The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ployknw2551, 2022-03-30 04:00:28

นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่

การเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ

Keywords: 1234

นวัตกรรมและเทคโนโลยสี มัยใหม่

เทคโนโลยสี มยั ใหม่เป็นสิ่งท่ีเขา้ มาปรับเปลี่ยนทศั นคติ และวิถีการใชช้ ีวิตของมนุษยใ์ หแตกต่างจากเดิมมาก
เทคโนโลยที ่ีจะเกิดใหม่ข้ึนเร่ือย ๆ น้ีเป็นสิ่งท่ียงิ่ ใหญซ่ ่ึงใชค้ วามสามารถ ของการประมวลผลของคอมพวิ เตอร์ท่ีสูงข้ึน ร่วมกบั
การใชข้ อ้ มูลจาํ นวนมหาศาล ทาํ ให้ เครื่องจกั รสามารถทาํ งานไดด้ ีกว่ามนุษยใ์ นหลาย ๆ ดา้ น เทคโนโลยดี า้ นปัญญาประดิษฐ์
อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง หรือคลาวด์ ถูกนาํ มาใชผ้ สมผสานกนั เพื่อสนบั สนุนการดาํ เนินชีวติ ประจาํ วนั และการทาํ งานต่าง ๆ
เช่น การติดต่อส่ือสาร ธุรกิจ การเงิน อุตสาหกรรม การเกษตร การขนส่ง การแพทยแ์ ละพยาบาล

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)

AlphaGo สามารถชนะมนษุ ย์ท่ีเป็นแชมป์ หมากล้อมโลก รถยนต์ขบั เคล่ือนอตั โนมตั ิ ผ้ชู ่วยอจั ฉริยะ (Intelligent
personal assistant) เชน่ Siri, Cortana, Alexa, Google Assistant ท่ีสามารถรับคาํ สงั่ และตอบคําถามด้วยเสียง จดั การ
ตารางนดั หมาย บนั ทกึ ส่งิ ทีต่ ้องทาํ และตอบอเี มล ส่ิงเหลา่ นีเ้ป็นตวั อย่าง ให้เหน็ ถงึ การใช้ปัญญาประดษิ ฐ์หรือ AI ในปัจจบุ นั
และคาดการณ์ได้วา่ AI จะเป็นอกี หนง่ึ เทคโนโลยีท่ี เปล่ียนโลก เช่นเดยี วกบั อนิ เทอร์เน็ต และโทรศพั ท์มือถือ

ปัจจบุ นั ปัญญาประดิษฐ์เป็นสาขาหนงึ่ ของ วิทยาการคอมพิวเตอร์ที่มีวตั ถปุ ระสงค์ใน คาํ วา่ ประดษิ ฐ์ถกู ตงั้ ขนึ ้ โดย

การสร้าง ความฉลาดของเคร่ืองจกั ร (machine intelligence) ให้สามารถเรียนรู้ จอห์อ แมคคารืธี (Jognm-

คิดเป็นเหตเุ ป็นผล และตดั สนิ ใจได้คล้ายมนษุ ย์ เพอ่ื ให้คอมพิวเตอร์ทาํ งานตา่ ง ๆ McCarth) ในปี พ.ศ2499
ท่ีต้องใช้ทกั ษะของมนษุ ย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขนึ ้ และให้คาํ นยิ ามของ-

ปัญญาประดิษฐ์ดงั้ นี ้

1

การเรียนรู้ของเคร่ือง (machine learning):

เป็นการทาํ ให้เคร่ืองจกั รมีความสามารถในการเรียนรู้จากข้อมลู เชน่ เดียวกบั มนษุ ย์ เชน่ โปรแกรมเลน่ หมากรุกสามารถ เรียนรู้
และตดั สินใจการเดนิ หมากเพ่ือเอาชนะคตู่ อ่ ส้ไู ด้ด้วยตนเองMachine Learning คือ สว่ นการเรียนรู้ของเครื่อง ถกู ใช้งาน
เสมือนเป็นสมองของ AI (Artificial Intelligence) เราอาจพดู ได้วา่ AI ใช้ Machine Learning ในการสร้างความฉลาด
มกั จะใช้เรียกโมเดลที่เกิดจากการเรียนรู้ของปัญญาประดิษฐ์ ไม่ได้เกิดจากการเขียนโดยใช้มนษุ ย์ มนษุ ย์มีหน้าที่เขียน
โปรแกรมให้ AI (เคร่ือง) เรียนรู้จากข้อมลู Machine Learning เรียนรู้จากส่ิงทเ่ี ราสง่ เข้าไปกระต้นุ แล้วจดจําเอาไว้เป็น
มนั สมอง สง่ ผลลพั ธ์ออกมาเป็นตวั เลข หรือ code ท่ีสง่ ตอ่ ไปแสดงผล หรือให้เจ้าตวั AI นําไปแสดงการกระทํา Machine
Learning เองสามารถเอาไปใช้งานได้หลายรูปแบบ ต้องอาศยั กลไกท่ีเป็นโปรแกรม หรือเรียกวา่ Algorithm ที่มีหลากหลาย
แบบ โดยมี Data Scientist เป็นผ้อู อกแบบ หนึ่งใน Algorithm ท่ไี ด้รับความนิยมสงู คอื Deep Learning ซง่ึ ถกู ออกแบบมา
ให้ใช้งานได้ง่าย และประยกุ ต์ใช้ได้หลายลกั ษณะงาน อย่างไรก็ตาม ในการทํางานจริง Data Scientist จําเป็นต้องออกแบบ
ตวั แปรตา่ งๆ ทงั ้ ในตวั ของ Deep Learning เอง และต้องหา Algorithm อื่นๆ มาเป็นคเู่ ปรียบเทียบ เพื่อมองหา Algorithm
ทเี่ หมาะสมที่สดุ ในการใช้งานจริง

2

Machine Learning ในชีวติ ประจําวนั

Apple Siri ทม่ี ี Speech Recognition หรือการฟังเสยี งและถอดความ Machine Learning นีท้ าํ ให้เกิด NLP (Natural
Language Processing) ช่ือในภาษาไทยคือการประมวลผลภาษาธรรมชาติ โดยปกติแล้วมนษุ ย์มีการใช้ภาษาที่กํากวม แต่
คอมพิวเตอร์ใช้ภาษาท่มี ีลกั ษณะแน่นอนในการส่อื สาร จงึ ทําให้มีความยากในการประมวลผล ซง่ึ NLP ก็มีหลายแขนง ใช้การ
เขียนโปรแกรมแบบใช้เงื่อนไขมาประมวลผลภาษา แตด่ ้วยความเป็นไปของภาษาทเ่ี ร็วมาก คาํ ใหม่หรือรูปแบบประโยคใหม่ ๆ
เกิดขนึ ้ เร็วมาก การนํา Machine Learning มาช่วยในปัจจบุ นั จงึ ทาํ ให้ NLP แม่นยําขนึ ้ และตามทนั โลกได้ไวขนึ ้ ซงึ่ เทคโนโลยี
นีน้ ํามาใช้ใน Siri Face ID ของ Apple ทเี่ ราสงสยั กนั วา่ เราเปลี่ยนลคุ หรือเมคอพั แล้ว มนั ยงั จะเวริ ์คอย่หู รือไมน่ ่ีเป็นอีก
ตวั อยา่ งหนง่ึ ในการใช้ Machine Learning เพราะวา่ Apple จะใช้วิธียงิ จดุ อนิ ฟราเรดออกไป และใช้การตรวจสอบรูปของ
หน้า และแม้วา่ หน้าตาจะเปลย่ี นไปเลก็ น้อย เปลย่ี นทรงผม ใสแ่ วน่ Face ID ก็ยงั คงสามารถตรวจสอบได้ และถึงจะใช้
หน้ากากก็ไม่รอด Face ID เพราะวา่ Apple ใช้ Machine Learning เรียนรู้รูปแบบหน้าทีแ่ ตกตา่ งกนั มาเยอะมาก และสร้าง
โมเดลให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้Google Assistant ทส่ี ามารถรับคําสง่ั ด้วยเสียงอีกหนง่ึ นวตั กรรมท่ี Machine Learning ได้เข้า
มามีสว่ นพฒั นาความสามารถเช่นกนั ไมว่ า่ จะเป็นการรับฟังคําสง่ั ด้วยเสยี งทแ่ี ม่นยํามากขนึ ้ สามารถรองรับได้หลายสําเนียงพดู
ข้อเสนอที่แฝงตวั บน YouTube GoOgIe ใช่ Macarningในการประมาลข้อมลู ไปกบั บริการอื่นของบริษัทเช่นการบร่ ิการ
แนะนําวดี ดี อท่ผี ้ใู ช้งานอาจจะชอบหรือวีดีโอทีค่ รุ ดบุ นYou Tubeซงึ ้ เหลา่ นีร้ ะบบเรียนรุ้จากพฤติกรรมการรับชมของเรา

3

การเรียนรู้เชิงลกึ (deep learning):
Deep learning คือ ? deep learning คอื ซอฟแวร์คอมพวิ เตอร์ท่ี่เลียนแบบการทาํ งานของระบบโครงขา่ ยประสาท
(neurons )ในสมองมนษุ ย์ ถือเป็นซบั เซ็ตของ machine learning Algorithm ของ deep learning ถกู สร้างขนึ ้ จากการ
นําเอา neural network หลายๆ layer มาตอ่ กนั โดย layer แรกสดุ จะทําหน้าท่ีในการรับข้อมลู ( Input layer ) layer
สดุ ท้ายจะทําหน้าทีส่ ง่ ผลลพั ธ์การประมวลผลออกมา ( Output layer ) สว่ น layer ระวา่ ง layer แรกสดุ เเละ layer สดุ ท้าย
จะถกู เรียกวา่ Hidden layerคาํ วา่ deep learning มีที่มาจากการทใ่ี ช้ layer ของ neural network หลายอนั ๆมาตอ่ กนั (มี
Hidden layer มากกวา่ 2 layer ก็ถือเป็น deep learning แล้ว ) เน่ืองจาก layer เหลา่ นีเ้ป็นโครงสร้างที่ถกู จดั เก็บแบบเป็น
กองซ้อน (stack) จงึ เปรียบได้วา่ layer ท่ี่จะนวนเยอะๆ ก็จะทาํ ให้มีโครงสร้างที่ลกึ (deep) ยง่ิ ขนึ ้ นนั่ เอง

โดย Hidden layer ของแตล่ ะ layer จะเปรียบเสมือนวา่ ประกอบด้วย เซลล์ประสาท (neural ) จํานวนมาก ซงึ่ มีหน้าทใี่ นการ
ประมวลผล รับข้อมลู จาก layer ทอ่ี ยเู่ หนือกวา่ และสง่ ข้อมลู ที่ประมวลผลเสร็จเเล้วไปยงั layer ท่ีอย่ลู า่ งกวา่ , ข้อดีของการ
สง่ ข้อมลู แบบนีก้ ็คอื layer เเตล่ ะ layer สามารถทจ่ี ะมี คา่ ถว่ งนํา้ หนกั (weight), คา่ ความเอนเอยี งของข้อมลู ( bias ) และ
วธิ ีการประมวลผลทางคณิตศาสตร์ (activation function) ท่ีเป็นอิสระตอ่ กนั ได้ Deep Learning สามารถแบ่งคร่าวๆ เป็น
สองประเภท คือ Feedforward Neural Network ทขี่ ้อมลู สามารถผ่านหน่วยประมวลผลได้เพยี งทางเดียว ไมไ่ ด้นําข้อมลู
ผลลพั ธ์มาใช้ซํา้ และ Recurrent Neural Network ที่ข้อมลู ก่อนหน้าจะถกู นํากลบั มาใช้ใหม่เพอ่ื คาดการณ์ผลลพั ธ์ที่จะ
เกิดขนึ ้ ในอนาคต

4

5

พฤติกรรมของผ้บู ริโภคในยคุ ดิจิทลั ทมี่ ีสมาร์ทโฟนเป็นปัจจยั ท่ี 5 ของการใช้ชีวิต ทําให้ธรุ กิจการค้าต้องปรับกลยทุ ธ์เชิงรุกใน
รูปแบบออนไลน์ ตามช่องทางโซเชียลมีเดยี โดยพฒั นาสอ่ื มลั ติมีเดยี ดงึ ดดู ความน่าสนใจ หลายคนคงจําเกมยอดฮิตอยา่ งโปเก
มอนโก ที่นําเทคโนโลยี AR มาสร้าง จนทาํ ให้คนติดเกมอยา่ งหนกั กนั พกั ใหญ่ทเี ดยี ว เทคโนโลยีเสมือนจริง (AR) ได้ถกู รวมเข้า
ไปเป็นสว่ นหนง่ึ ในกิจกรรมประจําวนั มีการนําไปประยกุ ต์ใช้อย่างแพร่หลายในด้านตา่ ง ๆ ทงั้ ด้านศิลปะ การแพทย์ การศกึ ษา
และการพาณิชย์

ภาพ เทคโนโลยี AR
ทีม่ า https://pixabay.com/th/
คําวา่ Augmented แปลวา่ เพม่ิ หรือเตมิ สว่ น Reality แปลวา่ ความจริง นนั่ ก็คือ เทคโนโลยีการผสมผสานโลกเสมือน
(Virtual World) เพิม่ เข้าไปในโลกจริง (Physical World) เพื่อทําให้เกิดการกลมกลนื กนั มากทส่ี ดุ จนแยกไมอ่ อก
ความเป็นมาของ ARเทคโนโลยีนีไ้ ด้ถกู พฒั นามาตงั้ แตป่ ี ค.ศ. 2004 จดั เป็นแขนงหนง่ึ ของงานวจิ ยั ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์
วา่ ด้วยการเพ่ิมภาพเสมือนของโมเดลสามมิติที่สร้างจากคอมพิวเตอร์ลงไปในภาพท่ีถ่ายมาจากกล้องวิดีโอ กล้องเว็บแคม หรือ
กล้องในโทรศพั ท์มือถือ แบบเฟรมตอ่ เฟรมด้วยเทคนิคทางด้านคอมพิวเตอร์กราฟิก แตด่ ้วยข้อจํากดั ทางเทคโนโลยีจงึ มีการใช้
ไมแ่ พร่หลายเท่าไหร่ แตป่ ัจจบุ นั เทคโนโลยีมือถือ และการสือ่ สารข้อมลู ไร้สาย รวมทงั้ การประมวลตา่ ง ๆ มีความรวดเร็วขนึ ้
และมีราคาถกู จึงทําให้อปุ กรณ์สมาร์ทโฟน และแทบเลต็ ทาํ ให้เทคโนโลยีท่ีอย่แู ต่ในห้องทดลอง กลบั กลายมาเป็นแอพที
สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานกนั งา่ ย ๆ ไปแล้ว โดยในชว่ ง 2-3 ปีมานี ้AR เป็นเร่ืองทีถ่ กู กลา่ วถึงอย่เู ป็นระยะ แม้จะไม่ฮอตฮติ
เหมือนแอพตวั อืน่ ๆ ก็ตาม แตอ่ นาคตยงั ไปได้อีกไกล ทงั้ VR และ AR สามารถนํามาประยกุ ต์ใช้งานได้กว้างขวางหลากหลาย
ทงั้ ด้าน อตุ สาหกรรม การทหาร การแพทย์ การตลาด การบนั เทิง การสือ่ สาร และ การศกึ ษา

6

Augmented Reality

AR เป็นเทคโนโลยีใหม่ ท่ีผสานเอาโลกแหง่ ความเป็นจริง (Real) เข้ากบั โลกเสมือน (Virtual) โดยผ่านอปุ กรณ์ทางด้าน
ฮาร์ดแวร์รวมกบั การใช้ซอฟต์แวร์ตา่ ง ๆ ทําให้สามารถมองเหน็ ภาพทมี่ ีลกั ษณะเป็นวตั ถุ (Object) แสดงผลในจอภาพ
กลายเป็นวตั ถุ 3 มิติ ลอยอยเู่ หนือพืน้ ผวิ จริง มีการแสดงผลที่แสดงวตั ถมุ ีการเคลื่อนไหว ดมู ีมิติมีความตน่ื เต้นเร้าใจ โดย
สามารถนํารูปแบบใหมข่ องการนําเสนอสนิ ค้าลอยออกมานอกจอคอมพวิ เตอร์ ซง่ึ เป็นการนําเสนอรูปแบบใหมใ่ นโลกสงั คม
ออนไลน์หรือการตลาดออนไลน์อกี ทางหนงึ่ วา่ กนั วา่ นี่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าสอ่ื ยคุ ใหม่ พอๆ กบั เมื่อครัง้ เกิด
อนิ เทอร์เนต็ ขนึ ้ ในโลกก็วา่ ได้ หากเปรียบสอื่ ตา่ ง ๆ เสมือน “กลอ่ ง” แล้ว AR คือการเด้งออกมาสโู่ ลกใหมภ่ ายนอกกลอ่ งที่สร้าง
ความตืน่ เต้นเร้าใจ ในรูปแบบ Interactive Media โดยแท้จริงเทคโนโลยีเสมือนจริงนี ้มีหลกั การทํางานโดยสามารถแบง่
ประเภทตามสว่ นวิเคราะห์ภาพ (Image Analysis) เป็น 2 ประเภท ได้แก่ การวิเคราะห์ภาพโดยอาศยั Marker เป็นหลกั ใน
การทํางาน (Marker based AR) และการวิเคราะห์ภาพโดยใช้ลกั ษณะตา่ ง ๆ ที่อย่ใู นภาพมาวเิ คราะห์ (Marker-less
based AR) หลกั การของเทคโนโลยีเสมือนจริง ประกอบด้วยMarker (หรือทีเ่ รียกวา่ Markup)กล้องวิดีโอ เว็บแคม กล้อ
โทรศพั ท์มือถือ หรือ ตวั จบั Sensor อ่ืนๆสว่ นการแสดงผลภาพ เช่นจอภาพจากอปุ กรณ์แสดงผลซอฟต์แวร์สว่ นประมวลผลเพ่อื
วตั ถแุ บบสามมิติ object 3Dพืน้ ฐานหลกั ของ AR ใช้หลกั การของการตรวจจบั การเคลอ่ื นไหว (Motion Detection) การ
ตรวจจบั การเต้นหรือการเคาะ (Beat Detection) การจดจําเสียง (Voice Recognize) และการประมวลผลภาพ (Image
Processing) โดยนอกจากการตรวจจบั การเคล่ือนไหวผ่าน Motion Detect แล้ว การตอบสนองบางอย่างของระบบผ่านสื่อ
นนั้ ต้องมีการตรวจจบั เสยี งของผ้ใู ช้และประมวลผลด้วยหลกั การ Beat Detection เพือ่ ให้เกิดจงั หวะในการสร้างทางเลือก
แก่ระบบ เชน่ เสยี งในการสง่ั ให้ตวั Interactive Media ทาํ งานทงั ้ นีก้ ารสงั่ การด้วยเสียงจดั วา่ เป็น AR และในสว่ นของการ
ประมวลผลภาพนนั้ เป็นสว่ นเสริม เพราะเน้นไปทก่ี ารทาํ งานของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent: AI) ในการสือ่
อารมณ์กบั ผ้ใู ช้บริการผา่ นสแี ละรูปภาเทคโนโลยี AR นีจ้ ะสามารถทําให้ผ้ใู ช้เห็นภาพเสมือนจริงได้รอบ โดยไมจ่ ําเป็นจะต้อง
เดนิ ทางไปสถานท่ีจริง หากในอนาคตเทคโนโลยีจะมีความก้าวหน้าเป็นอย่างไร ส่ิงสําคญั ท่ีสดุ คือความก้าวหน้าของมนษุ ย์ก็
ต้องพฒั นาควบคกู่ นั ไปด้วย หากเรามีเทคโนโลยีทล่ี ํา้ สมยั ให้ใช้ แตม่ นษุ ย์ไมไ่ ด้เจริญตามเทคโนโลยีด้วย การดํารงชีวติ ของ
มนษุ ย์ก็จะไม่เป็นปกติสขุ ได้เลยแหลง่ ทม่ี าVirtual Reality Society.Augmented Reality – What is it? . สืบค้นเม่ือวนั ที่
12 ตลุ าคม 2560. จากhttps://www.vrs.org.uk/augmented-reality/The Franklin Institute. What Is
Augmented Reality? . สืบค้นเม่ือวนั ที่ 12 ตลุ าคม 2560. จาก https://www.fi.edu/what-is-augmented-reality

7

อาชีพทางด้านเทคผ้เู ช่ียวชาญด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (computer network
professional)
มีหน้าท่ีวเิ คราะห์พฒั นาปรับปรุงบาํ รุงรักษาแก้ปัญหาตา่ งๆที่เก่ียวข้องกบั ระบบเครือขา่ ย
ตรวจสอบความมน่ั คงปลอดภยั และประสิทธภาพของระบบเครือข่ายโนโลยีสารเทศ

ผ้เู ชี่ยวชาญด้านความมนั่ คงปลอดภยั (ICT security specialists)มีหน้าท่ีในการวจิ ยั วิเคราะห์ตรวจสอบประเมินความ
ปลอดภยั และบํารุงรักษาระบบสารสนเทศให้มีความเสถียรภาพและประสิทธิภาพแก้ปัญหาทเี่ ก่ียวข้องกบั ความมนั่ คงปลอดภยั
ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร

8

นกั วทิ ยาศาสตร์ข้อมลู (data scientists)มีหน้าทว่ี ิเคราะห์ และจดั การกบั ข้อมลู ท่มี ีปริมาณมากโดยใช้เคร่ืองมือด้าน
คณิตศาสตร์สถิติและการเขีย

โปรแกรมเมอร์ (Programmers)
มีหน้าที่ออกแบบและพฒั นาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้มีคณุ สมบตั ติ ามที่กําหนดและตอบสนองตอ่ ความต้องการของผ้ใู ช้งาน
อาจมีชื่อตามงานที่ทําเชน่ MobiIe deveIober Pro-gamer Web deveIober

9

นกั ทดสอบ (Test programmers หรือ Testers)มีหน้าที่ตรวจสอบและค้นหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม
นกั วเิ คราะห์ทดสอบระบบ (Test analysts)
มีหน้าที่สนบั สนนุ และทดสอบระบบสารสนเทศเพอื่ ค้นหาจดุ ออ่ นและข้อบกพร่องตา่ ง ๆ

10

นกั วิเคราะห์ระบบ (System analysts)มีหน้าทศ่ี กึ ษาวเิ คราะห์ออกแบบและพฒั นาระบบสารสนเทศให้มีคณุ สมบตั ทิ ่ีสามารถ
ตอบสนองตอ่ ความต้องการของผ้ใู ช้งาน

กลมุ่ ท่ี 2 กลมุ่ อาชีพท่ีเก่ียวข้องกบั การดแู ลรักษาระบบสารสนเทศและประสานงานกบั ผ้ใู ช้
ผ้ดู แู ลระบบ (System administrators)มีหน้าท่ใี นการบริหารจดั การระบบคอมพวิ เตอร์ตงั้ แต่ติดตงั้ กําหนดคา่ บาํ รุงรักษาทงั ้
ในสว่ นของฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์และระบบเครือข่าย

11

เจ้าหน้าท่ฝี ึกอบรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Trainer)มีหน้าท่ีออกแบบแผนการฝึกอบรมและการประเมนิ ประสิทธิผลของ
การฝึกอบรมตามวตั ถปุ ระสงค์

เจ้าหน้าท่สี นบั สนนุ งานเชิงเทคนิค (IT Support Technician)
มีหน้าที่ให้คําแนะนําวเิ คราะห์และแก้ปัญหาเก่ียวกบั เทคโนโลยีสารสนเทศทงั้ ในสว่ นของฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์เครือขา่ ยและ
อปุ กรณ์ตา่ ง ๆ

12

กลมุ่ ท่ี 3 กลมุ่ บริหารด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
ผ้จู ดั การด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (ICT Manager)
มีหน้าที่สนบั สนนุ นโยบายและแผนบริหารจดั การงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารในการพฒั นาองค์กร

ผ้ดู แู ลระบบฐานข้อมลู (Data administrator: DBA)
มีหน้าท่พี ฒั นาและดแู ลระบบฐานข้อมลู และซอฟต์แวร์ปรับปรุงประสิทธิภาพการทาํ งานของฐานข้อมลู สาํ รองข้อมลู และการกู้
คนื ตรวจสอบและแก้ปัญหาทเ่ี กี่ยวข้องกบั ระบบฐานข้อมลู

13

ผ้บู ริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดบั สงู หรือซีไอโอ (Chief Information Officer :CIO)
มีหน้าทีก่ ําหนดมาตรฐานกฎเกณฑ์โครงสร้างงบประมาณการพฒั นาบคุ ลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้
คําแนะนําแกผ่ ้บู ริหารสงู สดุ ขององค์กรหรือ CEO Chief Exclusive officer : CEO เพอื่ กําหนดนโยบายเปา้ หมายของการนํา
เทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารองค์กรให้ประสบความสําเร็จตามวสิ ยั ทศั น์

14

IoT หรือ Internet of Things (อนิ เทอร์เนต็ ของสรรพสง่ิ ) หมายถึง วตั ถุ อปุ กรณ์ พาหนะ ส่ิงของเครื่องใช้ และสิง่ อาํ นวยความ
สะดวกในชีวิตอื่น ๆ ท่ีมนษุ ย์สร้างขนึ ้ โดยมีการฝังตวั ของวงจรอิเลก็ ทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ และการเชื่อมตอ่ กบั เครือข่าย
ซง่ึ วตั ถสุ ่ิงของเหลา่ นี ้สามารถเก็บบนั ทกึ และแลกเปลย่ี นข้อมลู กนั ได้ อีกทงั้ สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมและถกู ควบคมุ ได้จาก
ระยะไกล ผ่านโครงสร้างพืน้ ฐานการเช่ือมตอ่ เข้ากบั สมาร์ทโฟนเท่านนั้ แต่ IoT สามารถประยกุ ต์ใช้กบั อปุ กรณ์ทกุ อยา่ งทถ่ี กู
ออกแบบมาให้เชื่อมโยงกนั ได้บนเครือข่ายอนิ เทอร์เนต็ เพอื่ ท่ีจะสามารถสือ่ สารกนั ได้

สรรพส่ิง (Things)

ในความหมายของ IoT "สรรพส่ิง" หมายถึง อปุ กรณ์ ส่งิ ของเคร่ืองใช้ทแ่ี ตกตา่ งหลากหลาย เช่น เคร่ืองจกั รตา่ ง ๆ ในโรงงาน
รถยนต์ สก๊ตู เตอร์ จกั รยานท่มี ีเซ็นเซอร์ในตวั เครื่องใช้ภายในบ้าน กล้องอจั ฉริยะ นาฬิกาเด็ก อปุ กรณ์วดั อตั ราการเต้นของ
หวั ใจ แท็กไบโอชิปทีต่ ดิ กบั ปศสุ ตั ว์ อปุ กรณ์วิเคราะห์ดีเอน็ เอในส่ิงแวดล้อมหรืออาหาร หรืออปุ กรณ์ภาคสนามของนกั ผจญ
เพลิงในภารกิจค้นหาและช่วยเหลือ ห่นุ ยนต์ดแู ลผ้ปู ่วยและผ้สู งู อายุ และอน่ื ๆ ซงึ่ ไม่เว้นแม้ เสียงพดู สง่ั งานของมนษุ ย์การ
ประยกุ ต์ใช้งาน IoT (Internet of Things) ในปัจจบุ นั ภาครัฐบาล ภาคเอกชน ภาคอตุ สาหกรรมการผลิต ตลอดจนประชาชน
ทวั่ ไป ได้นํา IoT ไปประยกุ ต์ใช้ในการทาํ งานและชีวติ ประจําวนั เพ่อื สร้างรายได้ โอกาส และความสะดวกสบายยิ่งขนึ ้ ใน
อตุ สาหกรรมและโครงการตา่ ง ๆ เช่น Smart Industry เพอื่ เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสยู่ คุ ของการปฏวิ ตั ิอตุ สาหกรรม
Industry 4.0Smart City เพ่ือนํามาปรับใช้ร่วมกบั โครงสร้างพืน้ ฐาน และระบบตา่ ง ๆ ของเมืองใน 4 ด้าน คือ ด้านการ
ท่องเทยี่ ว ด้านความปลอดภยั ด้านสง่ิ แวดล้อม และด้านเศรษฐกิจ โดยพฒั นา IoT เพอ่ื ตอบสนอง และอาํ นวยความสะดวกใน
แตล่ ะด้านของเมือง อาทิSmart Living เมืองน่าอย่Sู mart Governance เมืองท่ีบริหารจดั การโปร่งใสSmart Mobility เมือง
ท่สี ามารถติดตอ่ สื่อสารและเดินทางได้อย่างสะดวกสบายSmart People เมืองท่ใี ห้ความเทา่ เทยี มกนั ในสงั คมSmart Safety
เมืองปลอดภยั Smart Economy เมืองทเ่ี อือ้ ตอ่ การทําธุรกิจSmart Environment เมืองประหยดั พลงั งานSmart Tourism
เมืองทอ่ งเทยี่ วSmart Farming เมืองเกษตรกรรมทนั สมยั Smart Life เพอ่ื ให้รูปแบบของการใช้ชีวิตของมนษุ ย์เปลีย่ นไปจาก
เดิม มนษุ ย์สามารถพดู คยุ กบั สงิ่ ของได้สิง่ ของสามารถพดู คยุ และรับรู้พฤตกิ รรมของมนษุ ย์ได้ ซง่ึ ในอนาคตเทคโนโลยีจะมีการ
พฒั นาให้สง่ิ ของสามารถพดู คยุ กนั เองได้โดยไมต่ ้องผ่านมนษุ ย์จะเหน็ ได้วา่ Internet of Things (IoT) เริ่มเข้ามาเป็นสว่ น
หนง่ึ ในชีวติ ของคนเรามากขนึ ้ ไมว่ า่ จะเป็นการดาํ เนินชีวิตภายในบ้าน หรือท่ีทํางาน หรือระหวา่ งการเดินทาง IoT จะเข้ามา
ชว่ ยอํานวยความสะดวก ลดขนั้ ตอนการทาํ งาน และทาํ ให้การใช้ชีวติ ง่ายขนึ ้ แตอ่ ย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี IoT ทเ่ี ช่ือมโยง
อปุ กรณ์ตา่ ง ๆ เข้าด้วยกนั ก็อาจมีผลกอ่ ให้เกิดความเสีย่ งตอ่ ภยั คกุ คามตงั้ แตร่ ะดบั บคุ คลไปจนถงึ องค์กรมากขนึ ้ ดงั นนั้ การ
เตรียมความพร้อมรับมือภยั คกุ คามท่ีมาพร้อมกบั เทคโนโลยีเป็นประเด็นที่ทกุ คนให้ความสาํ คญั เพอื่ ขบั เคลื่อนนวตั กรรมให้เกิด
ประสิทธิภาพสงู สดุ ในยคุ ดจิ ิทลั

15

การเปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยี

การเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยี
เทคโนโลยีมีการเปลยี นแปลงตลอดเวลา ตงั้ แต่อดีตถงึ ปัจจบุ นั ซง่ึ มีสาเหตหุ รือปัจจยั มาจากหลายด้าน เชน่ ปัญหา ความ
ต้องการ ความก้าวหน้าของศาสตร์ตา่ ง ๆ เศรษฐกิจ สงั คม
สาเหตหุ รือปัจจยั ของการเปล่ยี นทางเทคโนโลยี มี 5 ปัจจยั ดงั นี ้

1. แก้ปัญหาสนองความต้องการและเพิม่ ความสามารถของมนษุ ย์
2. ความก้าวหน้าของศาสตร์ตา่ ง ๆ โดยเฉพาะวิทยาศตร์และคณิตศาสตร์
3. เศรษฐกิจหรือฐานะทางการเงิน
4. สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
5. สงั คมและวฒั นธรรมความนยิ มแพร่หลาp
ตวั อยา่ งเทคโนโรยี

16

17


Click to View FlipBook Version