The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้กีฬาปิงปอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

้้้้้้้้้้้้้้้้้้กีฬาปิงปอง

้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้กีฬาปิงปอง

ประวัติปิงปอง ข้อมูล กีฬาปิงปอง นายระพีพัฒน์ เถื่อนเหลือ เลขที่5


กีฬาปิงปอง เป็นกีฬาสันทนาการ อีกชนิดหนึ่งที่สามารถเล่นเพื่อ สร้างความสนุกสนานในหมู่คณะ ขณะเดียวกันก็เป็นกีฬาที่มีความ ท้าทายที่ผู้เล่นต้องต้องอาศัยไหว พริบ และความคล่องแคล่วของ ร่างกายในการรับ-ส่งลูก ซึ่งความ ท้าทายนี้จึงทำ ให้กีฬาปิงปองได้รับ ความนิยมในระดับสากล กระทั่งถูก บรรจุในการแข่งขันระดับโลก


ประวัติกีฬาปิงปอง หรือ เทเบิลเทนนิส กีฬาปิงปองได้เริ่มขึ้นครั้งแรก ในปี ค.ศ. 1890 (พ.ศ. 2433) ที่ประเทศอังกฤษ โดยใน อดีตอุปกรณ์ที่ใช้เล่นปิงปองเป็นไม้หุ้มหนัง สัตว์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับไม้ปิงปองใน ปัจจุบัน ส่วนลูกที่ใช้ตีเป็นลูกเซลลูลอยด์ ซึ่ง ทำ จากพลาสติกกึ่งสังเคราะห์ โดยเวลาที่ ลูกบอลกระทบกับพื้นโต๊ะ และไม้ตีจะเกิดเสียง “ปิก-ป๊อก” ดังนั้น กีฬานี้จึงถูกเรียกชื่อตาม เสียงที่ได้ยินว่า “ปิงปอง” (PINGPONG) และได้เริ่มแพร่หลายในกลุ่มประเทศยุโรปก่อน


ส่วนลูกที่ใช้ตีเป็นลูกเซลลูลอยด์ ซึ่งทำ จากพลาสติกกึ่งสังเคราะห์ โดยเวลาที่ ลูกบอลกระทบกับพื้นโต๊ะ และไม้ตีจะเกิด เสียง “ปิก-ป๊อก” ดังนั้น กีฬานี้จึงถูก เรียกชื่อตามเสียงที่ได้ยินว่า “ปิงปอง” (PINGPONG) และได้เริ่มแพร่หลายใน กลุ่มประเทศยุโรปก่อน


ซึ่งวิธีการเล่นในสมัยยุโรป ตอนต้น จะเป็นการเล่น แบบยัน (BLOCKING) และแบบดันกด (PUSHING) ซึ่งต่อมาได้ พัฒนามาเป็นการเล่นแบบ BLOCKING และ CROP หรือเรียกว่า การเล่น ถูกตัด ซึ่งวิธีการเล่นนี้ เป็นที่นิยมมากแถบน ยุโรป ส่วนวิธีการจับ ไม้ จะมี 2 ลักษณะ คือ จับไม้แบบจับมือ (SHAKEHAND) ซึ่ง เราเรียกกันว่า “จับ แบบยุโรป” และการจับ ไม้แบบจับปากกา (PEN-HOLDER) ซึ่ง เราเรียกกันว่า “จับไม้ แบบจีน”


ในปี ค.ศ. 1900 (พ.ศ. 2443) เริ่มปรากฏว่า มีการหันมาใช้ไม้ปิงปองติดยางเม็ดแทนหนัง สัตว์ ดังนั้นวิธีการเล่นแบบรุก หรือแบบบุก โจมตี (ATTRACK หรือ OFFENSIVE) โดยใช้ท่า หน้ามือ (FOREHAND) และ หลัง มือ (BACKHAND) เริ่มมีบทบาทมากขึ้น และยังคงนิยมการจับแบบไม้แบบยุโรป ดัง นั้นจึงถือว่ายุโรปเป็นศูนย์รวมของกีฬา ปิงปองอย่างแท้จริง


ต่อมาในปี ค.ศ. 1922 (พ.ศ. 2465) ได้มีบริษัทค้าเครื่องกีฬา จดทะเบียน เครื่องหมายการค้าว่า “PINGPONG” ด้วยเหตุนี้ กีฬา ปิงปองจึงต้องเปลี่ยนชื่อเป็น เทลเบิลเทนนิส (TABLE TENNIS)


และในปี ค.ศ. 1926 (พ.ศ. 2469) ได้มี การประชุมก่อตั้งสหพันธ์เทเบิลเทนนิส นานาชาติ (INTERNATIONAL TABLETENNIS FEDERATION : ITTF) ขึ้นที่กรุงลอนดอนในเดือนธันวาคม พร้อมกับมีการจัดการแข่งขันเทเบิล เทนนิสแห่งโลกครั้งที่ 1 ขึ้น เป็นครั้งแรก


จากนั้นในปี ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) เป็น ยุคที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งได้หันมาสนใจกีฬา เทเบิลเทนนิสมากขึ้น และได้มีการปรับวิธีการ เล่นโดยเน้นไปที่ การตบลูกแม่นยำ และหนัก หน่วง และการใช้จังหวะเต้นของปลายเท้า


มาในปี ค.ศ. 1952 (พ.ศ. 2495) ญี่ปุ่นได้เข้าร่วม การแข่งขันเทเบิลเทนนิสโลกเป็นครั้งแรก ที่กรุงบ อมเบย์ ประเทศอินเดีย และในปี ค.ศ. 1953 (พ.ศ. 2496) สาธารณรัฐประชาชนจีนจึงได้เข้าร่วมการ แข่งขันเป็นครั้งแรกที่กรุงบูคาเรสต์ ประเทศรูมาเนีย ทำ ให้จึงกีฬาเทเบิลเทนนิสกลายเป็นกีฬาระดับโลก ที่แท้จริง โดยในยุคนี้ญี่ปุ่นใช้การจับไม้แบบจับ ปากกา และมีการพัฒนาไม้ปิงปองโดยใช้ยางเม็ด สอดไส้ด้วยฟองน้ำ เพิ่มเติมจากยางชนิดเม็ดเดิมที่ ใช้กันทั่วโลก


สำ หรับประวัติกีฬาเทเบิ้ลเทนนิส ในประเทศไทยนั้น ทราบเพียงว่า คนไทยรู้จักคุ้นเคย และเล่นกีฬา เทเบิลเทนนิสมาเป็นเวลาช้านาน แต่รู้จักกันในชื่อว่า กีฬาปิงปอง โดยไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า มีการนำ กีฬาชนิดนี้เข้ามาเล่นใน ประเทศไทยตั้งแต่เมื่อใด และใคร เป็นผู้นำ เข้ามา


แต่ปรากฏว่ามีการเรียนการสอนมานานกว่า 30 ปี โดยในปี พ.ศ. 2500 ประเทศไทยได้ มีการจัดตั้งสมาคมเทเบิลเทนนิสสมัครเล่น แห่งประเทศไทย และมีการแข่งขันของ สถาบันต่างๆ รวมทั้งมีการแข่งขันชิงแชมป์ ถ้วยพระราชทานแห่งประเทศไทย ตั้งแต่นั้น เป็นต้นมา


การเล่นกีฬาปิงปอง หรือ เทเบิลเทนนิส กีฬาปิงปอง หรือ เทเบิลเทนนิส ที่เรารู้จัก กันนั้น ถือเป็นกีฬาที่มีความยากในการ เล่น เนื่องจากธรรมชาติของกีฬาประเภท นี้ ถูกจำ กัดให้ตีลูกปิงปองลงบนโต๊ะของ คู่ต่อสู้ ซึ่งบนฝั่งตรงข้ามมีพื้นที่เพียง 4.5 ฟุต X 5 ฟุต และลูกปิงปองยังมีน้ำ หนักเบามาก เพียง 2.7 กรัม โดยความเร็วในการเคลื่อนที่จากฝั่ง หนึ่ง ไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ใช้เวลาไม่ถึง 1 วินาที ทำ ให้นักกีฬาต้องตีลูกปิงปองที่กำ ลังเคลื่อน มากลับไปทันที ซึ่งหากลังเลแล้วตีพลาด หรือ ไม่ตีเลย ก็อาจทำ ให้ผู้เล่นเสียคะแนนได้


ทั้ง ทั้ นี้ ปิงปองมีประโยชน์ต่อผู้เล่น เนื่องจากต้องอาศัย ความคล่องแคล่ว ว่องไวในทุกส่วนของร่างกาย ดังนี้ สายตา : สายตาจะต้องจ้องมองลูกอยู่ตลอดเวลา เพื่อสังเกตหน้า ไม้ของคู่ต่อสู้ และมองลูกว่าจะหมุนมาในลักษณะใด สมอง : ปิงปองเป็นกีฬาที่ต้องใช้สมองในการคิดอยู่ตลอดเวลา รวม ถึงต้องวางแผนการเล่นแบบฉับพลันอีกด้วย มือ : มือที่ใช้จับไม้ปิงปอง จะต้องคล่องแคล่ว และว่องไว รวมถึง ต้องรู้สึกได้เมื่อลูกปิงปองสัมผัสถูกหน้าไม้ ข้อความในย่อหน้าของคุณ ข้อมือ : ในการตีบางลักษณะ จำ เป็นต้องใช้ข้อมือเข้าช่วย ลูกจึงจะ หมุนมากยิ่งขึ้น แขน : ต้องมีพละกำ ลัง และมีความอดทนในการฝึกซ้อมแบบ สม่ำ เสมอเพื่อให้เกิดความเคยชิน


ลำ ตัว : การตีลูกปิงปองในบางจังหวะ ต้อง ใช้ลำ ตัวเข้าช่วย ต้นขา : ผู้เล่นต้องมีต้นขาที่แข็งแรง เพื่อเตรียม ความพร้อมในการเคลื่อนที่ตลอดเวลา หัวเข่า : ผู้เล่นต้องย่อเข่า เพื่อเตรียมพร้อม ในการเคลื่อนที่ เท้า : หากเท้าไม่เคลื่อนที่เข้าหาลูกปิงปอง ก็จะทำ ให้ตามตีลูกปิงปองไม่ทัน


การรับลูกที่ถูกต้อง เมื่อลูกเทเบิลเทนนิสถูกตี ข้ามตาข่ายมากระทบแดนของตนครั้งเดียว ต้อง ตีกลับให้ข้ามตาข่าย หรืออ้อมตาข่ายกลับไป ลูก ที่ให้ส่งใหม่ คือ ลูกเสิร์ฟติดตาข่าย แล้วข้ามไป ตกแดนคู่ต่อสู้หรือเหตุอื่นที่ผู้ตัดสินเห็นว่าจะต้อง เสิร์ฟใหม่ วิธีการเล่นกีฬาปิงปอง หรือ เทเบิลเทนนิส การส่งลูกที่ถูกต้อง ลูกจะต้องอยู่ที่ฝ่ามือแล้วโยน ขึ้นไปในอากาศ สูงไม่น้อยกว่า 16 เซนติเมตร การแข่งขันมี 2 ประเภท คือ ประเภทเดี่ยวและ ประเภทคู่


การนับคะแนน ถ้าผู้เล่นทำ ผิดกติกา จะเสียคะแนน ผู้เล่นหรือคู่เล่นที่ทำ คะแนนได้ 11 คะแนนก่อน จะ เป็นฝ่ายชนะ ยกเว้นถ้าผู้เล่นทั้งสองฝ่ายทำ คะแนนได้ 10 คะแนนเท่ากันจะต้องเล่นต่อไป โดย ฝ่ายใดทำ คะแนนได้มากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง 2 คะแนน จะเป็นฝ่ายชนะ การแข่งขันประเภททีมมี 2 แบบ คือ 6.1. SWAYTHLING CUP มีผู้เล่นครั้งละ 3 คน 6.2. CORBILLON CUP มีผู้เล่นครั้งละ 2 – 4 คน


ความเป็นมาของปิงปอง อย่างไรก็ตามจากหนังสือประวัติศาสตร์ กีฬาของแฟรงค์ มอนเก (Frank Monke) ได้สันนิษฐานเกี่ยวกับประวัติ เทเบิลเทนนิสไว้ 2 ประการ คือ อาจเป็น ป็ กีฬาในร่มของลอนเทนนิส ซึ่งเริ่มเล่น ครั้งแรกในรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ราวศตวรรษที่ 19 (ค.ศ. 1890)


สันนิษฐานว่าเริ่มเล่นในอินเดีย โดยนายทหารชาวอังกฤษซึ่งไป ประจำ การอยู่ที่อินเดียได้เคยเล่น กีฬาเทเบิลเทนนิสเป็นกีฬากลาง แจ้งมาก่อน ด้วยการเล่นบนโต๊ะ และใช้สมุดกั้นแทนตาข่าย (บาง ฉบับระบุว่าใช้ไม้กระดานแทน ตาข่าย) และยังมีอีกความเห็น หนึ่งว่า เกิดขึ้นครั้งแรกใน ประเทศแอฟริกาใต้ หรือบาง ความเห็นว่าเกิดขึ้นครั้งแรกใน ประเทศจีน


กล่าวโดยสรุปคือ ประวัติ เทเบิลเทนนิส ไม่สามารถ ทราบแน่ชัดได้ว่า ใครเป็น ผู้คิดค้นหรือประเทศใด เป็นต้นกำ เนิดของกีฬา เทเบิลเทนนิส แต่มีข้อ บันทึกหลักฐานการ โฆษณาเกี่ยวกับอุปกรณ์ การเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิส ชาย หรือการโฆษณาเครื่องกีฬา เทเบิลเทนนิสในแมกกาซีน ของประเทศอังกฤษ ที่ชื่อว่า British Sports Catalogs Advertised Table Tennis Equipment ในปี ค.ศ. 1880 ซึ่งสันนิษฐานกัน ว่า ชาวอังกฤษน่าจะเป็นผู้ คิดค้นการเล่นกีฬาเทเบิล เทนนิสขึ้น


และได้เล่นกีฬาเทเบิลเทนนิสเป็นกีฬาในร่มของ เทนนิสมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1850 ด้วย ซึ่งสมัยนั้น เรียกว่า Gossima และใช้ลูกบอลทำ ด้วยไม้ คอร์กหรือยางแข็งซึ่งแข็งเกินไป ถ้าไปถูก กระจกก็จะทำ ให้กระจกแตก โดยเกมกีฬาชนิดนี้ ได้รับความนิยมและเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป


นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1890 เป็นต้นมา อังกฤษก็เริ่มปรับปรุงการเล่นเทเบิล เทนนิสโดยมีพ่อค้าทำ ลูกเทเบิลเทนนิสที่ ทำ ด้วยยางหรือไม้คอร์กแล้วใช้ผ้าหุ้มไว้ อีกชั้นหนึ่ง เพื่อไม่ให้ลูกเทเบิลเทนนิส ทำ ความเสียหายกับโต๊ะ และเพื่อให้ลูก เทเบิลเทนนิสหมุนได้ดีขึ้นด้วย


กติกากีฬาเทเบิลเทนนิส ฉบับล่าสุด โต๊ะเทเบิลเทนนิส 1.1 พื้นหน้าด้านบนของโต๊ะเรียกว่า “พื้นผิวโต๊ะ ” จะ เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีความยาว 2.74 เมตร ( 9 ฟุต) ความกว้าง 1.525 เมตร ( 5 ฟุต) และจะ ต้องสูงได้ระดับ โดยวัดจากพื้นที่ตั้งขึ้นมาถึงพื้น ผิวโต๊ะสูง 76 เซนติเมตร ( 2 ฟุต 6 นิ้ว ) 1.2 พื้นผิวโต๊ะให้รวมถึงขอบบนสุดของโต๊ะ แต่ไม่รวมถึงด้านข้างของโต๊ะที่อยู่ต่ำ กว่าขอบ บนสุดของโต๊ะลงมา


1.4 พื้นผิวโต๊ะจะต้องเป็นสีเข้มสม่ำ เสมอและเป็นสี ด้านไม่สะท้อนแสง ขอบด้านบนของพื้นผิวโต๊ะทั้ง 4 ด้านจะทางด้วยสีขาว มีความกว้าง 2 เซนติเมตร เส้นของพื้นผิวโต๊ะด้านยาว 2.74 เมตรทั้งสองข้างเรียกว่า “เส้นข้าง” เส้นของพื้น ผิวโต๊ะด้านกว้าง 1.525 เมตร ทั้งสองข้างเรียกว่า “เส้นสกัด” 1.3 พื้นผิวโต๊ะอาจทำ ด้วยวัสดุใดๆ ก็ได้ แต่จะ ต้องมีความกระดอนสม่ำ เสมอ เมื่อเอาลูก เทเบิลเทนนิสมาตรฐานทิ้งลงในระยะสูง 30 เซนติเมตร ลูกจะกระดอนขึ้นมาประมาณ 23 เซนติเมตร


1.5 พื้นผิวโต๊ะจะถูกแบ่งออกเป็นสองแดนเท่าๆ กัน กั้นด้วยเน็ตซึ่งขึงตั้งฉากกับพื้นผิวโต๊ะ และขนาน กับเส้นสกัดโดยตลอด 1.6 สำ หรับประเภทคู่ ในแต่ละแดนจะถูกแบ่ง ออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กันด้วยเส้นสีขาว ขนาดกว้าง 3 มิลลิเมตร โดยขีดขนานกับเส้น ข้างเรียกว่า “เส้นกลาง” และให้ถือว่าเส้น กลางนี้เป็นส่วนหนึ่งของคอร์ตด้านขวาของ โต๊ะด้วย 1.7 ในการแข่งขันระดับมาตรฐานสากลโต๊ะ เทเบิลเทนนิสที่ใช้สำ หรับแข่งขันจะต้องเป็น ยี่ห้อและชนิดที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์ เทเบิลเทนนิสนานาชาติเท่านั้น และในการ จัดการแข่งขันจะต้องระบุสีของโต๊ะที่จะใช้ แข่งขันลงในระเบียบการแข่งขันด้วยทุกครั้ง


ส่วนประกอบของเน็ต 2.1 ส่วนประกอบของเน็ตจะประกอบไปด้วย ตาข่าย ที่ แขวนและเสาตั้ง รวมไปถึงที่จับยึดกับโต๊ะเทเบิล เทนนิส 2.2 ตาข่ายจะต้องขึงตึงและยึดด้วยเชือกซึ่ง ผูกติดปลายยอดเสา ซึ่งตั้งตรงสูงจากพื้น ผิวโต๊ะ15.25 เซนติเมตร ( 6 นิ้ว) และยื่น ออกไปจากเส้นข้างของโต๊ะถึงตัวเสาต้านละ 15.25 เซนติเมตร ( 6 นิ้ว) 2.3 ส่วนบนสุดของตาข่ายตลอดแนว ยาว จะต้องสูงจากพื้นผิวโต๊ะ 15.25 เซนติเมตร


2.4 ส่วนล่างสุดของตาข่ายตลอดแนว ยาวจะต้องอยู่ชิดกับพื้นผิวโต๊ะและส่วน ปลายสุดของตาข่ายทั้งสองด้านจะต้อง อยู่ชิดกับเสาให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ 2.5 ในการแข่งขันระดับมาตรฐานสากล เน็ตที่ใช้ สำ หรับแข่งขันจะต้องเป็นยี่ห้อและชนิดที่ได้รับ การรับรองจากสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ เท่านั้น และจะต้องเป็นสีเดียวกันกับโต๊ะที่ใช้ แข่งขัน


ลูกเทเบิลเทนนิส 3.1 ลูกเทเบิลเทนนิสจะต้องกลมและมีเส้นผ่า ศูนย์กลาง 40 มิลลิเมตร 3.2 ลูกเทเบิลเทนนิสจะต้องมีน้ำ หนัก 2.7 กรัม 3.3 ลูกเทเบิลเทนนิสจะต้องทำ ด้วยเซลลูลอยด์ หรือวัสดุพลาสติกอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน มีสีขาว สี เหลือง หรือสีส้ม และเป็นสีด้าน 3.4 ลูกเทเบิลเทนนิสที่ใช้สำ หรับแข่งขันจะต้องเป็น ยี่ห้อและชนิดที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์เทเบิล เทนนิสนานาชาติเท่านั้น และจะต้องระบุสีของลูกที่ จะใช้แข่งขันลงในระเบียบการแข่งขันทุกครั้ง


ไม้เทเบิลเทนนิส 4.1 ไม้เทเบิลเทนนิสจะมีรูปร่าง ขนาด หรือน้ำ หนักอย่างไร ก็ได้ แต่หน้าไม้จะต้องแบนเรียบและแข็ง 4.2 อย่างน้อยที่สุด 85% ของความหนาของไม้ จะต้องทำ ด้วยไม้ ธรรมชาติ ชั้นที่อัดอยู่ติดภายในหน้าไม้ ซึ่งทำ ด้วยวัสดุอื่นใด เช่น คาร์บอนไฟเบอร์ , กลาสไฟเบอร์ หรือกระดาษอัดจะต้องมีความหนา ไม่เกิน 7.5 % ของความหนาทั้งหน้าไม้หรือไม่เกิน 0.35 มิลลิเมตร สุดแท้แต่กรณีใดจะมีค่าน้อยกว่า 4.3 หน้าไม้เทเบิลเทนนิสด้านที่ใช้ในการตีลูกจะต้องมีวัสดุปิดทับ วัสดุ นั้นจะเป็นยางเม็ดธรรมดาแผ่นเดียวกัน โดยหันเอาเม็ดออกมาด้านนอก และไม่มีฟองน้ำ รองรับ แผ่นยางชนิดนี้เมื่อปิดทับหน้าไม้และรวมกับกาว แล้วจะต้องมีความหน้าทั้งสิ้นไม่เกิน 2 มิลลิเมตร หรือแผ่นยางแผ่น เดียวกันชนิดมีฟองน้ำ รองรับโดยจะหันเอาเม็ดอยู่ด้านในหรือเอาเม็ดอยู่ ด้านนอกก็ได้ ยางชนิดนี้เมื่อปิดทับหน้าไม้และรวมกับกาวแล้วจะต้องมี ความหนาทั้งสิ้นไม่เกิน 4 มิลลิเมตร 4.3.1) แผ่นยางเม็ดธรรมดา จะต้องเป็นชิ้นเดียวและไม่มี ฟองน้ำ รองรับจะทำ ด้วยยางหรือยางสังเคราะห์ มีเม็ดกระจาย อยู่อย่างสม่ำ เสมอไม่น้อยกว่า 10 เม็ดต่อ 1 ตารางเซนติเมตร และไม่มากกว่า 50 เม็ดต่อ 1 ตารางเซนติเมตร


ได้คะแนน 10.1 นอกเหนือจากการตีโต้จะถูกสั่งให้เป็นเล็ท LET ผู้เล่นจะได้คะแนนจากกรณีดังต่อไปนี้ 10.1.1) ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถ ส่งลูกได้อย่างถูกต้อง 10.1.2) ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถรับลูกได้ อย่างถูกต้อง 10.1.3) ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามตีลูก สัมผัสถูกสิ่ง ใดๆ นอกเหนือจากส่วนประกอบของเน็ต 10.1.4) ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามตีลูกข้ามผ่านเส้น สกัดของเขาโดยไม่ได้สัมผัสกับพื้นผิวโต๊ะ ที่มา สมาคมเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย ศูนย์กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ


คำ ถามประจำ หน่วย 1.เทเบิลเทนนิสประเภทเดี่ยว หมายถึง ก. ผู้เล่นฝ่ายละหนึ่งคนเท่านั้น ข. ผู้เล่นฝ่ายละหนึ่งคนและสำ รอง ค. ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนตัวได้ ง. ผู้เล่นสำ รองสลับเปลี่ยนได้


2.การเล่นเทเบิลเทนนิสควร คำ นึงถึงสิ่งใด ก. ความปลอดภัย ข. การจับไม้ ค. โต๊ะเทเบิลเทนนิส ง. การแต่งกาย


3.การตีลูกปิงปองเป็นการฝึกด้านใด ก. การฝึกจังหวะ ข. การฝึกสายตา ค. การฝึกความคล่องตัว ง. ถูกทุกข้อ


4.คะแนนเสมอกัน 10 คะแนนจะแพ้ ชนะกันเมื่อใด ก. ฝ่ายทำ คะแนนได้ 11 คะแนน ก่อน ข. ฝ่ายหนึ่งได้ 11 คะแนน อีกฝ่าย ได้ 12 คะแนน ค. ฝ่ายใดได้คะแนนห่าง 2 คะแนน ง. ฝ่ายใดได้คะแนนห่าง 1 คะแนน


5.ประเภทคู่ ก กับ ข ทีมหนึ่ง ค กับ ง ทีม หนึ่ง ฝ่ายหนึ่งส่งลูกครั้งที่ 4 ใครเป็นผู้ส่ง และใครเป็นผู้รับ ก. ก ส่ง ข รับ ข. ข ส่ง ค รับ ค. ค ส่ง ข รับ ง. ง ส่ง ก รับ


6.ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. ไม่ควรสวมรองเท้าแตะ ข. แสงสว่างต้องไม่มากหรือน้อยเกินไป ค. ที่ตั้งโต๊ะพื้นขัดมันเกินไป ง. ถูกทุกข้อ


7. ผู้ชนะการแข่งขันคือข้อใด ก. ผู้ชนะ 2 ใน 3 เกม ข. ผู้ชนะ 3 ใน 5 เกม ค. แล้วแต่จะตกลงกัน ง. ถูกทุกข้อ


8. การตบลูกมีความสำคัญอย่างไร ก. วิธีการได้ชัยชนะ ข. การได้แต้ม ค.การได้ส่งลูก ง. ข่มขวัญคู่แข่งขัน


9 การตบลูกให้แน่นนอนควร ทำ อย่างไร ก. ฝึกตบซ้ำ ๆ ทุกวัน ข. ตบเมื่อคะแนนตาม ค. ตบเมื่อคะแนนนำ ง. ตบเมื่อมีจังหวะ


10..การจับไม้แบบปากกาตีได้กี่ ด้าน ข. ตีได้ 2 ด้าน ก..การจับไม้แบบปากกาตี ได้กี่ด้าน ค. ตามแต่ตกลงกัน ง. ไม่มีข้อใดถูก


เฉลย 1 ก 2 ก 3 ง 4.ง 5 ค 6 ก 7 ง 8 ก 9 ง 10 ข


Click to View FlipBook Version