1 เอกสารสรุปการอบรม การอบรมเชิงปฏิบัติการผู้ดำเนินการคัดกรองผู้พิการทางการศึกษา ( สพป.พิจิตร เขต 1 ) ประจำปี 2566 รุ่น 1 นางสาวกาญนิกา ศรัทธาธรรม โรงเรียนบ้านมาบกระเปา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ก คำนำ รายงานสรุปการอบรมเล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อสรุปองค์ความรู้ที่ได้มากการอบรมเชิงปฏิบัติการ ผู้ดำเนินการคัดกรองผู้พิการทางการศึกษา ปีการศึกษา 2566 โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พิจิตร เขต 1 ระหว่างวันที่ 17 - 21 เมษายน 2566 ( รุ่นที่ 1 ) ภายในเล่มเป็นการรวบรวมใบงาน เอกสาร สรุปองค์ความรู้ตามหัวข้อต่าง ๆ ที่ข้าพเจ้าได้รับการอบรม สรุปเป็นองค์ความรู้และบันทึกคำตอบลงในใบงาน ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 ที่ได้จากการอบรม อันเป็นประโยชน์ มุ่งหวังให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมทั้งความเท่าเทียมทางการศึกษาต่อเด็ก นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ และขอขอบคุณวิทยากรทุกท่าน ที่ได้สละเวลามาให้ความรู้ในครั้งนี้ ซึ่งข้าพเจ้า จะได้นำความรู้ในครั้งนี้ไปใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ตามจุดประสงค์ที่ได้จัดการอบรมต่อไป
ข คำนำ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข รายงานภารกิจตามการอบรมเชิงปฏิบัติการการคัดกรองผู้พิการทางการศึกษา ปี 2566 ค การบ้าน ครั้งที่ 1 วิเคราะห์ข่าว ภาพยนตร์ 1 สรุปองค์ความรู้ สรุปความรู้ที่ 1 กฎหมายและพ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับผู้พิการ (1) 2 สรุปความรู้ที่ 2 กฎหมายและพ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับผู้พิการ (2) 4 สรุปความรู้ที่ 3 การจัดการเรียนรวมและการคัดกรองผู้พิการทางการศึกษา 9 ประเภท 5 สรุปความรู้ที่ 4 การใช้แบบคัดกรองสำหรับผู้พิการทางการศึกษา 6 สรุปความรู้ที่ 5 การเขียนแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลและการเขียนแผนการสอน 10 สรุปความรู้ที่ 6 การทำข้อมูลลงระบบบริหารจัดการข้อมูลโรงเรียนเรียนรวม (SET) 11 IEP Online สรุปความรู้ที่ 7 การจัดการศึกษาเรียนรวมตามโครงสร้าง SEAT 12 แผนการดำเนินการจัดการเรียนรวมหลังการอบรม 14 ภาคผนวก 15
ค รายการภารกิจตามการอบรมเชิงปฏิบัติการการคัดกรองผู้พิการทางการศึกษา ปี 2566 รุ่นที่ 1 สพป.พิจิตร เขต ๑ ชื่อ นางสาวกาญนิกา นามสกุล ศรัทธาธรรม โรงเรียน บ้านมาบกระเปา คำชี้แจง แบบตรวจสอบภารงานที่ปฏิบัติระหว่างการอบรม เพื่อขอรับวุฒิบัตรผู้คัดกรองคนพิการทางการศึกษา ที่ รายการ ภารกิจที่กำหนด ภารกิจเพิ่มเติม ปฏิบัติแล้ว ยังไม่ได้ ปฏิบัติ ปฏิบัติแล้ว ยังไม่ได้ ปฏิบัติ 1 วิเคราะห์ข่าว ภาพยนตร์ ✓ 2 สรุปองค์ความรู้ที่ 1 (ผอ.ธงชัย จันแย้) ✓ - - 3 สรุปองค์ความรู้ที่ 2 กฎหมาย พรบ.เกี่ยวกับคนพิการ ✓ - - 4 สรุปองค์ความรู้ที่ 3 ชุดความรู้ผู้พิการทางการศึกษา 9 ประเภท ✓ - - 5 สรุปองค์ความรู้ที่ 4 การฝึกใช้แบบคัดกรอง ๑ ศึกษา ✓ - - 6 สรุปองค์ความรู้ที่ 5 เขียนแผน IEP/IIP พร้อมทั้งการวัด และประเมินผล ✓ - - 7 สรุปองค์ความรู้ที่ 6 การทำข้อมูลลงระบบ SET และ IEP Online ✓ - - 8 สรุปองค์ความรู้ที่ 7 การจัดการศึกษาเรียนรวม ตามโครงสร้าง SEAT ถามมา-ตอบไป พาคิดร่วมทำและ การนิเทศติดตามการจัดการเรียนรวม โดย ศน.พรรณ พร ศรลัมพ์ ✓ - - ๙ ทำแบบทดสอบก่อนการอบรม ✓ - - ๑๐ ทำแบบทดสอบหลังการอบรม ✓ - - ๑๑ ทำแบบประเมินความพึงพอใจ ✓ - - ๑๒ แผนการดำเนินการเรียนรวมหลังจากการอบรม ๑ แผ่น - - ✓ ๑๓ บันทึกคลิป ถามมา-ตอบไป คนละ 1 นาที ๑ คลิป - - ✓ ๑๔ รวมเล่มผลงานตนเอง เป็น PDF e-book (ศน.จะพาทำ) - - ✓ รวมเป็นจำนวน 10 4 รวมรายการภารกิจที่กำหนด (รับวุฒิบัตร) สรุปครบ ๗ องค์ความรู้๓ กิจกรรม รวมรายการภารกิจที่กำหนด และภารกิจเพิ่มเติม (รับวุฒิบัตร VIP) สรุปครบ ๗ องค์ความรู้๓ กิจกรรม ๔ ภารกิจเพิ่มเติม หมายเหตุ - ภารกิจเพิ่มเติมต้องครบ ๓ รายการจึงจะได้รับ วุฒิบัตร VIP - หากมีข้อแนะนำให้แก้ไข ให้ทำให้จบภายในระยะเวลาที่กำหนดของรุ่นที่สมัคร ติดตามในไลน์กรุ๊ปเรียนรวม สพป. พิจิตร เขต ๑ (ปรับเปลี่ยนเวลาได้ตามความเหมาะสม แต่ไม่ให้เกินกำหนดของรุ่นถัดไป หากพ้นกำหนดส่งท่านจะไม่ได้รับ วุฒิบัตร)
1
2 สรุปองค์ความรู้ที่ 1 คำชี้แจง ตอบคำถามจากการฟังบรรยาย 10 ข้อ 10 คะแนน 1. นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการข้อใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ทั้งในปี 2565 และ ปี 2566 จง อธิบาย 2565 1. Active Learning ให้เด็กเกิดการเรียนรู้เชิงรุก 2. โครงการพาน้องกลับมาเรียน ซึ่งเป็นเด็กที่ไม่สามารถเข้ามาเรียนในชั้นเรียนได้ ต้องตามเด็ก โดยการ ลงพื้นที่ พบปะผู้ปกครอง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. Learning Loss ครูเข้าใจปัญหาที่ทำให้ผู้เรียนเกิดอุปสรรคทางการเรียนรู้ 2566 สร้างโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม 2. ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการเรียนรวมของโรงเรียน มีบุคคลใดและภาคส่วนใดเกี่ยวข้องบ้าง 1. โรงเรียนต้องเตรียมความพร้อมในด้านทักษะการดำเนินชีวิตในโรงเรียน การพบเพื่อนใหม่ สิ่งแวดล้อม ใหม่ อำนวยความสะดวกให้เต็มตามศักยภาพของนักเรียน 2. การเตรียมความพร้อมของบุคลากรทั้งโรงเรียนก่อนการจัดให้มีการเรียนรวม ชี้แจงให้ผู้บริหารทราบ เรื่องการบริหารจัดการเรียนรวมและบุคลากรในโรงเรียนเข้าใจในตัวนักเรียน เช่น การมาโรงเรียนสาย การใช้ ชีวิตประจำวันในโรงเรียน 3. การตอบสนอง วิเคราะห์ผู้เรียน หรือ ระบบความช่วยเหลือ ว่านักเรียนมีความต้องการแบบใด การ วัดผลประเมินผลที่ตรงตามศักยภาพของนักเรียน 4. การประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดที่สามารถให้คำชี้แนะ แนะนำ ให้สื่อ สิ่วอำนวยความสะดวกแก่เราได้ 5. การเชื่อมต่อสายสัมพันธ์ระหว่างบ้านและโรงเรียน การเข้าถึงผู้ปกครองให้รับทราบข้อมูลการเรียนการ สอนของนักเรียน 3. เป้าหมายสูงสุดของการจัดการศึกษาเรียนรวม คืออะไร ใครได้ประโยชน์สูงสุด เด็กทั่วไปได้เรียนรู้ในเรื่องของความแตกต่างระหว่างบุคคลในสังคม การช่วยเหลือ พึ่งพาอาศัยกัน สร้าง สังคมแห่งความเอื้ออาทร ตระหนักถึงความพิการที่อาจเกิดขึ้นกับตนเอง เด็กพิเศษมีโอกาสในการพัฒนา ตนเองได้อย่างเต็มที่ และตัวนักเรียนเองที่ได้ประโยชน์สูงสุด 4. สิ่งใดช่วยลดการเหลื่อมล้ำทางด้านการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ใน โรงเรียนเรียนรวม รูปแบบและวิธีการที่เหมาะสมที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพรายบุคคล โดยได้รับบริการที่ดี ได้รับสื่อ สิ่ง อำนวยความสะดวก ในการพัฒนาศักยภาพของตนเองและทักษะที่เกี่ยวข้อง และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ทิศทางนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่กำหนด 7 นโยบายหลัก คือ Quick Win (2565) โดยนโยบายที่ เกี่ยวกับเด็กพิเศษ คือ การจัดการศึกษาสำหรับผู้มีความต้องการจำเป็นพิเศษ
3 5. ครูการศึกษาพิเศษที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร มีศักยภาพทางด้านการจัดการเรียนรวม มีความเสียสละ เข้าใจนักเรียน เข้าถึงผู้ปกครอง 6. การบริหารโรงเรียนเรียนรวมใช้วิธีการใด โครงสร้างใดที่โรงเรียนเป็นฐาน (โครงสร้าง SEAT) S Student เตรียมความพร้อมนักเรียนพิการหรือที่มีความบกพร่อง E Environment เตรียมความพร้อมทางกายภาพ สถานที่ การเตรียมความพร้อมของบุคลากรทั้ง โรงเรียนก่อนการจัดให้มีการเรียนรวม ชี้แจงให้ผู้บริหารทราบเรื่องการบริหารจัดการเรียนรวมและบุคลากรใน โรงเรียนเข้าใจในตัวนักเรียน เช่น การมาโรงเรียนสาย การใช้ชีวิตประจำวันในโรงเรียน A Activity การจัดทำหลักสูตรเฉพาะ เพิ่มเติม ทักษะทางอาชีพ แผนการสอนเฉพาะบุคคล วิเคราะห์ ผู้เรียน หรือ ระบบความช่วยเหลือ ว่านักเรียนมีความต้องการแบบใด การวัดผลประเมินผลที่ตรงตามศักยภาพ ของนักเรียน T Tool การประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดที่สามารถให้คำ ชี้แนะ แนะนำ ให้สื่อ สื่ออำนวยความสะดวกแก่เราได้ 7. เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษประเภทใดมีจำนวนมากที่สุด เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้ 8. สื่อ สิ่งอำนวยความสะดวก ความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ตามบรรยายมีสิ่งใดบ้าง จงยกตัวอย่าง อย่างน้อย 2 ข้อ 1. เครื่องช่วยฟัง สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน 2. กระดานรับรู้ความรู้สึก สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย 9. ใครเป็นประธานโครงการขับเคลื่อนการเรียนรวมของจังหวัดพิจิตร นายธงชัย จันแย้ ผู้อำนวยการเขต พื้นที่การศึกษาพิจิตร เขต 1 10. ข้อคิดที่ได้จากการฟังบรรยายพิเศษ/การนำไปประยุกต์ใช้ เราสามารถทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้แบบ Active Learning ได้โดยการลงปฏิบัติจริง ต้องให้เด็กทุกคน เข้าถึงสิ่งต่าง ๆ เท่าเทียมกัน ช่วยเหลือ สนับสนุน ตอบสนองความต้องการของเด็กให้มากที่สุด ส่งเสริมเด็กให้ เต็มศักยภาพ เปิดโอกาสในการอยู่ร่วมกันในสังคม
4 สรุปองค์ความรู้ที่ 2 ตอนที่ 2 กฎหมาย และ พรบ.ที่เกี่ยวข้องกับผู้พิการที่ต้องรู้ ชื่อ - สกุล นางสาวกาญนิกา ศรัทธาธรรม รุ่นที่ 1 คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ 1. บอกชื่อกฎหมายที่ตราขึ้นมาเพื่อรองรับเกี่ยวกับการศึกษาสำหรับคนพิการตามรัฐธรรมนูญ อย่างน้อย 2 ชื่อ (10 คะแนน) - พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 - พระราชบัญญัติการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ.2551 และ (ฉบับที่ 2) พ.ส.2556 2. บอกสิทธิของคนพิการทางการศึกษา ตามกฎหมายใดก็ได้ โดยบอกชื่อกฎหมายและยกตัวอย่างสิทธิตาม กฎหมายนั้น (20 คะแนน) - พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 มาตราที่ 10 ระบุว่า การจัดการศึกษาต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการเข้ารับ การศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีทีรัฐต้องจัดให้อย่างทั่งถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายการจัด การศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและการ เรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการหรือทุพพลภาพหรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้หรือไม่มีผู้ปกครองหรือด้อย โอกาส ต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ การศึกษาสำหรับคน พิการในวรรคสอง ให้จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิ ได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความสะดวกอื่นใดทางการศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ กำหนดในกระทรวง ตัวอย่างสิทธิ การมีโอกาสได้เข้าศึกษาในโรงเรียนที่มีการจัดการเรียนรวมพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ต่าง ๆ ตามศักยภาพของนักเรียน 3. ชี้แจงบทบาทหน้าที่ของตัวท่านและผู้เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการในหน่วยงานของตัวท่าน ตามกฎหมาย 3.1 ตัวท่าน (10 คะแนน) จัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล จัดทำแนวทางการศึกษาที่สอดคล้องกับ ความต้องการจำเป็นพิเศษของนักเรียน ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นๆ 3.2 ผู้เกี่ยวข้อง (10 คะแนน) ศูนย์การศึกษาพิเศษที่อำนวยการสะดวกในการจัดอบรมแก่ผู้ปกครองนักเรียน ครู บุคลากรและชุมชน รวมทั้งจัดสื่อ เทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก บริการและความช่วยเหลืออื่นใด ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดในประกาศกระทรวง
5 สรุปองค์ความรู้ที่ 3 ตอนที่ 3 การจัดการเรียนรวมและการคัดกรองผู้พิการทางการศึกษา 9 ประเภท ชื่อ - สกุล นางสาวกาญนิกา ศรัทธาธรรม รุ่นที่ 1 คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ 1. ลักษณะเด่นของเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน : หูตึง มีอะไรบ้าง สูญเสียการได้ยินตั้งแต่ ๒๖ – ๙๐ เดซิเบล สามารถใช้เครื่องช่วยฟังเพื่อรับฟังเสียงให้ชัดเจนขึ้นได้ 2. ท่านคิดว่าเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญากับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้แตกต่างกันอย่างไร เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา คือ บุคคลที่มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม ภาษา และสติปัญญาล่าช้ากว่าคนปกติทั่วไป เมื่อวัดระดับสติปัญญาโดยใช้แบบทดสอบมาตรฐานแล้ว พบว่ามีระดับ สติปัญญาต่ำกว่าบุคคลปกติทั่วไป ภาวะดังกล่าวจะแสดงอาการก่อนอายุ ๑๘ ปีส่วนเด็กที่มีความบกพร่อง ทางการเรียนรู้ คือ เด็กที่มีความบกพร่องทางกระบวนการจิตวิทยา ทำให้เด็กมีปัญหาในการใช้ภาษา ทั้งในการ ฟัง การอ่าน การพูด การเขียนและการสะกดคำ หรือมีปัญหาในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ทั้งที่มีระดับ สติปัญญาปกติ รวมไปถึงการได้รับบาดเจ็บทางสมอง 3. ลักษณะเด่นของเด็กของเด็กออทิสติกมีอะไรบ้าง เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการด้านสังคม ภาษาและการสื่อความหมาย พฤติกรรมอารมณ์ และ จินตนาการ ซึ่งมีสาเหตุเนื่องจากการทำงานในหน้าที่บางส่วนของสมองที่ผิดปกติไป และความผิดปกตินี้พบได้ ก่อนวัย ๓๐ เดือน
6 สรุปองค์ความรู้ที่ 4 ใบงาน กรณีศึกษา กิจกรรมที่ปฏิบัติ : ให้ท่านศึกษาพฤติกรรมของเด็กต่อไปนี้ แล้วคัดกรองเด็ก โดยเลือกใช้แบบคัดกรองที่ตรง กับพฤติกรรม พร้อมระบุว่า เด็กหญิงรำนำ สีดา มีความบกพร่องประเภทใด เด็กหญิงรำนำ สีดา เกิดวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2557 เป็นเด็กที่ไม่ชอบสบตา ไม่ค่อยพูด และมักก้มศีรษะ มองสิ่งของ หนังสือ รูปภาพ ชอบนำเข้ามาดูใกล้ๆ ตา ขณะอ่านหนังสือ มักจะอ่านซ้ำบรรทัด หรืออ่านข้าม บรรทัด มักใช้มือเพื่อสำรวจ / หาสิ่งของ ควบคู่กับ การใช้สายตา หรี่ตา กระพริบตา ขยี้ตา กดตา เมื่อใช้ สายตามากๆ มักมีอาการ ปวดตา คันตา บ่อยๆ มองเห็นสิ่งของเคลื่อนไหวไปมา นอกจากนี้ในระหว่างเรียน ยังพบพฤติกรรมที่แสดงออกดังนี้ บอกสีเขียวกับสีฟ้าว่าเป็นสีเดียวกัน หรือ สีแดงกับสีส้มเป็นสีเดียวกัน เมื่อดูป้ายข้อความ รูปภาพ วัตถุสิ่งของต่างๆ ตามป้ายประกาศของโรงเรียน ต้อง เข้าไปดูใกล้ๆ ติดตา ในกรณีศึกษาของเด็กหญิงรำนำ สีดา ๑. ได้เลือกใช้“แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น” ซึ่งตรงกับพฤติกรรม ดังนี้
7 1 รำนำ สีดา 2 มกราคม 2557 9 3 ป.3 20 เมษายน 2566 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓
8 ✓ ควรพานักเรียนเข้าพบจิตแพทย์ เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและดำเนินการ ต่อไป ต่อไป นางสาวกาญนิกา ศรัทธาธรรม พจ.-สพป.พจ.1-18040
9 ๒. ท่านต้องเตรียมวิธีการวิเคราะห์อย่างไรในแต่ละข้อ ๒.๑ ครูสังเกตถึงลักษณะ/พฤติกรรมในการอ่านหนังสือ ระยะห่างระหว่างสายตากับวัตถุ ๒.๒ เมื่อครูคาดว่าน่าจะมีความผิดปกติด้านการมองเห็น ให้ปรึกษากับคุณครูที่ใบอนุญาตคัดกรอง ครู ประจำชั้นและผู้ปกครอง เพื่อจะทำการคัดกรองโดยใช้แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น ๒.๓ ในกรณี หากผู้ปกครองยินยอมให้ดำเนินการคัดกรองตามแบบคัดกรองฯ ให้ดำเนินการต่อไป แต่ หากผู้ปกครองไม่ยินยอมให้ดำเนินการคัดกรอง ให้ครูอธิบายถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักเรียนทั้ง ทางด้านสังคมและการใช้ชีวิตประจำวัน หากผู้ปกครองยังไม่ยินยอมก็ร่วมกันหารือในการแก้ปัญหาต่อไป ๒.๔ เมื่อผู้ปกครองยินยอมให้ดำเนินการคัดกรองตามแบบคัดกรอง ครูก็ดำเนินการเตรียมสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้วิเคราะห์ลักษณะ/พฤติกรรมตามแบบคัดกรองนี้ ๒.๕ ผู้คัดกรองควรมีอย่างน้อย ๒ คน ซึ่งต้องผ่านการอบรมวิธีการใช้และการประเมินตามแบบคัด กรองนี้ ๒.๖ เมื่อดำเนินการคัดกรองเสร็จสิ้นแล้ว ให้พิจารณาตามเกณฑ์ หากตอบว่าใช่ ๕ ข้อขึ้นไป แสดงว่ามี แนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น ให้จัดบริการช่วยเหลือทางการศึกษาพิเศษและส่งต่อให้ จักษุแพทย์ตรวจวินิจฉัยต่อไป
10 สรุปองค์ความรู้ที่ 5 การเขียนแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ( Individualized Education Program : IEP /การเขียนแผนการสอน (Individual Implementation Plan : IIP) ชื่อ-สกุล นางสาวกาญนิกา ศรัทธาธรรม โรงเรียน บ้านมาบกระเปา รุ่นที่ 1 คำชี้แจง ตอบคำถามจากการฟังบรรยายและฝึกประสบการณ์การเขียนแผน IEP 1. แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program: IEP) คือ อะไร (2 คะแนน) คือ แผนการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ที่เขียนขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับเด็กที่มี ความต้องการพิเศษเป็นเฉพาะบุคคล และได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองของเด็ก โดยที่ครูเป็นเครื่องมือในการ จัดการกับ กระบวนการสอนทั้งหมดซึ่งกำหนดแนวทางการจัดการศึกษา ที่สอดคล้องกับความต้องการจำเป็น พิเศษของคนพิการ ตลอดจนกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และ ความช่วยเหลืออื่นใดทาง การศึกษา 2. แผนการสอน (Individual Implementation Plan: IIP) (2 คะแนน) คือ แผนการสอนเฉพาะบุคคล (Individual Implementation Plan) เป็นแผนการสอนจัดขึ้น เฉพาะเจาะจงสำหรับนักเรียนคนนั้นเพื่อช่วยให้นักเรียนบรรลุจุดประสงค์ และเป้าหมายที่กำหนดไว้ใน IEP 3. องค์ประกอบ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program: IEP) มี 8 ข้อ อะไรบ้าง (2 คะแนน) 1. ข้อมูลทั่วไปของนักเรียน(ประเภทความพิการ/ลักษณะพิการ/การจดทะเบียนความพิการ) 2. ข้อมูลทางการแพทย์ (โรคประจำตัว /การแพ้ยา) 3. ข้อมูลด้านการศึกษา(เคยได้รับการบริการศึกษาพิเศษ) 4. ข้อมูลอื่นๆที่จำเป็น (ความคิดเห็นผู้สอน / ลักษณะเฉพาะของนักเรียน) 5. การกำหนดแนวทางการศึกษา 6. ความต้องการสื่อ (คูปองต่อภาคเรียน) 7. คณะกรรมการ (ผู้อำนวยการโรงเรียน/ครูประจำชั้น/ครูผู้สอน/ผู้ปกครอง) 8. ความเห็นบิดา/มารดา ต่อการจัดการทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล 4. นักสหวิชาชีพ คือใครบ้าง จงยกตัวอย่าง (2 คะแนน) กลุ่มบุคคลที่มีความรู้ ทักษะ ความสามารถเฉพาะด้านที่แตกต่างกัน มาทำงานช่วยเหลือคุ้มครองเด็ก ร่วมกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก เช่น กุมารแพทย์ จิตแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ ฯลฯ 5. การคัดกรองประเภทความพิการทางการศึกษามีกี่ประเภท ประเภทใดที่มีการแยกระดับชั้น และประเภทใด ไม่มีแบบ คัดกรอง (2 คะแนน) - การคัดกรองประเภทความพิการทางการศึกษามี9 ประเภท - บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ มีการแยกประเภทในระดับชั้นประถมศึกษา และ มัธยมศึกษา - บุคคลพิการซ้อนไม่มีแบบคัดกรอง
11 สรุปองค์ความรู้ที่ 6 การทำข้อมูลลงระบบบริหารจัดการข้อมูลโรงเรียนเรียนรวม (SET) และ IEP Online (ขอรับคูปอง) ชื่อ-สกุล นางสาวกาญนิกา ศรัทธาธรรม โรงเรียน บ้านมาบกระเปา รุ่นที่ 1 คำชี้แจง ตอบคำถามจากการฟังบรรยายและฝึกประสบการณ์การเขียนแผน IEP 1. ระบบบริหารจัดการข้อมูลโรงเรียนเรียนรวม (SET) ระดับโรงเรียนมีผู้ดูแลระบบ (แอดมิน) กี่คน/โรงเรียน (1 คะแนน) ตอบ 1 โรงเรียนมีผู้ดูแลระบบ 3 คน 2. หากต้องการลบแอดมินระดับโรงเรียนออก เนื่องจากย้าย/ เกษียณ ต้องแจ้งไปที่ใด (1 คะแนน) ตอบ แจ้งศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับศึกษาพิเศษ 3. การตั้งชื่อผู้ใช้ (Username) สามารถตั้งเป็นภาษาไทยได้กี่ตัวอักษร จงอธิบายวิธีการ (2 คะแนน) ตอบ ไม่สามารถตั้งเป็นภาษาไทยได้ เพราะสามารถกรอกได้เพียงอักษร a-z และ 0-9 เท่านั้น 4. ข้อมูลนักเรียนที่ต้องนำมาลงในระบบบริหารจัดการข้อมูลโรงเรียนเรียนรวม (SET) ต้องเตรียมข้อมูลส่วน ใดบ้าง จงอธิบาย (2 คะแนน) ตอบ 1. เลขประจำตัวประชาชน 2. ชื่อ-นามสกุลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 3. ระดับชั้น 4.ประเภท ความพิการ 5. เลขประจำตัวนักเรียน 6. วัน เดือน ปี เกิด 7. ประเภทนักเรียน (นักเรียนเรียนรวมปกติ หรือ นักเรียนโครงการโรงเรียนคู่ขนาน 8. รายละเอียดความพิการ 10. ข้อมูลที่อยู่นักเรียน 11. ข้อมูลบิดา มารดา 12. ข้อมูลผู้ปกครอง 13. ข้อมูลการคัดกรองนักเรียน 14. แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) / หรือแผนการสอนรายบุคคล (IIP) 5. หากต้องการขอรับคูปองการศึกษา สื่อ สิ่งอำนวยความสะดวกความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ต้อง ดำเนินการอย่างไร และใช้ระบบใด จงอธิบาย (2 คะแนน) ตอบ ให้นำข้อมูลแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) / หรือแผนการสอนรายบุคคล (IIP) ที่เตรียมไว้ (ไฟล์ Word) มากรอกในระบบ IEP Online ตามหัวข้อให้ครบถ้วน 6. หากท่านต้องการสอบถาม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องระบบบริหารจัดการข้อมูลโรงเรียนเรียนรวม (SET) และ IEP Online สามารถสอบถาม/ศึกษาเพิ่มเติมทางช่องทางใดได้บ้าง จงอธิบาย (2 คะแนน) ตอบ Group Line : รร.เรียนรวม สพป.พิจิตร เขต 1 และ Group Line : คูปอง (ศกศ.พจ.)
12 สรุปองค์ความรู้ที่ 7 การจัดการศึกษาเรียนรวมตามโครงสร้าง SEAT ชื่อ-สกุล นางสาวกาญนิกา ศรัทธาธรรม โรงเรียน บ้านมาบกระเปา รุ่นที่ 1 . คำชี้แจง ตอบคำถามจากการฟังบรรยาย 5 ข้อ 10 คะแนน 1. การจัดการเรียนร่วม กับ การจัดการเรียนรวม ต่างกันอย่างไร (2 คะแนน) การเรียนร่วม (Mainstreaming) คือ การที่โรงเรียนหยิบยื่นโอกาสให้ผู้เรียน เลือกผู้เรียน และผู้เรียนต้อง เตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียน โดยให้ผู้เรียนเข้าไปเรียนหรือทำกิจกรรมร่วมกับเด็กปกติช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ในแต่ละวัน พร้อมกับจัดให้มีการรับบริการการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มจากโรงพยาบาลหรือการศึกษาพิเศษ ใน การส่งต่อเด็กไปโรงเรียนเรียนร่วม ช่วยเหลือ แนะนำเทคนิคการสอน บริการสอนเสริม จัดหาสิ่งอำนวยความ สะดวก อบรม ปรับทัศนคติบุคลากร การจัดการเรียนรวม (Inclusive Education) คือ สิทธิที่ผู้เรียนต้องได้รับ สามารถเลือกเข้าเรียนใน โรงเรียนได้โดยโรงเรียนไม่สามารถปฏิเสธการรับเข้าเรียนได้ และผู้เรียนไม่ต้องเตรียมความพร้อมก่อนการเข้า เรียน โดยจัดการศึกษาที่จัดให้เด็กพิเศษเข้ามาเรียนรวมกับเด็กปกติ โดยรับเข้ามาเรียนรวม ตั้งแต่เริ่มเข้ารับ การศึกษาและโรงเรียนมีหน้าที่รับผิดชอบจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมตามความต้องการพิเศษของเด็กหรือ เชิญผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาพิเศษ ในการให้ความช่วยเหลือ แนะนำเทคนิคการสอน บริการสอนเสริม จัดหา สิ่งอำนวยความสะดวก อบรมปรับทัศนคติบุคลากร 2.การเรียนร่วม คือ อะไร จงอธิบาย (2 คะแนน) การเรียนร่วม (Mainstreaming) เป็นการจัดให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษเข้าไปในระบบการศึกษาปกติ เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนและทำกิจกรรมร่วมกับเด็กทั่วไป โดยที่มีครูประจำชั้นและครูการศึกษาพิเศษร่วมมือ และรับผิดชอบร่วมกัน ตอบสนองความจำเป็นพื้นฐานและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนเป็นเฉพาะบุคคลใน หลากหลายรูปแบบ เช่น จัดเป็นชั้นเรียนพิเศษเต็มเวลาในโรงเรียนทั่วไป จัดให้ผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็น พิเศษเข้าเรียนปกติเต็มเวลา หรือบางเวลาโดยมีสอนเสริม (Resource Teacher) หรือครูเดินสอน (Itinerant Teacher) ให้ความช่วยเหลือและสอนร่วมกับครูประจำชั้น 3. การเรียนรวม คือ อะไร จงอธิบาย (2 คะแนน) การจัดการเรียนรวม (Inclusive Education) เป็นการศึกษาสำหรับทุกคนโดยรับเข้าเรียนรวมกันตั้งแต่ เริ่มเข้ารับการศึกษา และจัดให้มีบริการพิเศษ ตามต้องการของแต่ละบุคคล เมื่อสถานศึกษารับเด็กเข้ามาเรียน รวมกับเด็กทั่วไป สถานศึกษาและครูจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบจัดสภาพแวดล้อม การจัดการเรียนการสอน หลักสูตร การประเมินผล เพื่อให้ครูสามารถการจัดการเรียนการสอนได้ตามความต้องการของผู้เรียนเป็น เฉพาะบุคคล ซึ่งจะทำสามารถพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ
13 4. โครงสร้าง SEAT คืออะไร จงอธิบาย (2 คะแนน) โครงสร้าง SEAT คือ การจัดพื้นที่ให้กับกลุ่มผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในสถานศึกษา โดย ต้องเตรียมความพร้อมดังนี้ S Student เตรียมความพร้อมนักเรียนพิการหรือที่มีความบกพร่อง E Environment เตรียมความพร้อมทางกายภาพ สถานที่ การเตรียมความพร้อมของบุคลากรทั้ง โรงเรียนก่อนการจัดให้มีการเรียนรวม ชี้แจงให้ผู้บริหารทราบเรื่องการบริหารจัดการเรียนรวมและบุคลากรใน โรงเรียนเข้าใจในตัวนักเรียน เช่น การมาโรงเรียนสาย การใช้ชีวิตประจำวันในโรงเรียน A Activity การจัดทำหลักสูตรเฉพาะ เพิ่มเติม ทักษะทางอาชีพ แผนการสอนเฉพาะบุคคล วิเคราะห์ ผู้เรียน หรือ ระบบความช่วยเหลือ ว่านักเรียนมีความต้องการแบบใด การวัดผลประเมินผลที่ตรงตามศักยภาพ ของนักเรียน T Tool การประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดที่สามารถให้คำ ชี้แนะ แนะนำ ให้สื่อ สื่ออำนวยความสะดวกแก่เราได้ 5.พี่เลี้ยงเด็กพิการมีคุณสมบัติอย่างไร และปฏิบัติหน้าที่อะไร (2 คะแนน) ต้องมีคุณสมบัติ มีนิสัยรักเด็ก ใจเย็น ทำหน้าที่ช่วยเหลือเด็กพิการไม่ให้ได้รับอันตราย ช่วยเหลือเด็ก ในการเคลื่อนไหว ช่วยเหลือครูในการสอน สอนซ่อมเสริม ผลิตสื่อ ช่วยเหลือครูในการควบคุมชั้นเรียน สำรับ เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรม ปฏิบัติกิจกรรมฟื้นฟูเด็กภายใต้คำแนะนำ ดูแลของครูผู้สอนหรือนัก วิชาชีพเฉพาะ
14 แผนดำเนินการจัดการเรียนรวมหลังจากการอบรม ชื่อ นางสาวกาญนิกา ศรัทธาธรรม โรงเรียน บ้านมาบกระเปา รุ่นที่ 1 เข้ารับการอบรม เชิงปฎิบัติการการการคัดกรองผู้ พิการทางการศึกษา ปีการศึกษา 2566 (รุ่นที่ 1) เผยแพร่ความรู้ให้กับเพื่อนครู ผู้ปกครอง และ นักเรียนให้เข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรวม เตรียมความพร้อมสำหรับการคัดกรองนักเรียน คัดกรองนักเรียนที่มีความเสี่ยง ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองนักเรียน พานักเรียนเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย จัดทำแผน IEP และ IIP บันทึกลงระบบ SET และโปรแกรม IEP Online ดำเนินการขอรับสื่อ และสิ่งอำนวยความสะดวก ติดตามผลการเรียน และพัฒนาการของเด็ก นักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ก่อนเปิดภาคเรียน เปิดภาคเรียน
15 ภาพกิจกรรมการอบรม
16
17
18