้ซื้อ
ดังน้ัน ผู้ผลิตมักจะคัดปลาขนาดใหญ่เป็นพิเศษ และอาจเติมสารปรุงรส เพื่อให้
เนื้อปลาไม่แห้งแข็งมีสีสวยและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ซึ่งจะเรียกกันว่า “ปลาหอม”
ส่วนใหญผ่ ้แู ปรรปู มกั จะจ�าหน่ายปลีกด้วยตนเอง และตงั้ ราคาจ�าหนา่ ยค่อนขา้ งสงู

26 การเพาะเลย้ี งปลาสลิด

ปลาเค็ม ได้แก่ ปลาที่หมักเกลือในอัตราสูงและตากแดด 1-2 วัน

คุณลักษณะปลาชนิดนี้ เน้ือนุ่มรสค่อนข้างเค็มจนถึงเค็มจัด ไม่ค่อยหอม ลักษณะ
ภายนอก ปลาจะเต่งตึงแต่ค่อนข้างชื้น ผิวไม่เงามัน ดังนั้นผู้จ�าหน่ายมักจะเช็ด
ผิวปลาด้วยน�้ามันให้ปลาดูเป็นเงา ส่วนใหญ่ผู้ผลิตมักจะผลิตเป็นปริมาณมาก
และจ�าหน่ายยังตลาดขายส่ง เก่ียวกับคุณลักษณะและรสชาติน้ัน พบว่าผู้บริโภค
นิยมเลือกปลาสลิดเค็มตากแห้งท่ีลักษณะภายนอกผิวเป็นเงามัน ไม่มีฝ้าขาว
เนื้อค่อนข้างใสแห้งก�าลังดี ไม่แฉะหรือแข็งกระด้าง กลิ่นหอมเฉพาะตัว ไม่มี
กลิน่ โคลนหรอื กลิน่ หืน อบั เหม็นเน่า

ลักษณะและขนาด
ของปลาสลดิ เค็มแหง
ท่ผี ูบริโภคตองการ

การเพาะเลยี้ งปลาสลดิ 27

ขั้นตอนการท�าปลาสลิดเคม็ แห้ง

ปลาสด ขอ้ ควรปฏิบตั ิ
ขอดเกลด็ ตดั หวั ควักไส
• ปลาที่ใช้ควรเป็นปลาสด ขนาดปลาที่เหมาะสม
ออกใหห มด ควรมคี วามยาวตงั้ แต่ 10 ซม. ขนึ้ ไป

ลางนาํ้ กําจดั คราบเลอื ด • การขอดเกล็ดโดยใช้มีด หรือช้อนสังกะสีบาก
และคราบดําบรเิ วณ เป็นฟนเลื่อย การขอดเกล็ดควรพิถีพิถัน
ภายในทองและเกล็ด ตรงบริเวณใกล้กับครีบปลาตรงท้องและสันหลัง
ท่ีติดออกใหห มด เพราะเป็นเกล็ดขนาดเล็กซ้อนกันแน่น หาก
การดองเกลอื โดยท่วั ไป ขอดไม่หมดเมื่อตากแห้งจะเห็นเกล็ดขาว
จะดองปลากับเกลอื ทะเล ท�าให้ปลามีลกั ษณะไมน่ ่าดู
เม็ดขนาดเล็กในอตั ราสว น
ปลาตอเกลอื 5-8 : 1 • การล้างควรใช้น�้าท่ีสะอาดในการล้าง เพ่ือไม่
โดยน้ําหนกั และหมกั คา งไว ให้มีการปนเปอนของเช้ือโรคทางเดินอาหาร
1 คืน ในถังไม โองเคลอื บ ปนเปอนแก่ตัวปลา การแช่ปลาด้วยน�้าเกลือ
กะละมัง หรือเขง 10% นาน 30 นาท ี กอ่ นการดองเกลือจะชว่ ย
ให้เลือดในตัวปลาละลายออกมาได้ดี และยัง
ชว่ ยก�าจัดกล่นิ คาวในตวั ปลา

• การดองปลาด้วยเกลือเม็ดจะต้องเคล้าเกลือ
กับปลาให้เข้ากันอย่างท่ัวถึง เกลือต้องมีความ
สะอาด ไม่มีส่ิงปนเปอน ขนาดของเม็ดเกลือ
ไม่ใหญ่จนเกินไป ขนาดของผลึกเกลือที่
เหมาะสม 3-5 มม. และควรผสมกับเกลือป่น
ในอัตราส่วน 2 : 1 เพ่ือให้เกลือซึมเข้าสู่
เน้ือปลาได้เร็วขึ้น ป้องกันไม่ให้ปลาเน่าเสีย
ในระหว่างการหมักดอง

28 การเพาะเล้ียงปลาสลดิ

นาํ ปลาทดี่ องเกลอื ไดที่แลว ข้อควรปฏบิ ัติ
มาลา งน้ําสะอาด
• ควรล้างเกลือท่ีผิวก่อนน�าไปตาก มิฉะนั้นเมื่อ
เรียงปลาบนตะแกรงตาก ปลาแห้งจะมีคราบขาวของเกลือที่ผิวท�าให้
ตากแดดนาน 2-3 แดด ไม่น่าดู นอกจากน้ี ขั้นตอนนี้ยังเป็นการลด
ความเค็มในตวั ปลาใหน้ ้อยลง
การเก็บรกั ษา/บรรจุ
และหีบหอ • การตากปลาจะต้องแผ่ครีบเพื่อให้ปลาแห้ง
สม่�าเสมอทั้งตัวและเพ่ือความสวยงาม ตะแกรง
ตากปลาต้องโปร่งและยกสูงจากพื้นดิน เพื่อ
ช่วยให้มีการไหลเวียนของอากาศ ท�าให้การ
ตากแห้งเร็วข้ึน ระหว่างที่ตาก โดยเฉพาะ
การตากแดดจะต้องมีการกลับปลาเพื่อให้ปลา
รับแดดอย่างทั่วถึงทั้ง 2 ด้าน การตากปลา
ควรเริ่มต้ังแต่แดดเร่ิมข้ึนก่อน 7.00 น. เพ่ือ
ไม่ให้ผิวปลาแห้งกระด้างเกินไป ซ่ึงจะท�าให้น้�า
ในตัวปลาระเหยออกมาไม่ได้

• สถานที่เก็บควรเป็นที่แห้งและเย็น อากาศ
ถ่ายเทได้สะดวก การเก็บเป็นระยะเวลานาน
ควรเก็บท่ี -18 �C และต้องมีบรรจุภัณฑ์ห่อหุ้ม
บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการเก็บรักษาต้องป้องกัน
การปนเปอ นจากจลุ ินทรีย์ แมลงและสตั วอ์ น่ื ๆ
รวมท้ังป้องกันการระเหยของความช้ืนของ
ตัวปลา โดยเฉพาะเมื่อเก็บปลาไว้ในห้องเย็น
เปน็ เวลานาน

การเพาะเลยี้ งปลาสลดิ 29

การเก็บรักษา/บรรจุและหีบห‹อ

ระยะเวลาตากแห้ง ต้ังแต่แดดเริ่มข้ึนถึงเวลาประมาณ 11.00 น.
ให้กลับข้างจนถึงเวลาประมาณ 15.00 น. หรือ 3 โมงเย็น จึงเก็บเรียงลงเข่งให้
ดี ลักษณะน้ีเรียกว่า “ปลาแดดเดียว” ซึ่งเน้ือจะนุ่ม ถ้าต้องการปลาแห้งกว่านี้
ตากจนถึงเย็น แล้วใช้พลาสติกคลุมไว้ตลอดคืน รุ่งเช้าเอาผ้าพลาสติกออก ตากต่อ
จนถึงเย็นโดยกลับปลาในตอนกลางวันเช่นเดิม ปลาชนิดนี้เรียกว่า “ปลาสองแดด”
เนอ้ื จะแห้งแขง็ เวลาทอดกรอบจะเคีย้ วไดเ้ กอื บท้งั ตัว

30 การเพาะเลย้ี งปลาสลดิ

วิธีรับประทานปลาสลิด

ก่อนทอดควรน่ึงก่อน แล้วค่อย ๆ แซะก้างใหญ่ตรงกลางออก ประกบไว้
เหมือนเดิมแล้วทอดจะได้ปลาสลิดไม่มีก้างทานอร่อย หรือทอดอย่าให้สุก
ทุบตรงสันกลางปลาเบา ๆ อย่าให้หนังฉีก น�าลงทอดใหม่ให้สุกเนื้อปลาจะฟู
อร่อย ถ้าจะให้อร่อยย่ิงข้ึนให้ทอดกรอบแกะเอาแต่เนื้อมาย�ากับมะม่วง
ใส่พริกขี้หนู หอม กระเทียม ใบสะระแหน่ และมะม่วงสับ ปรุงรสด้วยน้�าตาล
ชิมรสใหไ้ ดต้ ามชอบ

การเพาะเลย้ี งปลาสลดิ 31

ภาคผนวก : สถานทตี่ ดิ ตอ‹ ของกรมประมง

สถาบนั วิจัยสขุ ภาพสตั วน์ �้าจดื โทร. 0 2579 4122, 0 2579 6977
สถาบนั วจิ ยั อาหารสัตวน์ า้� จดื โทร. 0 2940 6130-45
ศนู ย์วจิ ัยและพฒั นาประมงนา้� จืดปทุมธาน ี โทร. 0 2546 3186
ศนู ยว์ ิจัยและพัฒนาประมงนา้� จดื สระบุร ี โทร. 0 3620 2736-7
ศนู ยว์ จิ ัยและพฒั นาประมงน�้าจืดอา่ งทอง โทร. 0 3586 6497
ศูนย์วจิ ยั และพฒั นาประมงน�้าจืดชยั นาท โทร. 0 5642 6523
ศนู ยว์ จิ ยั และพฒั นาประมงนา้� จืดอุทัยธาน ี โทร. 0 5698 0587-8
ศนู ยว์ ิจยั และพัฒนาประมงนา้� จืดลพบรุ ี โทร. 0 3657 3186, 0 3657 3203
ศนู ย์วิจยั และพัฒนาประมงน�้าจดื สงิ หบ์ ุร ี โทร. 0 3653 9482
ศนู ยว์ จิ ัยและพฒั นาประมงนา้� จืดสุพรรณบรุ ี โทร. 0 3544 1033
ศูนย์วจิ ัยและพฒั นาประมงนา้� จืดชลบุร ี โทร. 0 3834 1166
ศูนย์วจิ ยั และพฒั นาประมงนา้� จดื สมทุ รปราการ โทร. 0 2707 1655
ศูนย์วิจยั และพฒั นาประมงนา้� จดื ระยอง โทร. 0 3802 7905-6
ศูนย์วจิ ัยและพฒั นาประมงน้า� จืดสระแกว้ โทร. 0 3724 3607
ศูนย์วจิ ยั และพฒั นาประมงน�้าจืดตราด โทร. 0 3951 1867, 0 3954 2118
ศูนย์วจิ ัยและพัฒนาประมงน�้าจืดกาญจนบรุ ี โทร. 0 3461 1330
ศูนย์วจิ ัยและพัฒนาประมงน�้าจืดเพชรบรุ ี โทร. 0 3241 6521-2
ศูนยว์ จิ ัยและพัฒนาประมงนา�้ จดื ราชบุร ี โทร. 0 3222 8007-8
ศูนยว์ ิจัยและพัฒนาประมงน�้าจืดนครราชสีมา โทร. 0 4493 3581-2
ศูนยว์ ิจยั และพัฒนาประมงนา้� จดื ชัยภูมิ โทร. 0 4489 0513-4, 0 4489 0655
ศูนย์วิจยั และพัฒนาประมงนา้� จืดมหาสารคาม โทร. 0 4377 7439
ศูนย์วิจยั และพฒั นาประมงน�้าจืดกาฬสนิ ธุ์ โทร. 0 4384 0223, 0 4384 0212
ศูนยว์ จิ ัยและพฒั นาประมงน้า� จืดสุรนิ ทร์ โทร. 0 4451 1335
ศูนย์วจิ ัยและพฒั นาประมงน�้าจืดศรีสะเกษ โทร. 0 4561 3359
ศูนย์วิจยั และพฒั นาประมงน�้าจดื ปราจนี บุรี โทร. 0 3748 6748-9
ศูนยว์ จิ ยั และพัฒนาประมงน�้าจืดขอนแก่น โทร. 0 4324 6654
ศูนยว์ ิจัยและพัฒนาประมงนา้� จดื สกลนคร โทร. 0 4271 1447
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงนา้� จดื นครพนม โทร. 0 4251 3734
ศูนย์วจิ ยั และพัฒนาประมงนา้� จดื หนองคาย โทร. 0 4245 1195
ศนู ยว์ ิจยั และพฒั นาประมงนา้� จืดเลย โทร. 0 4282 1076

32 การเพาะเล้ียงปลาสลิด

ศูนยว์ ิจัยและพฒั นาประมงนา้� จดื อดุ รธานี โทร. 0 4222 1167
ศูนย์วจิ ยั และพฒั นาประมงนา้� จดื ยโสธร โทร. 0 4573 8355
ศนู ยว์ ิจยั และพัฒนาประมงน�้าจืดมุกดาหาร โทร. 0 4263 9234
ศนู ย์วจิ ยั และพฒั นาประมงน้�าจดื ร้อยเอด็ โทร. 0 4356 9116
ศนู ยว์ ิจยั และพัฒนาประมงนา้� จืดอุบลราชธาน ี โทร. 0 4525 4332
ศนู ยว์ จิ ัยและพัฒนาประมงนา�้ จดื อ�านาจเจริญ โทร. 0 4554 0212
ศูนย์วจิ ยั และพฒั นาประมงน�้าจดื ตาก โทร. 0 5554 1558
ศูนยว์ ิจยั และพฒั นาประมงนา�้ จดื นครสวรรค ์ โทร. 0 5627 4501
ศนู ย์วจิ ยั และพัฒนาประมงน�้าจืดก�าแพงเพชร โทร. 0 5571 3473
ศนู ยว์ ิจยั และพัฒนาประมงนา้� จืดพจิ ติ ร โทร. 0 5661 1309, 0 5665 0960
ศนู ยว์ ิจยั และพัฒนาประมงน้า� จืดเพชรบรู ณ์ โทร. 0 5672 1815
ศนู ย์วจิ ัยและพฒั นาประมงน�้าจืดพิษณโุ ลก โทร. 0 5536 9065
ศูนย์วจิ ัยและพัฒนาประมงน้า� จดื สโุ ขทยั โทร. 0 5567 1509
ศูนย์วจิ ัยและพัฒนาประมงน�้าจดื แพร่ โทร. 0 5463 5024
ศูนย์วจิ ัยและพัฒนาประมงน�้าจืดน่าน โทร. 0 5479 3010
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงนา้� จืดเชยี งใหม ่ โทร. 0 5349 8428
ศูนย์วจิ ัยและพัฒนาประมงน�้าจืดแมฮ่ อ่ งสอน โทร. 0 5368 4194
ศูนยว์ ิจัยและพัฒนาประมงน้�าจดื ล�าพนู โทร. 0 5358 4556
ศนู ยว์ ิจัยและพัฒนาประมงน�้าจืดพะเยา โทร. 0 5443 1251
ศนู ยว์ ิจัยและพัฒนาประมงนา้� จืดเชียงราย โทร. 0 5315 4505
ศนู ยว์ ิจัยและพฒั นาประมงนา้� จืดลา� ปาง โทร. 0 5482 5594
ศูนย์วจิ ัยและพฒั นาประมงนา้� จดื สรุ าษฎรธ์ านี โทร. 0 7727 4233, 0 7728 6919 ต่อ 11
ศูนย์วจิ ัยและพฒั นาประมงนา้� จดื นครศรธี รรมราช โทร. 0 7535 4857 ต่อ 17
ศูนย์วจิ ัยและพัฒนาประมงน้�าจืดตรัง โทร. 0 7527 8164
ศนู ย์วิจัยและพัฒนาประมงน�้าจืดสตูล โทร. 0 7478 1299
ศนู ยว์ ิจัยและพฒั นาประมงน�้าจดื ปตตาน ี โทร. 0 7346 8826
ศนู ยว์ ิจัยและพัฒนาประมงน�า้ จดื นราธวิ าส โทร. 0 7353 5095
ศนู ยว์ ิจยั และพัฒนาประมงน้�าจดื พทั ลุง โทร. 0 7460 4532-3
ศนู ยว์ ิจัยและพฒั นาประมงนา้� จดื สงขลา โทร. 0 7424 2422, 0 7424 2040
ศูนยว์ จิ ยั และพัฒนาประมงนา้� จดื ยะลา โทร. 0 7329 7042
สถาบนั วิจยั การเพาะเลีย้ งสัตวน์ ้า� จืด (อยุธยา) โทร. 0 3570 4171

4

การเพาะเลย้ี งปลาสลิด 33

พมิ พ์ที่ โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จาํ กดั
79 ถ.งามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตจุ กั ร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 0 2561 4567, 0 2561 4590-6 โทรสาร 0 2941 1230
E-mail : [email protected]
www.co-opthai.com
34 การเพาะเลย้ี งปลาสลิด



14.6 cm


Click to View FlipBook Version