The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วย10_ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการละคร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วิวัฒน์ แก้วอุ้ย, 2022-02-21 20:11:46

หน่วย10_ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการละคร

หน่วย10_ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการละคร

๑๐หน่วยการเรยี นรู้ท่ี

ความรู้ทว่ั ไปเกยี่ วกับการละคร

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. สรา้ งสรรค์การแสดง โดยใชอ้ งค์ประกอบนาฏศิลป์และการละครได้
๒. เช่ือมโยงการเรยี นรูร้ ะหวา่ งนาฏศิลป์และการละครกบั สาระการเรยี นรูอ้ น่ื ๆ ได้

หลกั การสร้างสรรคก์ ารแสดงละคร

• ละครไทย ในอดีตเป็นละครที่แสดงเพื่อความบันเทิงและแสดงความเป็นเลิศทางด้านศิลปะ เนื้อเรื่องมักจะ
แสดงแนวคิดในอดุ มคติ ผู้ชมจะชื่นชมกับตัวละครที่มีอิทธิปาฏิหาริย์ ถ้าเป็นละครราจะเน้นลีลาท่าราที่งดงาม
เคร่ืองแต่งกาย และฉากทีว่ ิจิตรตระการตา ผู้ชมจะเพลิดเพลินไปกับฉาก ระบา รา ฟอ้ น และบทตลก ขบขัน

ละครไทยเนน้ ลีลาทา่ รา เครื่องแตง่ กายทวี่ จิ ิตรสวยงาม

หลกั การสรา้ งสรรคก์ ารแสดงละคร

• ละครสากลจากตะวันตก เป็นการจาลองภาพชีวิตจริงและสังคม เพื่อให้ผู้ชมเกิดความคิดมีความรู้สึกร่วม
และรบั รปู้ ญั หาของตัวละคร

ละครตะวันตกหลายเร่ืองนิยมจาลองภาพให้เห็นปญั หาของสังคมและความเปน็ จริงแหง่ ชวี ิตมนุษย์

หลกั การสรา้ งสรรคก์ ารแสดงละคร

• จากหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์จะพบว่าชาติที่มีอารยธรรมเกา่ แก่ จะมีตานานแสดงถึงผลงานการสร้างสรรค์
ละคร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และเพื่อรับใช้สังคม ให้ความรู้ ให้บทเรียน
ชว่ ยกระตุ้นจติ สานกึ ของผู้ชมละครให้ตระหนักในภารกิจหน้าทขี่ องตน

• ปจั จบุ นั มีการนาละครมาเปน็ สือ่ รบั ใชส้ ังคมมากข้ึน เห็นไดจ้ ากการท่ีงานละครเขา้ ไปมบี ทบาทในโครงการพัฒนา
สังคม ละครจงึ มอี ิทธิพลทจี่ ะเปล่ียนแปลงแนวคดิ และพฤตกิ รรมมนษุ ย์ในสังคมได้เป็นอย่างดี ด้วยการรับหน้าที่
เป็นครูทางอ้อม โดยสอดแทรกบทเรียนตา่ งๆ ผา่ นบทบาทของตัวละครแต่ละตัว

• ในประเทศไทย หลักสูตรการศึกษาได้บรรจุวิชาการละครไว้ในทุกระดับชั้น ให้ผู้เรียนได้มีโอกาสฝึกฝนทักษะ
เบื้องต้นในการแสดงละคร เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง ได้มีโอกาสสารวจทัศนคติ ค่านิยม
ประสบการณค์ ้นพบความถนัด ความสามารถในทางสร้างสรรค์ เน้นที่กระบวนการและผลผลิต โดยต้องเรียนรู้
เกย่ี วกบั หลกั การกวา้ งๆ ในการสร้างสรรค์ ดงั น้ี

หลักการสรา้ งสรรค์การแสดงละคร

กระบวนการสรา้ งสรรคง์ านละคร

วตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมาย

• เชน่ จดั การแสดงข้นึ เพื่อส่ิงใด จดั ให้ใครชม เป็นตน้ ผ้สู รา้ งสรรค์ละครควรคานึงถึงอายุ เพศ พื้นฐานความรู้ ความเข้าใจ
เก่ียวกบั ละครของผ้ชู ม เพอ่ื จะไดส้ อ่ื สารทางด้านความคดิ อารมณ์ และโสตสัมผสั ไดต้ รงกบั ความต้องการ

ขน้ั ตอนการปฏบิ ัตงิ านของทกุ ฝา่ ย

• เพราะละครเป็นที่รวมของศิลปะแขนงต่างๆ ที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในด้านศิลปะเกือบทุกสาขา เพื่อให้ทีมงานทุกฝ่าย
ประสานสมั พันธไ์ ปในทิศทางเดียวกัน ผู้สร้างงานจึงจาเป็นต้องรู้ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติงานของทุกฝ่าย เช่น ผู้ออกแบบ
ฝ่ายเครื่องแต่งกาย ฉาก แสง สี เครื่องประกอบฉาก เป็นต้น จะต้องมีความสามารถในการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์
ทีเ่ หมาะสมกลมกลืนกนั เพอื่ ชว่ ยทาใหล้ ะครเรอ่ื งน้นั มบี รรยากาศท่สี มจรงิ

หลกั การสรา้ งสรรคก์ ารแสดงละคร วธิ กี ารสร้างสรรค์งานละครใหเ้ กดิ สุนทรียภาพ

สนุ ทรยี ภาพด้านบทประพนั ธ์

• ทั้งรอ้ ยแก้วและรอ้ ยกรอง ต้องมีความงามทางด้านภาษา มีความไพเราะ สามารถสื่อความหมายได้ชัดเจนตรง
กบั จุดม่งุ หมายของการแสดง

สุนทรยี ภาพด้านดนตรีและการขับรอ้ ง

• ดนตรเี ป็นปัจจัยหลกั ของการแสดงละคร ทจ่ี ะช่วยสรา้ งอารมณ์ตามบทบาทของตวั ละคร เชน่ อารมณ์เศร้าโศก
เสียใจ อารมณต์ ืน่ เตน้ เร้าใจ เป็นต้น ทง้ั การบรรเลงและการขับร้อง ถ้าผสมกลมกลืนกับบทบาทของตัวละคร
จะทาให้เกดิ สุนทรียภาพในการแสดง ผูช้ มก็จะเกดิ ความเข้าใจ ซาบซง้ึ ไปกับการแสดง

สนุ ทรียภาพจากตัวผแู้ สดง

• ผู้แสดงต้องมีบุคลิกลักษณะผสมกลมกลืนไปกับบทบาทที่แสดง มีความสามารถในการสื่อความหมาย ทาให้
ผูช้ มเกดิ ความเช่อื และรูส้ กึ คล้อยตามบทบาท ท้ังนี้ ผู้แสดงที่ไดร้ ับการยกย่องว่ามคี วามสามารถจะต้องเป็นผู้ที่
สรา้ งความสะเทอื นอารมณใ์ หแ้ ก่ผชู้ มได้

หลกั การสรา้ งสรรคก์ ารแสดงละคร วธิ ีการสร้างสรรคง์ านละครให้เกดิ สนุ ทรียภาพ

สนุ ทรียภาพจากเคร่อื งแต่งกาย

• เครื่องแต่งกายของผู้แสดงจะต้องเน้นบุคลิกของตัวละครให้เห็นฐานะทางสังคม รสนิยม มีความสง่า งาม
และต้องผสมกลมกลนื ไปกับฉากละคร

สุนทรยี ภาพจากองคป์ ระกอบอื่นๆ

• เช่น ฉาก แสง สี เสียง เป็นต้น ต้องมีความประณีตในการตกแต่ง เพราะต้องกลมกลืนกับตัวละครและเครื่อง
แต่งกาย ต้องให้ถูกต้องตามขนบธรรมเนียม ประเพณี และยุคสมัย รวมทั้งต้องเป็นไปตามจุดมุ่งหมาย ของ
ผู้ประพันธ์ด้วยสุนทรียภาพของการแสดงละครจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ชม โดยผู้ชมจะพิจารณาบทละคร
ดนตรีบุคลกิ ลักษณะของตัวละคร บทบาท และองคป์ ระกอบอน่ื ๆ ตอ้ งประสานกันอย่างกลมกลนื

องค์ประกอบของละคร

การแสดงที่เป็นละครจะต้องมีองคป์ ระกอบครบ ๔ ประการ

เรอื่ ง (Story) บรรยากาศ (Atmostphere)
เนอื้ หาสรปุ หรอื แนวคดิ (Subject or Theme)

นสิ ยั ตวั ละคร (Characterization)

องคป์ ระกอบของละคร

เรือ่ ง (Story)

• ละครต้องมีเรื่องราว ผู้ชมละครจะรู้เรื่องของละครได้โดยการฟัง
บทเจรจาของตัวละคร ผปู้ ระพนั ธ์บทละครต้องมีความสามารถใน
การบรรยายบุคลิกลักษณะและนิสัยของตัวละครได้อย่างชัดเจน
บทเจรจาของตัวละครทุกตอนจะต้องมีความหมายและ
มคี วามสาคัญต่อการดาเนนิ เร่ือง

บทเจรจาสามารถแสดงนิสัยของตวั ละครและชว่ ยในการดาเนนิ เร่อื งให้ผู้ชมเขา้ ใจ

องคป์ ระกอบของละคร

เนอื้ หาสรปุ หรือแนวคดิ (Subject or Theme)

• ผปู้ ระพนั ธบ์ ทละครจะตอ้ งมีแนวคิดที่จะนาพาให้เรื่องดาเนินไปสู่จุดหมายจุดประสงค์ของการให้แนวคิด ก็เพื่อให้
เน้อื เรอื่ งของละครเกิดความประทบั ใจแกผ่ ู้ชม

• แนวคิดของเร่อื งจึงทาหน้าที่เป็นศูนย์กลางของบทละคร ซึ่งมีหลายแนว เช่น การเสียสละพลีชีวิตเพื่อชาติ ธรรมะ
ย่อมชนะอธรรม เป็นตน้

• เนอื้ หาสรปุ หรือแนวคิด เปน็ การให้คติเตอื นใจ ในขณะเดยี วกนั กส็ อดแทรกให้ผู้ชมรบั ร้เู จตคติท่ดี ี เชน่ ความรักชาติ
ศาสนา พระมหากษตั ริย์ การไมเ่ อารดั เอาเปรยี บผ้อู ื่น เปน็ ตน้

องค์ประกอบของละคร

นสิ ยั ตวั ละคร (Characterization)

• ตัวละครจะทาหน้าท่ใี หก้ าเนิดโครงเร่ืองและเน้อื เรอื่ ง ผ้ปู ระพันธ์บทละครจะต้องสร้างตัวละครให้ตรงกับเนื้อหาสรุป
เช่น เนื้อหาของละครเป็นแนวสมจริง ก็ต้องสร้างตัวละครให้เป็นมนุษย์ธรรมดาตามธรรมชาติของตัวละครที่ ยังมี
ความตอ้ งการอาหาร ทพี่ กั อาศยั เคร่ืองนุ่งหม่ มเี กดิ แก่ เจบ็ ตาย เปน็ ต้น

• สาหรับเรื่องราวที่มีบทบาทมากที่สุดในละคร ได้แก่ เรื่องราวที่เกี่ยวกับความรัก ไม่ว่าจะเป็นควา มรักระหว่าง
ครอบครวั หรือคู่รัก ซึ่งจะส่งผลไปยังองค์ประกอบอื่นๆ และมีอิทธิพลต่อผู้ชมมากที่สุด ถ้าเนื้อเรื่องเป็นแนวคิดที่
เหนือจริงผิดไปจากธรรมชาติ ตัวละครก็จะถูกสร้างให้มีพฤติกรรมที่ต่างจากมนุษย์ธรรมดา เช่น เหาะได้ หายตัว
แปลงกายได้ มอี ิทธิฤทธิ์ ปาฏหิ ารยิ ์ เป็นต้น

องคป์ ระกอบของละคร

ลกั ษณะนสิ ยั ของตัวละคร สามารถแบง่ ออกเป็น ๒ ฝา่ ย

ตัวละครทเ่ี ป็นตวั เอกของเร่อื ง
เรียกวา่

“โพรแทกโอนสิ ต์” (Protagonist)

ตวั ละครที่เปน็ ผู้ร้าย
เรียกวา่

“แอนแทกโอนิสต์” (Antagonist)

องค์ประกอบของละคร

บรรยากาศ (Atmostphere)

• การสร้างบรรยากาศที่เกี่ยวข้องกับตัวละครจะต้องกลมกลืนกับบทบาทของตัวละคร นับเป็นกลวิธีอัน สาคัญ
อย่างหนงึ่ ของการแสดงละคร

• การประดับตกแต่งฉาก แสง สี เทคนิคพิเศษ และเครื่องแต่งกาย เป็นการช่วย
สือ่ ความหมายและอารมณ์ ช่วยสรา้ งบรรยากาศในการแสดง เช่น ฉากป่าเขาลาเนา
ไพร จะมีต้นไม้ ดอกไม้ น้าตก มีเสียงนกร้อง สัตว์นานาชนิด ฉากเหล่านี้จะช่วย
สรา้ งบรรยากาศให้ผู้ชมละครมีความรู้สึกคลอ้ ยตามไปกบั ภาพทเี่ หน็ เปน็ ต้น

การสรา้ งบรรยากาศบนเวทีเป็นเวลากลางคืนจะใชแ้ สงนอ้ ยเพอื่ สร้างความสมจริง

องค์ประกอบของละคร

• สาหรับแสง นอกจากจะใหค้ วามสว่างแล้ว ยังช่วยบอกเวลา
สร้างอารมณ์ แสงนวลอ่อนในเวลากลางคืน หรือแสงสว่าง
จ้าในเวลากลางวัน จะมีความเข้มของแสงต่างกัน เป็นการ
สร้างบรรยากาศที่แตกต่างกัน เช่น แสงที่มืดสลัว ทาให้เกิด
บรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัว บรรยากาศแจ่มใส สีต้องสดใส
ภาพและสีในแต่ละฉากจึงเป็นการสร้างเสริมบรรยากาศให้
ดูสมจริง เปน็ ต้น

• องค์ประกอบสาคัญที่ขาดไมไ่ ดใ้ นการสร้างบรรยากาศ คอื เพลงท่ีเรยี กว่า “เพลงภมู ิหลัง” (Background Music)
เปน็ เพลงทไี่ ม่มเี นือ้ รอ้ ง มีแต่ทานองเพลง ไม่เกยี่ วกับการดาเนนิ เรอ่ื ง แต่ชว่ ยสรา้ งอารมณ์ ความรสู้ ึกให้แก่ผู้ชม

• สาหรับละครไทย จะมีเพลงทใ่ี ชเ้ พอ่ื แสดงอารมณต์ ามบทบาทของตัวละครอยู่หลายเพลง อย่าง เพลงอารมณ์เศร้า
เชน่ เพลงโอด เพลงนางครวญ เพลงธรณีกรรแสง เปน็ ต้น เพลงอารมณ์รื่นเริง เช่น เพลงกราวรา เพลงแขกบรเทศ
เพลงประสทิ ธิ์ เป็นตน้ เพลงอารมณ์โกรธ เชน่ เพลงเทพทอง เพลงนาคราช เพลงลิงโลด เปน็ ต้น

หลักการวเิ คราะห์ วิจารณ์การแสดงละคร หลกั การวเิ คราะห์ วิจารณล์ ะครรา

รปู แบบของการแสดง

• เปน็ การวิเคราะหร์ ปู แบบการแสดงว่าเปน็ แบบมาตรฐานหรือแบบพื้นบา้ น ซึง่ การแสดงจะมหี ลายรปู แบบ ไดแ้ ก่ ระบา รา
ฟ้อน โขน และละคร

ความเป็นเอกภาพ

• การแสดงในชดุ หน่งึ ๆ ผแู้ สดงจะต้องมคี วามเปน็ อนั หนึง่ -อนั เดยี วกัน เชน่ ผู้แสดงละครราทกุ คนต้องมีลลี าในการร่ายราให้
ถูกต้องและสอดคล้องกับละครแต่ละประเภท เป็นต้น ความเป็นเอกภาพ หมายความว่า การแสดงแต่ละชุดต้องมีลีลา
ทา่ ราเหมอื นกนั เชน่

๑. ระบากวาง ผูแ้ สดงตอ้ งเลียนแบบลลี าทา่ ทางของกวาง
๒. ระบาม้า ผูแ้ สดงต้องเลียนแบบลีลาท่าทางของม้า
๓. การแสดงละครรา ผ้แู สดงทกุ คนต้องมีลีลาท่าราเหมอื นกันตามแบบจารีตของละครแต่ละชนิด

เชน่ ละครชาตรี ละครนอก ละครใน ละครดึกดาบรรพ์ เปน็ ต้น

หลกั การวิเคราะห์ วิจารณ์การแสดงละคร หลกั การวเิ คราะห์ วจิ ารณล์ ะครรา

การร่ายราและองคป์ ระกอบอนื่ ๆ

• การร่ายราและองค์ประกอบอื่นๆ ได้แก่ ความถูกต้องตามแบบแผนของท่ารา แม่ท่า ลีลาท่าเชื่อม ความคิดริเริ่ม
สรา้ งสรรค์ในการประดิษฐ์ทา่ รา ความสามารถในการรา ลกั ษณะพิเศษในทว่ งท่าลีลา และเทคนิคเฉพาะตัวของผู้รา เช่น
การวิเคราะหล์ ะครใน เรือ่ ง “อุณรทุ ”

ระบาครฑุ ที่มาของภาพ : http:// www.bpi-salayacampus.webiz.co.th

หลักการวิเคราะห์ วิจารณ์การแสดงละคร

หลกั การวิเคราะห์ วิจารณ์ละครทีไ่ ม่ใช้ทา่ รา

โครงเรอ่ื ง หมายถึง โครงสร้างของละครทั้งเร่ือง การวิจารณโ์ ครงเร่ือง มีดงั น้ี

• เหตุการณ์ต่างๆ ในละครชัดเจนหรอื ไม่
• สิ่งใดที่ทาให้เรอื่ งมีความนา่ สนใจมากที่สดุ เช่น โครงเรื่อง ตวั ละคร เป็นตน้
• การจบเรอื่ งเหมาะสมหรอื ไม่

แนวความคดิ ทเ่ี ป็นแก่นของเร่ือง มขี ้อท่คี วรพจิ ารณาเพ่อื ใช้ในการวจิ ารณ์ ดังน้ี

• ดูแล้วได้ประสบการณ์ แนวคิด ปรัชญาใดบา้ ง มีโอกาสเกดิ ขนึ้ ในชวี ติ จริงไดห้ รือไม่
• บทเจรจาของตวั ละคร มีคติ คาคมทีน่ ่าจดจาบ้างหรอื ไม่
• เนื้อเรอ่ื ง ฉาก ตัวละครมคี วามสอดคลอ้ งเหมาะสมกนั หรอื ไม่

ตัวละคร วเิ คราะห์ดา้ นบทบาทของตวั ละครและการสร้างตัวละคร โดยการวิจารณ์ตัวละครมขี ้อท่ีควรพจิ ารณา ดังน้ี

• การสร้างบุคลิกลักษณะของตัวละคร มีชีวิต จิตใจคล้ายมนุษย์จริงหรือไม่ (ละครประเภทสมจริง ตัวละครจะมี

บคุ ลกิ ลักษณะทเี่ หมอื นมนุษย์ปกติ)
• ตวั ละครสามารถดึงดดู ให้ผชู้ มมอี ารมณค์ ล้อยตามไดม้ ากนอ้ ยเพยี งใด
• ตัวละครแสดงไดส้ มบทบาทเพยี งใด ตีบทแตกหรอื ไม่

หลักการวเิ คราะห์ วจิ ารณ์การแสดงละคร

หลักการวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ละครท่ไี มใ่ ช้ทา่ รา

ทัศนองคป์ ระกอบตา่ งๆ จะต้องสอดคล้องกบั ตัวละคร ชว่ ยสร้างบรรยากาศไดอ้ ย่างเหมาะสม สรา้ งอารมณท์ ่ี

สอดคลอ้ ง เช่น ฉาก เครอื่ งแต่งกาย แสง สี เป็นตน้ ขอ้ ทค่ี วรนามาพจิ ารณาเพอ่ื ใช้ในการวิจารณ์ มีดังนี้
• ทัศนองค์ประกอบต่างๆ นั้น ล้วนสอดคล้องกับตัวละคร ดังนั้น จึงต้องพิจารณาดูว่าทัศนองค์ประกอบต่างๆ ช่วยสร้าง

อารมณ์ และสรา้ งบรรยากาศได้สมเหตสุ มผลหรอื ไม่
• ฉาก อุปกรณ์ประกอบฉาก ชว่ ยสร้างบรรยากาศให้ละครดสู มจรงิ ไดห้ รอื ไม่
• เครื่องแตง่ กาย ฉาก และอปุ กรณ์ประกอบฉาก ถกู ตอ้ งตามขนบธรรมเนียม ประเพณี ยุคสมัยตามเน้อื เรื่องหรือไม่

ฉากและอุปกรณ์ประกอบฉากของละครโอเปรา (Opera) เรอ่ื งมาดามบตั เตอร์ฟลาย (Madame Butterfly)
ที่มาของภาพ : http://www.theredist.com

ความสัมพันธ์ของการละครกบั สาระการเรียนรูอ้ นื่

ละครกบั สาระภาษาไทย

• สาระภาษาไทยมีวรรณคดี วรรณกรรมเด่นๆ อยู่หลายเรื่อง ซึ่งการละครได้นาเนื้อหาบางตอนมา ดัดแปลง
เป็นบทละคร ไดแ้ ก่ หนังสอื ทก่ี าหนดตามหลักสูตรส่วนมากจะเปน็ การตัดตอนมาจากบทละครไทย เช่น

ละครรา เชน่ เรื่องอิเหนา เรือ่ งรามเกียรต์ิ เรอื่ งสังข์ทอง เรือ่ งขุนช้างขุนแผน เปน็ ตน้

ละครพูด เช่น เรื่องหัวใจนกั รบ เปน็ ต้น

ละครร้อง เชน่ เรื่องสาวเครอื ฟ้า เปน็ ตน้

ละครหลวงวิจติ รวาทการ เช่น เรื่องเลอื ดสุพรรณ เปน็ ต้น

• ในการเรียนการสอนสาระภาษาไทยควรให้ผูเ้ รยี นนาบทละครเหล่านี้มาฝึกอ่านให้ถูกต้องตามอักขระ วิธีฝึกพูด
ฝึกเจรจา โดยการใส่อารมณ์ ตีความตามบทละคร หรือนาโครงเรื่องมาจากนิทานสุภาษิต เช่น นิทานเรื่อ ง
ชาวนากับงูเห่า เรื่องกระต่ายกับเต่า เป็นต้น โดยให้เป็นทั้งผู้แสดงและผู้ชมละคร เพื่อฝึกแสดงความคิดเห็น
วิเคราะห์ วิจารณเ์ รอ่ื งท่จี ะแสดงรวมทัง้ ฝึกความร่วมมือในการจัดการแสดง

ความสมั พันธข์ องการละครกับสาระการเรียนรอู้ ื่น

ละครกับสาระภาษาไทย

• การนาบทละครในสาระภาษาไทยมาแสดง ทาใหจ้ าเร่อื งราวในบทละครไดอ้ ย่างแมน่ ยาอกี ทัง้ ในบทละคร แต่ละ
เรื่องยังมีแนวคิด คติสอนใจ สานวนที่เป็นสุภาษิต คาพังเพย ผู้เรียนจะได้นามาประยุกต์ใช้ในการแสดง
สนุ ทรพจน์ อภิปราย เลา่ นทิ าน ขบั เสภา หรืออ่านทานองเสนาะนอกจากนี้ ผู้เรียนยังสามารถที่จะนากิจกรรม
ของการละครเข้ามาสอดแทรกแสดงให้เพื่อนชมเป็นการผ่อนคลายความเครียดและเรียนบทเรียนด้วยความ
สนุกสนาน ไม่นา่ เบอ่ื หน่ายได้อกี ดว้ ย

การแสดงโขน เรอื่ งรามเกียรติ์ เปน็ การนาเน้ือหาวรรณคดีไทยมาใช้ในการแสดงละครรา

ความสัมพันธข์ องการละครกับสาระการเรียนรอู้ น่ื

ละครกับสาระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

• ละครมีบทบาทหน้าที่รับใช้สังคม มีอิทธิพลที่จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติ แนวคิด พฤติกรรมของมนุษย์ได้ เพราะ
มนษุ ยม์ ักจะไม่ชอบให้ใครมาสงั่ สอนแบบตรงๆ เพราะถือเปน็ ความน่าเบื่อ น่าราคาญ ละครจึงเป็นครูของสังคม
ทางออ้ ม

• โดยใชว้ ิธีการสอดแทรกบทเรยี นไว้ในบทบาทของตวั ละคร ถึงแมจ้ ะมีการสอนแบบตอกย้าซ้าทวนสักเทา่ ใด ผู้ชม
ละครกจ็ ะไมเ่ บ่ือหน่ายบางคนดลู ะครเรือ่ งเดยี วกันซา้ แล้วซ้าอีกด้วยความซาบซง้ึ และช่ืนชอบ ขณะเดียวกันผู้ชม
ก็อาจจดจาพฤตกิ รรมทด่ี ขี องตวั ละคร แล้วนามาเปน็ แบบอยา่ งในการดาเนินชีวติ

• เนอื้ หาในกลมุ่ สาระสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมที่สามารถนามาแต่งเป็นบทละครให้ผู้เรียนแสดงได้มีอยู่
มากมายหลายเรื่อง เช่น ประวัติบุคคลสาคัญ วีรบุรุษ วีรสตรีเหตุการณ์สาคัญของประเทศชาติ ประเพณี
วัฒนธรรมที่สาคัญ เป็นต้น

• นอกจากนี้ ขนบธรรมเนียม ประเพณี สภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน การเมือง การปกครองในอดีต
เราสามารถเรยี นรู้ได้ผา่ นทางละคร โดยเฉพาะละครพื้นบ้านจะมีภูมิปัญญาไทยที่บรรพบุรุษสั่งสม สืบทอดต่อๆ
กันมาสอดแทรกไวอ้ ยูด่ ้วยเสมอ

ความสมั พันธ์ของการละครกบั สาระการเรยี นรู้อ่นื

ละครกบั สาระศลิ ปะ

• การแสดงละคร ถือเป็นศนู ย์รวมของศิลปะทุกสาขา สาหรับความสัมพันธ์ของการละครกับทัศนศิลป์นั้นจะปรากฏ
ในละครทกุ เร่อื ง เพราะองคป์ ระกอบของละครจะตอ้ งสรา้ งบรรยากาศเพื่อช่วยให้ผู้ชมมีความรู้สึกคล้อยตามไปกับ
เรอื่ งได้ เช่น ฉาก เครื่องแต่งกาย การแต่งหน้าการให้แสง สี และการแสดงบทบาทของตัวละครต้องอาศัยการนา
องคป์ ระกอบศิลป์ เช่น จดุ เสน้ รูปร่าง รปู ทรง สี มาประยกุ ต์ใช้ เปน็ ตน้

การแตง่ หนา้ ผู้แสดงใหเ้ หมาะสมกบั บทบาท จะต้องนาความรู้ดา้ นศิลปะมาประยุกต์ใช้

ที่มาของภาพ : http://www.suchabooknerd.wordpress.com

ความสมั พันธข์ องการละครกบั สาระการเรียนร้อู น่ื

ละครกบั สาระศลิ ปะ

• การจัดตาแหน่งของผู้แสดงบนเวที การเคลื่อนไหวของตัวละคร ด้านหน้า ด้านข้าง ด้านเฉียง ย่อมแสดง
ความรู้สึก อารมณ์ สี และน้าหนัก การจัดฉาก ผู้แสดงบนเวทีจะอยู่ในตาแหน่งที่น้าหนักมีคว ามสมดุลกันทั้ง
๒ ดา้ น ส่วนทเ่ี บาจะเป็นบริเวณท่มี ีสอี ่อน หรือใช้อุปกรณ์ประกอบฉากมาตั้งถ่วงดุล การนาองค์ประกอบต่างๆ
มารวมกัน ผู้สร้างสรรค์ต้องคานึงถึงความมีเอกภาพความสมดุล ความกลมกลืน และความแตกต่างอันเป็ น
องค์ประกอบทางดา้ นทศั นศลิ ป์

• ดนตรกี เ็ ป็นสิง่ จาเป็นมากสาหรับการแสดงละคร โดยเฉพาะเพลงภมู ิหลังเปน็ เพลงที่จะให้อารมณ์และความรู้สึก
ตา่ งๆ ไปตามบทบาทของตวั ละคร รวมทงั้ ในการแสดงนาฏศิลป์ จาเป็นต้องมีดนตรีบรรเลงประกอบ เพื่อสร้าง
บรรยากาศและกากบั จังหวะในการรา่ ยรา ให้มีความพร้อมเพรยี งกนั ได้อย่างลงตวั

• ในด้านนาฏศิลป์ ถา้ เปน็ ละครราก็จะตอ้ งนาหลักวชิ ามาประดิษฐ์ทา่ รา ถ้าเป็นละครสากลก็นาท่ารามาประดิษฐ์
เป็นระบาเพื่อประกอบเรื่อง หรือแสดงสลับฉาก เช่น ระบาอธิษฐาน ระบาระฆัง ระบาในน้ามีปลาในนามีข้าว
ทปี่ รากฏในเรอื่ งอานภุ าพพ่อขุนรามคาแหง เปน็ ต้น

ความสมั พนั ธข์ องการละครกับสาระการเรียนรู้อื่น

ละครกบั สาระการงานพื้นฐานอาชีพและเทคโนโลยี

• สาระการงานพ้นื ฐานอาชพี และเทคโนโลยี มคี วามสมั พนั ธ์กับสาระของการละคร เพราะการแสดงละครจะต้อง
ประกอบไปด้วยการสร้างฉาก สร้างเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ การแต่งหน้า ทาผมการจัดสร้างอุปกร ณ์
ประกอบฉาก และอุปกรณ์ประกอบการแสดง สิ่งเหล่านี้ถือเป็นผลงานการประดิษฐ์ทั้งสิ้น ซึ่งในการประดิษฐ์
เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ อุปกรณ์ประกอบฉาก และอุปกรณ์ประกอบการแสดง จะต้อง ประดิษฐ์
ให้สอดคล้องเหมาะสมกับละครเรื่องที่แสดงและควรคานึงถึงหลักความพอเพียง โดยเลือกใช้วัสดุที่มี อยู่
ในท้องถ่ิน

• นอกจากนี้ อปุ กรณ์ประกอบในการเรียน อาจจาเปน็ ตอ้ งอาศยั เคร่อื งยนต์กลไก ไฟฟา้ ระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ หรือ
ใช้คอมพวิ เตอร์เข้ามาชว่ ย เพื่อให้ปฏิบัตงิ านไดง้ า่ ย สะดวกในการกากับและทาใหเ้ กิดความสมจริง ซึ่งต้องอาศัย
พ้ืนฐานวชิ าความร้จู ากสาระการงานพ้ืนฐานอาชีพและเทคโนโลยเี ข้ามาประยุกต์ใช้

ความสมั พันธข์ องการละครกับสาระการเรยี นรูอ้ ืน่

ละครกับสาระสุขศึกษาและพลศึกษา

• ในกลุ่มสาระนี้ วิชาที่เกี่ยวข้องกับการละครอย่างมากก็คือ วิชาพลศึกษา ได้แก่ การเคลื่อนไหวร่างกาย
การออกกาลังกาย และกิจกรรมนันทนาการ กล่าวคือ การละครถือเป็นกิจกรรมนันทนาการได้อย่างหนึ่ง
เนือ่ งจากไดใ้ ช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ อีกทัง้ การละครยังช่วยสร้างความพึงพอใจต่อความต้องการของมนุษย์
เป็นการเสริมสร้างสุขภาพทั้งกายและใจ เป็นการผ่อนคลายความเครยี ด

ความสัมพนั ธข์ องการละครกับสาระการเรยี นรอู้ ื่น

ละครกับสาระสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

• การละครนั้นนอกจากเราจะเข้ารว่ มในฐานะเปน็ ผแู้ สดง หรอื เปน็ ทีมงานจดั การแสดงแลว้ เราก็ยังสามารถเข้าร่วม
ในฐานะผู้ชมได้อีกด้วย นบั เปน็ กิจกรรมนันทนาการที่เหมาะสมกับบุคคลทุกเพศทกุ วยั

• วชิ าพลศกึ ษาก็มีความสมั พนั ธ์กบั ละครอย่างใกล้ชดิ ในด้านการเตรียมความพร้อมของร่างกาย เพื่อฝึกให้ร่างกาย
มคี วามยืดหยนุ่ และแขง็ แรง ข้ันตอนในการเตรยี มความพร้อมทางด้านรา่ งกาย มดี งั น้ี

๑. ยนื ตรง เขย่งปลายเทา้ ท้งั ๒ ข้าง นับ ๑ ถงึ ๑๐ แลว้ วางสน้ เทา้ ลงบนพ้ืน ทาสลับไปมาประมาณ ๗ - ๘ ครั้ง
๒. บริหารไหล่ โดยยกไหล่ทั้ง ๒ ข้างข้ึนให้สงู และลดลง
๓. บริหารคอ โดยการกม้ และเงยอยา่ งช้าๆ และเอยี งศีรษะไปดา้ นข้างทางซา้ ยและทางขวา โดยทาสลับกัน
๔. บริหารเอว โดยการเอียงตัวไปดา้ นขา้ งทางซา้ ยและทางขวา
๕. บรหิ ารหัวเขา่ โดยการย่อตัวลงและยืดตวั ข้ึน
๖. การทาร่างกายให้เกิดความอบอุ่นโดยการว่งิ เหยาะๆ อยกู่ ับที่

• นอกจากนี้ เกมทางด้านพลศึกษาก็สามารถนามาใช้ช่วยฝึกทักษะ เพื่อพัฒนาการแสดงให้แก่ผู้แสดง เช่ น
เกมรับส่งลกู บอล เกมตุ๊กตาล้มลุก เปน็ ต้น เพือ่ ฝกึ ความคลอ่ งตัวและปฏภิ าณไหวพริบ

ความสัมพันธข์ องการละครกบั สาระการเรียนรอู้ ่ืน

ละครกับสาระวทิ ยาศาสตร์

• อปุ กรณ์เครื่องมอื ทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะแสง สี เสียง และอุปกรณ์เสริมต่างๆ จะช่วยสนับสนุนให้การแสดง
มีความสมจริง ตระการตาชว่ ยส่อื ความหมายและอารมณ์ ทาให้การแสดงน่าดู น่าชม ชวนใหต้ ิดตามมากขึ้น

• แสงมีความสาคัญ เพราะให้ความสว่างบ่งบอกเวลา และช่วยสร้าง
อารมณ์ พื้นที่ให้แสงความเข้มของแสง ทิศทางของแสง สีของแสง
และความสมจริง จะต้องนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้
เทคนิคพิเศษที่ช่วยสร้างความตื่นเต้นและเทคนิคทางเคมี ไฟฟ้ามา
ประยกุ ต์ เช่น ฉากฝนตก ไฟไหม้ ฟ้าแลบ การเหาะเหิน เดินอากาศ
เปน็ ต้น

• ขณะเดียวกัน การใช้เสียงประกอบก็ช่วยสร้างบรรยากาศ เร้าอารมณ์ผู้ชม เช่น เหตุการณ์ตอนฟ้าผ่า ถ้ ามี
แสงฟา้ ผ่า แต่ไมม่ ีเสียง ละครก็คงไมน่ า่ ติดตาม แต่ถา้ มีเสยี งฟา้ ผ่าดังๆ บรรยากาศก็จะมคี วามต่ืนเต้นมากข้ึน

ความสัมพันธ์ของการละครกบั สาระการเรยี นรอู้ ่นื

ละครกับสาระคณติ ศาสตร์

• ผู้อานวยการสร้างจะต้องกาหนดวงเงิน เพื่อใช้เป็นงบประมาณในการผลิต ฝ่ายเหรัญญิกจะต้องจัดทาบัญชี
รายจา่ ยของฝา่ ยต่างๆ และบันทกึ ไว้เป็นหลักฐาน เช่น ฝ่ายเทคนิคตอ้ งออกแบบสร้างฉากเคร่อื งแต่งกาย แสง สี
เสียงก็ตอ้ งจดั ทางบประมาณให้ชดั เจน

• ยกตวั อยา่ ง เช่น การสรา้ งฉากมจี านวนกฉ่ี าก จานวนคนผทู้ าหนา้ ท่สี ร้างฉาก ทาสี ขนย้ายฉาก ต้องใชเ้ งินทั้งสิ้น
เทา่ ใด ฝา่ ยเครอ่ื งแต่งกายต้องคานวณวา่ เสือ้ ผ้าในการแสดงจะใชท้ ้ังหมดกีช่ ดุ จะขอยมื เชา่ หรือต้องตดั เย็บใหม่
รวมถงึ ค่าใช้จา่ ยในการแต่งหน้า ทาผม ซื้อสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งแต่ละฝ่ายต้องจัดทาบัญชีรายจ่ายมาเสนอ
เพ่อื จะได้เห็นภาพรวมของงบประมาณท่จี ะใชท้ งั้ หมด

• ความรทู้ างคณติ ศาสตร์ยังสามารถนามาใช้คานวณถงึ ความเป็นไปได้ในการวางแผนการแสดงในแต่ละฉาก เช่น
การคานวณพื้นที่หน้าเวที เพื่อจะได้กาหนดจานวนผู้แสดงและอุปกรณ์ประกอบฉากที่เหมาะสม ไม่มากไป
จนแนน่ หรือว่างไปจนดูไม่สวยงาม เปน็ ตน้


Click to View FlipBook Version