43 9 รับฟังข้อเสนอแนะของเพื่อนและคุณครู การกล้าแสดงออก คือ ความสามารถในการแสดงออกของเด็กซึ่งสังเกตได้จากการแสดง ท่าทางตามคำสั่ง ต่างๆ กล้าทดลองทำกิจกรรมใหม่ๆ กระตือรือร้นอยากร่วมกิจกรรม 10 สบตาผู้ฟัง เมื่อนำเสนอผลงาน 11 พูดนำเสนอผลงานและตอบคำถามเมื่อเพื่อนหรือ ครูสงสัยเกี่ยวกับผลงานอย่างชัดถ้อยชัดคำ 12 กล้าที่จะเป็นตัวแทนเสนอตนเองออกมาทำ กิจกรรม 3. นำแบบสังเกตความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย จากการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ การพิมพ์ภาพด้วยมือ และนิ้วมือ ที่สร้างขึ้นเสนอต่อที่ปรึกษา เพื่อพิจารณา 3 ท่าน โดยมีที่ปรึกษาดังนี้ - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.รัชชุกาญจน์ ทองถาวร อาจารย์ประจำสาขาการศึกษาปฐมวัย-การศึกษา พิเศษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ - อาจารย์ ศิริพร วงค์ตาคำ อาจารย์ประจำสาขาการศึกษาปฐมวัย-การศึกษาพิเศษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ - นางสุทธิกานต์ พลสิทธ์คุณครูประจำชั้นอนุบาลปีที่ 3/5 โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ 4. ปรับปรุงแก้ไขแบบสังเกตความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย ให้เหมาะสมตามคำแนะนำ และนำแบบสังเกต ความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย ที่ปรับปรุงเหมาะสมแล้วไปใช้ 3.3 แบบบันทึกหลังการสอน เป็นการบันทึกหลังการสอน ใช้บันทึกเกี่ยวกับพฤติกรรมความเชื่อมั่นในตนเองขณะที่ดำเนินการจัดการ เรียนรู้โดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ การพิมพ์ภาพด้วยมือและนิ้วมือ โดยประเด็นการบันทึกมีดังนี้ 1) พฤติกรรมของผู้เรียนที่แสดงถึงความเชื่อมั่นในตนเองในขณะทำกิจกรรม เช่น การแสดงความ ภาคภูมิใจในตนเอง การตัดสินใจลงมือทำการกล้าแสดงออกในการนำเสนอ บทสนทนาระหว่างทำ กิจกรรมของนักเรียนและเพื่อน 2) ปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหา
44 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. ผู้วิจัยทำหนังสือเพื่อขออนุญาตและความอนุเคราะห์ในการเก็บรวมรวมข้อมูล และใช้เครื่องมือกับ โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ 2. เตรียมสถานที่และเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง สถานที่ทดลอง คือ โรงเรียนโรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ แผนจัดกิจกรรมพิมพ์ภาพ และแบบสังเกตความเชื่อมั่นในตนเอง ของเด็กปฐมวัย 3 ผู้วิจัยนำแผนจัดกิจกรรมพิมพ์ภาพ 3 แผน ไปใช้ทำการทดลองกับเด็กปฐมวัย ชั้นอ.3/5 โรงเรียนอนุบาล เชียงใหม่ จำนวน 3 ครั้ง ครั้งละ 45 นาที 4. หลังจากใช้แผนจัดกิจกรรมพิมพ์ภาพแล้ว ผู้วิจัยนำแบบสังเกตความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย ทำ การประเมินพฤติกรรมเด็ก 5. ผู้วิจัยนำคะแนนประเมินจากแบบแบบสังเกตความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย มาตรวจสอบให้ ถูกต้อง เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูล 5. การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูล และใช้สถิติเชิงบรรยายในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (Mean) โดยแปลผล คะแนนให้เป็นร้อยละ แล้วนำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดขึ้น โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. นำข้อมูลคะแนนจากแบบสังเกตความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย มาคำนวณเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ และแปร ผลเป็นระดับตามเกณฑ์ดังนี้ คะแนนค่าเฉลี่ย การแปรผล 80-100 ความเชื่อมั่นในตนเองอยู่ในระดับดีมาก 60-79 ความเชื่อมั่นในตนเองอยู่ในระดับดี 40-59 ความเชื่อมั่นในตนเองอยู่ในระดับปานกลาง 20-39 ความเชื่อมั่นในตนเองอยู่ในระดับต่ำ 0-19 ความเชื่อมั่นในตนเองอยู่ในระดับควรปรับปรุง 2.นำการแปรผลแบบสังเกตความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย มาเปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังการ ทำกิจกรรม 3. สรุปข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์แบบสังเกตความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย ในรูปแบบตาราง ประกอบการบรรยาย
45 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนเพื่อส่งเสริมความสามารถในการความเชื่อมั่นในตนเอง ของนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3/5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม่ จำนวน 26 คน ผ่านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์พิมพ์ภาพด้วยมือและนิ้ว มือ หลังการใช้แผนการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้ ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูล และใช้สถิติเชิงบรรยายในการวิเคราะห์ ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (Mean) โดยแปรผลคะแนนให้เป็นร้อยละ แล้วนำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดขึ้น ซึ่ง ได้แบ่งการนำเสนอผลการวิเคราะห์ตามลำดับดังนี้ 1. ผลการศึกษาความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 3 ผ่านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์พิมพ์ภาพ ด้วยมือและนิ้วมือ ตาราง 4.1 แสดงผลการศึกษาความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 3 ผ่านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ พิมพ์ภาพด้วยมือและนิ้วมือ เลขที่ คะแนนแบบสังเกตความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย ร้อยละของ คะแนนรวม การแปรผล ระดับความ เชื่อมั่นใน ตนเอง ด้านความ ภาคภูมใจใน ตนเอง ( 6 คะแนน ) ด้านการกล้า แสดงความ คิดเห็น ( 6 คะแนน ) การปรับตัวเข้า กับ สภาพแวดล้อม ( 6 คะแนน ) การกล้า แสดงออก (6 คะแนน) คะแนนรวม ( 24 คะแนน) 1 5 6 4 6 21 87.5 ดีมาก 2 6 4 5 5 20 83.3 ดีมาก 3 5 6 5 4 20 83.3 ดีมาก 4 6 4 6 5 21 87.5 ดีมาก 5 4 5 4 6 19 79.1 ดี 6 3 4 5 4 16 66.6 ดี 7 6 6 4 5 21 87.5 ดีมาก 8 6 4 5 5 20 83.3 ดีมาก 9 3 3 4 6 16 66.6 ดี
46 10 5 6 5 4 20 83.3 ดีมาก 11 6 4 6 4 20 83.3 ดีมาก 12 6 6 6 5 23 95.8 ดีมาก 13 6 5 5 5 21 87.5 ดีมาก 14 6 5 6 6 23 95.8 ดีมาก 15 3 4 5 4 16 66.6 ดี 16 4 6 4 5 19 79.1 ดี 17 5 3 4 5 17 70.8 ดี 18 6 4 5 3 18 75 ดี 19 6 5 6 5 22 91.6 ดีมาก 20 5 4 3 6 18 75 ดี 21 4 3 5 4 16 66.6 ดี 22 5 5 5 6 21 87.5 ดีมาก 23 6 6 5 5 22 91.6 ดีมาก 24 5 6 4 3 18 75 ดี 25 6 6 5 5 22 91.6 ดีมาก 26 5 5 6 4 20 83.3 ดีมาก ค่าเฉลี่ย 5.11 4.80 4.88 4.80 19.61 81.69 ดีมาก จากตารางพบว่าความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย มีคะแนนรวมหลังการทำกิจกรรม เท่ากับ 19.61 คะแนน หากพิจารณาเป็นรายรวมทั้ง 26 คน พบว่ามีคะแนนร้อยละพัฒนาการเท่ากับ 81.69 อยู่ในระดับดีมาก 2. ผลการเปรียบเทียบความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 3 ผ่านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์พิมพ์ ภาพด้วยมือและนิ้วมือ ตาราง 4.2 แสดงผลการเปรียบเทียบความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 3 ผ่านกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์พิมพ์ภาพด้วยมือและนิ้วมือ ก่อนและหลังทำกิจกรรม แบบสังเกตความเชื่อมั่น ในตนเองของเด็กปฐมวัย คะแนนเฉลี่ยรวม ( 24 คะแนน ) ร้อยละของคะแนน รวม การแปรผล ระดับความ เชื่อมั่นในตนเอง ก่อนทำกิจกรรม 13.84 54.30 ปานกลาง หลังทำกิจกรรม 19.61 81.69 ดีมาก
47 จากตารางพบว่าหลังการทดลองเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์พิมพ์ภาพด้วยมือและ นิ้วมือ มีความเชื่อมั่นในตนเองโดยรวมสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรม โดยผลคะแนนความเชื่อมั่นในตนเองของ กลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 26 คน เมื่อพิจารณาพบว่า มีร้อยละของคะแนนรวมก่อนการจัดกิจกรรมเท่ากับ 54.30 คะแนนระดับความเชื่อมั่นในตนเองอยู่ในระดับปานกลาง และมีร้อยละของคะแนนรวมหลังการจัดกิจกรรมเท่ากับ 81.69 คะแนน ซึ่งระดับความเชื่อมั่นในตนเองอยู่ในระดับดีมาก
48 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ สรุปผลการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ คือ เพื่อศึกษาความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัยหลังจากจัดกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์พิมพ์ภาพด้วยมือและนิ้วมือ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชาย-หญิง อายุระหว่าง 5- 6 ปี กำลังศึกษาอยู่ในชั้น อนุบาลปีที่ 3/5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม่ จำนวน 26 คน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย เครื่องมือที่ใช้ใน การดำเนินการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ประกอบด้วย (1) แผนการจัดการเรียนรู้ กิจกรรมพิมพ์ภาพ 3 แผน ใช้เวลา ครั้งละ 45 นาที(2) แบบสังเกตความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย (3) แบบบันทึกหลังการสอน ผู้วิจัย ได้รวบรวมข้อมูล และใช้สถิติเชิงบรรยายในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (Mean) โดยแปลผลคะแนนให้เป็น ร้อยละ แล้วนำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดขึ้น โดยแบ่งการนำเสนอผลการวิเคราะห์ดังนี้ 1. ผลการศึกษาความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 3 ผ่านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์พิมพ์ ภาพด้วยมือและนิ้วมือ 2. ผลการเปรียบเทียบความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 3 ผ่านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ พิมพ์ภาพด้วยมือและนิ้วมือ รายละเอียดของผลการวิจัยแต่ละตอนมีดังนี้ ผลการศึกษาความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 3 ผ่านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์พิมพ์ภาพ ด้วยมือและนิ้วมือพบว่า ความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย มีคะแนนรวมหลังการทำกิจกรรม เท่ากับ 19.61 คะแนน หากพิจารณาเป็นรายรวมทั้ง 26 คน พบว่ามีคะแนนร้อยละพัฒนาการเท่ากับ 81.69 อยู่ในระดับดีมาก ผลการเปรียบเทียบความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 3 ผ่านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ พิมพ์ภาพด้วยมือและนิ้วมือ พบว่าหลังการทดลองเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์พิมพ์ภาพ ด้วยมือและนิ้วมือ มีความเชื่อมั่นในตนเองโดยรวมสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรม โดยผลคะแนนความเชื่อมั่นในตนเอง
49 ของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 26 คน เมื่อพิจารณาพบว่า มีร้อยละของคะแนนรวมก่อนการจัดกิจกรรมเท่ากับ 54.30 คะแนนระดับความเชื่อมั่นในตนเองอยู่ในระดับปานกลาง และมีร้อยละของคะแนนรวมหลังการจัดกิจกรรมเท่ากับ 81.69 คะแนน ซึ่งระดับความเชื่อมั่นในตนเองอยู่ในระดับดีมาก อภิปรายผลการวิจัย จากผลการศึกษา พบว่าประชากรที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์พิมพ์ภาพด้วยมือและนิ้วมือ มี ความเชื่อมั่นในตนเองโดยรวมสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรม ซึ่งสมารถอภิปรายประเด็นสำคัญได้ดังนี้ ความเชื่อมั่นใน ตนเองของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ พิมพ์ภาพ์ด้วยมือและนิ้วมือ มีระดับความเชื่อมั่นใน ตนเองหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนกิจกรรม ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้แสดงให้เห็นว่าการจัดกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์พิมพ์ภาพด้วยมือและนิ้วมือส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตนเองเด็กปฐมวัย ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์พิมพ์ภาพ เมื่อนำไปใช้กับเด็กจะทำให้ได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลิน พร้อม ทั้งได้เรียนรู้ถึงความแตกต่างของวัสดุรอบตัวที่นำมาใช้ในงานพิมพ์ของตน ซึ่งจะให้ภาพพิมพ์ที่มีลักษณะแตกต่าง กันทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างดียิ่ง โดยการทำกิจกรรมศิลปะนอกเหนือจะช่วยเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ โดยการลง มือทำด้วยมือและนิ้วมือของตนเองแล้ว Wright (2003) กล่าวว่า ศิลปะ จะถูกนำมาใช้กับเด็กเริ่มจากการชื่นชม ความงามของสิ่งต่างๆ รอบตัวเน้นการแสดงออกอย่างอิสระของแต่ละบุคคล เยาวพา เดชะคุปต์ (2542) กล่าวว่า ศิลปะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กได้แสดงความสามารถและสื่อสารความคิดความรู้สึกของตน พัฒนาความ เชื่อมั่นเกี่ยวกับตนเองในการเลือกช้วัสดุต่างๆ และเมื่อเด็กได้ลงมือพิมพ์ภาพต่างๆ ด้วยตนเอง มีผลต่อการสร้าง ความเชื่อมั่นหรือสร้างความมั่นใจให้กับเด็กโดยตรง เพราะผลสำเร็จของการทำงานศิลปะทำให้เกิดความภาคภูมิใจ ซึ่งความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นจากการที่เราได้ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้สำเร็จลุล่วงลงได้ยังเป็นแรงผลักดันให้เรากระหายที่จะ หวังดี และทำงานครั้งต่อไปอีก พร้อมกันนั้นความภาคภูมิใจก็เป็นผลกระทบต่อความมั่นใจอีกทางหนึ่งด้วย เพราะ ความมั่นใจเปรียบเสมือนกุญแจดอกสำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตในสังคม ( มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช , 2543 ) และเมื่อมาพิจารณาตามทฤษฎีของ มาสโลว์ (1954 )ได้กล่าวว่า คนทุกคนในสังคมมีความปรารถนาที่จะ ได้รับความสำเร็จ ความภาคภูมิใจในตนเอง (Self - Esteem) และต้องการให้คนอื่นยอมรับนับถือในความสำเร็จ ของตนด้วย ถ้าความต้องการนี้ได้รับการตอบสนองอย่างเพียงพอ จะทำให้บุคคลนั้นมีความเชื่อมั่นในตนเอง รู้สึกว่า ตนเองมีค่า มีความสามารถและมีประโยชน์ต่อสังคม แต่ถ้าความต้องการนี้ถูกขัดขวางจะทำให้เกิดความรู้สึกว่ามี ปมด้อยหรือเสียความภาคภูมิใจในตนเอง สอดคล้องกับทฤษฎีพัฒนาการของอีริคสัน ( อ้างใน สมจินตนา คุปต สุนทร. 2547) ในขั้นที่ 4 ความต้องการที่จะทำกิจกรรมอยู่เสมอ - ความรู้สึกด้อย (Industry vs Inferiority) ซึ่ง
50 ตรงกับช่วงพัฒนาการของเด็กกลุ่มประชากรการวิจัยครั้งนี้ พบว่าในช่วงวัยนี้เด็กก็จะอยู่ในความพยายามอย่าง มากผู้ใหญ่จะต้องพยายามช่วยให้เด็กได้รับสัมฤทธิ์ผล ให้เขารู้ว่าจะต้องมีประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เขาคิดว่าคนเรา เก่ง มีความสามารถทำอะไรก็ทำได้ เพื่อจะไม่ให้เกิดปมด้อย จะทำให้มองเห็นแนวทางว่าการทำงานศิลปะพิมพ์ภาพ ด้วยมือและนิ้วมือ สามารถนำมาเสริมแรงในการสร้างความมั่นใจให้กับเด็กได้ เนื่องจากตามขั้นตอนที่ได้จัดทำ แผนการเรียนรู้ ได้มีการให้เด็กได้ลงมือพิมพ์ภาพด้วยตนเอง โดยการพิมพ์ภาพด้วยมือและนิ้วมือ ประสงค์ ทรัพผดุง ชนม์ และนฤมล แซ่หุ้น ( 2534 ) กล่าวว่า รอยนิ้วมือก็ถือเป็นพื้นผิวอีกอย่างหนึ่งซึ่งธรรมชาติสรรค์สร้างให้มนุษย์ ทุกคนอย่างไม่ซ้ำแบบกัน รอยนิ้วมือแต่ละส่วนยังมีความแตกต่างกันออกไปอีกด้วย ดังนั้นถ้าเรานำเอารอยพิมพ์ ของนิ้วมือที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกคนมาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เราก็อาจะได้ผลงานที่มีความงดงามและเต็มไปด้วย คุณค่าทางความคิดจำนวนมากมาย และผู้วิจัยได้มองเห็นว่าการที่เด็กได้ใช้นิ้วมือและมือที่มีเอกลักษณ์มีความ แตกต่างตามที่ตนเองมีจะช่วยทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิในในตนเอง และ ยังเป็นฝึกการกล้าตัดสินใจให้กับเด็ก ใน การสร้างสรรค์ผลลงานศิลปะพิมพ์ภาพ รวมถึงการที่เด็กได้ออกมานำเสนองาน การที่ได้มีส่วนร่วมพูดคุยกับเพื่อน ระหว่างการทำงานศิลปะจะช่วยให้เด็ก มีความกล้างแสดงออกและได้มีโอกาสชื่นชมผลงานของตนเองและผลงาน ของผู้อื่นอีกด้วย ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์พิมพ์ภาพด้วยมือและนิ้วมือ เป็นอีกหนึ่ง กิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเองเด็กปฐมวัย โดยกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์จะให้ความสนใจ มี ความสนุกสนาน ทำให้เกิดความกระตือรือร้นในการเรียนและการทำกิจกรรม เกิดการเรียนรู้อย่างดียิ่ง อีกทั้งยัง เสริมสร้าง ความเชื่อมั่นในตนเอง ทั้งด้านการกล้าแสดงออก ด้านการภาคภูมิใจในตนเอง ด้านการกล้าออกและ แสดงความคิดเห็น ด้านการปรับตัวเข้ากับสังคม ข้อเสนอแนะ จากผลการวิจัยเรื่อง การพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 3 ผ่านกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์พิมพ์ภาพด้วยมือและนิ้วมือ ผู้วิจัยได้แบ่งข้อเสนอแนะออกเป็น 2 กลุ่มดังนี้ ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ 1.การจัดกิจกรรม ครูต้องสังเกตพฤติกรรมนักเรียนและและสร้างข้อตกลงในการทำกิจกรรมอย่างถี่ถ้วนใน การทำกิจกรรม เนื่องจากมีการใช้นิ้วมือและมือปั๊มลงที่สี ด้วยความซุกซนตามธรรมชาติของเด็ก อาจจะเกิด อุบัติเหตุเช่นการนำมือเข้าปากหรือเข้าตาทำให้เด็กการบาดเจ็บได้ 2.ครูควรเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรมให้ความเหมาะสม ปลอดภัยและมีจำนวนเพียงพอกับ นักเรียน
51 3.ครูควรแสดงความชื่นชมในผลงานทุกชิ้นที่เด็กได้ทำทั้งระหว่างการทำงานและในขั้นตอนการนำเสนอ ผลงาน กระตุ้นให้เด็กได้กล้าแสดงออกเสนอความคิดหรือกล้าตัดสินใจลงมือทำผลงานของตนเอง และ สนับสนุน ให้เด็กได้ชื่นชมผลงานของตนเองงและเพื่อนร่วมชั้นเรียน ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 1.ควรมีการศึกษาทฤษฎี และพัฒนาการความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย เด็กปฐมวัยในช่วงอายุไหน มีพัฒนาการเป็นอย่างไร แล้วจัดกิจกรรมศิลปะให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.ควรมีการศึกษากิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์พิมพ์ภาพ ประเภทพอื่นๆและนำมาปรับพัฒนาจัดกิจกรรม เพิ่มเติม เช่น การพิมพ์ภาพจากวัสดุธรรมชาติ การพิมพ์ภาพจากวัสดุเหลือใช้ เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสทำกิจกรรมที่ หลากหลาย ในงานวิจัยครั้งถัดไป
52 บรรณานุกรม กมล คงทอง. (2543). ศิลปะภาพพิมพ์ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์. กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2537). คู่มือและสื่อการพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเอง สำหรับเด็กระดับ ก่อนประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. กรมวิชาการ. (2546). แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพทางวิชาการ กลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน. กระทรวงศึกษาธิการ. (2546) . หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2551). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : เบรน-เบสบุ๊คส์ จารุณี เนตรบุตร. (2543) . “การศึกษาเปรียบเทียบศิลปะด้านการวาดภาพระบายสีระหว่างอายุ9 - 12 ปี ที่มีภูมิ หลังแตกต่างกันโดยทฤษฎีของวิคเตอร์โลเวนเฟลด์.” การศึกษามหาบัณฑิต ศิลปศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ชัยณรงค์ เจริญพานิชย์กุล. (2533) . พัฒนาเด็กด้วยศิลปะ. กรุงเทพฯ : แปลน พับลิชชิ่ง เชิดศักดิ์ โมวาสินธุ์. (2516). การศึกษาเพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบบุคลิกภาพแบบอนุรักษ์. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. กรุงเทพฯ : วิทยาลัยวิชาการ. ชูชีพ อ่อนโคกสูง. (2516). ความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกภาพ แสดงตัว ความวิตกกังวลความเชื่อมั่นในตนเองกับ คุณธรรมแห่งพลเมืองดี.กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. ทัศนา แก้วพลอย. (2544). กระบวนการจัดประสบการณ์พัฒนาการเรียนรู้เด็กปฐมวัย. ลพบุรี : สถาบันราชภัฏเทพ สตรี. ทัศณียา บัวภา. (2554). ความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัย. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ น้องนุช เพียรดี. (2542), ผลของการใช้ชุดการแนะแนวในการพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียน ประถมศึกษาปีที่ 5โรงเรียนวัดคลองสวนฯ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. บุษบา วุฒิสาร. (2554). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย โดยการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้แบบไฮ/สโคป. วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอนมหาวิทยาลัยราชภัฏ สกลนคร, 6 (3), 103-111.
53 ประสงค์ ทรัพผดุงชนม์ และนฤมล แซ่หุ้น. ( 2534 ). สนุกกับรอยพิมพ์มือ. กรุงเทพฯ: ต้นอ้อจำกัด. ปริษา บุญมาศ. (2551) . “ทักษะการคิดเชิงเหตุผลของเกปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เน้นการ ผสมสี.” การศึกษามหาบัณฑิต การศึกษาปฐมวัย. บัณฑิต พิมพิกา คงรุ่งเรือง . (2542) การศึกษาลักษณะพฤติกรรมความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัด กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะตามแกนแห่งการเรียนรู้ของโฮสโคป.ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษา ปฐมวัย), กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. พชรนรีอวยพร,อัญชลีไสยวรรณ,จินตนา สุขสำราญ . (2564). ผลของการจัดกิจกรรมการแสดงบทบาทสมมติที่มี ต่อพฤติกรรมความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัยโรงเรียนวัดปรมัยยิกาวาส(แสนสวัสดิ์วิทยาคาร) จังหวัดนนทบุรี. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ,11 (2) ,56-63. พูลเสริม ถิ่นพังงา. (2528). การศึกษาเปรียบเทียบทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และความเชื่อมั่นในตนเองในระดับต่างกัน. วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่. พัชราวรรณ โฝงสูงเนิน. (2562). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์: การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบพหุนาม. คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (2543). การพัฒนาพฤติกรรมเด็ก . นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เมธินี ด่านยังอยู่. (2544). แนวโน้มอัตราการเปลี่ยนแปลงความเชื่อมั่น ในตนเองของเด็กปฐมวัยที่เกิดจาก ประสบการณ์การเล่นสมมุติ.กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. เยาวพา เดชะคุปต์. (2542) . การจัดการศึกษาปฐมวัย. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : แม็ค. เยาวพา เดชะคุปต์. (2542) . การบริหารและการนิเทศการศึกษาปฐมวัย. กรุงเทพฯ : แม็ค. รัตภรณ์ อุทุมพร และ วณิชชา สิทธิพล. (2566).ผลของการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ที่มีต่อการส่งเสริมความ เชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1.วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์และนวัตกรรม, 2 (1) , 21-30. โรงเรียนอนุบาลหนองคาย ( 2564). การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเอง ของเด็กชั้น อนุบาล 3. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคายเขต 1. หนองคาย ละม้ายมาศ ตรทัตถ์ และจรรยา สุวรรณทัต. (2510). “อิทธิพลของสังคมต่อพัฒนาการของเด็กที่ตำบลนาป่า อ. เมือง จ.ชลบุรี". รายงานการวิจัยฉบับที่ 9 ของสนามบินระหว่างชาติ สำหรับการศึกษาคันคว้าเรื่องเด็ก. กรุงเทพฯ : คุรุสภา ละออ ชุติกร. (2529). แนวคิดในการจัดศิลปะ. กรุงเทพฯ : แปลนพลับลิชชิ่ง. ลักขณา สริวัฒน์. (2544). จิตวิทยาในชีวิตประจำวัน. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์.
54 เลขา ปียะอัจฉริยะ. (2524), การเล่นและเครื่องเล่นเพื่อพัฒนา. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วารุณี เจริญรัตนโชติ. (2543). แนวโน้มและอัตราการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย ที่ได้รับการจัดประสบการณ์แบบปฏิบัติการทดลอง. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม.(การศึกษาปฐมวัย) กรุงเทพฯ : ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. จิตวิทยาการศึกษา)กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. วิรุณ ตั้งเจริญ. (2526). ศิลปศึกษา. กรุงเทพฯ : วิมลอาร์ต. ศรีแพร จันทราภิรมย์. (2550) . “ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์โดย เปลือกข้าวโพด.” การศึกษามหาบัณฑิต การศึกษาปฐมวัย. บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิ โรฒ. สมาพร คล้ายวิเชียร. (2545). "ผลของการสอนวิชาภาพพิมพ์พื้นฐานโดยใช้โมเดลชิปปาที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรีสถาบันราชภัฏบุรีรัมย์.วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชา ศิลปศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย จุฬลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สมศรี เมฆไพบูลยวัฒนา. (2551). “ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยที่ได้รับ กิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์ร้อยดอกไม ้.” การศึกษามหาบัณฑิต การศึกษาปฐมวัย. บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีนคริ นทรวิโรฒ. สมจินตนา คุปตสุนทร. (2547). การศึกษาความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์ การละเล่นพื้นบ้านของไทย. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สน วัฒนสิน ( 2554). ภาพพิมพ์เบื้องต้นสำหรับครูศิลปะ. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สนธยา อ่อนน้อม. (2538). ผลของการเสริมแรงในการเล่าเรื่องที่มีต่อความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย), กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สิริมา ฏิญโญอนันตพงษ์. (2545). การวัดและประเมินผลแนวใหม่เด็กปฐมวัย. ภาควิชาหลักสูตรการสอน สาขา การศึกษาปฐมวัย คณะศึกษาตาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ------------(2550). เอกสารประกอบการเรียนวิชา ECED 201 (การศึกษาปฐมวัย Early ChildhoodEducation), หลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต สาขาการศึกษาปฐมวัย. สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. (2522). เด็กก่อนวัยเรียนกับการเรียนรู้และหลักการสำคัญบาง ประการ. กรุงเทพฯ :โรงเรียนเจริญผล. อัศนีย์ ชูอรุณ. (2527). ภาพพิมพ์เบื้องต้น. กรุงเทพฯ : โอ. เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์. ---------(2532). ความรู้เกี่ยวกับศิลปะภาพพิมพ์. กรุงเทพฯ : โอ. เอส. พริ้นติ้ง เช้าส์. อัญชลี ฉิมพลี. (2551). ความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรม การสอนแบบเดินเรื่อง. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย ศรีนครรินทรวิโรฒ.
55 Eglinton, A. K. (2003) . Art in the early years. London. : RoutledgeFalmer. Erikson , E.H. (1975). Childhood and Society. New York : Morton Klausmeier, H.J. & Ripple R.E. (1971). Learning and Human Abilities : Educational Psychology. (3 rd ed). New York : Harper and Row. Maslow, A.H. (1954) . Motivation and Personality. New York : Harper. Isbell, R. T., & Raines, S. C. (2007) . Creativity and the arts with young children. Canada : Thomson Delmar. Thomas, Denis. (1981). Dictionary of Fine Arts. London: Hamlyn. Wright, S. (2003). The arts, young children, and learning. Boston : Pearson Education. Yoder, J. & Procter, W. (1988). The Self- Confident Child. New York: Facts on File Publications.
56 ภาคผนวก
57 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้ปรึกษา
58 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.รัชชุกาญจน์ ทองถาวร อาจารย์ประจำสาขาการศึกษาปฐมวัย-การศึกษาพิเศษ คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ ศิริพร วงค์ตาคำ อาจารย์ประจำสาขาการศึกษาปฐมวัย-การศึกษาพิเศษ คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นางสุทธิกานต์ พลสิทธ์ คุณครูประจำชั้นอนุบาลปีที่ 3/5 โรงเรียนอนุบาล เชียงใหม่
59 ภาคผนวก ข ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์การพิมพ์ภาพ ด้วยมือและนิ้วมือ
แผนการจัดประสบการณ์กาหน่วยการเรียนรู้ดอกไม้แสนสวยระดับชั้นอนุบาล 3 วันเวลา 45 นาทีจำน
60 ารเรียนรู้ในระดับชั้นปฐมวัย เรื่อง ชื่อและลักษณะของดอกไม้ นที่ 20 กันยายน 2566 นวนนักเรียน 26 คน
ตารางวิเคราะห์มาตรฐาน/ ตัวบ่งชี้ / สภมาตรฐาน / ตัวบ่งชี้ /สภาพที่พึงประสงค์ จุดประสงค์การเรียนรู้ มฐ.1 ตบช. 1.3 1.3.1 เล่น ทำกิจกรรม และปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่าง ปลอดภัย มฐ.3 ตบช. 3.2 3.2.2 บอกหรือแสดงท่าทางพอใจในผลงานและ ความสามารถของตนเองและผู้อื่น มฐ.4 ตบช. 4.1 4.1.1 สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านงาน ศิลปะ 4.1.3 สนใจมีความสุขและแสดงท่าทาง / เคลื่อนไหวประกอบเพลง จังหวะและดนตรี มฐ. 8 ตบช 8.3 8.3.1 มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติตาม ข้อตกลงด้วยตนเอง 1. เล่นและปฏิบัติต่อเพื่อนอย่างปล2. ชื่นชมผลงานของตนเองและเพื่อ3. วาดภาพระบายสี ส่วนประกอบดอกไม้ 4.กิจกรรมพิมพ์ภาพรูปดอกไม้ 5.เคลื่อนไหวประกอบเพลง ดูแลรัดอกไม้ 6. ร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติตาข้อตกลงด้วยตนเอง
61 ภาพที่พึงประสงค์ หน่วย ดอกไม้แสนสวย สาระการเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์สำคัญ ลอดภัย อน บของ ักษา าม 1. ชื่อและลักษณะของ ดอกไม้ 2. ส่วนประกอบของ ดอกไม้ 3. วิธีการปลูกดอกไม้ 4. วิธีการดูแลรักษา ดอกไม้ 5. ประโยชน์ของดอกไม้ ด้านร่างกาย 1. การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ 2. การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ 3. การเคลื่อนไหวข้ามสิ่งกีดขวาง 4. การเขียนภาพและการเล่นกับสี 5. การปั้น 6. การใช้กรรไกร 7.การปฏิบัติตนให้ปลอดภัยในกิจวัตร ประจําวัน ด้านอารมณ์และจิตใจ 1.การเคลื่อนไหวตามเสียง/ดนตรี 2..การทำกิจกรรมศิลปะต่างๆ 3..การเล่นอิสระ 4.การพูดสะท้อนความรู้สึกของตนเองและ ผู้อื่น การพูดแสดงความรู้สึกหลังการทํา กิจกรรมศิลปะ
มฐ.9 ตบช. 9.1 9.1.2 เล่าเป็นเรื่องราวต่อเนื่องได้ มฐ.10 ตบช. 10.1 10.1.1บอกลักษณะและส่วนประกอบของสิ่ง ต่างๆจากการสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส 10.1.2 จับคู่และเปรียบเทียบความแตกต่างและ ความเหมือนของสิ่งต่างๆ โดยใช้ลักษณะที่สังเกต พบ 2 ลักษณะขึ้นไป 10.1.4 เรียงลำดับสิ่งของหรือเหตุการณ์อย่าง น้อย 5 ลำดับ มฐ.12 ตบช. 12.1 12.1.2 มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ 7. ยกตัวอย่าง ประโยชน์ของดอกไ8. บอกชื่อและลักษณะของดอกไม้9. อธิบายวิธีปลูกดอกไม้ได้ 10 นำเสนอผลงานพิมพ์ภาพดอกไตนเองเป็นเรื่องราว 11. บอกส่วนประกอบของดอกไม้จการสังเกตได้ 12. เล่นเกมการศึกษาจับคู่เงาดอก13. เรียงลำดับรูปภาพวิธีการปลูกดได้ 14. กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจตั้งแต่ต้นจนจบ
62 ไม้ได้ ม้ได้ ไม้ของ จาก กไม้ได้ ดอกไม้ จกรรม ด้านอารมณ์และจิตใจ (ต่อ) 5. การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ตาม ความสามารถของตนเอง ด้านสังคม 1.การร่วมกำหนดข้อตกลงของห้องเรียน 2.การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของห้องเรียน 3.การร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนความ คิดเห็น 4. การเล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเพื่อน ด้านสติปัญญา 1. การฟังเพลง นิทาน คําคล้องจอง บทร้อย กรอง หรือเรื่องราวต่างๆ 2. การพูดอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์ และ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ 3. การแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านภาษา ท่าทาง การเคลื่อนไหว และศิลปะ 4. มีส่วนร่วมนําเสนอข้อมูลด้วยรูปแบบ ต่างๆ เช่น พูดบอกเล่าหรืออธิบายประกอบ ภาพวาด
ผังมโนทัศน์หน่วยการเหน่วย ดอกไม้แดอกไม้คือส่วนที่เติบโตขึ้นมาจาลักษณะที่แตกต่างกันไป และ มีส่วเราสามารถปลูกดอกไม้ได้โดยมีขั้นและเมื่อปลูกดอกได้แล้วเราต้องดูแงาม เราปลูกดอกไม้เพื่อใช้5. ประโยชน์ของดอกไม้ 3. วิธีการปลู4.การดูแลรักษาดอกไม้ เราสามารถปลูกดอกไม้ปลูก 4 ขั้เมื่อปลูกดอกได้แล้วเราต้องดูแลรักษา ดอกไม้ให้เจริญงอกงาม เราปลูกดอกไม้เพื่อใช้ประโยชน์มากมาย
63 เรียนรู้ ดอกไม้แสนสวย แสนสวย กต้นไม้ ดอกไม้มีชื่อและ วนประกอบทั้งหมด 4 ส่วน ั้นตอนการปลูก 4 ขั้นตอน แลรักษาดอกไม้ให้เจริญงอก ช้ประโยชน์มากมาย 1. ชื่อและลักษณะของดอกไม้ 2.ส่วนประกอบของดอกไม้ ลูกดอกไม้ ดอกไม้มีชื่อและลักษณะที่แตกต่างกัน ไป ดอกไม้มีส่วนประกอบทั้งหมด 4 ส่วน ม้ได้โดยมีขั้นตอนการ ขั้นตอน
แผนการจัดประสบสาระการเรียนรู้ ธรรมชาติรอบตัว ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 วัสาระสำคัญ (หลัก) ดอกไม้คือส่วนที่เติบโตขึ้นมาจากต้นไม้ ดอกไม้มีชื่อและลักษณะที่แตมีขั้นตอนการปลูก 4 ขั้นตอน และเมื่อปลูกดอกได้แล้วเราต้องดูแลรักษาดอกไม้ใสาระสำคัญ (รอง) - ชื่อและลักษณะของดอกไม้ดอกไม้มีชื่อและลักษณะที่แตกต่างกันไป - ส่วนประกอบของดอกไม้ ดอกไม้มีส่วนประกอบทั้งหมด 4 ส่วน - วิธีการปลูกดอกไม้ เราสามารถปลูกดอกไม้ได้โดยมีขั้นตอนการปลูก 4 - การดูแลรักษาดอกไม้ เมื่อปลูกดอกได้แล้วเราต้องดูแลรักษาดอกไม้ให้เ- ประโยชน์ของดอกไม้เราปลูกดอกไม้เพื่อใช้ประโยชน์มากมาย สาระการเรียนรู้ ชื่อและลักษณะของดอกไม้ ดอกไม้มีชื่อและลักษณะที่แตกต่างกันไป เช่น ดอกกใหญ่และมีสีเหลือง กลีบดอกมีลักลักษณะแหลม ดอกบัวสีชมพู เมื่อตูมจะมีลักษจะมนกลมเหมือนวงรี ส่วนประกอบของดอกไม้ ดอกไม้มีส่วนประกอบทั้งหมด 4 ส่วน กลีบเลี้ยง กลีบ
64 บการณ์การเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ ดอกไม้แสนสวย วันที่ 20 กันยายน 2566 ตกต่างกันไป และ มีส่วนประกอบทั้งหมด 4 ส่วน เราสามารถปลูกดอกไม้ได้โดย ให้เจริญงอกงาม เราปลูกดอกไม้เพื่อใช้ประโยชน์มากมาย ขั้นตอน เจริญงอกงาม กุหลาบสีแดง มีกลีบซ้อนกันสวยงามและมีกลิ่นหอม ดอกทานตะวัน มีขนาดที่ ษณะคล้ายรูปกรวย ดอกกล้วยไม้ มีกลีบเรียงสลับกัน 3-5 กลีบ ลักษณะของกลีบ บดอก เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมีย
วิธีการปลูกดอกไม้ เราสามารถปลูกดอกไม้ได้โดยมีขั้นตอนการปลูก 4 ขั้นตอน ขุดดินให้มีขนาดเหมาะสมกับต้นของดอกไม้ 3.นำดอกไม้ลงในหลุมดินที่ขุดเตรียการดูแลรักษาดอกไม้ เมื่อปลูกดอกได้แล้วเราต้องดูแลรักษาดอกไม้ให้เจริญงอกขึ้นรอบๆดอกไม้ และคอยป้องกันไม่ให้แมลงมากัดกินดอกไม้ ประโยชน์ของดอกไม้ เราปลูกดอกไม้เพื่อใช้ประโยชน์มากมาย เช่นการปลูกดอกดอกไม้เพื่อเป็นงของขวัญให้กัน และดอกไม้บางชนิดเราสามารถนำมาประกอบอจุดประสงค์การเรียนรู้ทั่วไป เด็กสามารถ 1. เล่นและปฏิบัติต่อเพื่อนอย่างปลอดภัย ( P ) (มฐ.1/1.3.1) 2. ชื่นชมผลงานของตนเองและเพื่อน ( P ) (มฐ.3/3.2.2) 3. วาดภาพระบายสี ส่วนประกอบของดอกไม้( P/A ) ( มฐ.4 /4.1.1) 4. ทำกิจกรรมพิมพ์ภาพรูปดอกไม้( P/A ) ( มฐ.4 /4.1.1 ) 5. เคลื่อนไหวประกอบเพลง ดูแลรักษาดอกไม้(P/A ) ( มฐ.4 /4.1.3) 6. ร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติตามข้อตกลงด้วยตนเอง ( K/P ) ( มฐ.8 / 7. ยกตัวอย่าง ประโยชน์ของดอกไม้ได้ ( K/P ) ( มฐ.9 /9.1.2) 8. บอกชื่อและลักษณะของดอกไม้ได้ ( K/P ) ( มฐ.9 /9.1.2) 9. อธิบายวิธีปลูกดอกไม้ได้ ( K/P ) ( มฐ.9 /9.1.2) 10. นำเสนอผลงานพิมพ์ภาพดอกไม้ของตนเองเป็นเรื่องราว ( K/P ) ( มฐ.911. บอกส่วนประกอบของดอกไม้จากการสังเกตได้( K/P ) ( มฐ.10 /10.1.12. เล่นเกมการศึกษาจับคู่เงาดอกไม้ได้ ( มฐ.10 /10.1.2)
65 คือ 1.เลือกดอกไม้ที่จะปลูกดอกไม้จะต้องมีลำต้นที่แข็งแรงพร้อมที่จะปลูก 2. มไว้ 4.กลบดินรอบด้นต้นขแงดอกไม้ให้แน่น กงาม คือ การรดน้ำดอกไม้ ใส่ปุ๋ย พรวนดิน คอยถอนหรือให้หญ้าหรือวัชพืชที่ กไม้หรือการนำดอกไม้มาจัดตกแต่งในสถานที่ต่างๆให้วนงาม บางครั้งเรามอบ อาหารเพื่อรับประทานได้ 8.3.1 ) 9 /9.1.2) .1)
13. เรียงลำดับรูปภาพวิธีการปลูกดอกไม้ได้ ( K/P ) ( มฐ.10 /10.1.4) 14. กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ (P/A ) ( มฐ.12 /12ประสบการณ์สำคัญ ด้านร่างกาย 1. การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ 2. การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ 3. การเคลื่อนไหวข้ามสิ่งกีดขวาง 4. การเขียนภาพและการเล่นกับสี 5. การปั้น 6. การใช้กรรไกร 7.การปฏิบัติตนให้ปลอดภัยในกิจวัตรประจําวัน ด้านอารมณ์และจิตใจ 1.การเคลื่อนไหวตามเสียง/ดนตรี 2.การทำกิจกรรมศิลปะต่างๆ 3.การเล่นอิสระ 4.การพูดสะท้อนความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น การพูดแสดงความรู้สึก5. การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ตามความสามารถของตนเอง ด้านสังคม 1.การร่วมกำหนดข้อตกลงของห้องเรียน
66 2.1.2) หลังการทํากิจกรรมศิลปะ
2.การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของห้องเรียน 3.การร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 4. การเล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเพื่อน ด้านสติปัญญา 1. การฟังเพลง นิทาน คําคล้องจอง บทร้อยกรอง หรือเรื่องราวต่างๆ 2. การพูดอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์และ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่า3. การแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านภาษา ท่าทาง การเคลื่อนไหว และ4. มีส่วนร่วมนําเสนอข้อมูลด้วยรูปแบบต่างๆ เช่น พูดบอกเล่าหรืออธิบ
67 างๆ ะศิลปะ บายประกอบภาพวาด
แผนการจัดปรสาระสำคัญ ดอกไม้มีชื่อและลักษณะที่แตกต่างกันไป สาระการเรียนรู้ ดอกไม้มีชื่อและลักษณะที่แตกต่างกันไป เช่น ดอกกุหลาบสีแดง มีกลีบกลีบดอกมีลักลักษณะแหลม ดอกบัวสีชมพู เมื่อตูมจะมีลักษณะคล้ายรูปกรวย ดวงรี จุดประสงค์การเรียนรู้ทั่วไป 1. ร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติตามข้อตกลงด้วยตนเอง ( มฐ.8 / 8.3.1 ) 2. ตั้งใจทำกิจกรรมพิมพ์ภาพรูปดอกไม้ ( มฐ.4 /4.1.1 ) 3. นำเสนอผลงานพิมพ์ภาพดอกไม้ของตนเองเป็นเรื่องราว ( มฐ.9 /9.1.2)4. บอกชื่อและลักษณะของดอกไม้ได้ ( มฐ.9 /9.1.2) 5. กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ ( มฐ.12 /12.1.2) หน่วยการเรียนรู้ ดอกไม้แสนสวย เรื่อง ชื่อและลักษณะของดอกไม้
68 ระสบการณ์การเรียนรู้ ซ้อนกันสวยงามและมีกลิ่นหอม ดอกทานตะวัน มีขนาดที่ใหญ่และมีสีเหลือง ดอกกล้วยไม้ มีกลีบเรียงสลับกัน 3-5 กลีบ ลักษณะของกลีบจะมนกลมเหมือน ) ระดับชั้น อนุบาลปีที่ 3 จำนวน 26 คน วันที่ 20 กันยายน 2566 เวลา 08.45 - 09.30 น.
แผนการจัดประสบการหน่วยการเรียนรู้ ดอกไม้แสนวันที่ 20 กันยายน 25สาระการเรียนรู้ จุดประสงค์ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์สำคัญ ธรรมชาติรอบตัว ดอกไม้มีชื่อและลักษณะ ที่แตกต่างกันไป เช่น ดอก กุหลาบสีแดง มีกลีบซ้อนกัน สวยงามและมีกลิ่นหอม ดอก ทานตะวัน มีขนาดที่ใหญ่ และมีสีเหลือง กลีบดอกมีลัก ลักษณะแหลม ดอกบัวสีชมพู เมื่อตูมจะมีลักษณะคล้ายรูป กรวย ดอกกล้วยไม้ มีกลีบ เรียงสลับกัน 3-5 กลีบ ลักษณะของกลีบจะมนกลม เหมือนวงรี ด้านร่างกาย 1. การใช้กล้ามเนื้อมัด เล็กในการพิมพ์ ภาพ ด้านอารมณ์-จิตใจ 1. การทำงานศิลปะ ด้านสังคม 1. การร่วมกำหนด ข้อตกลงและทำ ตามของห้องเรียน 2. ด้านสติปัญญา 1. มีส่วนร่วมนําเสนอ ข้อมูลด้วยรูปแบบ 5. กระตือรือร้นในการ เข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่ ต้นจนจบ ( มฐ.12 /12.1.2) ขั้นน1. 2. 3.คุ4.เด็เด็ก5. เฉันคืดอก
69 ณ์การเรียนรู้ในระดับชั้นปฐมวัย สวย เรื่อง ชื่อและลักษณะของดอกไม้ 566 เวลา 08.45 - 09.30 น. กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ การประเมิน นำ ( 5 นาที ) คุณครูพูดทักทายเด็กๆ คุณครูท่องคำคล้องจอง “ฉันคืออะไร” ตัวฉันมีสีสัน และกลิ่นนั้นหอมชื่นใจ ผีเสื้อชอบเข้าใกล้ คนนำไปปลูกมากมาย ชื่อฉันมีหลากหลาย ให้ลองทายฉันคืออะไร ณครูและเด็กร่วมกันท่องคำคล้องจอง ด็กและครูลองให้เด็กทายว่าจากคำคล้องจอง ๆคิดว่า “ฉันคืออะไร” (ฉันคือดอกไม้) ด็กและคุณครูสรุปร่วมกันว่า จากคำคล้องจอง คือดอกไม้ และดอกไม้มีชื่อที่หลากหลาย เช่น กกุหลาย ดอกบัว ดอกกล้วยไม้ ดอกทานตะวัน - คำคล้องจอง ปริศนา “ฉันคือ อะไร” - สังเกต พฤติกรรมการ ตอบคำถาม การ แสดงความ คิดเห็น และการ นำเสนอ
ต่างๆ เช่น พูดบอก เล่าหรืออธิบาย ประกอบภาพวาด 1. ร่วมสร้างข้อตกลง และปฏิบัติตาม ข้อตกลงด้วยตนเอง ( มฐ.8 / 8.3.1 ) 2.ตั้งใจทำกิจกรรมพิมพ์ ภาพรูปดอกไม้ ( มฐ.4 /4.1.1 ) 5. กระตือรือร้นในการ เข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่ ต้นจนจบ ( มฐ.12 /12.1.2 3.นำเสนอผลงานพิมพ์ ภาพดอกไม้ของตนเอง เป็นเรื่องราว ( มฐ.9 /9.1.2) ขั้นส1. 2. 3. 4. ขั้นส1
70 สอน (20 นาที ) คุณครูแนะนำกิจกรรม “พิมพ์ ภาพ ดอกไม้ แสนสวย ด้วยมือของหนู ” โดยคุณครูจะแจก ใบงานให้กับเด็ก และให้เด็กต่อเติมกระถาม ให้มีดอกไม้แสนสวยด้วยมือของหนู คุณครูขอตัวแทนนักเรียนมาช่วยคุณครูสาธิต วิธีการพิมพ์ภาพด้วยนิ้วมือ เด็กและคุณครูร่วมกันสร้างข้อตกลงดังนี้ - จะต้องระมัดระวัง ไม่ส่งเสียงดัง และ รบกวนเพื่อนๆ - เด็กๆจะต้องแบ่งปันอุปกรณ์การพิมพ์ ภาพคือถาดสีสำหรับใช้พิมพ์ภาพร่วมกัน - เมื่อทำกิจกรรมเสร็จแล้วให้เด็กๆช่วยกัน ทำความสะอาด เด็กเริ่มทำกิจกรรม “พิมพ์ ภาพ ดอกไม้แสน สวย ด้วยมือของหนู ” สรุป (10 นาที) เด็กแต่ละคนออกมานำเสนอผลงานของ ตนเองโดยคุณครูกระตุ้นใช้คำถามระหว่าเด็ก นำเสนอ เช่น - ภาพของหนูชื่ออะไร - หนูชอบส่วนไหนของภาพมากที่สุด - กระดาษใบงาน รูปกระถาง - สีโปสเตอร์ - ฟองน้ำ - ถาดสีสำหรับใช้ พิมพ์ภาพ - ผ้าเช็ดทำความ สะอาด
4. บอกชื่อและลักษณะ ของดอกไม้ได้) ( มฐ.9 /9.1.2)
71 - เพื่อนคิดว่าภาพของเพื่อนเป็นอย่างไร บ้างคะ เพื่อ ให้เด็กได้ชื่นชมผลงานของตนเองและ เพื่อน และพูดเสริมแรงเพื่อให้เด็กเกิดความ เชื่อมั่นในตนเอง
บันทึกหลังการสอน ผลที่ได้จากการจัดกิจกรรม ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ปัญหา/อุปสรรค ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................................................................................................................................
72 ...................................................................................................................... ...................................................................................................................... ..................................................................................................................... ..................................................................................................................... ..................................................................................................................... ...................................................................................................................... ...................................................................................................................... ...................................................................................................................... ...................................................................................................................... ลงชื่อ ...................................................... ครูผู้สอน (...........................................................)
ภาคผนวก ใบงานกระถางดอกไม้
73
74 ภาคผนวก ค แบบบันทึกการสังเกตความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย
75 แบบบันทึกการสังเกตความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย จากการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ พิมพ์ภาพด้วยมือและนิ้วมือ ชื่อ......................................................................................ชื่อเล่น..........................เลขที่.............. ชื่อครูผู้สังเกต....................................................วันที่สังเกต.............................................. ............ ลำดับ รายการ ผลการประเมิน 2 1 0 ด้านความภาคภูมิใจในตนเอง คือ ความสามารถในการทำอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยตนเอง ไม่ท้อถอยแม้มีปัญหา หรืออุปสรรค พอใจและยอมรับผลงานการกระทำของตนเอง และมีความสุขเมื่อได้ ทำ ถึงสิ่งที่ทำจะสำเร็จ หรือไม่สำเร็จผลก็ตาม 1 ทำงานพิมพ์ภาพเสร็จได้ด้วยตนเอง 2 ชื่นชมผลงานตนเอง 3 ตัดสินใจลงมือทำงานได้ด้วยตนเอง ด้านการกล้าแสดงความคิดเห็น คือความสามารถในการแสดงความคิดเห็นของเด็กซึ่ง สังเกตได้จากการกล้า พูดแสดงความคิดเห็นและการตอบคำถาม ด้วยถ้อยคำที่ชัดเจน สบตาคู่สนทนา ในขณะที่พูด รวมถึงการให้ คำแนะนำ ชักถามข้อสงสัยต่างๆหรือให้ความช่วยเหลือผู้อื่นได้ 4 บอกเล่ากับคุณครูได้ว่าตั้งใจจะทำผลงานเป็นภาพ อะไร อย่างไร 5 ให้คำแนะนำและการช่วยเหลือเพื่อนในระหว่าง ทำกิจกรรม 6 มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเมื่อเพื่อนนำเสนอ ผลงาน คำชี้แจง ให้สังเกตและใส่เครื่องหมาย ลงในช่องว่างที่กำหนดไว้ โดยมีเกณฑ์ การสังเกตดังนี้ 2 คะแนน เด็กแสดงทักษะความเชื่อมั่นในตนเองโดยไม่มีผู้อื่นสนับสนุน 1 คะแนน เด็กแสดงทักษะความเชื่อมั่นในตนเองโดยมีผู้อื่นสนับสนุน 0 คะแนน เด็กไม่แสดงทักษะความเชื่อมั่นในตนเองหรือไม่แสดงพฤติกรรม
76 บันทึกเพิ่มเติม .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ลำดับ รายการ ผลการประเมิน 2 1 0 การปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม คือ ความสามารถในการเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อน มี มนุษยสัมพันธ์ การ ยอมรับสถานการณ์ใหม่ๆ ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ปฏิบัติตามข้อตกลงได้ อย่างถูกต้อง บอกความ ต้องการให้ผู้อื่นรับทราบได้ 7 ปฏิบัติตามข้อตกลงได้อย่างเหมาะสม 8 สามารถทำงานร่วมกับเพื่อนได้ มีการแบ่งปันและ ช่วยเหลือ 9 รับฟังข้อเสนอแนะของเพื่อนและคุณครู การกล้าแสดงออก คือ ความสามารถในการแสดงออกของเด็กซึ่งสังเกตได้จากการแสดง ท่าทางตามคำสั่ง ต่างๆ กล้าทดลองทำกิจกรรมใหม่ๆ กระตือรือร้นอยากร่วมกิจกรรม 10 สบตาผู้ฟัง เมื่อนำเสนอผลงาน 11 พูดนำเสนอผลงานและตอบคำถามเมื่อเพื่อนหรือ ครูสงสัยเกี่ยวกับผลงานอย่างชัดถ้อยชัดคำ 12 กล้าที่จะเป็นตัวแทนเสนอตนเองออกมาทำ กิจกรรม
77 ภาคผนวก ง - ผลแบบบันทึกการสังเกตความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย - ผลแบบบันทึกหลังการสอน
78 เลขที่ คะแนนแบบสังเกตความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย ร้อยละของ คะแนนรวม การแปรผล ระดับความ เชื่อมั่นใน ตนเอง ด้านความ ภาคภูมใจใน ตนเอง ( 6 คะแนน ) ด้านการกล้า แสดงความ คิดเห็น ( 6 คะแนน ) การปรับตัวเข้า กับ สภาพแวดล้อม ( 6 คะแนน ) การกล้า แสดงออก (6 คะแนน) คะแนนรวม ( 24 คะแนน) 1 4 4 3 3 14 53.84 ปานกลาง 2 5 4 3 4 16 66.6 ดี 3 3 4 5 3 15 57.96 ปานกลาง 4 2 3 3 3 11 45.83 ปานกลาง 5 3 3 2 3 11 45.83 ปานกลาง 6 3 3 4 3 13 50 ปานกลาง 7 4 5 3 3 15 57.96 ปานกลาง 8 3 4 4 3 14 53.84 ปานกลาง 9 4 2 3 4 13 50 ปานกลาง 10 4 5 4 3 16 66.6 ดี 11 4 3 3 3 13 50 ปานกลาง 12 3 5 3 4 15 57.96 ปานกลาง 13 4 4 4 3 15 57.96 ปานกลาง 14 5 3 4 2 14 53.84 ปานกลาง 15 2 3 3 3 11 45.83 ปานกลาง 16 3 2 4 3 12 46.15 ปานกลาง 17 4 4 4 3 15 57.96 ปานกลาง 18 3 5 3 2 13 50 ปานกลาง 19 4 3 3 4 14 53.84 ปานกลาง 20 4 3 2 3 12 46.15 ปานกลาง 21 3 3 3 4 13 50 ปานกลาง 22 4 3 3 4 14 53.84 ปานกลาง 23 5 4 4 3 16 66.6 ดีมาก ผลแบบบันทึกการสังเกตความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัย ก่อนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์พิมพ์ภาพด้วยมือและนิ้วมือ