The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จันทร์ทอง สามลอ, 2023-09-11 22:11:12

เวียงแหง

เวียงแหง

รายงาน เรื่อง ชมความงามนามว่าเวียงแหง จัดทําโดย 6410540131012 นางสาวจันทร์ทอง สามลอ เสนอ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช สอาดเอี่ยม รายงานเล่มนี้เป็ นส่วนหนึ่งของรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาค้นคว้ารหสัวิชา GE4005 ภาคเรียนที่ 1/2566สาขาวิชาการสอนภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยัมหามกฏุราชวิทยาลยัวิทยาเขตล้านนา


คํานํา รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาค้นคว้า รหัสวิชา GE400 ภาคเรียนที่ 1/2566 สาขาวิชาการสอนภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ เกี่ยวกับอําเภอเวียงแหงและได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์กับการเรียน การท่องเที่ยว ความเป็นอยู่ ของผู้คนและอื่นๆ ซึ่งรายงานฉบับนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นมาของอําเภอเวียงแหง ความสําคัญของ อําเภอเวียงแหง วัฒนธรรมต่างๆอิทธิพลที่ทําให้เกิดอําเภอเวียงแหงต่างๆ ที่สะท้อนความคิด ความเชื่อ ของ แต่ละชนเผ่า การศึกษาค้นคว้าเรื่อง “ชมความงามนามว่าเวียงแหง” เล่มนี้ ผู้จัดทําได้วางแผนการดําเนินงาน การศึกษาค้นคว้าเป็นระยะเวลา 1 เดือนศึกษาจากแหล่งความรู้ต่างๆ อาทิหนังสือ เว็บไซต์การท่องเที่ยว คนในพื้นที่และแหล่งความรู้จากเว็บไซต์ต่างๆ การจัดทํารายงานฉบับนี้สําเร็จตามวัตถุประสงค์ไปด้วยดี ผู้จัดทําขอขอบผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช สะอาดเอี่ยม ที่ท่านได้ให้คําแนะนําการเขียนรายงานจน ทําให้รายงานฉบับนี้สมบูรณ์ในด้านแผนปฏิบัติศึกษาการทํารายงาน การเรียบเรียง เนื้อหา การเขียน บรรณานุกรมได้สําเร็จลุล่วงไปด้วยดี ผู้จัดทําหวังว่ารายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านหรือนักเรียน นักศึกษา ที่กําลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนําหรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทําขอน้อมรับไว้และขอ อภัยมา ณ ที่นี้ด้วย จันทร์ทอง สามลอ ผู้จัดทํา


สารบัญ เรื่อง หน้า คํานํา ก สารบัญ ข เวียงแหง ตั้งอยู่ที่ไหน 1-2 ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิอากาศ 2-4 วัฒนธรรมประเพณี 4-5 ท่องเที่ยวอําเภอเวียงแหง 5-10 ร้านอาหารขึ้นชื่อของอําเภอเวียงแหง 10-11 อาหารขึ้นชื่อของอําเภอเวียงแหง 12-15 บรรณานุกรม 16


สารบัญภาพ เรื่อง หน้า ภาพที่ 1 : แสดงภาพข่วงอนุสรณ์สถานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 5 ภาพที่ 2 : แสดงภาพนํ้าตกแม่หาด 6 ภาพที่ 3 : แสดงภาพพระบรมธาตุแสนไห 6 ภาพที่ 4 : แสดงภาพวัดฟ้าเวียงอินทร์ 7 ภาพที่ 5 : แสดงภาพบ้านเปียงหลวง 8 ภาพที่ 6 : แสดงภาพโครงการหลวงดอยแปกแซม 8 ภาพที่7 : แสดงภาพจุดชมวิวดอยดํา 9 ภาพที่ 8 : แสดงภาพจุดชมวิวฮาดู่บิ 9 ภาพที่ 9 : แสดงภาจุดชมวิวซี หลง ซัง 10 ภาพที่ 10 : แสดงภาพจุดชมวิวม่อนตาแอะ 11 ภาพที่ 11 : แสดงภาพข้าวแรมฟืน 12 ภาพที่ 12 : ถั่วเน่าแผ่นแม่ตุ้ย 13 ภาพที่13 : แสดงภาพข้าวซอยหนาก 14 ภาพที่ 14 : แสดงภาพสุกี้ยูนาน 15 ภาพ15 : แสดงภาพผักกาดดอง สูตรยูนนาน 15


1 เวียงแหง ตั้งอยู่ที่ไหน อําเภอเวียงแหง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ อาณาเขตส่วนหนึ่งเป็น พรมแดนระหว่างประเทศไทยและเมียนมา โดยมีทิศเหนือติดต่อกับรัฐฉาน (ประเทศเมียนมา) ทิศตะวันออก และทิศใต้ติดต่อกับอําเภอเชียงดาว และทิศตะวันตกติดต่อกับอําเภอปาย (จังหวัดแม่ฮ่องสอน) ห่างจากตัว เมืองเชียงใหม่ประมาณ 150 กิโลเมตร แต่ต้องใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง เพราะเป็นทาง ขึ้น-ลงเขาที่สูงชันและอันตรายตํานานเรื่องราวที่เกี่ยวกับลํานํ้าแม่แตงเล่าว่า.. ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระอานนท์องค์อุปฐากเสด็จจาริกและสั่งสอนโปรดสรรพสัตว์ทั้งหลาย จนได้บรรลุถึงเมือง ๆ หนึ่ง พระองค์ได้ประทับพักแรม ณ ยอดเขาเตี้ย ๆ ลูกหนึ่ง พอรุ่งเช้าวันใหม่ ก็ได้มีพวกชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยง หรือเรียกอีกชื่อว่า (ปกากะญอ) บ้านแม่ยางกุ่มได้นําข้าวปลาอาหาร นํ้าดื่ม พร้อมกับแตงโมมาถวายพระ พุทธองค์ พระอานนท์ก็นําแตงโมไปปลอกเปลือกและผ่าเป็นซีกๆ แล้วทิ้งเปลือกแตงโมลงไปในลําธาร ซึ่ง ต่อมาลําธารแห่งนี้ก็ปรากฏชื่อว่า “ลํานํ้าแม่แตง” ในขณะที่พระพุทธองค์ได้เสวยแตงโมที่พระอานนท์นําไป ถวายอยู่นั้น พระทนต์(ฟัน) ก็กระเทาระออกมา เรียกว่าแหง ด้วยเหตุนี้จึงได้เรียกต่อ ๆ กันมาว่า “เวียงแหง” ซึ่งเคยเป็นเมืองที่มีเจ้าเมืองเป็นชาวไทยใหญ่ เป็นเมืองหน้าด่านของเมืองเชียงใหม่ เจ้าเมืองคนสุดท้าย คือ พ่อแหงชาววา มีอายุอยู่ในช่วงปี พุทธศักราช 2472 ปัจจุบันยังคงมีสถูปบรรจุอัฎฐิอยู่ทางทิศใต้ของอําเภอ เวียงแหงและยังปรากฏคูเมือง ทางทิศตะวันออกและทิศเหนือของบ้านเวียงแหง เวียงแหงนั้นแต่เดิมเป็น ตําบลขึ้นอยู่กับอําเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ สภาพเป็นท้องที่กันดารและติดกับชายแดนประเทศเมียน มาร์(พม่า) มีสภาพค่อนข้างเป็นเมืองปิด การคมนาคมขนส่งยากลําบาก ทําให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการ ปกครอง พัฒนา และการป้องกันรักษาความสงบ ต่อมาจึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นกิ่งอําเภอเวียงแหง เวียงแหง เมืองหน้าด่านสําคัญในอดีต อําเภอเวียงแหงมีชื่อเดิมว่า “เมืองแหง” มีความสําคัญในฐานะเป็นเมืองหน้าด่าน เมืองยุทธศาสตร์ ตามเส้นทางการเดินทัพและการค้าระหว่างเมืองเชียงใหม่ ราชธานีของอาณาจักรล้านนากับเมืองอังวะ (Ava) โดยเดินทางผ่านเมืองนาย (ปัจจุบันอยู่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา และตั้งอยู่ห่างจากชายแดนเวียงแหง ไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 200 กิโลเมตร) เมืองแหงตั้งอยู่กึ่งกลางของเส้นทางระหว่างเมือง เชียงใหม่กับเมืองนาย โดยเดินทางตามลํานํ้าแม่แตง เป็นพื้นที่ราบกว้างใหญ่ เหมาะแก่การเพาะปลูกและ สะสมเสบียงอาหารเลี้ยงกองทัพ มีเหตุการณ์สําคัญที่เกิดขึ้น ณ เมืองนี้มากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดังนี้ • เคยเป็นเส้นทางเดินทัพของพระเจ้าบุเรงนอง ที่ทรงกรีธาทัพกองทหารจากเมืองนาย 90,000 นาย ข้ามผ่านแม่นํ้าสาละวินมายึดเมืองเชียงใหม่เมื่อปี 2101


2 • เป็นเส้นทางเดินทัพสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงยกทัพทหาร 100,000 นาย มุ่งไปยึดเมือง นายกลับคืน และตรงไปทําลายพระเจ้ากรุงอังวะในปี 2148 • เป็นเส้นทางหลบหนีของแม่ทัพเนเมียวสีหบดี ขุนศึกพม่าผู้พิชิต 3 อาณาจักร คือ ล้านนา ล้านช้าง และอยุธยา หลังจากถูกกองทัพพระเจ้าตากสินขับไล่ออกจากเมืองเชียงใหม่ในปี2317 จนต้อง หลบหนีไปตั้งหลักอยู่ที่เมืองนาย • เป็นเส้นทางเดินทัพที่พม่ากลัวกองทัพเชียงใหม่จะไปโจมตีพม่ามากที่สุดในปี 2388 เพราะ ระยะทางสั้น เดินง่าย และเป็นทางใหญ่ ลดฐานะจากเมืองแหงเป็นตําบลเมืองแหง ขึ้นกับอําเภอ เชียงดาว ประมาณปี 2457 • เป็นเป้าหมายของฝ่ ายสัมพันธมิตร โดยส่งฝูงบินทิ้งระเบิดเพื่อตัดเส้นทางยุทธศาสตร์สาย เชียงใหม่-แม่แตง-เวียงแหง-พม่า สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ยกฐานะเป็นอําเภอเวียงแหง เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2536 อําเภอเวียงแหงที่ตั้งและอาณาเขต อยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย มีอาณาเขต ติดต่อกับอําเภอ จังหวัด และประเทศใกล้เคียงดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับรัฐฉาน ประเทศเมียนมาร์(พม่า) ทาง ทิศตะวันออกและทิศใต้ ติดต่อกับอําเภอเชียงดาว ทิศตะวันตกนั้นติดต่อกับอําเภอปาย (จังหวัดแม่ฮองสอน) ส่วนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น อําเภอเวียงแหงได้มีการแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 3 ตําบล 23 หมู่บ้าน ได้แก่ 1. ตําบลเมืองแหง ( Mueang Haeng ) 12 หมู่บ้าน 2. ตําบลแสนไห ( Saen Hai ) 5 หมู่บ้าน 3. ตําบลเปียงหลวง ( Piang Luang ) 6 หมู่บ้าน การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อําเภอเวียงแหงประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 แห่ง ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตําบลเมืองแหง ครอบคลุมพื้นที่ตําบลเมืองแหงทั้งตําบลเทศ บาลตําบลแสนไห ครอบคลุมพื้นที่ตําบลแสนไหทั้งตําบลองค์การบริหารส่วนตําบลเปียงหลวง ครอบคลุมพื้นที่ตําบลเปียงหลวง ทั้งตําบล ลกัษณะภมูิประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่ของอําเภอเวียงแหง ประกอบด้วย ภูเขาสูงและป่าไม้ต้นนํ้าลําธาร ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 93% ของพื้นที่อําเภอ มีพื้นที่ราบ และที่ราบเชิงเขา มีลักษณะยาวรี ทอดตัวในแนวทิศเหนือ – ทิศใต้ ของ อําเภอเป็นพื้นที่ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ราบลุ่มนํ้าแตง ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและที่ทํากิน มี เนื้อที่ประมาณ 7% ของพื้นที่อําเภอ หรือประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ราบนี้มีความสูงเฉลี่ยประมาณ 750 เมตร จากระดับนํ้าทะเล


3 ลกัษณะภมูิอากาศ ภูมิอากาศโดยทั่วไปของอําเภอเวียงแหง จะมีสภาพอากาศเย็นสบาย ฤดูฝน จะมีฝนตกชุกค่อนข้าง สมํ่าเสมอ และยาวนานเนื่องจากยังคงมีป่าในพื้นที่อําเภออยู่มาก ประกอบกับป่าในเขตพม่ายังมีความอุดม สมบูรณ์ ฤดูฝนจะเริ่มประมาณเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของอําเภอเวียง แหง เป็นที่สูงและล้อมรอบด้วยภูเขา จึงทําให้มีอากาศหนาวและเย็น เป็นช่วงยาวนานเช่นกัน โดยเริ่มหนาว เย็นตั้งแต่ปลายฤดูฝนคือประมาณเดือนปลายตุลาคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิตํ่าสุดประมาณ 5 องศา เซลเซียส ส่วนฤดูร้อนจะมีช่วงค่อนข้างสั้นประมาณ 2 เดือนตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึงเดือนเมษายน ส่วนความ แห้งแล้งจะเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายน อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 35 องศาเซลเซียส ทรัพยากรธรรมชาติอําเภอเวียงแหง มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้และภูเขาสูงเป็นชั้นคุณภาพลุ่มนํ้าชั้น 1A และ 1B ซึ่งเป็นป่าต้นนํ้าลําธาร ทรัพยากรแร่ธาตุ ทรัพยากรแร่ที่สําคัญของอําเภอเวียงแหง คือแร่ลิกไนท์ ซึ่งมีที่บ้านห้วยไคร้ หมู่ที่ 5 ต.เปียงหลวง บ้านธาตุ หมู่ที่ 4 ต.แสนไห บ้านปางป๋ อ หมู่ที่ 5 ต.แสนไห บ้านกองลม หมู่ที่ 2 ต.เมืองแหง ทรัพยากรนํ้า แหล่งนํ้าธรรมชาติที่สําคัญของอําเภอเวียงแหงมีลํานํ้าที่สําคัญซึ่งมีนํ้าไหลตลอดปีแม่นํ้าสายสําคัญ ของอําเภอเวียงแหง 1. ลํานํ้าแม่แตง เป็นลํานํ้าหลักและใหญ่ที่สุด ไหลผ่านพื้นที่ราบของอําเภอ จากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้ 2. ห้วยแม่หาด จัดเป็นลําห้วยขนาดใหญ่ ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรและเป็นแหล่งนํ้าสําหรับ ประปาภูเขา ของหลายหมู่บ้าน อยู่ทางทิศตะวันออกของอําเภอ มีนํ้าตกแม่หาด ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วย 3. ห้วยแม่แตะ เป็นลําห้วยขนาดค่อนข้างใหญ่ อยู่ทางทิศใต้ของอําเภอ 4. ห้วยแม่ฮ่องจุ๊ เป็นลําห้วยขนาดกลาง ผ่านพื้นที่เกษตรกรรมหลายหมู่บ้าน 5. ลําห้วยเมี่ยง เป็นลําห้วยขนาดกลางอยู่ทางทิศเหนือของอําเภอใช้ประโยชน์ทางการเกษตร เศรษฐกิจ อาชีพหลักของอําเภอเวียงแหง คืออาชีพทําการเกษตร และการเลี้ยงสัตว์ พืชที่สําคัญ คือ ข้าว ข้าวโพด กระเทียม พริก กะหลํ่าปลี แตงกวา ส่วนการปลูกไม้ผล เช่น มะม่วง ลิ้นจี่ ลําไย ส้ม ยังมีไม่มาก เนื่องจาก ต้นทุน การผลิตค่อนข้างสูงและใช้เวลายาวนานกว่าจะได้ผลผลิต อีกทั้งราคาไม่แน่นอนพื้นที่ทําการเกษตรทั้งหมด ประมาณ 33,996 ไร่ แยกเป็น


4 1. พื้นที่ทํานา 7,118 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 08.35 % 2. พื้นที่ปลูกไม้ผล 2,183 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3.89 % 2. พื้นที่ปลูกผัก 1,075 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 2.40 % 2. พื้นที่ปลูกพืชไร่ 4,350 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3.36% 2. พื้นที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ 19,269 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 43.18% อําเภอเวียงแหงมีความหลากหลายของชาติพันธ์ ประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่ม เช่น ไทย พื้นเมือง,ไทยใหญ่, ชาวไทยลื้อ, ลีซอ, กระเหรี่ยง, มูเซอ, ปะโอ, ปะหล่อง, จีนฮ่อ จึงเรียกว่าเมือง 9 เผ่า มี การแบ่งเขตกันอยู่เป็นกลุ่ม ๆ โดยมีหัวหน้ากลุ่มปกครองดูแลอยู่ในความควบคุมของผู้ใหญ่บ้านและส่วน ราชการไทย อาศัยอยู่ร่วมกันในหมู่บ้านตําบลต่างๆ ซึ่งสามารถอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างผสมกลมกลืน แต่จะมี ปัญหาด้านการติดต่อสื่อสารภาษา วัฒนธรรมและประเพณีอยู่บ้าง วัฒนธรรมประเพณี อําเภอเวียงแหงมีลักษณะวัฒนธรรมผสมระหว่าง ชนภาคเหนือกับชนเชื้อสายไทยใหญ่กับชนกลุ่ม น้อยต่างๆ เช่น กลุ่มจีนฮ่อ กลุ่มชาวเขาเผ่าลีซอ กลุ่มชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยง โดยยึดถือตามแบบการนับถือ ศาสนาเป็นหลัก ประเพณีที่สําคัญต่างๆ มีดังนี้ • ประเพณีปอยส่างลอง (งานบวชเณรกลุ่มไทยใหญ่) • ประเพณีสงกรานต์ • ประเพณีสรงนํ้าพระธาตุแสนไห และพระธาตุองค์อื่นๆ ในอําเภอเวียงแหง • ประเพณีลอยกระทง • ประเพณีกินวอ (ประเพณีปีใหม่กลุ่มพี่น้องชนเผ่าลีซอ และมูเซอ) • ประเพณีคริสต์มาส (กลุ่มพี่น้องชนเผ่ากระเหรี่ยง) • ประเพณีวันตรุษจีน(กลุ่มพี่น้องจีนฮ่อ) • ประเพณีปอยซัมต่อ (กลุ่มพี่น้องไทยใหญ่) • ประเพณีเลี้ยงฝายและเลี้ยงเมือง • ประเพณีปอยหางนํ้า (กลุ่มพี่น้องไทยใหญ่)


5 แหล่งท่องเที่ยวอําเภอเวียงแหง แม้จะเป็นอําเภอเล็ก ๆ ที่แบ่งการปกครองย่อยไปอีก 3 ตําบล ประกอบด้วย ตําบลเมืองแหง ตําบล เปียงหลวง และตําบลแสนไห แต่เวียงแหงก็ยังมีความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ภูมิอากาศที่เย็นสบาย ยาม เช้ามีหมอกสวย ๆ อีกทั้งยังมีลักษณะวัฒนธรรมผสมผสานระหว่างชนภาคเหนือกับชนเชื้อสายไทใหญ่กับ ชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ เช่น กลุ่มจีนฮ่อ กลุ่มชาวเขาเผ่าลีซอ กลุ่มชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง นอกจากนี้เวียงแหงก็ยัง มีสถานที่สําคัญน่าเที่ยวต่าง ๆ มากมายทั้งสถานที่ทางประวัติศาสตร์ วัดวาอาราม และจุดชมวิวทะเลหมอก สวย ๆ ได้แก่ 1. ข่วงอนุสรณ์สถานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งอยู่ที่บ้านปางควาย หมู่ 9 ตําบลเมืองแหง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวร มหาราช ขนาด 1 เท่าครึ่งของพระองค์จริง ประทับนั่ง พระหัตถ์ขวาทรงพระสุวรรณภิงคารหลั่งนํ้า ทักษิโณทกประกาศอิสรภาพ พระหัตถ์ซ้ายทรงพระแสงดาบ สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกและเป็น อนุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่พระองค์ได้ทรงเสียสละในการกอบกู้เอกราชให้เราเป็นไทยมาจนถึงทุก วันนี้ ภาพที่ 1 : แสดงภาพข่วงอนุสรณ์สถานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพจเฟซบุ๊ก ที่นี่..เวียงแหง 2. นํ้าตกแม่หาด ตั้งอยู่ที่บ้านแม่หาด หมู่ 1 ตําบลเมืองแหง เป็นพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติห้วย นํ้าดัง มี 4 ชั้น ความสูงประมาณ40-50 เมตร ในช่วงหน้าร้อนจะเป็นสถานที่ที่ผู้คนจะชอบไปเที่ยวกันมาก


6 ภาพที่ 2 : แสดงภาพนํ้าตกแม่หาด เพจเฟซบุ๊ก ที่นี่..เวียงแหง 3. พระบรมธาตุแสนไห ตั้งอยู่ที่บ้านมหาธาตุ ตําบลแสนไห (จากบ้านเมืองงายเข้าไป 45 กิโลเมตร) เป็นศิลปะแบบไทใหญ่ มีฐานแปดเหลี่ยม วัดโดยรอบ 48 เมตร ความสูงจากพื้นถึงยอดฉัตร 21 เมตร เป็นพระธาตุที่ศักดิ์สิทธิ์และ เป็นศูนย์รวมที่พึ่งทางจิตใจของชาวอําเภอเวียงแหง อีกทั้งยังเป็นพระบรมธาตุคู่บ้านคู่เมืองของอําเภอเวียง แหงด้วย ใครมาเที่ยวที่นี่แล้วไม่ได้ไปสักการะพระบรมธาตุก็ถือว่ายังไปไม่ถึงมีการกําหนดงานประเพณี กราบไหว้สักการะพระธาตุประจําปี จํานวน 4 ครั้งด้วยกัน โดยงานที่สําคัญที่สุดคือ “งานสรงนํ้าพระบรม ธาตุ” ในวันขึ้น 15 คํ่า เดือน 6 เหนือ ของทุกปี งานมาฆบูชา จัดขึ้นในวันขึ้น 15 คํ่า เดือน 5 เหนือ งานวันวิ สาขบูชา หรือวันเพ็ญเดือน 8 และงานสงกรานต์ วันที่ 13 เมษายน ของทุกปี ภาพที่ 3 : แสดงภาพพระบรมธาตุแสนไห เพจเฟซบุ๊ก ที่นี่..เวียงแหง


7 4. วัดฟ้าเวียงอินทร์ ตั้งอยู่ที่บ้านหลักแต่ง ตําบลเปียงหลวง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นบนพื้นที่เจดีย์เก่าในรัชสมัยสมเด็จพระ นเรศวรมหาราช ปัจจุบันเป็นทั้งสถานที่สําคัญทางประวัติศาสตร์และสถานที่ท่องเที่ยวที่สําคัญอีกแห่งของ อําเภอเวียงแหง นับเป็นวัดสําคัญของชุมชนเปียงหลวง ซึ่งเป็นชุมชนไทใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ และวัดแห่งนี้ถูกสร้างคร่อมดินแดนสองแผ่นดินไทยกับเมียนมา โดยมีเจดีย์มารชินะเจดีย์ (เจดีย์ชนะมาร) อยู่ฝั่งไทย แต่โบสถ์อยู่ฝั่งเมียนมา จึงได้ชื่อว่า “วัดสองแผ่นดิน” นั่นเอง นอกจากนี้บริเวณด้านหลังของเจดีย์ จะมีศาลของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชตั้งอยู่ให้ประชาชนได้กราบไหว้กันด้วย ภาพที่ 3 : แสดงภาพวัดฟ้าเวียงอินทร์เพจเฟซบุ๊ก ที่นี่..เวียงแหง 5. บ้านเปียงหลวง บ้านเปียงหลวง หมู่บ้านสุดท้ายก่อนจะถึงชายแดนไทย-เมียนมา เป็นหมู่บ้านที่มีความหลากหลาย ของชาติพันธุ์ แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเงียบสงบ การได้มาเยือนที่นี่จะคล้ายกับการไปเที่ยวในหลาย ประเทศ เพราะมีวัฒนธรรม ศิลปะสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน สังเกตได้จากวัดวาอารามที่แม้จะเป็นวัด ในทางศาสนาพุทธแต่ก็มีศิลปะแบบเมียนมา โบสถ์ของวัดจะเป็นลักษณะคล้ายบ้านไม้ยกสูง ส่วนบ้านเรือน จะคล้ายลักษณะบ้านของชาวจีนยูนนาน ที่นี่อากาศจะเย็นสลับฝนตลอดทั้งปี และอยู่ติดชายแดนบ้านหลัก แต่ง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งในอนาคตอาจเปิดการค้าเสรีเชื่อมทั้ง 2 ชาติ ครอบคลุมในหลาย ๆ ด้าน ทั้งเศรษฐกิจและการคมนาคมด้วย


8 ภาพที่ 4 : แสดงภาพบ้านเปียงหลวง เพจเฟซบุ๊ก ที่นี่..เวียงแหง 6. โครงการหลวงดอยแปกแซม โครงการหลวงดอยแปกแซม หรือสถานีสาธิตและถ่ายทอดการเกษตร ป่ าไม้ สิ่งแวดล้อม อัน เนื่องมาจากพระราชดําริบ้านแปกแซม ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 ตําบลเปียงหลวง เป็นพื้นที่ในอุทยานแห่งชาติเชียงดาว สูงจากระดับนํ้าทะเลปานกลางประมาณ 1,300 เมตร เป็นสถานีสาธิตและถ่ายทอดการเกษตร ป่าไม้ สิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตรแก่ราษฎร ภาพที่ 5 : แสดงภาพโครงการหลวงดอยแปกแซม เพจเฟซบุ๊ก ที่นี่..เวียงแหง


9 7. จุดชมวิวดอยดํา ตั้งอยู่ที่ตําบลเมืองแหง เป็นจุดชมทะเลหมอกที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของเวียงแหง อยู่ก่อนถึงโครงการ บ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดําริดอยดํา สามารถมองเห็นวิวทะเลหมอกที่ลอยหยอกเย้ากับดอยหลวง เชียงดาวสูงใหญ่ตั้งตระหง่าน และพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม รวมถึงสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของอําเภอ ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้อีกด้วย ภาพที่ 6 : แสดงภาพจุดชมวิวดอยดํา เพจเฟซบุ๊ก ที่นี่..เวียงแหง 8. จุดชมวิวฮาดู่บิ ตั้งอยู่ที่บ้านเลาวู ตําบลเมืองแหง เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของดอยหลวง เชียงดาวได้อย่างสวยงาม มีลมเย็นพัดตลอดทั้งปี ยิ่งถ้ามาเที่ยวในช่วงฤดูหนาวก็จะได้พบกับทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามมาก นักท่องเที่ยวสามารถขับรถด้วยความระมัดระวังขึ้นมาเที่ยวชมหรือกาง เต็นท์นอนคืน ภาพที่ 7 : แสดงภาพจุดชมวิวฮาดู่บิเพจเฟซบุ๊ก ที่นี่..เวียงแหง


10 9. จุดชมวิวซี หลง ซัง จุดชมวิวซี หลง ซัง หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “หุบเขามังกรตะวันตก” ตั้งอยู่ที่บ้านเปียงหลวง ตําบลเปียง หลวง นับเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงามอีกที่หนึ่ง สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ถึง 360 องศา เมื่อมองจากยอดดอยซี หลง ซัง ฝั่งตรงข้ามกันจะเห็นโครงการหลวงบ้านแปกแซม และวิวหมู่บ้าน เปียงหลวง ในบริเวณดังกล่าวจะมีลานกว้างที่ปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งที่พร้อมจะผลิบานเต็มที่ในช่วงปลาย เดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมกราคม นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าจีนไว้สําหรับสักการะขอพรให้กับนักท่องเที่ยว ที่มาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ด้วย ภาพที่ 8 : แสดงภาจุดชมวิวซี หลง ซัง เพจเฟซบุ๊ก ที่นี่..เวียงแหง 10. จุดชมวิวม่อนตาแอะ ม่อนต่าแอะ หรือที่คนในหมู่บ้านจะเรียกว่า จูวาปู หรือ ดอยจูวา ตั้งอยู่ที่บ้านนามน หมู่ 7 ตําบล เมืองแหง เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงามในช่วงหน้าหนาวอีกแห่งหนึ่งของอําเภอ เวียงแหง อยู่ท่ามกลางธรรมชาติป่าเขาที่เงียบสงบ ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น นํ้าตกนามน นํ้าตกแม่หาด และเก่อเจ่อแท่ หรือแกรนด์แคนยอนนามน


11 ภาพที่ 9 : แสดงภาพจุดชมวิวม่อนตาแอะ เพจเฟซบุ๊ก ที่นี่..เวียงแหง ร้านอาหารขึ้นชื่อของอําเภอเวียงแหง "ฅนเมืองแหง" คาเฟ่และบ้านพักบรรยากาศดี ท่ามกลางทุ่งนา ร้านตั้งอยู่ บ้านกองลม ตําบลเมืองแหง อําเภอเวียงแหง ทางไปอําเภอปาย ร้านฅนเมืองแหงมี อาหารที่หลากหลายเมนูรังสรรค์มาบริการให้ลูกค้า เช่น อาหารจานเดียว ก๋วยเตี๋ยว เมนูของทอด เมนูแซ่บๆ ส้มตํา ยํา ต้มแกงต่างๆนอกจากอาหารที่น่าทานแล้ว ยังมีของทานเล่น ของหวาน อร่อยๆให้เลือกอีก มากมายรวมถึงเครื่องดื่มพร้อมเสิร์ฟหลายประเภท ทั้งชา กาแฟ นํ้าหวาน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ม่อนล้านช้าง @ เวียงแหง อยู่ที่ ตําบลแสนไห อําเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ บริการก๋วยเตี๋ยวเรือรสแซบ และเครื่องดื่ม หลากหลายเมนูเจ้าของเป็นกันเองมาก บรรยากาศดี พร้อมวิวทิวทัศน์พระบรมธาตุแสนไห เวียงแหงกาแฟ ( Wiang Hang Coffee" ) อยู่ที่ 126 หมู่ที่ 4 บ้านเวียงแหง ตําบลเมืองแหง อําเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ บริการ กาแฟ, เค้ก, เครื่องดื่ม นํ้าผลไม้ และอีกหลากหลายเมนู ตัวอย่างเมนูยอดนิยม อาทิ เช่น มะพร้าวนมสด ชาเขียว มะพร้าว ชาเย็นมะพร้าว นมคาราเมล นมวนิลา ฯลฯ บริการเป็นกันเอง ในบรรยากาศสบาย ๆ เปิด ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30น. - 17.00น. ร้านแซ่บมีเส้น ชามโต ณ บ้านเวียงแหง ที่อยู่ หมู่ที่ 4 ตําบลเมืองแหง อําเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ท่านที่กําลังมองหาร้านอาหารสัก ร้าน สําหรับหาของกินอร่อย ๆ ทาน แนะนํา ร้านแซ่บมีเส้น ชามโต เป็นอีกหนึ่งร้านทางเลือก เพราะที่ร้าน บริการก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด อาหารตามสั่งมากมาย อาทิเช่น ข้าวซอยผัดยูนนาน, ข้าวผัดหมู, คะน้าหมูกรอบ, ปลาหมึกผัดพริกเผา และอื่น ๆ อีกหลากหลายเมนู มีขาย นํ้า ชา กาแฟ ฯลฯ และยังมีบริการรับทําอาหาร นอกสถานที่


12 ร้านพี่แตง บ้านปางป๋ อ ที่อยู่ เลขที่ 45 ม.5 ต.แสนไห อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ บริการส้มตํา ข้าวมันไก่ ส้มตําทะเล ส้มตําไข่ เค็ม ตําหมูยอ และอีกหลากหลายเมนูรสชาติเด็ด และยังมีบริการขายนํ้าชา กาแฟโบราณ เนสกาแฟ และ อื่นๆ ร้านอิ่มจัง หมูกระทะ & หมูจุ่ม @บ้านเวียงแหง "อิ่มจัง" ร้านหมูกระทะยอดนิยมอีกแห่งหนึ่ง บนดอยเวียงแหงของเรา เจ้าของคือคุณแม่จรินทร์ ชัย กุลเรืองรอง หรือ แม่จู บริการเป็นกันเอง บรรยากาศร้านดีมากๆ ราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 19.-บาท และ จุดเด่นของร้านอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ นํ้าจิ้มรสเด็ดที่เป็นเอกลักษณ์ ใครมาทานก็ติดใจ วัตถุดิบของทางร้านสด สะอาด ไม่แพ้ร้านในตัวเมือง มีที่จอดรถกว้างขวาง สะดวก ร้านอยู่ติดถนนสายหลัก ร้านป้าขิ่น อยู่ที่ ม.4 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ บริการอาหารตามสั่งและเครื่องดื่มและยังมีบริการ ห้องพักป้าขิ่นไว้สําหรับท่านที่ต้องการที่พัก ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6.00น. - 21.00น.มีอาหารหลากหลาย ประเภท ลาบ , คั้วแห้งทอด, กับแกล้ม, อาหารทั่วไป ร้านก๋วยเตี๋ยวเปรม & สุดา ตั้งอยู่ที่ 105 หมู่ที่ 3 บ้านป่าไผ่ ตําบลเมืองแหง อําเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ใกล้ ๆ กับ สถานตรวจสภาพรถชาญชัยยนต์ ( ตรอ.เมืองแหง ) เปิดให้บริการก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด บริการเป็นกันเอง ราคา ประหยัด อาหารขึ้นชื่อของอําเภอเวียงแหง อาหารที่ขึ้นชื่อส่วนใหญ่จะเป็นอาหารของชนเผ่าชาติพันธ์ในอําเภอเวียงแหงที่ทําขึ้นในเทศกาล ต่างๆหรือมีขายในร้านอาหารตามหมู่บ้าน เราจะยกตัวอย่างอาหารที่ขึ้นชื่อของชาติพันธ์กลุ่มใหญ่ในอําเภอ เวียงแหง เช่น ไทยใหญ่ จีน อาหารขึ้นชื่อของชาติพนัธไ์ทยใหญ่ ข้าวแรมฟืน หรือคนไทยใหญ่เรียกว่า "ถั่วพูอุ่น,ข้าวฟืน " โดยในอดีตหรือถ้าแบบดั้งเดิมจะทําจาก ข้าวโม่ละเอียด แต่ในปัจจุบันเพื่อความสะดวกเราจะใช้เป็นแป้งสําเร็จรูปที่ขายตามร้านค้าทั่วไป จากนั้น นําไปกวนกับนํ้าปูนใส จนสุกตักใส่ภาชนะต่างๆรอให้แข็งตัว อีกอย่างคือข้าวแรมฟืนก็มี 2 แบบนะคะ แบบ แรกก็จะเป็นข้าวแรมฟืนธรรมดาทั่วไปมีสีขาวนวลแบบที่2 จะใส่ถั่วลันเตาโม่กับข้าวจะมีสีเหลืองเรียกกันว่า "ข้าวฟืนถั่วเหลือง" ถ้าใส่ถั่วลิสงโม่กับข้าวจะได้สีม่วงอ่อนๆเรียกกันว่า "ข้าวฟืนถั่วดิน" แปลเป็นไทยก็คือ ข้าวฟืนถั่วลิสงค่ะ หลังจากที่ข้าวแรมฟืนแข็งตัวแล้ว ก็ถึงเวลารับประทานกันแล้ว วิธีผสมก็ตัดข้าวฟืนตาม


13 ขนาดที่เราชอบจะเล็กจะใหญ่ได้หมด แล้วนํานํ้าจิ้มที่เราทํามาใส่ ตามด้วยผักสด และใส่นํ้ามะเขือเทศที่ต้ม เล็กน้อยปรุงรส ภาพที่ 10 : แสดงภาพข้าวแรมฟืน เพจเฟซบุ๊ก ที่นี่..เวียงแหง ถั่วเน่าแข็บ ถือว่าเป็นอาหารหรือวัตถุดิบที่ผู้เขียนเห็นและได้สัมผัสมาตั้งแต่เด็กๆ โดยวิธีการทําก็ นําถั่วเหลืองมาต้มเกือบทั้งวัน แล้วคอยเติมนํ้าเรื่อยๆจนกว่าถั่วจะเปื่อยนะคะ จากนั้นก็นํามาหมักประมาน 3 วัน ให้พอขึ้นรานิดๆ แล้วก็นํามาตําโขลกให้ละเอียด แล้วนํามาแบ่งเป็นก้อนกลมๆจากนั้นนําใบไม้ มา ประกบกันแล้วตีเข้าหากันจนถั่วเน่าเป็นแผ่นกลมและบาง จากนั้นนําไปเรียงใส่ภาชนะแล้วตากแดดประมาณ 2 แดด พอแห้งดีก็สามารถนํามาย่างถ่านไฟให้หอมกรอบ เพื่อนํามาทําเป็นส่วนผสมในแกง นํ้าพริกต่างๆ หรือนําไปโขลกให้ละเอียดผสมกับพริกป่น เกลือ ผงชูรส นํ้าตาลทราย นํามาจิ้มกับมะม่วง ด้านรสชาติของ ถั่วเน่าแข็บจะจืดๆเพราะไม่ได้ปรุงรสอะไร โดยจะช่วยเพิ่มความนัวและอร่อยให้แก่อาหาร ภาพที่ 11 : แสดงภาพข้าวแรมฟืน เพจเฟซบุ๊ก ถั่วเน่าแผ่นแม่ตุ้ย Tu'i Natto


14 ข้าวซอยหนาก โดยจะนิยมไม่ใส่น้ําตาล เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมการกินจากหลายกลุ่มชน เช่น ไทยใหญ่, ไทลื้อ, จีนฮ่อ เส้นทํามาจากข้าวเหนียว เส้นหนึบ โดยไม่มีการผสมสารต่างๆที่ก่อให้เกิดอันตราย ใดๆ ซึ่งจะผลิตขายกันเองในท้องถิ่นหรือทํากินกันเองในครอบครัว ภาพที่12 : แสดงภาพข้าวซอยหนาก เพจเฟซบุ๊ก wongnai อาหารที่ขึ้นชื่อของชาติพนัธจ์ีน สุกี้ยูนนานหรือภาษาถิ่นเรียกว่า "หยูหนานโห่วโกว" สูตรเด็ดอยู่ที่การใส่เครื่องเคราลงในหม้อสุกี้ใบ โต ภายในหม้อประกอบด้วยเครื่องปรุง 10 อย่างโดยจัดวางเป็นชั้น ประกอบไปด้วย ไข้ม้วนยูนนาน ที่ปรุง รสด้วยส่วนผสมต่างๆ ที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน แฮมยูนนาน เห็ดหอม กะเพราะปลา หมูปั้นก้อน หมู ชุบแป้งทอด ไก่ดํา ที่ช่วยบํารุงสุขภาพร่างกาย เผือก ช่วยให้นํ้าซุปเข้มข้นกลมกล่อมมากขึ้น หน่อไม้แห้ง และผักกาดดอง ที่อยู่ชั้นล่างก้นหม้อสุด ที่จะไม่ให้วัตถุดิบต่างๆ ติดก้นหม้อนั่นเอง นอกจากนั้นยังมีเครื่อง เคียงที่เตรียมไว้ ได้แก่ เส้นบุก วุ้นเส้น ผักนํ้าเบตง ยอดฟักแม้ว และผักตามฤดูกาลชนิดอื่นๆ ให้ใส่เพิ่มได้ ตามความชอบใจอีกด้วย ความพิเศษของสุกี้นอกจากเครื่องเคราๆ ต่างๆ 10 ชั้นแล้ว นํ้าซุปที่นี่ก็พิเศษไม่ แพ้กัน เพราะต้มมาจากข้อกระดูกหมู และขิงที่ต้มนานกว่า 8 ชั่วโมง กว่าจะได้รสชาติที่หวานหอมอร่อย เหมาะกับการกินบรรยากาศหน้าหนาวที่สุด ซึ่งหม้อสุกี้ของที่นี่จะมีสองขนาดให้กิน หม้อเล็ก กินได้ 5-6 คน ส่วนหม้อใหญ่กินได้ 8-10 คน เลือกสรรสั่งตามจํานวนได้เลย


15 ภาพที่ 13 : แสดงภาพสุกี้ยูนนาน เพจเฟซบุ๊ก wongnai ผักกาดดอง สูตรยูนนาน ครบรส เหมาะสําหรับเป็นเครื่องเคียงข้าวซอย หรือผัดกับเนื้อสัตว์ อร่อย สุด ๆ Homemade ผักกาดดองมีหลายรสชาติมีทั้งแบบครบรส แบบเปรี้ยว แบบหวาน เราสามารถเลือก ทานในรสชาติที่เราชอบได้ดี ภาพที่ 14 : แสดงภาพผักกาดดอง สูตรยูนนาน เพจเฟซบุ๊ก ที่นี่..เวียงแหง


16 ตลาด กับชาติพันธุ์(2566), ประวัติอ ำเภอเวียงแหง.(ออนไลน์), [สืบค้นเมื่อ 14 สิงหาคม 2566] , แหล่งที่มา https://shorturl.asia/RKtdm เฟซบุ๊ก ที่นี่..เวียงแหง(2565), อาหารขึ้นชื่อของอําเภอเวียงแหง.(ออนไลน์), [สืบค้นเมื่อ 22 สิงหาคม 2566] แหล่งที่มา https://shorturl.asia/1342a วิกิพีเดีย(2566), ประวัติอ ำเภอเวียงแหง.(ออนไลน์), [สืบค้นเมื่อ 14 สิงหาคม 2566] , แหล่งที่มา https://shorturl.asia/ABQ9k kapook(2566), แห่งท่องเที่ยวส ำคัญอ ำเภอเวียงแหง.(ออนไลน์), [สืบค้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2566 แหล่งที่มา https://shorturl.asia/gOhNQ wianghaeng(ม.ป.ป), ประวัติอ ำเภอเวียงแหง ข้อมูลทั ่วไป อำหำร .(ออนไลน์), [สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2566] , แหล่งที่มา https://shorturl.asia/JGPg2


17


Click to View FlipBook Version