The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการจัดกิจกรรมฐานวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อานนท์ ดิษฐ์จาด, 2021-12-28 23:59:14

คู่มือการจัดกิจกรรมฐานวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

คู่มือการจัดกิจกรรมฐานวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

คู่มอื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน” หน้า | 38

ทั้งนี้ ผู้จัดกิจกรรมเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้กับผู้รับบริการในการทดลอง เรื่อง “การ
ปฏิบัติการทดลองแสงสะท้อนจากเงาของกระจก” ตามใบกิจกรรมสำหรับผู้จัดกิจกรรม เรื่อง “การ
ปฏิบตั ิการทดลองแสงสะทอ้ นจากเงาของกระจก”

4. ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มตามข้อ 2 ปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรม เรื่อง “การ
ปฏบิ ตั กิ ารทดลองแสงสะทอ้ นจากเงาของกระจก”

ทั้งนี้ ผู้จัดกิจกรรมจะต้องกำกับการปฏิบัติกิจกรรมของผู้รับบริการจนกิจกรรมแล้วเสร็จ
ตามใบกิจกรรมสำหรบั ผู้จดั กิจกรรม เรอ่ื ง “การปฏิบัตกิ ารทดลองแสงสะท้อนจากเงาของกระจก”

5. ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทดลอง เรื่อง “การปฏิบัติการทดลองแสง
สะท้อนจากเงาของกระจก” ตามใบกิจกรรมของผู้รับบริการ เรื่อง “การปฏิบัติการทดลองการแสง
สะทอ้ นจากเงาของกระจก

6. ผู้จดั กิจกรรมและผู้รับบริการอภปิ รายและสรุปผลการเรยี นรูร้ ว่ มกนั

ข้ันตอนที่ 3 การสรปุ ผลการเรยี นรู้ (Conclusion : C)

1. ผูจ้ ดั กจิ กรรมสนทนากับผรู้ ับบรกิ ารเก่ยี วกับเรอื่ งที่ได้เรียนรู้ตามกิจกรรมการเรียนรู้นี้ โดย
ผจู้ ดั กจิ กรรมสมุ่ ผู้รับบริการ ตามความสมคั รใจ จำนวน 2 - 3 คน ใหต้ อบคำถามในประเด็น

ประเด็น “ท่านจะนำความรู้ เรื่อง “แสงสะท้อนจากเงาของกระจก” ไปประยุกต์ใช้ในการ
แก้ปัญหาหรอื ใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจำวนั ไดอ้ ย่างไร

แนวคำตอบ มนุษย์เรามีความจำเป็นในการดำรงชีวิตท่ีจะต้องใช้แสงเป็นตวั กลาง ในการดำ
ลงชีวิตอาจจะนำไปแก้ไขปัญหาในเรื่องของการมองในสิ่งที่เราไม่สามารถเข้าถึงได้ ยกตัวอย่าง เช่น
ทันตแพทย์นำไปใช้ประโยชนใ์ นการทำอุปกรณเ์ พอ่ื ดูฟนั ของผู้ปว่ ย

2. ผู้จัดกิจกรรมและผู้รับบริการอภิปรายและสรุปผลการเรียนรู้ร่วมกัน ตาม PowerPoint
สำหรบั ผู้จัดกิจกรรม เร่อื ง การสรุปผลการเรยี นรู้ “แสงสะท้อนจากเงาของกระจก” เพอ่ื เป็นการสรุป
ภาพรวมของกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งจะทำให้ผู้รับบริการเกิดความเรียนรู้ในกิจกรรมการเรียนรู้ มาก
ย่งิ ขน้ึ

3. ให้ผู้รับบริการทำแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง “แสงสะท้อนจากเงาของกระจก” จำนวน
10 ขอ้ โดยใชเ้ วลา 10 นาที

4. ใหผ้ รู้ ับบรกิ ารทำแบบประเมินความพึงพอใจสำหรับผู้รับบรกิ ารในการเขา้ ร่วมกิจกรรมการ
เรียนรู้ เรอ่ื ง “แสงสะทอ้ นจากเงาของกระจก”

คมู่ ือการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน” หนา้ | 39

สื่อ วสั ดอุ ปุ กรณ์ และแหลง่ การเรยี นรู้

1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรือ่ ง “แสงสะท้อนจากเงาของกระจก”
2. ใบความรสู้ ำหรับผ้รู ับบริการ เรอ่ื ง “แสงสะทอ้ นจากเงาของกระจก”
3. คลปิ วดี โี อ เร่ือง “การสะทอ้ นแสงภาพบนกระจกเว้า”
จาก https://www.youtube.com/watch?v=hp_yeSXjFkc เวลา 5.49 นาที
4. คลิปวดี ีโอ เรอื่ ง “การสะท้อนแสงบนภาพกระจกนนู ”
จาก https://www.youtube.com/watch?v=S4bACDIsCMo เวลา 5.20 นาที
5. ใบความรู้สำหรบั ผู้จัดกจิ กรรม เรอื่ ง “แสงสะท้อนจากเงาของกระจก”
6. ใบกจิ กรรมของผจู้ ัดกจิ กรรม เรือ่ ง “แสงสะทอ้ นจากเงาของกระจก
7. ใบกจิ กรรมสำหรบั ผูร้ ับบริการ เรือ่ ง “แสงสะท้อนจากเงาของกระจก”
8. วสั ดุ อุปกรณ์ในการทดลอง เร่ือง “แสงสะทอ้ นจากเงาของกระจก”
9. แบบทดสอบหลังเรียน เร่อื ง “แสงสะทอ้ นจากเงาของกระจก”
10. PowerPoint สรุปผลการเรียนรู้ แสงสะท้อนจากเงาของกระจก”
11. แบบประเมินความพึงพอใจสำหรับผู้รับบริการในการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
“แสงสะทอ้ นจากเงาของกระจก”

การวัดและประเมินผล

1. สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ นรว่ ม ความต้ังใจ และความสนใจของผู้รับบรกิ าร
2. ผลการทดสอบกอ่ นและหลังเรยี น

3. ผลการออกแบบและสร้างสรรค์นวัตกรรมและสิง่ ที่ต้องการพฒั นา/ชนิ้ งาน/ผลงาน
4. ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจของผรู้ ับบรกิ าร

คู่มือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน” หน้า | 40
.
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

ผลการใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

1. จำนวนเนอื้ หากับจำนวนเวลา
เหมาะสม
ไม่เหมาะสม

ระบเุ หตผุ ล

2. การเรยี งลำดบั เนอ้ื หากับความเขา้ ใจของผรู้ ับบรกิ าร
เหมาะสม
ไม่เหมาะสม

ระบุเหตุผล

3. การนำเขา้ สู่บทเรียนกบั เนอื้ หาแตล่ ะหวั ข้อ
เหมาะสม

ไมเ่ หมาะสม
ระบุเหตผุ ล

4. วธิ ีการจดั กจิ กรรมการเรยี นร้กู บั เนือ้ หาในแต่ละขอ้
เหมาะสม
ไม่เหมาะสม

ระบุเหตุผล

5. การประเมนิ ผลกบั วตั ถุประสงค์ในแต่ละเนอ้ื หา
เหมาะสม
ไม่เหมาะสม

ระบุเหตผุ ล

คมู่ อื การจดั กิจกรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน” หนา้ | 41

ผลการเรียนรขู้ องผ้รู บั บริการ

ผลการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ของผจู้ ัดกจิ กรรม

ข้อเสนอแนะ

ค่มู อื การจดั กิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตร์พืน้ ฐาน” หน้า | 42

แบบทดสอบก่อนเรยี น
เรือ่ ง แสงสะท้อนจากเงาของกระจก

คำชแี้ จง แบบทดสอบก่อนเรียนเลือกตอบถูกผดิ มจี ำนวน 10 ข้อ

คำสง่ั จงทำเครอ่ื งหมาย () หนา้ ขอ้ ที่ถกู และทำเครอื่ งหมาย (X) หนา้ ขอ้ ทีผ่ ดิ

…………. 1. ประโยชน์เลนส์นนู ใช้ทำแว่นขยายได้
…………. 2. กระเว้าและกระจกนนู เป็นรูปแบบของกระจกโคง้
…………. 3. ภาพที่เกดิ ขน้ึ บนกระจกเกิดจากการสะทอ้ นของแสง
…………. 4. กระจกเว้าและกระจกนูนใหภ้ าพทีเ่ หมอื นกัน
…………. 5. กระจกเว้าไมส่ ามารถนำมาใชป้ ระโยชนอ์ ะไรได้เลย
…………. 6. กระจกเวา้ เปน็ กระจกรวมแสง
…………. 7. กระจกเว้าใหภ้ าพทเ่ี สมือนหัวตัง้ ใหญ่กว่าวตั ถเุ สมอ
…………. 8. รังสที ส่ี ะท้อนออกจากกระจกจะล่ไู ปรวมกันทจ่ี ุดจุดหน่งึ เรยี กวา่ จุดกระจายแสง
…………. 9. กระจกเว้านำมาใช้ประโยชนส์ ำหรบั เปน็ เครื่องมอื ทนั ตแพทย์ใชต้ รวจฟันคนไข้
………….10. กระจกนูนเปน็ กระจกกระจายแสง

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น

1.  2.  3.  4. X 5. X
6.  7. X 8. X 9.  10. 

คมู่ อื การจัดกิจกรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรพ์ ื้นฐาน” หนา้ | 43

ใบความรสู้ ำหรบั ผรู้ ับบรกิ าร
เร่อื ง แสงสะท้อนจากเงาของกระจก

การเรียนรู้ เรื่อง แสงสะท้อนจากเงาของกระจกเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการเกิดภาพ บน

กระจกเว้า และกระจกนูนซึ่งเป็นกระจกที่รังสีตกกระทบ และรังสีสะท้อนอยู่คนละด้าน กระจกเว้า
เปน็ กระจกรวมแสงและกระจกนูนเปน็ กระจกกระจายแสง โดยมรี ายละเอยี ด ดงั นี้

1. ความหมาย และความสำคัญของกระจกเวา้ และกระจกนนู
2. คณุ สมบัตขิ องกระจกเว้าและกระจกนนู
3. ลักษณะการเกดิ ภาพบนกระจกเว้าและกระจกนูน

1. ความหมาย และความสำคัญของกระจกเวา้ และกระจกนนู

กระจกเว้าและกระจกนูนหรอื เรยี กว่ากระจกโค้ง ชนิดของกระจกโคง้ กระจกโค้งแบ่งออกเป็น
2 ชนดิ ไดแ้ ก่ (1) กระจกโค้งออกหรอื กระจกนูน คอื กระจกโค้งท่ีมีผิวสะท้อนแสงอยดู่ า้ นนอกของส่วน

โค้งส่วนผิวดา้ นเวา้ ถูกฉาบด้วยปรอท (2) กระจกโคง้ เขา้ หรอื กระจกเว้า คอื กระจกโค้งที่มีผิวสะท้อน
แสงอยู่ ดา้ นในของส่วนโคง้ ส่วนผวิ ด้านเว้าถูกฉาบดว้ ยปรอท

รปู ภาพ ลักษณะของกระจกนนู และกระจกเวา้
แหล่งทมี่ า : https://sites.google.com/site/lightingandvisibility

จากรูป จดุ C คือ จุดศูนย์กลางของทรงกลมซ่ึงเปน็ จดุ ศนู ยก์ ลางของความโค้งของกระจก
จุด R คือ รัศมขี องทรงกลม เรียกวา่ รศั มีความโค้งของกระจก
จุด V คอื จดุ ท่อี ยบู่ ริเวณก่งึ กลางของผิวกระจกโคง้ เรยี กว่า ขว้ั กระจก
VCV คือ เส้นตรงกลางทลี่ ากผ่านขั้วกระจกและจุด C เรียกว่า เสน้ แกนมขุ สำคญั

คู่มือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน” หน้า | 44

2. คณุ สมบัติของกระจกเวา้ และกระจกนนู

ในชีวิตประจำวนั เราไดร้ ับประโยชนจ์ ากการใช้กระจกโค้งในหลาย ๆ ด้านดังน้ี
1) กระจกนูนมีคุณสมบัติช่วยในการกระจายแสงและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ โดยติด

รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เพื่อดูรถด้านหลังภาพที่เห็นจะอยู่ในกระจกระยะใกล้กว่า เนื่องจาก
กระจกนูนให้ภาพเสมือนหัวตั้งเล็กกว่าวัตถุเสมอ และช่วยให้เห็นมุมมองขอภาพกว้างขึ้นอีกด้วย
นอกจากนก้ี ระจกนนู ยังใชต้ ดิ ต้ังบริเวณทางเลี้ยวเพอ่ื ชว่ ยใหม้ องเหร็ ถยนตท์ วี่ ิง่ สวนทางมา

2) กระจกเว้ามีคุณสมบัติช่วยในการรวมแสงและสมารถนำมาไปใช้ประโยชน์ในการ
ประกอบกับกล้องจุลทรรศน์ เพื่อช่วยรวมแสงไปตกที่แผ่นสไลด์ทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นทำ

กล้องโทรทัศน์ชนิดสะท้อนแสง กล้องโทรทัศน์วิทยุ ทำเตาสุริยะทำจานดาวเทียม เพื่อรับสัญญาณ
โทรทัศน์ ทำจานรบั เรดาร์ นอกจากนส้ี มบตั อิ ยา่ งหน่ึงของกระจกเว้าคอื เมอื่ นำมาส่องดวู ตั ถุใกล้ๆ โดย
ใหร้ ะยะวัตถนุ อ้ ยกวา่ ระยะโฟกัสแล้ว จะไดภ้ าพเสมือน หวั ตั้ง ขนาดใหญ่กวา่ วัตถุ อยู่ข้างหลังกระจก

จึงได้นำสมบัติข้อนี้ของกระจกเว้ามาใช้ท ากระจกสำหรับโกนหนวดหรือกระจกแต่งหน้า และใช้ทำ
กระจกสำหรบั ทนั ตแพทย์ใชต้ รวจฟันคนไข้

การสะท้อนของแสงจากกระจกผิวโคง้

1. กระจกนนู คอื กระจกทีร่ ังสีตกกระทบและรงั สีสะท้อนอยู่คนละดา้ นกบั จดุ ศูนยก์ ลางความโค้ง

รูปภาพ ลักษณะของกระจกนนู และกระจกเว้า
แหลง่ ทม่ี า : https://sites.google.com/site/lightingandvisibility

คมู่ อื การจัดกิจกรรมการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน” หน้า | 45

3. กระจกนูนเป็นกระจกกระจายแสง ถ้าให้รังสีตกกระทบขนานกับแกนมุขสำคัญ รังสีแสง จะ
ถ่างออกหรือกระจายออก โดยรงั สแี สงขนานสะท้อนในทิศทเ่ี สมือนกบั มาจากจดุ โฟกสั ของกระจกนนู

4. กระจกเว้าเปน็ กระจกรวมแสง ถ้าให้รังสีตกกระทบขนานกบั แกนมุขสำคัญ รังสีท่สี ะทอ้ นออก
จากกระจกจะลู่ไปรวมกันที่จุดจุดหนง่ึ เรียกว่า จดุ โฟกัส

3. ลกั ษณะการเกดิ ภาพบนกระจกเว้าและกระจกนนู

1. ภาพที่เกิดจากกระจกโค้ง เกดิ จากการสะทอ้ นของแสง และภาพทเ่ี กิดบนฉากเรยี กว่า ภาพ
จรงิ ภาพจริงจะมีลกั ษณะหวั กลับกบั วัตถสุ ่วนภาพท่ปี รากฏในกระจกโค้งท่เี ป็นภาพหัวตง้ั และเอาฉาก
รับลักษณะของกระจกนูนและกระจกเว้าไม่ได้ เรียกว่าภาพเสมือน กระจกเว้าสามารถให้ทั้งภาพจรงิ
และภาพเสมือน สว่ นกระจกนูนนั้นให้ภาพเสมอื นเพยี งอย่างเดยี ว เม่อื วตั ถอุ ย่ไู กล ๆ เราถือวา่ แสงจาก
วัตถุเป็นรังสีขนาน และเมื่อรังสีตกกระทบกระจกเว้าจะสะท้อนไปรวมกันท่ีจุดโฟกัสซ่ึงเป็นตำแหน่ง
ภาพ ดังนน้ั ระยะจากกระจกเวา้ ถงึ ตำแหน่งภาพก็ คือความยาวโฟกสั ของกระจกเว้านัน้ เอง

2. การเขียนทางเดินของแสงเพ่ือหาตำแหน่งและลักษณะของภาพที่เกิดจากการสะท้อนบน
กระจกโคง้ มีข้ันตอนดงั นี้

2.1) จากจุดปลายของวัตถุ ลากเส้นตรงขนานกับแกนมุขสำคัญไปตกกระทบ ผิวกระจก
แลว้ สะทอ้ นผา่ นจดุ โฟกสั ของกระจกเว้า แตถ่ ้าเปน็ กระจกนนู แนวรังสีสะท้อนจะเสมือนผา่ นจดุ โฟกสั

2.2) จากปลายของวัตถุจุดเดียวกับข้อ 1 ลากเส้นตรงผ่านจุดศูนย์กลางความโค้งของ
กระจกแลว้ สะท้อนกลับทางเดิม

2.3) ตำแหน่งท่ีรังสีสะท้อนไปตดั กนั จะเป็นตำแหนง่ ของภาพจรงิ สว่ นตำแหนง่ ทร่ี งั สี
สะทอ้ นที่เสมอื นไปตัดกนั จะเปน็ ตำแหน่งของภาพเสมอื น

ภาพ ก แสดงรังสสี ะท้อนทผี่ ิวกระจกเงาเว้า ภาพ ข แสดงรังสีสะทอ้ นทผ่ี ิวกระจกเงารปู โคง้ พาราโบลา
แหลง่ ท่ีมา : https://sites.google.com/site/lightingandvisibility

คู่มอื การจัดกจิ กรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน” หนา้ | 46

ใบความรู้สำหรบั ผู้จัดกจิ กรรม
เรอื่ ง แสงสะทอ้ นจากเงาของกระจก

การเรียนรู้เรื่อง แสงสะท้อนจากเงาของกระจกเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการเกิดภาพบน
กระจกเว้า และกระจกนูนซึ่งเป็นกระจกที่รังสีตกกระทบ และรังสีสะท้อนอยู่คนละด้าน กระจกเว้า
เป็นกระจกรวมแสงและกระจกนนู เปน็ กระจกกระจายแสง โดยมรี ายละเอียด ดงั นี้

1. ความหมาย และความสำคัญของกระจกเวา้ และกระจกนูน
2. คุณสมบตั ิของกระจกเว้าและกระจกนูน
3. ลักษณะการเกดิ ภาพบนกระจกเว้าและกระจกนนู

1. ความหมาย และความสำคญั ของกระจกเวา้ และกระจกนูน

กระจกเว้าและกระจกนูนหรอื เรียกวา่ กระจกโคง้ ชนดิ ของกระจกโคง้ กระจกโคง้ แบ่งออกเป็น
2 ชนิด ได้แก่ 1. กระจกโค้งออกหรอื กระจกนนู คอื กระจกโค้งทม่ี ผี วิ สะทอ้ นแสงอยดู่ ้านนอกของส่วน
โค้งส่วนผิวด้านเว้าถูกฉาบด้วยปรอท 2. กระจกโค้งเข้าหรือกระจกเว้า คือ กระจกโค้งทีม่ ีผิวสะท้อน
แสงอยู่ ด้านในของสว่ นโค้ง สว่ นผวิ ด้านเวา้ ถกู ฉาบด้วยปรอท

รปู ภาพ ลกั ษณะของผวิ กระจก
แหล่งที่มา : https://sites.google.com/site/lightingandvisibility

จากรปู จุด C คอื จดุ ศูนยก์ ลางของทรงกลมซง่ึ เปน็ จุดศูนยก์ ลางของความโคง้ ของกระจกดว้ ย
จุด R คอื รศั มขี องทรงกลม เรียกว่า รศั มคี วามโคง้ ของกระจก
จดุ V คอื จุดที่อยู่บริเวณกึง่ กลางของผวิ กระจกโคง้ เรียกว่า ขัว้ กระจก
VCV คอื เส้นตรงกลางท่ีลากผา่ นขวั้ กระจกและจดุ C เรยี กว่า เส้นแกนมขุ สำคัญ

คู่มอื การจดั กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรพ์ ื้นฐาน” หนา้ | 47

2. คณุ สมบตั ิของกระจกเวา้ และกระจกนูน

ในชีวติ ประจำวนั เราไดร้ บั ประโยชน์จากการใชก้ ระจกโค้งในหลาย ๆ ด้านดังนี้
(1) กระจกนูนมีคุณสมบัติช่วยในการกระจายแสงและสามารถนำมาใช้ประโยชน์

ประโยชน์โดยติดรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เพื่อดูรถด้านหลังภาพที่เห็นจะอยู่ในกระจกระยะใกล้กว่า
เนอื่ งจากกระจกนูนใหภ้ าพเสมือนหัวตั้งเลก็ กว่าวัตถเุ สมอ และช่วยให้เห็นมมุ มองขอภาพกว้างข้ึนอีก
ดว้ ย นอกจากนีก้ ระจกนูนยังใช้ตดิ ตัง้ บริเวณทางเลยี้ วเพ่ือชว่ ยใหม้ องเห็รถยนต์ที่วิ่งสวนทางมา

(2) กระจกนูนมีคุณสมบัติช่วยในการนำมาใช้ประโยชน์ในการประกอบกับกล้อง
จุลทรรศน์ เพื่อช่วยรวมแสงไปตกที่แผ่นสไลด์ทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นทำกล้องโทรทัศน์ชนดิ
สะท้อนแสง กล้องโทรทัศน์วิทยุ ทำเตาสุริยะทำจานดาวเทียม เพื่อรับสัญญาณโทรทัศน์ ทำจานรับ
เรดาร์ นอกจากนี้สมบัติอย่างหน่ึงของกระจกเวา้ คือเมื่อนำมาส่องดูวัตถุใกล้ๆ โดยให้ระยะวัตถุน้อย
กว่าระยะโฟกสั แลว้ จะได้ภาพเสมอื น หัวตง้ั ขนาดใหญ่กว่าวัตถุ อยขู่ า้ งหลงั กระจก จึงไดน้ ำสมบัติข้อ
นีข้ องกระจกเว้ามาใช้ท ากระจกสำหรบั โกนหนวดหรือกระจกแต่งหน้า และใชท้ ำกระจกสำหรับทันต
แพทยใ์ ช้ตรวจฟนั คนไข้

การสะทอ้ นของแสงจากกระจกผิวโค้ง

1. กระจกนนู คอื กระจกทีร่ ังสีตกกระทบและรังสีสะทอ้ นอยู่คนละดา้ นกับจดุ ศูนย์กลางความโค้ง

รปู ภาพ ลกั ษณะของกระจกนนู และกระจกเว้า
แหลง่ ท่ีมา : https://sites.google.com/site/lightingandvisibility

คมู่ อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน” หนา้ | 48

3. กระจกนนู เปน็ กระจกกระจายแสง ถา้ ให้รงั สตี กกระทบขนานกบั แกนมุขสำคัญ รงั สแี สงจะ
ถา่ งออกหรือกระจายออก โดยรงั สแี สงขนานสะทอ้ นในทศิ ท่เี สมือนกับมาจากจุดโฟกัสของกระจกนนู

4. กระจกเว้าเป็นกระจกรวมแสง ถ้าให้รังสีตกกระทบขนานกับแกนมุขสำคัญ รังสีที่สะทอ้ น
ออกจากกระจกจะล่ไู ปรวมกันท่ีจดุ จุดหนึ่งเรยี กวา่ จุดโฟกัส

3. ลักษณะการเกิดภาพบนกระจกเวา้ และกระจกนูน

(1) ภาพทีเ่ กดิ จากกระจกโค้ง เกดิ จากการสะท้อนของแสงและภาพท่ีเกิดบนฉากเรยี กว่า ภาพ
จรงิ ภาพจรงิ จะมลี กั ษณะหวั กลบั กบั วัตถุ ส่วนภาพทป่ี รากฏในกระจกโค้งทเี่ ปน็ ภาพหวั ตั้ง และเอาฉาก
รับลักษณะของกระจกนนู และกระจกเว้าไม่ได้เรยี กว่า ภาพเสมือน กระจกเว้าสามารถให้ทั้งภาพจรงิ
และภาพเสมอื น สว่ นกระจกนนู น้ันให้ภาพเสมือนเพยี งอย่างเดียว เม่ือวัตถุอยูไ่ กล ๆ เราถือวา่ แสงจาก
วัตถุเป็นรังสีขนาน และเมื่อรังสีตกกระทบกระจกเว้าจะสะท้อนไปรวมกนั ท่ีจุดโฟกัสซ่ึงเป็นตำแหนง่
ภาพ ดงั นั้นระยะจากกระจกเว้าถงึ ตำแหนง่ ภาพก็ คือความยาวโฟกสั ของกระจกเวา้ นนั้ เอง

(2) การเขยี นทางเดนิ ของแสงเพ่ือหาตำแหน่งและลกั ษณะของภาพที่เกิดจากการสะท้อนบน
กระจกโค้ง มขี นั้ ตอนดงั นี้

1) จากจดุ ปลายของวัตถุ ลากเส้นตรงขนานกับแกนมุขสำคัญไปตกกระทบ ผิวกระจกแล้ว
สะทอ้ นผ่านจุดโฟกัสของกระจกเว้า แต่ถ้าเป็นกระจกนนู แนวรังสีสะทอ้ นจะเสมือนผ่านจดุ โฟกัส

2) จากปลายของวตั ถจุ ุดเดยี วกับข้อ 1 ลากเสน้ ตรงผ่านจุดศูนย์กลางความโคง้ ของกระจก
แลว้ สะทอ้ นกลับทางเดมิ

3) ตำแหนง่ ท่ีรังสสี ะท้อนไปตัดกันจะเป็นตำแหน่งของภาพจรงิ ส่วนตำแหน่งท่ีรงั สี
สะท้อนทีเ่ สมอื นไปตดั กนั จะเปน็ ตำแหนง่ ของภาพเสมอื น

ค่มู อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน” หน้า | 49

ใบกิจกรรมสำหรบั ผูจ้ ดั กจิ กรรม
เรอ่ื ง แสงสะทอ้ นจากเงาของกระจก

คำชี้แจง ให้ผู้จดั กิจกรรมดำเนนิ การ ดงั น้ี

(1) ผู้จดั กจิ กรรมอธิบายและสาธิตการทดลอง เร่ือง “การปฏบิ ัตกิ ารทดลองแสงสะท้อนจาก

เงาของกระจก”ตามใบกิจกรรมสำหรบั ผู้จดั กิจกรรม เรื่อง “การปฏิบัตกิ ารทดลองแสงสะท้อนจากเงา
ของกระจก” พร้อมทัง้ ให้ผูร้ ับบริการรว่ มปฏิบตั ิในการสาธิตของผจู้ ัดกิจกรรมด้วย ท้ังนี้เปิดโอกาสให้
ผู้รับบริการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยให้ผู้รับบริการตั้งประเด็นข้อสงสัย หรือสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ใน

กระบวนการของการสาธติ และเช่ือมโยงสูก่ ารนำไปใช้ในชวี ิตจริงของผู้รบั บรกิ ารตอ่ ไป
(2) แบ่งผูร้ บั บรกิ ารออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5 - 6 คน ให้ผรู้ ับบริการแตล่ ะกลุ่มลงมือปฏิบัติ

จริงโดยผรู้ ับบริการแต่ละกลุ่มวางแผนและดำเนินการเกี่ยวกับการทดลอง เรือ่ ง “แสงสะท้อนจากเงา
ของกระจก”ตามใบกิจกรรมของผู้รับบริการ เรื่อง “การปฏิบัติการทดลองแสงสะท้อนจากเงาของ
กระจก”

ทั้งนี้ ผู้จัดกิจกรรมเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ให้กับผู้รับบริการในการทดลอง เรื่อง “การ
ปฏิบัติการทดลองแสงสะท้อนจากเงาของกระจก”ตามใบกิจกรรมสำหรับผู้จัดกิจกรรม เรื่อง “การ

ปฏบิ ัติการทดลองแสงสะทอ้ นจากเงาของกระจก
(3) ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มตามข้อ 2 ปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรม เรื่อง “การ

ปฏิบตั ิการทดลองแสงสะทอ้ นจากเงาของกระจก”

ทั้งนี้ ผู้จัดกิจกรรมจะต้องกำกับการปฏิบัติกิจกรรมของผู้รับบริการจนกิจกรรมแล้วเสรจ็
ตามใบกิจกรรมสำหรบั ผู้จัดกิจกรรม เรอ่ื ง “การปฏิบัติการทดลองเร่ืองแสงสะท้อนจากเงาของกระจก

(4) ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทดลอง เรื่อง “การปฏิบัติการทดลองการ
สะท้อนของแสงและภาพที่เกิดจากตัวสะท้อนผิวโค้ง” ตามใบกิจกรรมของผู้รับบริการ เรื่อง “การ
ปฏบิ ตั ิการทดลองแสงสะท้อนจากเงาของกระจก

(5) ผู้จดั กจิ กรรมและผรู้ บั บรกิ ารอภิปรายและสรุปผลการเรียนรู้รว่ มกัน

คู่มอื การจัดกิจกรรมการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตรพ์ ื้นฐาน” หนา้ | 50

การอธิบายและสาธิตการทดลอง
เรอื่ ง แสงสะท้อนจากเงาของกระจก

1. อุปกรณใ์ นการทำการทดลอง

(1) เครอ่ื งอปุ กรณ์วิทยาศาสตร์ “กระจกนูน กระจกเว้า”

2. วิธีดำเนินการทดลอง

วิธีการทดลอง
ใหผ้ รู้ ับบรกิ ารยืนอย่หู น้ากระจกเวา้ และกระจกนูน

และสงั เกตภาพท่ไี ดเ้ หมือนหรอื แตกต่างกนั

3. ผลการทดลอง

ตารางบันทกึ ผลการทดลอง

การทดลอง การเปลี่ยนแปลง

1. ยืนอย่หู น้ากระจกเวา้ เมื่อเรายืนอยหู่ นา้ กระจกเว้าเราจะเหน็ ภาพหวั กลบั

2. ยืนอยหู่ น้ากระจกนนู เมอ่ื เรายนื อย่หู น้ากระจกนูนเราจะเห็นภาพหวั ตั้งตวั ใหญ่กวา่ วตั ถุ

4. สรปุ ผลการทดลอง

แนวคำตอบ จากการทดลองพบวา่ แสงมีแนวการเคลอ่ื นทเ่ี ป็นเสน้ ตรง แตเ่ มือ่ แสงเคลอ่ื นท่ีไป
พบสิ่งกีดขวาง เรียกว่ารอยต่อระหว่างตัวกลางจะมีผลให้แนวทางการเคลื่อนที่ของแสงเปลี่ยนไปส่วน
ของแสงท่ไี ม่สามารถผา่ นตัวกลางไปได้จะเกิดการสะท้อนของแสง และเปน็ ไปตามกฎการสะท้อนของ

แสง คือ 1. รังสีตก กระทบ เส้นแนวฉาก และรังสีสะท้อน อยู่ในระนาบเดียวกัน 2. มุมตกกระทบ
เท่ากบั มุมสะทอ้ น ณ ตำแหนง่ ที่แสงตกกระทบ จึงใหภ้ าพท่อี อกมาแตกตา่ งกัน

คมู่ อื การจัดกิจกรรมการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรพ์ ื้นฐาน” หนา้ | 51

คำถามท้ายการทดลอง

1. เมอ่ื เรายนื อยู่หนา้ กระจกเว้าจะสงั เกตภุ าพในกระจกมีลักษณะอยา่ งไร
แนวคำตอบ เกิดภาพหวั กลบั ขนาดเท่ากับวัตถุ

2. เมอ่ื เรายนื อย่หู นา้ กระจกนูนจะสังเกตภุ าพในกระจกมลี กั ษณะอย่างไร
แนวคำตอบ เกิดภาพหัวตง้ั ขนาดเล็กกวา่ วัตถุ

3. จากหลักการการสะท้อนของกระจกเว้าสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรได้บ้าง
แนวคำตอบ กระจกเว้า มีคุณสมบัติสามารถช่วยในการรวมแสงและสามารถนำมาใช้

ประโยชน์ในการประกอบกบั กลอ้ งจุลทรรศน์ชว่ ยใหเ้ รามองเห็นในสงิ่ ทเี่ ล็ก ๆ ท่ไี ม่สามารถมองเห็นได้
ด้วยตาเปลา่ เชน่ จลุ ินทรีย์ เซลลเ์ มด็ เลอื ด
4. จากหลักการการสะทอ้ นของกระจกนนู สามารถนำไปใช้ประโยชนอ์ ย่างไรได้บา้ ง

แนวคำตอบ กระจกนูนมีคุณสมบัติช่วยในการกระจายแสง และสามารถนำมาใช้ประโยชน์
โดยติดรถยนต์ รถจกั รยานยนต์ เพอ่ื ดรู ถจากทางด้านหลังเพ่ือใหส้ ามารถมองเห็นภาพได้
5. เพราะเหตุใดภาพที่เกดิ ในกระจกเว้าจงึ มขี นาดท่แี ตกต่างกัน

แนวคำตอบ เพราะเมื่อแสงตกกระทบกับผิวของกระจกที่ไม่เท่ากันทำให้ภาพที่ออกมา
แตกต่างกัน

ค่มู ือการจัดกิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน” หน้า | 52

ใบกิจกรรมสำหรับผรู้ ับบรกิ าร
เรือ่ ง แสงสะทอ้ นจากเงาของกระจก

คำชแ้ี จง ให้ผู้รับบรกิ ารดำเนนิ การ ดงั นี้

(1) ผู้รับบรกิ ารร่วมปฏิบัติในการสาธิตการทดลอง เรือ่ ง “การปฏิบตั กิ ารทดลองแสงสะท้อน
จากเงาของกระจก” ของผู้จดั กจิ กรรม

(2) แบง่ ผูร้ ับบริการออกเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 5 - 6 คน ใหผ้ รู้ บั บริการแตล่ ะกลมุ่ ลงมอื ปฏิบัติจริง
โดยผู้รับบริการแต่ละกลุ่มวางแผนและดำเนินการเกี่ยวกับการทดลอง เรื่อง “การปฏิบัติการทดลอง
แสงสะท้อนจากเงาของกระจก”

(3) ให้ผู้รับบริการแต่ละกลุ่มตามข้อ 2 ปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรม เรื่อง “แสงสะท้อน
จากเงาของกระจก”

(4) ใหผ้ ู้รบั บรกิ ารแต่ละกลุม่ นำเสนอผลการทดลอง เรอ่ื ง “การปฏิบตั กิ ารทดลองแสงสะท้อน
จากเงาของกระจก”

(5) ใหผ้ รู้ ับบริการแตล่ ะกล่มุ ตอบคำถามท้ายการทดลอง
(6) ผ้จู ดั กจิ กรรมและผรู้ ับบรกิ ารอภิปรายและสรปุ ผลการเรยี นรรู้ ่วมกัน

คู่มอื การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรพ์ ื้นฐาน” หน้า | 53

การทดลอง
เรือ่ ง “แสงสะท้อนจากเงาของกระจก”

1. อุปกรณ์ในการทำการทดลอง

1. เครื่องอุปกรณว์ ิทยาศาสตร์ “กระจกเวา้ กระจกนนู ”

2. วธิ ีดำเนนิ การทดลอง

วิธกี ารทดลอง
ใหผ้ ูร้ ับบริการยืนอย่หู นา้ กระจกเวา้ และกระจกนนู
และสงั เกตภาพที่ได้เหมอื นหรอื แตกต่างกนั

3. ผลการทดลอง การเปล่ยี นแปลง

ตารางบันทกึ ผลการทดลอง

การทดลอง

4. สรุปผลการทดลอง

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

คูม่ ือการจดั กจิ กรรมการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตร์พื้นฐาน” หน้า | 54

คำถามทา้ ยการทดลอง

1. เมอื่ เรายืนอยู่หน้ากระจกเว้าจะสงั เกตุภาพในกระจกมลี กั ษณะอย่างไร
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2. เม่ือเรายืนอยหู่ นา้ กระจกนนู จะสงั เกตุเห็นภาพในกระจกมลี กั ษณะอยา่ งไร
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

3. จากหลกั การการสะท้อนของกระจกเว้าสามารถนำไปใชป้ ระโยชน์อย่างไรไดบ้ า้ ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

4. จากหลักการการสะท้อนของกระจกนูนสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรได้บ้าง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

5. เพราะเหตใุ ดภาพท่ีเกดิ ในกระจกเวา้ จึงมีขนาดท่ีแตกต่างกนั
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

คมู่ อื การจดั กิจกรรมการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน” หนา้ | 55

แบบทดสอบหลังเรียน

ตอนที่ 2 แบบเลือกตอบถกู ผิด จำนวน 10 ขอ้
คำส่ัง จงทำเครอ่ื งหมาย ( ) หน้าข้อท่ถี กู และทำเครือ่ งหมาย ( X ) หน้าข้อท่ผี ดิ

…………. 1. ประโยชนเ์ ลนส์นนู ใช้ทำแว่นขยายได้
…………. 2. กระเว้าและกระจกนนู เป็นรูปแบบของกระจกโคง้

…………. 3. ภาพที่เกดิ ขึน้ บนกระจกเกดิ จากการสะท้อนของแสง
…………. 4. กระจกเวา้ และกระจกนูนใหภ้ าพทเ่ี หมอื นกัน

…………. 5. กระจกเวา้ ไม่สามารถนำมาใชป้ ระโยชน์อะไรไดเ้ ลย
…………. 6. กระจกเว้าเปน็ กระจกรวมแสง
…………. 7. กระจกนูนเป็นกระจกกระจายแสง

…………. 8. รังสที สี่ ะทอ้ นออกจากกระจกจะลู่ไปรวมกนั ท่จี ุดจดุ หน่ึงเรียกวา่ จุดกระจายแสง
…………. 9. กระจกเว้านำมาใชป้ ระโยชนส์ ำหรับเปน็ เคร่ืองมือทันตแพทยใ์ ช้ตรวจฟันคนไข้

………….10. กระจกเวา้ ใหภ้ าพท่ีเสมอื นหวั ต้ังใหญก่ วา่ วัตถุเสมอ

เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน

1.  2.  3.  4. X 5. X
6.  7.  8. X 9.  10. X

ค่มู อื การจดั กิจกรรมการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน” หนา้ | 56

PowerPoint สำหรับผจู้ ัดกจิ กรรม
การสรปุ ผลการเรยี นรู้ เร่อื ง “แสงสะทอ้ นจากเงาของกระจก”

ค่มู อื การจดั กิจกรรมการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรพ์ ื้นฐาน” หนา้ | 57

ค่มู อื การจดั กิจกรรมการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรพ์ ื้นฐาน” หนา้ | 58

คมู่ ือการจดั กิจกรรมการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน” หน้า | 59

บทสรปุ ประกอบ PowerPoint สำหรบั ผ้จู ัดกิจกรรม
เร่อื ง เสียงและการเกิดเสยี ง

จากวัตถุประสงค์ท่ีกำหนดตามแผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ จำนวน 4 ขอ้ สรุปได้ดังน้ี

1. ความหมาย และความสำคญั ของกระจกเวา้ และกระจกนนู

กระจกเว้าและกระจกนูนหรือเรียกว่ากระจกโค้ง ชนิดของกระจกโค้งกระจกโค้งแบ่ง
ออกเปน็ 2) ชนดิ ได้แก่

(1) กระจกโค้งออกหรือกระจกนูน คือกระจกโค้งที่มีผิวสะท้อนแสงอยู่ด้านนอกของส่วน
โคง้ ส่วนผิวด้านเว้าถกู ฉาบดว้ ยปรอท

(2) กระจกโคง้ เข้าหรอื กระจกเว้า คือ กระจกโคง้ ที่มีผวิ สะท้อนแสงอยู่ด้านในของส่วนโค้ง
สว่ นผวิ ดา้ นเวา้ ถกู ฉาบด้วยปรอท

2. คุณสมบตั ขิ องกระจกเวา้ และกระจกนนู

ในชวี ติ ประจำวนั เราได้รับประโยชน์จากการใชก้ ระจกโค้งในหลาย ๆ ด้านดังน้ี
1) กระจกนูนมีคุณสมบัติช่วยในการกระจายแสงและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ โดยติด

รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เพื่อดูรถด้านหลังภาพที่เห็นจะอยู่ในกระจกระยะใกล้กว่า เนื่องจาก
กระจกนูนให้ภาพเสมือนหัวตั้งเล็กกว่าวัตถุเสมอ และช่วยให้เห็นมุมมองขอภาพกว้างขึ้นอีกด้วย

นอกจากนีก้ ระจกนูนยังใช้ติดตง้ั บรเิ วณทางเล้ยี วเพื่อช่วยใหม้ องเห็รถยนตท์ วี่ ่ิงสวนทางมา
2) กระจกเว้ามีคุณสมบัติชว่ ยในการรวมแสงและสมารถนำมาไปใชป้ ระโยชน์ในการประกอบ

กับกลอ้ งจุลทรรศน์ เพื่อช่วยรวมแสงไปตกท่ีแผ่นสไลด์ทำใหม้ องเห็นภาพขนาดเล็กไดช้ ดั เจนขึ้น

3. ลักษณะการเกิดภาพบนกระจกเว้าและกระจกนูน

1) ภาพทเ่ี กิดจากกระจกโคง้ เกดิ จากการสะทอ้ นของแสง และภาพทีเ่ กดิ บนฉากเรียกว่า ภาพ
จริง ภาพจริงจะมีลักษณะหัวกลับกับวตั ถุส่วนภาพที่ปรากฏในกระจกโค้งท่ีเปน็ ภาพหัวตัง้ และเอาฉาก

รับลักษณะของกระจกนูนและกระจกเว้าไม่ได้ เรียกว่าภาพเสมือน กระจกเว้าสามารถให้ทั้งภาพจรงิ
และภาพเสมือน สว่ นกระจกนนู นนั้ ใหภ้ าพเสมือนเพยี งอย่างเดยี ว เมือ่ วัตถุอยไู่ กล ๆ เราถอื วา่ แสงจาก

วัตถุเป็นรังสีขนาน และเมื่อรังสตี กกระทบกระจกเวา้ จะสะท้อนไปรวมกันที่จุดโฟกัสซึ่งเป็นตำแหนง่
ภาพ ดงั นนั้ ระยะจากกระจกเวา้ ถึงตำแหนง่ ภาพก็ คอื ความยาวโฟกัสของกระจกเวา้ นั้นเอง

4. สรปุ ผลการทดลอง

แนวคำตอบ จากการทดลองพบว่าแสงมีแนวการเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง แต่เมื่อแสงเคลื่อนทีไ่ ปพบสิง่
กีดขวาง เรียกว่ารอยต่อระหว่างตัวกลางจะมีผลให้แนวทางการเคลื่อนที่ของแสงเปลี่ยนไปส่วนของ

แสงท่ไี มส่ ามารถผ่านตัวกลางไปไดจ้ ะเกิดการสะท้อนของแสง และเปน็ ไปตามกฎการสะทอ้ นของแสง
คือ 1. รังสตี กกระทบ เสน้ แนวฉาก และรงั สีสะทอ้ น อยู่ในระนาบเดยี วกัน 2. มุมตกกระทบเท่ากับมุม
สะท้อน ณ ตำแหน่งทแ่ี สงตกกระทบ จึงให้ภาพท่ีออกมาแตกตา่ งกัน

คู่มอื การจัดกิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตร์พ้นื ฐาน” หน้า | 60

แบบประเมนิ ความพงึ พอใจของผรู้ ับบรกิ ารในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ฐานการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตรพ์ ้นื ฐาน เรื่อง เสียงและการเกดิ เสยี ง

คำช้แี จง กรุณาตอบแบบสอบถามโดยทำเครื่องหมาย () หรือเติมข้อความ ในช่องว่างตามความ

เปน็ จรงิ เพื่อใช้เป็นข้อมลู ในการพัฒนาและปรบั ปรงุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

ตอนที่ 1 ข้อมลู ทวั่ ไป

1. เพศ ชาย  หญิง

2. อายุ  ตำ่ กวา่ 11 ปี  11 - 20 ปี  21 - 30 ปี

 31 – 40  41-50 ปี 50 ปี ข้นึ ไป

3. ประเภทผูร้ ับบริการ

นกั เรียน/นักศึกษาในระบบ  นักศึกษานอกระบบ

ประชาชนท่ัวไป  อนื่ ๆ……………………

4. ระดบั การศึกษา

 ประถมศกึ ษา  มัธยมศึกษาตอนต้น

 มัธยมศึกษาตอนปลาย  อาชีวศกึ ษา

 ปริญาตรี  สูงกว่าปริญาตรี

ตอนท่ี 2 ระดบั ความพึงพอใจท่มี ีต่อกิจกรรมการเรียนรแู้ ละการให้บรกิ าร

รายการ มากทส่ี ดุ ระดบั ความพงึ พอใจ น้อย
(5) ทส่ี ุด
มาก ปาน น้อย
(4) กลาง (2) (1)

(3)

ด้านความร้คู วามเข้าใจ

1. ความร้คู วามเข้าใจในเรื่องน้ี กอ่ น การจดั กิจกรรม
2. ความร้คู วามเข้าใจในเร่ืองนี้ หลงั การจัดกิจกรรม
ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
1. รปู แบบ/กระบวนการจดั กิจกรรม
2. กิจกรรมทจ่ี ัดเหมาะสมกบั ผู้รับบริการ
3. สาระความรู้ทไ่ี ด้รบั
4. ส่อื การเรียนร/ู้ แหล่งเรียนรู้
5. การมีส่วนร่วมของผรู้ ับบรกิ าร
6. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม
7. ผูร้ บั บริการสามารถนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

คู่มือการจดั กิจกรรมการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน” หน้า | 61

ด้านการให้บรกิ ารและผู้จัดกจิ กรรม มากท่สี ดุ ระดับความพึงพอใจ นอ้ ย
(5) ที่สุด
รายการ มาก ปาน น้อย
(4) กลาง (2) (1)
8. การจดั บรรยากาศเออื้ ต่อการเรียนรู้
9. การใหบ้ รกิ ารของเจ้าหนา้ ท่ี (3)
10. การบรรยายและการตอบคำถามที่ชดั เจนของ
ผู้จัดกจิ กรรม

ตอนที่ 3 ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เติม
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………..................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ขอขอบคุณสำหรับความรว่ มมอื ในการตอบประเมินความพึงพอใจ
ศนู ยว์ ิทยาศาสตรเ์ พอ่ื การศกึ ษาพระนครศรีอยุธยา

คมู่ ือการจัดกจิ กรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน” หนา้ | 62

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรขู้ องผรู้ บั บริการ

ชือ่ โครงการ/กิจกรรม

ช่ือโรงเรียน/สถานศึกษา
ชอ่ื หวั หน้าโครงการ/กจิ กรรม.

คำชีแ้ จง ใหผ้ ปู้ ระเมนิ ทำเครื่องหมาย / ลงในช่องระดบั พฤติกรรมของผูร้ ับบรกิ าร โดยมีเกณฑ์ระดับ

คณุ ภาพ การประเมนิ ดงั น้ี

5 มพี ฤตกิ รรมการเรียนรู้ มากที่สุด 4 มพี ฤตกิ รรมการเรียนรู้ มาก

3 มพี ฤตกิ รรมการเรียนรู้ ปานกลาง 2 มีพฤตกิ รรมการเรียนรู้ นอ้ ย

1 มพี ฤติกรรมการเรียนรู้ นอ้ ยที่สดุ

คะแนนเฉลีย่ รอ้ ยละ เกณฑก์ ารพิจารณาระดบั คณุ ภาพ
คะแนนเฉลี่ยร้อยละ
คะแนนเฉลีย่ รอ้ ยละ 0 - 50 ระดับคุณภาพ ปรบั ปรุง
50 -69 ระดบั คุณภาพ พอใช้
คะแนนเฉล่ียร้อยละ 70 -79 ระดบั คณุ ภาพ ดี
คะแนนเฉลี่ยรอ้ ยละ
80– 89 ระดบั คณุ ภาพ ดีมาก
90 - 100 ระดบั คณุ ภาพ ดเี ยยี่ ม

พฤติกรรมการเรียนรู้ ระดับพฤติกรรม
54321
1. ความต้งั ใจในการทำงาน
2. ความรับผดิ ชอบ
3. ความกระตอื รอื รน้
4. การตรงตอ่ เวลา
5. ผลสำเร็จของงาน
6. การทำงานรว่ มกับผ้อู ืน่
7. มีความคิดรเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์
8. มีการวางแผนในการทำงาน
9. การมสี ่วนรว่ มในการแสดงความคดิ เห็นในกลุ่ม
10. การมสี ่วนร่วมในการแกไ้ ขปญั หาในกลุม่

ลงช่ือ......................................................................ผู้ประเมิน
………............../.............................../.....................

คมู่ อื การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดล้อม ฐานการเรยี นรู้ “วิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน” หนา้ | 63

บรรณานุกรม

เกษม จันทร์แก้ว. (2548). การสะท้อนของแสง,หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน
วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5 กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพค์ ุรุ
สภาลาดพร้าว.
เจริญทัศน์ สมรภมู ิท้าทาย. (มปป.) คู่มอื แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ป.5

กรงุ เทพฯ : บรษิ ทั อักษรเจรญิ ทัศน์ อจท.จำกดั .
บรู ชัย ศิริมหาสาคร. (2547). : คมู่ อื แผนการจดั การเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ป. 5

กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์องคก์ ารรบั สง่ สินค้าและพสั ดภุ ัณฑ์ ร.ส.พ.
พิมพนั ธ์ เดชะคปุ ต์.(2548). หนงั สอื เรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐานวิทยาศาสตร์ม.2.

กรุงเทพฯ : พฒั นาคณุ ภาพวิชาการ พว.
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.(2562).บทเรยี นออนไลน์การได้ยนิ เสยี งตัวกลางของเสียง

คน้ เมื่อ 5 มิถนุ ายน 2564,
จาก https://www.youtube.com/watch?v=9SH33W0QZu0&t=317s
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.(2562).บทเรยี นออนไลน์แหล่งกำเนดิ เสียง คน้ เมอ่ื 11 มิถนุ ายน 2564
จาก https://www.youtube.com/watch?v=efWvluiHB9U
กระทรงศกึ ษาธกิ าร. (2563). การเกดิ ภาพบนกระจกเวา้ และการเกิดภาพบนกระจกนนู
บทเรียนออนไลน์ กระทรวงศกึ ษาธิการ คน้ เม่ือ 24 มถิ นุ ายน 2564
จาก https://www.youtube.com/watch?v=S1A6M3V9W2g
สมัชญา มาตย์ทิพย์ 2561 ฟิสิกส์แสงและการมองเห็น การเกิดภาพบนกระจกเว้าและกระจกนูน
ค้นเม่ือ 20 มถิ ุนายน 2564
จาก https://sites.google.com/site/2pntbw/kar-sathxn-khxng-saeng-reflection
สุพนั ธ์ สนั ติ.(2563).ความแตกตา่ งระหว่างกระจกเวา้ และกระจกนูน ค้นเม่อื 20 มถิ ุนายน 2564
จาก https://th.gadget-info.com/difference-between-convex

คมู่ อื การจดั กจิ กรรมการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตร์พื้นฐาน” หน้า | 64

ที่ปรกึ ษา คณะผจู้ ดั ทำ

นางร่งุ อรณุ ไสยโสภณ รักษาการในตำแหน่ง
ผู้เชีย่ วชาญเฉพาะดา้ นส่งเสรมิ มาตรฐานการศกึ ษานอกโรงเรียน
นางอัญชรา หวังวรี ะ ครู รกั ษาการในตำแหนง่
ผู้อำนวยการศนู ย์วิทยาศาสตร์เพอื่ การศกึ ษาพระนครศรอี ยุธยา
คณะทำงาน
ครชู ำนาญการพิเศษ
นางอัญชรา หวงั วีระ ครชู ำนาญการพิเศษ
นางสาวขวัญกมล แก้วคง ครู
นางสาวขวญั อสิ รา ทองโคตร ครู
นางเสาวนีย์ เสระพล ครผู ู้ช่วย
นางสาวทิพวรรณ ผา่ นเมอื ง พนกั งานำชม ระดบั ส2/หวั หนา้
นายสมชาย แก้วเขยี ว นักวชิ าการเงนิ และบัญชี
นางสาวศริ วิ รรณ ศิริทรพั ย์ นกั วชิ าการพสั ดุ
นางประพฒั สร พนั ธ์ธุ นโสภณ นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน
นายอานนท์ ดิษฐ์จาด เจ้าพนักงานธรุ การ
นางสาวกมลชนก ตะสารกิ า นกั วิชาการวิทยาศาสตรศ์ ึกษา
นายอนุกูล เมฆสทุ ัศน์ นกั วชิ าการวทิ ยาศาสตรศ์ ึกษา
นางสาวปรางคแ์ ก้ว แหลมสุข นักวิชาการวทิ ยาศาสตรศ์ กึ ษา
นายเดชา พูลสวสั ดิ์ นักวชิ าการวิทยาศาสตรศ์ ึกษา
นางวฒั นา สรุ ยิ ะ นกั วชิ าการวทิ ยาศาสตรศ์ กึ ษา
นายณัฐวุฒิ รอตเกษม นักวิชาการวิทยาศาสตรศ์ ึกษา
นายฐาปนกิ ผาสุกะกุล
พนกั งานำชม ระดบั ส2/หวั หนา้
เขยี นและเรียบเรียง นักวชิ าการวทิ ยาศาสตร์ศึกษา

นายสมชาย แก้วเขยี ว รกั ษาการในตำแหน่ง
นายวฒั นา สรุ ิยะ ผเู้ ช่ยี วชาญเฉพาะดา้ นส่งเสรมิ มาตรฐานการศึกษานอกโรงเรยี น
ครชู ำนาญการพเิ ศษ
บรรณาธิการกิจ ครูผชู้ ว่ ย
นางรงุ่ อรณุ ไสยโสภณ
พนักงานำชม ระดับ ส2/หวั หนา้
นางอัญชรา หวงั วีระ นกั วิชาการวิทยาศาสตร์ศกึ ษา
นางสาวทิพวรรณ ผ่านเมือง

ออกแบบปกและรูปเลม่

นายสมชาย แก้วเขยี ว
นางวฒั นา สุริยะ

ค่มู ือการจดั กิจกรรมการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ฐานการเรียนรู้ “วิทยาศาสตร์พื้นฐาน” หนา้ | 65

เอกสารลำดับท่ี 10/2564 จัดพิมพโ์ ดยศูนยว์ ทิ ยาศาสตรเ์ พ่อื การศึกษาพระนครศรีอยธุ ยา
อำเภอพระนครศรอี ยธุ ยา จงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยา โทร 035-352558 โทรสาร 035-352559

ค่มู อื การจดั กิจกรรมการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และส่งิ แวดลอ้ ม ฐานการเรียนรู้ “วทิ ยาศาสตรพ์ ื้นฐาน” หนา้ | 66


Click to View FlipBook Version