The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใช้ประกอบการเรียนการสอน ราย วิชาประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง พัฒนาการของอาณาจักรในสมัยอยุธยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pariyakorn949, 2022-03-12 00:52:55

พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัย

ใช้ประกอบการเรียนการสอน ราย วิชาประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง พัฒนาการของอาณาจักรในสมัยอยุธยา

พฒั นาการของอาณาจกั รสโุ ขทยั

1. การสถาปนาอาณาจักรสโุ ขทยั

อาณาจกั รสุโขทัยกอ่ ต้งั ขน้ึ ประมาณพ.ศ. 1792 พ่อขนุ ศรี
อนิ ทราทติ ย์ ทรงพระนามเดมิ วา่ พ่อขุนบางกลางหาว ทรงสถาปนา
สุโขทัยขึ้นมา สรา้ งความเปน็ ปกึ แผน่ ใหก้ บั ชนชาติไทย โดยขยายเขต
การปกครองออกไปอย่างกว้างขวาง สโุ ขทัยเปน็ ราชอาณาจักรของ
ชาติไทย อย่ปู ระมาณ 200 กวา่ ปี จงึ ถกู รวมเข้าเปน็ ส่วนหน่ึงของ
อาณาจักรอยุธยา (พ.ศ. 1981 พระมหาธรรมชาราที่ 4 สวรรคต ถกู
ผนวกรวมอยธุ ยา ประมาณ พ.ศ.2006)

ความเปน็ มากอ่ นการสถาปนาอาณาจกั รสโุ ขทยั เปน็ ราชธานี

สโุ ขทัยเดมิ ทีเปน็ สถานีการค้าของแควน้ ละโว้ (ลวรัฐ) ของอาณาจกั รขอม บนเสน้ ทางการค้าผ่าน
คาบสมทุ รระหวา่ งอ่าวเมาะตะมะ กับเขตทีร่ าบลุม่ แมน่ า้ โขงตอนกลาง (ประเทศลาว) คาดวา่ เริม่ ตง้ั เปน็
สถานีการคา้ ในราวพทุ ธศักราช 1700 ในรชั สมยั ของพระยาธรรมิกราช กษตั รยิ ล์ ะโว้ โดยมพี อ่ ขุนศรีนาว
นาถม เป็นผู้ปกครองและดแู ลกิจการภายในเมืองสุโขทยั และศรสี ชั นาลยั ต่อมาเมอื่ พอ่ ขนุ ศรนี าวนาถม
สวรรคต ขอมสบาดโขลญลาพง (ขา้ หลวงขอม) ซึง่ เปน็ คล้ายๆกบั ผตู้ รวจราชการจากลวรัฐ เขา้ ทาการยดึ
อานาจการปกครองสโุ ขทัย จึงสง่ ผลให้ พ่อขนุ ผาเมือง (พระราชโอรสของพ่อขนุ ศรนี าวนาถม) เจา้ เมอื งราด
และ พอ่ ขุนบางกลางหาว เจา้ เมอื งบางยาง ตัดสนิ พระทยั จะยึดดินแดนคืน การชิงเอาอานาจจากผู้ครองเดิม
คอื อาณาจักรขอม เมอ่ื ปี พ.ศ. 1781 และสถาปนาเอกราช ใหก้ รงุ สโุ ขทยั ขึ้นเปน็ รฐั อสิ ระ โดยไมข่ ึ้นตรง
กับรัฐใด และพ่อขุนผาเมอื ง กก็ ลบั ยกเมอื งสุโขทัย ใหพ้ ่อขุนบางกลางหาวครอง พรอ้ มทง้ั พระแสงขรรคช์ ยั
ศรี และพระนาม กามรเตงอญั ศรอี นิ ทรบดนิ ทราทิตย์ ซงึ่ พระเจ้าชัยวรมนั ท่ี 7 ทรงพระราชทานให้พอ่ ขุนผา
เมืองก่อนหนา้ น้ี โดยคาดว่า เหตผุ ลคอื พอ่ ขุนผาเมอื งมพี ระนางสิขรเทวพี ระมเหสี (ราชธิดาของพระเจ้าชัยวร
มันท่ี 7) ซ่ึงพระองค์เกรงวา่ ชาวสโุ ขทยั จะไม่ยอมรบั แตก่ ็กลวั ว่าทางขอมจะไมไ่ วใ้ จจึงมอบพระนาม
พระราชทาน และพระแสงขรรคช์ ัยศรี ขน้ึ บรมราชาภเิ ษก พ่อขนุ ผาเมืองให้เปน็ กษตั ริย์ เพอ่ื เป็นการตบตา
ราชสานกั ขอม

หลังจากมกี ารสถาปนาอาณาจกั รสโุ ขทัยขน้ึ เปน็ ราชธานี และมพี ่อขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย์ เป็นปฐม
กษตั ริยแ์ ล้ว พระองค์ทรงดูแลพระราชอาณาจกั ร และบารงุ ราษฏรเปน็ อยา่ งดี

ปจั จยั ทเี่ ออ้ื ตอ่ การสถาปนาอาณาจกั รสโุ ขทยั มดี งั น้ี

1. ปจั จยั ภายใน ไดแ้ ก่

1.1 มผี ู้นาท่ีเขม้ แข็ง ในสมยั น้นั ผนู้ าคนไทยทก่ี ล้าหาญมีสตปิ ัญญาเฉยี บแหลมและ
รอบคอบ 2 คน ซึ่งเปน็ สหายกัน ไดแ้ ก่ พอ่ ขนุ ผาเมอื ง เจา้ เมอื งราด และพ่อขบุ างกลางหาว เจ้าเมอื ง
บางยาง ไดร้ ว่ มกันรวบรวมคนไทย และกาลงั เขา้ ตอ่ ส้กู ับขอมจนสามารถขับไลข่ อมไปได้

1.2 มีขวัญและกาลังใจดี การท่คี นไทยมผี นู้ าทีเ่ ขม้ แขง็ มีความสามารถ ทาใหม้ ีขวัญและกาลงั ใจ
ดี มีความเช่ือมนั่ วา่ จะตอ่ สเู้ อาชนะขอมได้ ต่างก็มีความปรารถนาที่จะขับไล่ขอมออกไป เพ่อื จะได้มคี วาม
เป็นอิสระและมเี อกราชสมบรู ณ์ จึงได้ผนกึ กาลงั กนั ต่อสู้และเอาชนะขอมไดส้ าเรจ็

1.3 รกั ความเป็นอสิ ระ คนไทยมีนิสยั รักอสิ ระไมช่ อบให้ผใู้ ดกดาขข่ี ม่ เหงบังคบั ดงั นั้นเมื่อพอ่ ขนุ
บางกลางหาว และพอ่ ขุนผาเมอื งไดร้ ่วมมอื กันขบั ไล่ขอมเพื่อใหค้ นไทยไดร้ ับอสิ รภาพ จึงได้รับความ
ร่วมมือร่วมใจจากชาวไทยทกุ คนด้วยดี จนสามารถาขับไล่ขอมและปลดปลอ่ ยกรุงสโุ ขทยั เปน็ อิสระได้ใน
ทส่ี ุด

1.4 บา้ นเมืองมคี วามอดุ มสมบูรณ์(ทาเลทต่ี ั้งเหมาะสม) เมอื งสโุ ขทัยเปน็ เมืองทอ่ี ุดมสมบูรณ์เหมาะ
แกก่ ารเกษตรมีการเพาะปลกู การเลีย้ งสัตว์ และการจับสัตว์น้า ทาให้ผคู้ นเขา้ มาอาศัยต้ังบา้ นเรอื นกัน
เป็นชมุ ชนท่ีค่อนขา้ งหนาแน่น เมืองสโุ ขทยั จึงพร้อมดว้ ยเสบียงอาหาร และกาลังคน

2. ปจั จยั ภายนอก ไดแ้ ก่

2.1 ขอมมักจะรกุ รานและแผอ่ านาจเขา้ ไปในอาณาจกั รอ่ืนๆ ตอ้ งทาสงครามรบพงุ่ เป็นระยะเวลา
ยาวนาน โดยเฉพาะกบั อาณาจกั รจามปา กษตั รยิ ์ขอมต้องทาสงครามยดึ เย้ือหลายรัชกาล ต้องเสีย
กาลงั คน เสบียงอาหาร ทรพั ยากรและขาดการทานบุ ารงุ บ้านเมอื ง ทาใหต้ อ้ งเผชญิ กบั ปัญหาเศรษฐกิจ
ประชาชนทอ้ แทเ้ บ่ือหน่าย

2.2 การท่ขี อมขยายอาณาเขตออกไปไกล ทาใหไ้ ม่สามารถออกไปไกล ทาใหไ้ มส่ ามารถรกั ษา
อานาจไวไ้ ดอ้ ย่างถาวร แมจ้ ะแก้ปัญหา โดยตงั้ เมอื งใหญ่ใหเ้ ป็นศนู ย์อานาจ เชน่ ลพบรุ ี สุโขทยั แต่
การปกครองก็มไิ ด้มปี ระสทิ ธิภาพในทีส่ ุดก็ไม่สามารถรกั ษาอานาจของคนในดินแดนชาตอิ ื่นท่ตี นยดึ ครอง
ไวไ้ ด้

2.3 การสรา้ งปราสาทหรือเทวสถานไว้ประดษิ ฐานศิวลงึ ค์ เพ่อื การบูชาและการสร้าง
สาธารณูปโภคของกษัตริยแ์ ตล่ ะพระองค์ กเ็ ปน็ อกี เหตหุ น่ึงท่ที าใหข้ อมเส่ือมอานาจ เพราะต้องใช้
แรงงาน ใช้ทรัพยากรและเสบยี งอาหารจานวนมากมาย ความออ่ นแอทางเศรษฐกิจทาใหต้ อ้ งเกบ็ ภาษี
จากประชาชนมากขน้ึ ประชาชนจงึ ไม่รว่ มมอื กับทางราชการ ด้วยเหตดุ งั กล่าวนี้ อาณาจักรขอมจงึ เส่ือม
ลง เปดิ โอกาสใหค้ นไทยไดร้ ว่ มกันกาจัดอานาจอทิ ธพิ ลของขอมได้สาเรจ็

เม่อื ขบั ไลข่ อมออกจากสุโขทยั เป็นผลสาเรจ็ พอ่ ขนุ ผาเมือง ได้สนบั สนุน ให้พอ่ ขนุ บางกลางหาว
ขน้ึ ครองอานาจเปน็ กษตั รยิ ส์ โุ ขทยั พรอ้ มทัง้ ถวายพระนามของตนทไ่ี ดร้ บั จากกษตั รยิ ์ขอมใหด้ ว้ ย ดงั นนั้
พอ่ ขนุ บางกลางหาว จงึ มีพระนามใหมว่ า่ “ พอ่ ขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย์” และเปน็ ปฐมกษตั รยิ ์ (ราชวงศ์พระร่วง
หรือราชวงศส์ โุ ขทัย) แหง่ อาณาจักรสโุ ขทยั
การเมอื งการปกครองสมยั สโุ ขทัย
ลกั ษณะการปกครอง

1. การปกครองสมยั สโุ ขทัยตอนตน้ พ.ศ. 1792–1841 พระมหากษตั ริย์ทรงปกครองประชาชน
อย่างใกลช้ ดิ เรียกว่า การปกครองแบบพ่อปกครองลูก

2. การปกครองสมัยสโุ ขทัยตอนปลาย พ.ศ. 1841–2006 มีการปกครองทย่ี ดึ หลักพระพุทธศาสนา
เรยี กวา่ การปกครองแบบธรรมราชา ซงึ่ กษตั รยิ ์ต้องทรงอยใู่ นทศพธิ ราชธรรม ซึ่งทจ่ี รงิ แลว้ แนวคดิ แบบ
ธรรมราชาแทรกอยู่ทวั่ ไปในนโยบายการปกครองอาณาจกั รทีน่ ับถือพระพทุ ธศาสนา
การปกครองราชธานแี ละเมอื งลกู หลวง

1. ราชธานีหรอื เมืองหลวง เป็นศูนยก์ ลางทางการปกครอง เปน็ ท่ีประทับของพระมหากษตั ริย์
2. เมอื งลูกหลวงและเมืองหน้าด่าน ต้ังอยใู่ กลร้ าชธานี เมืองลกู หลวงพระมหากษตั ริยส์ ง่ เจา้ นายไป
ปกครอง ได้แก่ เมอื งศรีสชั นาลยั เมืองสระหลวงสองแคว (พิษณโุ ลก) เมอื งหนา้ ด่านเปน็ เมืองท่ีคอยปกป้อง
ราชธานีจากข้าศกึ และมเี จ้านายปกครองเช่นกนั ไดแ้ ก่ เมอื งนครชุม (อยใู่ นจังหวัดกาแพงเพชร)

ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศสมยั สุโขทยั
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอาณาจกั รสโุ ขทยั กบั รฐั ใกลเ้ คยี ง

1. อาณาจักรล้านนา เมื่อพระยามงั รายสร้างเมืองเชยี งใหม่ก็ไดเ้ ชญิ พระสหายทั้งสองไปร่วม
ปรกึ ษาหารือ ซง่ึ เปน็ การแสดงถึงความสัมพันธอ์ ันดตี อ่ กัน ตอ่ มาสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลไิ ทย) พระ
เจา้ กือนาแห่งลา้ นนาได้ส่งทตู มาอาราธนาพระเถระของสโุ ขทยั ไปสบื พระพุทธศาสนาแบบลงั กาวงศท์ ่ี
ลา้ นนา จึงทาให้ความสมั พันธแ์ นน่ แฟ้นกัน

2. แควน้ พะเยา เน่อื งจากพระยางาเมอื งเป็นพระสหายของพอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช อาณาจกั ร
สุโขทัยกบั แคว้นพะเยาจงึ มคี วามสมั พันธท์ ด่ี ีต่อกัน

3. เมืองน่าน เคยเปน็ ประเทศราชของสโุ ขทยั ในสมยั พอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช สโุ ขทยั และน่านได้
ทาสญั ญาที่จะชว่ ยเหลอื กนั ไม่รกุ รานต่อกนั สรา้ งความสมั พนั ธท์ างเครอื ญาติ ความสมั พนั ธส์ ้ินสดุ ลงเมือ่
สุโขทยั ถูกรวมกับอยธุ ยา และนา่ นไปรวมกบั ลา้ นนา

4. เมืองนครศรธี รรมราช สมัยพ่อขุนรามคาแหงมหาราชสุโขทยั มีอานาจทางการเมืองเหนอื
นครศรธี รรมราช มีความสัมพนั ธท์ างด้านกิจการทางพทุ ธศาสนา ความสมั พนั ธส์ ้นิ สดุ ลงเม่ือส้นิ สมัยของพอ่
ขุนรามคาแหงมหาราช

5. อาณาจกั รมอญ มีอาณาเขตติดตอ่ กับสโุ ขทัย มคี วามสัมพนั ธท์ างการเมอื ง ทางการค้า ทาง
วฒั นธรรม และทางพระพทุ ธศาสนา มีความสัมพันธท์ างเครอื ญาติเกิดจากมะกะโท ราชบตุ รเขยของพ่อขุน
รามคาแหงมหาราช ไดร้ ับพระราชทานนามวา่ เจา้ ฟ้ารวั่ เป็นกษัตริย์ปกครองอาณาจกั รมอญ

6. อาณาจักรอยุธยา สมเดจ็ พระรามาธบิ ดที ี่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) สถาปนาอาณาจักรอยุธยาขึ้นใน
พ.ศ.1893 ตรงกับสมยั ของพระมหาธรรมราชท่ี 1 (ลไิ ทย) แหง่ สโุ ขทยั ตอ่ มาสุโขทยั ถูกผนวกเปน็ สว่ นหนงึ่
ของอยุธยา

ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอาณาจักรสโุ ขทยั กบั รฐั ทห่ี ่างไกลออกไป
1. ลงั กา มีพระสงฆส์ โุ ขทัยไปศกึ ษาพระไตรปิฎกท่ีศรลี ังกา จึงไดร้ บั เอาความเชอ่ื ทางศาสนาบาง

ประการของศรีลงั กาเขา้ มา
2. จนี ใน พ.ศ. 1835 พอ่ ขุนรามคาแหงมหาราชไดส้ ่งคณะทูตไปเจรญิ สัมพันธไมตรี สโุ ขทยั ไดร้ บั

ผลประโยชน์จากจนี เชน่ ทาใหส้ ินคา้ จากสุโขทยั ได้รบั การยกเวน้ ภาษี และยงั ได้เรยี นรู้วธิ ีการทาสังคโลก
จากจีน จนสามารถนามาผลิตเป็นสนิ คา้ สง่ ออกได้

เศรษฐกจิ สมยั สโุ ขทยั
การเกษตร สโุ ขทยั มีการทานา ทาไร่ ทาสวน บรเิ วณ แม่นา้ ปิง แม่น้ายม และแม่นา้ นา่ น สโุ ขทัยได้นา

ระบบชลประทานเขา้ มาชว่ ยในการเกษตร นอกจากนยี้ งั มอบกรรมสทิ ธท์ิ ่ดี ินให้กบั ราษฎรทาการเกษตร
การคา้

1. การคา้ ภายในประเทศ ชุมชนในสโุ ขทยั ตัง้ อย่ตู ามลานา้ มีการคา้ ขายโดยเสน้ ทางต่อไปนี้
1) ทางบก มีทางเดินหรือถนนเชอื่ มระหวา่ งเมือง
2) ทางน้า มแี มน่ ้าปิง แม่นา้ ยม และแม่น้านา่ น

ส่วนมากจะนยิ มทาการคา้ ทางบก เพราะมคี วามสะดวกกว่า ถนนพระรว่ ง มี 2 สาย คอื สายเหนอื จาก
สโุ ขทยั ถึงศรีสชั นาลยั และสายใต้ จากกาแพงเพชรถงึ สโุ ขทัย

2. การค้ากบั ต่างประเทศ สมัยสโุ ขทัยมีการค้าขายกับ อนิ เดยี มลายู ญ่ีปนุ่ จนี ชวา ลงั กา
อหิ ร่าน อาณาจักรสุโขทัยเป็นตลาดกลางขนถา่ ยสนิ ค้า เช่น เครอื่ งสงั คโลก ผลิตทางการเกษตร และของ
ป่า
การทาเครอ่ื งสงั คโลก การผลติ เครอ่ื งสงั คโลกในสโุ ขทยั มกี ารออกแบบลวดลายทส่ี วยงาม และพฒั นาจน
เป็นผลผลิตทไ่ี ดร้ บั ความนยิ มมาก ส่งออกไปยงั ญปี่ นุ่ ชวา มลายู ฯลฯ

สงั คมสมยั สโุ ขทยั
สังคมสุโขทัยประกอบดว้ ยชนชน้ั ต่าง ๆ ดงั นี้

1. พระมหากษัตรยิ ์
2. เจา้ นายและขุนนาง
3. พระสงฆ์
พระมหากษัตริย์ เจ้านายและขนุ นาง และพระสงฆ์ อยใู่ นชนชั้นปกครอง
4. ประชาชน
5. ทาส

ศลิ ปวฒั นธรรมสมยั สโุ ขทยั
ศาสนา

พระพุทธศาสนาในสุโขทัยรับมาจากท่อี น่ื แบง่ เป็น 3 ระยะ คือ
1. สมัยพอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช ทรงนิมนตพ์ ระเถระจากนครศรธี รรมราชมาเผยแผ่

พระพุทธศาสนานกิ ายเถรวาท

2. สมยั พระมหาธรรมราชาท่ี 1 (ลไิ ทย) มพี ระพทุ ธศาสนาแบบลงั กาวงศเ์ กา่ หรอื รามญั วงศ์ จากมอญ
3. สมยั พระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล) นาคมั ภรี ์พระพุทธศาสนาแบบลงั กาวงศใ์ หมจ่ ากลังกาเขา้
มาเผยแผ่
ศลิ ปกรรม
1) สถาปัตยกรรม มคี วามงดงามตามแบบอยา่ งของสุโขทยั ซงึ่ มลี ักษณะเฉพาะเปน็ ของตนเอง

(1) เจดียท์ รงยอดดอกบวั ตมู หรือเจดยี ท์ รงพุม่ ขา้ วบิณฑ์
(2) เจดียท์ รงกลมแบบลังกา
(3) เจดยี แ์ บบศรวี ชิ ัย ท่ีฐานทาเป็นสีเ่ หล่ียมและองคร์ ะฆงั สงู บางองคม์ คี ูหาประดษิ ฐาน
พระพทุ ธรูปด้วย ตอนบนเปน็ ทรงกลมแบบลงั กา และมเี จดียอ์ งคเ์ ล็ก ๆ ประกอบมมุ ท้ังสี่

2) ประตมิ ากรรม นิยมหล่อพระพทุ ธรปู สาริดซง่ึ เปน็ ศลิ ปะแบบสโุ ขทยั

6.3 วรรณกรรม
วรรณกรรมในสมัยสุโขทัยเขียนเป็นร้อยแก้ว เร่ืองทีส่ าคัญได้แก่

1. จารกึ หลกั ที่ 1 ศลิ าจารกึ พอ่ ขุนรามคาแหง
2. ไตรภูมพิ ระรว่ ง หรือเตภูมกิ ถาอกั ษรไทย

ภูมิปญั ญาไทยสมยั สโุ ขทัยทนี่ บั วา่ มีความสาคญั มาก ไดแ้ ก่การประดิษฐอ์ ักษรไทยของพอ่ ขุน
รามคาแหงมหาราชใน พ.ศ. 1826ในสมยั พระมหาธรรมราชาที่ 1(ลไิ ทย) มกี ารเปลย่ี นแปลงตาแหนง่ ของ
สระหลายตัวใหอ้ ยู่ข้างบนและขา้ งลา่ งคล้ายกบั อักษรเขมร โดยอาจมสี าเหตุมาจากคนไทยคนุ้ เคยกับการวาง
รูปสระแบบเขมร
หลงั จากพอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราชประดษิ ฐอ์ กั ษรไทยขนึ้ แลว้ ได้มีการทาจารกึ พอ่ ขนุ รามคาแหงโดยใช้
อักษรไทย
การชลประทาน
ระบบชลประทานทีส่ โุ ขทยั นามาใช้มหี ลายลกั ษณะ เชน่

1) เหมืองฝาย
2) ทานบ
3) สระนา้ และบอ่ น้า
7.3 เครอ่ื งสงั คโลก เปน็ ชือ่ เครื่องปน้ั ดนิ เผาเคลือบเนื้อละเอียด สนั นิษฐานวา่ ไดร้ บั อิทธิพลจากเครื่อง
เคลือบของเขมร อนั นมั (เวยี ดนาม) และจีน แต่นักวชิ าการบางทา่ นเช่ือวา่ การทาเครอ่ื งสงั คโลกเป็น
พัฒนาการด้านเทคนคิ ทเี่ กดิ ขนึ้ เองในท้องถ่นิ กอ่ นต้ังอาณาจักรสโุ ขทยั แล้วรบั เอาเทคนิคจากจนี ภายหลัง
อา้ งอิงข้อมลู จาก : https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/31289


Click to View FlipBook Version