The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศึกษาการนับก้าวเพื่อใช้สำหรับการวัดระยะทาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หน่วยที่ 1 การวัดระยะทางด้วยการนับก้าว

ศึกษาการนับก้าวเพื่อใช้สำหรับการวัดระยะทาง

หนวยท่ี 2
การวดั ระยะทาง
( Distance Measurement )

หัวขอ เรอื่ ง

2.1 ความหมายและหนว ยของการวัดระยะ
2.2 วธิ กี ารวดั ระยะ
2.3 การนับกา ว
2.4 การวดั ระยะดว ยโอโดมิเตอร
2.5 การวดั ระยะดว ยสบั เทนบาร
2.6 การวดั ระยะดว ยวิธสี เตเดีย
2.7 การวดั ระยะดว ยโซ - เทป
2.8 การบํารุงรักษาโซ-เทปและอปุ กรณ

สาระสาํ คัญ

1. การวดั ระยะทาง หมายถึง การหาความยาวระหวางจุดที่ตองการ โดยใชเครื่องมือและวิธี
ตางๆ

2. การวัดระยะจะตองมีหนวยของระยะที่เปน สากล หรอื เปน ทร่ี บั รูและใชก นั ทั่วไป
3. การวัดระยะโดยทั่วไปในปจจุบันแบงไดเปน 3 วิธีคือ การวัดระยะโดยวิธีทางตรง การ
วัดระยะโดยวิธที างออม และการวัดระยะโดยใชเคร่อื งอเิ ลก็ ทรอนิกส
4. การนับกาว นับกาวเปนการวัดระยะ โดยการเดินนับจํานวนกาว ของชวงที่ตองการวัด
ระยะ แลวเอาจํานวนกา วคณู ดวยความยาวกา ว ก็จะไดระยะตามตองการ
5. การวัดระยะดวยโอโดมิเตอร (Odometer) เปนเคร่ืองมือวัดระยะ โดยการบันทึกจํานวน
รอบของลอ แลว แปลงคา มาเปน ระยะ เชน มาตรวดั ระยะทางของรถยนตแ ละรถจักรยานยนต
6. การวัดระยะดวยสับเทนบาร (Subtense Bar) สับเทนบารเปนเคร่ืองมือวัดระยะที่มี
ลักษณะเปนคาน ทําดว ยโลหะอนิ วาร (Invar) ทมี่ กี ารยดื และหดตัวนอยมาก มคี วามยาว 2 เมตร

36

7. การวดั ระยะดว ยวธิ สี เตเดยี เปน วธิ กี ารวดั ระยะดว ยชดุ อุปกรณก ารสาํ รวจ ประกอบดว ย
กลองวัดมุม หรอื กลองระดบั และไมระดบั (Staff of Rod)

8. การวดั ระยะดว ยโซ- เทป ผูเ รียนจะตอ งเรยี นรเู กี่ยวกับเครื่องมือวดั ระยะ วธิ กี ารวดั ระยะ
ดว ยโซ- เทป การวดั ระยะบนพน้ื ที่ลาดเอยี ง

9. การใชเ คร่ืองมือวดั ระยะ จะตอ งเรยี นรถู ึงวธิ กี ารใชแ ละและการบาํ รุงรกั ษา เพ่ือให
เคร่อื งมือมีความเท่ียงตรง มอี ายุการใชงานทีย่ าวนาน

จดุ ประสงคก ารเรยี นรู ( สมรรถนะการเรียนร)ู

1. อธิบายความหมายของการวดั ระยะได
2. บอกหนว ยการวดั ระยะระบบตางๆได
3. อธิบายการวดั ระยะดว ยวธิ ตี างๆได
4. สามารถวัดระยะโดยการนับกา วได
5. อธบิ ายหลกั การวดั ระยะดวย โอโดมเิ ตอร (Odometer)ได
6. อธบิ ายหลกั การวดั ระยะดวย สบั เทนบาร(Subtenbar)ได
7. อธบิ ายวธิ ีการวดั ระยะดว ยโซ- เทป ได
8. บอกวิธีการบาํ รุงรักษาเคร่ืองมอื วดั ระยะทางได
9. สามารถเล็งแนว วดั ระยะไดถ ูกตอง

37

2.1 ความหมายและหนว ยของการวดั ระยะ

การวัดระยะทาง หมายถึง การหาความยาวระหวางจุดที่ตองการ โดยใชเคร่ืองมือและวิธี

ตางๆกัน และมีหนวยความยาวที่เปนมาตรฐาน สําหรับกําหนดขนาดของระยะ หรือเปนการหา

ระยะทาง ระหวางเสนดิ่งของจุดทั้งสองท่ีความสูงเดียวกัน ระยะท่ีใชวัดในการสํารวจ มีลักษณะท่ี

พึงประสงค 2 ประการคือ ตองเปนระยะทางในแนวราบ และเปนระยะในเสน ตรง

การวัดระยะเพอ่ื หาความยาว หรือระยะหางของจุดตา งๆ จะตองมีหนวยของระยะท่ีเปนสากล

หรอื เปน ท่รี บั รูและใชกนั ท่วั ไป หนว ยของระยะทยี่ ังคงใชก ันในปจ จุบันแบงไดเ ปนระบบตา งๆ คือ

2.1.1 ระบบอังกฤษ กาํ หนดหนวยระยะเปน นิ้ว ฟตุ หลา และไมลโดยกําหนดคา ไวด ังน้ี

12 นิ้ว = 1 ฟตุ

3 ฟตุ = 1 หลา

1,760 หลา = 1 ไมล

ระยะ 1 ไมลในท่ีนี้เปนไมลบก (Statute Mile) เมื่อเทียบเปนฟุตแลวจะยาว 5,280 ฟุต ถา

เปน ระยะ 1 ไมลทะเล (Nautical Mile) จะมคี วามยาว 6,080 ฟุตยาวกวาไมลบ ก 800 ฟตุ

2.1.2 ระบบเมตริก กําหนดของระยะไวดงั น้ี

10 มลิ ลเิ มตร = 1 เซนติเมตร

10 เซนติเมตร = 1 เดซิเมตร

10 เดซิเมตร = 1 เมตร

10 เมตร = 1 เดคาเมตร

10 เดคาเมตร = 1 เฮกโตเมตร

10 เฮกโตเมตร = 1 กิโลเมตร

ระบบเมตริกจะแบงหนวยของระยะเปนสวนยอยดังกลาว แตในประเทศไทยนิยมใชเปน

บางสวน คือ มิลลิเมตร เซนติเมตร เมตรและกิโลเมตร ขึ้นอยูกับความยาวของระยะ กลาวคือถา

ระยะสนั้ จะวดั เปน มิลลิเมตร เซนติเมตร หรือเมตร แตระยะยาวจะวดั เปน กโิ ลเมตร

2.1.3 ระบบ SI Unit ( The International System of Unit ) หนวยการวัดนี้เกิดข้ึนเม่ือป

ค.ศ.1960 เพื่อใหทั่วโลกใชหนวยการวัดตางๆเปนหนวยเดียวกัน ระยะหรือความยาวเปนหนวย

พื้นฐาน (SI Base Unit) หนวยของระบบ SI Unit มีหนวยเปนเมตร (Meter) ใชสัญลักษณ m ถา

หากเปน ระยะยาวจะใสตวั อักษรนาํ หนา หรอื ใชตวั เลขยกกาํ ลงั ประกอบ เชน

40 เมตร = 40 m.

600 เมตร = 600 m.

8,000 เมตร = 8 km.

38

8,000,000 จะเขียนเปน 8 × 10 6 m หรอื 8,000 km เปนตน

2.1.4 หนว ยวัดระยะของไทย ประเทศไทยมหี นว ยการวดั ระยะทเี่ ปนเอกลักษณของไทย คอื

น้วิ คืบ ศอก วา และเสน โดยมีอัตราเทียบไดดงั นี้

12 นวิ้ = 1 คบื

2 คบื = 1 ศอก

4 ศอก = 1 วา

20 วา = 1 เสน

400 เสน = 1 โยชน

หนว ยวัดระยะของไทยเมอ่ื เทียบกบั เมตรกิ จะไดด ังน้ี

1 วา = 2 เมตร

1 เสน = 40 เมตร

ระยะทาง 400 เสนจะเทากบั 16,000 เมตร หรอื 16 กิโลเมตร

ประเทศไทยมีการวัดระยะเปนเสนในงานออกหนังสือสําคัญสําหรับที่ดิน โดยมีหนวย

เทยี บไดด งั น้ี

1 เสน = 100 ขอ

1 ขอ = 10 ปอยท

1 ปอยท = 10 ปวน

ถาวดั ระยะได 2.5938 อา นวา 2 เสน 59 ขอ 3 ปอยท 8 ปวน ซงึ่ เม่ือเทียบเปนระยะ

ในระบบเมตริก จะเทากับ 2.5938 × 40 เมตร หรือ 103.725 เมตร อยางไรก็ตาม ไดมีการนํา

ระบบพิกัด UTM. (Universal Transverse Mercator) มาใชในการกําหนดเสนโครงแผนที่ ซึ่งใน

ระบบ UTM. น้ี จะใชหนวยของระยะเปนเมตรตามระบบ SI Unit และมีการใชเคร่ืองมือวัด

ระยะทางอิเล็กทรอนิกสกันมากขึ้น ซึ่งเครื่องมือเหลานี้ไดกําหนดคาของระยะไวเปนเมตร หนวย

ของระยะจึงใชในระบบของ SI Unit มากขึ้น

2.1.5 การแปลงหนวย ในการปฏบิ ตั งิ าน อาจมคี วามจาํ เปน ตอ งแปลงคา ของระยะ จากระบบ

หน่ึงไปอีกระบบหนึ่งเชน ประเทศสหรฐั อเมริกาเดิมใชห นว ยในอังกฤษ เม่ือจะเปลยี่ นเปน ระบบ

SI Unit โดย ASTM ดงั น้ี

1 นิ้ว = 2.540 005 08 × 10-2 m.

1 ฟุต = 3.048 006 10 × 10-1 m.

1 หลา = 9.144 018 29 × 10-1 m.

1 ไมลบ ก = 1.609 347 22 × 103 m.

39

ประเทศองั กฤษไดก ําหนดคา การแปลงหนว ยของระยะเทยี บกบั ระบบเมตรกิ ไวด งั น้ี

1 น้ิว = 2.54 เซนติเมตร

1 เซนติเมตร = 0.393 701 นว้ิ

1 ฟุต = 0.304 8 เมตร

1 หลา = 0.914 4 เมตร

1 เมตร = 1.093 61 หลา

1 ไมลบก = 1.609 34 กิโลเมตร

1 กโิ ลเมตร = 0.621 371 ไมลบ ก

ดังตัวอยางเชน ถาตองการแปลงระยะทาง 6 ไมล 935 หลา 3 ฟุตเปนระบบเมตริก ทํา

ไดดงั นี้

6 ไมล = 6 × 1.609 34 × 1000

= 9,656.04 เมตร

935 หลา = 935 × 0.914 4

= 854.964 เมตร

3 ฟุต = 3 × 0.304 8

= 0.9144 ม. เมตร

รวม = 10,511.918 เมตร

น่ันคือจะเปน ระยะ 10 กิโลเมตร 511 เมตร 91 เซนติเมตร 8 มลิ ลิเมตร

2.2 วิธกี ารวดั ระยะ

การวัดระยะโดยท่ัวไป แบงไดตามลักษณะและวธิ ที ่ใี ชในการวัดระยะ 3 วธิ ี ดงั นี้
2.2.1 การวัดระยะโดยวิธีทางตรง (Direct Measurement) การวัดระยะโดยวิธีทางตรง เปน
วธิ ีการวดั ทต่ี อ งมกี ารปฏบิ ัติเพอื่ หาความยาวระหวางจุดหรือตําแหนงท่ีตองการจริงๆ เชน การใชโซ
หรอื เทป และการนับกาววดั ระยะ
2.2.2 การวัดระยะโดยวิธีทางออม (Indirect Measurement) การวัดระยะโดยวิธีทางออม
เปนวิธีการหาระยะระหวางจุดที่ตองการโดยใชเครื่องมือชนิดตางๆและใชวิธีการคํานวณเขาชวย
เพื่อคํานวณหาระยะแตไ มมีการปฏิบตั เิ พอื่ ทาํ การวดั ระยะนนั้ ๆโดยตรง การวดั ระยะทางออมมีหลาย
วิธี เชน การใชเครื่องมือสับเทนบาร (Subtense Bar) การทําสเตเดีย (Stadia) และการวัดระยะบน
แผนที่โดยการคํานวณตามมาตราสวน

40

2.2.3 การวัดระยะดว ยเครอื่ งมอื อิเลก็ ทรอนกิ ส (Electronic Distance Measurement หรือ
EDM.)

รูปท่ี 2.1 แสดงเครอ่ื งวัดระยะอิเล็กทรอนกิ ส

การวัดระยะดวยเคร่ืองมืออิเล็กทรอนิกส เปนการวัดระยะเสนตรงหรือระยะเชิงเสน
(Linear Distance) ทําไดโดยการนําเครื่องมือไปตั้งท่ีจุดแรก และนําเปาสะทอนสัญญาณไปตั้งท่ีอีก
จุดหนึ่ง จากน้ันปลอยสัญญาณจากเคร่ืองมือไปยังเปา สัญญาณจะสะทอนกลับมาเขาเคร่ืองมือ
เครื่องมือจะจบั เวลาทสี่ ัญญาณเดินทางไปและสะทอ นกลับ แลวคาํ นวณออกมาเปนระยะทาง ระยะ
ทไี่ ดน ้เี ปน ระยะระหวางตัวเครือ่ งกับเปาสะทอนสัญญาณ ซ่ึงจะเปนระยะในแนวราบหรือระยะลาด
แลว แตค วามสงู ตางของเคร่ืองมอื และเปาสะทอนสญั ญาณ

รปู ที่ 2.2 แสดงการติดต้ังเครอื่ งวัดระยะอเิ ลก็ ทรอนกิ สกับกลอ งวัดมุม

41

เครอ่ื งมอื วัดระยะทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สเร่ิมมีจําหนายต้ังแตป พ.ศ.2493 (ค.ศ.1950) สัญญาณท่ี
ใชครั้งแรกเปนคล่ืนแสง (Light Wave) ตอมาไดพัฒนามาเปนคล่ืนแมเหล็กไฟฟา (Elecetromanetic
Wave) ภายหลังจึงเปลี่ยนมาใชรังสีอินฟราเรด (Infrared Rediation) และลําแสงเลเซอร (Laser
Beams) ตามลําดบั

รปู ที่ 2.3 แสดงการเล็งเปาสะทอนสญั ญาณวดั ระยะ

ในปจ จบุ ันเคร่อื งอเิ ล็กทรอนิกส ไดพัฒนาเปน กลอ งแบบประมวลผลรวม (Electronic Total
Beams) เม่ือวัดระยะตัวกลองและเปาสะทอนสัญญาณแลว สามารถแปลเปนระยะทางราบและ
ระยะทางดิ่งได ถากําหนดคาพิกัดทั้งสามมิติของจุดตั้งกลอง และแนวทิศเหนือใหกลองดวยแลว
กลองจะคํานวณคาพิกัดท้ังสามมิติ ของจุดท่ีต้ังเปาสะทอนสัญญาณไดดวย การวัดระยะดวยวิธีน้ี
ใหความละเอียดสูง การสํารวจโครงการใหญๆ เชนการกอสรางเข่ือน ถนน การสํารวจทําแผนท่ี
ภมู ิประเทศ ปจจุบันจะเขา มาแทนการวดั ระยะดว ยโซและเทป

รปู ท่ี 2.4 แสดงการต้ังเปาสะทอนสญั ญาณ

42

2.3 การนับกา ว (Pacing)

การนับกาวเปนการวัดระยะโดยการเดินนับจํานวนกาวของชวงท่ีตองการวัดระยะ แลวเอา
จํานวนกาวคูณดวยความยาวกาว ก็จะไดระยะตามตองการ ดังนั้นกอนท่ีจะวัดระยะโดยการนับกาว
นจี้ ะตองรคู วามยาวกา วของผูวดั กอ น

2.3.1 การหาความยาวกา ว การหาความยาวกาวทําได 2 แบบ คอื
1) การฝกกาวใหความยาวกาวไดมาตรฐานที่ตองการ เชน 0.60 เมตร หรือ 1.00 เมตร

แลวแตรูปรางของผูเดินวัดระยะวามีรูปรางสูงตํ่าเพียงไร การฝกกาวแบบน้ีเปนการฝนธรรมชาติ ผู
เดินนับกาวจะเหนื่อยเร็ว แตระยะท่ีวัดไดคอนขางดี เพราะการเดินวัดจะตองใชความต้ังใจในการ
เดินมากกวาปกติ

2) การหาความยาวปกติ ทําไดโดยการวดั ระยะในแนวเสนตรงบนถนนหรือพื้นที่ราบอื่นๆ
สมมติเปนระยะทาง 100 เมตร แลวผูท่ีจะหาความยาวกาว ไปเดินนับจํานวนกาว โดยเดินในสภาพ
ปกตธิ รรมดาท่เี คยเดิน แลวนาํ มาคาํ นวณหาความยาวกาว

รปู ท่ี 2.5 แสดงการเดนิ นับกาว

ความยาวกาว = จาํ นวนกาว

การหาความยาวกาวแบบน้ีจะตองทํา 3 คร้ัง แลวนํามาหาความยาวกาวเฉลี่ย ตัวอยางเชน
เดนิ ครง้ั ท่ี 1 ได 120 กาว เดนิ ครง้ั ที่ 2 ได 122 กาว และครงั้ ท่ี 3 ได 123 กา ว

43

ครั้งท่ี 1 ความยาวกาว = = 0.833 เมตร

ครั้งที่ 2 ความยาวกา ว = = 0.820 เมตร

ครง้ั ท่ี 3 ความยาวกา ว = = 0.813 เมตร

ดงั นนั้ ความยาวเฉลี่ย 0.833 + 0.820 + 0.813 = . = 0.822 เมตร
ดงั นนั้ ความยาวกาวเฉล่ยี = 0.822 เมตร

เม่ือรูความยาวกาวแลว ถาตองการหาระยะทางใด ก็ใหไปเดินนับกาวในชวงน้ัน โดย
พยายามเดินใหเปนแนวเสนตรง และใหความยาวของกาวสม่ําเสมอ เมื่อเอาจํานวนกาวคูณดวย
ความยาวกา วเฉลย่ี ก็จะไดร ะยะตามตองการ

2.3.2 วิธีนับจํานวนกาว การนับจาํ นวนกาวนับไดหลายแบบคอื
1) การนับในใจ เปนการเดินนับกาวโดยประมาณ เพ่ือเปนการเปรียบเทียบกับ

ระยะทางจริง ตามขอ 2.3.1 ขา งตน
2) การนับดวยพีโดมิเตอร ( Pedometer) เปนเคร่ืองมือสําหรับกดนับจํานวน เมื่อกด 1

คร้ัง ตวั เลขทีเ่ พมิ่ จาํ นวนขน้ึ ทีละ 1 นํามาใชนับจาํ นวนกา วแทนการนบั ในใจ
3) การนับดวยพาสโซมิเตอร (Passometer) เปนเคร่ืองนับจํานวน มีลักษณะคลาย

นาฬกิ าเวลาใชจะใสไวในกระเปา หรือติดท่ีเทาขางใดขางหน่ึง เม่ือกาวไปหน่ึงกาว ตัวเลขก็จะข้ึนที
ละ 1 โดยอัตโนมัติ

ระยะท่ีวัดไดโดยการนับกาว จะเปนระยะโดยประมาณ ใชในการสํารวจขอมูลพื้นฐาน
ครา วๆหรือใชตรวจสอบระยะทวี่ ดั ดวยวธิ อี น่ื มาแลว

2.4 การวดั ระยะดว ยโอโดมิเตอร (Odometer) หรอื สปด โดมเิ ตอร (Speedometer)

โอโดมิเตอร เปนเครื่องมือบันทึกจํานวนรอบของลอ แลวแปลงคามาเปนระยะ เชน มาตรวัด
ระยะทางของรถยนตและรถจักรยานยนต เปนตน ในงานสํารวจไดมีการผลิตเคร่ืองมือวัด
ระยะทางชนิดนี้ข้ึน โดยการเอา Odometer ไปติดกับวงลอ และตอดามข้ึนมาใชสําหรับจับเข็น
เคร่ืองมอื ชนิดนี้เหมาะสําหรับใชในพื้นที่ราบเรียบ และสามารถวัดระยะที่เปนเสนโคงไดดี เชนการ
วดั ระยะทางแนวถนน

44

รูปที่ 2.6 แสดงโอโดมเิ ตอร (Odometer)

2.5 การวดั ระยะดว ยสัปเทนบาร (Subtense Bar)

2.5.1 ลักษณะของสบั เทนบาร สบั เทนบารมลี ักษณะเปน คาน ทาํ ดว ยโลหะอนิ วาร (Invar) ที่
มกี ารยดื และหดตวั นอยมาก มีความยาว 2 เมตร สามารถพบั กลางได ทก่ี ่งึ กลางคานมกี ลอ งขนาด
เล็ก สาํ หรับใชส องมองไปท่กี ลอ งวัดมุม เพอื่ ใหส บั เทนบารต้ังฉากกบั แนวเล็งของกลอง

รปู ท่ี 2.7 แสดงสบั เทนบาร
2.5.2 หลักการของสับเทนบาร การวดั ระยะดว ยสับเทนบารจะใชรว มกับกบั กลองวดั มมุ โดย
มีข้นั ตอนดังนี้

1) ตั้งกลอ งทจี่ ดุ แรกทต่ี อ งการวดั ระยะ

45

2) ตัง้ สบั เทนบารใหตรงจดุ ท่ีจะวัดโดยการทิง้ ดง่ิ พรอ มต้งั ระดบั
3) ใชกลองระดบั ของสบั เทนบารสองไปทกี่ ลอ งวัดมมุ หรอื ท่ีสายดิ่งของกลองวดั มมุ
4) ใชกลองวดั มมุ สอ งวัดคามมุ ระหวา งจดุ ปลายทั้งสองขางของสบั เทนบาร แลว นาํ คา มุม
ทีว่ ัดไดมาคาํ นวณหาระยะทางระหวา งจดุ ทตี่ ัง้ กลอ งวดั มมุ กบั จุดทต่ี ง้ั สบั เทนบาร

รูปท่ี 2.8 แสดงการสองกลองวดั มมุ ไปยงั สบั เทนบาร

O /2 A

C 1.00
1.00

B

รปู ท่ี 2.9 แสดงการวดั ระยะดว ยสบั เทนบาร

ตัวอยาง การหาระยะทาง OC จากรูป มุม AOB วัดไดจากกลองวัดมุม สมมุติวาไดมุม
= α ในรูปสามเหลี่ยม AOC OC คือ ระยะจากจุดต้ังกลองถึงจุดท่ีต้ังสับเทนบาร ซ่ึงเปนระยะท่ี
ตองการวดั ใหย าว = d มมุ OCA เปนมุมฉาก ระยะ AC และ BC = 1 เมตร

มุม AOC =
จากอัตราสวน Cot
หรือ Cot = OC
AC

= เมตร

46

2d = Cot α
น้นั คอื d = Cot เมตร

ดงั นนั้ เมื่อวดั มมุ α ไดแลว นําคามุมไปเปดตาราง หรือใชเครื่องคํานวณท่ีมีคาของ Sine,

Cosine, Tangent หาคาของ Cot ก็จะไดระยะทางที่มหี นวยเปน เมตร

สมมติในท่ีนี้ วัดมมุ ระหวางปลายของสับเทนบารได = 2 องศา

ระยะทาง = Cot = Cot 1

หรอื = T =.

= 57.307 เมตร
2.5.3 ความละเอียดถูกตองของการวัดระยะดวยสับเทนบาร ความละเอียดถูกตองของการวัด
ระยะดว ยสบั เทนบาร ขึน้ กบั องคประกอบใหญๆ 2 ประการ คอื

1) ความละเอียดของกลองที่ใชวัดมุม ถากลองท่ีใชมีความละเอียดสูง มุมท่ีวัดไดจะ
ละเอียดถกู ตอง กวามุมท่ีวัดจากกลอ งทที่ คี วามละเอียดต่าํ กวา ระยะที่ไดจ ะถูกตองดีกวา

2) ความยาวของระยะท่ีวัด ถาระยะยาวมากข้ึนเทาไร ความแข็งแรงของรูป (Strength of
Figure) จะลดนอ ยลง ความคลาดเคลอื่ นของระยะจะมากข้ึน ระยะย่งิ ใกลความถูกตองของระยะจะ
เพมิ่ มากขน้ึ ระยะที่วัดดว ยสับเทนบารทด่ี ีประมาณ 40 เมตร

ในปจจุบันการวัดระยะดวยสับเทนบารใชกันนอยลง เพราะเคร่ืองวัดระยะทาง
อิเล็กทรอนิกสไดรับการพัฒนาจนสามารถใชงานไดสะดวก รวดเร็ว มีความละเอียดถูกตองสูง
ประกอบกับราคาของเคร่อื งวดั ระยะอิเล็กทรอนกิ สถ กู ลง จงึ ไดร บั ความนิยมใชงานมากข้นึ

2.6 การวัดระยะดว ยวธิ สี เตเดยี (Stadia)

การวดั ระยะโดยวธิ สี เตเดีย เปนวิธีการวัดระยะดวยชุดอุปกรณการสํารวจ ประกอบดวยกลอง
วัดมุม หรือกลองระดับ และไมระดับ (Staff of Rod) เมื่อเราสองกลองวัดมุม หรือกลองระดับ จะ
เหน็ วงแหวนระนาบสายใย ประกอบดวยสายใยราบ และสายใยดิ่ง ตัดกันเปนมุมฉาก มีขีดสั้น 2
ขีดอยูบนสายใยดิ่ง ขีดสั้น 2 ขีดน้ีเรียกวาสายใยสเตเดีย (Stadia Hairs) ระยะหางระหวาสายใย
สเตเดยี เรยี กวา ชวงสเตเดยี

47

รปู ที่ 2.10 แสดงสายใยสเตเดยี ในกลอ งวดั มมุ และกลอ งระดับ

2.6.1 วธิ ีการหาระยะทางราบดวยวธิ ีสเตเดยี

1) ตั้งกลองที่ตําแหนง A และไมระดับท่ีตําแหนง B ตองการวัดระยะทางราบ D ท่ีอยู

ระหวางแกนด่งิ ของกลอง และไมร ะดบั

2) อานคา ระดับทีส่ ายใยสเตเดียบน U (Upper stadia Line) สมมติไดคา = 1.217 เมตร

3) อา นคาระดับท่ีสายใยสเตเดียลาง L (Lower stadia Line)สมมตไิ ดค า = 1.068 เมตร

4) หาระยะชวงสเตเดยี (Rod Interval) แทนดวย S จะเทา กบั คา สายใยบน ลบ ดวยคาสายใย

ลา ง ในทนี่ ี้

แทนคา S = 1.217 – 1.068

= 0.149 เมตร

จากสมการ ระยะทาง D = 100S

แทนคา D = 100 (0.149)

ดังน้ันระยะทางราบ D = 14.90 เมตร

เราจะไดส ูตรระยะทาง D = 100S

100 = คาคงท่ี

S = สายใยบน – สายใยลา ง

2.7 การวัดระยะดวยโซ-เทป

การวัดระยะดวยโซ-เทป เปนวิธีการวัดระยะทางราบที่ใชกันโดยทั่วไป เพราะสามารถวัดได
ละเอียดถูกตอง เครื่องมือที่ใชในการวัดระยะมีราคาถูกกวาเคร่ืองมือชนิดอ่ืน และการฝกหัดผูเรียน
ทจี่ ะทาํ การวัดระยะสามารถทําไดไมยากนกั

48

ระยะทวี่ ัดดวยโซ-เทป จะตองมีลักษณะที่สําคัญๆ 2 ประการคือ ระยะท่ีวัดจะตองเปนระยะใน
แนวเสนตรงระหวางจดุ ท่ที าํ การวดั และจะตองเปน ระยะในแนวราบเทา นน้ั หากการวัดระยะคร้ังใด
ไมไดล กั ษณะนี้ ระยะที่วัดไดจะคลาดเคลอ่ื นจากความเปน จรงิ

2.7.1 เครือ่ งมือท่ใี ชว ดั ระยะดว ยโซ- เทป เครอื่ งมือและอุปกรณทใี่ ชว ัดประกอบดว ย

รูปที่ 2.11 แสดงเคร่อื งมือและอปุ กรณก ารวดั ระยะดว ยโซ- เทป
1) โซลานเสน ความยาว 20 เมตร และ 40 เมตร หรือ 1 เสน

รูปที่ 2.12 แสดงโซล าน
2) โซล านฟุต ความยาว 100 ฟุต
3) เทปเหลก็ ความยาว 50 เมตร

49

รูปท่ี 2.13 แสดงเทปเหล็ก
4) เทปเอสลอ น ความยาว 20, 25, 30 และ 50 เมตร

รปู ท่ี 2.14 แสดงเทปเอสลอ น

50

5) เทปอินวาร (Invar) ความยาว 20,30,50 และ 100 เมตร เทปอิวารทําดวยโลหะผสม
ระหวา งเหล็กกลา 65% และนิเกิ้ล 35% มีความยืดหดตัวนอยมาก เดิมใชกับงานวัดระยะเสนฐาน
โครงขา ยสามเหลยี่ มและงานชน้ั ที่ 1 แตใ นปจ จบุ ันไดใชเ ครือ่ งมอื วัดระยะทางอิเลก็ ทรอนกิ สแทน

6) หวงคะแนน (Pin หรือ Arrow) ทําดวยเหล็กขนาดเสนผายศูนยกลางประมาณ 6
มิลลิเมตร ปลายขางหน่ึงแหลม ปลายอีกขางหน่ึงงอเปนหวง ความยาวประมาณ 40-60
เซนตเิ มตร หรือยาวกวา น้ี ทาสีขาว-แดงสลับกัน หวงคะแนนใชสําหรับท่ีหมายของโซ – เทป เม่ือ
ระยะทวี่ ัดยาวกวา ความยาวของโซ-เทป และสามารถใชเ ปน เครือ่ งมอื ลอแนวสําหรบั วัดระยะดวย

7) หลักเล็งแนว (Ranging Pole) สวนมากทําดวยอลูมิเนียมเสนผายศูนยกลางประมาณ 1
นิ้ว ความยาว 2 และ 3 เมตร ทาสีขาว-แดงสลบั กัน ใชป กเปน เปา สาํ หรบั เล็งแนววัดระยะใหเปน
เสนตรง

8) ดง่ิ (Plumb Bobs) ใชส ําหรบั ทิง้ ด่ิงโซหรือเทปไปยงั พื้นดิน เพือ่ ใหต ําแหนงบนพ้นื
ดนิ ตรงกับตาํ แหนงทกี่ าํ หนดบนโซหรอื เทป

รปู ที่ 2.15 แสดง หวงคะแนน หลักเล็ง เทป โซ

9) ระดับมือ (Hand Level) เปนเครื่องมอื ทใ่ี ชส าํ หรบั กาํ หนดความสูงของหวั และทาย
ของโซ- เทปใหมคี วามสูงเทากนั ระยะที่วดั จงึ จะอยใู นแนวราบ

10) เคร่ืองดึงโซ-เทป (Tension Handle Balances) ใชสําหรับดึงโซ-เทปใหไดแรงดึงตาม
กําหนดของโซ- เทปแตละเสน

51

2.7.2 วธิ กี ารวัดระยะดว ยโซ- เทป การวดั ระยะดว ยโซ-เทป มวี ธิ กี ารปฏิบัติดังนี้
1) การเล็งแนววัดระยะ เมื่อชวงของระยะท่ีวัด ยาวมากกวาความยาวของโซ-เทป

จุดประสงคของการเล็งแนววัดระยะ เพอ่ื แนวท่วี ัดเปนเสน ตรง การเล็งแนววัดระยะทําได 2 วธิ คี อื
(1) การเล็งดวยตาเปลา ทําไดโดยการใชหลักเล็งแนวท่ีปกไวท่ีมุมหัวและทายของ

ระยะที่จะทําการวัด คนเล็งแนวอยูท่ีจุดเร่ิมตน และตองยืนอยูหางจากหลักเล็งแนวอยางนอย 50
เซนตเิ มตร เพราะถายืนใกลก วานี้ การเลง็ แนวอาจเกดิ การคลาดเคลอื่ นได

รปู ท่ี 2.16 แสดงการเลง็ แนวดวยสายตา

52

(2) การเล็งแนวดวยกลอง กลองที่ใชอาจเปนกลองวัดมุม กลองระดับหรือกลองสอง
ของเข็มทิศ กลองทั้งสามมีวิธีเล็งแนวเหมือนกัน แตโดยทั่วไปจะใชกลองวัดมุมเพราะใชงานได
สะดวกและคลองตัวกวากลองชนิดอื่น การเล็งแนวดวยกลองวัดมุมจะไดแนวเสนตรงท่ีถูกตองกวา
การเล็งแนวดวยตาเปลา สําหรับวิธีการเล็งแนวดวยกลอง จะไดกลาวรายละเอียดในเรื่องการวาง
แนวเสนตรงดวยกลอ งวดั มมุ

2) การลอแนว เม่ือคนหัวโซ-เทป ลากโซ-เทปไปได 1 ชวง คนหัวโซ-เทปจะหา
ตําแหนงท่ีอยูในแนวเสนตรงได โดยถือหวงคะแนนลอแนว เพื่อใหคนเล็งแนวดูวา หวงคะแนน
อยูในแนวเสนตรงเดียวกัน กับหลักเล็งแนวท่ีปกไว ณ จุดหัวและทายหรือไม เม่ือคนเล็งแนวให
สัญญาณขยับหวงคะแนน คนลอแนวจะตองขยับหวงคะแนนตามสัญญาณ จนหวงคะแนนอยูใน
แนวเสนตรง จงึ ปก หวงคะแนนถา เปน พน้ื แข็ง เชน เปนพื้นคอนกรีต ใหทําเคร่ืองหมายไวบนพื้น
การใหส ัญญาณหว งคะแนนตามรูป ปฏิบตั ิดงั น้ี

รูปท่ี 2.17 แสดงสัญญาณการเล็งแนว

(1) ใหขยับหวงคะแนนไปทางแขนดานที่โบก ถาโบกเร็วใหขยับเร็ว ถาโบกชาให
ขยบั ชา ๆ ซ่ึงแสดงวา ใกลจ ะตรงแนวแลว

(2) ถาคนใหสัญญาณเหยียดแขนตรงทั้งสองขาง ใหคนลอแนวหยุดขยับหวงคะแนน
และคอยดวู า คนใหสญั ญาณจะขยับแขนทางไหนอกี ก็ใหข ยับหวงคะแนนไปทางนั้นชา ๆ

(3) ถาคนเล็งแนวโบกแขนลงทั้งสองขางพรอมกัน แสดงวาหวงคะแนนตรงแนวแลว
คนลอ แนว ตองปกหวงคะแนนใหแนน หรอื ทําเคร่อื งหมายไวเมือ่ ไมส ามารถปก หว งคะแนนได

(4) ทําเคร่ืองหมายบอกระยะ เมื่อปกหวงคะแนนบนแนวเสนตรงแลว คนหัวโซ-เทป
จะตองดึงโซ-เทปใหตึง โดยใชเครื่องดึงใหไดแรงดึงตามที่กําหนด และใหโซ-เทปทาบผานหวง
คะแนนหรือเครื่องหมายที่ทําไว ขณะเดียวกันคนทายโซ-เทป จะตองระวังใหขีดเคร่ืองหมาย ซ่ึง
อาจเปน 0 หรือ 50 ของโซ-เทป ตรงกับจุดที่เร่ิมวัดระยะพอดี จากน้ันคนหัวโซ-เทปจะตองใช

53

หวงคะแนนอีกอนั หน่ึง ปก หรอื ทาํ เคร่อื งหมายบนพื้น ใหตรงกบั ขีดเครอ่ื งหมายทหี่ ัวโซ-เทป แลว
ดึงหวงคะแนนอันที่ใชลอแนวออก ความยาวของชวงท่ีวัดชวงแรกนี้ จะเทากับความยาวของโซ-
เทป

(6) การวัดชวงตอไป คนหัวโซ-เทปจะลากโซ-เทปตอ สวนคนทายโซ-เทป จะเดิน
ตามไป เพื่อวัดระยะตอ ณ ท่ีซ่ึงทําเคร่ืองหมายหรือที่ปกหวงคะแนนไว โดยการใชหวงคะแนนท่ี
ปกไวเปนหลักสําหรับการเล็งแนวตอ หรืออาจนําหลักเล็งแนวอันแรก มาปกที่หลังหวงคะแนน
แลวเล็งแนว โดยใชหลักเล็งแนวที่ปกข้ึนใหมก็ได สวนวิธีการอ่ืนๆ เชนการลอแนว และการทํา
เครื่องหมายบอกระยะ คงทําเชนเดิม การวัดระยะตอเนื่องเชนน้ีไปจนถึงจุดสุดทาย แลวรวมระยะ
ที่วดั ท้งั หมดเขา ดวยกนั กจ็ ะไดระยะระหวางจุดท่ีตอ งการ

2.7.3 การวัดระยะบนพื้นท่ีลาดเอียง ระยะที่วัดในงานสํารวจ จะตองเปนระยะราบ ดังน้ันถา
บริเวณที่ทําการวัดระยะเปนพื้นราบ เชน สนามฟุตบอล หรือทุงนาราบ การวัดระยะจะทําไดงาย
โดยการวางโซ-เทปบนพื้นดินไดเลย แตถาบริเวณท่ีวัดระยะเปนท่ีลาดเอียง ก็จําเปนจะตองยกโซ
หรือเทปดานใดดานหน่ึงข้ึน เพื่อใหโซ-เทปอยูในแนวราบ และใชด่ิงชวยในการทําท่ีหมาย
ตําแหนงบนพน้ื ดนิ

ระยะท่ตี อ งการ

รปู ที่ 2.18 แสดงการวัดระยะแบบขั้นบนั ได

2.7.4 ความคลาดเคล่ือนในการวัดระยะดวยโซ-เทป การวัดระยะดวยโซ-เทปใหถูกตอง ทํา
ไดคอนขางยาก เนื่องจากมีความคลาดเคล่ือน ท่ีอาจเกิดขึ้นในระหวางการวัดระยะ หลายประการ
คือ

2.7.4.1 ความยาวของโซ-เทปไมไดมาตรฐาน การตรวจสอบความยาวของโซ-เทป ทําได
โดยเอาไปดึงเทียบกับความยาวมาตรฐาน ที่ถูกตองแนนอนแลว การดึงเทียบนี้จะตองใชเครื่องดึง
เพ่ือกําหนดขนาดแรงดึงใหแนนอน แลวตรวจสอบดูวา โซ-เทปมีความยาวไดตามมาตรฐาน

54

หรือไมส้ันหรือยาวไปเทาไร หรือจะตองใชแรงดงึ เทาไร ความยาวของโซ-เทปจึงจะไดมาตรฐาน
หากโซ-เทปส้ันกวามาตรฐาน ระยะท่ีวัดไดจะมากกวาความเปนจริง แตถาโซ-เทปยาวกวา
มาตรฐาน ระยะท่ีวดั ไดจะนอ ยกวาความเปนจรงิ

สนั้ เกินกวา มาตรฐาน
ความยาวมาตรฐาน
ยาวกวา มาตรฐาน

รปู ที่ 2.19 แสดงการเปรียบเทยี บความยาวโซ-เทป

ถานําโซ-เทปท่ีมีความยาวไมไดมาตรฐาน ไปทําการวัดระยะ ระยะท่ีวัดไดจะคลาด-
เคล่ือนจากความเปน จริง จะตองคํานวณปรบั แกระยะท่ีวดั ไดใหถูกตอง

2.7.4.2 การจรดศูนยและการทําเครื่องหมายบอกระยะไมถูกตอง ความคลาดเคล่ือนใน
กรณีน้ีไมเ ปนระบบ ไมอาจตรวจสอบได ระยะท่วี ดั ไดอ าจส้ันหรอื ยาวกวา ความเปน จรงิ

2.7.4.3 โซ-เทปไมอยูในแนวเสนตรง เชน เล็งแนวไมดีหรือเวลาวัด โซ-เทปติดตนไม
เล็กๆ ความคลาดเคลื่อนในกรณีน้ีไมอาจตรวจสอบได แตระยะที่วัดไดมักยาวกวาความเปนจริง
เสมอ

2.7.4.4 เวลาวัดโซ-เทปไมไดระดับ ความคลาดเคล่ือนในกรณีน้ี ไมอาจตรวจสอบได
เชนกนั และระยะที่วัดไดจะยาวกวา ความเปน จริง

2.7.4.5 แรงดึงโซ-เทป ไมไดตามมาตรฐานท่ีกําหนด กอนที่จะนําโซ-เทปไปใชงาน
จะตอ งนําไปดงึ เทียบกบั ขนาดมาตรฐาน โดยใชเคร่ืองดึง เพื่อหาวาจะตองใชแรงดึงเทาไร โซ-เทป
ทจ่ี ะนาํ ไปใช จึงจะไดความยาวตามมาตรฐานทกี่ ําหนด เวลาใชงานก็จะตองใชแรงดึง ตามที่หาได
มิฉะน้ัน ระยะท่ีวัดไดจะคลาดเคล่ือน กลาวคือถาใชแรงดึงมากเกินไป โซ-เทปจะยืดยาวกวา
มาตรฐาน ระยะทีว่ ัดไดจ ะนอ ยกวาความจรงิ แตถา ใชแ รงดึงนอยไปโซ-เทปก็จะหยอนหรอื ตกทอง
ชางมากเกนิ ไป ระยะทีว่ ัดไดจะมากกวามาตรฐานเชน กนั

2.7.4.6 การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ โซ-เทปที่ทําดวยโลหะแตละเสน มีความยาวได
มาตรฐาน ทอี่ ุณหภมู ิหน่ึงๆ ถาอณุ หภูมิตํา่ ลงโซ- เทปจะหดตวั และในทางกลบั กนั ถาหากอุณหภูมิ
สูงข้ึน โซ-เทปก็จะยืดตัว ระยะที่วัดไดจะเกิดความคลาดเคล่ือน ดังนั้นในการวัดระยะที่ตองการ

55

ความละเอียดถูกตองสูง จะตองวัดอุณหภูมิขณะทําการวัดระยะไวดวย เพื่อนํามาคํานวณแกหา
ระยะทถี่ กู ตอง

2.7.4.7 การอานระยะผิดพลาด เชน การอานสลับตําแหนงจาก 2.543 เมตร เปน 2.453
เมตร หรือจําชวงเทปผิด เชน วัดไดระยะ 5 ชวงเทป (250 เมตร) คิดวาเปน 6 ชวงเทป (300 เมตร)
เปน ตน

2.7.4.8 การจดระยะในสมุดสนามผิดพลาด เชน การจดตําแหนงจาก 2.543 เปน 2.453
เปน ตน

จะเห็นไดวาในการวัดระยะแตละคร้ัง อาจเกิดความคลาดเคลื่อน จากสาเหตุตางๆหลาย
ประการดัง และความคลาดเคล่ือนบางอยางไมอาจตรวจสอบได ดังน้ันในการวัดระยะจึง
จําเปนตองละเอียด รอบคอบ และตองตรวจสอบโดยการวัดระยะคร้ังที่สอง เปนการวัดสวนทาง
กับการวัดครั้งแรก ถาคาท่ีไดจากการวัดท้ังสองครั้งแตกตางกันมาก แสดงวามีความคลาดเคลื่อน
จะตองทําการวัดใหมอีกครั้ง แตหากคาแตกตางกันเพียงเล็กนอย และอยูในเกณฑความคลาด
เคลอื่ นทยี่ อมให ก็ใหน าํ คาทั้งสองมาเฉลย่ี เปน ระยะทีต่ องการ

2.7.5 การคาํ นวณแกความคลาดเคล่ือนของระยะท่วี ดั ดว ยโซ- เทป การคาํ นวณปรบั แกระยะท่ี
วัดดว ยโซ- เทป ซง่ึ มีความคลาดเคลอ่ื นเกดิ ขึน้ เน่ืองจากความยาวของโซ-เทปไมไดม าตรฐาน และ
เนื่องจากการเปล่ียนแปลงของอุณหภมู ิ มหี ลักการดังนี้

การคาํ นวณแกระยะเน่ืองจากความยาวเทปไมไ ดม าตรฐาน มีสูตรท่ีใชในการคํานวณคือ

ระยะถกู = เทปผดิ
ระยะผดิ เทปถกู

ตัวอยาง เทป 50 เมตร เสนหนึ่งเม่ือนําไปเทียบกับระยะมาตรฐาน ปรากฏวามีความ

ยาวเปน 49.950 เมตร แตเม่ือนําเทปเสนนี้ไปวัดระยะได 278.520 เมตร ระยะท่ีถูกตองจะเปน

เทา ไร

วิธีทํา แทนคาจากสูตรจะได

ระยะถูก = .
. .

= ..
ดังนั้นระยะทถ่ี กู ตอง = .

278.241 เมตร ตอบ

56

2.7.6 เกณฑความคลาดเคลื่อนของการวัดระยะ การวัดระยะดวยโซ-เทป มีความคลาด
เคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นไดหลายประการ ดังน้ันจึงตองมีการตรวจสอบโดยการวัดระยะ 2 คร้ัง แลว
นํามาเทียบกันดูวา คาท่ีไดแตกตางกันมากนอยเพียงไร อยูในเกณฑความคลาดเคลื่อนที่ยอมใหได
หรอื ไม ถา ความคลาดเคลื่อนเกนิ กวาเกณฑท ย่ี อมให กจ็ ะตองทําการวัดระยะใหมอีกคร้ังหน่ึง แต
ถาในการวัดระยะ 2 ครั้งน้ัน ใชโซ-เทประบบเดียวกันควรวัดระยะสวนทางกัน ถาโซ-เทปตาง
ระบบกัน เชน ใชโซลานเสนและโซลานฟุต อาจวัดระยะตามทางเดียวกันได แลวแปลงคาใหเปน
ระบบเดยี วกนั เพื่อนาํ มาเปรียบเทยี บกัน

2.7.6.1 เกณฑความคลาดเคลอ่ื นทยี่ อมใหข องการวดั ระยะโซ-เทป
1.) การวัดระยะธรรมดา 1 : 3,000 – 1 : 5,000 ใชกับงานทําวงรอบงานสํารวจที่ดิน

การวางแนวกอ สรา ง และการทําแผนท่ภี มู ิประเทศ เปน ตน
2.) การวัดระยะอยางละเอียด (Precise Taping) 1 : 10,000 - 1 : 30,000 ใชกับการทํา

วงรอบของงานสํารวจเมือง (City Survey) การทําเสนฐานของงานวงรอบช้ันท่ี 3 และงานกอสราง
ที่ตอ งการความละเอียดสงู เปนตน

2.7.6.2 การหาความคลาดเคลื่อนจากการวัดระยะ ทําไดโดยเอาคาความแตกตางของการ
วดั ระยะ 2 คร้งั เทียบกบั ความยาวของระยะทีว่ ดั โดยประมาณ แลว คํานวณปรบั คาความแตกตา งให
เปน 1 ก็จะไดค วามคลาดเคล่อื นของการวัดระยะ

ตัวอยาง กําหนดเกณฑความคลาดเคลื่อนไว 1:3,000 วัดระยะคร้ังท่ี 1 ได 273.805

เมตร และวัดระยะครั้งที่ 2 ได 273.682 เมตร จะคํานวณความคลาดเคล่ือนของการวัดระยะได

ดงั น้ี

ความแตกตา งของการวัดระยะ = 273.805 - 273.682

= 0.123 ม.

ระยะทางประมาณ = 273 ม.

ดงั นั้น ความคลาดเคลื่อน =. =,

= 1 : 2,200

ดังนั้นการวัดระยะครั้งน้ีใชไมได เพราะความคลาดเคล่ือนตํ่ากวาเกณฑที่กําหนด คือ

1 : 3,000 กลาวคือ ถาวัดระยะ 3,000 เมตร จะยอมคลาดเคลื่อนไดไมเกิน 1 เมตร แตระยะท่ีวัดมา

ถา วัด 2,200 เมตร ก็จะคลาดเคล่อื น 1 เมตร จึงใชไ มไ ด จะตองทาํ การวดั ระยะใหม

57

2.8 การดแู ลรักษาโซ – เทปและอปุ กรณ

การปฏิบัติงานสํารวจรังวัด โซและเทปเปนอุปกรณพื้นฐาน ที่มีความจําเปนท่ีจะตองใชงาน
เปนประจํา จึงเกิดการชํารุดไดงาย ประกอบกับการวัดระยะ จะตองมีความละเอียด ผานเกณฑ
มาตรฐานที่กําหนด ชางสํารวจท่ีดีจึงถือเปนหนาท่ี ในการดูแลรักษาเพ่ือใหอุปกรณนี้มีความ
พรอ มในการใชง าน และเปน การยดื อายใุ หทนนานมากยิง่ ขนึ้ จึงกาํ หนดขอ ปฏบิ ัติดงั น้ี

2.8.1 ขณะปฏิบัติงานตองใหโซ – เทป เปน เสน ตรงเสมอ หากโซพ บั อาจหกั ได สวนเทปอาจ
พันกันเปนปมแนน การวัดระยะอาจผดิ พลาดได

2.8.2 ระวังอยาใชโซ – เทป ขณะมียานพาหนะผานไปมา อาจทําใหแตกหักหรือฉีกขาดได
ควรรอใหยานพาหนะผานไปกอน หรือขอใหหยุดการจราจรเปนการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย
ของผูป ฏบิ ตั งิ านดว ย

2.8.3 ควรหลีกเล่ียงการลากโซ – เทป ผานพื้นแข็ง เชน ถนนคอนกรีต หรือถนนลูกรัง อาจ
ทาํ ใหตวั เลขหรือเคร่ืองหมายตางๆ ลบเลอื นเรว็ ขน้ึ

2.8.4 หลงั จากการใชงานกอนการมวนเกบ็ จะตอ งทําความสะอาดทุกครั้ง หลังจากนั้นถาเปน
โซ หรือ เทป สแตนเลสใหรูดดว ยผาชบุ นํามัน เพื่อปอ งกนั สนมิ และยืดอายุการใชงาน

2.8.5 จะตองระมัดระวังเทปเอสลอน หรือเทปผาเปนพิเศษ เน่ืองจากชํารุดงาย เชน อยาดึง
แรงเกินไป อยา ใหถกู ของมีคม ถาเทปเปอนโคลน หรือส่ิงสกปรก รีบลางนํ้าใหสะอาด กอนมวน
เกบ็ ควรทําความสะอาดขณะมวน ถา เทปเปยกหรอื ชื้นใหผงึ่ ใหแหงกอ นมว นเก็บ

2.8.6 เม่ือวัดระยะเสร็จแตละชวงการวัด อยาลืมเก็บหวงคะแนนนับจํานวนและหลักเล็งทุก
คร้ัง โดยเฉพาะหวงคะแนนมักหายบอยๆ เนื่องจากมีขนาดเล็ก กอนเก็บตองทําความสะอาดทุก
ครง้ั

2.8.7 สถานท่ีเก็บ ควรแหงอากาศถายเทไดสะดวกปราศจากละอองฝน เพื่อเปนการปองกัน
การเปน สนมิ

2.8.8 ครูชา ง สมัยกอ นชา งทจ่ี บจากสถาบนั การอาชวี ศกึ ษา สว นมากในปแรกทเี่ ขาเรียน จะมี
พิธีครอบครูชาง ในวันไหวครู ชางทุกสาขาจึงใหความเคารพเคร่ืองมือ ซ่ึงเปรียบเสมือนครู การ
เดินขามเครอ่ื งมอื ทกุ ชนดิ เปน สิ่งไมสมควรกระทํา

สรปุ
การวัดระยะทางราบเปนการวัดเพ่ือหาระยะหางจากจุดหรือตําแหนงท่ีตองการ โดยวิธีตาง ๆ
ซง่ึ แตละวธิ จี ะใหค า ความละเอียดถูกตองแตกตางกัน การวัดระยะทางราบ เปนงานพ้ืนฐานของการ
สาํ รวจ ถาวัดผิดพลาดผลการสํารวจจะผดิ ตามไปดวย

58

ใบงานที่ 2

วชิ า งานสาํ รวจ 1 หนวยท่ี 2
ชื่อหนวย การสาํ รวจดว ยโซ-เทป สอนครั้งที่ 3 - 4
จาํ นวนคาบรวม 16
ชอ่ื งาน การเล็งแนว วดั ระยะ จาํ นวนคาบ 8

จุดประสงค
1. สามารถวัดระยะดวยโซ-เทปได
2. สามารถเล็งแนวดว ยสายตาใหห ว งคะแนน อยูบนแนวเสน ตรงเดยี วกนั ได
3. เกดิ ทกั ษะเกย่ี วกับการใชเ คร่ืองมอื

เครอ่ื งมือ / วัสดุ – อปุ กรณ 2. หว งคะแนน 3. หลกั เล็งแนว
1. โซล านเสน -เทป 5. เครื่องดึงโซ 6. สมุดสนาม
4. ดิง่
7. ปากกาดนิ สอและอุปกรณ

ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ าน
ตอ งการวัดระยะ ab ซึง่ มีความยาวมากกวา ความยาวของโซ- เทป

1. นําหลักเล็งแนวไปปก ไวที่หมดุ a และหมดุ b โดยตองอยูใ นแนว ab
2. คนเลง็ แนวยนื ทีจ่ ุด a และอยหู างจากหมดุ a อยางนอย 50 เซนตเิ มตร
3. คนหัวโซ- เทป ดงึ โซ-เทปไปตามแนวจนหมด 1 ชวง พรอ มถือหว งคะแนนลอ แนว
4. คนเล็งแนวทําการเล็งแนว โดยการใหสัญญาณมือ เพื่อใหคนลอแนวขยับหวงคะแนนใหอยูใน

แนว ab
5. คนหัวโซ-เทปขยับหวงคะแนน ตามสัญญาณของคนเล็งแนว เมื่อคนเล็งแนวใหสัญญาณวาหวง

คะแนนอยูตรงแลว ใหป ก หวงคะแนน ถาเปนพนื้ แขง็ ใหท าํ เครอ่ื งหมายไว
6. คนหัวโซ-เทป ดึงโซ-เทปใหตึง ถาใชเครื่องดึงดูแรงดึงใหไดขนาดตามตองการ และใหโซ-เทป

ทาบผานหวงคะแนน หรือเครื่องหมายที่กําทําไว ขณะเดียวกันคนทายโซ-เทปตองระวังขีด
เคร่อื งหมาย 0 ใหต รงกบั หมุด a

59

7. คนหัวโซ-เทปใหหวงคะแนนอีกอัน ปกหรือทําเครื่องหมายบนพ้ืน ใหตรงกับขีดเคร่ืองหมายท่ี
หวั โซ-เทป แลว ดงึ หวงคะแนนอนั ท่ใี ชล อ แนวออก

8. คนท่ีหัวโซ-เทป ลากโซ-เทปตอ คนทายโซเทปเดินตามเพื่อไปวัดระยะตอ ณ ท่ีปกหวงคะแนน
หรือทําเคร่ืองหมายไว โดยใชหวงคะแนนท่ีปกไวเพ่ือเปนที่เล็งแนว หรือนําหลักเล็งแนวมาปก
แทนหว งคะแนน เพอื่ ทําการวดั ระยะตอ โดยวิธีการเดิม

9. ระยะชว งสุดทายทีส่ น้ั กวาโซ- เทปใหด งึ โซ-เทป วดั ระยะระหวางจดุ ตอ
10. นําระยะที่ไดทั้งหมด รวมกันเปนระยะ ab

ขอควรระวัง / ขอ แนะนาํ
1. การเล็งแนวตองทาํ ดว ยความประณีต
2. ตองระวงั ใหโซ-เทปอยใู นแนวราบ
3. รกั ษาแรงดงึ ของโซ-เทปใหตรงตามขอกาํ หนด

มอบงาน
ใหผ เู รียน วดั ระยะระหวา งจดุ กาํ หนดใหไมน อยกวา 100.00 เมตร โดย
ก.วดั ดว ยเทปจาํ นวน 3 เที่ยว (ไป-กลบั )
ข.วัดดว ยโซจาํ นวน 3 เทยี่ ว (ไป-กลับ )

วดั ผล
1. ข้ันตอนการปฏิบัตงิ าน
2. ตรวจสอบผลการวัดระยะ
3. ความรวมมอื ในการปฏิบตั งิ าน

วัดผล
1. ขัน้ ตอนการปฏบิ ตั ิงาน
2. การใชเ ครื่องมอื
3. ผลงานถกู ตอง เรียบรอย

60

ใบผลการปฏิบตั งิ าน

วิชา งานสํารวจ 1 ใบงานท่ี 2
หนว ยที่ 2 การวดั ระยะทาง
เร่อื ง การเลง็ แนว วัดระยะ

ผลการปฏบิ ัติงาน ใชไ ด
1. ความพรอ มของเครื่องมือ – อุปกรณ ผิดพลาด

2. การใชส ญั ญาณมือ ใชได
ผิดพลาด

3. การปกหวงคะแนน ใชได
ผิดพลาด

4. การดงึ โซ – เทปใหต ึงและไดระดบั ใชไ ด
ผิดพลาด

5.การใชเ ครื่องมือ – อุปกรณก ารวดั ระยะ ใชได

ผิดพลาด

บันทึก :

…………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………….

61

ใบประเมินผล

วชิ า งานสาํ รวจ 1 ใบงานท่ี 1
หนว ยท่ี 2 การวดั ระยะทาง
เรอ่ื ง การเลง็ แนว วดั ระยะ จาํ นวน 8 คาบ

ช่ือผเู รยี น …………………………………………………… ระดับคะแนน
ชัน้ …………………… กลมุ ………………..
รวม

รายการ 43 2 1

1. การตรงตอ เวลา
2. การแตง กาย
3. การเตรยี มเคร่อื งมอื วสั ดุ และอปุ กรณ
4. การเล็งแนวดวยสายตา
5. การปก หลักเลง็ การปกหว งคะแนน
6. การดงึ โซ – เทป ตงึ ไดร ะดับ
7. การวัดระยะไป – กลบั ครบ 3 เท่ียว
8. การคํานวณระยะทางทง้ั หมด
9. การทํางานเปน ทีม
10. ตรวจ เก็บ และการทําความสะอาดเคร่ืองมือหลังการ
ปฏิบัติงาน

เวลาปฏิบัติงาน เร่มิ …………น. สิ้นสุด…………น. รวม…………นาที ไดคะแนน ( 10 )

รวมคะแนน
ลงช่อื ………………………………………………………………(ผูประเมิน)

62

แบบฝกหัดหนวยท่ี 2

ตอนท่ี 1 การวดั ระยะทาง

จงเลือกคาํ ตอบท่ีถกู ทีส่ ุด

1. ประเทศไทยนยิ มใชห นว ยของระยะในระบบใด

ก. ระบบอังกฤษ ข. ระบบเมตรกิ

ค. ระบบ SI Unit ง. ระบบ Universal Unit

2. การนับกา ววดั ระยะเปน การวดั ระยะโดยวิธใี ด

ก. วธิ ีทางตรง ข. วธิ ที างออม

ค. วิธีประมาณ ง. วธิ กี ารคํานวณ

3. การวัดระยะวธิ ใี ดสามารถวดั ระยะทางไกลไดส ะดวกและรวดเรว็

ก. การใชโ ซ - เทป ข. การนับกาว

ค. EDM. ง. สบั เทนบาร

4. การวัดระยะบนพ้นื ส้นั ๆ ควรวัดดว ยวิธใี ดจงึ จะเหมาะสมและใหค า ถกู ตอง

ก. ใชเ ทปวัด ข.ใชก ารนับกา ว

ค. ใชส ับเทนบาร ง. ใช EDM.

5. การวดั ระยะวิธใี ดตอ ไปนี้ ที่ใหค า ถูกตอ งดีที่สุด

ก. มชโ ซ - เทป ข. ใชว ัดบนแผนท่ี

ค. ใช Odometer ง. ใชส ับเทนบาร

6. การตรวจสอบระยะทวี่ ดั ดวยเทปมาแลว ควรใชว ธิ ใี ด

ก. ใชโ ซ - เทปวดั ข. ใชการนบั กา ว

ค. ใชสบั เทนบาร ง. ใช EDM.

7. การเล็งแนวดว ยสายตาเพอื่ ทําการวดั ระยะดว ยโซ - เทป ผูเ ล็งควรยืนหา งจากจดุ เริ่มตน เลง็

เทา ไร จึงจะใหแนวเล็งที่ดที ส่ี ดุ

ก. 0.50 เมตร ข. 1.00 เมตร

ค. 1.50 เมตร ง. 2.00 เมตร

8. การวัดระยะดว ยโซ - เทป ควรใชเ ครือ่ งมอื อะไรดว ย

ก. เขม็ ทิศ ข. หมุดไม

ค. ดงิ่ ง. คอ น

63

9. เหตใุ ดการวดั ระยะดวยโซ - เทป บางครัง้ จงึ ตองวัดเปนขัน้ บันได
ก. เพราะผวู ดั ระยะมีความชาํ นาญ
ข. เพราะเปน วธิ ีการวดั ระยะแบบหน่งึ
ค. เพราะพ้ืนทีล่ าดเอยี ง
ง. เพราะตองการระยะลาด

10. ความคลาดเคล่ือนในการวดั ระยะแบบใด ทอี่ าจทาํ ใหการวดั ระยะดว ยโซ - เทป เกิด
ความคลาดเคลอ่ื นมากที่สุด

ก. ความยาวเทปไมไ ดมาตรฐาน
ข. เวลาวดั โซ - เทปไมเปน เสน ตรง
ค. เวลาวดั โซ - เทปไมไ ดร ะดับ
ง. อา นคาผดิ

ตอนท่ี 2 การวัดระยะทาง

จงตอบคาํ ถามตอไปน้ี

1. จงแปลงระยะตอ ไปนใ้ี หเปน ระบบ SI Unit

1.1 3 ไมล 451 หลา 2 ฟุต 8นิว้ ตอบ……………………..เมตร

1.2 932 หลา 1 ฟุต 5 น้วิ ตอบ……………………..เมตร

1.3 5 ไมลท ะเล ตอบ……………………..เมตร

1.4 2.2641 เสน ตอบ……………………..เมตร

1.5 1.1327 เสน ตอบ……………………..เมตร

2. จงแปลงระยะตอไปนใี้ หเปน หนว ยวดั ระยะของไทย

2.1 2 ไมล 315 หลา 0 ฟุต 11 น้วิ ตอบ……………………..

2.2 580 หลา 2 ฟุต ตอบ……………………..

2.3 3 ไมลทะเล ตอบ……………………..

2.4 448 เมตร ตอบ……………………..

2.5 3 กโิ ลเมตร 719.250 เมตร ตอบ……………………..

_________________


Click to View FlipBook Version