11. แนวทางการพัฒนาในอนาคต 98
การพัฒนาคู่มือการติดตามตัวชี้วัดงบประมาณแผ่นดิน ในระบบ BB-EVMIS เป็นการต่อ
ยอดจากร่างคู่มือที่ฝ่ายติดตามงบประมาณและสารสนเทสได้จัดทำเป็นร่างคู่มือเบื้องต้นเพื่อ
แก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อให้หน่วยงานสามารถรายงานผลได้ตรงตามกำหนดปฏิทินและข้อมูลถูกต้อง
โดยคู่มือฉบับนี้นายกิตติพัฒน์ บัวเล็กได้ดำเนินการนำผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ไปใช้เป็น
งานวิจัย เรื่อง การพัฒนาคู่มือการติดตามตัวชี้วัดงบประมาณแผ่นดิน ในระบบ BB-EVMIS :
Development the work manual for System usage BB-EVMIS
องค์ความรู้ 19 แอพพลิเคชั่น Video Conference ที่สนับสนุนการเรียนการสอนออนไลน์
มหาวิทยาลยั ราชภัฏสวนสุนันทา
ประเภท องค์ความรู้
หน่วยงาน คณะวทิ ยาการจัดการ
99
ชมุ ชนนกั ปฏบิ ตั ิ (Community of Practice : CoP)
กลมุ่ การจดั การเทคโนโลยสี ารสนเทศ (IT) กลมุ่ ย่อย เทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่อื การปฏบิ ัตงิ าน
หัวขอ้ การจัดการความรู้ (KM) เทคโนโลยสี ารสนเทศเพอื่ การปฏิบตั งิ าน
แอพพลเิ คชัน่ Video Conference ทส่ี นบั สนนุ เลขทเี่ อกสาร (ถ้าม)ี
การเรียนการสอนออนไลน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ วนั ทรี่ ายงาน 22 กนั ยายน 2564
สวนสุนนั ทา
การจัดการเรยี นการสอน คณบด/ี หัวหนา้ สำนกั งาน/ จัดทำโดย
การวจิ ัย ผู้อำนวยการ หวั หน้าฝา่ ย
การพัฒนาการปฏบิ ัติงาน นายกฤษณ์ปกรณ์
ผศ.ดร.สมศกั ดิ์ นางสาวจณิ ห์จฑุ า บุญมา
คล้ายสงั ข์ ศรเี หรา
1. ความเปน็ มาและเหตุผล/สภาพปญั หาและอปุ สรรค
กลุ่มการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) กลุ่มย่อย เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการ
ปฏิบัติงาน ได้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เกิดการระบาดของไวรัส Covid-19 และยังมีความ
จำเป็นที่ต้องเพิ่มระยะห่างทางสังคมระหว่างกันของบุคลากรและนักศึกษา แต่ยังคงต้องดำเนิน
กิจกรรมทางการศึกษาต่อไป ทำให้มีแนวคิดที่จะศึกษาการใช้งานแอพพลิเคชั่น Video Conference
ที่สนับสนุนการเรียนการสอนออนไลน์ เพื่อเพิ่มระยะห่างให้กับนักศึกษาและบุคลากรภายใน
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จึงได้ศึกษาประสิทธิภาพและความเหมาะสมของแอพพลิเคชั่น ใน
การผลิตสื่อวิดีโอเพื่อใช้สำหรับหรับการเรียนการสอนรวมไปถึงการประชาสัมพันธ์ในสื่อสังคม
ออนไลน์ของมหาวิทยาลัยฯ รวมถึงขั้นตอนการปฏิบัติอย่างถูกวิธี เพื่อลดขั้นตอน ลดระยะเวลา และ
นวัตกรรมใหม่ๆ มาสกู่ ารปฏบิ ัติงานได้อย่างมีประสทิ ธผิ ลและประสทิ ธิภาพมากยิ่งข้ึน และเผยแพร่ใน
การปฏบิ ัติงานให้ผู้อนื่ ได้เรยี นรตู้ ่อไป
2. วตั ถุประสงค์
2.1 เพือ่ ใหบ้ คุ ลากรสายสอนและสายสนับสนนุ สามารถนำคูม่ อื ไปปฏบิ ตั งิ านไดจ้ ริง
2.2 เพ่ือให้เปน็ แอพพลิเคชนั่ ทางเลอื กในการสร้างสือ่ โซเชยี ลมเิ ดียในการใหค้ วามรู้
3. ลักษณะงานทีป่ ฏิบตั ิ
3.1 สภาพการปฏบิ ัตงิ านเดิม
ยังไมม่ ี คูม่ อื OBS ในการปฏบิ ัตงิ าน ทำให้การทำงานลา่ ช้า
3.2 สภาพการปฏิบัตงิ านใหม่
มคี มู่ อื OBS เป็นแนวทาง สามารถลดระยะเวลาและข้นั ตอนในการปฏิบตั ิงานได้
4. แนวคดิ /ขนั้ ตอน/วิธกี าร (สรปุ ) 100
การลดขน้ั ตอน/ระยะเวลาการดำเนินงาน
ลดตน้ ทนุ คา่ ใชจ้ ่ายในการดำเนินงาน
พัฒนาคณุ ภาพชีวติ ในการทำงาน
สร้างประโยชน์และความพงึ พอใจแกผ่ รู้ บั บรกิ าร
5. ขอ้ ควรระวงั (ถ้ามี)
-
6. เคลด็ ลับ/เทคนคิ พิเศษ (Tips and Tricks)
6.1 การอธบิ ายคมู่ ือมคี วามละเอียดยอ่ ยลงลึกไปจนถึง Menu ตา่ ง ๆ
6.2 มีขนั้ ตอนการ Live Streaming ผา่ น Facebook และ YouTube
7. ผลของการดำเนนิ งาน (Output)
7.1 ประชุมกลุ่มย่อยเพื่อหาแนวทางการจัดทำ คู่มือ การใช้งานโปรแกรม OBS (Open
Broadcaster Software Studio)
7.2 ถอดองค์ความรู้จากบุคลากรภายในกลุ่ม โดยนำปัญหาที่พบเจอในสถานการณ์ปัจจุบัน
มาค้นคว้าหาแอพพลิเคชั่นที่สนับสนุนการทำงานแบบออนไลน์ จากนั้นนำแอพพลิเคชั่นมา
เปรียบเทียบหาข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละแอพพลิเคชั่น เมื่อได้แอพพลิเคชั่นที่เหมาะสมและ
ครอบคลุมตรงตามความต้องการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงลงมือทดลองใช้งานแอพพลิเคชั่นด้วย
ตนเอง กลั่นกรองปัญหาที่พบหาแนวทางการแก้ปัญหาโดยการร่วมประชุมสมาชิกกลุ่ม เมื่อได้
ข้อสรุปและข้อเสนอแนะจากผู้ทรงจึงลงมือปฏิบัติจัดทำเป็น คู่มือ การใช้งานโปรแกรม OBS (Open
Broadcaster Software Studio) (ฉบับรา่ ง)
7.3 นำ คู่มือ การใช้งานโปรแกรม OBS (Open Broadcaster Software Studio) (ฉบับ
ร่าง) ใหก้ บั บคุ ลากรสายสอนและสายสนับสนนุ ได้ทดลองใช้งาน และประเมินผล
7.4 นำผลแบบประเมินความพึงพอใจและข้อเสนอแนะ คู่มือ การใช้งานโปรแกรม OBS
(Open Broadcaster Software Studio) (ฉบับร่าง) (แบบสอบถามออนไลน์) มาสรุปข้อมูลเพ่ือ
นำมาวิเคราะหป์ รับปรุงและพัฒนาเน้อื หาเป็นฉบบั สมบรู ณส์ ามารถนำไปปฏบิ ตั งิ านไดจ้ ริง
7.5 ประชุมกลุ่มย่อยแลกเปลี่ยนความรู้หลังจากที่นำองค์ความรู้เรื่อง คู่มือ การใช้งาน
โปรแกรม OBS (Open Broadcaster Software Studio) ฉบับสมบูรณ์ให้กับบุคลากรภายใน
หนว่ ยงานได้ทดลองปฏบิ ัติงานจริง
7.6 จัดทำรายงานสรุปองค์ความรู้เรื่อง แอพพลิเคชั่น Video Conference ที่สนับสนุนการ
เรียนการสอนออนไลน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับบุคลากรท่ี
เกย่ี วข้องและทส่ี นใจท้ังในหนว่ ยงานและนอกหนว่ ยงานนำไปปฏบิ ัติ
8. ผลลัพธ์ของการดำเนนิ งาน (Outcome)
คูม่ อื การใช้งานโปรแกรม OBS (Open Broadcaster Software Studio)
9. ประโยชนท์ ไ่ี ด้รบั
บุคลากรภายในมหาวทิ ยาลัยสามารถนำ คมู่ ือ การใชง้ านโปรแกรม OBS (Open
Broadcaster Software Studio) ไปปฏบิ ตั กิ ารใชง้ านไดจ้ รงิ
10. ปจั จัยแห่งความสำเร็จ 101
การได้รับคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิและนำไปปรับแก้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ อีกทั้งสมาชิก
ภายในกลุ่มให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงาน ช่วยค้นหาแอพพลิเคชั่นมาได้หลากหลายเพื่อทำงาน
เปรียบเทียบ และนำแอพพลิเคชั่นมาทดลองใช้ได้ จนได้ข้อสรุปในการเลือกใช้แอพพลิเคชั่นและการ
จดั ทำเป็นรปู เลม่ คู่มือฯ ฉบบั สมบรู ณต์ รงตามเป้าหมายและวตั ถุประสงค์ท่กี ำหนดไว้
11. แนวทางการพัฒนาในอนาคต
การสร้างคลงั ความร้ทู อ่ี ยู่ในรูปแบบของ Channel YouTube ของหน่วยงาน อาทเิ ชน่ การ
ให้ความรใู้ นการใช้งานโปรแกรม การใช้งานเว็บไซต์ประจำตัวอาจารย์ผู้สอน หรอื การแก้ไขปญั หา
เกยี่ วกบั การใช้งาน Microsoft Office เป็นตน้
องคค์ วามรู้ 20 เทคนคิ การป้องกันภัยคุกคามดา้ นข้อมลู ส่วนบุคคล
ประเภท องค์ความรู้
102
หนว่ ยงาน สำนักวทิ ยบรกิ ารและเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ชมุ ชนนกั ปฏบิ ตั ิ (Community of Practice : CoP)
กลุม่ การจดั การเทคโนโลยสี ารสนเทศ กลมุ่ ย่อย IT knowledge
หัวขอ้ การจดั การความรู้ (KM) เทคนคิ การปอ้ งกันภัยคุกคามดา้ นข้อมูลส่วนบคุ คล
เทคนิคการปอ้ งกันภัยคุกคามดา้ นข้อมลู สว่ น เลขทีเ่ อกสาร (ถา้ ม)ี
บคุ คล
วันท่ีรายงาน 16 กนั ยายน 2564
การจดั การเรียนการสอน คณบด/ี หวั หน้าสำนกั งาน/ จดั ทำโดย
การวิจัย ผูอ้ ำนวยการ หัวหน้าฝ่าย นางลลิสา
สหนาวนิ
การพัฒนาการปฏิบัตงิ าน ผศ.ดร.ศิริลกั ษณ์ นายอโณทัย
เกตุฉาย อรณุ เรือง
1. ความเป็นมาและเหตผุ ล/สภาพปัญหาและอุปสรรค
เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคดิจิตอล ทำให้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทในความเป็นอยู่
ของคนเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังเห็นไดจ้ ากการดำรงชีวิตของทุกคนที่มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การศึกษา การสื่อสาร ต่างตื่นตัวและหันมาให้ความสนใจ
กับเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น และเพื่อเป็นการพัฒนาองค์กรของตนเองให้เหมาะสมทันกับการ
เปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการที่มีจำนวนมากใหไ้ ด้รับความ
สะดวก ความรวดเร็ว มีความถูกต้อง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยให้องค์กรมีกระบวนการ
ทำงานที่เป็นอัตโนมตั ิ รวดเร็ว ลดการซ้ำซ้อนและความผิดพลาดของข้อมลู ดังนั้นหากบคุ ลากรในแต่
ละหน่วยงาน มีความรู้ความเข้าใจที่จะใช้ประโยชน์จากการใช้ระบบสารสนเทศ และตระหนักถึงความ
มั่นคงปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนบุคคล จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาไปสู่เป้าหมายอันเป็นทิศทางของ
องค์กรทุกระดับเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการป้องกัน และตรวจสอบการเข้าใช้
งานเทคโนโลยีสารสนเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ขั้นตอนการป้องกันจะช่วยให้ผู้ที่ใช้งาน
สกัดกั้นไม่ให้เทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ ถูกเข้าใช้งานโดยผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ รวมทั้งการกระทําที่ผิดต่อ
กฎหมายโดยการใช้คอมพิวเตอร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น จึงมีความสําคัญต่อผู้ใช้งานและ
ผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก ทางสมาชิกกลุ่มความรู้จึงจัดทำเอกสารเทคนิคการป้องกัน
ภัยคกุ คามด้านขอ้ มูลส่วนบคุ คล เพ่อื เผยแพรใ่ ห้กบั บุคลากรยดึ ถือเป็นแนวทางปฏิบตั ติ ่อไป
2. วัตถปุ ระสงค์
2.1 เพอ่ื ใหบ้ ุคลากรมีความรู้ความเขา้ ใจการปอ้ งกนั ภัยคุกคามด้านข้อมลู สว่ นบคุ คล
2.2 เพือ่ ให้บคุ ลากรสามารถใชง้ านระบบสารสนเทศได้อยา่ งปลอดภยั และเต็มประสิทธิภาพ
3. ลักษณะงานทีป่ ฏิบัติ
3.1 สภาพการปฏบิ ัตงิ านเดมิ
บุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ยังไม่ทราบถึงการนำเรื่องความปลอดภัย
ตาม พ.ร.บ.คอมพวิ เตอร์ และ พ.ร.บ.ขอ้ มูลสว่ นบคุ คล มาใชใ้ นองคก์ ร
3.2 สภาพการปฏิบัติงานใหม่ 103
บุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับความรู้ความ
เข้าใจในการนำเร่อื งความปลอดภัยตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.ขอ้ มูลสว่ นบคุ คล มาปรับใช้
ในองค์กรมากขึ้น
4. แนวคิด/ขน้ั ตอน/วธิ กี าร (สรปุ )
การลดขัน้ ตอน/ระยะเวลาการดำเนินงาน
ลดตน้ ทนุ ค่าใชจ้ า่ ยในการดำเนนิ งาน
พฒั นาคุณภาพชวี ติ ในการทำงาน
สรา้ งประโยชน์และความพึงพอใจแกผ่ ู้รับบริการ
5. ข้อควรระวัง
บุคลากรควรศึกษาผลกระทบและข้อควรระวังในการใช้ข้อมูลสารสนเทศบนระบบเครือข่าย
อนิ เทอรเ์ น็ต ท่ีจะมผี ลต่อพ.ร.บ.คอมพวิ เตอร์ และ พ.ร.บ.ขอ้ มูลสว่ นบคุ คล
6. เคลด็ ลับ/เทคนิคพเิ ศษ (Tips and Tricks)
6.1 ต้องดำเนินการประชุมกลุ่มยอ่ ยเพอ่ื หาแนวทางการดำเนนิ งาน
6.2 ถอดบทเรียนจากบุคลากรสายสนบั สนุนทม่ี คี วามคิดเห็นเกย่ี วกบั องค์ความรูเ้ ร่ืองน้ี
6.3 จัดอบรมการให้ความร้เู รอื่ งการป้องกันภัยคุกคามด้านขอ้ มลู ส่วนบุคคล (PDPA)
6.4 ความรู้ท่ไี ด้จากการจดั การความรมู้ าปรับใชใ้ นการปฏิบตั ิงานจริง
7. ผลของการดำเนนิ งาน (Output)
เทคนิคการป้องกันภัยคุกคามข้อมูลส่วนบุคคล ในแง่ขององค์กร กลุ่มความรู้ ขอนำเสนอใน
รปู แบบความรู้ความเขา้ ใจ หลักการสำคญั ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองขอ้ มูลสว่ นบุคคล พ.ศ. 2562
เพ่ือเปน็ ขอ้ มลู พน้ื ฐานใหส้ ามารถนำไปใประโยชนต์ อ่ องค์กรต่อไป
เทคนิคการป้องกันภัยคุกคามข้อมูลส่วนบุคคล ในแง่ของบุคคล กลุ่มความรู้ ขอนำเสนอใน
รูปแบบแนวทางปฏิบัติในการใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ตามนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
ของจดหมายอิเลก็ ทรอนิกส์ (E-mail Policy) เพอื่ ใช้งานได้อย่างปลอดภยั และมปี ระสทิ ธภิ าพ
8. ผลลพั ธข์ องการดำเนนิ งาน (Outcome)
จากการกลั่นกรองความรู้ที่ได้รับ สกัดออกมาเป็นรายงานสรุปองค์ความรู้เรื่อง เทคนิคการ
ปอ้ งกนั ภยั คุกคามดา้ นข้อมลู ส่วนบุคคล โดยการจัดโครงการอบรม “การปอ้ งกันภัยคุกคามด้านข้อมูล
ส่วนบุคคล (PDPA)” และเอกสารเทคนคิ การป้องกนั ภยั คกุ คามด้านข้อมูลส่วนบุคคล
9. ประโยชนท์ ไ่ี ด้รบั
9.1 มกี ารพัฒนาความสามารถทจ่ี ะแบ่งปันความรูท้ ไี่ ดเ้ รียนรมู้ าให้กับคนอื่น ๆ ในองคก์ ร และ
นาํ ความรไู้ ปปรบั ใชก้ บั งานท่ีทาํ อยใู่ หเ้ กดิ ประสทิ ธผิ ลมากยิ่งข้นึ
9.2 สามารถศึกษาวิธีการการป้องกันภัยคุกคามด้านข้อมูลส่วนบุคคลจากเอกสารที่เผยแพร่
ได้
10. ปจั จัยแห่งความสำเรจ็ 104
การให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยคุกคามด้านข้อมูลส่วนบุคคล กับผู้ใช้สามารถดำเนินการ
ได้ตามแผนการดำเนินงานของกลุ่มความรู้ เนื่องจากเกิดจากแรงบันดาลใจ และความสามารถของ
สมาชกิ ในกลมุ่ ดังน้ี
1) สมาชิกในกลุ่มมคี วามร้คู วามเขา้ ใจการป้องกันภยั คุกคามด้านขอ้ มลู สว่ นบคุ คลมากขึ้น
2) ความรทู้ ี่ได้จากการกลนั่ กรอง เป็นประโยชน์ต่อองคก์ ร
3) ความร่วมมือภายในกลมุ่ ท่ชี ว่ ยกนั แบง่ ปนั ความรู้ และประสบการณ์ท่ไี ดร้ บั โดยตรง
4) บุคลากรของมหาวทิ ยาลยั สามารถเรยี นร้กู ารป้องกันภยั คุกคามด้านขอ้ มลู สว่ นบคุ คลได้
ดว้ ยตนเอง
11. แนวทางการพฒั นาในอนาคต
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จะต้อง
ดำเนินการจัดอบรมเกี่ยวกับการใช้ระบบงานต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ
และในปัจจุบันมี พรบ. เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนบุคคล เพิ่มเติมเข้ามา
ต้องเล็งเห็นความสำคัญอย่างยิ่ง จึงเห็นควรให้ทุกหน่วยจัดบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เป็นตัวแทน เข้ารับ
การฝึกอบรมหลักสตู ร การรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ของมหาวทิ ยาลัยราชภัฏสวนสนุ นั
ทา ให้มีระดับความรู้ความสามารถที่จะป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้ นกับข้อมูลของทาง
มหาวิทยาลยั และสามารถถ่ายทอด นาํ ความร้ทู ี่ได้ไปจัดการฝกึ อบรมยงั หนว่ ยงานของตนเอง เพ่ือให้
เพื่อนร่วมงานได้รับรู้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระบบภายในมหาวิทยาลัยได้ หลักจากผ่านการ
ฝึกอบรมมาแล้วจัดให้มีการฝึกอบรมภายในหน่วยงานของตนเอง แล้วรายงานผลการจัดฝึกอบรม
ภายในหน่วยงาน กลับมายังสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผดิ ชอบ
ดูแล เรื่องการจัดการฝึกอบรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เพื่อที่จะได้รายงานผลการ
จดั การฝกึ อบรมใหก้ บั ผู้บรหิ ารรับทราบข้อมลู ตอ่ ไป
องคค์ วามรู้ 21 การพฒั นามาตรฐานขอ้ มูลทะเบียนครภุ ัณฑ์
หนว่ ยงาน สำนกั ศิลปะและวัฒนธรรม
ชมุ ชนนกั ปฏบิ ตั ิ (Community of Practice : CoP)
กลุ่มการเงินและพัสดุ กลุ่มยอ่ ย 5 กระบวนการจดั ซ้ือ/จัดจ้างวิธีเฉพาะเจาะจง
(สำนกั สถาบัน วิทยาลยั ศนู ย์ กอง)
หวั ขอ้ การจดั การความรู้ (KM) การพฒั นามาตรฐานขอ้ มลู ทะเบยี นครภุ ัณฑ์
การพัฒนามาตรฐานขอ้ มลู ทะเบียนครภุ ณั ฑ์ เลขที่เอกสาร (ถา้ ม)ี
วนั ทรี่ ายงาน 22 กนั ยายน 2564
ประเภท องค์ความรู้
105
การจัดการเรยี นการสอน ผู้อำนวยการ หัวหน้าสำนักงาน จดั ทำโดย
การวิจยั อาจารย์ดร.พรี ะพล นางสาวสลุ าวลั ย์ นางศิฐิมา
เจริญสุข
การพัฒนาการปฏบิ ัตงิ าน ชชั วาลย์ พนั ธศ์ รี
1. ความเปน็ มาและเหตุผล/สภาพปญั หาและอปุ สรรค
ตามที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.
2560 มีผลบังคับใช้วันที่ 23 สิงหาคม 2560 สาระสำคัญที่มีการเปลี่ยนแปลงคือการซื้อจัดจ้างจาก
เดิม 6 วิธี กำหนดวิธีจัดซื้อจัดจ้าง 3 วิธีได้แก่ 1) วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป 2) วิธีคัดเลื อก 3) วิธี
เฉพาะเจาะจง ตามระเบียบใหม่ และมีการปรับเปลี่ยนการจัดซื้อครุภัณฑ์ที่มียอดเกินกว่า 10,000
บาท เนื่องจากแต่ละหน่วยงานมีการจัดซื้อครุภัณฑ์จำนวนหลายชิ้น และมอบให้กับผู้ใช้งานที่แต่ละ
ท่านนำไปปฏิบัติงานในแต่ละหน้าที่ เจ้าหน้าที่พัสดุมีหน้าที่ต้องตรวจเช็คครุภัณฑ์ประจำปี ทำให้
มีปัญาในการค้นหาและตรวจสอบครุภัณฑ์แต่ละชิ้น เพราะบางชิ้นรูปแบบเหมือนกัน ทำให้การ
ตรวจสอบยากตอ่ การปฏบิ ตั งิ านและใชร้ ะยะเวลาในการคน้ หา จะไม่ทันต่อการรายงานตรวจสอบพัสดุ
ประจำปนี ั้น
เจ้าหน้าที่พัสดุซึ่งมีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับจัดหาพัสดุยังไม่มีแนวทางขั้นตอนการปฏิบัติท่ี
ชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติงานไม่ถูกต้องตามระเบียบส่งผลให้การจัดหาพัสดุไม่เป็นไปตาม
การจำแนกค่าใช้จ่าย จำแนกประเภทของวัสดุ ครุภัณฑ์ จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งกลุ่มชุมชนนัก
ปฏิบตั ซิ ่งึ เป็นเจ้าหน้าทพี่ ัสดขุ องหนว่ ยงานตา่ งๆ ระดบั กอง สำนกั สถาบัน และวทิ ยาลยั ในกำกับ เพอ่ื
แลกเปลี่ยนองค์ความร้สู ำหรับจัดการปญั หาทีเ่ กดิ จากการปฏิบตั งิ านของหน่วยงานดำเนนิ งานโดยวิธี
จัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง เนื่องจากเป็นวิธีที่หน่วยงานระดับ สำนัก,สถาบัน,วิทยาลัย,ศูนย์,
กอง ไดร้ ับงบประมาณตามแผนการดำเนนิ งานของแตล่ ะหนว่ ยงาน
2. วัตถปุ ระสงค์
2.1 ลดระยะเวลาการค้นหาครุภณั ฑ์
2.2 ทำการตรวจนบั ครภุ ณั ฑ์ประจำปีไดท้ นั ตอ่ เวลา
2.3 ตรวจสอบอายุการใช้งานของครุภณั ฑเ์ พือ่ ตัดจำหนา่ ย
2.4 สามารถค้นหาไดอ้ ยา่ งรวดเร็วเนอ่ื งจากมรี ูปภาพครุภณั ฑ์
3. ลกั ษณะงานทป่ี ฏิบัติ 106
3.1 สภาพการปฏบิ ตั งิ านเดมิ -
3.2 สภาพการปฏบิ ัตงิ านใหม่ ลกั ษณะงานคือ การสร้างแบบฟอรม์ ลงทะเบียนข้อมูล
ครภุ ณั ฑ์
4. แนวคดิ /ขนั้ ตอน/วธิ กี าร
การลดขั้นตอน/ระยะเวลาการดำเนินงาน
ลดตน้ ทนุ ค่าใช้จ่ายในการดำเนนิ งาน
พัฒนาคุณภาพชีวติ ในการทำงาน
สรา้ งประโยชนแ์ ละความพึงพอใจแกผ่ รู้ บั บรกิ าร
5. ขอ้ ควรระวงั (ถา้ ม)ี
-
6. เคลด็ ลบั /เทคนคิ พิเศษ (Tips and Tricks)
ใส่รูปภาพครภุ ัณฑ์ ชว่ ยใหก้ ารคน้ หาได้อย่างรวดเรว็
7. ผลของการดำเนนิ งาน (Output)
การพัฒนามาตรฐานข้อมลู ทะเบียนครภุ ณั ฑ์ ระดับหนว่ ยงาน ( สำนกั ,สถาบัน,วทิ ยาลัย
,ศนู ย,์ กอง)
8. ผลลพั ธข์ องการดำเนนิ งาน (Outcome)
เกิดความรวดเรว็ และมีประสทิ ธภิ าพในการปฏบิ ตั ิงาน
9. ประโยชนท์ ่ไี ด้รบั
9.1 นำแบบฟอรม์ การลงข้อมูลทะเบยี นครภุ ณั ฑ์ สามารถค้นหาไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
9.2 แยกประเภทของหมวดครภุ ัณฑใ์ ห้ชัดเจนเอื้อตอ่ การคน้ หา
10. ปจั จยั แหง่ ความสำเร็จ
10.1 ความสามคั คีในกล่มุ ชว่ ยกันคดิ ชว่ ยกันแก้ไขการทำงานให้รวดเรว็
10.2 การคิดคน้ ทำแบบฟอร์มมาชว่ ยลดระยะเวลาของการตรวจสอบครุภณั ฑ์
11. แนวทางการพฒั นาในอนาคต
ทำเป็นรปู แบบบารโ์ ค้ตสแกนการคน้ หาครภุ ัณฑ์
องค์ความรู้ 22 กระบวนการจดั ทำเงนิ ประจำตำแหนง่
ประเภท องค์ความรู้
107
ชมุ ชนนกั ปฏบิ ตั ิ (Community of Practice : CoP)
กล่มุ การเงนิ และพสั ดุ กล่มุ ย่อย การจดั ทำเงินเดือน
หวั ข้อการจดั การความรู้ (KM) กระบวนการจดั ทำเงินประจำตำแหน่ง
กระบวนการจดั ทำเงินประจำตำแหนง่ เลขทเ่ี อกสาร (ถ้าม)ี
วนั ท่รี ายงาน 22 กนั ยายน 2564
การจดั การเรียนการสอน จัดทำโดย
นางสาวกลุ นิดาวรรณ ดำคำ
การวิจัย
การพฒั นาการปฏบิ ตั งิ าน
1. ความเป็นมาและเหตผุ ล/สภาพปญั หาและอปุ สรรค
กลุ่มงานการเงินและพัสดุ กลุ่มย่อย กระบวนการจัดทำเงินเดือน เกิดจากการรวมตัวของ
บุคลากรสายสนับสนุนวิชาการ ที่ปฏิบัติงานด้านการจัดทำเงินเดือนของหน่วยงานต่างๆ มีการ
กำหนดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คือ กระบวนการจัดทำเงินประจำตำแหน่ง ซ่ึง
ตอบสนองตามยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นเอตทัคคะอย่างยั่งยืน และเป้าประสงค์ใน
เรื่อง มหาวิทยาลัยมีการบริหารงานที่สอดคล้องตามหลักธรรมาภิบาล สมาชิกกลุ่มประกอบด้วย
บุคลากรสายสนับสนุน 7 คน จาก 6 หน่วยงาน ดังนี้ 1) คณะวิทยาการจัดการ 2) คณะครุศาสตร์ 3)
กองบริหารงานบุคคล 4) คณะศิลปกรรมศาสตร์ 5) บัณฑิตวิทยาลัย และ 6) วิทยานวัตกรรมและ
การจัดการ กลุ่มงานการเงินและพัสดุ กลุ่มย่อย กระบวนการจัดทำเงินเดือน ได้ดำเนินงานจัดการ
ความรู้ตามแนวทางที่มหาวิทยาลัยกำหนด มีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สกัดองค์ความรู้ และนำ
องคค์ วามรู้ท่ไี ด้ไปใชใ้ นการจดั ทำเงนิ เดอื นใหเ้ กิดขอ้ ผิดพลาดหรอื เกดิ ขอ้ ผดิ พลาดน้อยทสี่ ุด
2. วัตถปุ ระสงค์
สมาชิกแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สกัดองค์ความรู้ และนำองค์ความรู้ที่ได้ไปใช้ในการจัดทำเงินเดือน
ให้เกิดข้อผดิ พลาดหรือเกดิ ขอ้ ผิดพลาดน้อยทส่ี ดุ
3. ลกั ษณะงานทีป่ ฏบิ ัติ
3.1 สภาพการปฏบิ ัตงิ านเดิม
ยงั ขาดแนวทางการปฏบิ ัติงานท่ีถกู ตอ้ งเก่ียวกับการจดั ทำเงินประจำตำแหน่ง และยงั
ไมท่ ราบระเบยี บทีช่ ดั เจน
3.2 สภาพการปฏิบตั ิงานใหม่
ได้ทราบแนวทางการปฏิบตั ิงานท่ถี กู ต้องเกย่ี วกับการจดั ทำเงินประจำตำแหน่งและ
วิธแี ก้ไขปญั หาท่เี กิดขนึ้ และทราบระเบยี บทช่ี ัดเจน ทำให้ปฏบิ ตั งิ านได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
4. แนวคิด/ขน้ั ตอน/วิธีการ
การลดข้นั ตอน/ระยะเวลาการดำเนินงาน
การทำเงินประจำตำแหน่งมีความเสี่ยงมากเพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับระเบียบอาจเกิด
เกิดข้อผิดพลาดได้มาก และเป็นเรื่องใหม่ที่ทางหน่วยงานรับผิดชอบเป็นผู้ดำเนินการเอง สมาชิก
กลุ่มจึงได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเพื่อหาขั้นตอนการเงินประจำตำแหน่ง ของพนักงาน โดยการที่ 108
ทำการแลกเปลี่ยนปัญหาที่เกิดขึ้นทุกหน่วยงานมาจัดทำคู่มือแนวทางปฏิบัติในการคำนวณเงิน
ประจำตำแหน่ง และแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ ขึ้นมา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเงินประจำ
ตำแหน่ง ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง ลดระยะเวลาในการทำงานในการทำงานผดิ พลาด
พฒั นาคุณภาพชวี ิตในการทำงาน
จากการที่นำกระบวนการมาเปรียบเทียบเพื่อตรวจสอบปัญหาที่เคยเกิดขึ้นด้วยการนำ
ปัญหาต่างๆมารวบรวมแล้วนำมาทำเป็นคู่มือแนวทางปฏิบัติ แนวทางปฏิบัติการคำนวณเงินเดือน
(เงินประจำตำแหน่ง) ทำให้เจ้าหน้าที่การเงิน ที่ทำเงินเดือนเมื่อเกิดปัญหาก็สามารถนำคู่มือการทำ
เงินเดือน (เงินประจำตำแหน่ง) และจากความรู้ที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มาใช้ในการปฏิบัติงาน
การทำเงินเดือน (เงินประจำตำแหน่ง) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งดูจากรายงานการ
ประมวลผลเงนิ เดือนแต่ละเดือนจากระบบ ERP
5. ขอ้ ควรระวงั (ถา้ ม)ี
-
6. เคล็ดลับ/เทคนคิ พิเศษ (Tips and Tricks) (สรุปโดยย่อ)
มกี ารประชุมแลกเปลยี่ นเรียนร้ปู ญั หาและแนวทางการดำเนินงานและแนวทางการแก้ไข
ปญั หาทพี่ บ พร้อมกบั ได้พบผทู้ รงคุณวฒุ ิเพื่อให้คำแนะนำแนวทางการทำงานทีถ่ ูกต้อง ทำให้การ
ทำงานไปในทศิ ทางเดียวกนั และประสบความสำเรจ็
7. ผลของการดำเนินงาน
7.1 ได้เล่มคู่มอื ปฏิบัติงาน เรอื่ งแนวทางปฏบิ ตั ิการคำนวณเงินเดือน (เงินประจำตำแหนง่ )
7.2 งานวจิ ยั R2R เรอ่ื งปญั หาและแนวทางแก้ไขการจดั ทำเงินเดอื น (เงินประจำตำแหนง่ )
8. ผลลพั ธข์ องการดำเนนิ งาน (Outcome)
8.1 ได้เลม่ คมู่ ือปฏิบตั งิ าน เรอ่ื งแนวทางปฏิบัตกิ ารคำนวณเงนิ เดอื น (เงนิ ประจำตำแหนง่ )
8.2 งานวิจยั R2R เรอื่ งปัญหาและแนวทางแกไ้ ขการจัดทำเงนิ เดอื น (เงนิ ประจำตำแหน่ง)
9. ประโยชนท์ ไ่ี ด้รบั
9.1 ทำให้ในกลุ่มมีความรู้ และเทคนิคการเบิกจ่ายของกระบวนการเบิกจ่ายเงินเดือนในจัดทำ
เงินประจำตำแหน่ง
9.2 ได้แลกเปลี่ยนปัญหากระบวนการจัดทำเงินประจำตำแหน่ง มาปรับใช้กับหน่วยงาน
ตัวเองเพ่อื ใหก้ ารปฏิบตั ิงานมปี ระสทิ ธิภาพมากยิง่ ขึ้น
9.3 นำปญั หาตา่ งๆมารวบรวมแล้วนำมาทำเปน็ ค่มู ือ “การปฏิบตั ิงานแนวทางปฏิบัตกิ ารคำนวณ
เงินเดือน (เงินประจำตำแหน่ง)” ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ทำเงินเดือน (เงินประจำตำแหน่ง) เมื่อเกิดปัญหาก็
สามารถนำคู่มือการปฏิบัติงานแนวทางปฏิบัติการคำนวณเงินเดือน (เงินประจำตำแหน่ง) และจาก
ความรู้ที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มาใช้ในการปฏิบัติงาน การทำเงินเดือน (เงินประจำตำแหน่ง ) ได้
อย่างมีประสิทธภิ าพมากขน้ึ
10. ปจั จัยแห่งความสำเร็จ 109
ในกลุ่มได้มีการร่วมมือในการจดั การความรู้ เสยี สละเวลาในหน้าทง่ี านหลกั มาช่วยเหลือกนั
เท่าท่ีตวั เองจะชว่ ยเหลอื ได้ ทำใหก้ ารดำเนินงานประสบความสำเร็จและนำไปพฒั นาในงานของตวั เอง
ตอ่ ไป
11. แนวทางการพัฒนาในอนาคต
สามารถนำองคค์ วามรทู้ ี่ได้ไปต่อยอดในการจดั ทำเงนิ เดือน
องค์ความรู้ 23 การพัฒนาเทคนคิ การใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ E-Office
ประเภท องค์ความรู้
110
ชมุ ชนนกั ปฏบิ ตั ิ (Community of Practice : CoP)
กลมุ่ ธุรการและสารบรรณ กลุ่มยอ่ ย การสบื ค้น ตดิ ตามและจดั เกบ็ เอกสารในระบบ E-office
หัวข้อการจดั การความรู้ (KM) การพัฒนาเทคนิคการใชร้ ะบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกส์ E-
Office
การใช้งานและการแก้ไขปัญหา ระบบสาร เลขที่เอกสาร (ถ้ามี)
บรรณอิเลก็ ทรอนกิ ส์ วันทรี่ ายงาน 20 กนั ยายน 2564
การจดั การเรียนการสอน จดั ทำโดย
การวิจยั กลมุ่ ธรุ การและสารบรรณ
การพฒั นาการปฏบิ ัตงิ าน กล่มุ ยอ่ ย การสืบคน้ ตดิ ตามและจดั เก็บเอกสารในระบบ
E-office
ฃ
1. ความเป็นมาและเหตุผล/สภาพปญั หาและอุปสรรค
ด้วยปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีการใช้ระบบงานธรุ การและสารบรรณที่ใช้ ใน
การบริหารจัดการอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ 1) งานธุรการและสารบรรณแบบเดิม (Manual) เป็น
การบริหารงานเกี่ยวกับเอกสาร การรับ-ส่ง หนังสือราชการ ซึ่งยังมีความจำเป็นต้องใช้งานอยู่ยังมี
หลายหน่วยงานที่มหาวิทยาลัยมีการติดต่อสื่อสารยังใช้รูปแบบเดิมยังไม่ได้มีการพัฒนามาเป็น
อิเล็กทรอนิกส์ รูปแบบนี้จะใช้กับหน่วยงานที่ติดต่อกับภายนอกเป็นส่วนใหญ่ 2) ระบบงานสาร
บรรณอิเล็กทรอนิกส์ เป็นระบบที่มหาวิทยาลัยนามาใช้ใน การจัดการบริหารด้านงานธุรการและสาร
บรรณ และสำนักงานอิเล็คทรอนิกส์ โดยมีชื่อระบบว่า “ระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์มหาวิทยาลัย
ราชภัฏสวนสุนันทา (Suan Sunandha Rajabhat University)” เป็นระบบที่มหาวิทยาลัย นำมาใช้
ในการบริหารจัดการด้านงานธุรการและสารบรรณรวมถึงงานจัดประชุมและงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานของบุคลากรในมหาวิทยาลัยใช้เทคโนโลยีช่วยให้การ
ติดต่อสื่อสาร ส่งข้อมูล ด้วยระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ รวมถึงสามารถจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบ
อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดปัญหาเรื่องระยะทาง ถึงแม้ว่าจะอยู่
นอกที่สถานที่ปฏิบัติงาน เพียงมีอินเทอร์เน็ตก็สามารถเชื่อมโยงให้การทำงานเร่งด่วนได้อย่างไม่
จำกัดเวลาและสถานที่ ลดปัญหาเอกสาร และช่วยประหยัดทรัพยากร อำนวยความสะดวกด้วยระบบ
การจัดเก็บ เอกสารเป็นหมวดหมู่ ทาให้สามารถเรียกใช้เอกสารย้อนหลังได้ง่าย โดยใช้ระบบการ
ค้นหาเอกสาร ซึ่งรวดเร็วและเป็นระเบียบกว่าการจดั เก็บเอกสารที่เป็นกระดาษ ทั้งยังช่วยลดพื้นที่ใน
การจัดเก็บเอกสารอกี ดว้ ย สามารถทำใหก้ ารนัดหมายการประชมุ ไปยังบุคคลทีต่ อ้ งการ ใหเ้ ข้าประชุม
ซึ่งผู้เข้ารว่ มประชุมสามารถตอบรับ และทุกๆ คนสามารถรับทราบได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากช่วยให้
การทางานสะดวกรวดเร็วและง่ายขึ้น จึงทำให้ระบบดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการทำงานใน
มหาวิทยาลัยและมคี วามสำคญั เกย่ี วข้องกบั การทำงานในด้านต่างๆ รวมถงึ งานธุรการและสารบรรณ
2. วัตถปุ ระสงค์
2.1 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการปฏิบัติงานไปสู่การค้นหาวิธีการ
แก้ไขปัญหาโดยได้ร่วมวิเคราะห์และสรุปผลจนเป็นองค์ความรู้ ด้านการใช้งานระบบสารบรรณ
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ (E-office)
2.2 เพือ่ ให้มีคู่มอื การใชง้ านและการแก้ไขปญั หาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส์
3. ลกั ษณะงานท่ปี ฏิบตั ิ 111
3.1 สภาพการปฏิบตั งิ านเดิม
ใช้ระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (Suan Sunandha
Rajabhat University) ในการปฏิบัติงานแต่เมื่อเกิดปัญหาจากการใช้งาน ได้ทำการประสานกับ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้รู้ โดยคู่มือที่มีเป็นคู่มือในการปฏิบัติงาน เมื่อเกิดปัญหายังไม่สามารถ
แก้ไขปญั หาได้เอง
3.2 สภาพการปฏิบัตงิ านใหม่
มีคู่มือการใช้งานและการแก้ไขปัญหาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์เมื่อเกิดปัญหาจาก
การใช้งาน สามารถดูและแก้ไขได้ตามคู่มือการใช้งานและมีวิธีการแก้ไขปัญหาในการใช้งาน รวมถึง
สามารถนำไปสอนงานกับพนักงานใหม่หรือผู้ปฏบัติงานที่ใช้งานในระบบสำนักงานอิเล็คทรอนิกส์
มหาวิทยาลัยราชภฏั สวนสุนันทา (Suan Sunandha Rajabhat University) ได้
4. แนวคิด/ขน้ั ตอน/วิธกี าร (สรุป)
การลดขั้นตอน/ระยะเวลาการดำเนินงาน
ลดตน้ ทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
พฒั นาคุณภาพชีวติ ในการทำงาน
สร้างประโยชน์และความพึงพอใจแกผ่ รู้ ับบริการ
5. ข้อควรระวงั (ถา้ มี)
-
6. เคลด็ ลับ/เทคนิคพเิ ศษ (Tips and Tricks)
6.1 เทคนคิ การค้นหาเอกสารในระบบ E-office
1) การค้นหาจากเลขที่หนังสือ
2) การคน้ หาจากชอ่ื เรื่อง
3) การค้นหาจากวัน/เดอื น/ปี
4) การค้นหาจากชอื่ หน่วยงาน
5) การคน้ หาจากผ้ลู งนามหลกั
6) การคน้ หาแบบงา่ ย
7) การค้นหาแบบขนั้ สงู
6.2 เทคนคิ การสร้างเส้นทางมาตรฐาน (สว่ นบคุ คล)
6.3 เทคนคิ การติดตามเอกสารในระบบ E-office
6.4 เทคนคิ การการจดั เกบ็ เอกสารในระบบ E-office (แฟ้มจัดแยกเอกสารส่วนบุคคล)
6.5 วธิ กี ารแก้ไขปญั หาการใชง้ านระบบ E-office
7. ผลของการดำเนินงาน (Output)
เทคนคิ และวธิ ีการแก้ไขปญั หาการใชง้ านระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (E-office)
8. ผลลัพธข์ องการดำเนนิ งาน (Outcome)
การจัดการความรู้ของกลุ่มธุรการและสารบรรณ กลุ่มย่อยที่ 3 แลกเปลี่ยนเรียนรู้และ
วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการปฏิบัติงานไปสู่การค้นหาวิธีการแก้ไขปัญหาโดยได้ร่วมวิเคราะห์และ
สรุปผลจนเป็นองค์ความรู้ ได้มีการ การจัดทำคู่มือการใช้งานและการแก้ไขปัญหาระบบสารบรรณ
อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานธุรการและสารบรรณโดยได้รวมเทคนิคต่างๆด้าน 112
การปฏิบัติงานธุรการและสารบรรณอิอิเล็กทรอนิกส์ ด้านการค้นหาเอกสารในระบบ E-Office การ
สร้างเส้นทางมาตรฐานส่วนบุคคล การติดตามเอกสารในระบบ E-Office ตลอดจนการจัดเก็บ
เอกสารในระบบ E-Office แฟ้มเอกสารแยกส่วนบุคคล โดยเทคนิคเหล่านี้มีประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงาน
และเป็นเทคนิคส่งผลให้การปฏิบัติงานสามารถปฏิบัติงานได้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว ลดขั้นตอน
ลดกระบวนการทำงาน และลดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน สามารถนาไปใช้ในการปฏิบัติงานได้จริง
ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงระดับผู้บริหาร ตลอดจนบุคลากรที่มีความสนใจตั้งแต่บุคลากรมือใหม่/
ขั้นเริม่ ต้น ส่งผลให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ และประสทิ ธิผล ตลอดจนสามารถนำไปใชง้ านและ
การแกไ้ ขปญั หาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส์ ไวส้ ำหรับเผยแพร่ต่อผปู้ ฏบิ ัตงิ านและผู้ท่ีสนใจในดา้ น
นีต้ อ่ ไป
9. ประโยชนท์ ี่ไดร้ บั
9.1 ทำใหม้ เี ทคนิคและมีวิธีแกไ้ ขปญั หาในการปฏบิ ตั ิงาน
9.2 เพิ่มทักษะในการปฏิบัติงาน
9.3 มกี ารแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ซง่ึ กันและกนั ทำให้เกิดประโยชนแ์ ละช่วยคดิ วธิ กี ารแกไ้ ขปัญหา
9.4 เพ่มิ ประสทิ ธิภาพในการปฏบิ ตั ิงาน
10. ปจั จยั แหง่ ความสำเรจ็
กลุ่มงานธุรการและสารบรรณ ได้รับความร่วมมือจากสมาชิกกลุ่มที่ได้ไปศึกษาหาความรู้การ
เก็บข้อมูลการศึกษา“การพัฒนากระบวนการการใช้ระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (E-Office)” และ
สัมภาษณ์ผู้ปฏิบตั ิงาน/ผู้ใช้งานธรุ การและสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ได้นำความรูท้ ี่ได้ของสมาชิก
แต่ละคนนามาสรุปผลเป็นองค์ความรู้ ตลอดจนการไปศึกษาจากแหล่งความรู้อื่นๆ มาช่วยกันคิด
วิเคราะห์ เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย และนำแนวทางที่ดีที่สุด ลดกระบวนการ ลดขั้นตอนการ
ปฏิบัติงาน ในด้านต่างๆ มารวมเป็นเลม่ คู่มือ การใช้ระบบสำนักงานอิเล็กทรอนกิ ส์ (E-Office) จึงทำ
ให้เกดิ องคค์ วามรแู้ ละมคี ู่มือในการแก้ไขปญั หาการใช้งานดังกล่าว
11. แนวทางการพัฒนาในอนาคต
การพัฒนาเทคนิคและวิธีการแก้ไขปัญหาการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (E-
office) จากการปฏิบัติงานจริงให้สอดคล้องกับระเบียบงานสารบรรณใหม่และในส่วนอื่นๆที่ยังไม่ได้
ศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้ที่เป็นแหล่งรวมวิธีการใช้งาน เทคนิค ตลอดจนวิธีการแก้ไขปัญหาการใช้งาน
ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (E-office) สามารถนำไปเปน็ แนวทางในการปฏิบตั งิ านใหร้ วดเรว็ และ
ง่ายขึ้น การติดตามเอกสารที่สามารถพบลำดับหนังสือว่าถึงขั้นตอนไหน การสร้าง-ส่งหนังสือที่ง่าย
และประหยัดเวลา ลดขั้นตอน เป็นหมวดหมู่ ตลอดจนสามารถนำไปเป็นคู่มือในการสอนงานให้
พนักงานใหม่ บุคลากรทั่วไป และบุคลากรที่ใช้งานในหน่วยงานตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงระดับ
ผู้บรหิ ารได้
องคค์ วามรู้ 24 การพัฒนาเทคนิคการใชร้ ะบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ ส์ E-Office
ประเภท องค์ความรู้
113
ชมุ ชนนกั ปฏบิ ตั ิ (Community of Practice : CoP)
กลุ่มหลกั ธุรการและสารบรรณ กลมุ่ ยอ่ ย แกงโฮะ๊
หัวขอ้ การจัดการความรู้ (KM) การรับ-ส่ง หนังสอื ราชการภายนอกท่ีมีประสิทธภิ าพ
การรับ-สง่ หนงั สอื ราชการภายนอกทีม่ ี เลขที่เอกสาร (ถา้ มี)
ประสทิ ธภิ าพ วนั ท่รี ายงาน 20 กนั ยายน 2564
การจดั การเรยี นการสอน คณบด/ี หัวหนา้ สำนกั งาน/ จัดทำโดย
ผู้อำนวยการ หวั หนา้ ฝ่าย กลมุ่ แกงโฮะ๊
การวิจัย
การพัฒนาการปฏิบัตงิ าน นายนฤพล นางสาวเพชรรตั น์
ศรสี ว่าง แสงเงนิ ยอด
1. ความเป็นมาและเหตุผล/สภาพปญั หาและอปุ สรรค
กลุ่มแกงโฮ๊ะ เป็นกลุ่มของสมาชิกที่ปฏิบัติงานในด้านการบริหารงานทั่วไป มีลักษณะการ
ทำงานที่มีความคล้ายคลึงกัน โดยหน้าที่หลักของเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปคือ การรับ-ส่ง หนังสือ
ราชการจากหน่วยงานภายนอก การรวมตัวกันของสมาชิกกลุ่มแกงโฮ๊ะเกิดจากการที่ประสบปัญหา
ลักษณะเดียวกัน มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน มีเป้าหมายร่วมกันที่จะพัฒนาวิธีการทำงานให้ดีขึ้น
และต้องการที่จะแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์จากการทำงาน และสามารถนำความรู้
ดงั กลา่ วมาพฒั นาวธิ กี ารทำงาน ให้เกดิ การสรา้ งความรู้ใหม่ๆ เพอื่ ประสทิ ธภิ าพมากยิง่ ขึ้น
กองกลาง สำนักงานอธิการบดี ซึ่งปฏิบัติงานด้านการรับ-ส่งหนังสือ มหาวิทยาลัย ได้นำ
ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-office) มาใช้ในการปฏิบัติงาน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการบริหาร
จัดการของระบบเอกสารฯ มีมาตรฐานเป็นสากล ประหยัดเวลา ทรัพยากร ช่วยบันทึกข้อมูลและเกบ็
เอกสารข้อมูลต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ค้นหาและสืบค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องสามารถเชื่อมโยง
ข้อมูลระบบสารสนเทศกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเป็นสากล คัมภีร์ธุรการจัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็น
แนวทางในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน มีการเชื่อมโยงข้อมูลใน
การปฏิบัติงาน มีความสะดวกรวดเร็ว ถูกต้องมีประสิทธิภาพ โดยยึดหลักตามระเบียบสำนัก
นายกรฐั มนตรวี า่ ด้วยงานสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกส์ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2548
2. วตั ถปุ ระสงค์
2.1 เพอ่ื มรี ะบบการจดั การความรู้
2.2 เพื่อจดั การองคค์ วามรูใ้ ห้มีประโยชน์
2.3 ไดท้ บทวนองค์ความรู้ขององคก์ ร
3. ลกั ษณะงานทป่ี ฏบิ ัติ
3.1 สภาพการปฏบิ ตั ิงานเดมิ
การรับ-ส่ง หนังสือ ราชการภายนอก ล่าช้า ไม่ทันเวลา บางเรื่องไม่ตรงกับผู้รับในเอกสาร
เนื่องจากไม่มีการประสานงานระหว่างเจ้าของเร่อื งกับผรู้ ับ เพราะเป็ยเรื่องใหม่
3.2 สภาพการปฏบิ ตั งิ านใหม่
การรับ-ส่ง หนังสือ ราชการภายนอก เกิดความรวดเร็ว มีการประสานงานล่วงหน้าระหว่าง
ผู้รบั เอกสารและผทู้ ่ตี ิดตอ่ เพอื่ ใหเ้ อกสารทนั เวลาที่ตอ้ งการ
4. แนวคดิ /ขน้ั ตอน/วธิ กี าร (สรุป) 114
การลดข้นั ตอน/ระยะเวลาการดำเนินงาน
ลดตน้ ทนุ ค่าใช้จา่ ยในการดำเนนิ งาน
พัฒนาคุณภาพชวี ิตในการทำงาน
สร้างประโยชนแ์ ละความพงึ พอใจแกผ่ ู้รับบรกิ าร
5. ขอ้ ควรระวงั (ถา้ มี)
-
6. เคลด็ ลบั /เทคนคิ พิเศษ (Tips and Tricks)
การจดั การความรจู้ ะไม่ประสบความสำเร็จถ้า มองข้ามสมาชิกคนใดคนหนึ่งภายในกลุ่มองค์
ความรู้ ทกุ คนคือคนสำคญั และมีความหมายเท่าๆ กนั
7. ผลของการดำเนินงาน (Output)
กลุ่มแกงโฮะ๊ ได้องคค์ วามร้ทู ่ดี ี
8. ผลลพั ธข์ องการดำเนนิ งาน (Outcome)
เกดิ นวตั กรรมและกระบวนการทำงานทด่ี ี
9. ประโยชนท์ ่ไี ดร้ บั
เพม่ิ ศกั ยภาพในการทำงาน เพราะมขี ้อมลู สารสนเทศและความรู้ขององค์กรท่ถี กู ตอ้ ง
10. ปัจจัยแห่งความสำเรจ็
การมสี ่วนร่วมจากบุคลากรท้งั หมด
11. แนวทางการพัฒนาในอนาคต
มีการตอ่ ยอดองค์ความร้ตู อ่ ไปเร่อื ยๆ
องค์ความรู้ 25 การพฒั นารูปแบบการจัดสง่ เอกสารในระบบ e - office
ประเภท องค์ความรู้
115
ชมุ ชนนกั ปฏบิ ตั ิ (Community of Practice : CoP)
กลุ่ม ธุรการและสารบรรณ กลุ่มยอ่ ย การสรา้ งเส้นทางเดินเอกสาร e-office
หวั ขอ้ การจดั การความรู้ (KM) การพัฒนารปู แบบการจดั ส่งเอกสารในระบบ e - office
รูปแบบเสน้ ทางส่งเอกสารในระบบ e - office เลขท่ีเอกสาร (ถา้ มี)
วันท่ีรายงาน 22 กนั ยายน 2564
การจดั การเรียนการสอน จัดทำโดย
การวิจยั นางสาวปาณสิ รา นิตธุ ร
การพัฒนาการปฏิบัตงิ าน
1. ความเปน็ มาและเหตุผล/สภาพปัญหาและอปุ สรรค
ปัจจุบันปริมาณเอกสารของส่วนราชการต่าง ๆ มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมากทำให้เกิดปัญหา
ต่อการบริหารงานภายในคณะ ทำให้เกิดความล้าช้า อีกทั้ง การปฏิบัติงานด้านเอกสารยังไม่เป็น
มาตรฐานและถูกต้องตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และ พ.ศ.
2548 ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-office) เป็นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหาร
จัดการเอกสาร โดยได้นำระบบเข้ามาใช้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2553 ตามนโยบายของ
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่มุ่งเน้นให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดต้นทนุ และทรัพยากร
อีกทั้งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร และมาตรฐานการปฏิบัติงานใหม้ ีประสิทธิภาพตาม
กรอบการบรหิ ารจัดการภาครฐั แนวใหม่
จากความสำคัญดังกล่าวข้างต้นนั้น กลุ่มความรู้ (กลุ่มที่ 1) จึงจัดกลุ่มเพื่อศึกษาการพัฒนา
รูปแบบการจัดส่งเอกสารในระบบ e – office ต่อเนื่องจาก องค์ความรู้ในปี 2563 ที่กลุ่มความรู้ได้
ดำเนินการศึกษาในเรอื่ งการสรา้ งเส้นทางเดินเอกสารในระบบ e – office ซ่งึ จะเปน็ วธิ กี ารชว่ ยให้การ
ทำงานเกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดต่อการดำเนินงานของหน่วยงาน ตลอดจนเป็นการ
พัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (R2R) ในการพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ และระบบการใช้งาน (e-
office) ทำงานให้มปี ระสทิ ธภิ าพมากย่งิ ข้นึ
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อศึกษารูปแบบการจดั สง่ เอกสารในระบบ e – office ของหนว่ ยงาน
2.2 เพอ่ื พฒั นารูปแบบการจดั สง่ เอกสารในระบบ e – office ของหนว่ ยงาน
3. ลักษณะงานที่ปฏบิ ัติ
3.1 สภาพการปฏิบตั งิ านเดิม
สมาชิกกลุ่มความรู้ (กลุ่มท่ี 1) ส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับการจัดส่งเอกสารระหว่าง
หน่วยงานภายในเดียวกัน ภายในฝ่าย/ส่วนงาน สำนัก คณะ ผ่านระบบ e – office โดยปกติจะ
ดำเนินการ สร้างเส้นทางในรูปแบบเดิม ๆ โดยใช้วิธีการเลือกผู้รับเอกสาร โดยเลือกชื่อ ทีละคน
ตามลำดับ หรือ ในลำดับเดียวกัน ซ่ึงการจัดทำบนั ทกึ ขอ้ ความของแต่ละคนจะใช้เวลาไม่เท่ากัน ทำให้
เกดิ ความล่าชา้ และใช้เวลานาน บางคร้ังแต่ละวนั อาจมหี ลายฉบับ
สมาชิกกลุ่มความรู้ (กลุ่มที่ 1) จึงได้ดำเนินการศึกษาแนวทางองค์ความรู้ใหม่ ๆ จาก
ระบบ e – office เพื่อมาทดลองใช้งานในการสร้างเส้นทางการจัดส่งเอกสารในระบบ e – office ใน
ขณะเดียวกันก็พบว่าในเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้นั้น ยังไม่มีความถูกต้อง และสมบูรณ์ต่อการใช้งาน 116
สมาชิกกลุ่มความรู้ (กลุ่มที่ 1) จึงมีความต้องการที่จะพัฒนารูปแบบการจัดส่งเอกสาร เส้นทางใน
ระบบ e-office ให้กับบุคลากรสายวิชาการ และบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการเพื่ออำนวยความ
สะดวกในการจัดส่งเอกสาร พร้อมทั้งได้ทำการวิเคราะห์และศึกษาข้อมูลจากหน่วยงานภายใน พบว่า
มปี ญั หา 2 เร่อื ง ดงั นี้
1. ปญั หาท่ีเกิดจากปัจจัยภายนอก ประกอบด้วย 2 ปัจจยั หลัก ดงั น้ี
1.1 เกดิ จากมีการเพมิ่ ลำดบั บคุ คลในเส้นทางหลัก
1.2 ปญั หาทเี่ กดิ จากการเปล่ยี นแปลงบุคคลในเส้นทาง
2. ปัญหาท่เี กดิ จากปัจจยั ภายใน
การนำเส้นทางเอกสารไปใช้ อาจมีปัญหาเกี่ยวกับการเลือกใช้รูปแบบบันทึก
ข้อความ บางเรื่องไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของเรื่อง นั้น เช่น อาจเกิดความล่าช้า จากต้นเรื่อง หรอื
ลงนามเอกสารค้างไว้ แต่ไม่ได้ตรวจสอบ ติดตามเอกสาร หรือ หนังสือบางประเภท เป็นหนังสือ
ประเภทใหม่ ซ่ึงอาจจะตอ้ งเพ่มิ ประเภทของหนงั สือในเส้นทางเอกสาร
3.2 สภาพการปฏิบัติงานใหม่
จากการวเิ คราะหส์ ภาพปญั หาทเี่ กิดขน้ึ ทั้ง 2 ปัจจัยน้ัน สมาชกิ กลุม่ ความรู้ (กลุ่มท่ี 1) ได้
ดำเนินการปรับปรุง โดยปรับเปลี่ยนบุคคลที่อยู่ในเส้นทางให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ ให้ตรงกับประเภท
ของเอกสาร พร้อมทัง้ จัดประเภทของเอกสารโดยแยกให้เกิดความชัดเจน มากยิ่งขึน้ การจำแนกตาม
ประเภทเอกสาร จากเดิมทั้งหมดมี 42 แบบฟอร์ม โดยแต่ละแบบฟอร์มไม่ได้มีการใช้งานอยู่บ่อยครงั้
จึงรวบรวมแบบฟอร์มที่มีการใช้งานและดำเนินการอยู่บ่อย ๆ ได้จำนวน 12 แบบฟอร์ม และนำมา
สร้างเป็นเส้นทางมาตรฐานของหน่วยงานหรือ เส้นทางมาตรฐานส่วนบุคคลได้ เพื่อความสะดวก
รวดเร็ว ในการจัดส่งเอกสาร พร้อมทั้งได้ดำเนินการศึกษาการพัฒนารูปแบบการจัดส่งเอกสารใน
ระบบ e – office อย่างตอ่ เนือ่ งจนถงึ ปัจจุบัน
4. แนวคิด/ขน้ั ตอน/วิธีการ (สรปุ )
การลดขั้นตอน/ระยะเวลาการดำเนินงาน
ลดต้นทนุ ค่าใช้จา่ ยในการดำเนินงาน
พฒั นาคุณภาพชวี ติ ในการทำงาน
สรา้ งประโยชนแ์ ละความพงึ พอใจแกผ่ ู้รับบรกิ าร
5. ขอ้ ควรระวัง (ถ้าม)ี
-
6. เคล็ดลับ/เทคนิคพิเศษ (Tips and Tricks)
สามารถเลอื กผู้รบั เอกสารพร้อมกันหลายๆคน โดยใช้เวลาไมถ่ งึ 2 นาที
7. ผลของการดำเนินงาน (Output)
มีรปู แบบเส้นทางมาตรฐานในการจดั ส่งเอกสารในระบบ e – office ใช้งานในหนว่ ยงาน และ
8. ผลลพั ธข์ องการดำเนนิ งาน (Outcome)
เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้ปฏิบัติงานและใช้งานในระบบได้อย่างดี เกิดความสะดวก รวดเร็ว
พรอ้ มทงั้ ลดระยะเวลาในการจัดส่งเอกสารในการทำงาน ลดความลา่ ชา้ ตอ่ การจัดทำเอกสารท่ีต้องส่ง
ถงึ ผู้รบั หลาย ๆ คน และลดความผิดพลาดท่ีอาจเกิดจากการเลือกบคุ คลในเสน้ ทางผิด
9. ประโยชนท์ ่ีได้รบั 117
สมาชิกกลุ่มความรู้ (กลุ่มที่ 1) มีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องของรูปแบบเส้นทางในระบบ e-
office นำมาสู่การพัฒนารูปแบบการจัดส่งเอกสารในระบบ e – office ทำให้เกิดเป็นคู่มือการใช้งาน
เกี่ยวกับรูปแบบการจัดส่งเอกสารภายในหน่วยงาน มีการปรับปรุงเส้นทางให้ทันสมัย ตรงต่อวัตุ
ประสงคข์ องผู้ใชง้ านในหนว่ ยงานมากข้นึ
ทั้งนี้ ยังช่วยให้ระบบการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีระบบที่ชัดเจน ง่ายต่อการ
ปฏิบัติงาน ทำให้มีแรงบรรดาลใจในการปฏิบัติงานและสร้างผลงานไปสู่งานวิจัยที่มีคุณภาพมากขึ้น
พร้อมทงั้ ผลิตผลงานวิจัยท่ีมคี ณุ ภาพมากขึ้นต่อไป
10. ปจั จัยแหง่ ความสำเรจ็
สมาชิกกล่มุ ความรู้ (กล่มุ ที่ 1) ทุกหน่วยงานมีความรบั ผดิ ชอบต่อหน้าทขี่ องตนเอง และมี
การประชมุ ระดมความคดิ เห็นในการพฒั นารปู แบบการจัดส่งเอกสารในระบบ e – office เพอื่
แลกเปลย่ี นความรู้ของแตล่ หนว่ ยงาน ทำใหก้ ารดำเนินงานในครง้ั ประสบความสำเรจ็ บรรลผุ ลตาม
ท่ีต้ังไว้
11. แนวทางการพัฒนาในอนาคต
สมาชิกกลุ่มความรู้ (กลุ่มที่ 1) สามารถนำองค์ความรู้และพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยได้ ทำ
ให้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การปฏิบัติงานมีระบบ ที่มีคุณภาพมากขึ้น พัฒนารูปแบบ
การจัดสง่ เอกสารในระบบ e – office ใหเ้ ปน็ แนวทางเดียวกนั ในการปฏบิ ตั ิงานของแตล่ ะหน่วยงาน
องคค์ วามรู้ 26 เรอ่ื ง วิธกี ารเก็บข้อมลู ตามตัวชว้ี ัดรายบุคคลของบคุ ลากร
ประเภท องค์ความรู้
118
หน่วยงาน วทิ ยาลัยโลจสิ ติกส์และซพั พลายเชน
ชมุ ชนนกั ปฏบิ ตั ิ (Community of Practice : CoP) กลมุ่ หลกั NKPT & CLS to KPIs
หัวข้อการจัดการความรู้ (KM) วธิ กี ารเกบ็ ขอ้ มูลตามตัวชี้วดั รายบคุ คลของบุคลากร
วทิ ยาเขตนครปฐม และวทิ ยาลยั โลจสิ ตกิ สแ์ ละซัพพลายเชน
วิธกี ารเกบ็ ขอ้ มูลตามตัวช้วี ดั รายบคุ คลของ เลขทเ่ี อกสาร (ถา้ มี)
บคุ ลากร วันทรี่ ายงาน 13 กันยายน 2564
การจดั การเรียนการสอน คณบดี/ หัวหนา้ สำนกั งาน/ จดั ทำโดย
การวจิ ยั ผูอ้ ำนวยการ หัวหนา้ ฝา่ ย
การพัฒนาการปฏบิ ตั ิงาน นางสาวชลุ ีกร
นางสาวเสาวณีย์ นางสาวชุลกี ร บุญถนอม
กำเนิดรัตน์ บุญถนอม
1. ความเปน็ มาและเหตุผล/สภาพปัญหาและอปุ สรรค
ด้วยบุคลากรของวิทยาเขตนครปฐมและวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน จะได้รับการ
ประเมินด้วยเกณฑ์ของหน่วยงาน เพื่อนำมาพิจารณาจ่ายเงินรางวัลประจำปี และปรับเงินเดือน ซ่ึง
จะแตกต่างกบั หน่วยงานตามโครงสรา้ ง หรือหนว่ ยงานทอ่ี ยู่ภายในมหาวทิ ยาลยั ซ่งึ ผบู้ ริหารคาดหวัง
ท่จี ะกำหนดเกณฑ์หรอื ตัวชี้วดั ทส่ี ามารถประเมนิ ผลได้อยา่ งเป็นรปู ธรรม ชัดเจน
2. วตั ถุประสงค์
2.1 เพื่อเป็นเครื่องมือวัดประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนา
กระบวนการปฏิบัติงานต่อไป
2.2 ผู้บริหารสามารถใช้ตัวชี้วัดเหล่านี้ เป็นเครื่องมือในการวัด/ประเมินผลการปฏิบัติงาน
เพื่อเป็นส่วนหน่งึ ในการประกอบการพิจารณาปรบั ข้นึ เงนิ เดือน และเงนิ รางวลั ประจำปีได้
3. ลักษณะงานทป่ี ฏิบัติ
3.1 สภาพการปฏบิ ัตงิ านเดมิ
ไม่มีตัวชี้วัดและวิธีการเก็บข้อมูล สำหรับการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ไม่สามารถ
สรปุ ผลการดำเนนิ งานได้อยา่ งชัดเจน
3.2 สภาพการปฏบิ ัติงานใหม่
บุคลากรมีตัวชี้วัดรายบุคคลตามงานที่ปฏิบัติ มีวิธีการเก็บข้อมูลที่เหมาะสมกับงาน รวมทั้ง
แบบเก็บขอ้ มูลท่ีมคี วามสมบรู ณ์ สามารถสรุปและประเมนิ ผลสำเร็จของงานทท่ี ำไดอ้ ย่างชดั เจน
4. แนวคิด/ขนั้ ตอน/วธิ ีการ
การลดขน้ั ตอน/ระยะเวลาการดำเนินงาน
ลดตน้ ทุนคา่ ใช้จา่ ยในการดำเนนิ งาน
พัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ในการทำงาน
สร้างประโยชน์และความพงึ พอใจแกผ่ ู้รบั บรกิ าร
5. ขอ้ ควรระวงั (ถา้ ม)ี 119
-
6. เคล็ดลบั /เทคนิคพิเศษ (Tips and Tricks)
สรา้ งความตระหนกั รแู้ ละความเขา้ ใจของจุดประสงคใ์ นการแลกเปล่ยี นเรียนรูใ้ นองค์ความร้นู ี้
แก่บุคลากรทุกฝ่าย/ทุกคน
7. ผลของการดำเนนิ งาน (Output)
บุคลากรทุกคนให้ความรว่ มมอื ในการเขา้ ร่วมประชมุ และแลกเปล่ียนเรียนร้รู ่วมกันเปน็ อยา่ งดี
8. ผลลพั ธข์ องการดำเนนิ งาน (Outcome)
มีตัวชี้วัดผลการปฏบิ ัตงิ านของบุคลากรและวิธกี ารเก็บข้อมูลตัวชี้วัดอยา่ งเหมาะสม สามารถ
นำไปใช้งานไดจ้ ริง
9. ประโยชนท์ ี่ได้รับ
จากเดิมไม่มีตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานของบุคลากรอย่างเป็นรูปธรรม ชัดเจน แต่เมื่อนำ
กระบวนการจัดการความรู้มาเป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้บุคลากรทุกคนได้ร่วมกัน
คิดและกำหนดตัวชี้วัดตามภาระงานของตัวเอง มีวิธีการเก็บข้อมูลตัวชี้วัดอย่างเหมาะสม มีระเบียบ
แบบแผน ทำใหไ้ ด้ข้อมูลท่คี รบถว้ น สมบูรณ์ เพอื่ ใหผ้ บู้ รหิ ารได้นำไปใช้เปน็ เกณฑ์การพิจารณาจัดสรร
เงินรางวลั (โบนสั ) ประจำปี และปรบั ขึน้ เงนิ เดือนไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
10. ปจั จัยแห่งความสำเรจ็
บคุ ลากรให้ความสำคญั กบั การดำเนนิ งานจดั การความรู้ และให้ความร่วมมอื ในทุกๆกิจกรรม
ของการแลกเปลีย่ นเรียนรู้ รว่ มกันระดมความคดิ เพื่อให้ไดม้ าซึง่ ตัวชวี้ ัด วิธเี กบ็ ข้อมลู และแบบเก็บ
ข้อมลู ทสี่ มบรู ณ์แบบที่สดุ
11. แนวทางการพฒั นาในอนาคต
มกี ารพฒั นา/ปรบั ปรุงตวั ชีว้ ัดและแบบเก็บขอ้ มลู เพอ่ื ให้เป็นปัจจบุ นั ทนั ตอ่ สถานการณ์การ
ทำงานที่เปลีย่ นแปลงไป เพ่ือให้ไดต้ วั ชว้ี ดั และแบบเกบ็ ข้อมลู ที่เสถยี รและสมบรู ณ์แบบทส่ี ดุ สามาร
นำไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้จรงิ
องค์ความรู้ 27 เร่อื ง แนวทางและกระบวนการพัฒนาสถานศึกษาสูค่ วามเป็นเลศิ ด้านภาษา
ประเภท องค์ความรู้
120
หนว่ ยงาน วิทยาลัยการจดั การอุตสาหกรรมบริการ
ชมุ ชนนกั ปฏบิ ตั ิ (Community of Practice : CoP)
กล่มุ กระบวนการพฒั นาสถานศึ
กษาสูค่ วามเปน็ เลศิ ดา้ นภาษา
หัวข้อการจัดการความรู้ (KM) แนวทางและกระบวนการพัฒนาสถานศึกษาสคู่ วามเป็นเลิศดา้ น
ภาษา
แนวทางและกระบวนการพัฒนาสถานศึกษา เลขทีเ่ อกสาร (ถ้ามี)
สคู่ วามเป็นเลศิ ดา้ นภาษา วนั ทรี่ ายงาน 20 กนั ยายน 2564
การจัดการเรยี นการสอน จัดทำโดย
การวจิ ัย นายภทั ราวุธ สรี วิสุทธ์ิ
การพัฒนาการปฏิบัตงิ าน
1. ความเปน็ มาและเหตผุ ล/สภาพปญั หาและอปุ สรรค
ตามที่กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายเร่งปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบให้สัมพันธ์เชื่อมโยงกัน
เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างเสริม
สมรรถนะและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ ให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และ ใช้
เป็นเครื่องมือในการแสวงหาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาตนอันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถใน
การแข่งขันของประเทศและในระดับอาเซียน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการจึง
กำหนดนโยบายการปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้น เพื่อให้ทุก
ภาคส่วนได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องเร่งรัดปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และพัฒนา
ผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะตามที่กำหนดโดยเร็ว กระทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนดนโยบายการ
ปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อส่งเสริมการยกระดับ
ความสามารถในการใช้ภาษาองั กฤษ ดังน้ี
1. ขยายโครงการพเิ ศษด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ไดแ้ ก่
(1) English Program (EP)
(2) Mini English Program (MEP)
(3) International Program (IP) สำหรบั ผูเ้ รยี นท่ีมคี วามสามารถทางวิชาการสงู
(4) English Bilingual Education (EBE) โดยจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์
สงั คมศกึ ษา และศลิ ปศึกษาแบบสองภาษา (ภาษาไทย-ภาษาอังกฤษ) และ
(5) English for Integrated Studies (EIS) ด้วยการสอนวิทยาศาสตร์และ
คณิตศาสตรเ์ ปน็ ภาษาองั กฤษ
2. พัฒนาห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ (Enrichment Class) เพื่อให้ผู้เรียนที่มี ศักยภาพ
ทางภาษาอังกฤษสามารถใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารทางสังคม (Social Interaction) และด้านวิชาการ
(Academic Literacy) และพัฒนาห้องเรียนสนทนาภาษาอังกฤษ (Conversation Class) ที่เน้น
ทักษะการฟังและการพูดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรและรายวิชา
ภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการใช้ภาษาอังกฤษสำหรับประกอบอาชีพ
โดยเฉพาะสำหรับผ้เู รียนทีจ่ ะจบชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 และในโรงเรียนขยายโอกาส
3. จดั กิจกรรมและสภาพแวดล้อมท่ีสง่ เสริมความสามารถดา้ นภาษาองั กฤษ เช่น
(1) การเข้าค่ายภาษาอังกฤษแบบเข้ม ระยะ 2-4 สัปดาห์ (84-170 ชั่วโมง) ในช่วง 121
ปิดภาคเรียน สำหรับนกั เรียนทว่ั ไป และค่ายนานาชาติสำหรับนกั เรยี นที่มีความสามารถสูง
(2) การเพิ่มชั่วโมงเรียน การเรียนอย่างต่อเนื่อง ครึ่งวัน/ทั้งวัน/หรือมากกว่าน้ัน
รวมทง้ั
(3) การจัดสภาพแวดล้อม/บรรยากาศที่ ส่งเสริม/กระตุ้นการฝึกทักษะการสื่อสาร
เช่น English Literacy Day, English Zone, English Corner, การประกวดแข่งขันต่างๆ ป้าย
สารนเิ ทศ และการเพิม่ กจิ กรรมการอ่านในและนอกหอ้ งเรียน ดว้ ยเนอื้ หาสาระท่หี ลากหลาย เป็นต้น
4. ให้มีการเรียนการสอนวิชาสนทนาภาษาอังกฤษเป็นการทั่วไป และมีการเรียนการสอน
ภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น รวมถึงจัดให้เป็นสาระเพิ่มเติมในลักษณะวิชาเลือกได้ด้วย เพื่อให้ผู้เรียน
เลอื กเรียนตามความสนใจความถนดั และศักยภาพ
วิทยาลัยการจัดการอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็นหน่วยงานจัด
การศึกษาท่ีดำเนินการตามหลกั พันธกจิ 4 ด้าน คือ ให้การศึกษา วิจัย บริการวิชาการ และทำนุบำรุง
ศิลปวัฒนธรรม รวมถึงให้การบริการวิชาการแก่หน่วยงานภายนอก เพื่อพัฒนาศักยภาพทางด้าน
ภาษาให้กับบุคคลทั่วไป นักเรียน นักศึกษา รวมทั้งบุคลากรในสังกัดต่างๆ ด้วยวิทยาลัยการจัดการ
อุตสาหกรรมบริการ มีหลักสูตรการสอนภาคภาษาอังกฤษ จึงมีความรู้ ความสามารถ และเทคนิค
ต่างๆ ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ทั้งเทคนิคการสอน รูปแบบการจัดกิจกรรม
พัฒนาภาษาองั กฤษตา่ งๆ
จากความสำคัญดังกล่าว วิทยาลัยการจัดการอุตสาหกรรมบริการ จึงได้กำหนดการจัดต้ัง
กลุ่มองค์ความรู้ “กระบวนการพัฒนาสถานศึกษาสูค่ วามเป็นเลศิ ด้านภาษา” เพื่อยกระดับการพฒั นา
ความรู้ ความสามารถดา้ นภาษาให้กบั หน่วยงานสถานศกึ ษาอย่างมปี ระสิทธิภาพ
2. วัตถปุ ระสงค์
2.1 เพอื่ พฒั นากระบวนการการใหบ้ รกิ ารวิชาการได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
2.2 เพือ่ พัฒนาสถานศกึ ษาในด้านภาษาตา่ งประเทศให้มปี ระสิทธิภาพ
3. ลักษณะงานที่ปฏบิ ัติ
3.1 สภาพการปฏบิ ตั ิงานเดิม
3.2 สภาพการปฏิบตั งิ านใหม่
กระบวนการ/แนวทาง/ กระบวนการ/แนวทาง/วิธกี ารใหม่ ส่งิ ทปี่ รบั ปรุง และผลจากการ
วธิ กี ารเดิม นำไปใช้
การจัดการเรยี นการสอนใน การจัดการเรียนการสอนเป็นแบบ รูปแบบการสอนในหอ้ งเรยี นทเ่ี นน้
รายวชิ าภาษาต่างประเทศ Active Learning ให้ผู้เรียนมสี ่วนร่วม และมี
ในหอ้ งเรียน ปฏิสมั พนั ธก์ บั กิจกรรมการเรยี นรู้
ผ่านการปฏิบตั ิทหี่ ลากหลายรูปแบบ
ส่งผลใหผ้ ู้เรยี นมาความสนใจในการ
เรียนวิชาภาษาตา่ งประเทศมาก
ยิ่งข้ึน
การจัดกจิ กรรมเสริม เสรมิ สร้างบรรยากาศ และ มเี จา้ ของภาษาชาวต่างชาตเิ ป็น
หลกั สูตร เสรมิ สร้างกิจกรรมความเปน็ ผู้สอนนกั เรยี น, การจัดกิจกรรมทาง
นานาชาติภายในโรงเรยี น วฒั นธรรมตา่ งชาติต่างๆ, การจัด
กิจกรรมเสรมิ นอกหอ้ งเรยี น ลด
กระบวนการ/แนวทาง/ กระบวนการ/แนวทาง/วิธกี ารใหม่ สิง่ ทีป่ รับปรงุ และผลจากการ 122
วธิ กี ารเดิม นำไปใช้
เวลาเรียน เพม่ิ เวลารู้ ส่งผลให้
ผ้เู รยี นมีความกลา้ แสดงออก และ
ชื่นชอบในการเรยี นรู้วชิ า
ภาษาตา่ งประเทศเพ่มิ มากขน้ึ
4. แนวคิด/ขนั้ ตอน/วิธีการ
การลดขนั้ ตอน/ระยะเวลาการดำเนนิ งาน
ลดตน้ ทุนค่าใชจ้ ่ายในการดำเนนิ งาน
พฒั นาคณุ ภาพชีวติ ในการทำงาน
สรา้ งประโยชน์และความพงึ พอใจแก่ผรู้ บั บรกิ าร
5. ข้อควรระวัง (ถา้ ม)ี
-
6. เคล็ดลบั /เทคนิคพิเศษ (Tips and Tricks)
ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนในรูปแบบ Active Learning ให้เหมาะสมกับระดับช้ัน
ของผู้เรียน เช่น ระดับอนุบาล จะให้มีกิจกรรมการสังเกตระดับชั้นประถมศึกษา จะมีการเรียนการ
สอนในหนังสือประกอบกับกิจกรรมการเรียนรู้เพิ่มเติม ระดับชั้นมัธยมศึกษา จะเป็นการเรียนการ
สอนตามหนงั สือ ตำรา และเสริมสร้างกจิ กรรมการออกแบบความคิดสร้างสรรค์ เป็นกลุม่
7. ผลของการดำเนนิ งาน (Output)
นักเรียนในโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เพม่ิ ขึ้น
8. ผลลพั ธ์ของการดำเนนิ งาน (Outcome)
8.1 นักเรยี นมีความมัน่ ใจในการพูดภาษาองั กฤษ
8.2 นักเรียนมีความสนใจในรายวชิ าภาษาตา่ งประเทศ
8.3 บคุ ลากรของสถานศึกษาสามารถสือ่ สารดว้ ยภาษาตา่ งประเทศได้
9. ประโยชน์ทไี่ ดร้ ับ
ประโยชนข์ ององคค์ วามรู้
มีการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ทำให้ได้รับองค์ความรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์สูงหรือผู้ที่มี
ความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารการศึกษา การจัดกิจกรรมเสริมทักษะทางด้านภาษาต่างประเทศมาก
ยิ่งขึน้
ตวั อยา่ งการนำความรู้ไปใชป้ ระโยชนใ์ นการพัฒนางาน
นำแนวทางและกระบวนการพัฒนาฯ ไปใช้ในการบริหารโครงการพัฒนาโรงเรียนในสังกัด
องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี สู่การเป็นโรงเรียนที่มีความเป็นเลิศด้านภาษา ปีการศึกษา
2563 โดยได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอนในห้องเรียนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์กับ
กิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ ส่งผลให้ผู้เรียนมาความสนใจในการเรียน
วิชาภาษาต่างประเทศมากย่งิ ขึน้ มเี จา้ ของภาษาชาวตา่ งชาติเป็นผสู้ อนนักเรียน, การจดั กิจกรรมทาง
วัฒนธรรมต่างชาติต่างๆ, การจัดกิจกรรมเสริมนอกห้องเรียน ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ส่งผลให้ 123
ผู้เรยี นมคี วามกล้าแสดงออก และชื่นชอบในการเรยี นรวู้ ิชาภาษาต่างประเทศเพ่ิมมากขึ้น
10. ปจั จยั แหง่ ความสำเร็จ
การทำงานเป็นทีม การร่วมแรงร่วมใจของสมาชกิ กลุ่มความรู้ ถือเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ
หลักของการทำกิจกรรมนี้ เนื่องจากสมาชิกของกลุ่มความรู้ฯ มีความรู้ความสามารถในการบริหาร
จัดการโครงการได้อย่างหลากหลาย สมาชิกกลุ่มความรู้ฯ ร่วมกันระดมความคิด จนเกิดเป็นองค์
ความรู้ กระบวนการ วธิ กี ารท่ีนำมาสู่ความสำเร็จของกจิ กรรม KM
11. แนวทางการพัฒนาในอนาคต
กลุ่มความรู้ฯ เตรียมที่จะพัฒนากระบวนการการพัฒนาสถานศึกษาสู่ความเป็นเลศิ ด้านภาษา
ต่อไป โดยดำเนนิ การในด้านการจัดกิจกรรมนอกห้องเรียนใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพสงู สุด
องคค์ วามรู้ 28 เรื่อง แนวปฏิบตั ิการดแู ลนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชพี ครู
ประเภท องค์ความรู้
หน่วยงาน คณะครศุ าสตร์
124
ชมุ ชนนกั ปฏบิ ตั ิ (Community of Practice : CoP)
กลุม่ การบรกิ ารการศึกษา กลมุ่ ยอ่ ย ฝกึ ประสบการณ์วชิ าขพี
หัวขอ้ การจัดการความรู้ (KM) แนวปฏิบตั ิการดแู ลนกั ศึกษาฝึกประสบการณ์วชิ าชีพครู
แนวปฏิบัติการดแู ลนักศกึ ษาฝึกประสบการณ์ เลขทีเ่ อกสาร (ถ้าม)ี คศ/2124
วิชาชพี ครู วนั ทร่ี ายงาน 9 กนั ยายน 2564
การจดั การเรยี นการสอน คณบด/ี หัวหนา้ สำนักงาน/ จดั ทำโดย
ผู้อำนวยการ หวั หนา้ ฝ่าย
การวิจัย น.ส.ไสวรินทร์
การพัฒนาการปฏบิ ัติงาน ผศ.ดร.กรรณกิ าร์ ผศ.ดร.ทศั นยี ์ มูลจันทรห์ อม
ภิรมย์รตั น์ เศรษฐพงษ์
1. ความเปน็ มาและเหตุผล/สภาพปญั หาและอปุ สรรค
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏสวนสนุ ันทา ภายใต้งานของฝา่ ยวิชาการ มีเจ้าหนา้ ท่ีฝ่าย
วิชาการประจำส่วนงานนี้ คือ ศนู ยฝ์ ึกประสบการณ์วิชาชพี ครเู ปน็ ผดู้ ูแลและกำกับการปฏิบัติงานซงึ่ มี
ความสำคัญอย่างมากในการดูแลนักศึกษา การส่งนักศกึ ษาไปฝึกปฏิบตั ิการทำงานด้วยประสบการณ์
จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ (สังเกตการณ์สอน) และการฝึกสอน
ของนักศกึ ษา
ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (4 ปี) พ.ศ.2562 ส่งนักศึกษาไปฝึก
ประสบการณว์ ชิ าชพี ครู การฝกึ ปฏบิ ตั ิวิชาชพี ระหว่างเรียน 1-3 และออกฝกึ สอนในปี 4
หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (5 ปี) ส่งนักศึกษาไปฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1-2
ฝึกสอนเต็มรูปแบบในวิชาเอก 1 ปี ซึ่งทั้ง 2 หลักสูตร ศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูต้องดูแล
นักศึกษา จำนวน 2,059 คน มีโรงเรียนร่วมพัฒนาวิชาชีพครูที่นักศึกษาฝึกประสบการณ์จำนวน 98
โรงเรียน ทำให้ศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูประสบปัญหาในการติดต่อประสานงานกับทาง
โรงเรียน และโรงเรียนเลือกรับเฉพาะนักศกึ ษาฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศกึ ษาเท่าน้นั
จากปัญหาและความสำคัญเกี่ยวกับส่วนงานด้านการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู จำนวน
โรงเรียนมีน้อย การติดต่อประสานงานกับโรงเรียน และการเลือกรับนักศึกษาเฉพาะฝึกปฏิบัติการ
สอน สมาชิกกลุ่มรวมตัวโดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง รองคณบดีฝ่ายวิชาการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการ
เจา้ หน้าท่ฝี า่ ยศูนยฝ์ ึก อาจารยน์ ิเทศกส์ าขา อาจารยน์ ิเทศกโ์ รงเรยี นรวมตัวกันแก้ปญั หาร่วมกัน
2. วัตถุประสงค์
เพื่อวิเคราะห์กระบวนการและขั้นตอนการปฏิบัติงานด้านการดูแลนักศึกษาฝึกประสบการณ์
วิชาชพี ครู สำรวจปญั หาและจดั ทำคู่มอื การปฏิบตั ิงานดา้ นการดแู ลนกั ศึกษาฝึกประสบการณว์ ิชาชพี ครู
3. ลกั ษณะงานที่ปฏิบัติ 125
3.1 สภาพการปฏบิ ตั ิงานเดิม
1) ภาระงานในการดูแลนักศึกษาชั้นปีที่ 1-5 จำนวน 2,059 คนและ โรงเรียนร่วม
วชิ าชีพครูท่นี กั ศึกษาฝกึ ประสบการณ์วชิ าชพี จำนวน 98 โรงเรียน
2) การตดิ ตอ่ ประสานงานกบั โรงเรียนในช่วงการแพร่ระบาดโควิด -19
3) โรงเรยี นเลอื กรับเฉพาะนกั ศึกษาฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศกึ ษา
3.2 สภาพการปฏบิ ตั ิงานใหม่
1) การจัดทำคูม่ ือการฝกึ ประสบการณ์วิชาชพี ครูเพอื่ ดูแลนกั ศกึ ษา
2) การจัดทำขน้ั ตอนการตดิ ต่อส่อื สารกับทางโรงเรยี น
3) การจัดทำขั้นตอนกาประชาสัมพันธ์กับทางโรงเรียนให้รับนักศึกษาฝึกประสบการณ์
วชิ าชีพครู
4. แนวคิด/ข้ันตอน/วิธกี าร (สรุป)
การลดขั้นตอน/ระยะเวลาการดำเนนิ งาน
ลดต้นทุนค่าใชจ้ ่ายในการดำเนินงาน
พัฒนาคุณภาพชวี ติ ในการทำงาน
สร้างประโยชนแ์ ละความพึงพอใจแกผ่ ู้รบั บรกิ าร
5. ขอ้ ควรระวัง (ถา้ ม)ี
ไม่มี
6. เคลด็ ลับ/เทคนคิ พิเศษ (Tips and Tricks)
การจัดทำคู่มอื ตอ้ งอยู่บนเง่ือนไขของครุ ุสภา การติดต่อช่องทางออนไลน์ 1 ช่องทางเพ่ิมเป็น
3 ช่องทาง การจัดทำประชาสัมพันธ์เน้นการทำ infographic การประชุมจัดทำคู่มือใช้เทคนิคการ
วิจยั แบบมีส่วนรว่ มมาให้แกป้ ญั หา การนำเสนอข้อมลู และนำผลยอ้ นกลับจากผทู้ รงมาแกไ้ ขตัวคมู่ ือ
7. ผลของการดำเนินงาน (Output)
ทบทวนปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติการดูแลนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู โดยระบุ
บทบาทแนแนวทางการปฏิบัติบรรจุในคู่มือ ทั้งข้อมูลพื้นฐานและช่องทางการให้การปรึกษาให้แก่
นักศกึ ษา ท้งั น้ใี หก้ ำหนดผ้ใู ช้คมู่ ือใหช้ ดั เจนไม่วา่ จะเป็นนกั ศึกษา มหาวิทยาลยั อาจารย์หรือครูพีเ่ ล้ยี ง
8. ผลลพั ธ์ของการดำเนนิ งาน (Outcome)
รปู แบบและรายละเอยี ดเก่ียวกบั แนวปฏิบัติการดูแลนักศกึ ษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ระบุ
กระบวนการ แบบฟอร์ม คมู่ อื เพ่อื ไดแ้ นวทางทดี่ ีทสี่ ดุ ลดปญั หาและขัน้ ตอนในการดำเนนิ งาน
9. ประโยชนท์ ไี่ ด้รบั
9.1 การดูแลนักศึกษาชั้นปีที่ 1-5 ดำเนินการรูปแบบกรรมการศูนย์ฝึกฯมีการประชุมแจ้งให้
ทางโรงเรียนรับทราบก่อนส่งเอกสารสำรวจรับนักศกึ ษา ชี้แจงให้เห็นบทบาทและหน้าท่ีของโรงเรยี น
กฏ กติกาการปฏิบตั งิ าน
9.2 การจัดทำขัน้ ตอนการติดตอ่ สอื่ สารกบั ทางโรงเรยี น ใชช้ ่องทางเพจศนู ย์ฝกึ ฯ เพจคณะครุ
ศาสตร์ การส่งอีเมล์ ส่วนเอกสารจดหมายราชการในรูปแบบของไฟล์ข้อมูล pdf. / google form /
google dive ทำใหร้ บั สง่ ข้อมูลสะดวกรวดเร็ว
9.3 การจัดทำขั้นตอนการประชาสัมพันธ์กับทางโรงเรียนให้รับนักศึกษาฝึกประสบการณ์ 126
วิชาชีพครูโดยใช้ infographic ในการอธิบายขั้นตอนให้นักศ฿กาทราบทางเพจศูนย์ฝึกฯ เอกสารท่ี
ต้องการแจ้งใช้รูปภาพเอกสารขึ้นเปิดแชร์สาธารณะในเว็บไซด์คณะครุศาสตร์ นักศักษาเข้าถึงข้อมูล
ได้ง่าย และสามารถแชร์ข้อมูลให้กลุ่มเพื่อนได้รับทราบได้รวดเร็ว เมื่อเกิดข้อสงสัยก็สามารถพิมพ์
ซกั ถามในกลอ่ งขอ้ ความได้
10. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
ทำให้กลุ่มมีความรู้เกี่ยวกับงานด้านการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ได้มีการร่วมมือในการ
จัดการความรู้ เสียสละเวลาในหน้าที่งานหลักมาช่วยเหลือกันเท่าที่ตัวเองจะช่วยเหลือได้ ทำให้การ
ดำเนนิ งานประสบความสำเร็จและนำไปพัฒนาในงานของตวั เองตอ่ ไป
11. แนวทางการพฒั นาในอนาคต
กระบวนการดังกล่าวสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมและขั้นตอนการดำเนินงานของศูนย์
ฝึกประสบการณว์ ิชาชีพครู ผา่ นกิจกรรมต่าง ๆ ไดอ้ ย่างเปน็ ระบบ สอดรับสถานการณ์ปจั จุบันและกา
ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมาในกิจกรรมต่าง ๆ อันนำไปสู่ประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ดีขึ้นในอนาคต
และตอ่ ยอดไปถงึ งานวจิ ยั
องคค์ วามรู้ 29 เรอ่ื ง การส่งเสริมและพัฒนาทกั ษะด้าน ICT ของนักศกึ ษาวชิ าชพี ครู
ประเภท องค์
ความรู้หนว่ ยงาน คณะครศุ าสตร์
127
ชมุ ชนนกั ปฏบิ ตั ิ (Community of Practice : CoP)
กลมุ่ การพัฒนานักศกึ ษา กล่มุ ย่อย การสง่ เสรมิ และพฒั นาทกั ษะด้าน ICT ของนกั ศกึ ษาวชิ าชีพครู
หวั ขอ้ การจัดการความรู้ (KM) การสง่ เสรมิ และพัฒนาทกั ษะด้าน ICT ของนกั ศกึ ษาวชิ าชีพครู
การสง่ เสรมิ และพัฒนาทกั ษะดา้ น ICT ของ เลขทเ่ี อกสาร (ถา้ ม)ี
นักศึกษาวชิ าชีพครู วนั ท่รี ายงาน 13 กันยายน 2564
การจัดการเรียนการสอน คณบดี/ หวั หนา้ สำนักงาน/ จดั ทำโดย
ผ้อู ำนวยการ หัวหนา้ ฝ่าย
การวิจยั นางสาวอรดี
การพฒั นาการปฏบิ ตั งิ าน ผศ.ดร.กรรณกิ าร์ นางรวินนั ท์ หอมวงศ์
ภริ มย์รตั น์ พระยานอ้ ย
1. ความเปน็ มาและเหตุผล/สภาพปัญหาและอปุ สรรค
การจัดกิจกรรม/โครงการพัฒนานักศึกษา ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนา
นักศึกษาให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตราฐานระดับอุดมศึกษา ตามคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์
คือกิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ ด้านที่ 5 ทักษะการวิเคราะห์เชิง
ตวั เลข การส่อื สารและการใช้เทคโนโลยี ใหก้ บั นกั ศกึ ษาวชิ าชพี ครู คณะครุศาสตร์ ซึง่ มีบทบาทสำคญั
ในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะในด้าน การศึกษา ดังนั้นเพื่อให้นักศึกษาวิชาชีพครู มีศักยภาพในการ
จัดการเรียนการสอนและการใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงานทางการศึกษามากยิ่งขึ้น ซึ่งกลุ่มความรู้
การพัฒนานักศกึ ษา จึงใหค้ วามสำคัญกบั พัฒนาส่งเสริมคณุ ภาพนักศกึ ษา
กลุ่มการพัฒนานักศึกษา มุ่งเน้นการพัฒนานักศึกษาวิชาชีพครูให้มีศักยภาพในการจัดการ
เรียนการสอนและการใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงานทางการศึกษา ยุคศตวรรษที่ 21 ด้านทักษะการ
วิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยี เพื่อให้นักศึกษาวิชาชีพครู มีศักยภาพในการ
จัดการเรียนการสอนและการใชเ้ ทคโนโลยีในการปฏบิ ตั งิ านทางการศกึ ษา
2. วตั ถุประสงค์
2.1 เพื่อพัฒนานกั ศกึ ษาด้านทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
2.2 เพือ่ พัฒนาศักยภาพในการใชเ้ ทคโนโลยกี ับการวัดและประเมนิ ผลของนกั ศึกษา
3. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ ICT เพื่อประเมินผลการเรียนรู้ ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom
Meeting) ในหัวข้อ การประยุกต์ใช้อุปกรณ์ อิเลิกทรอนิกส์สำหรับการตรวจข้อสอบ โดยใช้
แอพพลิเคชั่น ZIP Grade และ Google From ให้กับนักศึกษาวิชาชีพครู ชั้นปีที่ 4 – 5 และศิษย์เก่า
โดยมีนักศึกษาลงทะเบยี นเขา้ รับการอบรม 311 คน
4. แนวคิด/ขน้ั ตอน/วิธกี าร (สรุป)
การลดขั้นตอน/ระยะเวลาการดำเนินงาน
ลดต้นทนุ คา่ ใชจ้ ่ายในการดำเนนิ งาน
พัฒนาคณุ ภาพชีวิตในการทำงาน
สรา้ งประโยชน์และความพงึ พอใจแกผ่ ู้รบั บริการ 128
5. ข้อควรระวงั (ถา้ มี)
การดำเนินการจัดการความรู้ ปัญหาคือ เรื่องเวลาเนื่องจากสมาชิกมีภาระหน้าที่งานที่
รับผิดชอบ และอยู่ต่างหน่วยงานทำให้สมาชิกบางท่านไม่สามารถร่วมประชุมได้ และเกิดปัญหาโรค
ระบาด (COVID-19) ทำใหไ้ ม่ได้จดั กิจกรรม ไดห้ ลากหลาย
6. เคลด็ ลับ/เทคนิคพิเศษ (Tips and Tricks)
แอพพลเิ คชัน่ ทีใ่ ช้ทางการศึกษาการใชง้ าน ZIP Grade
Zip Grade เป็นเครื่องมือสำหรับตรวจคำตอบประเภทปรนัยที่แสดงผลลัพธ์แบบทันที โดย
ใช้ร่วมกับกระดาษที่ทางแอปพลิเคชันนี้ ได้ทำขึ้น สำหรับใช้ในการประเมนิ ผลตา่ งๆ เช่น exit tickets,
formative assessments หรือควิซทั่วไป โดยทั่วไปการตรวจข้อสอบปรนัยอาจใช้เวลาและต้องมาทำ
ผลทางสถิติอีก Zip Grade ถือเป็นตัวช่วยในการลดภาระงานและเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้สอน
เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามการใช้งาน Zip Grade แบบฟรีมีข้อจำกัด คือ รองรับการสแกนคำตอบ
ได้แค่เดอื นละ 100 ครัง้ เทา่ นั้น
โดย Zip Grade มจี ดุ เดน่ ดังน้ี
▪ ใช้ smartphone หรอื tablet ในการสแกนเพ่ือตรวจคำตอบ
▪ สามารถรองรบั คำตอบที่ใชป้ ากกาสแี ดง สีน้ำเงนิ และดินสอสีดำได้
▪ มคี วามรวดเร็วแมน่ ยำในการประมวลผล ไม่เกิน 5 วินาที ต่อ 1 แผ่น
▪ บอกคา่ เฉล่ีย คา่ ต่ำสุด/สูงสุดของคะแนนสอบ และคา่ สถติ ขิ องตวั ขอ้ สอบดว้ ย
▪ ในขั้นตอนการตรวจคำตอบนัน้ ไม่ต้องมกี ารเชื่อมต่ออนิ เทอร์เน็ต
▪ Export ผลออกมาในรูปแบบไฟล์ CSV หรอื PDF
7. ผลของการดำเนินงาน (Output)
ความรู้ที่ได้จากการกลั่นรองความรู้ เรื่องการส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้าน ICT ของ
นักศึกษาวิชาชีพครู ได้มาจากการที่คณะครุศาสตร์ มุ่งเน้นการพัฒนานักศึกษาวิชาชีพครูด้านการใช้
เทคโนโลยี ซึ่งโลกในยุคศตวรรษที่ 21 มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ
เทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร (Information Technology and Communications) ซึ่งมี
บทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะในด้าน การศึกษา ดังนั้นเพื่อให้นักศึกษาวิชาชีพครู มี
ศักยภาพในการจัดการเรียนการสอนและการใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงานทางการศึกษา เข้ามาช่วย
ในการจดั การเรยี นการสอนให้มีประสิทธภิ าพมากข้ึน
8. ผลลัพธ์ของการดำเนนิ งาน (Outcome)
สมาชิกได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์การทำงานให้สมาชิกได้รับ
ทราบข้อมูลกรณีการศึกษาต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ ยังคง
ต้องดำต่อไปเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด COVID – 19 ยังไม่สามารถควบคุมได้ และการใช้
โปรแกรมหรอื แอพพลิเคชน่ั ต่าง ๆ เขา้ มาช่วยในการจดั การเรียนการสอน เพ่ือให้นักศึกษาวิชาชีพครูที่
จะต้องออกไปฝึกสอนหรือสังเกตุการสอนตามโรงเรียนต่าง ๆ มีเทคนิค และสามารถนำไปใช้ให้เกิด
ประโยชน์ ตอ่ การสอน
9. ประโยชนท์ ี่ไดร้ บั 129
นักศึกษาได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการใช้โปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่น Zip Grade,
Google Form ทีจ่ ะมาชว่ ยการในการพัฒนาการเรียนการสอน และนักศึกษาไดร้ บั รู้และเข้าใจเก่ียวกับ
ทักษะมาตรฐานการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารในการเรยี น
10. ปัจจัยแหง่ ความสำเร็จ
การระดมความคิดและการแลกเปล่ียนความรู้ประสบการณ์การปฏบิ ัตงิ านจริงทำให้ทราบ
ข้อมูลที่จำเป็นจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ ICT เพื่อประเมินผลการเรียนรู้ ผ่านระบบออนไลน์
(Zoom Meeting) ในหัวข้อ การประยุกต์ใช้อุปกรณ์ อิเลิกทรอนิกส์สำหรับการตรวจข้อสอบ โดยใช้
แอพพลิเคชั่น ZIP Grade และ Google From ให้กับนักศึกษาวิชาชีพครู ชั้นปีที่ 4 – 5 และศิษย์เก่า
โดยมนี ักศกึ ษาลงทะเบยี นเขา้ รบั การอบรม 311 คน
11. แนวทางการพัฒนาในอนาคต
กลุ่มความรู้ การพัฒนานักศึกษาได้นำข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ มาปรับ
กระบวนการ/วิธีการปฏิบัติงาน เรื่อง การส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้าน ICT ของนักศึกษาวิชาชีพครู
และสรุปองค์ความรู้เรื่องการส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้าน ICT ของนักศึกษาวิชาชีพครู จัดทำเป็น
กระบวนการ/วธิ ปี ฏบิ ัตงิ าน โดยมกี ระบวนการ/วิธีการปฏบิ ตั งิ าน ดงั น้ี
1) สำรวจความต้องการของนักศึกษาทต่ี อ้ งการพฒั นาศักยภาพฯ
2) จดั ทำแผนการพฒั นาศกั ยภาพนักศึกษาตามคณุ ลกั ษณะบัณฑิตท่ีพึงประสงค์ ทง้ั 5 ด้าน
3) ดำเนินกิจกรรมตามแผนการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาด้านที่ 5 ด้านทักษะการ
วเิ คราะหเ์ ชงิ ตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยี
4) บันทึกการจัดกจิ กรรม
5) สรุปและประเมนิ การจดั กจิ กรรม
องค์ความรู้ 30 เร่อื ง การลงระบบปฏิบัตกิ ารดว้ ย USB ให้มปี ระสิทธภิ าพสูงสุด
ประเภท องค์ความรู้
หน่วยงาน คณะครศุ าสตร์
130
ชมุ ชนนกั ปฏบิ ตั ิ (Community of Practice : CoP)
กลุ่ม การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) กลมุ่ ย่อย ซ่อมบำรุงและดแู ลห้องปฏบิ ตั กิ าร
คอมพวิ เตอร์
หวั ข้อการจดั การความรู้ (KM) การลงระบบปฏิบัตกิ ารดว้ ย USB ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพสงู สดุ
การลงระบบปฏบิ ตั กิ ารด้วย USB ใหม้ ี เลขที่เอกสาร (ถ้ามี)
ประสทิ ธภิ าพสงู สุด วนั ทร่ี ายงาน 22 กนั ยายน 2564
การจัดการเรยี นการสอน คณบด/ี หัวหน้าสำนักงาน/ จดั ทำโดย
ผู้อำนวยการ หวั หน้าฝา่ ย
การวิจัย นายอำไพร
การพฒั นาการปฏบิ ตั งิ าน ผศ.ดร.กรรณิการ์ นางรวนิ ันท์ เพชร์ว่าว
ภิรมย์รตั น์ พระยาน้อย
1. ความเป็นมาและเหตุผล/สภาพปญั หาและอปุ สรรค
กลุ่มการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) กลุ่มย่อย การซ่อมบำรุงและดูแลห้องปฏิบัติการ
ยังคงต้องดำเนินกจิ กรรมทางการศึกษาต่อไป ทำให้มีแนวคดิ ที่จะศึกษาการใช้การลงระบบปฏิบัติการ
ด้วย USB ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ที่สนับสนุนการเรียนการสอน เพื่อให้กับนักศึกษาและบุคลากร
ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จึงได้ศึกษาประสิทธิภาพและความเหมาะสมของการลง
ระบบปฏบิ ตั กิ ารดว้ ย USB ให้มีประสทิ ธภิ าพสงู สดุ เพอ่ื ใช้สำหรบั หรบั การเรียนการสอนรวมไปถึงการ
ประชาสัมพันธ์ในสื่อสังคมออนไลน์ของมหาวิทยาลัยฯ รวมถึงขั้นตอนการปฏิบัติอย่างถูกวิธี เพื่อลด
ข้ันตอน ลดระยะเวลา และนวัตกรรมใหมๆ่ มาส่กู ารปฏบิ ตั ิงานได้อยา่ งมปี ระสิทธผิ ลและประสทิ ธภิ าพ
มากยง่ิ ขน้ึ และเผยแพรใ่ นการปฏิบตั ิงานให้ผอู้ ื่นไดเ้ รยี นรู้ต่อไป
2. วตั ถปุ ระสงค์
2.1 เพื่อให้บุคลากรสายสอนและสายสนับสนนุ สามารถนำคูม่ อื ไปปฏิบัติงานไดจ้ รงิ
2.2 เพอื่ ใหเ้ ป็นการลงระบบปฏบิ ตั ิการดว้ ย USB ใหม้ ีประสทิ ธภิ าพสูงสดุ ในการให้ความรู้
3. ลักษณะงานทปี่ ฏบิ ตั ิ
3.1 สภาพการปฏบิ ตั งิ านเดมิ
ยังไม่มี การลงระบบปฏิบัตกิ ารด้วย USB ใหม้ ีประสิทธภิ าพสงู สุด
3.2 สภาพการปฏบิ ัตงิ านใหม่
มีคู่มือ การลงระบบปฏิบัติการด้วย USB ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและขั้นตอนในการ
ปฏบิ ตั ิงานได้
4. แนวคดิ /ขนั้ ตอน/วธิ ีการ (สรุป) 131
การลดขน้ั ตอน/ระยะเวลาการดำเนินงาน
ลดตน้ ทุนค่าใชจ้ า่ ยในการดำเนินงาน
พฒั นาคณุ ภาพชวี ิตในการทำงาน
สรา้ งประโยชน์และความพึงพอใจแกผ่ รู้ ับบริการ
5. ข้อควรระวัง (ถ้าม)ี
-
6. เคลด็ ลับ/เทคนคิ พิเศษ (Tips and Tricks)
6.1 การอธบิ ายคูม่ อื มคี วามละเอียดย่อยลงลึกไปจนถึง Menu ต่าง ๆ
6.2 มขี ั้นตอนการตดิ ต้ังผ่าน YouTube
7. ผลของการดำเนินงาน (Output)
7.1 ประชุมกล่มุ ย่อยเพ่ือหาเทคนิคการใชง้ านคอมพิวเตอร์ในชัน้ เรยี น สำหรับบุคลากร
7.2 ถอดองค์ความรู้จากสมาชิกในกลุ่มของหน่วยงานต่างๆ และกำหนดการลงระบบปฏิบัติการ
ด้วย USB
7.3 จัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของสมาชิกในกลุ่ม และจัดทำวิดีโอเพื่อให้สมาชิกได้เรียนรู้นำ
และไปเผยแพรใ่ นแต่ละหนว่ ยงาน
7.4 นำผลแบบประเมินความพึงพอใจการลงระบบปฏิบัติการด้วย USB (แบบสอบถาม
ออนไลน)์ มาสรุปขอ้ มลู เพ่ือนำมาวิเคราะห์ปรบั ปรงุ และพฒั นาเนอื้ หาหลักสตู ร
7.5 ประชุมกลุ่มย่อยแลกเปลีย่ นความรู้หลังจากที่นำองค์ความรู้เรื่องการลงระบบปฏิบัติการ
ดว้ ย USB
สรุปองค์ความรู้เรื่อง การลงระบบปฏิบัติการด้วย USB และเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับ
บุคลากรที่เกี่ยวข้องและที่สนใจทั้งในหน่วยงานและนอกหน่วยงานนำไปปฏิบัติบันทึกอยู่ที่จากการ
กล่นั กรองความรทู้ ไ่ี ด้รบั สกัดออกมาเปน็ การลงระบบปฏิบัติการดว้ ย USB โดยผ่าน
8. ผลลพั ธ์ของการดำเนนิ งาน (Outcome)
ค่มู อื การใช้งานโปรแกรม การลงระบบปฏบิ ตั กิ ารดว้ ย USB ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพสงู สดุ
9. ประโยชนท์ ีไ่ ด้รบั
บุคลากรภายในมหาวิทยาลัยสามารถนำ คู่มือ การใช้งานโปรแกรม การลงระบบปฏิบัติการ
ดว้ ย USB ให้มีประสทิ ธภิ าพสงู สดุ ไปปฏบิ ตั ิการใชง้ านไดจ้ ริง
10. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
การได้รับคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิและนำไปปรับแก้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ อีกทั้งสมาชิกภายใน
กลุ่มให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงาน การลงระบบปฏิบัติการด้วย USB ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด มา
ได้หลากหลายเพื่อทำงานเปรียบเทียบ จนได้ข้อสรุปในการการลงระบบปฏิบัติการด้วย USB ให้มี
ประสทิ ธภิ าพสูงสุด และการจดั ทำเป็นรูปเลม่ คู่มอื ฯ ฉบบั สมบูรณต์ รงตามเปา้ หมายและวัตถุประสงค์
ทีก่ ำหนดไว้
11. แนวทางการพฒั นาในอนาคต 132
การสร้างคลังความรู้ที่อยู่ในรูปแบบของ Channel YouTube ของหน่วยงาน อาทิเช่น การ
ให้ความรู้ในการใช้งาน หรือการแก้ไขปัญหาเกีย่ วกับการใช้งาน การลงระบบปฏิบัติการด้วย USB ให้
มีประสทิ ธภิ าพสงู สดุ เป็นตน้
องคค์ วามรู้ 31 เร่ือง กระบวนการควบคุม ดแู ลรกั ษาวัสดุ
ประเภท องค์
ความรู้
133
หนว่ ยงาน คณะครุศาสตร์
ชมุ ชนนกั ปฏบิ ตั ิ (Community of Practice : CoP)
กล่มุ การเงนิ และพสั ดุ กลุ่มย่อย กระบวนการจดั ซ้ือ/จดั จ้างวธิ ีเฉพาะเจาะจง (คณะ โรงเรยี นสาธิต)
หัวข้อการจัดการความรู้ (KM) กระบวนการควบคมุ ดแู ลรักษาวสั ดุ
กระบวนการควบคุม ดแู ลรกั ษาวสั ดุ เลขที่เอกสาร (ถา้ ม)ี
วนั ที่รายงาน 22 กนั ยายน 2564
การจดั การเรียนการสอน คณบดี/ หวั หน้าสำนักงาน/ จดั ทำโดย
ผ้อู ำนวยการ หวั หน้าฝา่ ย
การวิจัย นางสาวกลั ยา
การพัฒนาการปฏิบตั งิ าน ผศ.ดร.กรรณกิ าร์ นางรวนิ ันท์ สายประสทิ ธิ์
ภริ มยร์ ัตน์ พระยานอ้ ย
1. ความเปน็ มาและเหตผุ ล/สภาพปัญหาและอุปสรรค
กระบวนการควบคุม ดูแลรักษาวัสดุ ระดับคณะ และโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวน
สุนันทากำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านพัสดุ ต้องมีความรู้เรื่องการบริหารพัสดุภาครัฐตาม
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพื่อการ
บริหารพัสดุให้กับหน่วยงาน โดยมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา กำหนดให้แต่ละหน่วยงานจัดการ
บริหารงบประมาณทีไ่ ดร้ บั การจดั สรร และวางนโยบายการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณไว้
กล่มุ งานการเงินและพสั ดุ เปน็ สายงานระดบั ปฏบิ ตั ิการเพ่ือสนบั สนนุ และอำนวยความสะดวก
ใหก้ บั สายวิชาการของแต่ละคณะ ดงั นนั้ งานดา้ นพัสดุสงั กดั หน่วยงาน ระดับคณะ และโรงเรยี นสาธิต
ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่ใช้ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและ
การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560ในการดำเนินการกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องการบริหารพัสดุให้
บรรลตุ ามเป้าหมายของหน่วยงาน ประจำปงี บประมาณ ท่หี นว่ ยงานกำหนดวางไว้
กลุ่มนักปฏิบัติงานพัสดุ แต่ละหน่วยงานที่ปฏิบัติการงาน ด้านงานพัสดุ จำนวน 15 คน ซงึ่
ปฏิบัติงานในหน่วยงาน ระดับคณะ และโรงเรียนสาธิต ที่ได้ศึกษาความรู้ความเข้าใจ “กระบวนการ
ควบคุม ดูแลรักษาวัสดุ” ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.
2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
ซึ่งได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และกำหนดแผนการดำเนินการของกลุ่มความรู้โดยศึกษา พระราชบัญญัติ
การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ระเบียบ และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อ
กำหนดเป้าหมายของการจัดการปัญหา และอุปสรรคของ “กระบวนการควบคุม ดูแลรักษาวัสดุ” ให้
สามารถนำมาใช้ปฏิบัติงาน ได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วนตามกระบวนการ ที่เหมาะสมแต่ละหน่วยงาน
โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาชว่ ยในการควบคุมการเบกิ จ่ายวสั ดดุ ว้ ยแอพพลเิ คช่นั Google Form
2. วตั ถปุ ระสงค์ 134
2.1 เพอ่ื ให้เจา้ หน้าท่ีพัสดสุ ามารถปฏบิ ัติงานไปในทิศทางเดียวกัน
2.2 เพื่อเพ่มิ ประสทิ ธภิ าพในการปฏบิ ตั ิงานและอำนวยความสะดวกใหแ้ ก่ผใู้ ชบ้ บริการไดอ้ ย่าง
มปี ระสทิ ธภิ าพ
3. ลักษณะงานท่ีปฏบิ ัติ
3.1 สภาพการปฏิบัติงานเดิม
ยังไม่มีคู่มือกระบวนการควบคุมดูแล รักษาวัสดุ และยังปฏิบัติงานการเบิกวัสดุโดยใช้
แบบฟอร์มด้วยกระดาษในการเขียนเบิกวัสดุ
3.2 สภาพการปฏิบตั งิ านใหม่
มีคมู่ อื การปฏบิ ัติงานกระบวนการควบคุม ดูและรกั ษาวัสดุ และมแี บบฟอรม์ โดยการสร้าง
เป็นลิงก์ทาง Google Form เป็นการอำนวยความสะดวกใหแ้ กผ่ ใู้ ช้บรกิ ารเพ่ือเพม่ิ ประสทิ ธิภาพในการ
ปฏบิ ัตงิ านมากยิ่งขึ้น
4. แนวคิด/ข้ันตอน/วิธกี าร (สรุป)
การลดข้ันตอน/ระยะเวลาการดำเนินงาน
ลดต้นทนุ ค่าใช้จา่ ยในการดำเนินงาน
พัฒนาคณุ ภาพชีวติ ในการทำงาน
สร้างประโยชนแ์ ละความพงึ พอใจแก่ผูร้ ับบรกิ าร
5. ข้อควรระวงั (ถ้ามี)
-
6. เคลด็ ลับ/เทคนคิ พเิ ศษ (Tips and Tricks)
6.1 ใช้เทคนิกเข้ามาช่วยในการเบิกวัสดุ คือ สร้างฟอร์มแบบของเบิกวัสดุด้วย google form
ออกมาเป็นลิ้งคใ์ นการเบกิ วสั ดุ https://forms.gle/StrmKGFHWNqFXYNG8
6.2 มวี ธิ กี าร และขน้ั ตอนในการสรา้ งแบบฟอรม์
7. ผลของการดำเนนิ งาน (Output)
สมาชิกกลุ่มการจัดการความรู้นักปฏิบัติงานพัสดุ ได้ร่วมกันวิเคราะห์ และกลั่นกรอง
กระบวนการปฏิบัติงาน และทำความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร
พัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐ พ.ศ. 2560 ตลอดจนกฎกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และสรุปปัญหาและอุปสรรคในการ
ปฏิบัติงานเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อหาเทคนิคในกระบวนการควบคุม ดูแลรักษาวัสดุ ระดับคณะ
และโรงเรียนสาธติ เพอ่ื นำมาใช้ในการจัดทำรูปเล่ม
8. ผลลัพธ์ของการดำเนนิ งาน (Outcome)
กลุ่มกระบวนการจัดซื้อ/จัดจ้างวิธีเฉพาะเจาะจง (คณะ โรงเรียนสาธิต) ได้นำเทคโนโลยีโดย
การนำแอพพลเิ คชนั่ Google form เขา้ มาช่วยในการเบกิ จา่ ยวสั ดุ ซงึ่ เปน็ การชว่ ยอำนวยความสะดวก
ใหแ้ ก่บุคลากรของแต่ละคณะในการเบิกวสั ดุเพ่ือนำไปใชใ้ นด้านการเรยี นการสอนและบริหารจัดการใน
การปฏิบตั ิงานได้อยา่ งคล่องตวั และช่วยลดข้ันตอน ลดระยะเวลาในการเบิกวสั ดุไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
9. ประโยชน์ทไ่ี ด้รบั 135
9.1 ช่วยลดปญั หา และความยุง่ ยากในการเบิกจ่ายวสั ดขุ องแต่ละหนว่ ยงาน
9.2 ชว่ ยลดขน้ั ตอน ช่วยลดกระดาษในการเบกิ วัสดขุ องแตล่ ะหนว่ ยงาน
9.3 ช่วยลดระยะเวลาในการปฏบิ ัตงิ านได้เป็นอยา่ งดี
9.4 ได้นวัตกรรมและกระบวนการในการควบคุมการเบิกจ่ายวัสดุ
10. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
กลุ่มนักปฏบิ ัตงิ านพสั ดจุ ากการท่ีไดแ้ ลกเปล่ียนเรียนร้กู นั จงึ ได้ทราบปญั หาและอุปสรรคของ
กระบวนการควบคุม ดูแลรักษาวัสดุของแต่ละคณะ แต่ละหน่วยงาน และร่วมกันกำหนดเป้าหมาย
ของการจัดการกับปัญหาและอุปสรรค เพื่อให้สามารถนำมาใช้และปฏิบัติงานจริงของแต่ละ
หน่วยงานได้ เช่น การนำความรู้จากหน่วยงาน นำมาปรับกระบวนการทำงานโดยการใช้เทคนิค
ปรับปรุง ดัดแปลง และประยุกต์ใช้ให้เกิดความเหมาะสมต่อการดำเนินงาน และได้รับข้อเสนอแนะ
จากผ้ทู รงคณุ วฒุ ิ เพ่อื นำมาปรบั ปรุงหลักและวธิ กี ารในการปฏบิ ตั งิ านให้ดยี ิ่งขนึ้
11. แนวทางการพัฒนาในอนาคต
กลุ่มนักปฏิบัติงานพัสดุของแต่ละคณะ ได้ร่วมกันระดมความคิดและหาวิธีการ แนวทางการ
ปฏิบัติงานการควบคมดูแลรักษาวัสดุเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการในการเบิกวัสดุ
และจัดทำเป็นคู่มือเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่พัสดุ สามารถปฏิบัติงานแทนได้อ ย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
องคค์ วามรู้ 32 เรอื่ ง กระบวนการควบคมุ ดแู ลรกั ษาวัสดุ
ประเภท องค์ความรู้
136
ชมุ ชนนกั ปฏบิ ตั ิ (Community of Practice : CoP)
กลุ่มการเงนิ และพัสดุ กลุ่มย่อย กระบวนการจำหนา่ ยครภุ ณั ฑใ์ ห้มีประสทิ ธิภาพ
หวั ข้อการจดั การความรู้ (KM) การจำหนา่ ยครภุ ัณฑ์หมดสภาพใหถ้ กู ต้องตามระเบยี บพสั ดุ
พ.ศ 2560
กระบวนการจำหนา่ ยครุภัณฑใ์ หม้ ี เลขท่ีเอกสาร (ถ้ามี)
ประสทิ ธิภาพ วันท่รี ายงาน 20 กนั ยายน 2564
การจดั การเรยี นการสอน จดั ทำโดย
การวิจัย นางสาวสภุ าพร ประจงใจ
การพฒั นาการปฏิบัตงิ าน
1. ความเปน็ มาและเหตุผล/สภาพปญั หาและอปุ สรรค
การจำหน่ายพัสดุ เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารพัสดุของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ท่ี
มีความสำคัญจะทำให้หน่วยงานเกิดประสิทธิภาพและประสิทธผิ ลจากการใชป้ ระโยชนข์ องพสั ดทุ ี่มีอยู่
อย่างคุ้มค่าสูงสุด ดังนั้นการจำหน่ายพัสดุที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในราชการอีกต่อไป จึงถือเป็น
หัวใจหลักสำคัญที่ต้องมีการดำเนินการภายใต้กฎระเบียบหลักเกณฑ์และข้อบังคับต่างๆ ที่กำหนด
เพื่อเป็นการป้องกนั ความสญู เสียง และความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยราชภฏั สวนสุนันทา
สามาชิกกลุ่มความรู้ จึงได้ศึกษาและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ของกระบวนการจำหน่ายพัสดุด้วยวิธีการ
ขาย โดยประกอบด้วยวิธีขายทอดตลาด และแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งถือเป็นวิธีการจำหน่ายครุภัณฑ์ที่
มีการปฏิบัติงานในปัจจุบันของทางมหาวิทยาลัย เพื่อให้การปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานเป็นไปด้วย
ความถูกต้อง และเป็นไปในทศิ ทางเดียวกัน
2. วัตถปุ ระสงค์
2.1 เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของกระบวนการจำหน่ายพัสดุ สำหรับบุคลากรที่
เก่ียวข้อง
2.2 เพื่อให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทามีคู่มือการปฏิบัติงานที่ชัดเจนอย่าง
เป็นลายลักษณ์อักษรที่แสดงถึงรายละเอียดขั้นตอนการจําหน่ายพัสดุอย่างถูกต้องและถือปฏิบัติใน
แนวทางเดยี วกนั
2.3 เพื่อสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานที่มุ่งไปสู่การบรหิ ารคุณภาพของกระบวนการจำหนา่ ย
พัสดุอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพเกดิ ผลงานเปน็ ไปตามเป้าหมายที่กฎระเบยี บหลักเกณฑข์ ้อบงั คบั กำหนด
2.4 เพื่อแสดงวิธีการทำงาน สามารถถ่ายทอดให้กับผู้เข้ามาปฏิบัติงานใหม่ให้สามารถเข้าใจ
ถึงวธิ ีปฏบิ ัติได้อย่างถกู ตอ้ งมาตรฐานเดยี วกัน
3. ลกั ษณะงานท่ีปฏบิ ัติ
3.1 สภาพการปฏบิ ตั ิงานเดิม
การจำหน่ายพัสดุในวิธกี ารเดมิ จะต้องปรึกษาหน่วยงานต่างๆเพื่อทำความเข้าใจในการทำการ
จำหน่ายพสั ดกุ ่อนดำเนินการ เพอื่ ให้เกดิ ความผดิ พลาดในการปฏบิ ัติงานนอ้ ยสดุ
3.2 สภาพการปฏบิ ัตงิ านใหม่ 137
มีการสกัดองค์ความรู้ และขนั้ ตอนการจำหน่ายพัสดุในกระบวนการแตล่ ะขัน้ ตอนออกมาเปน็
เอกสารเผยแพร่ เพ่ือให้สามารถทำความเขา้ ใจไดง้ ่ายและใชง้ านได้จริง
4. แนวคดิ /ขนั้ ตอน/วิธีการ (สรุป)
การลดขั้นตอน/ระยะเวลาการดำเนินงาน
ลดต้นทนุ ค่าใชจ้ า่ ยในการดำเนินงาน
พัฒนาคณุ ภาพชีวติ ในการทำงาน
สร้างประโยชนแ์ ละความพงึ พอใจแกผ่ ้รู ับบริการ
5. ข้อควรระวงั (ถ้ามี)
-
6. เคล็ดลบั /เทคนิคพิเศษ (Tips and Tricks)
ทำการศึกษากฎระเบียบหลักเกณฑ์และข้อบังคับต่างๆ เกี่ยวกับการทำการจำหน่ายครุภัณฑ์
และนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสกัดองค์ความรู้ที่ตรงกับประเด็นในการศึกษาก่อนนำมาทดลอง
ปฏิบัติงานเพื่อให้ได้คู่มือการจำหน่ายครุภัณฑ์ที่มีความถูกต้องตรงตามระเบียนหลักเกณฑ์และ
ขอ้ บังคบั ต่างๆ ท่กี ำหนด
7. ผลของการดำเนนิ งาน (Output)
การจัดการความรู้ของกลุ่มการเงินและพัสดุ การจำหน่ายครุภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพ
มหาวิทยาลัยสามารถนำไปแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ บุคลากรที่ทำงานด้านจัดซื้อจัดจา้ ง
โดยตรงและเป็นคู่มือการปฏิบัติงานจริง ตรงตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง
และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐ พ.ศ.2560
8. ผลลัพธข์ องการดำเนนิ งาน (Outcome)
การศึกษาคู่มือการจำหน่ายพัสดุ โดยวิธีเฉพาะเจาะจงและวิธีขายทอดตลาด ทำให้สามารถ
การดำเนินการจำหน่ายครุภัณฑ์ได้สะดวกรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึน้ เน่ืองจาก เล่มคู่มือ
ได้มีการรวบรวมองค์ความรู้ในด้านต่างๆและสกัดองค์ความรู้ที่มีความซับซ้อน ให้มีความชัดเจนของ
กระบวนการจำหน่ายมากขึ้น เมื่อนำมาปฏิบัติงานจริงส่งผลให้เกิดความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน
และลดความผดิ พลาดในการปฏบิ ตั งิ านได้มากข้นึ
9. ประโยชนท์ ไ่ี ด้รบั
9.1 การจัดการความรไู้ ด้อย่างเปน็ ระบบ
9.2 ปรบั ปรุงกระบวนการจำหน่ายให้มคี วามชัดเจนมากข้ึน
9.3 มีความรคู้ วามเขา้ ใจนำความรู้ไปใช้เพอ่ื ให้เกดิ ประโยชนก์ บั มหาวทิ ยาลัย
10. ปัจจยั แหง่ ความสำเรจ็
เพื่อการจำหน่ายครุภัณฑ์ อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นมาตรฐานในการจำหน่ายครุภัณฑ์
ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการจำหน่ายครุภัณฑ์ ควรศึกษาและทำ
ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ ข้อบังคับ หนังสือเวียน และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างถี่ถ้วน 138
เพื่อที่จะได้ดำเนินการจำหน่ายครุภัณฑ์ตรงตามระเบียบ ข้อบังคับ ตลอดจนเป็นการลดปัญหาความ
ผดิ พลาดและความล่าช้า ไม่โปรง่ ใสในการปฏบิ ตั งิ าน
11. แนวทางการพฒั นาในอนาคต
เมื่อทำการศึกษากระบวนการจำหน่ายครุภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว สามารถนำผล
การศึกษามาต่อยอดในการพัฒนากระบวนการจำหน่ายครุภัณฑ์โดยการเพิ่มประสิทธิภาพในการ
จำหน่ายโดยการลดระยะเวลาในการทำการจำหน่ายหรือเพิ่มความแม่นยำในการทำการจำหน่ายให้
เพิ่มมากขึ้นในอนาคตได้
139
ส่วนที่ 3
การถอดบทเรียนการจดั การความรู้
ประจำปงี บประมาณ 2564
3.1 การนำความร้ทู ี่ได้จากกิจกรรมการจัดการความรู้ (KM) ไปใชป้ ระโยชน์ในการ 140
พัฒนาการปฏบิ ัตงิ าน
ผลการประเมินผลการจัดการความรู้ของหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย โดยสอบถามจาก
บุคลากรสายวชิ าการและสายสนับสนุนวชิ าการ จำนวน 645 คน สามารถสรุปผลการถอดบทเรียนใน
ประเด็นการนำความรู้ที่ได้จากกิจกรรมการจัดการความรู้ (KM) ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการ
ปฏิบตั งิ าน ดงั น้ี
1) การพัฒนาระบบการทำงาน ออกแบบกระบวนการทำงานใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ
ปรับปรงุ กระบวนการทำงาน สามารถลดขัน้ ตอนการปฏบิ ัติงานได้ เกิดความรวดเร็วใน
การปฏบิ ตั งิ าน ลดปญั หาท่ีเกดิ ข้นึ จากการปฏบิ ตั ิงาน
2) การพัฒนาด้านการให้บรกิ าร
3) นำความรูจ้ ากคณะอ่นื มาปรบั ใช้ กบั การปฏิบัตสิ ง่ ผลใหก้ ารทำงานมี
ประสทิ ธิภาพเพ่มิ ข้ึน
4) สามารถทำงานดว้ ยเทคโนโลยไี ด้มากยง่ิ ข้นึ
5) นำองคค์ วามรทู้ ีไ่ ดไ้ ปผสมผสานกับการทำงานเพ่อื กอ่ ให้เกิดประโยชน์มากขึน้
6) ได้องค์ความรใู้ หมๆ่ ท่ีช่วยพัฒนาการปฏบิ ตั ิงาน
7) การสรา้ งความสมั พนั ธก์ ับเพือ่ นรว่ มงานมากขน้ึ
8) มีเทคนิคในการปฏิบัติงานใหม้ ีประสิทธิภาพมากขึ้น
9) ทราบถึงปญั หาในการทำงานแต่ละหน่วยงาน เกิดความร้ใู หม่ นำมาซ่ึง
กระบวนการแกป้ ัญหาท่หี ลากหลายและแกป้ ญั หาไดต้ รงตามวัตถปุ ระสงค์
10) นำเอาองค์ความรู้มาประยุกตใ์ ชใ้ นการทำงานประจำ
11) ผลิตส่อื การสอน เขียนบทความเผยแพร่ มีแนวทางการพฒั นาภาษาอังกฤษ
ให้กบั บคุ ลากร
12) พัฒนาดา้ นการติดต่อสอ่ื สาร
13) พฒั นาองคก์ รไดท้ ำงานกับนักศกึ ษาได้อยา่ งรวดเรว็ ทันใจ
14) ปรบั ใชก้ บั นกั ศกึ ษาและอาจารย์ในเร่ืองของการให้บรกิ ารด้านงานฝกึ
ประสบการณว์ ชิ าชีพ
15) ประยุกต์ใชก้ ับหน้างานจรงิ เพือ่ ลดขนั้ ตอนและปญั หาในแตล่ ะขน้ั ตอน
16) นำความรู้ท่ไี ดม้ สี งั เคราะหใ์ ห้เปน็ รปู ธรรม
17) ประยุกต์ใช้ในการสนบั สนุนใหอ้ าจารย/์ นกั วิจยั สร้างผลงานวิจัยที่มีคณุ ภาพ
18) นำ google form มาใชแ้ ทนการสำรวจโดยใช้กระดาษ
19) สนับสนนุ การปฎิงานแบบ Work Form Home
20) การจดั กจิ กรรมให้กับนักศกึ ษา
21) นำไปใช้เป็นแนาวทางในการดำเนนิ การขอตำแหน่งท่ีสงู ขึ้น
22) นำความรูไ้ ปเผยแพรน่ กั ศกึ ษาในชั้นเรยี น
23) พฒั นาด้านการจัดการเรยี นการสอน
24) พฒั นาการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
25) พัฒนาการเขียนงานวิจัยเพอื่ ขอรับทุนจากแหล่งทุนภายนอก 141
26) พฒั นาด้านการเขียนโครงการวิจยั
27) ใช้พฒั นาบรหิ ารจดั การงานท่รี บั ผดิ ชอบ
28) การจดั ทำเอกสารและพฒั นาให้เปน็ ระบบ
29) ชว่ ยเพม่ิ ประสทิ ธิภ์ าพขององคก์ ร เมอ่ื พบข้อผดิ พลาดจากการปฎิบัตงิ าน ก็
สามารถหาวิธีแกไ้ ขไดท้ ันทว่ งที
30) นำไปพัฒนาการใชง้ าน Microsoft office
31) เปน็ แนวทางในการสรุปองค์ความรู้จากผชู้ ำนาญและนำไปปรบั ใช้ในงานท่ี
รับผิดชอบ
32) พัฒนาตนเองและถา่ ยทอดใหผ้ ูท้ ี่เกี่ยวข้อง
3.2 ส่งิ ทีพ่ ึงพอใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการจดั การความรู้ (KM) ในหนว่ ยงาน 142
ผลการประเมินผลการจัดการความรู้ของหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย โดยสอบถามจาก
บุคลากรสายวชิ าการและสายสนับสนนุ วิชาการ จำนวน 645 คน สามารถสรปุ ผลการถอดบทเรียนใน
เรือ่ ง สง่ิ ทีพ่ งึ พอใจเกยี่ วกับการจัดกจิ กรรมการจัดการความรู้ (KM) ในหนว่ ยงาน ดงั น้ี
1) เกดิ การแลกเปลย่ี นเรียนรู้ แลกเปล่ียนประสบการณ์ทำงาน แบ่งปันความรู้
มีความรู้ใหมเ่ พมิ่ ขึน้ ตอ่ ยอดการทำงานได้
2) ผบู้ ริหารให้ความสำคัญกับกจิ กรรม KM
3) เกิดความรว่ มมอื ภายในหน่วยงาน รว่ มงานกนั เปน็ ทีมสร้างความสามัคคี
4) ผ้ปู ฏบิ ตั งิ านได้แลกเปล่ยี นเรียนรรู้ ะหวา่ งหน่วยงาน การประสานงานท่ี
รวดเร็วขน้ึ
5) ทำให้ไดแ้ บง่ ปนั ความรู้สกึ ความคิดเห็นรว่ มกนั เขา้ ใจกนั
6) การให้ความรว่ มมอื การพูดคุยแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ การให้บริการแต่ละรปู แบบ
นำมาปรบั ใช้
7) ไดป้ ระสบการณจ์ ากการแลกเปลย่ี นความคดิ จากเพื่อรว่ มงาน และผทู้ รงกใ็ ห้
คำแนะนำท่มี ีประโยชน์
8) สามารถนำความรู้มาปรบั ใชใ้ นการทำงาน พัฒนางานท่รี บั ผดิ ชอบ
9) มีการวางระบบและตดิ ตามงานท่ีดี พฒั นากระบวนการทำงาน ลดการ
ทำงานซำ้ ซอ้ น มรี ะบบการทำงานทด่ี ีขนึ้
10) ทกุ คนมีประสทิ ธิภาพ ทำงานได้ดี สง่ เสริมการทำงาน
11) ความสามคั คีของกลุม่ จดั การความรู้ KM เพอื่ เป้าประสงค์และความสำเรจ็
ของกิจกรรม การมีส่วนรว่ มของทุกคนในการพัฒนาองคค์ วามรู้ การช่วยกันระดมสมอง
ของสมาขิก
12) แลกเปล่ียนเรยี นรู้ท้งั ปญั หาและวิธิการแกไ้ ขปญั หา
13) ทำให้เขา้ ใจงาน เขา้ ผรู้ ว่ มงาน
14) พงึ พอใจในการบรหิ ารจัดการ สนับสนุนกิจกรรม km
15) การแบง่ ปันขอ้ มลู เพื่อพฒั นาองคก์ รในภาพมหาวิทยาลัยและหนว่ ยงาน
16) องค์ความรูท้ ่ใี ช้งานได้จรงิ ทำใหศ้ กั ยภาพในการทำงานดี
17) การทที่ กุ คนทุกสายงานได้มีส่วนรว่ มในกจิ กรรม ไดค้ ่วมกนั คดิ วเิ คราะห์ และ
หาแนวทางการทำงานทดี่ ีข้นึ
18) ทำใหป้ ฏิบตั งิ านในรปู แบบเดียวกัน
19) การแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ระหวา่ งสมาชิก และผทู้ รงคุณวุฒิ
20) การเลา่ ถึงประสบการณ์และความรู้
21) เปน็ ประโยชน์ต่อหน่อยงาน
22) เปน็ แบบอย่างในการท่ีจะจัดกิจกรรม/โครงการต่างๆ ต่อไป
23) ได้รบั การสนบั สนนุ และการชว่ ยเหลอื จากผรู้ ับผดิ ชอบกจิ กรรม
24) บคุ ลากรทกุ คนไดเ้ ขา้ ร่วมกิจกรรมได้อย่างทว่ั ถงึ 143
25) ทำให้ทราบเง่ือนไข กฎ ระเบียบ ทเ่ี กีย่ วขอ้ งในการขอตำแหนง่ ท่ีสูงข้ึน
26) หัวหนา้ กล่มุ ให้ความรูแ้ ละอธบิ ายข้อมลู และข่วยกันแกไ้ ข
27) การให้ความรขู้ องคณะทำงานสกู่ ารนำไปปฎบิ ตั ิ
28) มกี ารตดิ ตามและประชุ่มรว่ มกันอยา่ งสม่ำเสมอ
29) ผู้ท่ีดำเนินการใหค้ วามรู้ KM และอธบิ ายไดอ้ ยา่ งชัดเจน
30) การถ่ายทอดองคค์ วามรกู้ ารจดั อบรม
3.3 ส่ิงท่คี วรนำไปปรับปรุงและพฒั นาในการจัดกจิ กรรมการจัดการความรู้ (KM) 144
ในหน่วยงานนำไปต่อยอดพฒั นางานประจำของตนเอง
ผลการประเมินผลการจัดการความรู้ของหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย โดยสอบถามจาก
บุคลากรสายวชิ าการและสายสนับสนนุ วชิ าการ จำนวน 645 คน สามารถสรปุ ผลการถอดบทเรียนใน
เรื่อง สิ่งที่ควรนำไปปรับปรุงและพัฒนาในการจัดกิจกรรมการจัดการความรู้ (KM) ในหน่วยงาน
นำไปต่อยอดพัฒนางานประจำของตนเอง ดังนี้
1) ควรใหผ้ ้ปู ฏิบตั ิทีม่ หี นา้ ท่ีเหมอื นกนั ได้ตั้งกลุ่มแลกเปลยี่ นเรยี นรู้รว่ มกนั เพ่ือ
แกไ้ ขปญั หาในการปฏิบตั งิ าน
2) กระบวนการกิจกรรมต้องมีความเหมาะสมกบั เวลาท่จี ำกดั
3) ควรให้มีแลกเปลย่ี นเรยี บรทู้ ีห่ ลากหลายเพื่อใหร้ บั ความรใู้ หมๆ่
4) เผยแพร่สู่สาธารณะ การประชาสัมพนั ธผ์ า่ นสอื่ ดิจิทลั ใหห้ ลากหลาย
5) การสรา้ งบรรยากาศใหเ้ กิดการเรียนรู้
6) สง่ เสริมให้มคี วามหลากหลายในการจัดการความรู้
7) หลังจากแลกเปลย่ี นเรียนรู้ ให้แตล่ ะหนว่ ยงานนำกระบวนการที่ดีทส่ี ดุ มา
ปฏิบัติใชง้ านจรงิ
8) การส่งเสริมใหม้ กี ารใชแ้ นวปฏิบตั ทิ ่ไี ดใ้ นการปฏบิ ตั งิ านปกติให้มากขึน้
แลกเปลย่ี นในเทคนคิ วิธกี ารท่ีสามารถใช้งานไดจ้ ริง ใช้บ่อย
9) ตระหนกั ถงึ ความสำคญั ในการทำ km ให้มากยิ่งข้นึ
10) นำกระบวนการใหมไ่ ปเพมิ่ ประสทิ ธภาพการทำงาน
11) เป็นกลุม่ เฉพาะ เลยทำให้การแลกเปลีย่ นไดน้ ้อย
12) การเลือกหัวขอ้ การแลกเปลีย่ นเรยี นรทู้ ่หี ลากหลายและน่าสนใจ มกี าร
จัดการองค์ความร้ทู ่ีหลากหลาย
13) พฒั นาบุคลากรในด้านตา่ งๆ ในหน่วยงาน
14) ปรบั ใช้กับงานอ่นื
15) มีการนัดประชุมหารอื ให้มากข้ึน
16) ใหค้ วามรู้อยา่ งต่อเนี่อง
17) การจดั สรรเวลาให้เหมาะสม
18) ควรทำให้ครอบคลุมทกุ งาน โดยเฉพาะงานทอี่ ยู่ในความรับผดิ ชอบของทุก
หนว่ ยงาน
19) การคดิ และแกไ้ ขปัญหาอย่างเปน็ ระบบ และการใช้ QC Story ในการพัฒนา
กจิ กรรมKM
20) การจัดกิจกรรมในสภาวะไมป่ กติ
21) เพิม่ กจิ กรรมให้มากขนึ้ รปู แบบการแลกเปลยี่ นเรยี นรู้
22) ส่งเสรมิ ทุกคนร่วมกนั แลกเปลี่ยนอย่างต่อเน่อื งสมำ่ เสมอ
23) ควรมงี บประมาณในการดำเนินกจิ กรรม km
24) หาแนวทางดา้ นเทคโนโลยที ีก่ า้ วหน้าอย่างสม่ำเสมอ
25) การให้ความรใู้ นเร่ืองของกิจกรรม KM 145
26) เวบ็ บอรด์ กจิ กรรม workshop กจิ กรรมแลกเปล่ียนความรู้ระหว่างสาขา
27) ช่วยสง่ เสริมการสื่อสารภายนอกและภายใน ประชาสัมพันธใ์ หม้ ีรับรอู้ ยา่ ง
ตอ่ เนอื่ ง
28) การเลือกหวั ข้อทน่ี ่าสนใจในการทำ km
29) การใหร้ างวลั เสรมิ แรง
30) ตอ่ ยอดความรูอ้ ยา่ งต่อเน่อื ง เพือ่ คณุ ภาพของการทำงาน
31) กิจกรรมควรเนน้ การมสี ่วนรว่ ม
32) เน้นเรื่องที่สามารถขับเคลื่อนนให้ตรงกับกลยุทธ์ ของมหาวิทยาลัย
33) การปฏิบตั ิงานตามความชำนาญงาน
องค์ความรู้
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
กองนโยบายและแผน สำนักงานอธิการบดี
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
เลขที่ 1 ถนนอู่ทองนอก แขวงดุสิต เขตดุสิต กทม. 10300
โทร 0 2160 1073