The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sarksit.j, 2023-07-03 04:18:33

แนวทางการประเมินความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ยาเพื่อเฝ

Final draft Med-risk evaluation No Qr

จัดท�ำโดย ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข จัดท�ำเมื่อ พฤษภาคม 2566 รายละเอียดส�ำนักพิมพ์ บริษัท เอ็มซีดี จ�ำกัด ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการประเมินความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ยาเพื่อเฝ้าระวังความ ปลอดภัยและก�ำหนดมาตราการจัดการปัญหาคุณภาพยา .-- นนทบุรี : ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, 2566. 28 หน้า. 1. ยา 2. เภสัชกร. I. ชื่อเรื่อง. 615.1 ISBN 978-974-244-446-4


การบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพ (quality risk management) เป็นกระบวนการที่เป็นระบบซึ่งประกอบด้วย การประเมิน การควบคุม การสื่อสารและการทบทวนความเสี่ยง ที่มีต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ตลอดช่วงวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ จัดเป็นองค์ประกอบส�ำคัญของระบบคุณภาพที่มีประสิทธิภาพใน การประกอบการด้านยา (การผลิต/กระจายยา) ซึ่งผู้รับอนุญาต ด้านยาสามารถใช้สร้างความเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์ยาของตนเอง มีคุณภาพ มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยความรู้ ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและการพิจารณาว่าความเสี่ยงที่เกิดขึ้น อยู่ในระดับที่ยอมรับได้หรือไม่ เพื่อเป้าประสงค์ของการคุ้มครอง ผู้บริโภคเป็นหลักส�ำคัญ การประยุกต์ใช้แนวทางการบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพ ในลักษณะของการเตรียมการล่วงหน้าท�ำให้เข้าใจสถานการณ์ ความเสี่ยง ช่วยให้เกิดการตัดสินใจบนพื้นฐานของความเสี่ยงที่มี ต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ และกระตุ้นให้เกิดการทบทวนหรือประเมิน ค่าความเสี่ยงซ�้ำ ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ในวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ยา ทั้งนี้ในกรณีที่เกิดปัญหาด้านคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์รวมถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือความเบี่ยงเบนใน กระบวนการผลิตหรือกระจายยาซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์ยา การบริหารความเสี่ยงจะสามารถส่งเสริมให้ ผู้รับอนุญาตด้านยาตัดสินใจด�ำเนินการเกี่ยวกับปัญหา/ประเด็น ที่เกิดขึ้นโดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และมีสารสนเทศหรือข้อมูล สนับสนุน สนับสนุนให้ผู้รับอนุญาตด้านยาสามารถปฏิบัติตาม ข้อก�ำหนดทางกฎหมายได้อย่างสอดคล้องกับบริบทและใช้ ทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม ในคู่มือนี้ กล่าวถึงการบริหารความเสี่ยงที่มีต่อคุณภาพ ผลิตภัณฑ์และความพร้อมจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์ กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ ความเสี่ยงที่เกิดจากการขาดแคลนผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีสาเหตุมา จากปัญหาด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และปัญหาจากกระบวนการ ให้เป็นไปตามแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านคุณภาพ ICH guideline Q9 on quality risk management และ WHO guidelines on quality risk management กลุ่มก�ำกับดูแลหลังออกสู่ตลาด กองยา


สารบัญ หลักการและกระบวนการบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพ หลักการของการบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพ กระบวนการของการบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพ การประเมินความเสี่ยง (risk assessment) การควบคุมความเสี่ยง (risk control) การสื่อสารเกี่ยวกับความเสี่ยง (risk communication) การทบทวนความเสี่ยง (risk review) เครื่องมือส�ำหรับด�ำเนินการตามหลักการบริหารความเสี่ยง อธิบายลักษณะของปัญหา และ/หรือ ตั้งค�ำถามซึ่งรวมถึงสมมติฐานที่เกี่ยวข้องความเสี่ยง การรวบรวมความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการ การวิเคราะห์สาเหตุและผล (cause-and-effect analysis) การประเมินความเสี่ยงโดยใช้ Preliminary Hazard Analysis (PHA) การประเมินความเสี่ยงโดยใช้ Risk ranking and filtering การประเมินความเสี่ยงโดยการวิเคราะห์ลักษณะความล้มเหลวและผลกระทบ (Failure Mode Effects Analysis หรือ FMEA) 1 2 2 4 8 9 9 10 14 14 15 16 17 19


หลักการและกระบวนการ บริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพ 1


หลักการของการบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพ กระบวนการบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพ การบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพมีหลักการเบื้องต้น 2 ประการ คือ การบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพเป็นกระบวนการที่เป็นระบบส�ำหรับการประเมิน ควบคุม สื่อสาร และทบทวน ความเสี่ยงด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยาตลอดช่วงวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ มีขั้นตอนส�ำคัญดังนี้ การประเมินค่าความเสี่ยงที่มีต่อคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ ควรอยู่บนหลักการพื้นฐาน ของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และสามารถ เชื่อมโยงกับเป้าประสงค์ในการคุ้มครอง ผู้บริโภค ระดับของความพยายาม (level of effort) ความเป็นทางการ (formality) และการจัดท�ำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการบริหารความเสี่ยงด้าน คุณภาพ ควรสอดคล้องกับระดับของ ความเสี่ยง เริ่มกระบวนการบริหารความเสี่ยง ผลลัพธ์/ผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยง การประเมินความเสี่ยง การควบคุมความเสี่ยง การทบทวนความเสี่ยง การระบุแหล่งที่อาจ ก่อให้เกิดอันตราย การลดความเสี่ยง การติดตาม/ทบทวนเหตุการณ์ การยอมรับความเสี่ยง การวิเคราะห์ ความเสี่ยง การประเมินค่า ความเสี่ยง การ สื่อสาร ความ เสี่ยง ไม่สามารถ ยอมรับได้ ไม่สามารถ ยอมรับได้ รูปที่ 1 แผนภาพแสดงกระบวนการบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพตามแนวทาง ICH Q9 2


การเริ่มต้นและวางแผนกระบวนการ การบริหารจัดการความเสี่ยง DEFINE RESEARCH กิจกรรมในกระบวนการบริหารความเสี่ยง ด้านคุณภาพมักอาศัยการมีส่วนร่วมจากหลายฝ่าย ในองค์กร ดังนั้นจึงควรด�ำเนินการในรูปแบบของคณะ ท�ำงานที่ประกอบไปด้วยผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือ มีประสบการณ์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการที่ จะประเมินความเสี่ยงจากฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และ ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการ บริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพ ทั้งนี้ ในคณะท�ำงานต้องมี ผู้ท�ำหน้าที่ตัดสินใจ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความสามารถและ มีอ�ำนาจในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร ความเสี่ยง ท�ำหน้าที่ประสานงานระหว่างฝ่ายต่าง ๆ รวมถึงสื่อสารกับผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย จากนอกองค์กร ก�ำกับดูแลให้กระบวนการบริหารจัดการ ความเสี่ยงด้านคุณภาพเป็นไปตามขั้นตอนอย่างเหมาะสม รวมถึงท�ำให้มั่นใจได้ว่ามีทรัพยากรและความรู้ที่เกี่ยวข้อง กับผลิตภัณฑ์และกระบวนการพร้อมส�ำหรับการ ด�ำเนินการ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ควบคุมการใช้ความ รู้สึกนึกคิด (subjectivity) ให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด เพื่อท�ำให้ การตัดสินใจต่อความเสี่ยงที่เกิดขึ้นมีการใช้ความรู้ทาง วิทยาศาสตร์และสารสนเทศ/ข้อมูลได้อย่างสูงสุด บุคลากรที่อยู่ในคณะทำ�งานบริหารความเสี่ยง ควรมีความสามารถดังนี้ ระบุที่มาหรือแหล่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย (hazard) ต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และสุขภาพของผู้บริโภค รวมถึงค้นหาสาเหตุแท้จริงได้ วิเคราะห์และประเมินค่าความเสี่ยง รวมทั้งสามารถ ลงความเห็นได้ว่าความเสี่ยงใดที่ควรควบคุมและ ความเสี่ยงใดที่ควรยอมรับ เสนอแนะมาตรการควบคุมความเสี่ยง ซึ่งสามารถ ท�ำให้ส�ำเร็จได้ สร้างวิธีการปฏิบัติส�ำหรับการทบทวน และติดตาม เหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง น�ำสารสนเทศและผลลัพธ์ที่ได้จากกระบวนบริหาร ความเสี่ยงไปพิจารณาผลกระทบต่อคุณภาพของ ผลิตภัณฑ์อื่น และ/หรือ กระบวนการอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือมีความคล้ายคลึงกันได้ สามารถด�ำเนินการได้ดังนี้ อธิบายลักษณะของปัญหาและ/หรือตั้งค�ำถาม รวมถึงสมมติฐานที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยค�ำอธิบายปัญหา หรือค�ำถามเกี่ยวกับความเสี่ยงควรมีความชัดเจนเพื่อสามารถระบุเครื่องมือที่จะใช้ในการประเมินความเสี่ยงได้อย่าง เหมาะสม รวมถึงช่วยให้สามารถรวบรวมสารสนเทศและ/หรือข้อมูลที่ต้องการได้ง่ายขึ้น รวบรวมสารสนเทศและ/หรือข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการประเมินความเสี่ยง อาทิ ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ กระบวนการ (รวมถึงวัตถุดิบ ขั้นตอนปฏิบัติ เครื่องมือ การจัดเก็บ การกระจาย) และเป้าประสงค์ของการใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจเป็นแหล่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย (hazard) รวมถึงข้อมูลผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และสุขภาพ ของผู้บริโภค กล่าวคือ อันตราย (harm) ที่อาจเกิดขึ้น 3


RESOURCE SCOPE ก�ำหนดผู้รับผิดชอบ (หัวหน้าและคณะท�ำงาน) รวมถึงจัดหาทรัพยากรที่จ�ำเป็น ก�ำหนดแผนการบริหารความเสี่ยงของแต่ละผลิตภัณฑ์ ผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรม ระดับของการตัดสินใจ ที่ เหมาะสม งานที่ต้องส่งมอบ และระยะเวลาในการด�ำเนิน งานในแต่ละกิจกรรมตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล ตลอดจนการ จัดท�ำเอกสารรายงาน เป็นขั้นตอนการใช้สารสนเทศ/ข้อมูลพื้นฐานที่รวบรวมไว้อย่างเป็นระบบ เช่น ข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีต การวิเคราะห์เชิงทฤษฎี ความคิดเห็นและข้อกังวลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ค�ำแนะน�ำของผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น เพื่อค้นหา และระบุถึงแหล่งที่มาหรือเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย (hazard) ตามที่อ้างถึงในค�ำถามที่เกี่ยวกับความเสี่ยงหรือ ค�ำอธิบายปัญหา ตัวอย่างของแหล่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ได้แก่ ลักษณะความล้มเหลว (failure mode) รวมถึงปัจจัย ที่อาจท�ำให้ลักษณะส�ำคัญของคุณภาพ (critical quality attributes) เกิดความผันแปรได้เมื่อปัจจัยเหล่านั้นเกิดความ เบี่ยงเบนหรือมีความผิดพลาดเกิดขึ้น สิ่งส�ำคัญของการระบุแหล่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย คือ การค้นหาสาเหตุรากเหง้า (root cause) หรือสาเหตุที่แท้จริงได้ นอกจากนี้ในขั้นตอนนี้ต้องสามารถระบุอันตราย (harm) หรือผลกระทบเชิงลบที่ อาจเกิดขึ้นกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และสุขภาพของผู้บริโภค เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงในขั้นตอนถัดไป แหล่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย (hazard) คือ แหล่งที่มา ในกระบวนการที่อาจท�ำให้ลักษณะส�ำคัญของคุณภาพ ผลิตภัณฑ์มีความผันแปร จนอาจท�ำให้เกิดผลกระทบเชิง ลบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์และก่อให้เกิดความเสียหายต่อ สุขภาพของผู้บริโภคในที่สุด ขั้นตอนการระบุแหล่งที่อาจ ก่อให้เกิดอันตราย (hazard) เป็นการระบุแหล่งที่มาและ สาเหตุของความเสี่ยง อันตราย (harm) คือ ความเสียหายที่เกิดกับสุขภาพของ ผู้บริโภค ซึ่งรวมถึงความเสียหายที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ไม่มี คุณภาพหรือขาดแคลน การประเมินความเสี่ยง (Risk assessment) การประเมินความเสี่ยงเป็นกระบวนการที่เป็นระบบในการรวบรวมและจัดระเบียบสารสนเทศเพื่อประกอบ การตัดสินใจเกี่ยวกับความเสี่ยง ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย คือ การระบุแหล่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย (hazard identification) การวิเคราะห์ความเสี่ยง (risk analysis) และการประเมินค่าความเสี่ยง (risk evaluation) ที่เกี่ยวกับ แหล่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายนั้น การระบุแหล่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย 1 ( Hazard identification ) 4


อาจประมาณจากข้อมูลอัตราความล้มเหลวในอดีต อาทิ การไม่ผ่านข้อก�ำหนด ข้อร้องเรียน ความเบี่ยงเบน รายงานการสืบสวนหาสาเหตุ แนวโน้ม เป็นต้น ซึ่งเป็นข้อมูลจัดเก็บอยู่ในบันทึกของระบบคุณภาพ รวมถึงการ ทบทวนคุณภาพผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ อาจพิจารณาจากเหตุการณ์ที่เกิดกับผลิตภัณฑ์หรือกระบวนที่มีความคล้ายคลึง กันกับผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการที่ท�ำการประเมินความเสี่ยงได้ หรือประเมินโดยประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ การวิเคราะห์ความเสี่ยง 2 ( Risk analysis ) เป็นการประมาณค่าความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับแหล่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย (hazard) ที่ระบุได้ โดยพิจารณา จากผลร่วมของ (1) โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย (likelihood of occurrence) ซึ่งอาจประมาณ ค่าจากความถี่/อัตรา หรือโอกาสของการเกิดเหตุการณ์ (ความล้มเหลว ความผิดพลาด ความเบี่ยงเบน) ในกระบวนการ และ (2) ระดับความรุนแรงของอันตราย (severity of harm) หรือระดับของผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นต่อคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์และสุขภาพของผู้บริโภค ในการประมาณค่าความเสี่ยง ควรสร้างเกณฑ์ส�ำหรับเทียบระดับโอกาสหรือความถี่ของการเกิดเหตุการณ์ที่ อาจก่อให้เกิดอันตราย (likelihood of occurrence) และ ระดับความรุนแรงของอันตรายหรือผลกระทบ (severity of harm) โดยเกณฑ์ดังกล่าวสามารถระบุในรูปแบบเชิงพรรณนา ได้แก่ สูง ปานกลาง และต�่ำ หรือในรูปแบบเชิงปริมาณ ในลักษณะตัวเลขคะแนน ทั้งนี้ ควรมีค�ำอธิบายถึงความหมายของเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้อย่างละเอียดและมีความชัดเจน มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อท�ำให้เกิดความเข้าใจร่วมกันท่ามกลางผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และลดการใช้ความรู้สึกนึกคิด ส่วนบุคคล (subjectivity) ซึ่งจะกระทบต่อประสิทธิภาพของกิจกรรมการบริหารความเสี่ยงและการตัดสินใจที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ได้แก่ วัตถุดิบ (ตัวยา และ สารช่วย) วัสดุการบรรจุ ผลิตภัณฑ์ระหว่าง การผลิต มีคุณภาพไม่เป็นไปตาม มาตรฐานหรือข้อก�ำหนด และ/หรือ ไม่เป็นไปตามข้อก�ำหนดที่ระบุไว้ใน ทะเบียนยาที่ได้รับอนุมัติ เครื่องมือทดสอบ/วิเคราะห์ท�ำงาน ล้มเหลว วิธีทดสอบ/วิเคราะห์เกิด ความเบี่ยงเบน ชนิดและปริมาณส่วนประกอบไม่ เป็นไปตามสูตรต�ำรับ ระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์ (computerized system) ท�ำงาน ผิดปกติ ท�ำให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์หรือการปฏิบัติตามหลัก เกณฑ์และวิธีการในการผลิตยา (GMP) / หลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขในการกระจายยา (GDP) ผิดพลาดหรือสูญหาย การไม่ปฏิบัติตามค�ำแนะน�ำ/วิธี ปฏิบัติ/โปรโตคอลที่ได้รับอนุมัติ ให้ใช้ (เช่น ค�ำแนะน�ำการผลิต ค�ำแนะน�ำการบรรจุ วิธีการท�ำความ สะอาด การแต่งกาย การควบคุม สภาวะแวดล้อม การสุ่มตัวอย่าง การ ทดสอบ การใช้เครื่องมือ เป็นต้น ) ระบบสนับสนุนท�ำงานบกพร่อง ท�ำให้มีผลกระทบต่อการควบคุม สภาวะแวดล้อมในการผลิต เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือระบบช�ำรุด ท�ำให้ท�ำงานบกพร่องหรือหยุด ท�ำงานในระหว่างการผลิต ส่งผล ให้พารามิเตอร์ของกระบวนการ เกิดความเบี่ยงเบน การไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และ วิธีการในการผลิตยา (GMP) / หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขใน การกระจายยา (GDP) Materials Testing tools Ingredients Systems Instructions Support tools Equipments Regulations ระดับโอกาสหรืออัตราของการเกิดเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย (likelihood of occurrence) 5


ความเสี่ยง (risk) สามารถประมาณค่าจากผลร่วมของระดับโอกาสหรืออัตราการเกิดเหตุการณ์ที่อาจ ก่อให้เกิดอันตราย และ ระดับความรุนแรงของอันตรายหรือผลกระทบเชิงลบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และสุขภาพของ ผู้บริโภค (risk = likelihood of occurrence x severity of harm) โดยอาจแสดงผลเป็นตารางเมทริกซ์ ซึ่งหากใช้รูป แบบเชิงพรรณนา ระดับความเสี่ยงจะแสดงสถานะของความเสี่ยงเชิงพรรณนา (วิกฤต ส�ำคัญ เล็กน้อย) หากใช้รูปแบบ เชิงปริมาณ ระดับความเสี่ยงจะแสดงเป็นคะแนนความเสี่ยง (risk score) ซึ่งจะใช้เป็นตัวบ่งชี้ส�ำหรับการจัดล�ำดับความ ส�ำคัญของความเสี่ยง (risk ranking) ต่อไป ในทางปฏิบัติการประเมินค่าความเสี่ยงจะน�ำปัญหา/ผลกระทบต่อคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์แต่ละรายการมาพิจารณาเทียบเกณฑ์และประเมินค่าทีละรายการ ทั้งนี้ อาจมีเครื่องมือส�ำหรับการประเมินความเสี่ยงบางประเภทที่น�ำระดับมาตรการควบคุมที่ใช้อยู่หรือ ความสามารถของการตรวจพบแหล่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย (detectability) ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ช่วยในการบรรเทา ความเสี่ยง มาใช้ในการประมาณค่าความเสี่ยงร่วมด้วย ตารางที่ 1 ตัวอย่างเกณฑ์สำ�หรับเทียบระดับความรุนแรงของอันตราย (หรือผลกระทบเชิงลบต่อคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์และสุขภาพของผู้บริโภค) ตารางที่ 2 ตัวอย่างเกณฑ์สำ�หรับเทียบระดับโอกาสหรืออัตราการเกิดเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย (อาทิ ความล้มเหลว ความผิดพลาด ความเบี่ยงเบนในกระบวนการ) ความหมาย ความหมาย ระดับความรุนแรง ระดับโอกาส หรือ อัตราการเกิด เชิงพรรณนา เชิงพรรณนา สูง สูง ต�่ำ ต�่ำ ปานกลาง ปานกลาง 6 6 2 2 4 4 เชิงปริมาณ เชิงปริมาณ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ไม่อยู่ในข้อก�ำหนด/เกิดอันตรายต่อ ผู้บริโภค ท�ำให้มีอาการเจ็บป่วยถาวร หรือถึงแก่ชีวิต เกิดมากกว่า 1 ครั้งต่อเดือน หรือ มากกว่า 12 ครั้งต่อปี ไม่กระทบคุณภาพของผลิตภัณฑ์/ไม่มีอันตรายต่อผู้บริโภค ยังไม่เคยเกิดในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา คุณภาพของผลิตภัณฑ์ไม่อยู่ในข้อก�ำหนด/เกิดอันตรายต่อ ผู้บริโภค แต่ไม่ต้องเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล หรือ มีอาการเจ็บป่วยชั่วคราว ไม่รุนแรง เกิดมากกว่าหรือเท่ากับ 1 ครั้งต่อปี (1-12 ครั้ง/ปี) 6


ตารางที่ 5 ตัวอย่างเกณฑ์แสดงลำ�ดับความสำ�คัญของความเสี่ยงและมาตรการดำ�เนินการ ลำ�ดับความสำ�คัญ และมาตรการดำ�เนินการ ระดับความเสี่ยง เชิงพรรณนา วิกฤต เล็กน้อย สำ�คัญ 24-36 4-8 12-16 เชิงปริมาณ ไม่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ จะต้องมีมาตรการแก้ไข/ป้องกัน ทันที เพื่อลดความเสี่ยง ยอมรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ หมายเหตุ: การตัดสินใจต้องอยู่บนพื้นฐานการใช้หลักฐาน ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และข้อมูลประกอบการตัดสินใจ สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ แต่ควรก�ำหนดให้มีมาตรการลด ความเสี่ยงโดยเร็วเท่าที่จะเป็นไปได้ ตารางที่ 3 ตัวอย่างการประมาณค่าความเสี่ยง เชิงพรรณนาในรูปแบบตารางเมทริกซ์ ตารางที่ 4 ตัวอย่างการประมาณค่าความเสี่ยง เชิงปริมาณในรูปแบบตารางเมทริกซ์ ระดับความรุนแรงของอันตราย หรือ ผลกระทบ ระดับความรุนแรงของอันตราย หรือ ผลกระทบ สูง 6 สูง 6 ปานกลาง 4 ปานกลาง 4 วิกฤต วิกฤต 24 36 สำ�คัญ วิกฤต 16 24 สำ�คัญ 12 สำ�คัญ 12 เล็กน้อย 8 ต�่ำ เล็กน้อย เล็กน้อย 2 4 8 ต�่ำ 2 โอกาสที่จะเกิดหรือ อัตราการเกิด โอกาสที่จะเกิดหรือ อัตราการเกิด การประเมินค่าความเสี่ยง 3 ( Risk evaluation ) เป็นการน�ำระดับความเสี่ยงที่ประมาณค่าไว้จากขั้นตอนการวิเคราะห์ความเสี่ยง (risk analysis) มาพิจารณา เทียบกับเกณฑ์แสดงล�ำดับความส�ำคัญของความเสี่ยง (risk criteria) เพื่อตัดสินใจว่าเป็นระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ หรือไม่ ในรายละเอียดของเกณฑ์อาจมีค�ำแนะน�ำทั่วไปเกี่ยวกับกิจกรรมที่ต้องด�ำเนินการตามล�ำดับความส�ำคัญ 7


การควบคุมความเสี่ยง (Risk control) เป้าหมายของการควบคุมความเสี่ยง คือ การลดระดับของความเสี่ยงให้อยู่ในล�ำดับที่ยอมรับได้ ดังนั้น ขั้นตอนนี้จึงเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจที่จะลดความเสี่ยง (risk reduction) และยอมรับความเสี่ยง (risk acceptance) ผลจากการประเมินความเสี่ยงอาจพบว่ามีความเสี่ยงหลายรายการที่จ�ำเป็นต้องมีมาตรการลดความเสี่ยง การก�ำหนดความพยายามในการควบคุมความเสี่ยงควรมีสัดส่วนแปรผันตามล�ำดับความส�ำคัญของความเสี่ยงนั้น โดยทั่วไปในขั้นตอนนี้จะเลือกจัดการรายการความเสี่ยงที่มีล�ำดับความส�ำคัญสูงก่อน อย่างไรก็ตามอาจต้องพิจารณา จัดการรายการความเสี่ยงที่มีผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพของผู้บริโภคอย่างรวดเร็วด้วย เมื่อเลือกมาตรการที่เหมาะสมแล้ว ต้องก�ำหนดผู้รับผิดชอบความเสี่ยง (risk owner) และมอบหมายหน้าที่ ความรับผิดชอบ ก�ำหนดวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน จัดสรรทรัพยากร และก�ำหนดกรอบเวลาในการควบคุมหรือลดความเสี่ยง และระบุระดับความเสี่ยงที่คาดว่าเหลืออยู่ (residual risk) รวมทั้งก�ำหนดแนวทางการตรวจสอบ ความถี่ในการติดตาม/ ประเมินผลการปฏิบัติโดยการประเมินความเสี่ยงซ�้ำ เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของมาตรการที่น�ำมาใช้ว่าได้ผลตามที่ คาดหวังหรือไม่ และเพื่อทบทวนว่ามีแหล่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายเกิดขึ้นใหม่หรือไม่ กรณีมีเหตุการณ์ก่อให้เกิดความเสี่ยงวิกฤตจะต้องมีมาตรการแก้ไข (corrective action) อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ซ�้ำและท�ำให้ความเสี่ยงอยู่ภายใต้การควบคุมโดยเร็วที่สุด อนึ่ง จุดการตัดสินใจสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกขั้นตอนของกระบวนการบริหารความเสี่ยง โดยการตัดสินใจที่เกิดขึ้น อาจท�ำให้ต้องย้อนกลับไปขั้นตอนก่อนหน้าและค้นหาสารสนเทศเพิ่มเติม ปรับเปลี่ยนแบบจ�ำลองความเสี่ยงที่ใช้ เป็นเกณฑ์ก�ำหนดระดับในการประเมินค่าความเสี่ยง หรือแม้กระทั่งหยุดกระบวนการบริหารความเสี่ยงโดยต้องมี สารสนเทศหรือข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจนั้น ทั้งนี้ ค�ำว่า “ไม่สามารถยอมรับได้” จากแผนภาพในรูปที่ 1 หมายถึง การไม่สามารถยอมรับได้เนื่องจากไม่สอดคล้องตามข้อก�ำหนดทางกฎหมาย หรือมีความจ�ำเป็นที่ต้องย้อนกลับมาที่ กระบวนการประเมินความเสี่ยงอีกครั้ง ทั้งนี้ มาตรการหนึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงหรือจัดการได้หลายสาเหตุ และความเสี่ยงหนึ่งอาจต้องใช้มาตรการควบคุม มากกว่า 1 มาตรการได้ ลดโอกาส/อัตราการเกิดเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย (likelihood of occurrence) และ/หรือเพิ่มความ สามารถของการตรวจพบ (detectability) แหล่งที่มาของอันตรายหรือความเสี่ยงต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ก่อนที่จะท�ำให้เกิดความสูญเสียมากขึ้น ยอมรับความเสี่ยง ใช้มาตรการควบคุมเดิมที่มีอยู่แล้ว แต่ปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือสร้างมาตรการเพิ่มเติม โดยมาตรการที่เลือกใช้ต้องไม่ก่อให้เกิดแหล่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายขึ้นใหม่ หรือท�ำให้ล�ำดับความส�ำคัญ ของความเสี่ยงอื่นที่มีอยู่แล้วในกระบวนการเพิ่มขึ้น นอกจากนี้มาตรการที่เลือกใช้ควรมีความสมดุลระหว่าง ระดับความเสี่ยง ประโยชน์ที่จะได้รับ ค่าใช้จ่ายและทรัพยากรที่มีทั้งบุคลากร เครื่องมือ เทคโนโลยีและเวลา กระบวนการควบคุมความเสี่ยง อาจดำ�เนินการได้ดังนี้ 8


การทบทวนความเสี่ยง (Risk review) การสื่อสารความเสี่ยง (Risk communication) เป็นการสื่อสารหรือแบ่งปันสารสนเทศที่เกี่ยวกับความเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยงระหว่างผู้มีท�ำหน้าที่ ตัดสินใจ ผู้ที่เกี่ยวข้องภายในองค์กร และผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกองค์กร การสื่อสารสามารถท�ำได้ตลอดทุก ขั้นตอนในกระบวนการบริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อได้ผลลัพธ์หรือสารสนเทศจากกระบวนการบริหารความเสี่ยงแล้ว จะต้องมีการสื่อสารและจัดท�ำเป็นรายงาน/เอกสารอย่างเหมาะสมตามที่ระบบคุณภาพก�ำหนด ทั้งนี้ การสื่อสารระหว่าง ผู้รับอนุญาตด้านยาและส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาต้องด�ำเนินการผ่านช่องทางที่มีอยู่ตามที่ก�ำหนดไว้ ในระเบียบและแนวปฏิบัติ การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนที่ต้องด�ำเนินการอย่างต่อเนื่องในระบบคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น จึงควร มีกลไกในการทบทวนผลลัพธ์หรือสารสนเทศที่ได้จากกระบวนการบริหารความเสี่ยงเป็นประจ�ำ เพื่อให้ได้ความรู้และ ประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมีการติดตามเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่อาจกระทบต่อการตัดสินใจเดิมจากกระบวนการ บริหารจัดการความเสี่ยง โดยเหตุการณ์เหล่านี้อาจเป็นเหตุการณ์ที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า (เช่น การทบทวนคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ การตรวจสอบตนเอง/การตรวจประเมิน การควบคุมการเปลี่ยนแปลง เป็นต้น) หรือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้ วางแผนมาก่อน (เช่น การสืบสวนสาเหตุแท้จริงของความล้มเหลวหรือความเบี่ยงเบนในกระบวนการ และการเรียกคืน ผลิตภัณฑ์ เป็นต้น) รวมถึงมีงานวิจัยใหม่ ข้อมูลใหม่และปัจจัยอื่นที่กระทบระดับความเสี่ยงโดยรวม ทั้งนี้การทบทวน ความเสี่ยงอาจหมายรวมถึงการพิจารณาทบทวนระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และการตัดสินใจในการยอมรับ/ไม่ยอมรับ ความเสี่ยงด้วย ทั้งนี้ ความถี่ของการทบทวนความเสี่ยงควรพิจารณาจากระดับของความเสี่ยง ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตด้านยามีการจัดท�ำผลการประเมินความเสี่ยงสืบเนื่องจากการเกิดปัญหาด้าน คุณภาพของผลิตภัณฑ์ยา และ/หรือด้านการกระจายยาที่ส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยา ให้ด�ำเนิน การตามขั้นตอนที่ระบุใน “แนวทางการด�ำเนินการจัดการปัญหาคุณภาพยา” จัดท�ำโดยกองยา ส�ำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา 9


เครื่องมือส�ำหรับด�ำเนินการ ตามหลักการบริหารความเสี่ยง 11


เครื่องมือส�ำหรับด�ำเนินการ ตามหลักการบริหารความเสี่ยง เนื่องจากการบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยานั้น มีเป้าหมายเพื่อให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์ เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือมาตรฐานที่ก�ำหนดและไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภค ดังนั้น “ความเสี่ยงด้านคุณภาพของ ผลิตภัณฑ์ยา” จึงหมายรวมถึงเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการผลิต/กระจายยาที่ส่งผลกระทบ ต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในระดับความรุนแรงที่ต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเชื่อมโยงไปสู่อันตรายที่อาจเกิดกับ ผู้บริโภคในท้ายที่สุด กิจกรรมการบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพควรมีพื้นฐานจากความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ กระบวนการ รวมถึงประวัติการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยผลที่ได้จากกิจกรรมการบริหารความเสี่ยงจะเป็นเอกสารอ้างอิง ส�ำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการเสนอกลยุทธ์การควบคุม (control strategy) ที่ระบุในทะเบียนต�ำรับยา อีกทั้ง ระดับความเข้มงวดและความเป็นทางการ (formality) ควรสะท้อนความรู้ที่มีและมีความเหมาะสมกับความซับซ้อน และความส�ำคัญของปัญหาความเสี่ยง ระดับความเป็นทางการ (level of formality) ในการบริหารความเสี่ยง มีลักษณะต่อเนื่องจากมากไปน้อย โดยทั่วไปการบริหารความเสี่ยงที่ระดับความเป็นทางการที่มากกว่าจะใช้กับการตัดสินใจที่มีความส�ำคัญ และความซับซ้อนของกระบวนการหรือระบบ และ/หรือ การขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงนั้น กิจกรรมทั้งหมดในกระบวนการบริหารความเสี่ยง (ได้แก่ การประเมินความเสี่ยง การควบคุมความเสี่ยง การทบทวนความเสี่ยง และ การสื่อสารความเสี่ยง) ที่มีการด�ำเนินการชัดเจน ไม่ได้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ในองค์ประกอบอื่นของระบบคุณภาพ มีการจัดท�ำรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องในการบริหารความเสี่ยงแยกออกมาจากเอกสารอื่น และ จัดเป็นเอกสารในระบบคุณภาพ มีการใช้เครื่องมือการบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพ ซึ่งเป็นที่รู้จัก (ดังตัวอย่างในหัวข้อ เครื่องมือบริหาร ความเสี่ยงที่ระบุใน ICH guideline Q9 on quality risk management) มีคณะท�ำงานที่ท�ำงานร่วมกันข้ามฝ่ายงาน มีผู้อ�ำนวยการความสะดวก (facilitator) ที่มีความรู้ความเข้าใจกิจกรรมการบริหารความเสี่ยง ลักษณะของการบริหารความเสี่ยงที่มีระดับความเป็นทางการมากกว่า มักมีองค์ประกอบดังนี้ ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะมีระดับความเป็นทางการแตกต่างกัน การบริหารความเสี่ยงต้องด�ำเนินการโดยมีหลักฐาน และเหตุผลที่อ้างอิงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงคะแนนความเสี่ยง (risk score) หรือการจัดสถานะของ ความเสี่ยง (risk rating) ต้องมีข้อมูลประกอบหรือให้เหตุผลโดยผู้เชี่ยวชาญ 12


ในเบื้องต้นก่อนการเริ่มต้นกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง การตัดสินใจควรพิจารณาตามเหตุการณ์หรือ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนี้ กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีหลักเกณฑ์ในการ ตัดสินใจอยู่แล้ว (เช่น มีมาตรฐานวิธีการปฏิบัติ กฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม เป็นต้น) ต้องตัดสินใจ ด�ำเนินการตามนั้น ดังนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวจึง ไม่จ�ำเป็นต้องด�ำเนินการบริหารความเสี่ยง กรณีที่ไม่มีหลักเกณฑ์ในการตัดสินใจหรือจ�ำเป็นต้องให้เหตุผล ประกอบการตัดสินใจที่ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงนั้น ควรมีกิจกรรม การบริหารความเสี่ยงตามความเหมาะสม สามารถระบุแหล่งที่ก่อให้เกิดอันตราย (hazard) หรือสาเหตุแท้จริง (root cause) ระดับโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิด อันตราย (likelihood of occurrence) และ ระดับผลกระทบของอันตราย (severity of harm) ที่เกิดได้อย่างชัดเจน จัดเตรียมสารสนเทศดังกล่าวซึ่งอาจได้มาในระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการที่มี การประเมินความเสี่ยงและพิสูจน์แล้ว จึงท�ำให้มีข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะส�ำคัญของคุณภาพ (critical quality attribute) และพารามิเตอร์ส�ำคัญของกระบวนการ (critical process parameter) และ/หรือ อาจได้จากสารสนเทศของการด�ำเนินกิจกรรมการบริหารความเสี่ยงไว้ ก่อนหน้าในระบบคุณภาพ ในกรณีนี้จะสามารถด�ำเนินการบริหารความเสี่ยงที่มีระดับความเป็น ทางการน้อยกว่า โดยมีการประเมินความเสี่ยง ก�ำหนดและปฏิบัติตามมาตรการควบคุมความเสี่ยง เมื่อด�ำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ต้องจัดท�ำรายงานหรือ เอกสารแสดงหลักฐานและเหตุผลที่อ้างอิงความรู้ทาง วิทยาศาสตร์ประกอบการตัดสินใจ รวมถึงผลสรุปการ ด�ำเนินการให้เป็นไปตามที่ระบบคุณภาพก�ำหนดไว้ เนื่องจากไม่มีความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการ ต้องด�ำเนินการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นทางการ โดย เลือกใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงซึ่งเป็นที่ยอมรับ ตามตัวอย่างที่ระบุใน ICH guideline Q9 on quality risk management แล้วเริ่มต้นกระบวนการบริหาร ความเสี่ยง จัดท�ำรายงานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมใน แต่ละขั้นตอน และจัดท�ำรายงานหรือเอกสารแสดงหลัก ฐานและเหตุผลที่อ้างอิงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ประกอบ การตัดสินใจ รวมถึงผลสรุปการด�ำเนินการ ให้เป็นไปตาม ที่ระบบคุณภาพก�ำหนดไว้ ไม่สามารถระบุแหล่งที่ก่อให้เกิดอันตราย (hazard) หรือสาเหตุแท้จริง (root cause) ระดับโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิด อันตราย (likelihood of occurrence) และ ระดับผลกระทบของอันตราย (severity of harm) ที่เกิดได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ต้องจัดท�ำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ การตัดสินใจและผลสรุปการด�ำเนินการ ให้เป็น ไปตามที่ระบบคุณภาพก�ำหนดไว้ มีหลักเกณฑ์ ในการตัดสินใจ จัดท�ำเอกสาร ไม่มีหลักเกณฑ์ ในการตัดสินใจ ไม่สามารถระบุ สาเหตุได้ชัดเจน สามารถระบุ สาเหตุได้ชัดเจน บริหารความเสี่ยง ในระดับความเป็นทางการน้อยกว่า จัดท�ำรายงาน จัดท�ำรายงาน บริหารความเสี่ยง อย่างเป็นทางการ พิจารณา ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น 13


โดยทั่วไปเครื่องมือส�ำหรับด�ำเนินการตามหลักการบริหารความเสี่ยงนั้น มักจะมีเป้าหมายในการค้นหาสาเหตุ แท้จริง (root cause) ของการเกิดอันตรายหรือปัญหาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และน�ำอัตราความถี่ของการเกิดสาเหตุ และระดับความรุนแรงของอันตรายมาประเมินค่าและจัดล�ำดับความส�ำคัญของความเสี่ยง ท�ำให้สามารถวางแผนจัดการ ความเสี่ยงด้วยการแก้ไขปัญหา และก�ำหนดมาตรการควบคุมหรือป้องกันการเกิดปัญหาซ�้ำได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งท�ำให้ มีฐานข้อมูลที่มีประโยชน์ในการด�ำเนินการและการตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงเพิ่มโอกาสในการปรับปรุง กระบวนการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในการเลือกใช้เครื่องมือประเมินความเสี่ยงมักขึ้นกับความซับซ้อนของกระบวนการหรือ ระบบที่จะน�ำมาประเมินความเสี่ยง ตัวอย่างเครื่องมือที่น�ำมาใช้ในกระบวนการบริหารความเสี่ยง โดยทั่วไปอาจอาศัยวิธีตั้งค�ำถาม 5W1H คือ What (เกิดปัญหาอะไร) Who (ปัญหานี้เกิดกับใคร หรือ เกิดโดย ใคร) Why (ท�ำไมจึงเกิดปัญหานี้) When (ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อใด) Where (ปัญหานี้เกิดขึ้นที่ไหน) และ How (จะแก้ ปัญหาอย่างไร) เพื่อก�ำหนดกรอบของปัญหา เนื่องจากการบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพต้องมีพื้นฐานจากความรู้ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และกระบวนการตามระยะต่าง ๆ ในวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เครื่องมือพื้นฐานที่ช่วยรวบรวมความรู้เหล่านี้ คือ แผนผังแสดงขั้นตอนกระบวนการ (process flow diagram) ที่ประกอบด้วยขั้นตอนหรือระบบงานย่อยต่อเนื่องกัน จนแล้วเสร็จ (ตัวอย่างเช่น ในกระบวนผลิตเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการผสมจนได้ผลิตภัณฑ์ส�ำเร็จรูป หรือในกระบวนการ กระจายยาเริ่มตั้งแต่การรับผลิตภัณฑ์จนกระทั่งการขนส่งจนถึงผู้บริโภค) ในการเริ่มบริหารความเสี่ยง หากมีขอบเขตกว้างเกินไป อาจเลือกเพียงหนึ่งขั้นตอนหรือระบบงานย่อยเพื่อ ก�ำหนดเป็นขอบเขตที่มีความจ�ำเพาะมากขึ้นในการประเมินความเสี่ยง หลังจากนั้นรวบรวมข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้าใจหน้าที่ของแต่ละขั้นตอนหรือระบบงานย่อยที่ท�ำการประเมิน และความเชื่อมโยงของขั้นตอนหรือระบบ งานย่อยนั้น อีกทั้ง สามารถระบุลักษณะ/พารามิเตอร์ของปัจจัยที่น�ำเข้า (input) และลักษณะของคุณภาพรวมถึงผลผลิต (output) ที่ออกจากขั้นตอนหรือระบบงานย่อยเดียวกัน รวมถึงกลไกการควบคุมในระหว่างกระบวนการของแต่ละ ขั้นตอนหรือระบบงานย่อยได้ อธิบายลักษณะของปัญหา และ/หรือ ตั้งค�ำถาม รวมถึงสมมติฐานที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง การรวบรวมความรู้เกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์และกระบวนการ WHAT WHO WHY WHEN WHERE HOW อะไร ใคร ทำ�ไม เมื่อไร ที่ไหน อย่างไร 14


การวิเคราะห์สาเหตุและผล (cause-and-effect analysis) เนื่องจากปัญหาด้านคุณภาพที่พบแต่ละปัญหาอาจเกิดจากหลายสาเหตุ การวิเคราะห์สาเหตุและผลจึงเป็น ประโยชน์ในการค้นหาสาเหตุที่แท้จริง (root cause) ตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แผนภูมิแสดงสาเหตุและผล (cause-and-effect diagram) หรือเรียกว่าแผนภูมิก้างปลา (fishbone diagram) เป็นเครื่องมือที่เน้นการค้นหาสาเหตุไม่ใช่ผลที่ตามมา แสดงอยู่ในรูปแผนภูมิความสัมพันธ์ของปัญหา (=ผล) กับปัจจัยต่าง ๆ ในกระบวนการที่อาจก่อให้เกิดปัญหา (=สาเหตุ) ใช้ในการจัดกลุ่มปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหา อย่างเป็นระบบ ในทางปฏิบัติอาจใช้เทคนิค 5 M’s + 1 E ในการจัดกลุ่มปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุ แล้วใช้ Why-Why analysis (ตั้งค�ำถามว่า “ท�ำไมจึงเกิด” เพื่อค้นหาสาเหตุแท้จริง (root cause) ของปัญหาของคุณภาพผลิตภัณฑ์ การใช้แผนภูมิแสดงสาเหตุและผลมีประโยชน์ในค้นหาสาเหตุที่เป็นไปได้ของปัญหา ซึ่งเป็นเพียงการ ตั้งสมมติฐาน ยังไม่สามารถชี้บ่งไปยังสาเหตุที่ถูกต้อง สาเหตุที่ถูกต้องจะสรุปได้เมื่อมีหลักฐานชัดเจน หรือมีการทดลอง ปฏิบัติเพื่อพิสูจน์สมมติฐานนั้น เมื่อค้นหาสาเหตุแท้จริงและถูกต้องได้ หากมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการและ มีข้อมูลหลักฐานเพียงพอที่สามารถใช้อ้างอิงเป็นหลักฐานได้ จึงจะสามารถประมาณอัตราการเกิดเหตุการณ์ที่อาจก่อให้ เกิดอันตราย (likelihood of occurrence) และระดับผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และสุขภาพของผู้บริโภคได้ (severity of harm) ซึ่งท�ำให้สามารถวิเคราะห์ (risk analysis) และประเมินค่าความเสี่ยง (risk evaluation) เทียบกับ เกณฑ์แสดงความส�ำคัญของความเสี่ยงที่ก�ำหนดไว้ล่วงหน้า น�ำไปสู่การด�ำเนินการแก้ไขปัญหา (corrective action) ที่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเดิมได้อีก รวมถึงการตัดสินใจสร้างมาตรการควบคุม เพิ่มเติมหรือยอมรับความเสี่ยงนั้น โดยการตัดสินใจต้องอยู่บนพื้นฐานการใช้หลักฐาน ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และข้อมูล ประกอบการตัดสินใจอย่างเหมาะสม การใช้เครื่องมือนี้ในการบริหารความเสี่ยงอาจมีระดับความเป็นทางการน้อยกว่า และผลสรุปอาจบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารอื่นในระบบคุณภาพ ปัญหา วัตถุดิบและ ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ วิธีการปฏิบัติ ข้อมูลที่ได้จากการวัด คำ�แนะนำ� สภาวะแวดล้อม ของกระบวนการ เครื่องมือ บุคลากร อุปกรณ์ สาเหตุรอง สาเหตุย่อย สาเหตุย่อย สาเหตุรอง 15


การประเมินความเสี่ยงโดยใช้ Preliminary Hazard Analysis (PHA) เป็นเทคนิคในการประเมินความเสี่ยงที่ไม่ซับซ้อน ดังนี้ อธิบายลักษณะของปัญหาที่เกิดขึ้น และ/หรือ ตั้งค�ำถามเกี่ยวกับความเสี่ยง รวบรวมความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการ และก�ำหนดขอบเขตการประเมินความเสี่ยง ก�ำหนดเกณฑ์ซึ่งเป็นองค์ประกอบในการประมาณค่าความเสี่ยง ได้แก่ ค้นหาหรือระบุแหล่ง/เหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายในกิจกรรม กระบวนการ หรือระบบ และผลกระทบ วิเคราะห์ความเสี่ยงโดยเทียบระดับความรุนแรงของผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และสุขภาพของ ผู้บริโภค (severity of harm) และ ระดับโอกาสเกิดเหตุการณ์ (likelihood of occurrence) กับเกณฑ์ เชิงพรรณนาในตารางที่ 1 และ 2 ตามล�ำดับ และ ประมาณค่าความเสี่ยงโดยเทียบกับเกณฑ์ในตารางที่ 3 น�ำผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์ความเสี่ยงในข้อ 5 มาเทียบกับเกณฑ์แสดงล�ำดับความส�ำคัญของความเสี่ยง เชิงพรรณนา (วิกฤต/ส�ำคัญ/เล็กน้อย) ในตารางที่ 5 เพื่อตัดสินใจลดหรือยอมรับความเสี่ยง ระบุมาตรการ ควบคุม แล้วเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปในกระบวนการบริหารความเสี่ยง เกณฑ์ส�ำหรับเทียบระดับความรุนแรงของผลกระทบเชิงลบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และสุขภาพของ ผู้บริโภค (severity of harm) ดังตัวอย่างตารางที่ 1 เกณฑ์ส�ำหรับเทียบระดับโอกาสหรืออัตราการเกิดเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย (likelihood of occurrence) ดังตัวอย่างตารางที่ 2 เกณฑ์การประมาณค่าความเสี่ยงเชิงพรรณนา ดังตัวอย่างตารางที่ 3 เกณฑ์แสดงล�ำดับความส�ำคัญของความเสี่ยงเชิงพรรณนา (วิกฤต/ส�ำคัญ/เล็กน้อย) ดังตัวอย่างตารางที่ 5 1 2 3 4 5 6 16


เป็นเทคนิคที่ประมาณค่าความเสี่ยงโดยสามารถน�ำระดับมาตรการควบคุมที่มีใช้อยู่ปัจจุบันหรือระดับความ สามารถในการตรวจพบแหล่งที่มา/เหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายและความเสี่ยง (detectability) มาพิจารณา ในการประมาณค่าความเสี่ยงร่วมด้วยเพื่อกรองความเสี่ยง (risk filtering) ท�ำให้สามารถจัดล�ำดับความส�ำคัญของ ความเสี่ยงที่มีหลายรายการเพื่อเลือกไปด�ำเนินการ เช่น ก�ำหนดความถี่ในการทบทวนความเสี่ยง หรือใช้ก�ำหนดนโยบายอื่น อธิบายลักษณะของปัญหาที่เกิดขึ้น และ/หรือ ตั้งค�ำถามเกี่ยวกับความเสี่ยง รวบรวมความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการ และก�ำหนดขอบเขตการประเมินความเสี่ยง ก�ำหนดเกณฑ์ซึ่งเป็นองค์ประกอบในการประมาณค่าความเสี่ยง ได้แก่ ค้นหาหรือระบุแหล่ง/เหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายในกิจกรรม กระบวนการ หรือระบบ และผลกระทบ วิเคราะห์ระดับชั้นความเสี่ยง (risk class) โดยเทียบระดับความรุนแรงของผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และสุขภาพของผู้บริโภค (severity of harm) และระดับโอกาสเกิดเหตุการณ์ (likelihood of occurrence) กับเกณฑ์เชิงพรรณนาในตารางที่ 1 และ 2 ตามล�ำดับ แล้วประมาณค่าระดับชั้นความเสี่ยง (risk class) เทียบ กับเกณฑ์ในตารางที่ 7 เทียบระดับมาตรการควบคุมที่มีใช้อยู่ปัจจุบันกับเกณฑ์เชิงพรรณนาในตารางที่ 6 วิเคราะห์ล�ำดับความส�ำคัญของความเสี่ยง (risk priority) โดยน�ำระดับชั้นความเสี่ยง (risk class) ในข้อ 5 และ ระดับมาตรการควบคุมในข้อ 6 มาเทียบกับเกณฑ์จัดล�ำดับความส�ำคัญของความเสี่ยงเชิงพรรณนา (วิกฤต/ ส�ำคัญ/เล็กน้อย) ในตารางที่ 8 แล้วตัดสินใจด�ำเนินการตามล�ำดับความส�ำคัญของความเสี่ยงดังระบุในตาราง ที่ 9 หลังจากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปในกระบวนการบริหารความเสี่ยง เกณฑ์ส�ำหรับเทียบระดับความรุนแรงของผลกระทบเชิงลบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และสุขภาพของ ผู้บริโภค (severity of harm) ดังตัวอย่างตารางที่ 1 เกณฑ์ส�ำหรับเทียบระดับโอกาสหรืออัตราการเกิดเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย (likelihood of occurrence) ดังตัวอย่างตารางที่ 2 เกณฑ์ส�ำหรับเทียบระดับมาตรการควบคุมที่มีใช้อยู่ปัจจุบัน หรือระดับความสามารถในการตรวจพบ แหล่งที่มา/เหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายและความเสี่ยง ดังตัวอย่างตารางที่ 6 เกณฑ์ประมาณค่าระดับชั้นความเสี่ยง (risk class) ดังตัวอย่างตารางที่ 7 เกณฑ์ส�ำหรับเทียบล�ำดับความส�ำคัญของความเสี่ยง (วิกฤต/ส�ำคัญ/เล็กน้อย) ในตารางที่ 8 เกณฑ์แสดงล�ำดับความส�ำคัญของความเสี่ยง (วิกฤต/ส�ำคัญ/เล็กน้อย) และมาตรการด�ำเนินการ ดังตัวอย่างตารางที่ 9 1 2 3 4 5 6 7 การประเมินความเสี่ยงโดยใช้ Risk ranking and filtering 17


ตารางที่ 6 ตัวอย่างเกณฑ์สำ�หรับเทียบระดับมาตรการควบคุมที่มีใช้อยู่ปัจจุบัน หรือระดับความสามารถ ในการตรวจพบแหล่งที่มา/เหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายและความเสี่ยง ตารางที่ 9 ตัวอย่างเกณฑ์แสดงลำ�ดับความสำ�คัญของความเสี่ยงและมาตรการดำ�เนินการ ความหมาย ระดับความสามารถในการตรวจพบ เชิงพรรณนา ลำ�ดับความสำ�คัญความเสี่ยง การดำ�เนินการ (เช่น กำ�หนดความถี่ในการทบทวนความเสี่ยง) ต�่ำ วิกฤต สูง เล็กน้อย ปานกลาง สำ�คัญ 6 2 4 เชิงปริมาณ ไม่มีระบบควบคุม/ ไม่สามารถตรวจพบความผิดพลาดได้ น้อยกว่า หรือเท่ากับ 1 ปี มีระบบควบคุมอัตโนมัติ/ ตรวจพบความผิดพลาดได้ทุกครั้ง ทุก 5 ปี มีระบบควบคุม/ สามารถตรวจพบความผิดพลาดได้บางครั้ง ทุก 3 ปี ตารางที่ 7 ตัวอย่างการประมาณค่าระดับชั้น ความเสี่ยง (risk class) ตารางที่ 8 ตัวอย่างการกรองความเสี่ยง (risk filtering) สำ�หรับเทียบลำ�ดับความสำ�คัญของ ความเสี่ยง ระดับความรุนแรงของอันตราย หรือ ผลกระทบ ระดับมาตรการควบคุม ที่มีใช้อยู่ปัจจุบัน หรือ ระดับความสามารถในการตรวจพบ สูง ระดับชั้นที่1 ระดับชั้นที่2 ระดับชั้นที่3 สูง ต�่ำ ปานกลาง ปานกลาง ปานกลาง ระดับชั้นที่2 ระดับชั้นที่2 ระดับชั้นที่2 ระดับชั้นที่1 ระดับชั้นที่1 ระดับชั้นที่3 ระดับชั้นที่1 ต�่ำ ระดับชั้นที่3 ระดับชั้นที่3 ต�่ำ สูง โอกาสที่จะเกิดหรือ อัตราการเกิด ระดับชั้นความเสี่ยง จากตาราง 7 วิกฤต วิกฤต สำ�คัญ วิกฤต สำ�คัญ สำ�คัญ เล็กน้อย เล็กน้อย เล็กน้อย 18


การประเมินความเสี่ยงโดยการ วิเคราะห์ลักษณะความล้มเหลวและผลกระทบ (Failure Mode Effects Analysis หรือ FMEA) FMEA เป็นเครื่องมือในการประเมินความเสี่ยงที่เหมาะส�ำหรับกระบวนการที่มีความซับซ้อน สามารถใช้ส�ำหรับ การเตรียมการล่วงหน้าเพื่อป้องกันปัญหา และใช้ทบทวนย้อนหลังเมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งผู้ประเมินต้องมีความเข้าใจ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการเป็นอย่างดี อีกทั้ง เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะ ความล้มเหลวหรือความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น (potential failure mode) ในกระบวนการ รวมถึงสาเหตุ (cause) ของลักษณะความล้มเหลว (failure mode) และผลกระทบ (effect) ที่อาจเกิดกับผลิตภัณฑ์ไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ ยังมี ประโยชน์ในการจัดระดับความเสี่ยง ซึ่งสามารถน�ำมาใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการตัดสินใจเพื่อออกแบบ แก้ไขปัญหา และ จัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสม รวมถึงใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจติดตามประสิทธิภาพของกิจกรรมควบคุมความเสี่ยง โดย FMEA สามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ได้กับกระบวนการ (เพื่อค้นหาขั้นตอนวิกฤตและพารามิเตอร์วิกฤตของกระบวนการ ตั้งแต่การรับวัตถุหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ การออกแบบกระบวนการ การด�ำเนินการผลิต และการกระจายยา) เครื่องมือ และ ระบบสนับสนุน เพื่อลดความเสี่ยงของกระบวนการที่จะผลิตหรือกระจายผลิตภัณฑ์ที่มีข้อบกพร่องหรือมีปัญหาด้าน คุณภาพให้แก่ผู้บริโภค การประเมินความเสี่ยงโดยใช้เครื่องมือ FMEA มีวิธีด�ำเนินการ ดังนี้ อธิบายลักษณะของปัญหาที่เกิดขึ้น และ/หรือ ตั้งค�ำถามเกี่ยวกับความเสี่ยง รวบรวมความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการ และก�ำหนดขอบเขตการประเมินความเสี่ยง ก�ำหนดเกณฑ์ซึ่งเป็นองค์ประกอบในการประมาณค่าความเสี่ยง ได้แก่ โดยก�ำหนดเกณฑ์ดังกล่าวในรูปแบบตัวเลขซึ่งอาจมีมากกว่า 3 ระดับ (อาทิ 4, 5, 6 หรือ 10 ระดับ) นอกจากนี้ ต้องก�ำหนดเกณฑ์แสดงความส�ำคัญของความเสี่ยง ซึ่งเป็นช่วงของค่าแสดงระดับความเสี่ยง (risk priority number, RPN) ที่บ่งชี้ล�ำดับความส�ำคัญ (วิกฤต/ส�ำคัญ/เล็กน้อย) และขีดแบ่งระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจยอมรับหรือลดระดับความเสี่ยง ดังตัวอย่างตารางที่ 13 เกณฑ์ส�ำหรับเทียบระดับความรุนแรงของผลกระทบเชิงลบต่อคุณภาพคุณภาพของผลิตภัณฑ์และ สุขภาพของผู้บริโภคที่เกิดจากสาเหตุของความล้มเหลว (severity, S) ดังตัวอย่างตารางที่ 10 เกณฑ์ส�ำหรับเทียบระดับโอกาสหรืออัตราการเกิดสาเหตุ (occurrence, O) ดังตัวอย่างตารางที่ 11 เกณฑ์ส�ำหรับเทียบระดับความสามารถในการตรวจพบความล้มเหลวหรือสาเหตุของความล้มเหลว ได้ล่วงหน้า (detectability, D) ดังตัวอย่างตารางที่ 12 1 2 3 19


ค้นหาหรือระบุลักษณะความล้มเหลว (failure mode) และความล้มเหลวที่เกิดขึ้นบ่อยหรือมีแนวโน้มที่จะ เกิดในกิจกรรม กระบวนการหรือระบบ และ ผลกระทบ (effect) ที่อาจเกิดกับลักษณะส�ำคัญของคุณภาพ (critical quality attribute) ของผลิตภัณฑ์หรือเกิดกับขั้นตอนย่อยถัดไปเมื่อมีความล้มเหลวนั้นเกิดขึ้น ซึ่งใน แต่ละขั้นตอนอาจมีลักษณะความล้มเหลวได้หลายลักษณะ และความล้มเหลวหนึ่งอาจมีผลกระทบ (effect) ได้หลายรายการ จากนั้นเทียบระดับความรุนแรงของผลกระทบ (severity, S) แต่ละรายการกับเกณฑ์ใน ตารางที่ 10 ระบุสาเหตุ (cause) ที่อาจท�ำให้เกิดความล้มเหลวนั้น อาจใช้เทคนิค Why-Why analysis เข้ามาช่วย เพื่อค้นหาสาเหตุอย่างครอบคลุมและค้นพบสาเหตุที่แท้จริง โดยแต่ละผลกระทบ (effect) อาจมีสาเหตุ (cause) ได้หลายสาเหตุ จากนั้นเทียบระดับโอกาสที่จะเกิดสาเหตุ (occurrence, O) แต่ละสาเหตุในตารางที่ 11 ระบุมาตรการควบคุมของแต่สาเหตุที่ใช้อยู่ในปัจจุบันและเทียบระดับความสามารถในการตรวจพบ (detectability, D) ในตารางที่ 12 ประมาณค่าความเสี่ยงโดยน�ำตัวเลขที่ได้จากการเทียบระดับชั้นของแต่ละองค์ประกอบคูณกัน [S x O x D] ซึ่งจะได้ผลลัพธ์เป็นค่าแสดงระดับความเสี่ยง (risk priority number, RPN) ใส่ในตารางที่ 13 ประเมินค่าความเสี่ยงโดยตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้เทียบกับเกณฑ์แสดงความส�ำคัญของความเสี่ยง (วิกฤต ส�ำคัญ เล็กน้อย) ในตารางที่ 14 เพื่อตัดสินใจลดหรือยอมรับความเสี่ยง ระบุมาตรการควบคุม และเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป ในกระบวนการบริหารความเสี่ยง 4 5 6 7 8 ตาราง 10 เกณฑ์สำ�หรับเทียบระดับความรุนแรงของผลกระทบเชิงลบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และ สุขภาพของผู้บริโภคที่เกิดจากสาเหตุของความล้มเหลว (severity, S) ความรุนแรง (severity) 10 ลักษณะส�ำคัญของคุณภาพผลิตภัณฑ์* (critical quality attribute) ซึ่งสัมพันธ์ โดยตรงกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ไม่สอดคล้องตามเกณฑ์ มาตรฐานที่ก�ำหนด หรือมีค่าออกนอกช่วงที่ก�ำหนด (specification) ที่ไม่เป็น ไปตามที่ระบุในทะเบียนต�ำรับยา ซึ่งชี้แจงสาเหตุไม่ได้ การใช้ผลิตภัณฑ์ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงแก่ผู้บริโภค เป็นอาการเจ็บป่วยถาวร หรือถึงแก่ชีวิต จัดเป็นปัญหาคุณภาพผลิตภัณฑ์ยาระดับ 1 หรือมีค�ำสั่งโดยส�ำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยาให้ระงับการผลิต การขาย การน�ำหรือสั่งผลิตภัณฑ์ยา การขาดแคลนผลิตภัณฑ์แล้วมีผลต่อการรักษาผู้ป่วย เป็นผลิตภัณฑ์จ�ำเป็นใน การรักษา หรือไม่มีผลิตภัณฑ์ยาทดแทนได้ 20


ความรุนแรง (severity) 8 6 4 2 ลักษณะส�ำคัญของคุณภาพผลิตภัณฑ์* (critical quality attribute) ซึ่งสัมพันธ์ โดยตรงกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ไม่สอดคล้องตามเกณฑ์ มาตรฐานที่ก�ำหนด หรือมีค่าออกนอกช่วงที่ก�ำหนด (specification) ที่ไม่เป็นไป ตามที่ระบุในทะเบียนต�ำรับยา ซึ่งชี้แจงสาเหตุได้และมีข้อมูลการศึกษาสนับสนุน การใช้ผลิตภัณฑ์มีโอกาสก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภค เป็นอาการเจ็บป่วยชั่วคราว รักษาให้หายได้ง่าย จัดเป็นปัญหาคุณภาพผลิตภัณฑ์ยาระดับ 2 การขาดแคลนผลิตภัณฑ์แล้วมีผลต่อการรักษาผู้ป่วย เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ทางเลือก แรกในการรักษาตามข้อบ่งใช้ (first-line drug) หรือมีผลิตภัณฑ์ยาอื่นทดแทนได้ ลักษณะของคุณภาพผลิตภัณฑ์ (quality attribute) ซึ่งไม่สัมพันธ์โดยตรงกับ ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ หรือมีค่าออกนอกช่วงที่ก�ำหนด (specification) ซึ่งชี้แจงสาเหตุได้และมีข้อมูลความคงตัวสนับสนุน การใช้ผลิตภัณฑ์มีโอกาสที่จะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภคน้อยมาก จัดเป็นปัญหาคุณภาพผลิตภัณฑ์ยาระดับ 3 การขาดแคลนผลิตภัณฑ์แล้วไม่มีผลต่อการรักษาผู้ป่วย แต่ต้องจัดหาให้ทันการณ์ เพื่อไม่ให้มีผลต่อการรักษาผู้ป่วย มีผลกระทบต่อลักษณะของคุณภาพผลิตภัณฑ์ (quality attribute) ซึ่งไม่สัมพันธ์ โดยตรงกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ และยังเป็นไปตามข้อ ก�ำหนด (specification) การใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ก่ออันตรายแก่ผู้บริโภค มีแนวโน้มก่อให้เกิดปัญหาคุณภาพผลิตภัณฑ์ยา ซึ่งตรวจพบจากกระบวนการการ ตรวจสอบตนเองหรือการตรวจประเมิน การขาดแคลนผลิตภัณฑ์แล้วไม่มีผลต่อการรักษาผู้ป่วย เป็นการขาดแคลนชั่วคราว ที่จัดส่งสินค้าไปยังผู้กระจายยา ไม่มีผลกระทบต่อลักษณะของคุณภาพผลิตภัณฑ์ (quality attribute) การใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ก่ออันตรายแก่ผู้บริโภค ไม่จัดเป็นปัญหาคุณภาพผลิตภัณฑ์ยา ไม่ก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลนผลิตภัณฑ์ *หมายรวมถึง ผลิตภัณฑ์ระหว่างผลิต ผลิตภัณฑ์รอบรรจุ ผลิตภัณฑ์ส�ำเร็จรูป และเภสัชเคมีภัณฑ์ 21


ตาราง 11 เกณฑ์สำ�หรับเทียบระดับโอกาสหรืออัตราการเกิดสาเหตุของความล้มเหลว (occurrence, O) ตาราง 12 เกณฑ์สำ�หรับเทียบระดับความสามารถในการตรวจพบความล้มเหลวหรือสาเหตุของ ความล้มเหลวได้ล่วงหน้า (detectability, D) โอกาสที่จะเกิดสาเหตุ (occurrence) ความสามารถในการตรวจพบ (detectability) คะแนน คะแนน 10 10 8 8 6 6 4 4 2 2 เกิดสม�่ำเสมอ (1 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือ มากกว่า) ไม่สามารถตรวจพบความล้มเหลวได้ (ไม่มีเครื่องมือ หรือ กลไกการตรวจสอบ) เกิดซ�้ำ ๆ มีความถี่ไม่มาก (อย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือน แต่น้อยกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์) ตรวจพบความล้มเหลวได้โดยบังเอิญ (สุ่มตรวจสอบเป็นครั้ง ๆ โดยพนักงาน) เกิดบางครั้งบางคราว (อย่างน้อย 3 ครั้งต่อปี แต่น้อยกว่า 1 ครั้งต่อเดือน) ตรวจพบสาเหตุที่แท้จริงหรือความล้มเหลวได้ (ตรวจสอบโดยพนักงาน เป็นประจ�ำ ใช้ control chart หรือมีการควบคุมกระบวนการเชิงสถิติ) ตรวจพบสาเหตุที่แท้จริงหรือความล้มเหลวได้ในเกือบทุกกรณี (ตรวจติดตามกระบวนการ โดยเครื่องมืออย่างต่อเนื่อง และมี alarm system) ไม่ค่อยเกิด (อย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี แต่น้อยกว่า 4 ครั้งต่อปี) โอกาสเกิดน้อยมาก หรือแทบจะไม่เกิด (น้อยกว่า 1 ครั้งต่อปี) ตรวจพบสาเหตุที่แท้จริงหรือความล้มเหลวได้ทุกกรณี และสังเกตพบได้ทันทีในขั้นตอนนั้น 22


ตาราง 13 ตัวอย่างตารางประเมินความเสี่ยงโดยเครื่องมือ FMEA S: ระดับความรุนแรง (severity) O: โอกาสที่จะเกิดสาเหตุ (occurrence) D: ความสามารถในการตรวจพบ (detectability) RPN: ตัวเลขแสดงล�ำดับความเสี่ยง (risk priority number) การควบคุมในปัจจุบัน การดำ�เนินการเพื่อลดความเสี่ยง ผู้รับผิดชอบ และ กำ�หนดแล้วเสร็จ D RPN สิ่งที่ได้ดำ�เนินการ การประเมินความเสี่ยงซ�้ำ S O D RPN ลำ�ดับ ที่ ขั้นตอน ลักษณะความล้มเหลว ที่เป็นไปได้ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น S สาเหตุที่เป็นไปได้ O 1 1 8 13 14 9 10 11 12 2 3 4 5 6 7 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 23


ตาราง 14 ตัวอย่างเกณฑ์แสดงความสำ�คัญของความเสี่ยง การดำ�เนินการ wความเสี่ยง (RPN) มากกว่า 144 น้อยกว่า 72 72-144 วิกฤต เล็กน้อย สำ�คัญ ระดับความเสี่ยง ไม่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ ต้องมีมาตรการบรรเทาหรือ ลดความเสี่ยงโดยด่วน เพื่อลดค่า RPN ให้เหลือน้อยกว่า 72 ยอมรับความเสี่ยง สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ แต่ควรมีมาตรการลดความเสี่ยง เพื่อให้ค่า RPN เหลือน้อยกว่า 72 โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็น ไปได้ในทางปฏิบัติ หมายเหตุ: หากระดับความรุนแรงสูง (S ≥ 8) กว่าจะมีล�ำดับความส�ำคัญมากกว่าในการเร่งด�ำเนินการ 24


เอกสารอ้างอิง 1. ICH Harmonised tripartite guideline. Quality risk management Q9 [Internet]. ICH. 2005. Available from: https://www.ich.org/page/quality-guidelines. 2. ICH Harmonised guideline: Quality risk management Q1(R1)-Draft version [Internet]. 2021. Available from: https://www.ich.org/page/quality-guidelines. 3. 47th report of the WHO Expert Committee on Specifications for Pharmaceutical Preparations - TRS, No. 981. Annex2: WHO guidelines on quality risk management [Internet]. 2013. Available from: https://www.who.int/publications/i/item/WHO_TRS_981_eng. 4. Rodríguez-Pérez J. Quality Risk Management in the FDA-Regulated Industry. 1st ed. Milwaukee: Quality Press; 2012. 5. U.S. Food and Drug Administration. Quality by design for ANDAs: An example for immediate-release dosageforms.2012. 6. The International Organization for Standardization. ISO 31000:2018 Risk management-guidelines [Internet]. 2018. Available from: https://www.iso.org/obp/ui/#iso:std:iso:31000:ed-2:v1:en. 7. <1079> Risks and mitigation strategies for the storage and transportation of finished drug products. 2022. In: USP-NF Online [Internet]. United States Pharmacopeia. Available from: https://online.uspnf.com/uspnf/document/1_GUID-5EE764A5-0531-405E-9475-5D0D11E0921C_ 5_en-US?source=Search%20Results&highlight=1079. 25


Click to View FlipBook Version