The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 - 2569 65-69 ศว.อย.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อานนท์ ดิษฐ์จาด, 2022-09-12 05:13:36

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 - 2569 65-69 ศว.อย.

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 - 2569 65-69 ศว.อย.

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 - 2569

ศูนย์วิทยาศาสตรเ์ พอ่ื การศกึ ษาพระนครศรอี ยธุ ยา
สำนกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงศึกษาธกิ าร

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา
ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ.2569

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่อื การศึกษาพระนครศรอี ยุธยา

สำนกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
สำนักงานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงศึกษาธกิ าร

แผนพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนยว์ ทิ ยาศาสตรเ์ พื่อการศกึ ษาพระนครศรอี ยุธยา ก

การอนุมตั ิแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569
ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรเ์ พ่ือการศกึ ษาพระนครศรีอยุธยา

เพื่อให้การจัดการศึกษาบรรลุเป้าประสงค์ตามที่สถานศึกษากำหนด สถานศึกษาได้จัดทำ
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ระยะเวลา 5 ปี ประกอบด้วย
ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา ทิศทางการดำเนินงานของสถานศึกษา โครงการ ซึ่งคณะกรรมการสถานศึกษา
ได้พิจารณาโครงการในแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยาแล้ว
เห็นชอบแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ดงั กล่าว

ลงชอ่ื ................................................... ผเู้ ห็นชอบ
(นายพานชิ ศรงี าม)

ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา

ลงชือ่ ................................................... ผู้อนุมตั ิ
(นายธรี ภทั ร อินทร์ศวร)

ผูอ้ ำนวยการศูนย์วทิ ยาศาสตร์เพ่อื การศึกษาพระนครศรีอยุธยา

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรเ์ พอื่ การศกึ ษาพระนครศรอี ยุธยา ข

คำนำ

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 จัดทำขึ้นมา
เพื่อใช้เป็นกรอบและทิศทางในการดำเนินงานของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา
ในช่วงระยะเวลา 5 ปี ต่อไปนี้ ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายการทำงานไว้ชัดเจน มีกลยุทธ์สำคัญ ที่จะขับเคลื่อน
การดำเนินงานให้บรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายของสถานศึกษาอีกทั้งมีคุณภาพสอดคล้อง
กับการพฒั นาของจังหวัดพระนครศรอี ยธุ ยา

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ประกอบด้วย
ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษาโครงสร้างการบริหารองค์กร ทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวก โครงการ
ที่ตอบสนองต่อทิศทางการดำเนินงานของสถานศึกษา ซึ่งคณะกรรมการสถานศึกษาได้เห็นชอบ
แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 สถานศึกษาสามารถ
ดำเนินการตามแผนใหบ้ รรลุตามเป้าหมายตอ่ ไป

หวังเป็นการอย่างยิ่งว่า การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ
พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์
และส่งผลให้คนไทยได้รับการศึกษาตลอดชีวิตที่มีคุณภาพ อย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกัน เพื่อให้เกิดสังคม
แห่งการเรียนรู้

(นายธรี ภัทร อินทร์ศวร)
ผ้อู ำนวยการศูนย์วทิ ยาศาสตรเ์ พ่อื การศึกษาพระนครศรีอยุธยา

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนย์วทิ ยาศาสตร์เพ่ือการศึกษาพระนครศรีอยุธยา ค

สารบัญ

หนา้

การอนุมตั แิ ผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนยว์ ิทยาศาสตร์

เพื่อการศกึ ษาพระนครศรอี ยุธยา ก

คำนำ ข

สารบญั ค

บทท่ี 1 ข้อมูลพ้ืนฐานของสถานศึกษา 1

ความเปน็ มาของสถานศึกษา 1

สญั ลักษณ์ 2

สภาพชมุ ชน/ พนื้ ที่ใหบ้ ริการของสถานศึกษา 2

1. จังหวดั พระนครศรีอยุธยา 3

2. จงั หวัดชัยนาท 4

3. จงั หวัดลพบุรี 5

4. จังหวดั สิงห์บุรี 6

5. จงั หวดั สระบรุ ี 7

6. จงั หวัดอ่างทอง 8

โครงสรา้ งการบริหารของสถานศึกษา 9

อำนาจและหน้าท่ี 9

ทำเนยี บผ้บู ริหาร 10

คณะกรรมการสถานศึกษา 10

บุคลากร 11

อาคารสถานท่ี 13

ยานพาหนะ 13

ระบบรกั ษาความปลอดภยั 13

งบประมาณ 13

แหล่งเรยี นรู้ 14

ภาคีเครอื ขา่ ย 14

การให้บริการวนั เวลา การเปิดบริการ 15

การเข้ารับบริการ 16

การจดั เก็บรายได้สถานศกึ ษา 16

อตั ราการจดั เกบ็ เงินรายได้ของสถานศึกษา 16

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนยว์ ทิ ยาศาสตร์เพอื่ การศึกษาพระนครศรีอยุธยา ง

สารบญั (ต่อ)

หน้า

บทท่ี 2 การวิเคราะหส์ ภาพ สถานศกึ ษา 18

1. สถานการณ์ปจั จุบัน 18

1. แนวโน้มการศึกษาและการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 18

2. ทิศทางการพฒั นาประเทศตามยุทธศาสตรช์ าตริ ะยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) 19

3. ทศิ ทางการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 20

4. ทิศทางการศกึ ษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 22

5. แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั (พ.ศ. 2560 – 2579) 26

2. การวเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อม 28

บทท่ี 3 ทศิ ทางและกลยุทธใ์ นการพัฒนาระยะ 5 ปี ( 2565-2569 ) 32

ปรัชญา 32

อตั ลักษณ์ 32

เอกลกั ษณ์ 32

วิสยั ทัศน์ 32

พนั ธกิจ 32

ค่านิยมรว่ มขององค์กร (Share Value) 33

เปา้ ประสงค์และตวั ช้วี ัดความสำเร็จ 34

ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ 34

แนวทาง/กลยทุ ธข์ องแต่ละประเดน็ ยุทธศาสตร์ 35

บทที่ 4 การจัดทำแผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา 37

ประเดน็ ยุทธศาสตร์ 1. พัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รียน/ผูร้ บั บรกิ าร ให้เกดิ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ มี

สมรรถนะ และเจตคตเิ ชงิ วทิ ยาศาสตร์ทีเ่ หมาะสมและมีคุณภาพ 37

ประเด็นยทุ ธศาสตร์ท่ี 2 พัฒนารูปแบบกระบวนการจัดกิจกรรมหลกั สูตร สอ่ื กระบวนการเรยี นรู้ และการ

ใหบ้ ริการอยา่ งมคี ุณภาพ 37

ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 3 พัฒนาองค์กรให้พร้อมบริการ เป็นแหล่งเรยี นร้ทู างดา้ นวิทยาศาสตร์การให้บริการ

อยา่ งมีคุณภาพ 38

ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ท่ี 4 พัฒนาระบบบรหิ ารจัดการองคก์ รส่มู าตรฐาน และสร้างความร่วมมือ กบั ทุกภาค

ส่วนในการพฒั นาและสง่ เสรมิ การจดั การเรยี นรู้พฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น/ผู้รับบริการ

38

ยุทธศาสตรแ์ ผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 39

ภาคผนวก

คำสัง่ แตง่ ต้งั คณะกรรมการจดั ทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 - 2569

คณะผจู้ ัดทำ แผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 - 2569

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์เพื่อการศกึ ษาพระนครศรีอยธุ ยา 1

บทที่ 1
ขอ้ มูลพ้ืนฐานของสถานศึกษา

ชื่อสถานศึกษา : ศูนยว์ ทิ ยาศาสตรเ์ พอ่ื การศึกษาพระนครศรีอยธุ ยา

Phra Nakhon Si Ayutthaya Science Centre for Education

สถานท่ตี งั้ / การตดิ ต่อ : เลขท่ี 115 หมู่ 6 ถนนโรจนะ ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา

จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา รหัสไปรษณยี ์ 13000

โทร. 0-3535-2558 โทรสาร 0-3535-2559

E-mail : [email protected]

Website : https://ay-sci.go.th/

สังกดั : สำนักงานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงศกึ ษาธิการ

ความเป็นมาของสถานศึกษา
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา เดิมมีเพียงแห่งเดียวซึ่งอยู่ในกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2537

คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ ขยายเครือข่ายศูนย์วิทยาศาสตร์
เพื่อการศึกษาไปสู่ส่วนภูมิภาค โดยการจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาแห่งชาติแห่งที่ 3 ที่รังสิต
และมีโครงการจัดสร้างศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา จังหวัดละ 1 แห่ง แต่ในระยะแรกกำหนดสร้าง
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาให้ครบทุกเขตการศึกษา 12 เขตก่อน ภายในวงเงิน 470,500,000 บาท
เมื่อดำเนินการครบทุกเขตการศึกษา และเมื่อมีความพร้อมที่จะดำเนินการในจังหวัดอื่นก็ให้ดำเนินการได้
กรมการศึกษานอกโรงเรียน จึงได้มอบหมายให้ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ดำเนินการจัดสร้าง
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาแห่งชาติแห่งที่ 3 ที่รังสิต (แห่งที่ 2 อยู่ที่หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์)
และจัดสร้างศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาในเขตการศึกษาให้ครบทุกเขตก่อน กรมการศึกษานอกโรงเรียน
จงึ ได้จดั สรรงบประมาณให้สรา้ งศนู ย์วิทยาศาสตร์เพ่ือการศกึ ษาตรัง นครศรีธรรมราช นครราชสีมา นครสวรรค์
ยะลา กาญจนบุรี สมุทรสาคร ลำปาง พระนครศรีอยุธยา อุบลราชธานี ขอนแก่น และสระแก้ว จึงกล่าวได้ว่า
ในขณะนม้ี ศี นู ย์วิทยาศาสตร์เพ่อื การศึกษาครบทกุ เขตการศกึ ษาแลว้

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา หรือชื่อเดิม ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ (กรมการศึกษานอกโรงเรียนเดิม)
จัดตั้งตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันท่ี 8 พฤศจิกายน 2538 เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนคนไทยได้เข้าถึง
แหล่งการเรียนรู้ตามอัธยาศัย ด้านวิทยาศาสตร์ได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึง ตามความสนใจและศักยภาพ
ของตนเอง โดยศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยาและเครือข่าย มีบทบาทหน้าท่ี
ในการให้บริการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ อย่างหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นการสนองตอบต่อนโยบา ยรัฐ
และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พุทธศักราช 2545
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา ทำพิธีเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์ท่ี
21 พฤษภาคม 2542 ได้เปิดให้บริการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ แก่นักเรียน นักศึกษาทั้งในและนอกระบบ
ครู คณาจารย์และประชาชนทั่วไป โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งลักษณะการจัดการศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัยในหลากหลายกิจกรรม เช่น กิจกรรมการเรียนรู้ผ่านนิทรรศการ ค่ายวิทยาศาสตร์
กจิ กรรมการศกึ ษา และการบรกิ ารวิชาการ

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่อื การศึกษาพระนครศรอี ยุธยา 2

สัญลักษณ์

อักษรย่อประจำสถานศกึ ษา
“ศว. พระนครศรีอยธุ ยา”

ลกั ษณะทตี่ ้ังและอาณาเขต
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา จัดสร้างขึ้นบนที่ดินของวัดใหญ่ชัยมงคล

อยู่ในรั้วเดียวกบั สำนักงาน กศน.จังหวัดพระนครศรอี ยุธยา ศูนย์ กศน.อำเภอพระนครศรีอยุธยา และห้องสมดุ
ประชาชนจงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา มเี นือ้ ที่ประมาณ 6 ไรเ่ ศษ มอี าณาเขตตดิ ต่อ ดังน้ี

ทิศเหนือ : ตดิ ต่อกับ ถนนสายสนามกีฬา - วดั พระญาตกิ าราม
ทศิ ใต้ : ตดิ ต่อกับ ศูนย์ กศน.อำเภอพระนครศรีอยุธยา
ทศิ ตะวนั ออก : ตดิ ต่อกับ สำนักงาน กศน.จงั หวัดพระนครศรีอยุธยา
ทศิ ตะวันตก : ตดิ ตอ่ กับ สนามกีฬาจงั หวัดพระนครศรีอยธุ ยา

สภาพชมุ ชน/ พ้นื ทใี่ ห้บริการของสถานศึกษา
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ให้บริการ 6 จังหวัด คือ ชัยนาท ลพบุรี

สระบุรี สิงหบ์ รุ ี อ่างทอง และพระนครศรอี ยุธยา ซ่งึ มีสภาพชุมชน ดังนี้

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ย์วิทยาศาสตร์เพือ่ การศึกษาพระนครศรอี ยุธยา 3

1. จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นอดีตราช

ธานีของไทย มหี ลักฐานของการเป็นเมืองในลุ่มแม่น้ำ
เจ้าพระยา ตั้งแต่ประมาณ พุทธศตวรรษที่ 16 – 18
โดยมีร่องรอยของที่ตั้งเมือง โบราณสถาน
โบราณวัตถุ และเรื่องราวเหตุการณ์ในลักษณะ
ตำนานพงศาวดาร ไปจนถึงหลักศิลาจารึก และเป็น
นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่องค์การ
การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่ง
สหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาตัง้ อยู่บริเวณที่ราบลุม่ ภาคกลางตอนล่างของประเทศ ห่างจากกรุงเทพมหานคร ทาง
ถนนสายเอเชีย 75 กิโลเมตร ทางรถไฟ 72 กิโลเมตร และทางเรือ 103 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 2,556.64
ตารางกิโลเมตร หรือ 1,597,900 ไร่ นับว่าเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 63 ของประเทศไทย
และเป็นอันดับที่ 11 ของจังหวัดในภาคกลาง ลักษณะภูมิประเทศ เป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็น
ทุ่งนา ไม่มีภูเขา ไมม่ ปี ่าไม้ มแี ม่น้ำไหลผ่าน 4 สาย ไดแ้ ก่ แม่นำ้ เจ้าพระยา แมน่ ้ำป่าสกั แม่น้ำลพบุรีและแม่น้ำ
นอ้ ย รวมความยาวประมาณ 200 กิโลเมตร มีลำคลองใหญน่ ้อย 1,254 คลอง เช่ือมต่อกบั แมน่ ้ำเกอื บท่วั บริเวณ
พน้ื ที่ จงั หวัดพระนครศรีอยุธยามีอาณาเขตติดตอ่ กับจังหวดั ใกลเ้ คียง ดงั นี้

ทิศเหนือ ตดิ ตอ่ กบั จังหวัดอา่ งทองและ จังหวดั ลพบุรี
ทิศใต้ ตดิ ต่อกบั จงั หวัดนครปฐม จงั หวัดนนทบุรีและจงั หวดั ปทมุ ธานี
ทศิ ตะวันออก ตดิ ตอ่ กบั จงั หวดั สระบุรี
ทศิ ตะวนั ตก ติดตอ่ กับ จงั หวัดสุพรรณบุรี
 ขอ้ มลู ด้านสงั คม
การปกครอง
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แบ่งการปกครองเป็น แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ
209 ตำบล 1,459 หมู่บ้าน องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 4 แห่ง
เทศบาลตำบล 31 แหง่ องค์การบริหารสว่ นตำบล 121 แห่ง โดยอำเภอท้ัง 16 มีดังน้ี อำเภอพระนครศรีอยุธยา
อำเภอท่าเรือ อำเภอนครหลวง อำเภอบางไทร อำเภอบางบาล อำเภอบางปะอิน อำเภอบางปะหัน อำเภอผักไห่
อำเภอภาชี อำเภอลาดบัวหลวง อำเภอวังน้อย อำเภอเสนา อำเภอบางซ้าย อำเภออุทัย อำเภอมหาราช
อำเภอบ้านแพรก
การศกึ ษา
จงั หวัดพระนครศรีอยุธยา มีสถานศกึ ษา รวมจำนวนทงั้ สิ้น 749 แหง่ แยกตามสงั กัด ดงั น้ี สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน 366 แหง่ กรมสง่ เสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น 310 แหง่ สำนกั บริหารงาน
การศึกษาเอกชน 35 แห่ง สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 16 แห่ง
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 14 แห่ง โรงเรียนพระปริยัติธรรม 2 แห่ง โรงเรียนสาธิต ม.ราชภัฏฯ
3 แห่ง และมหาวิทยาลยั 3 แหง่

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ยว์ ิทยาศาสตรเ์ พ่อื การศกึ ษาพระนครศรีอยุธยา 4

ประชากร
ประชากรในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคอุตสาหกรรม ร้อยละ 67.33
รองลงมาคืองานบรกิ าร ร้อยละ 29.50 และเกษตรกร ร้อยละ 2.74

2. จงั หวดั ชัยนาท

จังหวัดชัยนาท มีพื้นที่ประมาณ 2,469.746 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 1,543,591 ไร่
หรือเทา่ กบั รอยละ 15.5 ของพ้นื ทใ่ี นภาคกลางตอนบน พื้นทจ่ี งั หวดั ชัยนาทส่วนมากมลี กั ษณะเป็นพ้ืนที่ราบลุ่ม
คิดเป็น ร้อยละ 99.06 ของพื้นที่ทั้งหมด มีแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย ไหลผ่านพื้นที่ต่าง ๆ
ทั่วทุกอำเภอ นอกจากลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบแล้ว ยังมีเนินเขาเล็ก ๆ ขนาดประมาณ 1 – 3 กิโลเมตร
กระจายอย่ทู ัว่ ไปที่สำคัญไดแ้ ก่ เขาธรรมามลู ซึ่งถือเปน็ สญั ลักษณส์ ำคญั ของจังหวัดชยั นาท เขาพลอง เขาขยาย
เขากระดี่ เขาใหญ่เขารัก เขาดิน เขาหลัก เขาไก่ห้อย เขาสารพัดดี เขาราวเทียน เขาสรรพยาและเขาแก้ว เป็น
ตน้ จงั หวดั ชัยนาท ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 195 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดตอ่ กบั จงั หวดั ใกล้เคียงคือ

ทิศเหนือ ตดิ ตอ่ กบั จังหวัดอทุ ัยธานี และจังหวดั นครสวรรค์
ทศิ ใต้ ติดตอ่ กับ จงั หวดั สิงหบ์ ุรี และจังหวัดสุพรรณบรุ ี
ทศิ ตะวนั ออก ติดต่อกบั จงั หวดั นครสวรรค์ และจังหวัดสงิ ห์บรุ ี
ทิศตะวนั ตก ติดตอ่ กับ จังหวัดอุทัยธานี
 ขอ้ มลู ด้านสงั คม
การปกครอง
จังหวัดชัยนาท แบ่งการปกครองเป็น 8 อำเภอ 51 ตำบล 505 หมู่บ้าน 40 เทศบาล
และ 20 องค์การบริหารส่วนตำบล โดยอำเภอทั้ง 8 มีดังนี้ อำเภอเมืองชัยนาท อำเภอมโนรมย์ อำเภอวัดสิงห์
อำเภอสรรพยา อำเภอสรรคบรุ ี อำเภอหนั คา อำเภอหนองมะโมง และอำเภอเนนิ ขาม
การศกึ ษา
จังหวัดชัยนาท มีสถานศึกษา รวมจำนวนทั้งสิ้น 218 แห่ง แยกตามสังกัด ดังนี้ สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 183 แห่ง สำนักบริหารงานการศึกษาเอกชน 10 แห่ง กรมส่งเสริมการ
ปกครองส่วนท้องถิ่น 8 แห่ง สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 8 แห่ง สำนัก
บริหารการศึกษาพิเศษ 3 แห่ง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 3 แห่ง กรมการศาสนา 1 แห่ง
วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ชัยนาท 1 แห่ง และมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั จันทรเกษม ชัยนาท 1 แหง่

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ย์วทิ ยาศาสตร์เพ่อื การศกึ ษาพระนครศรอี ยธุ ยา 5

ประชากร
พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดชัยนาทเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ จึงเหมาะสมสำหรับการประกอบอาชีพ
การเกษตรกรรม ดังนั้น ประชากรประมาณ ร้อยละ 80 จึงประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรม รองลงมา
ได้แก่ ด้านการพาณชิ ย์ ประมาณร้อยละ 5 ด้านการอตุ สาหกรรมและการหัตถกรรมประมาณรอ้ ยละ 3

3. จังหวัดลพบรุ ี
จังหวัดลพบุรีตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศไทย ระหว่างเส้นรุ้งที่ 47 องศา 37 ลิปดาเหนือ

และเส้นแวงที่ 100 องศา 25 ลิปดาตะวันออก อยู่ห่างจากรุงเทพมหานครไปทางเหนือตามเส้นทางหลวง
หมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ประมาณ 155 กิโลเมตร หรือทางรถไฟสายเหนือประมาณ 133 กิโลเมตร
มีพื้นที่ 6,586.67 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 4,116,668 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดต่าง ๆ 8 จังหวัด
ดังนี้

ทิศเหนอื ตดิ ต่อกับ จงั หวดั เพชรบูรณแ์ ละนครสวรรค์
ทิศใต้ติด ติดต่อกับ จงั หวัดต่อกับพระนครศรีอยธุ ยาและสระบรุ ี
ทศิ ตะวันออก ตดิ ต่อกับ จังหวัดนครราชสีมาและชัยภูมิ
ทิศตะวนั ตก ตดิ ต่อกับ จงั หวดั สิงหบ์ รุ แี ละอา่ งทอง
 ขอ้ มูลด้านสงั คม
การปกครอง
จังหวัดลพบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 122 ตำบล 1,126 หมู่บ้าน 1 องค์การบริหาร
ส่วนจังหวัด 13 เทศบาล (2 เทศบาลเมือง 11 เทศบาลตำบล) และ 112 องค์การบริหารส่วนตำบล
โดยอำเภอทั้ง 11 มีดังนี้ อำเภอเมืองลพบุรี อำเภอโคกสำโรง อำเภอชัยบาดาล อำเภอท่าวุ้ง อำเภอบ้านหม่ี
อำเภอพฒั นานิคม อำเภอทา่ หลวง อำเภอสระโบสถ์ อำเภอโคกเจริญ อำเภอลำสนธิ และอำเภอหนองม่วง
การศึกษา
จังหวัดลพบุรี มีสถานศึกษา รวมจำนวนทั้งสิ้น 427 แห่ง แยกตามสังกัด ดังนี้ สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน ในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 เขต 2 และสำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5 343 แห่ง
สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษา
เอกชน 44 แห่ง สำนักประสานและพัฒนาการ
จัดการศกึ ษาทอ้ งถิน่ 18 แหง่ สำนักงานการอาชีวศึกษา
จังหวัดลพบุรี 7 แห่ง โรงเรียนพระปริยัติธรรม 1 แห่ง
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัย 11 แห่ง วิทยาลัยนาฏศิลปล์ พบรุ ี 1 แห่ง
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี 1 แห่ง
และมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเทพสตรี 1 แห่ง
ประชากร
ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดลพบุรีประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ แต่มีแนวโน้ม
พัฒนาด้านเศรษฐกิจเป็นอุตสาหกรรมมากขึ้น มีการตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์
อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร เช่นโรงงานผลิตเมล็ดพันธุ์พืชและอบ เมล็ดพันธุ์พืช โรงงานผลิตอาหารสัตว์
โรงงานผลติ นำ้ ตาลทรายขาว โรงงานฆา่ และชำแหละไก่ โรงงานฟกั ไข่

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนยว์ ิทยาศาสตร์เพ่ือการศกึ ษาพระนครศรีอยธุ ยา 6

4. จังหวัดสงิ หบ์ ุรี
จังหวดั สิงหบ์ ุรีมีพน้ื ท่ีสว่ นใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม

มีลักษณะเป็นลูกคลื่นลอนตื้นซึ่งเกิดจากการทับถม
ของตะกอนบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเวลานาน
มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรดิน เหมาะแก่
การท้ากสิกรรม พื้นที่กว่าร้อยละ 80 เป็นที่ราบเรียบ
กว้างขวาง มีความลาดเอียงของพื้นที่น้อยมาก
จึงเกิดเป็นหนองบึงขนาดต่าง ๆ ทั่วไป พื้นที่มีระดับ
ความสูงเฉลีย่ ประมาณ 17 เมตร จากระดับน้ำทะเล ดังนนั้ ในฤดนู ำ้ หลากจึงมกั มนี ้ำท่วมขังเป็นเวลานานๆ พ้ืนที่
ทางด้านทิศตะวันตกและด้านทิศตะวันออกเฉยี งใต้มสี ภาพค่อนข้างราบ พืน้ ดินเปน็ ลกู คลื่นลอนลาดอันเกิดจาก
การกัดเซาะของน้ำบนผิวดิน จนเกิดเป็นร่องกว้างทั่วไป จังหวัดสิงห์บุรี ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร
ประมาณ 142 กโิ ลเมตร มเี น้อื ที่ทงั้ ส้นิ 822.478 ตารางกโิ ลเมตร หรือ 514,049 ไร่ มอี าณาเขตติดต่อดังน้ี

ทศิ เหนือ ติดต่อกับ อำเภอสรรพยา จงั หวัดชยั นาท และอำเภอตาคลี จงั หวดั นครสวรรค์
ทิศใต้ ตดิ ตอ่ กับ อำเภอไชโย อำเภอโพธิ์ทอง และอำเภอแสวงหา จงั หวดั อ่างทอง
ทศิ ตะวันออก ติดตอ่ กับ อำเภอบา้ นหม่ี และอำเภอท่าวุ้ง จังหวดั ลพบุรี
ทศิ ตะวนั ตก ตดิ ต่อกับ อำเภอสรรคบรุ ี จงั หวัดชยั นาท และอำเภอเดิมบางนางบวช

จงั หวดั สพุ รรณบุรี
 ข้อมูลดา้ นสังคม

การปกครอง
จงั หวดั สิงหบ์ รุ ี แบง่ การปกครองออกเป็น 6 อำเภอ 43 ตำบล 364 หมู่บ้าน 14 ชมุ ชน เทศบาลเมือง
2 แห่ง เทศบาลตำบล 6 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 33 แห่ง โดยอำเภอทั้ง 6 มีดังน้ี
อำเภอเมอื งสิงห์บรุ ี อำเภออินทร์บุรี อำเภอพรหมบรุ ี อำเภอบางระจนั อำเภอท่าชา้ ง และอำเภอคา่ ยบางระจัน
การศึกษา
จังหวัดสิงห์บุรี มีสถานศึกษาของรัฐและเอกชน กระจายอยู่ในทุกอำเภอ รวม 153 แห่ง โดยจัดการ
เรียนการสอนปฐมว่าในทุกพื้นที่ของจังหวัด และยังมีศูนย์พัฒนาเด็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 76 แห่ง
กระจายในทุกตำบล มีสถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 134 แห่ง จัดการศึกษา
ระดับอาชีวศึกษา 37 แห่ง มีศูนย์ กศน. อำเภอ 5 ศูนย์ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสิงห์บุรี 1 ศูนย์
(และศูนย์ระดับอำเภอ 5 อำเภอ) และสถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา 1 แห่ง
(วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาสิงห์บรุ )ี
ประชากร
พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดสิงห์บุรีอยู่ในเขตชลประทาน ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดสิงห์บุรี
จงึ ประกอบอาชพี อาชีพเกษตรกร ทำไร่ ทำนา และรบั จา้ งท่ัวไป

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรเ์ พอ่ื การศึกษาพระนครศรอี ยุธยา 7

5. จงั หวดั สระบรุ ี
จังหวัดสระบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางของประเทศไทย ตั้งอยู่ทางตะวันออกของภาคกลาง

นับเป็นเสมือนด่านผ่านระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายทั้งทาง
ประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และยังเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมลำดับ
ต้น ๆ ของประเทศไทย ที่สง่ เสรมิ การค้าการลงทนุ และการท่องเทีย่ วในอุตสาหกรรมทเ่ี ป็นมติ รกับสง่ิ แวดล้อม

จังหวัดสระบุรี ตั้งอยู่ภาคกลางของประเทศไทยซ่ึง
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพมหานคร ละติจูด
ที่ 14 องศา 31 ลิปดา 43.59439 ฟิลิปดาเหนือ กับลองติจูดท่ี
100 องศา 54 ลิปดา 35.58478 ฟิลิปดาตะวันออก อยู่ห่างจาก
กรุงเทพมหานครตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1
(ถนนพหลโยธิน) ระยะทางประมาณ 108 กิโลเมตร (อนุสาวรีย์
ชัยสมรภูมิ-ศาลากลางจังหวัด) และตามทางรถไฟสาย
ตะวันออกเฉียงเหนอื ระยะทางประมาณ 113 กิโลเมตร และตามแมน่ ้ำเจ้าพระยาแยกเข้าแม่น้ำปา่ สักประมาณ
165 กิโลเมตร เนื้อที่จังหวัดสระบุรีมีเนื้อที่ทั้งหมด 3,576,486 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 2,235,304 ไร่
คดิ เป็นร้อยละ 0.70 ของพื้นทีป่ ระเทศ อาณาเขตจงั หวดั สระบุรมี อี าณาเขตตดิ ต่อกบั จังหวัดใกล้เคยี ง ดงั นี้

ทศิ เหนือ ตดิ ต่อกบั อำเภอเมืองลพบรุ ี อำเภอชยั บาดาล และ อำเภอพัฒนานคิ มจังหวดั ลพบรุ ี
ทศิ ใต้ ติดต่อกับอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี และอำเภอวังน้อย อำเภออุทัย

จงั หวัดพระนครศรีอยธุ ยา
ทศิ ตะวันออก ติดต่อกับอำเภอปากช่อง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอบ้านนา

จังหวัดนครนายก
ทิศตะวันตก ตดิ ตอ่ กบั อำเภอภาชี อำเภอทา่ เรือ จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา และอำเภอเมือง

ลพบุรี จังหวดั ลพบรุ ี
 ขอ้ มูลด้านสังคม

การปกครอง
จังหวัดสระบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ 111 ตำบล 965 หมู่บ้าน องค์การบริหาร
ส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลเมือง 4 แห่ง เทศบาลตำบล 34 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 71 แห่ง
โดยอำเภอทั้ง 13 อำเภอ มีดังนี้ อำเภอเมืองสระบุรี อำเภอแก่งคอย อำเภอหนองแค อำเภอวิหารแดง
อำเภอหนองแซง อำเภอบ้านหมอ อำเภอดอนพุด อำเภอหนองโดน อำเภอพระพุทธบาท อำเภอเสาไห้
อำเภอมวกเหล็ก อำเภอวงั ม่วง และอำเภอเฉลมิ พระเกียรติ
การศึกษา
จังหวัดสระบุรี มีสถานศึกษา รวมจำนวนทั้งสิ้น 518 แห่ง แยกตามสังกัด ดังนี้ สถานศึกษาในสังกัด
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 280 แห่ง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 30 แห่ง
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 9 แห่ง สำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 185 แห่ง องค์การบริหาร
สว่ นจังหวดั 1 แห่ง และสำนกั งานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั 13 แหง่
ประชากร
ประชากรในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อาชีพปศุสัตว์ งานฝีมือ บางส่วนมีรายได้
จากการใชแ้ รงงานอุตสาหกรรมและค้าขาย

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ย์วทิ ยาศาสตรเ์ พือ่ การศกึ ษาพระนครศรีอยธุ ยา 8

6. จงั หวัดอ่างทอง
จังหวัดอ่างทอง เป็นพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง พิกัด

ภูมิศาสตร์เส้นรุ้งที่ 14 องศา 35 ลิปดา 12 พิลิปดาเหนือ
เสน้ แวงท่ี 100 องศา 27 ลิปดา ห่างจากกรุงเทพมหานครมา
ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (บางปะอิน-พยุหะคีรี)
ระยะทางประมาณ 105 กิโลเมตร และเสน้ ทางเรือตามแม่น้ำ
เจ้าพระยาถึงตลาด ท่าเตียน ระยะทางประมาณ 120
กิโลเมตร มีรูปร่างลักษณะคล้ายรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มี
ส่วนกว้างตามแนวทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตก และส่วนยาว
ตามแนวทิศเหนือถึงทิศใต้ใกล้เคียงกัน คือ ประมาณ 40 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 968.372 ตารางกิโลเมตร
หรือประมาณ 605,232.5 ไร่ และมอี าณาเขตดังนี้

ทศิ เหนอื ติดต่อกับ อำเภอคา่ ยบางระจัน อำเภอพรหมบรุ ี และอำเภอทา่ ช้าง
จงั หวัดสิงห์บรุ ี

ทิศใต้ ตดิ ต่อกับ อำเภอผักไห่และอำเภอบางบาล จังหวดั พระนครศรีอยธุ ยา
ทศิ ตะวันออก ตดิ ตอ่ กับ อำเภอบางปะหนั อำเภอมหาราช และอำเภอบา้ นแพรก

จังหวดั พระนครศรอี ยุธยา
ทศิ ตะวันตก ติดตอ่ กับ อำเภอเมืองสุพรรณบรุ ี อำเภอศรปี ระจันต์ อำเภอสามชุก

และอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสพุ รรณบรุ ี
 ขอ้ มูลด้านสงั คม

การปกครอง
จังหวัดอ่างทอง แบ่งการปกครองออกเป็น แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ 73 ตำบล
513 หมู่บ้าน องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลเมือง 1 แห่ง เทศบาลตำบล 20 แห่ง และองค์การบริหาร
ส่วนตำบล 43 แห่ง โดยอำเภอทั้ง 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอไชโย อำเภอป่าโมก
อำเภอโพธิ์ทอง อำเภอแสวงหา อำเภอวิเศษชัยชาญ และอำเภอสามโก้
การศกึ ษา
จังหวัดอ่างทอง มสี ถานศึกษา รวมจำนวนทง้ั สน้ิ 196 แห่ง แยกตามสังกัด ดังนี้ สถานศึกษาในสังกัด
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 159 แห่ง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
8 แห่ง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 3 แห่ง สำนกั งานองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ 14 แหง่ องคก์ าร
บริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 7 แห่ง
กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา 2 แห่ง สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป 1 แห่ง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
2 แห่ง
ประชากร
ประชากรในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบใช้แรงงานอุตสาหกรรม รองลงมา คือ อาชีพเกษตรกรรม
อาชีพปศุสตั ว์ งานฝมี ือ บางสว่ นมีรายไดจ้ ากการคา้ ขาย

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนยว์ ิทยาศาสตรเ์ พ่ือการศึกษาพระนครศรอี ยธุ ยา 9

โครงสร้างการบรหิ ารของสถานศกึ ษา

ผอู้ านวยการ

คณะกรรมการ
สถานศกึ ษา

กลมุ่ อานวยการ กลุ่มวชิ าการ กลมุ่ สง่ เสริม
และบริการ

งานธุรการและสารบรรณ งานวจิ ัย สาธิต ทดลอง งานนทิ รรศการ
งานการเงนิ และบัญชี งานนวัตกรรมและเทคโนโลยี งานนทิ รรศการเคลอ่ื นที่ (สัญจรสูส่ ถานศึกษา
งานพัสดุ งานประกนั คณุ ภาพการศึกษา และมหกรรมวิทยาศาสตร์)
งานอาคารสถานทีแ่ ละยานพาหนะ งานหลักสูตร สื่อ กระบวนการเรียนรู้ งานการเรียนรผู้ ่านนทิ รรศการ
งานบุคลากร งานพัฒนารปู แบบกจิ กรรม งานกจิ กรรมค่าย
งานการตลาดและประชาสมั พนั ธ์ งานกจิ กรรมการศกึ ษา
งานแผนงานและโครงการ งานผลิตและเผยแพร่
งานเทคนคิ และซ่อมบารงุ งานสง่ เสรมิ มาตรฐานการศึกษา
งานนเิ ทศและประเมินผล งานส่งเสริมและสนับสนนุ เครือข่าย
งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ งานบริการวชิ าการและฝกอบรม

อำนาจและหนา้ ที่
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การกำหนดอำนาจและหน้าที่ของสถานศึกษา ข้อ 6

ประกาศ ณ วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2551 ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 60 ลงวันที่ 25 มีนาคม
2551 กำหนดให้ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา เรียกโดยย่อว่า ศว.พระนครศรีอยุธยา
มอี ำนาจและหน้าที่ ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. จัดและบริการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม แก่นักเรียนนักศึกษา
ทัง้ ในและนอกระบบโรงเรียนและประชาชนในพ้นื ที่ทรี่ ับผิดชอบ

2. ศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนารูปแบบกิจกรรม หลักสูตร สื่อ และกระบวนการเรียนรู้
ด้านวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม อาทิ ธรรมชาติวิทยาเทคโนโลยี ทีเ่ หมาะสมดาราศาสตร์

3. เผยแพร่และบริการรูปแบบกิจกรรม หลักสูตร สื่อ และกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม

4. พัฒนาครู อาจารย์ วิทยากร และบุคลากรทางการศึกษา ผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ดา้ นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม

5. ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดลอ้ ม

6. ปฏบิ ตั ิงานอนื่ ๆ ตามทไี่ ด้รับมอบหมาย

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศกึ ษาพระนครศรีอยุธยา 10

ทำเนียบผูบ้ ริหาร

ศนู ยว์ ิทยาศาสตรเ์ พื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา มผี ู้บริหารสถานศึกษา ดังน้ี

1) นายสรุ พล อรณุ รตั น์ ดำรงตำแหน่งปี พ.ศ. 2540 – 2547

2) นายพยุงศักด์ิ บำรุงรฐั ดำรงตำแหน่งปี พ.ศ. 2547 – 2548

3) นายชวโรจน์ ทองอำไพ (รกั ษาการฯ) ดำรงตำแหนง่ ปี พ.ศ. 2548 – 2549

4) นายสงัด ประดษิ ฐสุวรรณ์ ดำรงตำแหน่งปี พ.ศ. 2549 – 2551

5) นายสุชาติ มาลากรรณ์ ดำรงตำแหนง่ ปี พ.ศ. 2551 – 2560

6) นางชยาภรณ์ อรุณรัตน์ ดำรงตำแหนง่ ปี พ.ศ. 2560 – 2564

7) นางอัญชรา หวงั วรี ะ (รกั ษาการฯ) ดำรงตำแหนง่ ปี พ.ศ. 2564 – 2565

8) นายธีรภัทร อินทร์ศวร ดำรงตำแหนง่ ปี พ.ศ. 2565 – ปัจจบุ นั

คณะกรรมการสถานศกึ ษา

ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรเ์ พอ่ื การศึกษาพระนครศรีอยุธยา มีคณะกรรมการสถานศึกษา ดังน้ี

1) นายพานชิ ศรีงาม ตำแหน่ง ประธานกรรมการสถานศกึ ษา

2) พระมหาจำรัส จนทฺ ธมโม ตำแหนง่ กรรมการ

3) ร้อยตำรวจเอกถวลิ ตะสาริกา ตำแหนง่ กรรมการ

4) ร้อยตำรวจตรธี านี โพธช์ิ พี ันธ์ ตำแหน่ง กรรมการ

5) นายบรรจง นอ้ ยทอง ตำแหน่ง กรรมการ

6) นางสาวกาญจนา พิศาภาค ตำแหน่ง กรรมการ

7) นางสาวดารานัย รบเมอื ง ตำแหนง่ กรรมการ

8) นางสาวสุรัสวดี เพชรคง ตำแหนง่ กรรมการ **เสยี ชวี ิต

9) นายธีรภัทร อินทรศ์ วร ตำแหนง่ กรรมการและเลขานุการ

10) นางอญั ชรา หวงั วรี ะ ตำแหน่ง ผูช้ ่วยเลขานกุ าร

คณะกรรมการสถานศึกษามีอำนาจหน้าที่ ดงั นี้
1) ให้คำปรึกษาและพิจารณาให้ข้อเสนอแนะแผนพัฒนา แผนปฏิบัติการการศึกษานอกระบบ

และการศกึ ษาตามอธั ยาศยั และให้ความเห็นชอบหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
2) ส่งเสริมให้มีการระดมทุนทางสังคมและทรัพยากรจากชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

องค์กรอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน ให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
ของสถานศกึ ษา

3) ติดตามและเสนอแนะผลการดำเนินงานการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอธั ยาศัยของสถานศกึ ษา

4) ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรมการส่งเสริมสนับสนุน และประสานความร่วมมือการศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั กำหนด

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนย์วทิ ยาศาสตร์เพ่อื การศกึ ษาพระนครศรีอยุธยา 11

บคุ ลากร

สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ได้จัดสรรอัตรากำลังให้

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา จำนวน 11 อัตรา แยกเป็นข้าราชการ จำนวน 6 อัตรา ลูกจ้างประจำ

จำนวน 1 อัตรา และพนักงานราชการ จำนวน 4 อัตรา และปัจจุบันศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา

พระนครศรีอยุธยา มีบุคลากรทั้งหมด จำนวน 23 อัตรา แยกเป็น ข้าราชการ จำนวน 6 อัตรา ลูกจ้างประจำ

จำนวน 1 อัตรา พนักงานราชการ จำนวน 4 อัตรา ลูกจ้างชั่วคราว จำนวน 12 อัตรา ประกอบด้วย

มจี ำนวนบคุ ลากรท้ังสิ้น 23 คน จำแนกเป็น

ผบู้ รหิ าร 1 คน

ข้าราชการครู 5 คน

ลกู จา้ งประจำ 1 คน

พนกั งานราชการ 4 คน

ลกู จา้ งช่ัวคราว (จา้ งเหมาตามระเบยี บพัสดุ) 12 คน

ตารางท่ี 1-1 รายละเอยี ดบคุ ลากร

ช่อื -สกุล ตำแหน่ง วฒุ ิการศกึ ษา สาขา

1) ผู้บริหาร

นายธรี ภทั ร อินทร์ศวร ผู้อำนวยการสถานศึกษา ศกึ ษาศาสตมหาบัณฑติ การประเมินการศึกษา

2) ข้าราชการครู

นางอัญชรา หวงั วีระ ครชู ำนาญการพิเศษ ครุศาสตรมหาบัณฑิต การศึกษานอก

ระบบโรงเรียน

นางสาวขวญั กมล แก้วคง ครชู ำนาญการพิเศษ วิทยาศาสตรบันฑิต/ เกษตรศาสตร์/

ครุศาสตรบ์ ัณฑติ วิทยาศาสตร์ทั่วไป

นางสาวขวญั อิสรา ทองโคตร ครู วทิ ยาศาสตรบัณฑิต จลุ ชีววิทยา

นางเสาวนีย์ เสระพล ครู การศึกษามหาบัณฑิต การบริหารการศึกษา

นางสาวทิพวรรณ ผ่านเมือง ครผู ชู้ ว่ ย วิทยาศาสตรบัณฑิต เทคโนโลยีชวี ภาพ

3) ลูกจ้างประจำ

นายสมชาย แกว้ เขยี ว พนักงานนำชม วทิ ยาศาสตรบัณฑิต/ เทคโนโลยีก่อสร้าง

ระดับ ส.2/หัวหน้า ป.บัณฑิต

4) พนักงานราชการ

นางสาวศิริวรรณ ศริ ิทรัพย์ นักวชิ าการเงนิ และบัญชี บรหิ ารธุรกจิ บัณฑิต การบัญชี

นางประพฒั สร พันธ์ุธนโสภณ นักวิชาการพัสดุ บรหิ ารธรุ กิจบัณฑิต การจัดการทัว่ ไป

นายอานนท์ ดิษฐ์จาด นักวเิ คราะหน์ โยบายและแผน วิทยาศาสตรบัณฑิต เทคโนโลยีสารสนเทศ

นางสาวกมลชนก ตะสาริกา เจ้าพนักงานธุรการ วทิ ยาศาสตรบัณฑิต ชวี วิทยา

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ย์วทิ ยาศาสตร์เพอื่ การศกึ ษาพระนครศรอี ยุธยา 12

ตารางท่ี 1-1 (ต่อ) รายละเอียดบุคลากร

ชื่อ-สกุล ตำแหน่ง วฒุ กิ ารศกึ ษา สาขา

5) ลกู จา้ งชวั่ คราว (จ้างเหมาตามระเบยี บพัสดุ) วิทยาศาสตรบณั ฑิต/ วิทยาศาสตรก์ ารกีฬา
ป.บัณฑิต
นายอนกุ ูล เมฆสทุ ัศน์ นักวชิ าการวิทยาศาสตรศ์ ึกษา วทิ ยาศาสตรบัณฑติ สาธารณสขุ ชมุ ชน
ครศุ าสตรบัณฑติ วิทยาศาสตร์
นางสาวปรางค์แก้ว แหลมสุข นักวิชาการวทิ ยาศาสตรศ์ ึกษา ศึกษาศาสตรบัณฑิต คอมพิวเตอร์ศึกษา
นายเดชา พลู สวัสด์ิ นักวชิ าการวทิ ยาศาสตรศ์ ึกษา วทิ ยาศาสตรบัณฑิต เทคโนโลยีสารสนเทศ
นายฐาปนิก ผาสกุ ะกุล นักวิชาการวิทยาศาสตร์ศึกษา วศิ วกรรม วศิ วกรรมไฟฟ้า
นายณัฐวฒุ ิ รอตเกษม นกั วชิ าการวิทยาศาสตรศ์ ึกษา ศาสตร์บัณฑิต
นายวฒั นา สรุ ยิ ะ นักวิชาการวทิ ยาศาสตรศ์ ึกษา ประถมศึกษา -
บริหารธรุ กิจบณั ฑติ เทคโนโลยสี ารสนเทศ
นายชนินทร์ ศรพี ทิ ักษ์ พนกั งานขับรถยนต์
นายธนพล ใหมเ่ อ่ียม พนกั งานขับรถยนต์ ประถมศกึ ษา ธุรกจิ กิจ
ประกาศนยี บตั ร -
นายประสงค์ ประสพเนตร์ คนสวน วชิ าชีพช้นั สูง (ปวส.)
นางสาวบษุ รนิ ทร์ ภสู ง่า พนักงานบริการ ประกาศนียบัตร คหกรรมศาสตร์
วชิ าชพี (ปวช.)
นางมณฑา สุดลาภา พนกั งานบริการ ดนตรีไทย
-
นายสมเพ็ชร หวายสนั เทียะ ยามรกั ษา -

นายธนภัทร สมั มาชิต ความปลอดภัย

ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา ได้จดั ใหบ้ ุคลากรจำนวน 23 อตั รา ทั้งข้าราชการ
ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ และลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งนักวิชาการศึกษา เป็นวิทยากรประจำฐาน
วชิ าการต่าง ๆ ทัง้ ภายในและภายนอกอาคาร

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพือ่ การศึกษาพระนครศรีอยุธยา 13

อาคารสถานท่ี

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่เศษ มีอาคารสำหรับ

จัดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 7 อาคาร และอาคารสนับสนนุ จำนวน 7 อาคาร ประกอบดว้ ย

- อาคารศูนย์วทิ ยาศาสตร์ จำนวน 1 อาคาร

- อาคารบทปฏิบตั ิการทางวทิ ยาศาสตร์ จำนวน 1 อาคาร

- อาคารนทิ รรศการพลงั งานใสสะอาด จำนวน 1 อาคาร

- อาคารนทิ รรศการเกษตรธรรมชาติ จำนวน 1 อาคาร

- อาคารนทิ รรศการวิทยาศาสตร์สขุ ภาพ จำนวน 1 อาคาร

- อาคารนิทรรศการพระบิดาแห่งเทคโนโลยีไทย จำนวน 1 อาคาร

- อาคารจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 3 ชัน้ จำนวน 1 อาคาร

- อาคารหอ้ งสมดุ วิทยาศาสตร์ จำนวน 1 อาคาร

- หอ้ งนำ้ ชาย จำนวน 2 อาคาร

- หอ้ งน้ำหญงิ จำนวน 1 อาคาร

- โรงเก็บของ จำนวน 1 อาคาร

- โรงเรอื นเพาะชำ จำนวน 1 อาคาร

- โรงจอดรถนิทรรศการเคลื่อนที่ จำนวน 1 อาคาร

ยานพาหนะ

- รถนทิ รรศการเคล่ือนท่ี “วิทยาศาสตรม์ หศั จรรย”์ 6 ล้อ จำนวน 1 คัน

- รถตบู้ ริการเคล่อื นท่ี “วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ” 4 ล้อ จำนวน 1 คนั

- รถบรรทกุ 6 ล้อ จำนวน 1 คนั

ระบบรกั ษาความปลอดภยั
ใช้ระบบจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงตามระเบียบพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ

ภาครฐั พ.ศ. 2560

งบประมาณ
งบประมาณที่ได้รับจัดสรรในแต่ละปี ได้รับงบประมาณจำแนกตามหมวดรายจ่าย คือ

งบดำเนินงานหมวดค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ หมวดค่าครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง งบลงทุน และหมวด
รายจ่ายอื่น

สำหรับแหล่งเงินทุนในการดำเนินการส่วนใหญ่ ได้รับจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานส่งเสริม
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั และรายได้สถานศกึ ษาจากการเก็บค่าบริการจากผูร้ บั บรกิ าร

แผนพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรเ์ พื่อการศกึ ษาพระนครศรีอยุธยา 14

แหลง่ เรียนรู้

ตารางที่ 1-2 แหลง่ เรียนรู้ ทีต่ ัง้ /สถานทตี่ ดิ ต่อ องคค์ วามรู้
ชอ่ื แหล่งเรียนรู้ คลอง 5 อ.คลองหลวง ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสงิ่ แวดล้อม
จ.ปทุมธานี
1. พพิ ธิ ภณั ฑ์วิทยาศาสตร์ เรยี นรู้อนรุ กั ษธ์ รรมชาติอยรู่ ว่ มกันอย่างสมดุล
แหง่ ชาติ อ. อทุ ยั
จ.พระนครศรีอยุธยา ความรเู้ กี่ยวกบั ประวัติศาสตร์
2. ศูนยก์ ารเรียนรูต้ ันแลนด์
ดินแดนแหง่ ความสมดลุ อ.พระนครศรีอยธุ ยา ความรู้เก่ยี วกบั ประวัติศาสตร์
จ.พระนครศรีอยธุ ยา
3. อุทยานประวตั ิศาสตร์ ความรู้เกย่ี วกบั ประวตั ศิ าสตร์
พระนครศรีอยธุ ยา
ความรเู้ ก่ียวกบั ประวตั ศิ าสตร์
4. พิพธิ ภัณฑสถานแห่งชาติ ความรู้เกยี่ วกับประวัตศิ าสตร์
เจา้ สามพระยา ความรู้เกยี่ วกับประวัตศิ าสตร์
6. ศนู ยศ์ ึกษาประวัติศาสตร์ ความรู้เกีย่ วกับประวตั ิศาสตร์
พระนครศรีอยธุ ยา ความรู้เก่ยี วกบั ประวัตศิ าสตร์และวิถีชีวติ ไทย
ดา้ นเศรษฐกิจพอเพียง
6. วดั หน้าพระเมรุ ความรเู้ กีย่ วกับเรือไทยโบราณ
7. วิหารหลวงพ่อมงคลบพิตร
8. วัดทา่ การอ้ ง
9. วดั ใหญ่ชัยมงคล
10. ตลาดนำ้ อโยธยา
11. บา้ นของพ่อ
12. พิพิธภณั ฑเ์ รือไทย

ภาคีเครือข่าย

ตารางท่ี 1-3 ภาคีเครือข่าย ทต่ี ้งั / ท่ีอยู่

ชอื่ ภาคีเครอื ขา่ ย 99 ม.5 ถ.สายเอเชยี -นครสวรรค์ ต.บ้านหว้า
อำเภอบางปะอิน จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา
1. บรษิ ทั ไทยอนิ ดัสเตรยี ล เอสเตท จำกดั ถนนอ่ทู อง ตำบลประตูชยั อำเภอพระนครศรีอยธุ ยา
(นิคมอตุ สาหกรรมไฮเทค) จังหวดั พระนครศรีอยุธยา
2. สำนกั งานโบราณคดแี ละพิพธิ ภณั ฑ์สถาน
แห่งชาติ

3. อุทยานประวัติศาสตร์ ถนนศรีสรรเพชญ์ ตำบลประตูชัย
พระนครศรอี ยธุ ยา อำเภอพระนครศรีอยธุ ยา จงั หวัดจังหวดั พระนครศรอี ยุธยา
4. พิพธิ ภณั ฑ์สถานแห่งชาตเิ จ้าสามพระยา
ถนนโรจนะ ตำบลประตชู ัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา
5. โรงเรียนประตูชัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ถนนอู่ทอง ตำบลท่าวาสุกรี จงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่อื การศกึ ษาพระนครศรีอยธุ ยา 15

ตารางท่ี 1-3 (ต่อ) ภาคเี ครือขา่ ย

ชื่อภาคีเครือขา่ ย ท่ีตัง้ / ที่อยู่

6. สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละ 924 ถนนสขุ ุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย

เทคโนโลยี กรุงเทพฯ

7. องค์การพิพิธภัณฑ์วทิ ยาศาสตรแ์ ห่งชาติ เทคโนธานี ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง
จังหวัดปทุมธานี

8. การไฟฟ้าฝา่ ยผลิตแหง่ ประเทศไทย 53 หมู่2 ถนนจรัญสนิทวงศ์ อำเภอบางกรวย
จังหวัดนนทบุรี

9. โรงเรยี นอยุธยาวิทยาลยั 56 ถนนป่าโทน หมูท่ ่ี2 ตำบลประตูชยั
อำเภอพระนครศรีอยธุ ยา จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา
10. โรงเรียนจอมสรุ างค์อปุ ถัมภ์
117 หมู่ 5 ถนนอทู่ อง ตำบลหอรตั นไชย
11. มหาวิทยาลยั ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวดั พระนครศรอี ยุธยา

12. คณะวิศวกรรมศาสตร์ 96 ถนนปรดี พี นมยงค์ ตำบลประตูชัย
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา
13. มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลสวุ รรณภมู ิ
ศูนย์หนั ตรา 50 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตจุ ักร
กรุงเทพมหานคร
14. วิทยาลยั เทคนิคพระนครศรีอยุธยา
60 หมู่ 3 ถ.สายเอเซีย (กรุงเทพฯ - นครสวรรค์ )
ตำบลหนั ตรา อำเภอพระนครศรอี ยธุ ยา
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
29 ถนนอู่ทอง ตำบลทา่ วาสกุ รี อำเภอพระนครศรอี ยธุ ยา
จงั หวัดพระนครศรีอยุธยา

การให้บรกิ ารวัน เวลา การเปดิ บริการ
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา เปิดให้บริการการเรียนรู้ทั้งแบบหมู่คณะ

และรายบุคคล ต้งั แต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ทกุ วัน ในวนั ราชการ

แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรเ์ พ่อื การศึกษาพระนครศรีอยธุ ยา 16

การเขา้ รับบริการ
การเข้ารับบริการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ของนักเรียน นักศึกษา

บุคลากรทางการศกึ ษา และประชาชนท่วั ไป สามารถเข้ารบั บรกิ ารได้หลายวิธี คือ
1) การเข้าชมแบบหมู่คณะ เพื่อความสะดวกในการเข้าชมและการจัดวิทยากรนำชม ควรติดต่อ

ขอจองวัน-เวลาล่วงหน้า ด้วยตนเองทางโทรศัพท์ 035-352558 โทรสาร 035-352559 E – mail : [email protected]
หรือ https://www.ay-sci.go.th/

2) การเข้าชมเปน็ รายบุคคล หรอื กับครอบครัวตามอธั ยาศัย
3) การให้บริการนอกสถานที่ ศูนยว์ ทิ ยฯ์ จะจดั รถนทิ รรศการเคลื่อนท่ี พร้อมวทิ ยากร ออกให้บริการ
ในโอกาสและสถานท่ีตา่ ง ๆ ตามแผนท่ไี ดว้ างไว้ หรอื ตามทสี่ ถานศกึ ษาแจ้งความประสงค์มาเปน็ รายกรณี
4) การเข้าค่ายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม สถานศึกษาจองวันเวลา และหลักสูตร
จะทำความตกลงกับศูนย์วิทย์ฯ ในเร่ืองการสง่ นกั เรยี น นักศึกษา มาเข้าค่ายทั้งแบบค่ายกลางวนั และค่ายพักแรม
5) การสมัครเข้าอบรมเป็นรายหลักสูตร เช่น การอบรมครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ การประกวด/แข่งขัน
ทางวทิ ยาศาสตร์ รบั สมัครทั้งแบบรายบคุ คล หรอื เป็นหมู่คณะ

การจดั เกบ็ รายไดส้ ถานศึกษา
อนุสนธิ ระเบยี บกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินรายไดส้ ถานศึกษาของรัฐท่ีไม่เปน็ นิติบคุ คล พ.ศ. 2545

หนังสือกระทรวงการคลัง ท่ี กค.0409.3/334 ลงวันท่ี 7 มกราคม 2548 เร่ือง การกำหนดสถานศึกษาในสังกัด
สำนักบริการงานการศึกษานอกโรงเรียน เป็นสถานศึกษาตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินรายได้
สถานศึกษาของรัฐที่ไม่เป็นนิติบุคคล พ.ศ. 2546 และหนังสือสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน
ที่ ศธ 0210.05/2545 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2548 เรื่อง การจัดเก็บรายได้สถานศึกษาที่จัดการศึกษาตาม
อัธยาศัย จึงกำหนดอัตราการจัดเก็บรายได้ของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่วันที่
1 ตุลาคม 2561 ดังนี้

อัตราการจัดเก็บเงินรายได้ของสถานศึกษา

1) ค่าเขา้ ชมนิทรรศการ เป็นหมคู่ ณะต้ังแต่ 15 คนขึ้นไป คิดอัตรา 30 บาท / คน (เฉพาะนทิ รรศการมีวิทยากรนำชม)

ยกเวน้ พระภิกษสุ ามเณร ผสู้ งู อายุ ผ้พู กิ าร และผูอ้ ยใู่ นความดูแลของสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ

2) คา่ เขา้ ร่วมกิจกรรมค่าย (จำนวนนกั เรยี น / นักศกึ ษา ต่อ 1 ค่าย ไมเ่ กิน 150 คน)

2.1) กิจกรรมค่ายในศูนย์ ฯ

- หลักสูตร 1 วัน (ไป – กลบั ) 60 บาท / คน (ไมร่ วมคา่ อาหาร)

- หลกั สตู ร 2 วัน (ไป – กลบั ) 120 บาท / คน (ไม่รวมคา่ อาหาร)

- หลกั สูตร 2 วัน 1 คืน 150 บาท / คน (ไมร่ วมคา่ อาหาร)

- หลกั สูตร 3 วัน 2 คืน 250 บาท / คน (ไมร่ วมค่าอาหาร)

- หลกั สตู ร 2 วนั 1 คนื 250 บาท / คน (ไม่รวมคา่ อาหาร)

(มวี ันหยดุ ราชการ 1 วนั / 2 วัน)

- หลกั สตู ร 3 วัน 2 คืน 300 บาท / คน (ไม่รวมค่าอาหาร)

(มีวันหยุดราชการ 1 วัน/ 2 วนั / 3 วนั )

แผนพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนยว์ ิทยาศาสตรเ์ พอื่ การศกึ ษาพระนครศรีอยธุ ยา 17

2.2) กิจกรรมค่ายนอกศูนย์ ฯ

- หลักสูตร 2 วัน 1 คนื 150 บาท / คน (ไมร่ วมคา่ อาหาร)

- หลกั สูตร 3 วนั 2 คืน 200 บาท / คน (ไม่รวมค่าอาหาร)

การจดั ยานพาหนะสำหรับเจา้ หนา้ ท่แี ละอปุ กรณ์ เพ่ือใช้ในการจดั กจิ กรรมคา่ ยนอกศูนย์ ฯ

หน่วยงาน / สถานศกึ ษาทจ่ี ัดเป็นผู้รับผิดชอบค่าใชจ้ า่ ย

หมายเหตุ - คา่ เกียรติบตั รสำหรับคณะครู กจิ กรรมคา่ ยทุกหลักสตู ร 20 บาท / คน

- คา่ วทิ ยากร /เบย้ี เลีย้ ง/ ค่าใชจ้ า่ ยไปราชการ/ คา่ นำ้ มนั รถของทางราชการให้ผ้รู ับบริการ

เบิกจ่ายให้

3) ค่าฝึกอบรมสัมมนา ตามค่าใช้จา่ ยจริงในแต่ละโครงการ

4) ค่าจำหนา่ ยสนิ ค้า ผลิตภัณฑ์ ผลติ ผล และคา่ บริการอ่ืน ๆ ของสถานศึกษา ตามอตั ราที่สถานศึกษากำหนด

5) ค่าบริการนทิ รรศการเคล่อื นที่/ กิจกรรมวิทยาศาสตร์เคล่ือนที่ เกบ็ ค่าบริการดังนี้

5.1) ภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันละ 2,500 บาท

5.2) นอกจงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา(ในเขตบริการ) วนั ละ 3,000 บาท

5.3) นอกเขตบริการ ไป-กลบั ไม่เกิน 100 กม.) วันละ 3,500 บาท

5.4) นอกเขตบรกิ าร ไป-กลบั เกนิ 100 กม.) วนั ละ 4,000 บาท

6) คา่ เช่าสถานทแี่ ละอปุ กรณข์ องศูนย์วิทย์ ฯ

6.1) ค่าเช่าหอ้ งประชมุ วนั ละ 3,000 บาท

6.2) ค่าเช่าเต็นท์ ขนาด 1 – 3 คน หลังละ 100 บาท/วนั

หมายเหตุ

- ผู้เชา่ ตอ้ งรบั ผดิ ชอบการชำรุดหรอื สูญเสยี ใด ๆ อันเกิดจากเตน็ ท์ทเี่ ชา่ ไปโดยไม่มีเง่ือนไขใด ๆ ทง้ั ส้ิน

โดยชดใชเ้ ปน็ เงินหรือจดั หาใหมใ่ ห้มคี ุณภาพเหมือนเดิม

- เตน็ ทห์ ากฉีดขาดหรือเปน็ รูอันเน่ืองจากไฟหรือบหุ รี่ ของมคี ม ผเู้ ชา่ ต้องซ้อื เปล่ยี นให้ใหม่

- ในการมารับเตน็ ท์ต้องให้ข้าราชการมาเซ็นรับเต็นท์ ณ ศูนย์วทิ ยาศาสตร์เพ่ือการศึกษา

พระนครศรีอยุธยา ฝา่ ยพัสดจุ งึ จะจ่ายของให้ และนำส่งคนื ศูนยว์ ิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา

พระนครศรีอยุธยา ตามกำหนด

เวลาในใบยืมพสั ดุ

7) การยกเว้น การลดอตั ราการเกบ็ ค่าใช้จา่ ย ใหอ้ ย่ใู นดลุ พินจิ ของผู้อำนวยการสถานศกึ ษา

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์เพอ่ื การศกึ ษาพระนครศรีอยธุ ยา 18

บทท่ี 2
การวิเคราะห์สภาพ สถานศึกษา

การจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา 5 ปี (2565-2569) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
พระนครศรีอยุธยา ได้ศึกษาข้อมูลจากนโยบายรัฐบาล แผนพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 12
แผนการศึกษาชาติ แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (พ.ศ. 2560-2579)
และกฎหมายอ่ืน ๆ ท่เี กี่ยวข้อง ดงั รายละเอยี ดต่อไปนี้

1. สถานการณป์ จั จบุ ัน
1. แนวโนม้ การศกึ ษาและการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

ทักษะของประชากรในศตวรรษที่ 21 : ทั่วโลกตั้งเป้าหมายสร้างให้ได้และไปให้ถึงความต้องการ
กำลังคนยุค 4.0 ผลจากการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจ สังคม และสถานการณ์สังคมสูงวัยข้างต้น ส่งผลให้
ทุกประเทศทว่ั โลกกำหนดทิศทางการผลติ และพฒั นากำลงั คนของประเทศตนให้มีทักษะและสมรรถนะระดับสูง
มีความสามารถเฉพาะทางมากขึ้น ส่วนความต้องการกำลังแรงงานที่ไร้ฝีมือและมีทักษะต่ำจะถูกแทนที่
ดว้ ย หุ่นยนต์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ มากขน้ึ

การจัดการศึกษาในปัจจุบันจึงต้องปรับเปลี่ยนให้ตอบสนองกับทิศทางการผลิตและการพัฒนา
กำลังคน โดยมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้ได้ทั้งความรู้
และทกั ษะที่จำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ และการพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมของประเทศ
ท่ามกลางกระแสแห่งการเปล่ียนแปลง ทักษะสำคญั จำเปน็ ในโลกศตวรรษที่ 21 ประกอบดว้ ยทกั ษะท่ีเรียกตาม
คำย่อว่า 3Rs + 8Cs 3Rs ประกอบด้วย อ่านออก (Reading) เขียนได้ (WRiting) คิดเลขเป็น (ARithmetics)
8Cs ประกอบด้วย ทักษะด้านการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and
Problem Solving) ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทกั ษะด้านความ
เข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross – cultural Understanding) ทักษะด้านความร่วมมือ
การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration Teamwork and Leadership) ทักษะด้านการสื่อสาร
สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communications, Information and Media Literacy) ทักษะ
ด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) ทักษะอาชีพ
และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning Skills) และความมีเมตตา กรุณา วินัย คุณธรรม จริยธรรม
(Compassion)

ดังนั้น การจัดการศึกษาของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา จึงต้องพัฒนา
กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องเชื่อมโยงกับสภาพความเปลี่ยนแปลงของสังคมในอนาคต
ทั้งสังคมแห่งการแข่งขันที่ต้องใช้ความรู้ เทคโนโลยีและ นวัตกรรมเป็นฐาน สังคมพอเพียงเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน
และสังคมสิทธิมนุษยชน เป็นสิทธิที่เด็กทุกคนต้องได้รับสิทธิ พื้นฐานเสมอกัน และเป็นการจัดการศึกษา
วิทยาศาสตร์แก่กลุ่มทุกช่วงวัยตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาให้มีทักษะการเรียนรู้ นวัตกรรม ทักษะสารสนเทศ สื่อ
และเทคโนโลยี ตลอดจนทกั ษะชีวิตและอาชพี

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ย์วิทยาศาสตรเ์ พ่ือการศกึ ษาพระนครศรีอยธุ ยา 19

2. ทศิ ทางการพัฒนาประเทศตามยทุ ธศาสตรช์ าตริ ะยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579)
ทิศทางการพัฒนาประเทศระยะ 20 ปี ซึ่งได้กำหนดทิศวิสัยทัศน์ของการประเทศ “ประเทศไทย

มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง ”
และมยี ุทธศาสตร์ท่ีเก่ียวกบั การจดั การศกึ ษาของศนู ย์วทิ ยาศาสตร์เพอ่ื การศึกษาพระนครศรีอยุธยา ดงั น้ี

(3) ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน เพื่อพัฒนาคนและสังคมไทยให้เป็นรากฐาน
ที่แข็งแกร่งของประเทศ มีความพร้อมทางกาย ใจ สติปัญญา มีความเป็นสากล มีทักษะการคิดวิเคราะห์
อย่างมีเหตุผล มีระเบียบวนิ ยั เคารพกฎหมาย มคี ณุ ธรรม จริยธรรม รู้คณุ คา่ ความเปน็ ไทย มีครอบครัวท่ีม่ันคง
กรอบแนวทางท่ีตอ้ งให้ความสำคญั ประกอบดว้ ย

(3.1) การพัฒนาศกั ยภาพคนตลอดชว่ งชวี ติ ใหส้ นับสนนุ การเจริญเติบโตของประเทศ
(3.2) การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรยี นร้ใู ห้มคี ุณภาพ เทา่ เทียม และทั่วถงึ
(3.3) การปลูกฝงั ระเบียบวินัย คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ มทพ่ี งึ ประสงค์
(3.4) การสร้างเสริมใหค้ นมสี ขุ ภาวะที่ดี
(3.5) การสร้างความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทย เสริมสร้างบทบาทของสถาบันครอบครัว

ในการบ่มเพาะจติ ใจใหเ้ ขม้ แข็ง
(4) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาส ความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม เพื่อเร่งกระจาย
โอกาสการพัฒนาและสร้างความมั่นคงให้ทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำไปสู่สังคมที่เสมอภาคและเป็นธรรม
กรอบแนวทางทตี่ ้องให้ความสำคญั ประกอบด้วย

(4.1) การสรา้ งความม่ันคงและการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
(4.2) การสรา้ งสภาพแวดล้อมและนวตั กรรมท่ีเอ้ือต่อการดำรงชวี ติ ในสังคมสูงวยั
(4.3) การสร้างความเข้มแข็งของสถาบันทางสังคม ทุนทางวฒั นธรรมและความเข้มแข็งของชมุ ชน
(5) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเร่งอนุรักษ์
ฟืน้ ฟูและสร้างความมนั่ คงของฐานทรัพยากรธรรมชาติ และมคี วามมัน่ คงด้านน้ำ รวมทัง้ มคี วามสามารถในการ
ป้องกันผลกระทบและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติ และพัฒนา
ม่งุ สูก่ ารเป็นสังคม สีเขียว กรอบแนวทางที่ต้องใหค้ วามสำคัญ ประกอบด้วย
(5.1) การจดั ระบบอนุรกั ษ์ ฟ้ืนฟูและป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ
(5.2) การพฒั นาและใช้พลังงานทเี่ ป็นมติ รกบั ส่ิงแวดลอ้ ม
(5.3) การรว่ มลดปญั หาโลกรอ้ นและปรับตัวให้พร้อมกับการเปลย่ี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ
(6) ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ
มีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ มีสมรรถนะสูง มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล กระจายบทบาทภารกิจ
ไปส่ทู อ้ งถนิ่ อยา่ งเหมาะสม มธี รรมาภิบาล กรอบแนวทางท่ตี ้องใหค้ วามสำคญั ประกอบดว้ ย
(6.1) การปรบั ปรงุ โครงสร้าง บทบาท ภารกิจของหนว่ ยงานภาครัฐ ใหม้ ีขนาดท่ีเหมาะสม
(6.2) การวางระบบบรหิ ารราชการแบบบูรณาการ
(6.3) การพฒั นาระบบบรหิ ารจดั การกำลังคนและพัฒนาบคุ ลากรภาครฐั
(6.4) การต่อต้านการทจุ ริตและประพฤติมิชอบ
(6.5) การปรับปรงุ กฎหมายและระเบยี บตา่ ง ๆ ให้ทนั สมยั เปน็ ธรรมและเปน็ สากล
(6.6) พฒั นาระบบการให้บริการประชาชนของหนว่ ยงานภาครฐั
(6.7) ปรับปรุงการบริหารจดั การรายได้และรายจ่ายของภาครฐั

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ย์วทิ ยาศาสตร์เพื่อการศกึ ษาพระนครศรีอยธุ ยา 20

3. ทิศทางการพัฒนาประเทศตามแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 12
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2564 – 2564) นับเป็นแผนแม่บทหลัก

ในการพัฒนาประเทศเป็นกฎหมายที่บังคับใช้ โดยมีหลักการในการพัฒนาภายใต้แนวคิดสำคัญ คือ “ยึดคนเป็น
ศูนย์กลางการพัฒนา” มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับคนไทย พัฒนาคนให้มีความเป็นคนที่สมบูรณ์ มีวินัย ใฝ่รู้
มคี วามรู้ทกั ษะ มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ มที ศั นคตทิ ่ดี ี รบั ผิดชอบต่อสงั คม มคี ุณธรรมจริยธรรม โดยกำหนดยุทธศาสตร์
ในการพฒั นา ซงึ่ เก่ยี วขอ้ งกับการศึกษาเพ่อื การพัฒนาคนในประเทศ ดังนี้

1) ยุทธศาสตร์การเสรมิ สร้างและพฒั นาศกั ยภาพทุนมนุษย์
ทุนมนุษย์ของประเทศไทยยังมีปัญหาในด้านคุณภาพคนในแต่ละช่วงวัย โดยผลลัพธ์ทางการศึกษา
ของเด็กวัยเรียนค่อนข้างต่ำ การพัฒนาความรู้และทักษะของแรงงานไม่ตรงกับตลาดงาน ในขณะที่คนไทย
จำนวนไม่น้อยยังไม่สามารถคัดกรอง และเลือกรับวัฒนธรรมได้อย่างเหมาะสม ซึ่งส่งผลต่อวิกฤตค่านิยม
ทัศนคติ และพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต การพัฒนาในระยะต่อไป จึงต้องให้ความ สำคัญกับ
การวางรากฐาน การพัฒนาคนให้มีความสมบูรณ์ เพื่อให้คนไทยมีทัศนคติ และพฤติกรรมตามบรรทัดฐา นที่ดี
ของสังคม ได้รับ การศึกษาที่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากล และสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง
มีสุขภาวะที่ดีขึ้น คนทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ และความสามารถเพิ่มขึ้น รวมทั้งสถาบันทางสังคม
มคี วามเข้มแข็งและมสี ่วนรว่ ม ในการพัฒนาประเทศเพมิ่ ขึ้น
2) ยุทธศาสตรก์ ารสรา้ งความเป็นธรรมและลดความเหล่ือมล้ำในสงั คม
การพัฒนาในช่วงที่ผ่านมาทำาให้สังคมไทยก้าวหน้าไปหลายด้าน แต่การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ
และสร้างความเป็นธรรม ในสังคมไทยมีความคืบหน้าช้า ทั้งเรื่องความแตกต่างของรายได้ระหว่าง
กลุม่ ประชากร ความแตกต่างของคุณภาพการบริการภาครัฐ รวมทง้ั ขอ้ จำกัดในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม
และเทคโนโลยี ของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ดังนั้น การพัฒนาในระยะต่อไป จึงจ ำ
เป็นต้องมุ่งลดปัญหา ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ของกลุ่มคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสังคมที่แตกต่างกัน แก้ไข
ปัญหาความยากจน เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการพื้นฐานทางสังคมของภาครัฐ รวมทั้งเพิ่มศักยภาพชุมชน
และเศรษฐกิจฐานรากให้มี ความเข้มแข็งเพื่อให้ชุมชนพึ่งพาตนเองและได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์
ทางเศรษฐกจิ มากขนึ้
3) ยุทธศาสตร์การสร้างความเขม้ แข็งทางเศรษฐกิจ และแขง่ ขนั ได้อย่างยัง่ ยนื
เศรษฐกจิ ไทยขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ทง้ั จากผลกระทบของเศรษฐกิจ
โลกซบเซา และข้อจำกัดภายในประเทศเองที่เป็นอุปสรรคต่อการเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถ
ในการแขง่ ขนั รวมทง้ั ฐานเศรษฐกิจภายในประเทศขยายตัวชา้
4) ยทุ ธศาสตร์การเติบโตท่เี ป็นมิตรกบั สิง่ แวดลอ้ มเพือ่ การพฒั นาที่ย่ังยืน
ปัจจุบนั สภาพ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ มกำลังเปน็ จุดอ่อนสำคัญต่อการรักษาฐาน การผลิต
และการให้บริการ รวมทั้งการดำรงชีวิตของคนไทย ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดจากการลดลงของพื้นที่ป่าไม้
ทรัพยากรดินเสื่อมโทรม ความหลากหลายทางชีวภาพถูกคุกคาม ความเสี่ยงในการขาดแคลนทรัพยากรน้ ำ
ในอนาคต ปัญหาสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและชุมชนเมือง การเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติมีความผันผวนและรุนแรงมากขึ้น และข้อตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับ
การเปล่ยี นแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความเข้มข้น ซึง่ จะสง่ ผลตอ่ แนวทางการพัฒนาประเทศในอนาคต

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนย์วทิ ยาศาสตรเ์ พอื่ การศึกษาพระนครศรีอยุธยา 21

5) ยุทธศาสตรก์ ารเสริมสรา้ งความมั่นคงแห่งชาตเิ พื่อการพัฒนาประเทศสูค่ วามม่ังคั่งและย่ังยืน
กระแสโลกาภิวัตน์และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อ ความมั่นคง
และเสถียรภาพของประเทศไทยในหลายมิติ ทั้งภัยคุกคามภายนอก ในเรื่องการขยายอิทธิพล และการเพิ่มบทบาท
ของประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคต่างๆ ของโลก อาชญากรรมข้ามชาติและการก่อการร้าย และภัยคุกคาม
ภายในประเทศ ได้แก่ ความเห็นต่างทางความคิดและอุดมการณ์ของคนในชาติ การสร้าง สถานการณ์ในจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ และการคุกคามทางเศรษฐกิจโดยอาชญากรรมคอมพวิ เตอร์
6) ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการในภาครัฐ การป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ และธรรมาภิบาล
ในสงั คมไทย
ระบบการบริหารจัดการในภาครัฐที่ขาดประสิทธิภาพเป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อการพัฒนา ประเทศ
มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการให้บริการประชาชนยังไม่ได้มาตรฐานสากล การบังคับใช้กฎหมายที่ขาด ประสิทธิภาพ
การบรหิ ารจดั การและการใหบ้ ริการของท้องถ่ินขาดความโปร่งใส ระบบและกระบวนการ ยุติธรรมไมส่ ามารถอำนวย
ความยตุ ิธรรมได้อย่างเสมอภาคและเป็นธรรม รวมท้งั การทุจริตประพฤตมิ ิชอบ ในสังคมไทย
7) ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาโครงสร้างพืน้ ฐานและระบบโลจิสตกิ ส์
ที่ผ่านมาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ของประเทศประสบปัญหาด้านความ
ต่อเนื่องในการดำเนินการและปัญหาเชิงปริมาณคุณภาพและการบริหารจัดการการให้บริการที่สอดคล้อง
กบั มาตรฐานสากล ทำใหม้ ขี อ้ จำกัดในการสนับสนนุ การพฒั นาประเทศให้มปี ระสิทธภิ าพ
8) ยทุ ธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจยั และนวัตกรรม
การพัฒนาเศรษฐกิจของ ประเทศไทยในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาอาศัยการเพิ่มประสิทธิภาพจาก
ปัจจัยความได้เปรียบด้านแรงงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และการนำเข้าเทคโนโลยีสำเร็จรูปจากต่างประเทศ
มากกว่าการสะสมองค์ความรู้เพื่อพัฒนา เทคโนโลยีของตนเอง ทำให้ส่วนแบ่งผลประโยชนท์ างด้านเทคโนโลยี
ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มสูงตกอยู่กับประเทศผูเ้ ป็นเจ้าของเทคโนโลยี อีกท้ังการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนายังไม่เพียง
พอทจี่ ะขับเคลื่อนประเทศส่สู งั คม นวตั กรรม
9) ยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาภาค เมืองและพนื้ ทีเ่ ศรษฐกิจ
ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ประเทศไทยต้องใช้ประโยชน์จากศักยภาพและภูมิสังคมเฉพาะ
ของพื้นที่ และการดำเนินยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อเสริมจุดเด่นในระดับภาคและจังหวัดในการเป็นฐานการผลิต
และ บรกิ ารที่สำคัญ ประกอบกับการขยายตวั ของประชากรในเขตเมอื งจะเปน็ โอกาสในการกระจายความเจริญ
และ ยกระดับรายได้ของประชาชนโดยการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองน่าอยู่และมีศักยภาพในการรองรับการค้า
การลงทุน รวมทั้งลดแรงกดดันจากการกระจุกตัวของการพัฒนาในกรุงเทพฯ และภาคกลางไปสู่ภูมิภาค
นอกจากนี้ การเป็น ส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนยังสร้างโอกาสในการเปิดพื้นที่เศรษฐกิจใหม่
บริเวณชายแดนเชอ่ื มโยง การคา้ การลงทุนในภมู ภิ าคของไทยกับประเทศเพ่ือนบา้ นอีกด้วย
10) ยทุ ธศาสตร์ความร่วมมือระหวา่ งประเทศเพื่อการพฒั นา
การพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศของไทยในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ยึดหลักคิดเสรี เปิดเสรี
และเปิดโอกาส โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและขยายความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และอื่นๆ
กับมิตรประเทศและเป็นการขับเคลื่อนต่อเนื่องจากการค้าเนินการภายใต้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 โดยกำหนดเป็น
แนวทางการดำเนินนโยบายการค้าและการลงทุนที่เสรีเปิดกว้าง และเป็นธรรม ดำเนินยุทธศาสตร์เชิงรุก
ในการ แสวงหาตลาดใหม่ๆ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในต่างประเทศ และส่งเสริมความร่วมมือ
เพือ่ การพฒั นา กบั ประเทศในอนุภูมิภาคและภูมภิ าครวมทงั้ ประเทศนอกภมู ภิ าค

แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยธุ ยา 22

4. ทศิ ทางการศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579
1) วิสัยทศั น์
“คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข

สอดคล้องกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และการเปลย่ี นแปลงของโลกศตวรรษที่ 21”
2) ยุทธศาสตร์ตามแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ.2560 – 2579
2.1) การจดั การศึกษาเพ่อื ความม่นั คงของสังคมและประเทศชาติ
(1) เปา้ หมาย
(1.1) คนทุกช่วงวัยมีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย

อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น การจัดกิจกรรมของสถานศึกษา ที่ส่งเสริม
การเรียนรู้ที่สะท้อนความรักและการธำรงรักษาสถาบันหลักของชาติ และการยึดมั่นในการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การจัดการเรียนการสอน/กิจกรรมเพื่อเสริมสร้าง
ความเปน็ พลเมอื ง (Civic Education) และส่งเสริมการอยรู่ ว่ มกันในสังคมพหวุ ฒั นธรรม เปน็ ต้น

(1.2) คนทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่พิเศษได้รับ
การศึกษาและเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น นักเรียนในเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจจังหวัด
ชายแดนภาคใตแ้ ละพ้ืนท่ีพิเศษมีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติข้ันพน้ื ฐาน (O-NET) แตล่ ะวิชา
ผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น สถานศึกษาจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มชนต่างเชื้อชาติ ศาสนา
ภาษาและวัฒนธรรม กลุ่มชนชายขอบ และแรงงานต่างด้าวเพิ่มขึ้น และสถานศึกษาในพื้นที่พิเศษที่จัดอยู่
ในมาตรการ จูงใจ มรี ะบบเงนิ เดอื น ค่าตอบแทนท่ีสูงกวา่ ระบบปกติเพ่ิมขนึ้ เปน็ ต้น

(1.3) คนทกุ ชว่ งวยั ไดร้ ับการศึกษา การดูแลและป้องกันจากภัยคกุ คามในชวี ิตรูปแบบใหม่ มี ตัวช้ีวัด
ท่ีสำคญั เชน่ สถานศกึ ษาท่จี ัดกระบวนการเรยี นรู้และปลูกฝังแนวทางการจดั การความขดั แย้งโดย แนวทางสันติ
วิธีเพิ่มขึ้น มีการจัดการเรียนการสอน/กิจกรรม เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ ภัยคุกคาม
ในรปู แบบใหมเ่ พ่ิมขึ้นมีระบบ กลไก และมาตรการทเ่ี ข้มแข็งในการป้องกันและแกป้ ัญหาภยั คุกคามในรูปแบบใหม่
เปน็ ต้น

(2) แนวทางการพฒั นา
พฒั นาการจัดการศกึ ษาเพื่อเสรมิ สรา้ งความมัน่ คงของสถาบนั หลักของชาติ และการปกครอง ระบอบ
ประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข ยกระดับคณุ ภาพและสง่ เสรมิ โอกาสในการเข้าถึง การศึกษา
ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่พิเศษ ทั้งที่เป็นพื้นที่สูง พื้นที่ตามแนว ตะเข็บ
ชายแดน และพื้นที่เกาะแก่งชายฝั่งทะเลทั้งกลุ่มชนต่างเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มชนชายขอบ
และแรงงานต่างด้าว พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อการจัดระบบการดูแลและป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่
อาทิ อาชญากรรมและความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ยาเสพติด ภัยพิบัติจากธรรมชาติ ภัยจากโรคอุบัติใหม่
ภัยจากไซเบอร์ เป็นต้น และมีแผนงานและโครงการสำคัญ เช่น โครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาในเขต
พฒั นาพเิ ศษเฉพาะกจิ จังหวดั ชายแดนภาคใต้และพน้ื ท่ีพิเศษ เปน็ ตน้

แผนพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนย์วทิ ยาศาสตร์เพอ่ื การศกึ ษาพระนครศรีอยธุ ยา 23

2.2) การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างขีดความสามารถในการ
แข่งขนั ของประเทศ

(1) เปา้ หมาย
(1.1) กำลังคนมีทักษะที่สำคัญจำเป็น และมีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดงาน
และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ มีตัวชี้วัดท่ีสำคัญ เช่น มีฐานข้อมูลความต้องการกำลังคน
(Demand) จำแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างครบถ้วน สัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับผู้เรียน
สามัญศึกษา และสัดส่วนผู้เรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสูงขึ้นเมื่อเทียบ กับผู้เรียน
สงั คมศาสตร์กำลังแรงงานในสาขาอาชีพต่าง ๆ ที่ได้รบั การยกระดับคุณวฒุ วิ ชิ าชีพเพ่ิมข้ึน เปน็ ตน้
(1.2) สถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่จัดการศึกษาผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศ
เฉพาะด้าน มีตัวชว้ี ัดท่ีสำคัญ เชน่ สดั สว่ นการผลิตกำลงั คนระดับกลางและระดบั สูงจำแนกตามระดบั / ประเภท
การศึกษาในสาขาวิชาที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศเพิ่มขึ้น ร้อยละ
ของสถาบันการศึกษาจัดการศึกษารูปแบบทวิภาคี/สหกิจศึกษา/หลักสูตรโรงเรียนในโรงงาน ตามมาตรฐาน
ที่กำหนดเพิ่มขึ้น ภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างรัฐเอกชน สถานประกอบการ สมาคมวิชาชีพ
และหนว่ ยงานทจี่ ัดการศกึ ษาเพม่ิ ข้นึ เป็นตน้
(1.3) การวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้ และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิต และมูลค่าเพิ่ม
ทางเศรษฐกิจ มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น สัดส่วนเงินลงทุนวิจัย และพัฒนาของภาคเอกชน เมื่อเทียบกับภาครัฐ
เพิ่มขึ้น สัดส่วนค่าใช้จ่ายการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเท ศ
(GDP) ของประเทศเพ่ิมขนึ้ โครงการ/งานวิจัยเพ่ือสรา้ งองค์ความร้/ู นวตั กรรมที่นำไปใชป้ ระโยชน์ในการพัฒนา
ประเทศ เพิ่มข้ึน บุคลากรดา้ นการวิจัยและพัฒนาต่อประชากร 10,000 คนเพมิ่ ขึน้ นวตั กรรม/ส่ิงประดิษฐ์ที่ได้
จดสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มขึ้น และผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในระดับนานาชาติเพิ่มขึ้น
เป็นต้น โดยได้กำหนดแนวทางการพัฒนา คือ ผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในสาขาที่ตรงตามความ
ต้องการ ของตลาดงานและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ส่งเสริมการผลิตและพัฒนากำลังคน
ที่มีความเชี่ยวชาญ และเป็นเลิศเฉพาะด้าน ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้ และนวัตกรรม
ที่สร้างผลผลิตและ มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และมีแผนงานและโครงการสำคัญเช่นโครงการจัดทำแผนผลิต
และพฒั นากำลงั คน ใหต้ รงกบั ความตอ้ งการของตลาดงานในกลมุ่ อตุ สาหกรรมเปา้ หมาย เปน็ ต้น
2.3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสรา้ งสงั คมแห่งการเรยี นรู้
(1) เปา้ หมาย
(1.1) ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทย ทักษะ และคุณลักษณะ ที่จำเป็น
ในศตวรรษที่ 21 มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น ผู้เรียนที่มีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพิ่มข้ึน
ผู้เรียนทุกระดับการศึกษามีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความมีวินัย และมีจิตสาธารณะเพิ่มขึ้น สถานศึกษา
ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ หรือเทยี บเท่าขึน้ ไปท่ีจดั กจิ กรรมสะท้อนการสร้างวนิ ัย จติ สาธารณะ และคุณลักษณะ
ทพ่ี ึงประสงคเ์ พ่ิมขน้ึ เปน็ ตน้
(1.2) คนทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ความสามารถ และสมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษา และมาตรฐาน
วิชาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ตามศักยภาพมีตัวชี้วัดที่สำคัญเช่น นักเรียนมีคะแนนผลการทดสอบทาง
การศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) แต่ละวิชาผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไป ผู้สูงวัยที่ได้รับบริการ
การศึกษาเพ่ือพัฒนาทักษะอาชีพและทักษะชีวิตเพิ่มขึ้นและมีสาขาและวิชาชีพที่เปิดโอกาส ให้ผู้สูงวัยได้รับการ
ส่งเสรมิ ใหท้ ำงานและถ่ายทอดความรู้/ประสบการณเ์ พ่ิมข้ึน เป็นตน้

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์เพือ่ การศกึ ษาพระนครศรอี ยุธยา 24

(1.3) สถานศึกษาทุกระดับการศึกษาสามารถจัดกิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้ตาม หลักสูตรอย่าง
มีคุณภาพและมาตรฐาน มีตัวชี้วัดที่สำคัญสถานศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดการศึกษา
ตามหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพิ่มข้ึน
และ สถาบันการศึกษาในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาตามหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาผู้เรียน
ใหม้ สี มรรถนะทส่ี อดคลอ้ งกับยทุ ธศาสตรป์ ระเทศไทย 4.0 เพม่ิ ขึ้น เปน็ ตน้

(1.4) แหล่งเรียนรู้ สื่อ ตำราเรียน นวัตกรรม และสื่อการเรียนรู้ มีคุณภาพและมาตรฐาน
รวมทั้งประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น แหล่งเรียนรู้ที่ได้รับ
การพัฒนาให้สามารถจัดการศึกษา/จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น สื่อสารมวลชน
ที่เผยแพร่ หรือจัดรายการเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้น สื่อ ตำราเรียนและสื่อการเรียนรู้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน
คุณภาพ จากหนว่ ยงานที่รบั ผิดชอบ และได้รับการพฒั นาโดยการมสี ่วนร่วมจากภาครฐั และเอกชนเพ่ิมข้ึน เป็นต้น

(1.5) ระบบและกลไกการวัดการติดตามและประเมินผลมีประสิทธิภาพ มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น
มีระบบและกลไกการทดสอบการวัดและประเมินความรู้ทักษะและสมรรถนะของผู้เรียนทุกระดับการศึกษา
และทุกกลุ่มเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพ มีระบบติดตามประชากรวัยเรียนที่ขาดโอกาสหรือไม่ได้รับการศึกษา
และผู้เรียนท่มี แี นวโน้มจะออกกลางคัน เปน็ ต้น

2.4) การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทยี มทางการศกึ ษา
(1) เป้าหมาย
(1.1) ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ มีตัวชี้วัดที่
สำคัญ เช่น ดัชนีความเสมอภาคของอัตราการเข้าเรียนระดับการศึกษาขั้นพืน้ ฐานตามฐานะ ทางเศรษฐกิจและ
พื้นที่ลดลง ความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน
(O-NET) ของนักเรียนระหว่างพนื้ ที่/ภาคการศึกษาในวิชาคณติ ศาสตรแ์ ละภาษาองั กฤษลดลง เปน็ ต้น
(1.2) การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดจิ ิทลั เพื่อการศึกษาสำหรับคนทุกชว่ งวยั มีตัวชี้วัด
ที่สำคัญ เช่น มีระบบเครือข่ายเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาที่ทันสมัยสนองตอบความต้องการ ของผู้เรียน
และผู้ใช้บริการอย่างทั่วถึง มีประสิทธิภาพ และสถานศึกษาทุกแห่งมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและมี คุณภาพ
เปน็ ต้น
(1.3) ระบบข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุมถูกต้องเป็นปัจจุบัน
เพื่อการวางแผนการบริหารจัดการศึกษาการติดตามประเมิน และรายงานมีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น มีระบบ
ฐานข้อมูลรายบุคคลที่อ้างอิงจากเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยน
ฐานข้อมูลรวมทั้งใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานอื่นด้านสาธารณสุข
สังคม สารสนเทศแรงงานและการศึกษา มีระบบสารสนเทศด้านการศึกษาและด้านอื่นที่เกี่ยวข้องที่เป็ น
ระบบเดียวกนั ทัง้ ประเทศครอบคลุมถูกต้อง และเปน็ ปจั จบุ นั สามารถอ้างองิ ได้ เปน็ ต้น
(2) แนวทางการพฒั นา
เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพพัฒนาระบบเทคโนโลยี ดิจิทัล
เพื่อการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย พัฒนาฐานข้อมูลด้านการศึกษาที่มีมาตรฐานเชื่อมโยงและเข้าถึงได้
และมีแผนงาน โครงการสำคัญ เช่น โครงการจัดทำฐานข้อมูลรายบุคคลทุกช่วงวัยทั้งด้านสาธารณสุข
และการศกึ ษา เป็นต้น

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์เพ่ือการศึกษาพระนครศรอี ยุธยา 25

2.5) การจัดการศึกษาเพ่ือสร้างเสรมิ คณุ ภาพชวี ิตท่ีเปน็ มติ รกบั สง่ิ แวดล้อม
(1) เปา้ หมาย
(1.1) คนทุกช่วงวัยมีจติ สำนึกรักษ์สง่ิ แวดล้อม มคี ุณธรรมจริยธรรม และนำแนวคิดตามหลัก ปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี งสู่การปฏิบตั ิ มีตัวช้ีวัดทส่ี ำคัญ เช่น คร/ู บคุ ลากรทางการศึกษาได้รบั การอบรม พัฒนาใน
เรื่องการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ผู้เรียนทุกระดับการศึกษามีพฤติกรรม
ที่แสดงออกถึงความตระหนักในความสำคัญของการดำรงชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีคุณธรรมจริยธรรม
และการประยุกตใ์ ช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการดำเนนิ ชีวิตเพิม่ ข้ึน
(1.2) หลักสูตรแหล่งเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม
คุณธรรมจริยธรรม และการนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ มีตัวชี้วัด ที่สำคัญ
เช่น สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม และการนำแนวคิดตาม
หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงสู่การปฏิบตั ิเพ่ิมข้ึน และส่ือสารมวลชนที่เผยแพรห่ รือให้ความรู้เก่ียวกับการ
สร้างเสริมคณุ ภาพชวี ิตทีเ่ ป็นมติ รกับสง่ิ แวดลอ้ มเพม่ิ ขึ้น เป็นต้น
(1.3) การวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร
กับสิ่งแวดล้อม มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น มีฐานข้อมูลด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
ในสาขาต่างๆ เพิ่มขึ้น เป็นต้น โดยได้กำหนดแนวทางการพัฒนา คือ ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างจิตสำนึกรักษ์
สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรมจริยธรรม และนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ
ในการดำเนินชีวิต ส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้แหล่งเรยี นรู้สื่อการเรียนรูต้ ่างๆ และพัฒนา
องค์ ความรู้งานวิจัยและนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีแผนงาน
และ โครงการสำคัญ เช่น โครงการน้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพคนทุกช่วงวัย
โครงการ โรงเรยี นคณุ ธรรม โครงการโรงเรยี นสเี ขียว เป็นตน้
2.6) การพฒั นาประสิทธิภาพของระบบบรหิ ารจัดการศึกษา
(1) เปา้ หมาย
(1.1) โครงสร้าง บทบาท และระบบการบริหารจัดการการศึกษามีความคล่องตัว ชัดเจน
และสามารถตรวจสอบได้มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น มีการปรับปรุงโครงสร้างและระบบบริหารราชการส่วนกลาง
ส่วน ภูมิภาค และสถานศึกษาให้มีเอกภาพสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และการบริหารจัดการตาม
หลักธรรมาภิบาล เป็นตน้
(1.2) ระบบการบรหิ ารจัดการศกึ ษามีประสิทธภิ าพและประสิทธผิ ลส่งผล ต่อคุณภาพและ มาตรฐาน
การศึกษามีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น สถานศึกษาขนาดเล็ก/สถานศึกษาที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนา
เป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกลดลง คะแนนเฉลี่ยผลการ ทดสอบ
ทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานของผู้เรียนที่เรียน ในกลุ่มสถานศึกษาที่เข้าสู่ระบบการบริหารจัดการ
แนวใหมส่ ูงขึน้ เปน็ ตน้
(1.3) ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการของ ประชาชน
และพื้นทีม่ ีตวั ช้วี ัดทสี่ ำคัญ เชน่ จำนวนองค์กรสมาคมมูลนธิ ิหรือหนว่ ยงานอื่นที่เข้ามาจดั การศึกษา หรือร่วมมือ
กับสถานศึกษาทั้งของรัฐเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น และสัดส่วนการมีส่วนร่วม สนับสนุน
การศึกษาของภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคีเครือข่ายเมื่อเทยี บกบั รฐั จำแนกตามระดับ การศึกษาสูงขึ้น
เปน็ ตน้

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ย์วิทยาศาสตรเ์ พือ่ การศกึ ษาพระนครศรีอยุธยา 26

(1.4) กฎหมายและรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษารองรับลักษณะที่ แตกต่างกัน
ของผู้เรียน สถานศึกษา และความต้องการกำลังแรงงานของประเทศ มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น มีกฎหมาย
กฎระเบียบและระบบการจัดสรรเงินเพื่อการศึกษาที่เอื้อและสนองตอบคุณลักษณะที่แตกต่างกันของ ผู้ เรียน
ความต้องการกำลังแรงงาน และสภาพปัญหาที่แท้จริงของประเทศ มีรูปแบบ/แนวทางกลไกการจัดสรร
งบประมาณผา่ นด้านอุปสงคแ์ ละอปุ ทานในสัดส่วนที่เหมาะสม เป็นต้น

(1.5) ระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา มีความเป็นธรรม
สร้างขวัญกำลังใจ และส่งเสริมให้ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มตามศักยภาพ มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น สถานศึกษาที่
มีครูเพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนเพิ่มขึ้นครู/ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน/ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติงาน
สนับสนุนการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น และสถานศึกษามีบุคลากรทางการศึกษาทำหน้าที่ปฏิบัติงานสนับสนุน
การเรียนการสอนเพิ่มขึ้น เป็นต้น โดยกำหนดแนวทางการพัฒนา คือ ปรับปรุงโครงสร้างการบริหาร
จัดการศึกษา

(2) แนวทางการพฒั นา
เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษา ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการ
จัดการศึกษา ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับระบบการเงินเพ่ือการศึกษา พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลของครู
อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา และมีแผนงานและโครงการสำคัญ เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพ
การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก โครงการพัฒนาระบบจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษา และโครงการ
ทดลองนำรอ่ งระบบการจัดสรรเงินผา่ นดา้ นอุปสงค์และอปุ ทาน เป็นต้น

5. แผนพฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย (พ.ศ. 2560 – 2579)
แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (พ.ศ. 2560 – 2579) ได้กำหนด

ทศิ ทางการพฒั นาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั โดยกำหนดจดุ เน้น ให้การสง่ เสรมิ สนับสนนุ
และบริการการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ มีสาระการเรียนรู้ที่เป็น ปัจจุบัน
และตรงกับความต้องการของผู้เรียนและสังคม และมียุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาที่ เกี่ยวข้องกับ
การจัดการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละสิ่งแวดล้อม ดังนี้

ยุทธศาสตร์ 1 เพ่ิมและกระจายโอกาสในการเขา้ ถึงบริการการศึกษาและการเรียนรู้ท่ีมีคุณภาพ โดยมี
เป้าหมาย เพื่อให้คนไทยได้รับโอกาสและความและภาคในการเข้าถึงการศึกษา และการเรียนรู้ตลอด ชีวิตที่มี
คุณภาพและมาตรฐาน เพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ สื่อ นวัตกรรมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ประชาชน
สามารถเข้าถึงได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ และคนไทยทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะ กิจชายแดนได้
และพืน้ ที่พิเศษไดร้ บั การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั ทมี่ ีคุณภาพ

ยุทธศาสตร์ 2 พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนทุกช่วงวัยให้มีสมรรถนะ และทักษะเหมาะสมมี
คุณภาพชีวติ ทีด่ ี โดยมเี ปา้ หมาย เพื่อใหค้ นทกุ ประเภท ทกุ ช่วงวัยมที กั ษะ ความรู้ ความสามารถตาม มาตรฐาน
การศึกษา และพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ตามศักยภาพ ได้รับการพัฒนาสมรรมถะและทักษะในการ ดำรงชีวิต
ท่ีเหมาะสมกับชว่ งวัย และพร้อมรบั การเปลีย่ นแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 รวมพืน้ ท่ชี ายแดน ใต้ และพื้นที่
พเิ ศษ โดยสามารถจดั กิจกรรม กระบวยการเรียนรู้ตามหลกั สตู ร ไดอ้ ยา่ งมีคณุ ภาพมาตรฐาน

ยุทธศาสตร์ท่ี 3 ส่งเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพ่ือการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย
โดยมีเปา้ หมาย เพอื่ พฒั นาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดจิ ิทัลเพื่อการศกึ ษาของหนว่ ยงานและสถานศึกษา
มีความทันสมัยและมีคุณภาพ โดยผู้เรียน ผู้รับบริการได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเข้ารับ การศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย อย่างมีคุณภาพ

แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ย์วิทยาศาสตรเ์ พื่อการศึกษาพระนครศรอี ยธุ ยา 27

ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษา และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีบทบาทและ
มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โดยมีเป้าหมายให้บริหารจัดการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ส่งผลต่อ
คุณภาพ และมาตรฐานการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชวี ติ มีระบบการบริหารงานบุคคล มีความเป็นธรรม
สร้างขวัญและกำลังใจ ส่งเสริมให้ปฏิบัติงานได้เต็มตามศักยภาพบุคลากรทุกประเภททุกระดับได้รับการพัฒนา
ความรแู้ ละทกั ษะตามมาตรฐาน รวมทงั้ บทบาทและภารกจิ ที่ไดร้ ับมอบหมาย มรี ะบบและกลไกการ 2. ติดตาม
และประเมินผลการศึกษา และการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ทุกภาคส่วนมีบทบาทและมีส่วน ร่วมใน
การจดั การศึกษา และการเรยี นรูท้ ่ีตอบสนองตอ่ ความตอ้ งการของประชาชนในพน้ื ที่

ศนู ย์วิทยาศาสตร์เพ่ือการศึกษาพระนครศรีอยุธยา ภายใตก้ ารกำกับดูแลของสำนักงานส่งเสริมการศึกษา
นอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ มีภารกิจสำคัญ
ในการสร้างระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์แก่เด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไปในรูปแบบของแหล่ง เรียนรู้ที่สนับสนุน
การศึกษาในระบบ นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย ใหส้ าระทางวิทยาศาสตร์เปน็ แกนกลางของความรู้นำไปสู่
แขนงวิชาอื่นๆ เพื่อจะทำให้ความรู้ทั้งหลายผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นเหตุเป็นผลใช้ทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ให้มากขนึ้

จากเหตุผลดังกล่าว ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา ได้เล็งเห็นความสำคัญ
ของการพัฒนาคนให้ เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ตามแนวนโยบายการปฏิรูปการศึกษารอบสอง และใ ห้มี
การสนองตอบต่อการ ปฏริ ูปการศึกษา ตลอดทัง้ สอดคลอ้ งกบั แผนยทุ ธศาสตร์ของสำนักงาน กศน. ทไ่ี ดก้ ำหนด
แนวยุทธศาสตร์ ในการดำเนนิ งาน จึงได้ประชมุ ภายในสถานศกึ ษา โดยใหบ้ ุคลากรทีเ่ กี่ยวข้องทกุ ส่วนได้ร่วมกัน
แสดงความคิดเห็นและวิเคราะห์ปัจจัย ภายในและภายนอกของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา
เพื่อนำมากำหนดทิศทางในการดำเนินงาน ของสถานศึกษาให้สอดคล้อง เชื่อมโยงกับนโยบายและจุดเน้น
ของสำนกั งาน กศน.

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ย์วิทยาศาสตร์เพ่อื การศึกษาพระนครศรีอยุธยา 28

2. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม
การวิเคราะห์ข้อมูลสภาพแวดล้อมขององค์กร โดยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก

โดยการศึกษาข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในได้พิจารณาใน 6 ด้าน คือ
ด้านโครงสร้างและนโยบาย ด้านผลผลิตและการบริการของสถานศึกษา ด้านบุคลากร ด้านงบประมาณ
ด้านวัสดุอุปกรณ์และอาคารสถานที่ และด้านการจัดการ ส่วนสภาพแวดล้อมภายนอกได้พิจารณาใน 4 ด้าน
ดา้ นสงั คมวฒั นธรรม ด้านเทคโนโลยี ด้านเศรษฐกจิ และด้านการเมอื งการปกครอง ซึง่ ปรากฏผลดังน้ี

ก. สภาวะแวดลอ้ มภายใน จดุ ออ่ น
1. โครงสรา้ ง และนโยบาย (STRUCTURE : S1)
1. นโยบายปรบั เปลีย่ นอยา่ งรวดเร็ว และไม่
จดุ แขง็ ต่อเนือ่ ง

1. กำหนดโครงสร้างภายในสถานศึกษาและมี 2. นโยบายบางอยา่ งไม่อยู่ในแผนแต่ตอ้ งปฏิบัติ
คำสง่ั รองรบั ท่ชี ัดเจน 3. ขาดนโยบายด้านการส่งเสริมการจัดการศึกษา

2. นโยบายของสถานศึกษาจัดให้เป็นแหลง่ การ ดา้ นวทิ ยาศาสตรเ์ พือ่ การศึกษาท่ชี ดั เจน
เรียนรตู้ ลอดชวี ิต

3. มีการมอบหมายงานตามความถนดั และ
ความสามารถ

4. มีนโยบายการปฏิบตั ิงานทีช่ ัดเจน

2. ดา้ นผลผลติ และการบรกิ ารของสถานศึกษา (PRODUCT และ SERVICE: S2)

จดุ แขง็ จุดออ่ น

1. ผู้รบั บรกิ ารทั้งในระบบโรงเรยี น กศน. และ 1. สถานศกึ ษายังไม่เป็นท่รี ู้จัก

ประชาชนทัว่ ไป มีความสนใจในกจิ กรรมการ 2. นิทรรศการ และส่ือการเรยี นรู้ส่วนใหญ่ไม่ได้รับ

เรยี นรู้ด้านวทิ ยาศาสตร์ การพฒั นาอยา่ งต่อเน่ือง

2. ผรู้ ับบริการท้ังในระบบโรงเรียน กศน. 3. สถานศกึ ษาไม่มีหลกั สูตรที่สามารถนำไปเทยี บ

ประชาชนทั่วไป และหน่วยงานภาคเี ครอื ข่าย โอนวฒุ ิการศกึ ษาได้ เนื่องจากเปน็ การจดั

ให้เห็นความสำคัญ และให้การสนบั สนุนในการ การศึกษาตามอัธยาศยั

เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้

3. จดั กิจกรรมการเรียนรสู้ อดคลอ้ งกับความ

ต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ส่งเสริมการคดิ

วิเคราะห์ การคิดเป็นระบบ มีทักษะ

กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และมีการสร้าง

สงั คมแห่งการเรียนรู้

4. มนี ทิ รรศการ สอื่ กระบวนการเรยี นรู้ ที่

หลากหลายเหมาะสมกับทุกกล่มุ เป้าหมาย และ

สามารถให้บริการทงั้ ในรูปแบบนทิ รรศการ

ถาวร และนิทรรศการเคล่ือนที่

5. มีการนำสื่อดิจิทัลมาใช้ในการจัดกิจกรรมการ

เรยี นรู้ได้สะดวกและง่ายขนึ้

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยธุ ยา 29

3. ดา้ นบุคลากร (MAN : M1) จดุ อ่อน

จุดแขง็ 1. บุคลากรปฏบิ ตั งิ านหลายดา้ น ทำให้ขาด
ประสิทธภิ าพ
1. มีบุคลากรท่ีมคี วามรู้ ความสามารถ และ
ความสามารถในการปฏิบตั ิงานตามที่ได้รบั 2. วฒุ กิ ารศึกษาของบุคลากรไมต่ รงกบั ภาระงานท่ี
มอบหมาย รบั ผดิ ชอบ

2. บคุ ลากรสามารถให้คำปรึกษาและแกไ้ ขปญั หาแก่ 3. บคุ ลากรบางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจและ
เพอื่ นร่วมงานได้ ความชำนาญในการปฏบิ ัตงิ าน

3. บคุ ลากรมีมนุษยส์ มั พันธด์ ี 4. ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ขาดการพัฒนาและ
4. การบรหิ ารของผู้บริหารเอือ้ ตอ่ การพัฒนางานของ สอนไม่ตรงตามวุฒิการศึกษา

บคุ ลากรในทางทด่ี ี

4. ด้านงบประมาณ (MONEY : M2)

จดุ แขง็ จดุ อ่อน

1. มกี ารวางแผนใชง้ บประมาณอย่างค้มุ คา่ 1. คุรภุ ัณฑบ์ างอยา่ งไม่สามารถจดั ซ้ือได้ดว้ ยเงนิ

2. มีแผนการใชจ้ า่ ยงบประมาณทช่ี ัดเจน และสามารถ งบประมาณ

ใช้จา่ ยไดต้ รงกบั ความต้องการ 2. การเบกิ จา่ ยงบประมาณไมเ่ อ้ือต่อการปฏิบตั งิ าน

3. งบประมาณมจี ำกดั ในการจัดหา ซอ่ มบำรุง

นิทรรศการและสือ่ การเรยี นรู้

5. ดา้ นวสั ดุอปุ กรณแ์ ละอาคารสถานท่ี (MATERIAL : M3)

จดุ แขง็ จดุ อ่อน

1. สถานท่ตี ้งั อยูใ่ นแหลง่ ชุมชน เดนิ ทางสะดวก 1. สถานทค่ี บั แคบ มพี นื้ ทใ่ี ชส้ อยจำกัด ไมเ่ พยี งพอใน

2. มีภูมิปัญญาท้องถิ่นและแหล่งการเรียนรู้ด้าน การจัดกจิ กรรม และจดั นทิ รรศการทไี่ ด้รับการ

วิทยาศาสตร์ สนับสนนุ จากหน่วยงานภารีเครือขา่ ย

3. มีวัสดุอปุ กรณ์ สอื่ เพียงพอต่อการจัดการเรียนรู้ 2. การพฒั นาสือ่ และอุปกรณ์ ทีเ่ ปน็ ครุภณั ฑ์ด้าน

วทิ ยาศาสตร์ไมส่ ามารถดำเนินการได้ เน่ืองจากขดั

กบั ระเบยี บทางราชการ ครุภณั ฑส์ ำนักงานมไี ม่

เพยี งพอ

6. ด้านการบริหารจัดการ (MANAGEMENT : M4 )

จดุ แขง็ จุดอ่อน

1. ผบู้ รหิ ารมีวสิ ัยทศั น์ มคี วามมงุ่ มัน่ ในการ 1. ยงั ขาดระบบการกำกับตดิ ตาม การนิเทศ

บริหารงาน ภายในทีด่ ี

2. ผูบ้ รหิ ารมีการบรหิ ารงานภายในองค์กรแบบมสี ่วน 2. มกี ารบริหารงานอย่างเปน็ ระบบแต่ไม่ครบ
ร่วมของบุคลากรทุกส่วนงาน
กระบวนการ
3. มกี ารทำงานเป็นทีม ปฏิบัตงิ านเปน็ ข้นั ตอน PDCA

ตามโครงสร้าง และบทบาทภารกิจของ

สถานศึกษา

4. ผู้บริหารใหค้ วามสำคัญ และยอมรบั การมีส่วนร่วม

ของประชาชน และกลุม่ ภาคีต่าง ๆ

แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนย์วทิ ยาศาสตรเ์ พ่อื การศึกษาพระนครศรอี ยธุ ยา 30

ข.สภาพแวดลอ้ มภายนอกสถานศึกษา

1. ด้านสังคมและวัฒนธรรม (SOCIOCULTURAL : S)

โอกาส ภยั คุกคาม

1. มแี หลง่ เรยี นรทู้ ่ีด้านภมู ิปญั ญาท้องถิ่นที่ 1. ขาดการประสานงานการใช้ทรพั ยากรร่วมกนั

หลากหลาย 2. สภาพชมุ ชนเป็นสองสงั คมในพืน้ ที่เดยี วกันไดแ้ ก่

2. มีหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนให้ สงั คมอตุ สาหกรรมและสงั คมเกษตรกรรม

การสนับสนุนด้านการบริการ วิชาการ ข้อมูลและ

ร่วมจัดกิจกรรมการเรียนร/ู้ โครงการตา่ งๆ

3. ประชาชนหรือชุมชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือใน

การจดั การศกึ ษา

4. ประชาชนส่วนใหญ่สามารถใช้สื่อดิจิทัลได้อย่าง

ทว่ั ถึงและหลากหลาย

2. ดา้ นเทคโนโลยี ( TECHNOLOGICAL : T)

โอกาส ภยั คกุ คาม

1. สถานศึกษานำเทคโนโลยี มาจัดการเรยี นรู้ได้อย่าง 1. ผรู้ บั บรกิ ารมคี วามสามารถในการใช้ เทคโนโลยี

เหมาะสม อยา่ งท่วั ถึงแต่ไมส่ ามารถใช้อย่างสร้างสรรค์ใหเ้ กดิ

2. เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลครอบคลุมทั่วถึงทุก ประโยชน์ตอ่ ตนเอง

พน้ื ท่ี

3. ด้านเศรษฐกิจ ( ECONOMIC : E)

โอกาส ภยั คกุ คาม

1. สถานศึกษามรี ูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. วกิ ฤติทางเศรษฐกจิ ทำให้เกิดขอ้ จำกัดของ
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง งบประมาณในการพฒั นาและขยายการดำเนนิ งาน
การศึกษา
2. สถานศึกษาตั้งอยู่ในเขตอตุ สาหกรรมมีทุนทาง
สงั คมทห่ี ลากหลาย 2. ประชาชนมีรายได้ลดลง มีหน้ีสนิ เพมิ่ ขน้ึ เน่ืองจาก
การใชจ้ า่ ยเกินตวั

4. ดา้ นการเมอื งการปกครอง ( PEOLITICAL : P)

โอกาส ภัยคกุ คาม

1. พ.ร.บ.การศึกษา พ.ศ.2542 เปิดโอกาสให้ท้องถ่ิน 1. เสถียรภาพของรฐั บาล ส่งผลตอ่ ความไมแ่ นน่ อน

มสี ว่ นร่วมในการจดั การศึกษามากขน้ึ ของนโยบาย

2. นโยบายกระจายอำนาจทำให้สถานศึกษามีความ 2. นโยบายลดอตั รากำลังภาครฐั ทำให้สถานศกึ ษา มี

คลอ่ งตัวในการทำงาน บุคลากรไมเ่ พยี งพอ

3. นโยบายของสถานศกึ ษาจัดให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ 3. เกดิ ความขัดแยง้ ทางการเมือง ทำใหเ้ กดิ ความ

ตลอดชีวติ แตกแยกในหมปู่ ระชาชน

4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความสำคัญกับการ 4. แผนพฒั นาจงั หวดั พระนครศรอี ยุธยาไม่มี

จัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม ยุทธศาสตร์ ท่กี ลา่ วถงึ ดา้ นการศกึ ษาวิทยาศาสตร์

อธั ยาศยั โดยตรง

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนย์วทิ ยาศาสตรเ์ พือ่ การศกึ ษาพระนครศรอี ยุธยา 31

สรุปภาพรวมผลการวิเคราะห์สถานภาพของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา
จากผลการวิเคราะห์และประเมินสภาพแวดล้อม ทั้งสภาพแวดล้อมภายนอกและสภาพแวดล้อมภายใน
แสดงให้เห็นว่าศนู ย์วทิ ยาศาสตรเ์ พ่ือการศกึ ษาพระนครศรีอยุธยา ควรดำเนินการและพฒั นา ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา
ให้มปี ระสิทธิภาพ และมีความพรอ้ มในการเป็นแหลง่ เรียนรขู้ องชุมชน

2. การปรับปรุงคุณภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จัดกิจกรรมการเรียนรู้
ที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมายและข้อจำกัดที่แตกต่างกันของผู้รับบริการ
เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความสนใจในการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ และสามารถนำไป
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวนั ได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

3. พัฒนาบุคลากร ให้มีความรู้ ความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ตามหลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตลอดจนการใช้สือ่ เทคโนโลยี
อย่างมปี ระสิทธภิ าพ เพ่ือการจดั การเรียนรแู้ ละการบริหารจดั การ

4. การพัฒนาคุณภาพสื่อ นิทรรศการ และรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้พร้อมสำหรับ
การให้บริการและการจดั กจิ กรรมการเรยี นร้ทู ห่ี ลากหลาย

5. การพัฒนาระบบสารสนเทศ การประชาสัมพันธ์ข้อมูลของสถานศึกษาเชิงรุก เพื่อให้บริการ
ข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรมของศนู ย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา และข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับความรู้
วิทยาศาสตร์ใหแ้ ก่ผรู้ ับบรกิ ารไดร้ ู้จกั สถานศึกษามากขนึ้

6. การจัดระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา การกำกับติดตาม การรายงานผลการ
ปฏบิ ัติงาน และการนเิ ทศภายใน

7. การสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายในการจัดการศึกษา เร่งสร้างความร่วมมือกับเครือข่าย
ทั้งเครือข่ายร่วมจัดการศึกษานอกระบบ และเครือข่ายท่ีเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ
ส่งิ แวดลอ้ ม

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ย์วิทยาศาสตรเ์ พื่อการศึกษาพระนครศรีอยธุ ยา 32

บทที่ 3
ทศิ ทางและกลยุทธ์ในการพัฒนาระยะ 5 ปี ( 2565-2569 )

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมกันวิเคราะห์สภาพแวดล้อมขององค์กร
และร่วมกันกำหนดทิศทางของสถานศึกษา และกำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนาระยะ 5 ปี เพื่อให้การปฏิบัติ
ภารกจิ ขององค์กรบรรลเุ ป้าหมายตามทก่ี ำหนดไว้ จงึ รว่ มกนั กำหนดทิศทางและกลยทุ ธใ์ นการพฒั นา ดังน้ี

ปรชั ญา
สร้างระบบคดิ ปลูกจิตวิทยาศาสตร์

อตั ลกั ษณ์
รูค้ ดิ มีจิตวิทยาศาสตร์

เอกลกั ษณ์
วทิ ยาศาสตร์สญั จร นครประวัตศิ าสตร์

วสิ ัยทัศน์
ศนู ย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยธุ ยา เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ดา้ นวทิ ยาศาสตร์

เทคโนโลยแี ละสง่ิ แวดลอ้ ม เพื่อประชาชนก้าวใหม่ กา้ วแห่งคณุ ภาพ

พนั ธกจิ
1. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมแก่นักเรียน นักศึกษา

ทงั้ ในระบบ นอกระบบโรงเรยี น และประชาชนทวั่ ไป ในเขตพน้ื ที่บริการ
2. ศึกษา ค้นคว้า วิจัยและพัฒนารูปแบบกิจกรรม หลักสูตร สื่อและกระบวนการเรียนรู้

ด้านวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม
3. เผยแพร่ บริการ หลักสูตร ส่ือ และรปู แบบการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี

และสิ่งแวดล้อม
4. พัฒนาครู และบุคลากรผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี

และสงิ่ แวดล้อม"
5. ส่งเสริม สนับสนุนและประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

ดา้ นวิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยแี ละส่งิ แวดลอ้ ม

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ยว์ ิทยาศาสตรเ์ พ่อื การศึกษาพระนครศรีอยุธยา 33

คา่ นิยมรว่ มขององค์กร (Share Value)
TEAMWINS
T = Teamwork การทำงานเป็นทีม หมายถึง บุคลากรมีความสามัคคี ประสานงานกันทำงาน

เพื่อองค์กร มีการระดมความคิดในการแก้ปัญหาร่วมกัน พัฒนางานร่วมกัน มีลักษณะเป็นหนึ่งเดียวใน
ด้านการบริหารจัดการ การปฏิบัติงาน และด้านกฎหมายมีทีมงานที่สามารถนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้พัฒนา
การทำงานขององค์กร ชักชวนให้คนในองค์กรช่วยกันขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิบัติจริง เพื่อการทำงานที่นำไปสู่
เป้าประสงคข์ ององคก์ ร

E = Equality of Work ความเสมอภาคในการทำงาน หมายถึง ผู้บริหารให้ความสำคัญใน
การปฏิบัติงานของบุคลากรทุกคน โดยให้ความเสมอภาคและความเป็นธรรม สร้างขวัญกำลังใจที่ดีให้กับ
ผู้ปฏิบัตงิ าน

A = Accountability ความรับผิดชอบ หมายถึง บุคลากรมีความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับ
มอบหมายและงานที่ต้องมีส่วนร่วมต่าง ๆ ปฏิบัติด้วยความตั้งใจอย่างเต็มความสามารถ บรรลุผลสำเร็จ
ตามเป้าหมาย ตระหนักในความรับผิดชอบ พร้อมที่จะให้ตรวจสอบ สามารถอธิบายถึงพฤติกรรมการกระทำ
ของตนเองหรอื หน่วยงานได้ รวมถงึ ความรบั ผิดชอบในผลการปฏบิ ตั ิงานใหบ้ รรลเุ ป้าหมายได้

M = Morality and Integrity การมีศีลธรรมและมีความซื่อสัตย์ หมายถึง บุคลากรปฏิบัติหน้าที่
ด้วยความซ่อื สตั ย์ สจุ ริต และถกู ตอ้ งเพือ่ นำพาองค์กรให้เปน็ ท่นี า่ เชื่อถือ และก้าวไปข้างหน้าอยา่ งภาคภูมิ

W = Willingness ความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานอย่างเต็มศักยภาพ หมายถึง บุคลากรปฏิบัติหน้าท่ี
ดว้ ยความเตม็ ใจ เต็มความรู้ เตม็ ความสามารถ และเตม็ เวลา เพือ่ มุ่งสู่ความสำเร็จขององคก์ ร

I = Improvement การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ หมายถึง บุคลากรมุ่งมั่น แสวงหา
ความรู้เพ่อื พฒั นาตนเองอยูเ่ สมอ พร้อมรบั การเปลี่ยนแปลง และพัฒนางานในหนา้ ทใี่ หม้ ปี ระสทิ ธิภาพ

N = Network and Communication การเป็นเครอื ขา่ ยทีม่ ปี ฏสิ มั พนั ธท์ ดี่ ตี อ่ กัน หมายถงึ บุคลากร
ยิ้มแย้มต่อกันและกัน กล่าวคำทักทายซึ่งกันและกันเมื่อพบหน้ากันทุกครั้ง มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ บุคลากร
ให้ความร่วมมือแกค่ นในองคก์ รทม่ี าติดต่อเปน็ อยา่ งดี รวมทัง้ การนำขา่ วสารใหม่ ๆ ดี ๆ มาเผยแพร่ เลา่ สกู่ ันฟัง
มกี ารจัดให้มกี ารพบปะสังสรรคร์ ะหว่างบคุ ลากรในองค์กร ตลอดท้งั ยม้ิ แยม้ แจม่ ใสตอ่ ผ้มู าใชบ้ ริการ

S = Service Mind การมีจติ มงุ่ บริการ หมายถึง บคุ ลากรใหบ้ รกิ ารแก่ทุกคนท่ีมาติดต่อดว้ ยความเต็มใจ
ยิ้มแย้มแจ่มใส มีใจในการให้บริการด้วยกัลยาณมิตร มีการประสานสัมพันธ์กันในองค์กร พร้อมใจบริการ
เพื่อความพึงพอใจผู้ใชบ้ รกิ าร

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ย์วิทยาศาสตร์เพอื่ การศึกษาพระนครศรีอยธุ ยา 34

เปา้ ประสงค์และตัวช้วี ดั ความสำเร็จ

เปา้ ประสงค์ ตัวชี้วัดความสำเรจ็

1. ผ้รู ับบริการด้านวิทยาศาสตร์ไดร้ บั การพัฒนา 1) รอ้ ยละผู้เข้ารับบริการตามเปา้ หมาย

ทักษะและเจตคติ ตลอดจนสามารถนำความรูไ้ ป 2) ร้อยละผ้รู บั บริการมคี วามพึงพอใจ

ใชใ้ นการพัฒนาคณุ ภาพชีวิต และมคี วามพงึ ในการบริการในระดับดขี น้ึ ไป

พอใจในการเขา้ รบั บริการการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

เทคโนโลยีและส่ิงแวดลอ้ ม

2. สถานศึกษามรี ปู แบบกิจกรรม หลักสตู ร ส่ือและ 1) จำนวนส่อื การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

กระบวนการเรียนร้ดู า้ นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดล้อม

และส่งิ แวดล้อมทหี่ ลากหลาย ทันสมัย มี 2) จำนวนรายงานการวิจยั เชิงพฒั นากระบวนการ

คุณภาพ สอดคล้องกับบริบท และความต้องการ จดั กจิ กรรมการเรียนรู้ดา้ นวิทยาศาสตร์

ของผรู้ ับบริการในเขตพน้ื ท่ีให้บรกิ าร เทคโนโลยแี ละสงิ่ แวดล้อม

3. มกี ารเผยแพร่ บริการ หลักสตู ร สื่อ และรปู แบบ 1) รอ้ ยละผู้เขา้ รบั บรกิ ารตามเป้าหมาย

การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ 2) องค์กรได้เปน็ ทยี่ อมรบั และเป็นท่รี จู้ ัก

เทคโนโลยีและส่ิงแวดล้อมสูส่ าธารณชน 3) องค์กรไดร้ บั การพฒั นาและมีความพร้อม ใน

การบรกิ ารแกป่ ระชาชนเพิ่มขึ้น

4. ครู และบคุ ลากรผู้รบั ผดิ ชอบการจดั กจิ กรรมการ 1) จำนวนบคุ ลากรในองค์กรไดร้ บั การพฒั นาและ

เรยี นรูด้ ้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละ สามารถจดั การเรยี นรู้ด้านวิทยาศาสตร์

ส่ิงแวดล้อม ไดร้ ับการพัฒนาและสามารถจัดการ เทคโนโลยีและส่งิ แวดลอ้ ม

เรียนรดู้ า้ นวิทยาศาสตร์อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

5. มอี งค์กรภาคสว่ นตา่ ง ๆ ร่วมเป็นภาคเี ครือขา่ ย 1) ร้อยละจำนวนหนว่ ยงานเครอื ขา่ ยร่วมจดั

ในการสนับสนุนและจัดกิจกรรมการเรยี นรดู้ ้าน กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ

วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละสิ่งแวดล้อมอย่าง สง่ิ แวดลอ้ ม

ต่อเนือ่ ง

ประเด็นยุทธศาสตร์
1. พัฒนาคุณภาพผู้เรียน/ผู้รับบริการ ให้เกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีสมรรถนะ และ

เจตคตเิ ชิงวิทยาศาสตรท์ ี่เหมาะสมและมคี ณุ ภาพ
2. พัฒนารูปแบบกระบวนการจัดกิจกรรมหลักสตู ร สื่อ กระบวนการเรียนรู้ และการให้บริการอย่าง

มคี ุณภาพ
3. พฒั นาองคก์ รใหพ้ รอ้ มบรกิ าร เป็นแหลง่ เรียนรทู้ างดา้ นวิทยาศาสตร์
4. พัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กรส่มู าตรฐาน และสร้างความรว่ มมือกับทุกภาคส่วนในการพัฒนา

และส่งเสริมการจัดการเรยี นรู้พัฒนาคุณภาพผู้เรยี น/ผรู้ บั บริการ

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ยว์ ิทยาศาสตร์เพื่อการศกึ ษาพระนครศรีอยุธยา 35

แนวทาง/กลยุทธ์ของแต่ละประเด็นยทุ ธศาสตร์
จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพ (SWOT Analysis) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา

พระนครศรีอยุธยา ได้กำหนดกรอบทิศทางการดำเนินงานและนำมาจัดทำยุทธศาสตร์แผนพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 – 2569
ขน้ึ ดังนี้

ประเด็นยทุ ธศาสตร์ เป้าประสงค์ แนวทาง/กลยุทธ์

1 พัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น/ผ้รู บั บริการ 1. ผู้รับบริการดา้ น 1. ส่งเสริมและสนบั สนุนผูเ้ รยี นมี

ใหเ้ กดิ ทกั ษะกระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร์ ไดร้ ับการ ทกั ษะกระบวนการทาง

วิทยาศาสตร์มีสมรรถนะ และเจต พัฒนาทกั ษะและเจตคติ วิทยาศาสตรม์ สี มรรถนะ และ

คติเชงิ วทิ ยาศาสตรท์ ่เี หมาะสม ตลอดจนสามารถนำความรู้ เจตคตเิ ชงิ วิทยาศาสตร์ที่

และมคี ณุ ภาพ ไปใชใ้ นการพฒั นาคณุ ภาพ เหมาะสม

ชวี ติ และมีความพงึ พอใจใน 2. เสรมิ สรา้ งความพงึ พอใจต่อการ

การเข้ารับบริการการเรยี นรู้ ใหบ้ ริการ

วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ

สิง่ แวดลอ้ ม

2. พฒั นารปู แบบกระบวนการจดั 2. สถานศึกษามีรปู แบบ 1. สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ การพฒั นา

กจิ กรรมหลกั สตู ร สอื่ กจิ กรรม หลกั สตู ร ส่อื และ หลักสูตร/โปรแกรมการเรยี นรู้

กระบวนการเรยี นรู้ และการ กระบวนการเรยี นรูด้ ้าน อยา่ งหลากหลาย

ใหบ้ รกิ ารอย่างมีคุณภาพ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี 2. ส่งเสรมิ และสนบั สนุนการพัฒนา

และสงิ่ แวดล้อมที่ คณุ ภาพครู บุคลากรทางการ

หลากหลาย ทันสมัย มี ศึกษาดา้ นวิทยาศาสตร์

คุณภาพ สอดคล้องกบั 3. สง่ เสริมและสนบั สนนุ ให้มกี าร

บริบท และความต้องการ พัฒนาสื่อ นวตั กรรมการเรยี นรู้

ของผูร้ บั บริการในเขตพ้นื ที่ วทิ ยาศาสตร์

ใหบ้ รกิ าร 4. ส่งเสริมและสนบั สนุนการจัด

และให้บริการการเรยี นร้ดู ้าน

วทิ ยาศาสตร์อยา่ งหลากหลาย

3 พัฒนาองค์กรใหพ้ ร้อมบรกิ าร 3. มีการเผยแพร่ บริการ 1 เสริมสรา้ งภาพลกั ษณ์ขององค์กร

เปน็ แหลง่ เรียนร้ทู างด้าน หลกั สตู ร ส่ือ และรปู แบบ 2 นำระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศมา

วิทยาศาสตร์ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ใช้ในการบรหิ ารจัดการอย่างมี

ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ประสิทธภิ าพ3 สง่ เสรมิ การจดั

และสง่ิ แวดลอ้ มสู่ การศกึ ษาดา้ นวทิ ยาศาสตร์

สาธารณชน เทคโนโลยี และส่งิ แวดลอ้ มที่

สอดคล้องกบั ความสนใจและวิถี

ชีวิตของผ้เู รยี น/ผู้รับบรกิ ารทกุ

กลมุ่ เป้าหมายในเขตพ้ืนท่ี

ให้บริการ

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ย์วิทยาศาสตรเ์ พ่อื การศกึ ษาพระนครศรอี ยุธยา 36

ประเดน็ ยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ แนวทาง/กลยุทธ์

4 พฒั นาแหล่งการเรียนรทู้ างดา้ น

วทิ ยาศาสตร์ทเี่ อ้ือต่อการเรียนรู้

4 พัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กร 4. ครู และบคุ ลากร 1 สร้างเสรมิ ระบบการบริหาร

สู่มาตรฐาน และสรา้ งความ ผ้รู บั ผดิ ชอบการจดั กิจกรรม องค์กรแบบมุ่งผลสมั ฤทธิ์

รว่ มมอื กับทุกภาคสว่ นในการ การเรยี นรดู้ า้ นวิทยาศาสตร์ (มงุ่ เนน้ ตามจุดมุ่งหมาย

พัฒนาและสง่ เสรมิ การจดั การ เทคโนโลยแี ละสงิ่ แวดลอ้ ม เปา้ หมายขององค์กร) เพ่ือเพมิ่

เรียนรู้ ไดร้ บั การพัฒนาและสามารถ ประสิทธภิ าพการบรกิ าร

จัดการเรยี นร้ดู ้าน 2 สง่ เสรมิ และสนับสนนุ การพฒั นา

วิทยาศาสตร์อย่างมี องคก์ รดา้ นตา่ ง ๆ เพอื่ เขา้ สู่

ประสทิ ธภิ าพ มาตรฐาน

5. มอี งคก์ รภาคส่วนต่าง ๆ 3 พัฒนาระบบฐานขอ้ มลู

รว่ มเป็นภาคเี ครอื ขา่ ยในการ สารสนเทศทางการศึกษา เพอ่ื

สนบั สนนุ และจัดกิจกรรม การวางแผนการบรหิ ารจัดการ

การเรียนร้ดู ้านวทิ ยาศาสตร์ การตดิ ตาม ประเมนิ และ

เทคโนโลยแี ละสง่ิ แวดลอ้ ม รายงานผล ให้มมี าตรฐาน

อยา่ งต่อเนอื่ ง 4 พฒั นาระบบประกันคณุ ภาพ

5 สง่ เสรมิ การมสี ว่ นรว่ มของภาคี

เครือขา่ ยในการจัดการศกึ ษา

ด้านวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี

และสงิ่ แวดล้อม

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศนู ย์วิทยาศาสตร์เพอื่ การศึกษาพระนครศรอี ยุธยา 37

บทท่ี 4
การจัดทำแผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา

จากการกำหนดทิศทางและกลยุทธ์การพัฒนาคุณภาพการศึกษา ระยะ 5 ปี ศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่ือ
การศึกษาพระนครศรีอยุธยา จึงได้กำหนดโครงการและกิจกรรมให้สอดคล้องกับทิศทางและกลยุทธ์ที่กำหนด
ดังต่อไปน้ี

ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 1 พัฒนาคุณภาพผู้เรียน/ผู้รับบริการ ให้เกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

มีสมรรถนะ และเจตคติเชงิ วทิ ยาศาสตรท์ ่เี หมาะสมและมคี ุณภาพ

แนวทาง/กลยุทธ์ ชื่อโครงการ/กจิ กรรม

1. ส่งเสริมและสนบั สนนุ ผเู้ รียนมีทกั ษะ 1) โครงการค่ายวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2) โครงการวิทย์คิดสร้างสรรคด์ ้วยโครงงานวิทยาศาสตร์

มสี มรรถนะ และเจตคตเิ ชงิ 3) โครงการ “science for kids” จุดประกายความคิดแบบ

วิทยาศาสตร์ทีเ่ หมาะสม วิทยาศาสตร์

4) โครงการประชมุ เชงิ ปฏิบตั ิการ อบรม และสมั มนา

5) โครงการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรยี นร้ใู นรปู แบบการ

แสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show)

6) โครงการสืบสานศาสตร์พระราชาตามหลกั ปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพยี ง

2. เสรมิ สรา้ งความพึงพอใจต่อการ 1) โครงการ กศน. สัญจร

ใหบ้ รกิ าร 2) โครงการสำรวจความพงึ พอใจ

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนารูปแบบกระบวนการจัดกิจกรรมหลักสูตร สื่อ กระบวนการเรียนรู้ และการ

ให้บรกิ ารอย่างมคี ณุ ภาพ

แนวทาง/กลยุทธ์ ชอ่ื โครงการ/กิจกรรม

1. สง่ เสรมิ และสนบั สนุนการพฒั นา 1) โครงการพฒั นาหลกั สูตร ส่ือและกจิ กรรมการเรียนรู้ด้าน

หลักสตู ร/โปรแกรมการเรียนรู้อย่าง วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม

หลากหลาย 2) โครงการพฒั นาการจัดกจิ กรรมการศึกษา

2. สง่ เสรมิ และสนับสนุนการพฒั นา 1) โครงการส่งเสริมการวิจยั และพัฒนารูปแบบการจดั

คุณภาพครู บคุ ลากรทางการศึกษา กจิ กรรมการเรยี นรู้

ด้านวิทยาศาสตร์ 2) โครงการพัฒนาคุณภาพครูและบคุ ลากร ด้าน

วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดลอ้ ม

3) โครงการพฒั นาบคุ ลากรเพ่ือเพ่ิมประสิทธภิ าพการ

ปฏบิ ัตงิ าน

3. สง่ เสรมิ และสนับสนนุ ใหม้ ีการพัฒนา 1) โครงการพฒั นาส่อื นทิ รรศการและนวัตกรรมการเรียนรู้

สือ่ นวัตกรรมการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์

2) โครงการแลกเปล่ยี นนทิ รรศการเคลื่อนที่

แผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนยว์ ิทยาศาสตรเ์ พือ่ การศึกษาพระนครศรอี ยุธยา 38

ประเดน็ ยุทธศาสตร์ท่ี 3 พัฒนาองค์กรใหพ้ ร้อมบริการ เปน็ แหลง่ เรยี นรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การให้บริการ

อย่างมีคณุ ภาพ

แนวทาง/กลยุทธ์ ชื่อโครงการ/กจิ กรรม

1. เสริมสรา้ งภาพลักษณ์ (อตั ลกั ษณ์ 1) โครงการพฒั นาศนู ย์วทิ ยาศาสตรเ์ พอ่ื การศึกษา

เอกลกั ษณ์) ขององค์กร พระนครศรอี ยธุ ยา

2) โครงการพฒั นาภาพลักษณ์ศนู ยว์ ิทยาศาสตร์เพือ่ การศึกษา

พระนครศรอี ยธุ ยา

2. นำระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใช้ใน 1) โครงการพฒั นาระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการบริหาร

การบรหิ ารจดั การอย่างมีประสทิ ธภิ าพ จัดการ

2) โครงการพัฒนาระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร

3) โครงการจดั หาครภุ ณั ฑ์คอมพิวเตอร์เพ่ือการบริหารจดั การ

3. ส่งเสริมการจัดการศกึ ษาดา้ น 1) โครงการพัฒนาระบบการจดั กิจกรรมการเรียนรูเ้ พ่ือการ

วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ บริการออนไลน์

สิ่งแวดล้อมทีส่ อดคล้องกับความสนใจ 2) โครงการพัฒนากิจกรรมบรกิ ารวิชาการ

และวถิ ชี ีวติ ของผเู้ รยี น/ผ้รู บั บรกิ ารทุก 3) โครงการสำรวจความต้องการในการใหบ้ ริการของศนู ย์

กลุ่มเปา้ หมายในเขตพ้นื ทใี่ ห้บรกิ าร วทิ ยาศาสตร์เพ่ือการศึกษาพระนครศรอี ยุธยา

4. พัฒนาแหล่งการเรียนรูท้ างดา้ น 1) โครงการพัฒนา ปรบั ปรุงสือ่ นทิ รรศการ

วทิ ยาศาสตรท์ ีเ่ อื้อต่อการเรียนรู้อย่างมี 2) โครงการปรับปรุงฐานการเรียนรูด้ า้ นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี

คณุ ภาพของชมุ ชน และส่ิงแวดล้อม

3) โครงการจดั สรา้ งนิทรรศการ

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กรสู่มาตรฐาน และสรา้ งความร่วมมือ

กับทกุ ภาคส่วนในการพัฒนาและส่งเสริมการจดั การเรียนรู้พัฒนาคุณภาพผู้เรยี น/ผู้รับบริการ

แนวทาง/กลยุทธ์ ช่ือโครงการ/กิจกรรม

1. สรา้ งเสริมระบบการบริหารองค์กรแบบ 1) โครงการพัฒนาระบบริหารจดั การความเส่ยี งภายในองคก์ ร

มุ่งผลสมั ฤทธ์ิ (ม่งุ เนน้ ตามจุดมงุ่ หมาย 2) โครงการพฒั นาระบบนิเทศภายใน

เปา้ หมายขององคก์ ร) เพ่อื เพม่ิ 3) โครงการพัฒนาระบบการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ประสิทธภิ าพการบริการ 4) โครงการสง่ เสริมและพฒั นาระบบประกันคุณภาพภายใน

2. สง่ เสรมิ และสนบั สนุนการพฒั นาองค์กร สถานศกึ ษา

ดา้ นตา่ ง ๆ เพื่อเขา้ สู่มาตรฐาน 5) โครงการวิทยาศาสตรส์ ัญจรสูส่ ถานศกึ ษาในเขตพนื้ ทบี่ รกิ าร

3. พฒั นาระบบฐานขอ้ มลู สารสนเทศทาง 6) โครงการส่งเสรมิ การเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์เพือ่ พฒั นาชมุ ชน

การศกึ ษา เพื่อการวางแผนการบริหาร 7) โครงการประชาสมั พนั ธ์กิจกรรมการเรยี นรู้ ด้านวทิ ยาศาสตร์

จัดการ การตดิ ตาม ประเมิน และ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม

รายงานผล ให้มมี าตรฐาน 8) โครงการส่งเสริมการมีสว่ นร่วมของภาคเี ครอื ข่ายในการจัด

4. พฒั นาระบบประกนั คณุ ภาพ การศกึ ษาด้านวิทยาศาสตร์

5. สง่ เสริมการมีสว่ นร่วมของภาคเี ครือขา่ ย

ในการจัดการศกึ ษาดา้ นวทิ ยาศาสตร์

เทคโนโลยี และ

สิง่ แวดล้อม

ยุทธศาสตร์แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ประจ
ศนู ยว์ ิทยาศาสตร์เพื่อกา

ยุทธศาสตรท์ ี่ 1 พฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น/ผู้รบั บริการ ให้เกิดทกั ษะกระบวนการทางวิท

แนวทาง/ กลยุทธ์ โครงการ/ กิจกรรม 2565
150,00
1. สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ ผเู้ รยี น โครงการค่ายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
มที ักษะกระบวนการทาง และสิง่ แวดลอ้ ม 2,250
เปา้ หมาย (จำนวนคน) 90,000
วทิ ยาศาสตร์
โครงการวิทยค์ ิดสรา้ งสรรค์ดว้ ย 150
โครงงานวทิ ยาศาสตร์ 90,000
เป้าหมาย (จำนวนคน)
120
โครงการ “science for kids” จดุ 100,00
ประกายความคิดแบบวิทยาศาสตร์
เป้าหมาย (จำนวนคน) 22
40,000
โครงการประชุมเชงิ ปฏิบัติการ อบรม
และสัมมนา 50
เปา้ หมาย (จำนวนคน)

โครงการพัฒนาการจดั กจิ กรรมการ
เรยี นรู้ในรปู แบบการแสดงทาง
วิทยาศาสตร์ (Science Show)
เป้าหมาย (จำนวนคน)

แผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนยว์ ทิ ยาศาสตร์เพอ่ื การศกึ ษาพระ

จำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569
ารศึกษาพระนครศรอี ยุธยา

ทยาศาสตร์มีสมรรถนะ และเจตคตเิ ชงิ วิทยาศาสตรท์ ีเ่ หมาะสมและมีคณุ ภาพ

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รวมทั้งหมด
2566 2567 2568

00 155,000 160,000 165,000 170,000 800,000

0 2,300 2,350 2,400 2,450 11,750
0 90,000 100,000 100,000 120,000 500,000

150 180 180 200 860
0 90,000 100,000 100,000 120,000 500,000

120 140 140 160 680
00 100,000 100,000 100,000 100,000 500,000

22 22 22 22 110
0 40,000 60,000 60,000 60,000 260,000

50 60 60 60 280

ะนครศรอี ยธุ ยา 39

แนวทาง/ กลยุทธ์ โครงการ/ กิจกรรม 2565
45,000
โครงการสบื สานศาสตร์พระราชา
ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจ 62
พอเพียง 50,000
15,000
เป้าหมาย (จำนวนคน) 40,000
1,000
2. เสรมิ สร้างความพึงพอใจต่อ โครงการ กศน. สญั จร 605,00

การให้บรกิ าร เป้าหมาย (จำนวนคน)

โครงการสำรวจความพึงพอใจ

เป้าหมาย (จำนวนคน)

รวมเงนิ งบประมาณยุทธศาสตรท์ ่ี 1 (บาท)

ยทุ ธศาสตร์ที่ 2 พัฒนารปู แบบกระบวนการจดั กิจกรรมหลกั สตู ร สื่อ กระบวนการเร

แนวทาง/ กลยุทธ์ โครงการ/ กจิ กรรม 2565
50,00
1. สง่ เสรมิ และสนับสนนุ การ โครงการพฒั นาหลักสตู ร สือ่ และ
7
พฒั นาหลักสูตร/โปรแกรมการ กิจกรรมการเรียนรูด้ า้ นวทิ ยาศาสตร์ 50,00

เรียนรอู้ ย่างหลากหลาย เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม 4

เป้าหมาย (จำนวนเร่อื ง)

โครงการพฒั นาการจดั กจิ กรรมการศกึ ษา

เป้าหมาย (จำนวนเร่ือง)

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนย์วทิ ยาศาสตร์เพือ่ การศกึ ษาพระ

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รวมทั้งหมด
2566 2567 2568

0 45,000 60,000 60,000 75,000 285,000

62 80 80 92 376
0 50,000 50,000 50,000 50,000 250,000
0 15,000 15,000 15,000 15,000 75,000
0 40,000 40,000 40,000 40,000 200,000
0 1,000 1,000 1,000 1,000 5,000
00 610,000 670,000 675,000 735,000 3,295,000

รียนรู้ และการให้บรกิ ารอยา่ งมีคุณภาพ 2569 รวมท้ังหมด
50,000 250,000
ปงี บประมาณ พ.ศ.
5 2566 2567 2568
00 50,000 50,000 50,000

7 7 7 7 35
00 50,000 50,000 50,000 50,000 250,000

4 4 4 4 20

ะนครศรอี ยธุ ยา 40

แนวทาง/ กลยุทธ์ โครงการ/ กจิ กรรม 2565
50,00
โครงการสง่ เสรมิ การวจิ ัยและพัฒนา
รปู แบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1
97,00
เป้าหมาย (จำนวนเร่ือง)
80
2. ส่งเสริมและสนับสนุนการ โครงการพัฒนาคุณภาพครแู ละบุคลากร 170,00
พฒั นาคุณภาพครู บุคลากร ดา้ นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ
ทางการศึกษาดา้ น สง่ิ แวดล้อม 22
วิทยาศาสตร์ 100,00
เป้าหมาย (จำนวนคน)
7
โครงการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิม่ 100,00
ประสทิ ธิภาพการปฏิบัติงาน
1
เป้าหมาย (จำนวนคน) 617,00

3. ส่งเสริมและสนับสนนุ ใหม้ ี โครงการพัฒนาสื่อ นิทรรศการและ
การพัฒนาสื่อ นวตั กรรมการ นวัตกรรมการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์
เป้าหมาย (จำนวนเรอ่ื ง)
เรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

โครงการแลกเปล่ียนนิทรรศการ
เคล่อื นที่

เป้าหมาย (จำนวนเร่ือง)

รวมเงินงบประมาณยุทธศาสตร์ที่ 2 (บาท)

แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2569 ศูนยว์ ิทยาศาสตรเ์ พอื่ การศกึ ษาพระ

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รวมท้ังหมด
50,000 250,000
5 2566 2567 2568
00 50,000 50,000 50,000

11 11 5
00 97,000 120,000 120,000 150,000 584,000

80 100 100 120 480
00 170,000 170,000 170,000 170,000 850,000

22 22 22 22 110
00 100,000 100,000 100,000 100,000 500,000

7 7 7 7 35
00 100,000 100,000 100,000 100,000 500,000

11 11 1
00 617,000 640,000 640,000 670,000 3,184,000

ะนครศรอี ยุธยา 41


Click to View FlipBook Version