The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by papbox_za, 2020-06-24 03:48:30

หน่วย ที่ 5 ระบอบการเมืองการปกครอง

ระบอบการเมืองการปกครอง

หน้าที่พลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนินชีวิตในสงั คม

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๑ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๒ หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๓ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๔ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔ - ๖

กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๖ หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ ๗

๗_ การวัดและประเมินผล
๘_เสริมสาระ

วชิ า ส 31101 สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ขอบคุณสื่อการสอนจาก

๕หน่วยการเรียนรู้ที่

ระบอบการเมอื ง

การปกครอง

จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. วเิ คราะห์ปญั หาการเมืองทสี่ าคัญในประเทศจากแหล่งขอ้ มลู ตา่ งๆพร้อมทง้ั เสนอแนวทางแก้ไขชอ่ื ขุดประสงคไ์ ด้
๒. เสนอแนวทางการเมอื งการปกครองทน่ี าไปสู่ความเขา้ ใจและการประสานประโยชน์รว่ มกนั ระหวา่ งประเทศได้
๓. วเิ คราะห์ความสาคัญและความจาเป็นท่ีตอ้ งธารงรักษาไว้ ซึ่งการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตย อันมพี ระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมขุ ได้

ลกั ษณะการเมืองการปกครอง

• ประเทศตา่ งๆ ยอ่ มมีระบบการเมืองการปกครองทปี่ ระชาชนส่วนใหญข่ องประเทศเชอ่ื ว่าเหมาะสม กบั สภาพ
ทางเศรษฐกจิ สงั คม และวฒั นธรรม หากระบอบการเมอื งการปกครองในขณะนัน้ เกดิ ความไม่เหมาะสมต้องมี
การเปลยี่ นแปลงและพฒั นารปู แบบการเมืองการปกครองให้เหมาะสม ระบอบการปกครองที่ประเทศตา่ งๆ
ใชก้ ันอยู่ มี ๒ ระบอบ คอื ระบอบประชาธิปไตย และ ระบอบเผดจ็ การ

ระบอบประชาธปิ ไตย

• อานาจอธปิ ไตยเป็นอานาจสูงสุดในการปกครองประเทศ เปน็ อานาจท่มี าจากปวงชน ผ้ปู กครองต้อง
ไดร้ ับความยินยอมจากประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ
• รัฐบาลต้องเคารพสิทธิและเสรภี าพขั้นพน้ื ฐานของประชาชน ตอ้ งไมล่ ะเมิดสทิ ธิ เวน้ แตเ่ พ่อื รกั ษาความม่นั คงของชาติ

• ประชาชนมีสิทธเิ สมอภาคกนั ทจ่ี ะได้รบั การบริการจากภาครฐั

• รฐั บาลยดึ หลกั นติ ิรฐั เป็นบรรทัดฐานในการปกครองประเทศ และในการแกไ้ ขประเทศ ไม่ออกกฎหมายทม่ี ีผล
เป็นการลงโทษบุคคลยอ้ นหลัง

ระบอบเผด็จการ

• มีผนู้ าหรอื พรรคการเมอื งเพยี งกลุ่มเดยี ว มีอานาจสงู สดุ ในการปกครองประเทศ

• การรกั ษาความมั่นคงของผนู้ าสาคัญกว่าการค้มุ ครองสทิ ธิของประชาชน
• ผนู้ าหรือคณะผูน้ าสามารถทจี่ ะอยู่ในอานาจได้ตลอดชวี ติ หรือนานเท่าที่กลุ่มผรู้ ว่ มงานหรือกองทัพใหก้ าร

สนบั สนุน ประชาชนทั่วไปไม่มสี ิทธทิ ่จี ะเปลี่ยนผู้นาได้
• รัฐธรรมนูญและการเลอื กตง้ั ไมส่ าคัญต่อกระบวนการปกครอง โดยรัฐธรรมนูญ

เปน็ เพียงแคร่ ากฐานรองรับอานาจของผูน้ าหรอื คณะผูน้ าเท่าน้นั

รปู แบบของรฐั

รปู แบบของรัฐแบ่งได้เปน็ ๒ รปู แบบ

เอกรฐั หรือรฐั เด่ียว สหพันธรฐั หรอื รัฐรวม

เอกรฐั หรือรฐั เดย่ี ว

• รฐั ทมี่ ีรฐั บาลกลางเพยี งรฐั เดียวใช้อานาจอธปิ ไตย ประเทศท่ีมรี ปู แบบของรัฐเดยี่ ว เชน่
ปกครองดนิ แดนท้ังหมด อาจมกี ารกระจาย
อานาจใหท้ อ้ งถน่ิ ไดบ้ ริหารกิจการของท้องถิ่นได้ • ราชอาณาจักรสเปน
ตามท่ีรฐั บาลเหน็ สมควร • ญีป่ ่นุ
• สาธารณรฐั สงิ คโปร์
• ผลดีทเ่ี กดิ จากการปกครองรูปแบบน้ี คอื • ราชอาณาจกั รไทย
มคี วามเป็นเอกภาพสูง มคี วามเปน็ ปึกแผ่นม่ันคง
และประหยดั งบประมาณในการบริหารประเทศ

สหพนั ธรฐั หรือรัฐรวม

• รฐั ที่มีรัฐบาลสองระดบั คอื รฐั บาลกลางและรฐั บาล ประเทศท่ีมีรปู แบบของรัฐรวม เชน่
ท้องถ่นิ ของแตล่ ะมลรฐั รัฐบาลแต่ละระดบั จะใช้
อานาจอธิปไตยปกครองตามทีร่ ฐั ธรรมนญู กาหนดไว้ • สหรฐั อเมริกา
• สหพันธรัฐรสั เซีย
• ผลดจี ากการปกครองรูปแบบน้ี คอื ทาให้การปกครอง • มาเลเซีย
ส่วนท้องถิ่นเปน็ ไปอย่างท่วั ถงึ สามารถแกป้ ญั หาตา่ งๆ
ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ประเทศมีความเจรญิ ก้าวหนา้

การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมุข

• ประมขุ ของประเทศในระบอบประชาธปิ ไตย มีรปู แบบสาคญั ๒ รปู แบบ คอื พระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุขและประธานาธิบดี
เปน็ ประมุข โดยท้งั ๒ รูปแบบน้ี ประมขุ จะใชอ้ านาจตามทีร่ ัฐธรรมนญู กาหนดไว้ โดยประเทศทม่ี พี ระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข
พระองค์จะทรงใชอ้ านาจอธิปไตยผ่านสถาบนั การปกครอง ไดแ้ ก่ รฐั สภา คณะรฐั มนตรี และศาล โดยมีนายกรฐั มนตรีเปน็ หัวหน้า
รัฐบาลหรอื ฝา่ ยบริหาร

• สถาบันพระมหากษัตริย์มีบทบาทสาคญั ตอ่ การเมืองการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยในฐานะท่เี ปน็ สถาบนั ให้ความชอบธรรมแก่
สถาบันการปกครองอนื่ เป็นสถาบันทอ่ี ยใู่ นฐานะสูงสุดที่จะใหค้ าแนะนาตักเตอื นรัฐบาล อยูใ่ นฐานะสูงสดุ ในการท่จี ะแก้ไข
วิกฤตการณ์ทางการเมืองใหล้ ดความรุนแรงลงหรอื ขจัดใหห้ มดไปได้

การใชอ้ านาจอธิปไตย

อานาจนติ ิบัญญัติ

รัฐสภา

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชกิ วุฒิสภา

อานาจหนา้ ที่ อานาจหน้าที่
• เสนอและพิจารณากฎหมาย • พิจารณารา่ งพระราชบญั ญัติ
• ควบคุมการบริหารราชการแผน่ ดนิ • ควบคุมการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ
• มสี ทิ ธิเข้าช่ือเพ่อื ถอดถอนผู้ดารงตาแหน่งทางการเมอื ง • ควบคุมการตรากฎหมายที่ขัดต่อรฐั ธรรมนูญ
• ควบคุมการตรากฎหมายท่ีขัดหรือแยง้ ต่อรัฐธรรมนญู • มอี านาจในการถอดถอนผดู้ ารงตาแหนง่ ทางการเมอื ง

อานาจบรหิ าร

คณะรฐั มนตรี

อานาจหน้าที่
• กาหนดนโยบายการบริหารราชการแผน่ ดินใหม้ คี วามเปน็ ระเบียบเรียบร้อย
• รักษากฎหมายและความสงบเรยี บรอ้ ยเพ่ือให้ประชาชนปลอดภยั ในการดาเนนิ ชีวติ
• ควบคุมข้าราชการประจาให้นานโยบายไปปฏบิ ตั แิ ละประสานงานกบั กระทรวงตา่ งๆ ใหเ้ ป็นไปในทางเดยี วกนั
• ออกมตติ ่างๆ เพ่อื ให้กระทรวง กรมตา่ งๆ ถอื ปฏบิ ตั ิและเป็นแนวทางในการบรหิ ารจดั การ
• เสนอกฎหมาย พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนูญ รวมท้ังออกพระราชกาหนดใหใ้ ชบ้ งั คับ

ดังเชน่ พระราชบัญญตั ิ ในกรณฉี ุกเฉินรบี ดว่ นมีความจา เปน็ อันมิอาจหลกี เลย่ี งได้ในอนั ทจ่ี ะรกั ษาความปลอดภยั

ของประเทศ ให้ประเทศมคี วามม่ันคง

อานาจตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ • พจิ ารณาร่างพระราชบัญญตั ิท่ีผา่ นการเหน็ ชอบจากรัฐสภา
ศาล ศาลยุตธิ รรม • พจิ ารณาวินจิ ฉัยบทบัญญัตแิ หง่ กฎหมาย
• พจิ ารณาปัญหาหน้าที่ขององค์กรต่างๆ

• พิจารณาพิพากษาคดที ัง้ ปวง
• พิจารณาคดีแพง่ และคดอี าญาท่มี กี ารอทุ ธรณ์
• พิจารณาคดตี ามทก่ี ฎหมายบญั ญัติ

ศาลปกครอง • พจิ ารณาคดที ี่เกย่ี วกบั การใช้อานาจทางการปกครองตาม
กฎหมายตามท่ีกฎหมายบัญญัติ

ศาลทหาร • พิจารณาคดีอาญาซึง่ ผ้กู ระทาผิดเปน็ บุคคลทีอ่ ยใู่ น
อานาจศาลทหาร

ฐานะและพระราชอานาจของพระมหากษัตรยิ ์

รฐั ธรรมนูญบัญญตั วิ ่า “ประเทศไทยมกี ารปกครองระบอบประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมุข”
และ “อานาจอธิปไตยเปน็ ของปวงชนชาวไทย พระมหากษตั ริยผ์ ู้ทรงเปน็ ประมขุ ทรงใช้อานาจน้ันทางรฐั สภา
คณะรฐั มนตรี และศาลตามบทบญั ญัติแห่งรฐั ธรรมนญู นี้”

พระมหากษตั ริย์ของประเทศไทยทรงอยู่เหนือการเมอื ง และทรงมีฐานะและพระราชอานาจตามรฐั ธรรมนูญ ดงั น้ี

๑ ทรงอยู่ในฐานะประมขุ ของประเทศ
๒ ทรงเปน็ กลางและทรงอยเู่ หนือการเมือง
๓ ทรงดารงอยู่ในฐานะอนั เปน็ ทเ่ี คารพสกั การะ
๔ ทรงเปน็ ตัวแทนของปวงชนชาวไทย
๕ ทรงเปน็ เอกลกั ษณ์และศนู ย์รวมแห่งความสามัคคี

อทิ ธพิ ลของระบอบการเมืองการปกครองท่มี ีผลต่อการดาเนินชวี ิต

• ประชาชนทกุ คนตกอยภู่ ายใต้อทิ ธพิ ลของระบอบการเมอื งการปกครองไม่ว่าจะเปน็ ระบอบเผดจ็ การ หรอื ระบอบ
ประชาธปิ ไตย ยอ่ มส่งผลต่อการดาเนินชีวิตของประชาชน อาจดขี ึน้ หรอื เลวรา้ ยลง ขนึ้ อยู่กับการนามาใชใ้ ห้สอดคล้อง
กับวฒั นธรรมและสงั คมของประเทศนน้ั ๆ

อิทธิพลของระบอบการเมอื งการปกครองมีผลตอ่ การดาเนนิ ชีวติ ของคนไทย ดงั นี้

๑ ทาให้ประชาชนในสังคมเห็นความสาคัญของการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย
๒ ประชาชนเกิดความตระหนักในสิทธแิ ละหน้าท่ีของตนเองตอ่ การปกครอง
๓ ทาให้ประชาชนตน่ื ตวั ทางการเมอื ง มีสว่ นร่วมสนบั สนนุ กจิ กรรมทางการเมอื ง
๔ ทาใหเ้ กดิ การแสดงความคดิ เห็นอย่างมเี หตผุ ล ทงั้ ทเี่ ห็นด้วยและไม่เห็นดว้ ย
๕ ทาให้คนในท้องถ่นิ รว่ มมือกนั ปกป้องผลประโยชนข์ องท้องถิน่ ตน

สถานการณก์ ารเมอื งการปกครองของสงั คมไทย

ปัจจัยสาคญั ทเ่ี กื้อหนนุ ให้สถานการณก์ ารเมอื งการปกครองของไทยมีความขัดแยง้
ระหว่างรฐั บาลกบั ประชาชนน้อยกวา่ บางประเทศ

• สามารถปรบั สถานการณ์ดา้ นตา่ งๆ ของประเทศให้สอดคล้องกบั กระแสโลกาภวิ ัตน์ ท้ังดา้ นการเมอื ง เศรษฐกิจ และสังคม
รวมท้งั พยายามพง่ึ พาตวั เองในดา้ นเศรษฐกิจและสังคมใหม้ ากที่สุด เช่น การน้อมนาเอาโครงการเศรษฐกิจพอเพยี งมาใช้

• ไมม่ ีความขดั แย้งระหว่างกลุม่ ต่างเช้ือชาติหรือกลุม่ ต่างศาสนาเหมือนบางประเทศ คนไทยสว่ นใหญไ่ ม่ลบหลู่ศาสนาอ่นื มจี ิตใจ
เอ้ืออารตี อ่ ทาให้คนทุกเชอ้ื ชาตทิ ุกศาสนาสามารถอยู่รว่ มกันได้อย่างสนั ติ

• มสี ถาบนั พระมหากษตั ริยเ์ ปน็ ท้งั เอกลกั ษณ์ของชาตแิ ละศนู ย์รวมแห่งความสามัคคขี องคนในชาติ พระมหากษตั ริย์ของไทยทรง
เปน็ อัครศาสนปู ถมั ภก ทรงหว่ งใยชาวไทยทุกหมู่เหล่าทกุ ภูมภิ าค ทาให้ทรงเป็นท่เี คารพสักการะและเป็นศนู ย์รวมจิตใจของชาว
ไทยทง้ั ประเทศ

• มกี ารปฏริ ูปการเมืองไทยท้งั ระบบใหเ้ ป็นการเมอื งของพลเมอื ง เพอ่ื ให้มคี วามโปรง่ ใส ตรวจสอบได้ นักการเมืองมคี ุณธรรม
จรยิ ธรรม ลดปญั หาทุจริตคอร์รัปชนั การแสวงหาผลประโยชน์สว่ นตน มีบทลงโทษที่เดด็ ขาด มีองคก์ รทางการเมืองและ
ประชาชนเป็นผู้ตรวจสอบ

ปญั หาการเมอื งสาคัญทีเ่ กิดข้นึ ภายในประเทศ

• แมว้ า่ ประเทศไทยจะมกี ารปกครองระบอบประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แตส่ ถานการณ์
ปัญหาทางการเมืองของประเทศก็ยังคงมมี าอยา่ งต่อเน่ือง ซ่ึงอาจเกิดจากปัจจยั หลายประการดว้ ยกนั เชน่
ประชาชนส่วนใหญข่ องประเทศยงั ขาดการมีส่วนรว่ มในกิจกรรมทางการเมืองการปกครอง ผลประโยชนแ์ อบแฝง
ของนักการเมอื งบางส่วน เปน็ ตน้

ปัญหาการเมอื งสาคัญทเ่ี กดิ ขน้ึ ภายในประเทศ
• ความคิดเห็นทางการเมอื งของคนไทยแตกต่างกัน
• ความออ่ นแอของฝา่ ยบรหิ าร

• พรรคการเมอื งมจี านวนมากเกนิ ไป

• เกิดปญั หาทุจรติ คอร์รัปชนั่ ในวงกวา้ ง

• นกั การเมืองบางคนอาศยั อานาจทางการเมืองเพอ่ื หาผลประโยชนใ์ หก้ ับตนเอง

การดาเนินนโยบายด้านความสมั พนั ธ์ระหว่างประเทศของไทย

• ปัจจบุ ันประเทศตา่ งๆ ทว่ั โลกให้ความสาคญั กับการสรา้ งสนั ติภาพและความมัน่ คงทางเศรษฐกิจ
มีการติดตอ่ แลกเปลย่ี นช่วยเหลือกนั ทงั้ ภายในภูมภิ าคและภายนอกภูมิภาค มีรูปแบบการสร้าง
ความสัมพันธ์ทั้งทางด้านการทูต การค้า การแลกเปล่ียนทางด้านวัฒนธรรม การศึกษา กีฬา
และเทคโนโลยี

• ประเทศไทยได้มีการร่วมมอื แลกเปลย่ี นและสร้างความสมั พนั ธก์ บั ประเทศตา่ งๆ ในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้และประเทศต่างๆ ท่ัวโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อการประสานประโยชน์ร่วมกัน
และสรา้ งความสมั พันธ์ท่ดี ีตอ่ กนั ในรูปแบบตา่ งๆ เช่น ร่วมจัดต้ังองค์กรระหว่างประเทศ เข้าร่วม
เปน็ สมาชิกองค์การด้านความรว่ มมือตา่ งๆ เป็นต้น

การเปน็ สมาชกิ องค์การความร่วมมอื ระหว่างประเทศ

องคก์ ารสหประชาชาติ (UN)

• ไดร้ บั การจัดตงั้ ข้ึนเมื่อวนั ที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ (ค.ศ. ๑๙๔๕)
หลังสงครามโลกคร้ังท่สี องยุตลิ ง มีสานกั งานใหญ่ต้ังอยู่ท่กี รุงนวิ ยอรก์
ประเทศสหรฐั อเมรกิ า ปัจจบุ นั มปี ระเทศเอกราชทกุ ภูมภิ าคเป็นสมาชิก
ไม่ตา่ กว่า ๑๙๐ ประเทศ

วตั ถปุ ระสงค์

• รกั ษาสนั ตภิ าพ ความมน่ั คง และพฒั นาความสมั พนั ธ์ระหว่างประเทศ โดยอย่บู นพนื้ ฐานของหลักสิทธมิ นุษยชนและความเทา่ เทียมกนั
ของมนุษย์

• ส่งเสรมิ ประชาธิปไตย สิทธิ เสรภี าพ ความเสมอภาค บนพนื้ ฐานของหลกั ความยุติธรรมและกฎหมายระหวา่ งประเทศ
• อนรุ กั ษ์และบูรณะสถานทีส่ าคัญทางประวตั ศิ าสตร์ วัฒนธรรม และสถาปตั ยกรรม

สมาคมประชาชาติแหง่ เอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ (ASEAN)

• ก่อต้ังเม่อื พ.ศ. ๒๕๑๐ (ค.ศ. ๑๙๖๗) โดยมีสมาชิกเริ่มแรก ๕ ประเทศ
คอื ไทย อนิ โดนีเซยี มาเลเซีย ฟลิ ปิ ปินส์และสิงคโปร์ ปจั จบุ นั มีสมาชิก
๑๐ ประเทศ โดยสมาชกิ เพ่มิ เตมิ ได้แก่ บรูไน เวียดนาม ลาว เมยี นมา
และกัมพชู า มีสานกั งานใหญต่ ้งั อยทู่ ี่กรงุ จาการต์ า ประเทศอินโดนเี ซยี

วัตถปุ ระสงค์

• ส่งเสริมเสถียรภาพ สนั ติภาพ และความมน่ั คงภายในภูมภิ าค
• เสรมิ สร้างความสมั พันธ์อันดกี ับประเทศนอกภูมิภาค
• เพื่อเรง่ รัดความเติบโตทางเศรษฐกจิ ความก้าวหน้าทางสังคมและวฒั นธรรมของภูมภิ าค
• ส่งเสริมความร่วมมอื ในทางวิชาการ ทั้งการฝึกอบรม การแลกเปลยี่ นเรยี นรู้และการวิจยั

เขตการคา้ เสรอี าเซียน (AFTA)

• เปน็ ความรว่ มมือทางเศรษฐกจิ ของประเทศในกลุ่มอาเซียน ซง่ึ เปน็ ความคิด
ริเรม่ิ ของนายอานันท์ ปันยารชนุ นายกรัฐมนตรขี องไทยในขณะนนั้ ทเี่ สนอตอ่
ท่ีประชมุ สุดยอดอาเซียน ณ ประเทศสิงคโปร์ เม่อื พ.ศ. ๒๕๓๕

วตั ถปุ ระสงค์

• สง่ เสรมิ การค้าในอาเซียนให้ขยายตวั เพ่ิมข้นึ
• ลดภาษแี ละอปุ สรรคขอ้ กดี ขวางทางการค้า เพอื่ ดึงดูดการลงทุนจากตา่ งชาติ
• เพ่ิมขีดความสามารถในการต่อรองทางการค้าโลก
• เป็นเปน็ เวทแี สดงความคิดเหน็ หากถกู เอารัดเอาเปรยี บทางการคา้ จากประเทศอ่นื

ความร่วมมือทางเศรษฐกจิ ในภมู ภิ าคเอเชยี -แปซิฟิก (APEC)

• กอ่ ตั้งขนึ้ ใน พ.ศ. ๒๕๓๒ (ค.ศ. ๑๙๘๙) ตามขอ้ เสนอของนายบ๊อบ ฮอรก์
(Bob Hawke) อดีตนายกรฐั มนตรีประเทศออสเตรเลยี ปัจจบุ ันมีสมาชกิ
๒๑ เขตเศรษฐกิจ

วตั ถปุ ระสงค์

• ส่งเสริมและพฒั นาระบบการค้า เพ่ือการขยายตวั ทางเศรษฐกิจของภมู ภิ าคและของโลก
• เปน็ เวทีสาหรับให้สมาชกิ ปรกึ ษาหารือ แลกเปลี่ยนขอ้ คดิ เห็นกนั ทางดา้ นเศรษฐกิจ
• สง่ เสรมิ ให้การคา้ และการลงทนุ เป็นไปอย่าเสรี
• ลดอปุ สรรคและอานวยความสะดวกทางการค้าและบรกิ ารระหว่างประเทศสมาชิก

องค์การการค้าโลก (World Trade Organization : WTO)

• เปน็ องค์การระหวา่ งประเทศทจี่ ดั ต้ังขนึ้ ตามข้อตกลงทั่วไปว่าดว้ ยภาษีศุลกากร
และการค้าหรือแกตต์ (GATT) โดยไดร้ ับการจดั ตัง้ อยา่ งเป็นทางการ
เม่ือวันท่ี ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘ สาหรบั ประเทศไทยก็เป็นสมาชิกรว่ มกอ่ ตัง้ ด้วย

วัตถุประสงค์

• ส่งเสรมิ ให้การค้าระหว่างประเทศเปน็ ไปโดยเสรีมากขึ้น
• ส่งเสรมิ การแขง่ ขนั ทางการค้าทเ่ี ป็นธรรมไม่เลือกปฏิบตั ิ
• กากับดูแลการดาเนินงานของประเทศสมาชิกใหเ้ ปน็ ไปตามขอ้ ตกลงขององคก์ ารการค้าโลก
• ยุตขิ อ้ พพิ าททีอ่ าจมขี ึ้นระหว่างประเทศสมาชิก
• เปน็ เวทเี จรจาการค้าของประเทศสมาชกิ
• ตดิ ตามและตรวจสอบนโยบายทางการคา้ ของประเทศสมาชกิ อย่างสม่าเสมอ

การแลกเปลย่ี นเพ่ือช่วยเหลอื และส่งเสรมิ ด้านเศรษฐกจิ การศกึ ษา สงั คมและวัฒนธรรม

ด้านเศรษฐกิจ

• ความรว่ มมอื ระหวา่ งไทย - ลาว เชน่ เช่น สะพานมิตรภาพไทย - ลาว แหง่ ท่ี ๑,๒ เพ่ือเดนิ ทางสะดวกและชว่ ยเหลือเกอ้ื กูลด้านเศรษฐกจิ
• ความร่วมมอื ระหว่างไทย - ลาว - เวียดนาม - จนี ในการสรา้ งเส้นทางคมนาคมเชือ่ มตอ่ กัน เพือ่ ความสะดวกในการติดตอ่ ค้าขาย
• ความรว่ มมอื ระหว่างไทย - สหภาพพม่า - ลาว - กมั พชู า - เวยี ดนาม ตามโครงการความรว่ มมอื ทางเศรษฐกิจอริ วดี - เจ้าพระยา - แมโ่ ขง

เพ่ือสรา้ งความเจริญกา้ วหน้าทางดา้ นเศรษฐกจิ สงั คม การเมือง วัฒนธรรม และการทอ่ งเที่ยว
• ความรว่ มมือระหวา่ งไทย - ลาว - กัมพชู า - เวยี ดนาม ในโครงการพัฒนาทรพั ยากรนา้ ในลุม่ แมน่ ้าโขงตอนลา่ ง เพอ่ื การใช้ประโยชนจ์ าก

แมน่ า้ โขงร่วมกนั

ดา้ นการศึกษา

• มีการไปศกึ ษาดูงาน การไปศึกษาตอ่ ทีต่ ่างประเทศ โครงการทนุ การศึกษาจากประเทศต่างๆ การแลกเปล่ียนนักศึกษา
โครงการทาวิจัยรว่ มกนั เปน็ ต้น

ด้านสังคมและวฒั นธรรม

• ความรว่ มมือในการเผยแพรแ่ ละแลกเปลีย่ นวัฒนธรรมกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ด้วยการจดั แสดงนทิ รรศการดา้ นศลิ ปวัฒนธรรม
ประกวดวรรณกรรมรางวัลซีไรต์ แขง่ ขันกฬี า การจดั นิทรรศการทางดา้ นศิลปะ เป็นต้น


Click to View FlipBook Version