The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบรายงานการจัดการเรียนการสอน-Active-Learning

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แบบรายงานการจัดการเรียนการสอน-Active-Learning

แบบรายงานการจัดการเรียนการสอน-Active-Learning

คำนำ
รายงานการจัดการเรียนการสอน โดยใช้รปู แบบ CWTC MODEL ประจำปกี ารศึกษา 2565 ฉบบั น้ี
เป็นการสรุปผลการจดั การเรยี นการสอนของครูและบุคลากรทางการศึกษา ของโรงเรียนบ้านวงั ตาช่วย
สำนกั งานเขตพืน้ ฐานการศึกษากำแพงเพชรเขต 2 ประกอบด้วย หลักการ วตั ถุประสงค์ เป้าหมาย วธิ ีการ
ดำเนิน และผลการดำเนนิ งาน ในการจัดการเรียนการสอนของแตล่ ะบคุ คล
ขอบคุณ ผู้บรหิ าร ครู และบุคลากรทางการศกึ ษา และนักเรียนโรงเรียนบา้ นวงั ตาช่วย ท่ีให้
ความรว่ มมอื ในการดำเนนิ การท่ไี ด้รับมอบหมาย จนสำเรจ็ ลุลวงไปได้ดว้ ยดแี ละหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสาร
รายงานฉบับนี้ จะเป็นขอ้ มูลเพ่อื นำไปใช้ประโยชนใ์ นการดำเนนิ งานพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาต่อไป

โรงเรยี นบา้ นวังตาชว่ ย

สารบัญ
เร่อื ง หนา้
นางมกุ ดา คำปา............................................................................................................................. 1
นางสาวอมรพรรณ ภูเชยี งชา......................................................................................................... 2
นางสาวพรนิภา นำยศ.................................................................................................................... 3
นางสาวสภุ าพร ใจหาญ................................................................................................................... 4
นางเพญ็ ศรี เขตวิทย์....................................................................................................................... 5
นายสมชาย บวั เทศ........................................................................................................................ 6
นางสาวพกั ตร์เพียงเพ็ญ ดิษสละ...................................................................................................... 7
นางพิกุล ศิริวงค์............................................................................................................................. 8
นางสาวพชร นกั ดนตรี.................................................................................................................... 9
นางอุไร ตดิ ตปิ านะ.......................................................................................................................... 10
นางเรณู แมตส่ี................................................................................................................................ 11
นางสาวสุพัตรา ทะมานนท์ ........................................................................................................... 12
นางสาวณฏั ฐธิดา มาดหมาย........................................................................................................... 13
นายจรพิ ัฒน์ ยอดแกว้ ..................................................................................................................... 14
วา่ ที่รต.หญงิ นาตยา กลมกลอ่ ม....................................................................................................... 15
นายชยั พล อุดมเสฏฐช์ ยั ..................................................................................................................... 16
นางพชั รนิ ทร์ พันธุ์เฮง.................................................................................................................. 17

แบบรายงานการจดั การเรยี นการสอน
โดย รปู แบบ (Active Learning)

1. ชือ่ นวตั กรรม เกมการศกึ ษาจับคูภ่ าพบตั รคำ พยญั ชนะไทย
ระดบั ชั้น อนบุ าลปีที่ 2 กลุมสาระ การศึกษาปฐมวยั

2. ชอ่ื -นามสกลุ นางสาวมกุ ดา คำปา
ตําแหนง ครจู ้างสอน โรงเรียน บ้านวังตาช่วย สงั กัด สพป.กำแพงเพชร เขต 2

3. ความสาํ คัญของนวัตกรรม เนื่องดว้ ยนักเรยี นช้นั อนุบาลปีที่ 2 เป็นทรพั ยากรบุคคลของสงั คม โรงเรียนบา้ นวงั ตาช่วย
จงึ มุ่งส่งเสริมพฒั นาการและใหค้ วามรู้ ความสามารถ เพ่อื ใหม้ ีศักยภาพในการใช้ชีวิตประจำวัน พงึ่ พาตนเองได้
การอ่านและเขียนคำเป็นทกั ษะพ้ืนฐาน สำคญั ของการเรยี นรู้ภาษาทกุ ภาษา

4. วัตถปุ ระสงคเ์ พ่ือให้มที กั ษะการสงั เกตภาพบัตรคำพยญั ชนะไทยและช่วยส่งเสริมการใชค้ วามคิดอยา่ งมเี หตุผล

5. กลุมเปาหมาย นกั เรยี นชั้นอนุบาลปที ี่ 2
6. แนวคดิ ทฤษฎีทีเ่ กย่ี วของกับการพฒั นานวตั กรรม โรงเรยี นบ้านวงั ตาชว่ ย ได้ดำเนนิ การจดั การศึกษาแบบเกมการศึกษา
โดยใชร้ ปู แบบ CWTC MODEL ตามกระบวนการขัน้ ตอน ดงั น้ี
7. ข้นั ตอนการออกแบบหรือพัฒนานวตั กรรม

1.(Context Analysis : ศกึ ษาสภาพปัญหา )
2. (Winner : วธิ ีปฏิบัติเพอื่ ใหเ้ กดิ ความสำเรจ็ )
3. (Teacher : ครผู ู้สอนเดก็ )
4. (Children : คุณภาพเดก็ เรยี น )
8. ขนั้ ตอนการใชพัฒนานวตั กรรม
1. ครูสอนการจบั คภู่ าพบัตรคำพยญั ชนะไทยและภาพ
2. ให้เด็กฝกึ จับคภู่ าพบตั รคำและภาพพยญั ชนะไทยผา่ นใบงานที่ครจู ัดเตรยี มไวใ้ ห้
9. ผลสาํ เรจ็ ของการสรางหรือพฒั นานวตั กรรม นกั เรยี นชน้ั อนบุ าลปที ี่ 2 สามารถจบั คูภ่ าพบัตรคำ

และภาพพยัญชนะได้ ร้อยละ 80
10. แนวทางการนาํ นวตั กรรมไปใช สามารถเลือกภาพบตั รคำและภาพพยัญชนะที่เหมาะสมกับวัย

ของเด็กและวธิ กี ารนำไปใช้กับนักเรยี นช้นั อ่นื ๆ
11. บรรณานกุ รม .......……………………………………………………………………………………………………………..
12. ภาคผนวก (ถาม)ี

- คูมอื การใชนวัตกรรม/แผนการใชนวตั กรรม..................................................................................
- ภาพกจิ กรรม..................................................................................................................................

ลงชอ่ื ........................................................................ผู้รายงาน
(นางสาวมกุ ดา คำปา)

แบบรายงานการจัดการเรยี นการสอน
โดย รูปแบบ (Active Learning)

1. ชอ่ื นวัตกรรม เกมการศกึ ษาจับคู่ภาพเงา ภาพเหมือน
ระดับชั้น อนุบาลปีที่ 1 กลุมสาระ การศกึ ษาปฐมวัย

2. ช่อื -นามสกลุ นางสาวอมรพรรณ ภเู ชยี งชา
ตําแหนง ครูจ้างสอน โรงเรยี น บ้านวงั ตาช่วย สงั กัด สพป.กำแพงเพชร เขต 2

3. ความสําคัญของนวตั กรรม เนื่องดว้ ยนักเรียนชัน้ อนุบาลปที ี่ 1 เปน็ ทรัพยากรบุคคลของสังคม โรงเรียนบ้านวังตาชว่ ย
จงึ มงุ่ ส่งเสริมพฒั นาการและให้ความรู้ ความสามารถ เพ่อื ให้มศี กั ยภาพในการใชช้ วี ิตประจำวนั พ่ึงพาตนเองได้
การอ่านและเขยี นคำเปน็ ทกั ษะพ้นื ฐาน สำคัญของการเรยี นรภู้ าษาทุกภาษา

4. วัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรยี นมีทกั ษะการการสังเกตภาพเงาภาพเหมือนและชว่ ยสง่ เสริมการใชค้ วามคิดอย่างมเี หตุผล

5. กลุมเปาหมาย นักเรยี นช้นั อนบุ าลปที ่ี 1
6. แนวคิด ทฤษฎที เ่ี ก่ียวของกบั การพัฒนานวัตกรรม โรงเรียนบา้ นวังตาชว่ ย ไดด้ ำเนินการจดั การศึกษาแบบเกมการศึกษา

โดยใชร้ ปู แบบ CWTC MODEL ตามกระบวนการขน้ั ตอน ดงั นี้
7. ขัน้ ตอนการออกแบบหรอื พัฒนานวตั กรรม

1.(Context Analysis : ศึกษาสภาพปญั หา)
2. (Winner : วธิ ีปฏบิ ัตเิ พือ่ ใหเ้ กดิ ความสำเรจ็ )
3. (Teacher : ครูผู้สอนเด็ก )
4. (Children : คุณภาพเดก็ เรียน)
8. ข้ันตอนการใชพฒั นานวตั กรรม
1. ครสู อนการจับคภู่ าพเงาและภาพเหมือน
2. ใหเ้ ด็กฝกึ จบั คภู่ าพเงาและภาพเหมือนผ่านใบงานท่ีครูจัดเตรียมไวใ้ ห้
9. ผลสําเรจ็ ของการสรางหรือพฒั นานวตั กรรม นกั เรียนชั้นอนบุ าลปีที่ 1 สามารถจับคภู่ าพเงาและภาพเหมือนได้

รอ้ ยละ 80
10. แนวทางการนาํ นวตั กรรมไปใช สามารถเลอื กภาพเงาและภาพเหมือนทเี่ หมาะสมกบั วัย

ของเดก็ และวธิ กี ารนำไปใช้กบั นกั เรยี นช้นั อนื่ ๆ
11. บรรณานกุ รม .......……………………………………………………………………………………………………………..
12. ภาคผนวก (ถาม)ี

- คมู อื การใชนวตั กรรม/แผนการใชนวตั กรรม..................................................................................
- ภาพกิจกรรม..................................................................................................................................

ลงช่ือ........................................................................ผรู้ ายงาน
(นางสาวอมรพรรณ ภเู ชียงชา)

แบบรายงานการจดั การเรียนการสอน

โดย รปู แบบ (Active Learning)

1. ชอ่ื นวัตกรรม วงล้อฝึกอา่ นพยญั ชนะประสมสระ

ระดบั ชนั้ อนุบาลปีที่ 3 กลุมสาระ การศกึ ษาปฐมวัย

2. ชื่อ-นามสกุล นางสาวสภุ าพร ใจหาญ

ตาํ แหนง ครูผ้ชู ่วย โรงเรียน บา้ นวังตาชว่ ย สังกัด สพป.กำแพงเพชร เขต 2

3. ความสาํ คัญของนวตั กรรม เน่ืองดว้ ยนักเรียนชนั้ อนุบาลปที ่ี 3 เปน็ ทรัพยากรบุคคลของสังคม โรงเรยี นบ้านวงั ตาช่วย

จงึ มุง่ สง่ เสริมพัฒนาการและใหค้ วามรู้ ความสามารถ เพ่ือใหม้ ศี ักยภาพในการใชช้ วี ติ ประจำวนั พงึ่ พาตนเองได้
การอ่านและเขยี นคำเป็นทกั ษะพื้นฐาน สำคญั ของการเรียนรู้ภาษาทุกภาษา
4. วัตถุประสงค์ ใหน้ ักเรียนมีทกั ษะการอ่านพยัญชนะประสมสระใหด้ ียง่ิ ขึ้นคอื นักเรียนสามารถอา่ นคำประสมสระได้ และ

สามารถเขยี นและอ่านได้คลอ่ ง
5. กลุมเปาหมาย นักเรยี นชัน้ อนุบาลปที ่ี 3

6. แนวคดิ ทฤษฎที ่เี ก่ยี วของกบั การพฒั นานวัตกรรม โรงเรยี นบ้านวังตาชว่ ย ได้ดำเนนิ การจัดการศึกษาแบบพัฒนาทกั ษะ

การอา่ นพยญั ชนะประสมสระโดยใช้รูปแบบ CWTC MODEL ตามกระบวนการขนั้ ตอน ดังนี้

7. ข้นั ตอนการออกแบบหรือพัฒนานวัตกรรม

1.(Context Analysis : ศกึ ษาสภาพปัญหา ) 2. (Winner : วิธปี ฏบิ ัติเพ่อื ให้เกดิ ความสำเร็จ)

3. (Teacher : ครผู ู้สอนเด็ก ) 4. (Children : คุณภาพเดก็ เรยี น)

8. ขน้ั ตอนการใชพฒั นานวตั กรรม

1. จัดกิจกรรมข้นั ขำเก่ยี วกบั พยญั ชนะไทย

2. ฝึกการออกเสยี งสระแต่ละตัว

3. การสอนอ่านออกเสียงพยญั ชนะประสมสระ

4. ให้เด็กฝึกประสมคำและให้ฝกึ เขียนในใบงานท่ีครูจัดให้เพอื่ ทบทวนกิจกรรมที่ทำ

9. ผลสําเร็จของการสรางหรอื พฒั นานวตั กรรม นกั เรียนช้นั อนบุ าลปีที่ 3

สามารถจำคำศัพทเ์ พม่ิ ขน้ึ ไดร้ อ้ ยละ 70

10. แนวทางการนาํ นวตั กรรมไปใช สามารถเลือกสระทเ่ี หมาะสมกบั วัยของเดก็ และวธิ กี ารนำไปใช้กบั นักเรียนชน้ั อื่น ๆ

11. บรรณานุกรม .......……………………………………………………………………………………………………………..

12. ภาคผนวก (ถามี)

- คมู ือการใชนวัตกรรม/แผนการใชนวตั กรรม..................................................................................

- ภาพกิจกรรม..................................................................................................................................

ลงชอ่ื ........................................................................ผู้รายงาน
(นางสาวสภุ าพร ใจหาญ)

แบบรายงานการจัดการเรียนการสอน
โดย รูปแบบ (Active Learning)

1. ชือ่ นวัตกรรม การพัฒนาทกั ษะการอา่ นเขียนคำพื้นฐาน ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 1 สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
2. ชอ่ื -นามสกลุ นางเพญ็ ศรี เขตวิทย์

ตําแหนง ครู โรงเรยี นบ้านวังตาชว่ ย สงั กัดสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษากำแพงเพชร เขต 2
3. ความสําคัญของนวตั กรรม การอ่านการเขียนเปน็ สงิ่ จำเป็นในการสอ่ื สาร และการเรยี นรู้
4. วัตถุประสงค

4.1 นักเรียนสามารถอา่ นคำพน้ื ฐานไดถ้ กู ต้อง
4.2 นักเรียนสามารถเขียนคำพ้ืนฐานได้ถูกตอ้ ง
5. กลุมเปาหมาย นกั เรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบา้ นวงั ตาช่วย
6. แนวคิด ทฤษฎที ี่เกี่ยวของกับการพัฒนานวัตกรรม
-ราชบณั ฑิตยสถาน(2547) ไดใ้ ห้ความหมายการอ่านไวว้ า่ การอา่ นตามตวั หนังสอื การออกเสยี งตามตวั หนังสือ การดู
หรอื เข้าใจความจากหนงั สอื สังเกตหรือพิจารณาดูเพื่อให้เข้าใจ การคดิ การนับ
- สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา (2550) ได้ให้ความหมายการเขียน ข้อความหมายถงึ การส่ือสารดว้ ย
ตวั อกั ษรเพื่อถ่ายทอดความรู้ ความคิด อารมณ์ ความรสู้ กึ ประสบการณ์ ข่าวสาร และจนิ ตนาการ โดยการใช้ภาษาที่
ถกู ตอ้ งเหมาะสมตามหลักการใช้ภาษาและตรงตามเจตนาของผู้เขียน
7. ขน้ั ตอนการออกแบบหรือพัฒนานวตั กรรม
7.1 จดั ทำแผนการจัดการเรียนรู้
7.2 จัดทำแบบฝึกทกั ษะการอ่านและการเขยี น 15 ชุด ชุดละ 40 คำ
7.3 จัดทำแบบประเมินการอา่ นและเขยี นคำพ้ืนฐาน
8. ขนั้ ตอนการใชพัฒนานวัตกรรม
8.1 ฝกึ สะกดคำให้นกั เรยี นอ่านตาม ฝึกอ่านพรอ้ มกนั ทุกเชา้
8.2 ใหน้ กั เรยี นฝกึ อ่านกับผู้ปกครองทกุ วัน วนั ละ 10 คำ (วันจันทร์ถึงวนั พฤหสั บด)ี
8.3 ทดสอบการอา่ นเขยี นคำพ้ืนฐานทุกวนั ศกุ ร์
9. ผลสาํ เร็จของการสรางหรือพัฒนานวตั กรรม นกั เรียนสามารถอา่ นเขียนคำพ้นื ฐานไดถ้ กู ต้องรอ้ ยละ 80
10. แนวทางการนํานวตั กรรมไปใช ประกอบการสอนสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีที่ 1
11. บรรณานกุ รม -
12. ภาคผนวก (ถาม)ี
- คูมือการใชนวตั กรรม/แผนการใชนวัตกรรม..................................................................................
- ภาพกจิ กรรม..................................................................................................................................

ลงชอื่ .................................................ผู้รายงาน
(นางเพ็ญศรี เขตวิทย์)

แบบรายงานการจดั การเรียนการสอน
โดย รปู แบบ (Active Learning)

1. ช่ือนวัตกรรม การพฒั นาทักษะการอ่านเขยี นคำพ้นื ฐาน ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
2. ช่อื -นามสกลุ นายสมชาย บวั เทศ

ตําแหนง ครู โรงเรยี นบ้านวงั ตาช่วย สังกดั สำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2
3. ความสาํ คัญของนวตั กรรม การอา่ นการเขยี นเป็นส่ิงจำเปน็ ในการสอ่ื สาร และการเรียนรู้ในวชิ าตา่ งๆ
4. วัตถปุ ระสงค

4.1 นักเรยี นสามารถอา่ นคำพนื้ ฐานไดถ้ ูกตอ้ ง
4.2 นักเรยี นสามารถเขียนคำพื้นฐานไดถ้ ูกต้อง
5. กลุมเปาหมาย นักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565 โรงเรียนบ้านวังตาชว่ ย
6. แนวคดิ ทฤษฎีท่ีเก่ยี วของกับการพัฒนานวัตกรรม
-ราชบัณฑิตยสถาน(2547) ไดใ้ ห้ความหมายการอ่านไวว้ า่ การอ่านตามตัวหนังสือ การออกเสยี งตามตวั หนังสอื การดู
หรือเข้าใจความจากหนังสือ สงั เกตหรอื พิจารณาดูเพอื่ ใหเ้ ข้าใจ การคดิ การนับ
- สำนักวิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา (2550) ไดใ้ ห้ความหมายการเขยี น ขอ้ ความหมายถงึ การส่อื สารด้วย
ตวั อักษรเพื่อถ่ายทอดความรู้ ความคิด อารมณ์ ความรู้สกึ ประสบการณ์ ข่าวสาร และจนิ ตนาการ โดยการใชภ้ าษาที่
ถกู ตอ้ งเหมาะสมตามหลกั การใชภ้ าษาและตรงตามเจตนาของผ้เู ขยี น
7. ข้นั ตอนการออกแบบหรือพัฒนานวตั กรรม
7.1 จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้
7.2 จัดทำแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขยี น 12 ชุด ชดุ ละ 50 คำ
7.3 จัดทำแบบประเมินการอา่ นและเขียนคำพ้ืนฐาน
8. ขน้ั ตอนการใชพัฒนานวัตกรรม
8.1 ฝกึ การสะกดคำใหน้ ักเรยี นอ่านตาม ฝกึ อ่านพร้อมกัน และอ่านเป็นรายบคุ คล
8.2 ให้นกั เรียนฝึกอ่านกบั ผูป้ กครองทุกวนั วนั ละ 30 คำ (วนั จันทร์ถงึ วันพฤหัสบดี)
8.3 ทดสอบการอ่านเขยี นคำพ้นื ฐานทกุ วันจันทร์
9. ผลสาํ เร็จของการสรางหรือพัฒนานวตั กรรม นักเรยี นสามารถอ่านเขยี นคำพ้นื ฐานไดถ้ ูกตอ้ งร้อยละ 85
10. แนวทางการนํานวตั กรรมไปใช ประกอบการสอนสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2
11. บรรณานกุ รม -
12. ภาคผนวก (ถาม)ี
- คูมือการใชนวตั กรรม/แผนการใชนวัตกรรม..................................................................................
- ภาพกิจกรรม..................................................................................................................................

ลงชือ่ .................................................ผู้รายงาน
(นายสมชาย บวั เทศ)

แบบรายงานการจดั การเรยี นการสอน
โดย รปู แบบ (Active Learning)

1. ชื่อนวตั กรรม การพัฒนาเพอ่ื ยกระดับคณุ ภาพของนกั เรยี น ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ เรอ่ื งการแยกสารเน้อื ผสม
โดยใช้บทเรยี นสำเรจ็ รปู

2. ชือ่ -นามสกลุ นางพิกุล ศริ วิ งค์
ตําแหนง ครู โรงเรยี นบา้ นวงั ตาชว่ ย สงั กัดสำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษากำแพงเพชร เขต 2

3. ความสาํ คัญของนวตั กรรม การแยกสารเน้ือผสมซ่งึ ประกอบดว้ ยสารอยา่ งน้อย 2 ชนิดผสมกนั โดยเนอ้ื สารไมก่ ลมกลนื
เป็นอยา่ งเดียวกนั อาจทำได้โดยวิธกี ารหยบิ ออก การรอ่ น การกรอง การใช้ แม่เหล็กดึงดูด การตกตะกอน และการรินออก
การเลือก วิธีท่เี หมาะสมในการแยกสาร พิจารณาจากลักษณะและ สมบตั ิของสารท่ีผสมกัน การแยกสารสามารถนำไปใช้
ประโยชน์ในการแก้ปญั หาในชีวิตประจำวนั ได้ เช่น การทำนมถัว่ เหลอื ง การผลติ ข้าวสาร
4. วตั ถุประสงค

1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจอธิบายและเปรยี บเทียบวิธีการแยกสารเน้ือผสม โดยการหยิบออก การร่อน การกรอง
การใช้ แม่เหล็กดึงดดู การตกตะกอน และการรนิ ออก

2. นักเรยี นสามารถระบุวธิ กี ารแยกสารเพอ่ื นำไปใช้ประโยชนใ์ นการ แกป้ ญั หาในชีวิตประจำวนั
3. นักเรยี นมีเจคติทดี่ ีต่อวิชาวิทยาศาสตร์และสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวนั ได้
5. กลุมเปาหมาย นักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 ปกี ารศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านวังตาช่วย
6. แนวคิด ทฤษฎที เ่ี กีย่ วของกับการพัฒนานวตั กรรม

บทเรยี นสําเรจ็ รูปเร่ืองนีเ้ หมาะกบั นกั เรียนทม่ี คี วามพรอ้ มสามารถเรยี นรู้ได้ด้วยตนเองเป็น
รายบุคคล แต่ถา้ มีนักเรยี นท่เี รยี นรู้ช้าเนอ่ื งจากนกั เรียนมีความบกพรอ่ งในทักษะการอ่านแนะนําให้
ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสาํ เรจ็ รูปด้วยวิธีเพอ่ื นสอนเพ่ือน อาจจะจบั คู่ระหวา่ งเด็กที่
เรยี นร้เู รว็ (เรียนเก่ง) กบั เด็กท่เี รียนรูช้ า้ (เรยี นอ่อน) และเดก็ ท่เี รยี นรู้ระดับปานกลางจับคู่กนั เอง บทเรียนสาํ เรจ็ รปู เรอ่ื งน้ี
สามารถนําไปสอนซอ่ มเสริมกับนกั เรยี นท่เี รียนรชู้ า้ หรอื นักเรยี นทข่ี าดความพร้อมในการเรยี นรู้ได้
7. ขนั้ ตอนการออกแบบหรอื พัฒนานวัตกรรม

7.1 ศกึ ษามาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้และตวั ชีว้ ัดของหลักสตู รให้ละเอยี ดครบถว้ น
7.2 จัดทำแผนการจัดการเรยี นรู้
7.3 สรา้ งบทเรยี นสำเร็จรปู
7.4 จดั ทำแบบประเมนิ

8. ขัน้ ตอนการใชพฒั นานวตั กรรม
8.1 ทําแบบทดสอบก่อนเรยี นในเลม่ จํานวน 10 ข้อ ซง่ึ สามารถตรวจคําตอบไดด้ ว้ ยตนเอง
8.2 ศึกษาบทเรียนสําเร็จรปู ตามกรอบความรูท้ ุกกรอบ และตอบคําถามทุกกรอบคาํ ถามจากน้นั นักเรยี นทาํ

แบบทดสอบหลังเรียน จาํ นวน 10 ขอ้ พร้อมตรวจคาํ ตอบจากเฉลย
8.3 ถา้ ผลการประเมนิ ยังไมเ่ ป็นท่นี า่ พอใจนกั เรยี นสามารถกลับไปทบทวนบทเรียนสําเร็จรูปใหม่อีกครั้ง
8.4 ทําแบบทดสอบหลังเรยี นชุดเดมิ (ครั้งท่ี 2) ตรวจคําตอบ
8.5 บันทกึ คะแนนทไ่ี ด้ลงในแบบประเมนิ ผลการเรียนรูด้ ้วยตนเองทกุ ครง้ั เพ่อื วเิ คราะห์ ตนเองได้วา่ เกดิ

ความกา้ วหนา้ ในการเรียนร้มู ากน้อยเพียงใด
8.6. ถา้ นกั เรียนยงั สงสัยในสาระการเรยี นรู้เร่ืองใด นักเรยี นสามารถศึกษาและทบทวนดูใหม่ไดห้ รอื

สอบถามครูผู้สอนช่วยอธบิ ายเพิ่มเตมิ
9. ผลสําเรจ็ ของการสรางหรือพฒั นานวตั กรรม นักเรยี นสามารถแยกสารผสมได้ถกู ต้องร้อยละ 80
10. แนวทางการนํานวัตกรรมไปใช ประกอบการสอนสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6
11. บรรณานกุ รม -
12. ภาคผนวก (ถามี)
- คูมือการใชนวตั กรรม/แผนการใชนวตั กรรม..................................................................................
- ภาพกิจกรรม..................................................................................................................................
- อ่นื ๆ ............................................................................................................................................

ลงชือ่ .................................................ผู้รายงาน
(นางพกิ ลุ ศริ ิวงค์)

แบบรายงานการจดั การเรียนการสอน
โดย รปู แบบ (Active Learning)

1. ชอ่ื นวตั กรรม Unplugged coding เท่ียวงานกล้วยไข่
2. ชื่อ-นามสกลุ นางสาวพกั ตรเ์ พียงเพญ็ ดิษสละ

ตําแหนง ครู โรงเรียนบา้ นวงั ตาชว่ ย สังกดั สำนกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2
3. ความสาํ คัญของนวตั กรรม

กระทรวงศกึ ษาธิการ โดยสถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ได้ดำเนนิ การจดั ทำมาตรฐาน
การเรยี นรแู้ ละตวั ช้วี ัดกลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรุงพทุ ธศักราช 2560) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้น
พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 โดยเพ่ิมสาระที่ 4 เทคโนโลยี ในเร่ืองการออกแบบและเทคโนโลยี วิทยาการคำนวณ การจัดการ
เรยี นรู้ วทิ ยาการคำนวณ “Coding & Computing Science” เป็นการจดั การเรียนรู้ ท่ีส่งเสริมผู้เรียนด้านการพัฒนาทักษะการ
คดิ สร้างสรรค์ ผา่ นการจัดกิจกรรมการเรยี นรทู้ ี่หลากหลายที่เน้นกระบวนการคดิ การคดิ เชิงคำนวณ การคดิ วิเคราะห์แก้ปัญหา
อย่างเป็นขั้นตอน และเปน็ ระบบ ดว้ ยการใช้ส่ือการเรยี นรใู้ นรปู ทีส่ ามารถสรา้ งสรรคไ์ ด้ หลากหลายรปู แบบ มาประยกุ ตเ์ ข้ากบั
การเรยี นรู้ดา้ นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ รู้จกั แกไ้ ขปัญหาโดยการนำความรูต้ า่ งๆ ในหลายๆ ดา้ นมาบูรณาการเข้า
ด้วยกัน และนำมาใช้ในการแกไ้ ขโจทย์ปญั หาต่างๆ ตลอดจนชี้ใหเ้ ห็นถงึ การนำไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ

ทั้งนี้ครูผู้สอนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญในการจัดการเรียนรู้ด้านวิทยาการคำนวณ ที่มีเป้าหมายที่สำคัญในการ
พัฒนาผู้เรียนกล่าวคือ เพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถใช้ทกั ษะการคดิ เชิงคำนวณในการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาอย่างเป็นข้นั ตอน
และเป็นระบบ สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในการแก้ปญั หาในชีวิตจริง การทำงานร่วมกนั อย่างสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง
หรือสังคม จึงได้จดั ทำสอื่ ช้นิ น้ขี ึ้น

4. วัตถปุ ระสงค
4.1 เพ่ือพัฒนานักเรยี นในการเขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ยโดยใช้บตั รคำสงั่
4.2 เพ่ือพัฒนานกั เรยี นในการเขยี นโปรแกรมท่ีมเี งื่อนไขโดยใชบ้ ตั รคำสงั่
5. กลุมเปาหมาย นกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนบ้านวงั ตาชว่ ย
6. แนวคดิ ทฤษฎที ่ีเก่ยี วของกบั การพฒั นานวัตกรรม

- หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง2560) , หลกั สูตรสถานศึกษา
- ทกั ษะการคิดเชงิ คำนวณ
- การจดั กิจกรรมแบบ Unplugged coding
7. ข้ันตอนการออกแบบหรอื พัฒนานวัตกรรม
7.1 ศึกษาวิเคราะห์หลกั สตู รแกนกลางฯ หลักสตู รสถานศกึ ษา ทักษะการคิดเชิงคำนวณ
7.2 ออกแบบแผนการจดั การเรยี นรู้ และนวตั กรรมจากแนวคิดทฤษฎีท่ีเก่ยี วข้อง
7.3 นำไปให้ผู้เช่ยี วชาญตรวจสอบ ทดลองใช้นวตั กรรม ปรับปรุงแกไ้ ขตามคำแนะนำ

8. ขนั้ ตอนการใชพัฒนานวตั กรรม
8.1 จดั ทำนวตั กรรมตามทไ่ี ดอ้ อกแบบ
8.2 นำนวัตกรรมไปทดลองใช้
8.3 บันทกึ ผล หาแนวทางปรบั ปรงุ แกไ้ ข

9. ผลสําเรจ็ ของการสรางหรือพฒั นานวตั กรรม นักเรียนร้อยละ 70 สามารถเขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ยโดยใช้บัตรคำสัง่ ได้
10. แนวทางการนาํ นวตั กรรมไปใช ประกอบการสอนเร่อื งการเขยี นโปรแกรมท่มี เี งื่อนไขโดยใชบ้ ัตรคำส่ัง
11. บรรณานุกรม -
12. ภาคผนวก (ถาม)ี
- คูมือการใชนวัตกรรม/แผนการใชนวัตกรรม..................................................................................
- ภาพกิจกรรม..................................................................................................................................
- อนื่ ๆ ............................................................................................................................................

ลงชอ่ื .......................................................ผู้รายงาน
(นางสาวพักตร์เพยี งเพญ็ ดิษสละ)

แบบรายงานการจดั การเรียนการสอน

โดย รูปแบบ (Active Learning)

1. ชื่อนวัตกรรม การพัฒนาทักษะการอ่านเขยี นคำศัพท์พ้ืนฐานภาษาอังกฤษ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ(ภาษาองั กฤษ)

2. ชือ่ -นามสกลุ นางสาวพชร นกั ดนตรี
ตําแหนง ครู โรงเรียนบา้ นวังตาชว่ ย สังกัดสำนกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษากำแพงเพชร เขต 2

3. ความสาํ คัญของนวัตกรรม การอ่านการเขียนเป็นสงิ่ จำเป็นในการสื่อสาร และการเรยี นรู้
4. วตั ถปุ ระสงค

4.1 นกั เรียนสามารถอา่ นคำศพั ท์พ้นื ฐานภาษาองั กฤษไดถ้ กู ตอ้ ง
4.2 นกั เรียนสามารถเขียนคำศัพท์พน้ื ฐานภาษาองั กฤษไดถ้ ูกต้อง
5. กลุมเปาหมาย นักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ปีการศึกษา 2565 โรงเรยี นบ้านวังตาช่วย
6. แนวคิด ทฤษฎีทีเ่ กยี่ วของกับการพฒั นานวตั กรรม
-ทกั ษะการอ่าน เปน็ ทกั ษะที่สำคญั ของผ้เู รยี นในการเรยี นภาษาองั กฤษ ซ่งึ เป็นทกั ษะทีส่ ง่ ผลตอ่ การเรียนรู้
ภาษาอังกฤษได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพของผเู้ รียน จึงพบว่า ผู้เรยี นมปี ญั หาในเรือ่ งของทกั ษะการอา่ น โดยเฉพาะการอา่ นออก
เสยี งคำศพั ทพ์ นื้ ฐานภาษาอังกฤษหรอื ข้อความต่างๆ ผู้เรียนยงั ขาดความเขา้ ใจในความหมายของคำศพั ทห์ รือเรอื่ งนัน้ ๆ และ
จากการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนผเู้ รียนชั้นประถมศกึ ษาช้นั ปที ี่ 4 ในวชิ าภาษาอังกฤษ พบว่า ทกั ษะทีเ่ ปน็ ปัญหามาก
ท่ีสดุ ไดแ้ ก่ ทกั ษะการอา่ น เพราะผเู้ รียนอา่ นเนอ้ื หาไมเ่ ขา้ ใจ ไมส่ ามารถวิเคราะห์และตอบคำถามจากเรื่องท่ีอา่ นได้ ในสาระที่
1 ภาษาเพื่อการส่ือสาร มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรือ่ งที่ฟังและอ่านจากส่อื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น
อยา่ งมีเหตผุ ล ดังนน้ั เพอ่ื เปน็ การแกป้ ัญหาดงั กล่าว ผสู้ อนจงึ มแี นวคดิ ที่จะนำแบบฝกึ หัดเรอื่ งสน้ั ภาษาอังกฤษ และออกแบบ
กจิ กรรมการเรียนรู้ใหน้ ่าสนใจมากยิง่ ขนึ้
7. ข้นั ตอนการออกแบบหรอื พฒั นานวตั กรรม
7.1 จดั ทำแผนการจัดการเรยี นรู้ 7.2 จัดทำแบบฝกึ ทักษะการอา่ นและการเขียน
7.3 จดั ทำแบบประเมินการอ่านและเขียนคำศพั ท์พื้นฐานภาษาองั กฤษ
8. ข้ันตอนการใชพฒั นานวัตกรรม
8.1 ฝกึ สะกดคำใหน้ ักเรียนอา่ นตาม ฝกึ อา่ นพร้อมกนั ทุกเช้า
8.2 ใหน้ กั เรยี นฝึกอ่านกบั ผูป้ กครองทกุ วัน วันละ 10 คำ (วนั จันทรถ์ ึงวันพฤหสั บดี)
8.3 ทดสอบการอ่านเขยี นคำศัพทพ์ น้ื ฐานภาษาอังกฤษทุกวันศุกร์
9. ผลสําเร็จของการสรางหรอื พฒั นานวตั กรรม นักเรียนสามารถอ่านเขยี นคำพนื้ ฐานได้ถกู ตอ้ งร้อยละ 80
10. แนวทางการนาํ นวัตกรรมไปใช ประกอบการสอนสาระการเรยี นรูภ้ าษาองั กฤษ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 4
11. บรรณานกุ รม 12. ภาคผนวก (ถามี)
- คูมอื การใชนวตั กรรม/แผนการใชนวตั กรรม..................................................................................
- ภาพกจิ กรรม..................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................................ผู้รายงาน
(นางสาวพชร นักดนตรี)

แบบรายงานการจดั การเรียนการสอน
โดย รปู แบบ (Active Learning)

1. ชื่อนวัตกรรม การพฒั นาทักษะการอา่ นเรอ่ื งสนั้ ภาษาองั กฤษ
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5 สาระการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ

2. ชือ่ -นามสกุล นางอุไร ติดตปิ านะ
ตําแหนง ครู โรงเรียนบา้ นวังตาช่วย สงั กัดสำนักงานเขตพ้นื ท่ี การศกึ ษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2

3. ความสาํ คัญของนวัตกรรม นักเรยี นเปน็ ทรัพยากรบุคคลของโลก ทักษะ
ด้านการใชภ้ าษาองั กฤษเบือ้ งต้นเพ่ือการสอ่ื สาร และการเรยี นรจู้ งึ เปน็ เรือ่ งสำคัญย่งิ
4.วัตถุประสงค เพือ่ ให้นักเรยี นสามารถพัฒนาทักษะในดา้ นการฟัง การพูด การอา่ น และการเขยี น
ควบคู่ไปกบั การใชภ้ าษา คำศพั ท์และไวยากรณอ์ ยา่ งถกู ตอ้ ง
5. กลุมเปาหมาย นักเรยี นช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 5 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบา้ นวังตาชว่ ย
6. แนวคิด ทฤษฎีที่เกย่ี วของกับการพฒั นานวตั กรรม

-ราชบัณฑิตยสถาน(2547) ได้ให้ความหมายการอ่านไวว้ ่า การอา่ นตามตัวหนังสือ การออกเสยี งตามตวั หนงั สือ
การดหู รือเขา้ ใจความจากหนังสือ สงั เกตหรอื พิจารณาดเู พอ่ื ให้เข้าใจ การคิด การนบั

- สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (2550) ได้ใหค้ วามหมายการเขยี น ข้อความหมายถงึ การสอื่ สารดว้ ย
ตัวอักษรเพ่ือถ่ายทอดความรู้ ความคิด อารมณ์ ความรูส้ ึก ประสบการณ์ ข่าวสาร และจินตนาการ โดยการใช้ภาษาท่ี
ถกู ตอ้ งเหมาะสมตามหลกั การใชภ้ าษาและตรงตามเจตนาของผเู้ ขียน
7. ขนั้ ตอนการออกแบบหรอื พฒั นานวัตกรรม

7.1 จดั ทำแผนการจัดการเรยี นรู้
7.2 จัดทำใบงานโดยใชท้ ักษะ 5W1H 10 เรื่อง
7.3 จัดทำแบบประเมินใบงาน
8. ขั้นตอนการพฒั นานวตั กรรม
8.1 ฝกึ ทำใบงานสปั ดาห์ละ 1 ครง้ั
8.2 ทดสอบการอ่านและตอบคำถามโดยใช้หลกั 5W1H
9. ผลสาํ เรจ็ ของการสรางหรือพฒั นานวัตกรรม นกั เรยี นสามารถอา่ นเรอ่ื งสน้ั และตอบคำถามได้ถูกต้องรอ้ ยละ 80
10. แนวทางการนํานวัตกรรมไปใช ประกอบการสอนสาระการเรียนร้ภู าษาอังกฤษ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
11. บรรณานุกรม -
12. ภาคผนวก (ถาม)ี
- คูมือการใชนวัตกรรม/แผนการใชนวตั กรรม..................................................................................
- ภาพกจิ กรรม................................................................. .................................................................

ลงชื่อ.............................................ผูร้ ายงาน
(นางอไุ ร ติดติปานะ)

แบบรายงานการจดั การเรียนการสอน
โดย รูปแบบ (Active Learning)

1. ช่อื นวตั กรรม การใช้ทกั ษะในการประดิษฐข์ องใช้จากเศษวัสดุ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5
สาระการเรียนการงานพน้ื ฐานอาชพี

2. ชือ่ -นามสกุล นางเรณู แมตส่ี
ตําแหนง ครู โรงเรยี นบ้านวังตาชว่ ย สังกดั สำนักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษากำแพงเพชร เขต 2

3. ความสําคัญของนวตั กรรม ทักษะในการประดษิ ฐ์ของใช้จากเศษวัสดุมคี วามจำเปน็ ต่อการใช้ชวี ิตประจำวันในยคุ ปจั จบุ นั
ดังน้ันจึงจำเปน็ อย่างย่งิ ที่ต้องฝึกใหน้ กั เรียนมที กั ษะในการประดษิ ฐ์โดยใช้ชดุ ฝกึ ทักษะในการประดิษฐ์
4. วัตถุประสงค

4.1 เพื่อพฒั นานกั เรยี นให้มีความรู้ และมีทกั ษะในการประกอบอาชีพ
4.2 เพ่อื ฝึกทกั ษะกระบวนการคดิ ในการทำงานของนักเรยี น
4.3 เพือ่ ส่งเสรมิ และสนบั สนนุ การสร้างงานและอาชีพให้กบั นักเรียนใหน้ กั เรยี นมอี าชีพเสริมเพ่มิ รายไดใ้ ห้กับตนเอง
5. กลุมเปาหมาย นักเรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 ปีการศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบา้ นวงั ตาชว่ ย
6. แนวคิด ทฤษฎที ีเ่ ก่ียวของกบั การพฒั นานวัตกรรม
นวตั กรรม (Innovation) คอื การปรับใช้ผลติ ภัณฑ์ใหม่กระบวนการผลติ ใหมก่ ารตลาดหรอื รปู แบบองคก์ รใหมท่ ่ี
ก่อให้เกิดผลลัพธ์ เชิงมูลคา่ ในแง่ของผลประโยชนด์ า้ นการเงิน ชีวติ ความเปน็ อยู่ทีด่ ีและความมีประสทิ ธภิ าพ
การออกแบบงานประดษิ ฐ์ เปน็ การสร้างรปู ลักษณข์ องชนิ้ งาน โดยอาศยั ความคดิ สร้างสรรค์ความรู้ ความเขา้ ใจ ในหลกั การ
ออกแบบและนำมาใช้ ทำใหก้ ารออกแบบช้ินงานน้นั มีคุณคา่ และนา่ สนในย่งิ
7. ขั้นตอนการออกแบบหรือพัฒนานวัตกรรม
7.1 จดั ทำแผนการจัดการเรยี นรู้เร่ืองการประดษิ ฐ์เศษวสั ดใุ ห้เปน็ ของใช้
7.2 จัดทำใบความรู้ในการฝกึ ทกั ษะในการประดิษฐ์เศษวสั ดใุ ห้เปน็ ของใช้
8ข้นั ตอนการพฒั นานวัตกรรม
8.1 ฝกึ ให้นักเรยี นประดษิ ฐ์ของใช้ตา่ ง ๆโดยใชเ้ ศษวสั ดุทีน่ ักเรยี นหามาจากส่ิงเหลอื ใช้
8.2 ให้นกั เรยี นฝึกประดิษฐแ์ บบเดิมๆซำ้ ทุกๆวนั จนชำนาญและมคี วามสวยงามคงทนสามารถใชง้ านไดจ้ รงิ
8.3 ทดสอบการใช้งานของสงิ่ ประดิษฐ์และประเมินวา่ สามารถนำไปสรา้ งรายได้และประกอบเปน็ อาชพี เสรมิ ได้ 9.
ผลสาํ เรจ็ ของการสรางหรอื พฒั นานวัตกรรม นกั เรียนสามารถใช้ทกั ษะในการประดิษฐข์ องใชจ้ ากเศษวสั ดุ ไดร้ ้อยละ80
10. แนวทางการนํานวัตกรรมไปใช ประกอบการสอนสาระการงานพ้ืนฐานอาชพี ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
11. บรรณานุกรม -
12. ภาคผนวก (ถามี)
- คูมือการใชนวัตกรรม/แผนการใชนวตั กรรม..................................................................................
- ภาพกจิ กรรม..................................................................................................................................

- อื่น ๆ ............................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................................ผู้รายงาน
(นางเรณู แมตสี่)

แบบรายงานการจัดการเรยี นการสอน
โดย รปู แบบ (Active Learning)

1. ชอ่ื นวัตกรรม รูปแบบการสอนแบบวฏั จกั รการเรียนรู้ 5E+ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3
สาระ การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี

2. ชื่อ-นามสกุล นางสาวสุพตั รา ทะมานนท์
ตาํ แหนง ครู โรงเรียน บ้านวงั ตาช่วย สังกดั สำนกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2

3. ความสำคัญของนวัตกรรม
จากการท่ผี ู้สอนได้วเิ คราะหส์ ภาพการเรยี นการสอนแลว้ พบวา่ นักเรียนสว่ นใหญไ่ ม่ให้ความสำคัญ กบั การเรยี น

เท่าท่ีควร นักเรียนขาดความกระตอื รือรน้ ไมเ่ ตรยี มการเรียนล่วงหนา้ มากอ่ น นกั เรยี นขาดทักษะ ในการคดิ วเิ คราะห์ การสืบ
หาข้อเท็จจรงิ การสบื หาข้อค้นพบใหม่ ๆ การวิเคราะห์ปัญหาที่ซับซ้อน ขาดประสทิ ธภิ าพในการสรุปประเด็นและการส่อื สาร
นักเรียนขาดทกั ษะความสมั พนั ธ์ระหวา่ งบคุ คล และความรบั ผิดชอบในงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย อีกทั้งนกั เรยี นไมค่ ้นุ เคยกับการ
เรียนการสอนแบบ Active Learning และCo-operative Learning ท่ตี ้องการให้ผเู้ รียนเป็นผูล้ งมือกระทำดว้ ยตนเอง เพื่อให้
เกดิ องค์ ความรู้ใหม่ ทงั้ นี้ อาจมีสาเหตุท่เี กิดจากกระบวนการสร้างแรงจงู ใจของนักเรียนต่ำทำให้นักเรยี นขาดความ อดทน
และขาดความกระตือรอื รน้ นักเรยี นขาดความมุง่ มน่ั ใฝร่ ู้ ใฝเ่ รยี น ขาดแรงจูงใจใฝ่สมั ฤทธ์ิและจติ พิสัย เชงิ บวกประกอบกับ
การมผี ลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นคอ่ นขา้ งตำ่ เป็นส่วนมาก หากผู้สอนนาวธิ ีการสอนที่ใช้ Active Learning มาใช้ในห้องเรียน
สรา้ งวิธกี ารเรยี นการสอนแบบใหม่ขนึ้ มาใหน้ า่ เรียน มชี วี ิตชีวา สามารถ กระตนุ้ นักเรยี นใหเ้ กิดกระบวนการตามผลการเรยี นรู้
ทคี่ าดหวัง ดงั ทกี่ ลา่ วมาไดโ้ ดยนำ Active Learning มาใช้ ในการจดั การเรยี นการสอน สามารถพัฒนาใหค้ วามสนใจของ
ผู้เรยี นในบทเรียนมมี ากขึ้น สง่ ผลให้ผู้เรียนมี ทกั ษะการเรยี นร้ขู องผ้เู รียนในศตวรรษท่ี 21 และนำไปส่ผู ลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน
สงู ขนึ้ ได้ดกี ว่าเดิม
4. วัตถุประสงค

4.1 เพ่อื พฒั นารูปแบบการสอนแบบมสี ว่ นร่วม (Active Learning) และพฒั นาทกั ษะด้านการเรียนรู้ และนวตั กรรม
สำหรับนกั เรียน

4.2 เพอื่ ศกึ ษาประสทิ ธภิ าพของรูปแบบกระบวนการจัดการเรยี นรูร้ ายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ บบมีส่วน ร่วม ( Active
Learning) ทส่ี ่งเสริมทักษะการเรียนรขู้ องผูเ้ รียน

4.3 เพอ่ื เปรียบเทยี บผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนกั เรียนกอ่ นและหลังทดลองสอนดว้ ยกระบวนการ จัดการเรียนรู้
รายวิชาวิทยาศาสตร์แบบมีส่วนรว่ ม (Active Learning) ทส่ี ่งเสรมิ ทักษะการเรยี นรขู้ องผเู้ รียน
5. กลุมเป้าหมาย นกั เรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรียนบ้านวงั ตาช่วย
6. แนวคดิ ทฤษฎีที่เก่ยี วของกับการพัฒนานวตั กรรม

กระบวนการเรยี นรูแ้ บบ Active Learning คือ กระบวนการในการจดั กิจกรรมการเรยี นรูท้ ่ีผ้เู รยี นตอ้ ง ไดม้ ีโอกาสลง
มือกระทำมากกวา่ การฟังเพยี งอยา่ งเดยี ว โดยมกี จิ กรรมสง่ เสริมใหผ้ เู้ รยี นประยุกตใ์ ช้ทักษะและ เช่ือมโยงองคค์ วามรู้นำไป
ปฏิบตั ิเพ่อื แกไ้ ขปญั หา โดยมกี ระบวนการเรยี นรโู้ ดยการอ่าน การเขียน การโต้ตอบ และการวเิ คราะหป์ ัญหา อีกทงั้ ผ้เู รียนได้
ใชก้ ระบวนการคดิ ขน้ั สูง ไดแ้ ก่ คิดวิเคราะหส์ ังเคราะหแ์ ละการ ประเมิน (Bonwell & Eison, 1991) การประยกุ ตก์ ารเรียนรู้
แบบมสี ่วนร่วม (Active Learning) มาใช้ในการ จัดการเรียนการสอน จะทำใหผ้ ูเ้ รยี นมีส่วนร่วมในชนั้ เรยี น ส่งเสริมใหเ้ กิด
ปฏสิ มั พันธร์ ะหวา่ งผเู้ รียนกบั ผ้สู อน และผ้เู รยี นกับผูเ้ รยี น จึงถือเป็นการจัดการเรยี นการสอนประเภทหนึ่งที่สง่ เสริมให้ผ้เู รยี นมี

คุณลกั ษณะ ทสี่ อดคลอ้ งกับการเปลี่ยนแปลงในยคุ ปัจจุบัน ดงั น้นั จึงสรปุ ได้ว่า Active Learning คือกระบวนการจัดการ
เรียนรทู้ ่ผี ู้เรียนได้ลงมือกระทำ และไดใ้ ช้กระบวนการคดิ เกยี่ วกบั สงิ่ ทเ่ี ขาไดก้ ระทำลงไป และเปน็ การจดั 3 กิจกรรมการเรยี นรู้
ภายใตส้ มมติฐานพื้นฐาน 2 ประการ คือ (1) การเรยี นรู้เป็นความพยายามโดยธรรมชาติของ มนษุ ย์และ (2) แตล่ ะบคุ คลมี
แนวทางในการเรยี นร้ทู ่ีแตกตา่ งกนั (Meyers and Jones) โดยผูเ้ รียนจะเปลย่ี น บทบาทจากผู้รบั ความร(ู้ receive) ไปสกู่ ารมี
สว่ นร่วมในการสร้างความร้(ู co-creators)
7. ขน้ั ตอนการออกแบบหรอื พฒั นานวตั กรรม

7.1 กำหนดจดุ ประสงค์และเป้าหมายของการเรียนรู้
7.2 ศึกษาทฤษฎีการจดั การเรยี นรู้โดยเนน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคญั
7.3 ออกแบบกระบวนการจัดการเรยี นรู้
8. ข้ันตอนการใชพฒั นานวตั กรรม
8.1 จัดกิจกรรมการเรียนรูต้ ามกระบวนการ Active Learning
8.2 วดั ผลประเมินผล
9. ผลสำเร็จของการสร้างหรือพัฒนานวัตกรรม
1. ผลการศกึ ษาพฤตกิ รรมทางการเรยี น ด้วยกระบวนการจดั การเรียนรูร้ ายวชิ า วทิ ยาศาสตรแ์ บบมีสว่ นร่วม (Active
Learning) ท่ีสง่ เสรมิ ทกั ษะการเรียนรขู้ องผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 พฤติกรรมทางการเรียน หลงั การเรยี นรู้แบบมีสว่ นรว่ ม
(Active Learning) ดีข้ึนท้งั ในด้านการทำงานเป็นกลุ่ม ของผเู้ รียน การแสดงความคดิ เหน็ และการแสดงออกเพอ่ื สะทอ้ น
ความคดิ เหน็ ร่วมกัน จากการสังเกตและ ประเมนิ ของผู้สอน
2. ผลเปรียบเทียบผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน ด้วยการเรียนรดู้ ว้ ยกระบวนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ บบมี
ส่วนรว่ ม (Active Learning) ทส่ี ่งเสริมทักษะการเรยี นรู้ของผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21 คะแนนผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน ดว้ ยการ
เรยี นรแู้ บบมสี ่วนร่วม (Active Learning) หลังเรียนสงู กวา่ กอ่ นเรียน
10. แนวทางการนํานวัตกรรมไปใช ประกอบการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1
11. บรรณานุกรม -
12. ภาคผนวก (ถาม)ี
- คูมอื การใชนวตั กรรม/แผนการใชนวตั กรรม..................................................................................
- ภาพกจิ กรรม..................................................................................................................................

ลงชอื่ .................................................ผู้รายงาน
(นางสาวสพุ ัตรา ทะมานนท์)

แบบรายงานการจัดการเรยี นการสอน
โดย รูปแบบ (Active Learning)

1. ชอื่ นวตั กรรม บตั รคำคำทปี่ ระวสิ รรชนีย์และคำท่ไี มป่ ระวิสรรชนยี ์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ สาระ การเรยี นร้ภู าษาไทย

2. ช่อื -นามสกลุ นางสาวณฏั ฐธิดา มาดหมาย
ตําแหนง ครูผู้ชว่ ย โรงเรียน บ้านวังตาช่วย สงั กดั สำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2

3. ความสำคัญของนวัตกรรม การอ่าน - เขียนคำท่ีประวสิ รรชนยี ์และไม่ประวสิ รรชนยี ์ ไดถ้ ูกต้อง มปี ระสทิ ธภิ าพเปน็

สงิ่ จำเป็นในการส่อื สาร และการเรยี นรู้
4. วตั ถปุ ระสงค

4.1 นกั เรยี นสามารถบอกลักษณะคำทปี่ ระวิสรรชนียแ์ ละไมป่ ระวสิ รรชนีย์ได้ถูกต้อง
4.2 นกั เรยี นสามารถอ่านออกเสยี งคำทปี่ ระวสิ รรชนยี แ์ ละไม่ประวสิ รรชนียไ์ ด้ถูกต้อง

4.3 นักเรยี นสามารถเขยี นคำท่ีประวสิ รรชนีย์และไมป่ ระวสิ รรชนยี ไ์ ดถ้ กู ตอ้ ง

5. กลุมเป้าหมาย นกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรียนบา้ นวงั ตาช่วย
6. แนวคดิ ทฤษฎที ่เี กี่ยวของกับการพัฒนานวตั กรรม

ทักษะการ - อา่ นเขยี น เปน็ ทักษะทสี่ ำคัญของผู้เรยี นในการเรียนภาษาไทย ซ่งึ จากการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน
ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ ๓ ในวิชาภาษาไทย พบว่า ผู้เรียนมีปัญหาในเรื่องของทักษะการอ่าน โดยเฉพาะการอ่าน -
เขยี นคำทีป่ ระวิสรรชนีย์และไม่ประวิสรรชนยี ์ ผ้เู รียนยังขาดความเขา้ ใจในลักษณะคำทป่ี ระวิสรรชนียแ์ ละไมป่ ระวิสรรชนีย์ ใน

สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษา มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและ
พลังของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ ดังนนั้ เพอ่ื เป็นการแกป้ ญั หาดงั กลา่ ว ผ้สู อนจึง
มแี นวคดิ ทจ่ี ะนำบตั รคำคำท่ีประวสิ รรชนยี ์และคำท่ไี มป่ ระวสิ รรชนยี ์ มาจัดกิจกรรมการเรียนร้ใู หน้ ่าสนใจมากย่ิงขน้ึ

7. ข้นั ตอนการออกแบบหรอื พัฒนานวตั กรรม
7.1 ออกแบบบตั รคำ คำทีป่ ระวิสรรชนยี แ์ ละคำที่ไม่ประวิสรรชนยี ์
7.2 จดั ทำบตั รคำ คำทป่ี ระวิสรรชนยี ์และคำทไี่ ม่ประวิสรรชนยี ์

๗.๓ จัดกจิ กรรมการเรียนรู้โดยใชบ้ ตั รคำ คำท่ีประวิสรรชนียแ์ ละคำที่ไม่ประวสิ รรชนีย์

7.๔ จัดทำแบบประเมินการอ่าน - เขยี นคำทปี่ ระวิสรรชนยี แ์ ละคำท่ีไมป่ ระวสิ รรชนยี ์

8. ขนั้ ตอนการใชพฒั นานวตั กรรม
8.1 ใหผ้ เู้ รยี นอา่ นคำท่ีประวสิ รรชนยี แ์ ละคำท่ไี มป่ ระวิสรรชนยี ์ตามผสู้ อน

8.2 ใหผ้ เู้ รียนเขียนคำทีป่ ระวสิ รรชนียแ์ ละคำท่ีไม่ประวสิ รรชนยี ์ตามที่ผูส้ อนอ่านออกเสียงให้ฟัง

8.3 ใหผ้ เู้ รยี นทำแบบทดสอบการอา่ น - เขียนคำทปี่ ระวสิ รรชนียแ์ ละคำท่ีไม่ประวิสรรชนยี ์

9. ผลสำเร็จของการสรางหรอื พฒั นานวตั กรรม นกั เรียนสามารถอา่ น - เขยี นคำทีป่ ระวสิ รรชนีย์และคำท่ีไมป่ ระวิสรรชนยี ์

ไดถ้ ูกตอ้ งร้อยละ 80
10. แนวทางการนาํ นวัตกรรมไปใช ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๓
11. บรรณานุกรม -
12. ภาคผนวก (ถาม)ี
- คูมอื การใชนวตั กรรม/แผนการใชนวัตกรรม..................................................................................
- ภาพกจิ กรรม..................................................................................................................................

ลงชอื่ .................................................ผรู้ ายงาน

(นางสาวณัฏฐธดิ า มาดหมาย)

แบบรายงานการจดั การเรยี นการสอน

โดย รูปแบบ (Active Learning)

1. ชอื่ นวัตกรรม แบบฝกึ ทักษะบญั ชคี ำพ้นื ฐานภาษาองั กฤษ

ระดบั ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 กลุมสาระ การเรียนรูภ้ าษาตา่ งประเทศ

2. ช่ือ-นามสกลุ นายจรพิ ัฒน์ ยอดแก้ว

ตําแหนง ครู โรงเรยี น บา้ นวังตาช่วย สังกดั สพป.กำแพงเพชร เขต 2

3. ความสาํ คัญของนวตั กรรม ศัพท์ภาษาอังกฤษมคี วามสาํ คัญเพราะจะชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจความหมายของคําที่อา่ น อันจะ

นําไปสู่การพูด การฟงั การอ่านและการเขยี นอยางมคี วามหมายที่ถูกต้อง

4. วัตถปุ ระสงค์ ใหน้ ักเรยี นร้คู วามหมายของคาํ ศัพท์ คอื นักเรยี นสามารถจาํ และบอกความหมายไดท้ ันทีที

อา่ น เขียน หรือไดย้ นิ คําศพั ท์นน้ั ๆ

5. กลุมเปาหมาย นกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

6. แนวคดิ ทฤษฎีที่เก่ยี วของกับการพฒั นานวัตกรรม โรงเรียนบา้ นวงั ตาชว่ ย ไดด้ ำเนนิ การจัดการศกึ ษาแบบฝึกทกั ษะบญั ชี

คำพืน้ ฐานภาษาอังกฤษโดยใชร้ ูปแบบ CWTC MODEL ตามกระบวนการข้นั ตอน ดังน้ี

7. ขนั้ ตอนการออกแบบหรือพฒั นานวตั กรรม

1.(Context Analysis : ศึกษาสภาพปัญหา) 2. (Winner : วธิ ีปฏิบัตเิ พอื่ ใหเ้ กดิ ความสำเร็จ )

3. (Teacher : ครูผู้สอนเด็ก ) 4. (Children : คุณภาพเด็กเรยี น )

8. ขน้ั ตอนการใชพัฒนานวัตกรรม

1. ตรวจความยากง่ายของคําศัพท์

2. ฝกึ การออกเสยี งคําศัพทใ์ หม่

3. การสอนความหมาย

4. ทบทวนศพั ท์เกา่

9. ผลสําเรจ็ ของการสรางหรอื พัฒนานวตั กรรม นกั เรียนชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6

สามารถจำคำศัพท์เพมิ่ ขน้ึ ได้รอ้ ยละ 70

10. แนวทางการนาํ นวตั กรรมไปใช สามารถเลือกระดับคำศัพทใ์ หเ้ หมาะสม และวิธกี ารนำไปใชก้ ับนักเรยี นช้ันอน่ื ๆ

11. บรรณานุกรม .......……………………………………………………………………………………………………………..

12. ภาคผนวก (ถาม)ี

- คูมือการใชนวตั กรรม/แผนการใชนวัตกรรม..................................................................................

- ภาพกจิ กรรม..................................................................................................................................

ลงชอ่ื ........................................................................ผู้รายงาน
(นายจริพัฒน์ ยอดแกว้ )

แบบรายงานการจัดการเรยี นการสอน
โดย รปู แบบ (Active Learning)

1. ชอ่ื นวัตกรรม ลานจอดรถพิศวง
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

2. ชือ่ -นามสกลุ วา่ ท่ีร.ต.หญิงนาตยา กลมกล่อม
ตําแหนง ครูผ้ชู ว่ ย โรงเรียนบา้ นวงั ตาชว่ ย สังกัดสำนกั งานเขตพน้ื ที่ การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2

3. ความสําคญั ของนวตั กรรม นกั เรียนเป็นศูนยก์ ลาง และไดล้ งมอื ปฏบิ ตั ิด้วยตนเอง
4.วตั ถปุ ระสงค เพ่อื ให้นักเรยี นสามารถพฒั นาทกั ษะคิดอยา่ งเปน็ ขนั้ เป็นตอน
5. กลุมเปาหมาย นักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรียนบา้ นวังตาชว่ ย
6. แนวคิด ทฤษฎที ีเ่ ก่ยี วของกบั การพัฒนานวตั กรรม

แนวคดิ เชิงคำนวณ (Computational Thinking) เปน็ กระบวนการวิเคราะหป์ ัญหา เพือ่ ใหไ้ ด้แนวทางหาคำตอบ
อย่างเป็นข้ันตอนทีส่ ามารถนำไปปฏบิ ัตไิ ด้โดยบุคคลหรือคอมพิวเตอร์อยา่ งถูกต้อง การคิดเชงิ คำนวณ เปน็ กระบวนการ
แก้ปญั หาในหลากหลายลกั ษณะ เช่น การจัดลำดับเชงิ ตรรกศาสตร์ การวเิ คราะหข์ อ้ มูล และการสรา้ งสรรค์วิธีแก้ปัญหาไปที
ละขัน้ รวมทั้งการยอ่ ยปญั หาทชี่ ว่ ยให้รับมือกับปัญหาท่ีซับซ้อนหรือมลี กั ษณะเปน็ คำถามปลายเปิดไดว้ ธิ คี ดิ เชงิ คำนวณ จะ
ช่วยทำให้ปญั หาทซี่ บั ซ้อนเขา้ ใจไดง้ ่ายขนึ้ เป็นทักษะท่เี ปน็ ประโยชนอ์ ย่างยงิ่ ต่อทกุ ๆ สาขาวิชา และทุกเรอ่ื งในชีวิตประจำวัน
ซึ่งไมไ่ ด้จำกัดอย่เู พียงการคิดใหเ้ หมือนคอมพวิ เตอรแ์ ต่เป็นกระบวนการคดิ แก้ปัญหาของมนุษย์ เพือ่ ส่ังใหค้ อมพวิ เตอรท์ ำงาน
และชว่ ยแก้ปัญหาตามที่เราตอ้ งการไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ

แนวคิดเชิงคำนวณมอี งคป์ ระกอบทสี่ ำคัญ 4 สว่ น ไดแ้ ก่ การแบ่งปญั หาใหญเ่ ป็นปญั หาย่อย (Decomposition) การ
พิจารณารูปแบบ (Pattern Recognition) การคิดเชงิ นามธรรม (Abstraction) การออกแบบอัลกอริทึม (Algorithm)
7. ขัน้ ตอนการออกแบบหรือพฒั นานวตั กรรม

7.1 จดั ทำแผนการจัดการเรียนรู้ 7.2 จดั ทำลานพิศวงเพอื่ ให้นักเรียน 7.3 จดั ทำแบบประเมนิ ใบงาน
8. ขน้ั ตอนการพัฒนานวัตกรรม

8.1 เรยี นรกู้ ารคดิ อยา่ งเปน็ ข้นั ตอน 8.2 ลงมอื ปฎบิ ัติเพ่อื แกป้ ญั หาวิธกี ารหาคำตอบอยา่ งเปน็ ขนั้ ตอน
9. ผลสาํ เรจ็ ของการสรางหรอื พฒั นานวัตกรรม นกั เรยี นสามารถหาคำตอบโดยการคิดอย่างเปน็ ข้ันเป็นตอนได้
10. แนวทางการนํานวัตกรรมไปใช ประกอบการสอนสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวิชา เทคโนโลย(ี วิทยาการคำนวณ) ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2
11. บรรณานุกรม -
12. ภาคผนวก (ถาม)ี
- คูมือการใชนวัตกรรม/แผนการใชนวตั กรรม..................................................................................

- ภาพกจิ กรรม..................................................................................................................................

ลงชอื่ .............................................ผ้รู ายงาน
(วา่ ท่รี .ต.หญิงนาตยา กลมกล่อม)

แบบรายงานการจัดการเรยี นการสอน
โดย รปู แบบ (Active Learning)

1. ชอื่ นวัตกรรม แทนแกรมต่อสนุก ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
2. ชื่อ-นามสกุล นายชัยพล อุดมเสฏฐช์ ัย ตาํ แหนง ครูผ้ชู ่วย โรงเรียนบา้ นวงั ตาช่วย สังกดั สพป.กพ. เขต 2
3. ความสำคัญของนวัตกรรม แทนแกรมเป็นภาพตอ่ ที่เก่าแก่ของจนี โบราณ ใช้เลน่ เป็นเกมเพื่อพัฒนาทักษะ
ทางคณิตศาสตร์ ความสัมพนั ธ์เชงิ พ้ืนทแี่ ละความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ อีกท้ังมสี มาธแิ ละความจำในการเรียน
4. วัตถุประสงค

4.1 เพื่อฝกึ ให้นกั เรยี นมีความคดิ สร้างสรรค์จากการตอ่ ช้นิ ส่วนของแทนแกรมเปน็ รปู ตา่ ง ๆ
4.2 เพอ่ื ใหน้ ักเรียนหาความสมั พันธเ์ ชิงพื้นท่ีและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ได้
4.3 เพื่อใหน้ ักเรียนฝกึ การใช้สมาธิ และความจำได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
5. กลุ่มเป้าหมาย นักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบ้านวังตาช่วย
6. แนวคิด ทฤษฎีทเ่ี กี่ยวของกับการพัฒนานวตั กรรม
ทักษะความสามารถในการคิดวิเคราะห์เป็นทักษะที่สำคัญของผู้เรียนในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งจากการจัด
กิจกรรมการเรยี นรู้ผู้เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ในวิชาคณิตศาสตร์ พบว่า ผู้เรียนมีปัญหาในเร่ืองของทกั ษะความสามารถใน
การคิดวเิ คราะห์ ผู้เรยี นยังขาดความเขา้ ใจในการหาความสมั พันธเ์ ชิงพื้นท่ี ในสาระที่ 2 การวดั แลเรขาคณติ มาตรฐาน ค 2.1
เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่ิงที่ต้องการวัด และนำไปใช้ ดังนัน้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว
ผ้สู อนจึงมีแนวคดิ ท่จี ะแทนแกรมต่อสนุก มาจัดกิจกรรมการเรยี นรใู้ หน้ ่าสนใจมากย่งิ ขึน้
7. ข้ันตอนการออกแบบหรือพัฒนานวตั กรรม
7.1 ออกแบบแทนแกรมตอ่ สนกุ
7.2 จดั ทำแทนแกรมต่อสนกุ
7.3 จดั กจิ กรรมการเรียนรู้โดยใช้แทนแกรมต่อสนุก
7.4 จดั ทำแบบประเมินแทนแกรมต่อสนุก
8. ขั้นตอนการใชพัฒนานวตั กรรม
8.1 ใหผ้ ูเ้ รียนต่อแทนแกรมเปน็ รูปตา่ งๆ ตามผู้สอน
8.2 ให้ผู้เรยี นตอ่ แทนแกรมเปน็ รูปต่างๆ ตามท่ีผู้สอนกำหนด
8.3 ใหผ้ ู้เรียนตอ่ แทนแกรมเป็นรูปต่างๆ ตามความคดิ สร้างสรรคข์ องผู้เรียน
9. ผลสำเร็จของการสรางหรือพัฒนานวัตกรรม นกั เรยี นมีสมาธิ และความจำในการเรียนเพิ่มขึ้นรอ้ ยละ 60
10. แนวทางการนํานวัตกรรมไปใช ประกอบการจัดกจิ กรรมการเรียนรูร้ ายวิชาคณิตศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1
11. บรรณานุกรม -
12. ภาคผนวก (ถาม)ี
- คูมอื การใชนวตั กรรม/แผนการใชนวตั กรรม..................................................................................
- ภาพกิจกรรม..................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................ผรู้ ายงาน
(นายชัยพล อุดมเสฏฐ์ชยั )

แบบรายงานการจัดการเรียนการสอน
โดย รูปแบบ (Active Learning)

๑. ชอ่ื นวัตกรรม
การพัฒนาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสำคัญของนกั เรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ตามเทคนคิ บันได ๖ ขน้ั โดยใช้

กระบวนการเรียนรู้ Active Learning ระดับชน้ั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓ กลุมสาระ การเรียนรู้ภาษาไทย
๒. ชอื่ -นามสกลุ นางพชั รินทร์ พันธุ์เฮง ตําแหนง ครรู ะดบั ชำนาญการ โรงเรยี นบ้านวงั ตาช่วย
สงั กดั สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษากำแพงเพชร เขต ๒
๓. ความสาํ คญั ของนวัตกรรม

การอ่านมีความสำคญั และจำเป็นอย่างยิ่งในสังคมปัจจุบนั เพราะการอ่านชว่ ยเพ่ิมพูนประสบการณ์ ความรู้และ
ความคดิ แตจ่ ากสภาพการเรยี นการสอนในปัจจุบัน พบว่าการอ่านจับใจความสำคญั เป็นทักษะหนงึ่ ของการอา่ นที่เดก็ ไทย
กำลงั ประสบปญั หา และเมือ่ เด็กอา่ นหนงั สอื แล้วไม่สามารถจับใจความสำคัญของเร่ืองทอ่ี ่านได้ จึงทำใหไ้ มส่ ามารถถา่ ยทอด
เรอื่ งราว โดยการจบั ใจความสำคัญจากเร่ืองได้ ทำใหม้ ีผลกระทบต่อการเรียนวิชาอน่ื ซึง่ เป็นสาเหตุสำคญั ของปัญหาด้านการ
อ่านของนกั เรียน

ดว้ ยความสำคญั ของการอ่านท่สี ง่ ผลตอ่ การเรียนรู้และการดำเนินชีวิตของผู้เรียนดังกล่าว โรงเรยี นบา้ นวังตาชว่ ย ได้
ให้ความสำคญั กับการพฒั นานกั เรยี นในดา้ นการอา่ นจบั ใจความ โดยไดก้ ำหนดมาตรฐานการเรียนรทู้ ี่เกย่ี วขอ้ งกบั การอา่ นไว้
ในหลกั สตู รสถานศกึ ษาของโรงเรยี น แตจ่ ากข้อมูลการประเมินผลการทดสอบระดับชาติทางการศึกษาระดับชาติของนักเรียน
โรงเรยี นบา้ นวงั ตาช่วย พบวา่ ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนของนักเรยี นในระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓ ยังอยใู่ นระดบั ปานกลาง ซงึ่
ยงั ไม่เปน็ ที่นา่ พอใจ ทัง้ น้ี ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นวชิ าภาษาไทยนักเรยี นระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ ทท่ี างโรงเรยี นได้
ตั้งเป้าหมายไว้ คอื ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ระดับดี ดังนัน้ ครผู ้สู อนจึงตระหนักวา่ การจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนเพ่อื
พัฒนาทกั ษะการอ่านจับใจความสำคญั ของนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๓ ตามเทคนิคบันได ๖ ขนั้ โดยใช้กระบวนการเรยี นรู้
Active Learning อาจช่วยแก้ปญั หาได้ ทำใหก้ ารจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนวชิ าภาษาไทย บรรลุเป้าหมายทีก่ ำหนด และ
เพอื่ พฒั นาผเู้ รียนให้มีสมรรถนะด้านการอ่านสำหรับการเรยี นในระดับช้ันทีส่ งู ขน้ึ รวมทง้ั ยงั รวมไปถงึ การเตรยี มความพรอ้ ม
สำหรบั ผู้เรียนในการประเมนิ ต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องในด้านการอ่านต่อไป
๔. วตั ถปุ ระสงค์

๑. เพ่ือพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นในวิชาภาษาไทยของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ให้สูงขน้ึ
๒. เพ่ือใหน้ ักเรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ไดร้ ับการพัฒนาสมรรถนะการอ่านตามเทคนคิ บนั ได ๖ ข้ันโดยใช้
กระบวนการเรยี นรู้ Active Learning
๕. กลุมเปาหมาย
นักเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓ โรงเรียนบา้ นวังตาชว่ ย สังกดั สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษากำแพงเพชร
เขต ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ จำนวน ๑๕ คน

๖. แนวคิด ทฤษฎที ่ีเกี่ยวของกับการพฒั นานวัตกรรม
แนวคดิ การอา่ นจบั ใจความสำคญั ตามเทคนิคบนั ได ๖ ขัน้
การจับใจความสำคัญเป็นทักษะพน้ื ฐานทผี่ ู้เรียนจำเป็นต้องมีเพื่อที่จะสามารถรับสารผ่านการอ่านหรอื การฟังได้อยา่ ง

รวดเรว็ และถูกต้องตรงประเดน็ นอกจากนกี้ ารจบั ใจความสำคัญได้อยา่ งแมน่ ยำยงั ช่วยใหผ้ ู้รับสารสามารถใช้ทักษะทางภาษา
ขนั้ สงู ยง่ิ ขึน้ กลา่ วคือ สามารถนำใจความสำคัญจากส่งิ ท่ีไดอ้ า่ นหรอื ส่งิ ท่ีได้ฟงั มาวิเคราะห์ ตีความ ประเมนิ คา่ และนำไปใชใ้ น
ชวี ิตประจำวันได้ การจบั ใจความสำคัญจงึ เป็นสง่ิ สำคญั ท่ีผู้เรยี นควรศกึ ษาและหม่นั ฝกึ ฝนให้เกิดความชำนาญเพื่อประโยชนใ์ น
การศกึ ษาและการทำงานอ่ืน ๆ ต่อไป (เสกสันต์ ผลวฒั นะ,๒๕๖๔,น.๙ - ๒๕)

แนวคิดกระบวนการเรียนรู้ Active Learning
Active Learning เป็นกระบวนการจดั การเรียนรตู้ ามแนวคิดการสร้างสรรค์ทางปญั ญา(Constructivism) ที่เนน้
กระบวนการเรยี นรู้มากกวา่ เนือ้ หาวิชา เพ่ือช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ หรือสร้างความรู้ใหเ้ กิดข้ึนในตนเอง ด้วย
การลงมอื ปฏิบัติจริงผ่านสือ่ หรือกจิ กรรมการเรยี นรู้ ที่มคี รูผู้สอนเป็นผแู้ นะนำ กระตุ้น หรืออำนวยความสะดวก ให้ผู้เรยี นเกิด
การเรียนรู้ขึ้น โดยกระบวนการคิดขน้ั สงู กล่าวคือ ผู้เรยี นมีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการประเมินคา่ จากส่ิงทไ่ี ด้รบั จาก
กิจกรรมการเรยี นรู้ ทำให้การเรียนรู้เปน็ ไปอย่างมคี วามหมายและนำไปใชใ้ นสถานการณ์อ่นื ๆ ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ (สถาพร
พฤฑฒิกุล, ๒๕๕๘)
๗. ขัน้ ตอนการออกแบบหรือพัฒนานวตั กรรม
ขน้ั ตอนการจดั การเรยี นร้เู ชงิ รกุ Active Learning
๑. ขน้ั กระตนุ้ คิดใหอ้ ยากเรยี นรู้
๒. ขน้ั แสวงหาความรแู้ ละฝึกปฏิบัติ
๓. ขน้ั ลงมอื ปฏบิ ตั ิจรงิ และสะท้อนคดิ
๔. ข้นั สอ่ื สารผลการปฏบิ ัติ
๕. ขั้นปรบั ประยกุ ตใ์ ช้ความรแู้ ละเผยแพร่

๘. ขัน้ ตอนการใชพฒั นานวตั กรรม
๑. ขนั้ กระตนุ้ คดิ ให้อยากเรยี นรู้
ครผู สู้ อนใช้วธิ ีการใชค้ ำถาม/ใช้เพลง/ใชภ้ าพ/ใช้เกม กระตุน้ การคิดของนักเรยี นให้อยากเรยี นรู้
๒. ขัน้ แสวงหาความรูแ้ ละฝกึ ปฏบิ ัติ
ครูใช้กระบวนการกลุม่ ในการแสวงหาความรู้ และฝึกฝนทกั ษะ เช่น อ่านใบความรู้ ฟงั เรอื่ งราว การดyู outube
การสืบค้นจากgoogle
๓. ขนั้ ลงมอื ปฏบิ ตั จิ ริงและสะท้อนคิด
ครกู ำหนดภาระงานเพื่อให้นักเรยี นลงมือปฏิบตั จิ ริงและสะทอ้ นคดิ โดย ใช้วธิ กี ารกำหนดชน้ิ งานให้ลงมอื ปฏิบัติ
การสรา้ งสถานการณจ์ ำลอง การเล่นบทบาทสมมติ ใบงาน และการแกโ้ จทย์ปัญหา
๔. ขน้ั สื่อสารผลการปฏิบัติ
ครใู หน้ ักเรยี นนำเสนอผลงานในกลุ่ม หรอื หน้าชั้นเรียน มกี ารให้นักเรยี นอภปิ รายแลกเปลี่ยนเรียนรู้

๕. ขน้ั ปรับประยกุ ต์ใชค้ วามรู้และเผยแพร่
ครูใหน้ กั เรยี นนำผลการเรียนร้ไู ปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวนั และสร้างสรรคง์ านชน้ิ ใหม่จากความรู้ทีม่ ี

๙. ผลสําเร็จของการสรางหรือพฒั นานวตั กรรม
๑. นกั เรยี นโรงเรยี นบา้ นวังตาช่วย ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓ มีผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนในวิชาภาษาไทยสูงข้นึ
๒. ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพน้ื ฐาน (O-NET) ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๓ ของโรงเรยี นบ้านวงั ตาช่วย มี

คา่ เฉลี่ยสงู กว่าระดับประเทศ
๓. นกั เรียนชัน้ มัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนบา้ นวังตาชว่ ย ชนะเลศิ การแข่งขันการอา่ นจบั ใจความสำคัญ โดยใช้

เทคนิคบันได ๖ ขนั้ ระดับเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต ๒ และเข้าร่วมการแข่งขนั ระดบั ประเทศ ใน
กิจกรรมรกั ษ์ภาษาไทย สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
๑๐. แนวทางการนาํ นวัตกรรมไปใช

๑. เพ่ือนำนวตั กรรมไปใช้ในการพัฒนาการเรยี นการสอน วชิ าภาษาไทย ให้มีประสิทธิภาพมากย่ิงขัน้
๒. เพ่อื นำนวตั กรรมใชใ้ นการแก้ปญั หาในเรื่องการเรียนการสอนดา้ นการอ่านจบั ใจความสำคญั
๓. เพอื่ นำกระบวนการการจัดการเรยี นรเู้ ชิงรุก Active Learning พฒั นากระบวนการด้านการอา่ นตามแนวPISA
๑๑. บรรณานกุ รม
อา้ งองิ ท่มี า:
เอกสารประกอบการฝึกอบรม “การพฒั นาสมรรถนะการอา่ นขั้นสงู สำหรบั นกั เรียนช้นั มัธยมศึกษาตอนต้น” โดย
อาจารย์เสกสนั ต์ ผลวัฒนะ (22 กนั ยายน 2564) สถาบนั ภาษาไทย สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน
เอกสารประกอบการฝึกอบรม “คณุ ภาพผู้เรียน.......เกิดจากกระบวนการเรยี นรู้” โดย ดร.สถาพร พฤฑฒกิ ุล (3
ธันวาคม 2558) คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยบูรพาวิทยาเขตสระแกว้

๑๒. ภาคผนวก
- ภาพกจิ กรรม..................................................................................................................................
- อ่นื ๆ ............................................................................................................................................

ลงช่อื ...............................................ผู้รายงาน
(นางพชั รินทร์ พันธ์เุ ฮง)



ภาพกจิ กรรม
ข้นั กระตนุ้ คดิ ใหอ้ ยากเรียนรู้

ข้นั แสวงหาความรแู้ ละฝกึ ปฏบิ ตั ิ

ข้นั ลงมือปฏบิ ตั ิจรงิ และสะทอ้ นคดิ

ข้นั สื่อสารผลการปฏบิ ตั ิ

ข้นั ปรบั ประยกุ ตใ์ ช้ความร้แู ละเผยแพร่

ผลสาํ เรจ็ ของการสรางหรอื พฒั นานวตั กรรม

ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ O-NET
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓
เปรียบเทียบระหวา่ งปีการศึกษา ๒๕๖๓ กบั ๒๕๖๔
มีการพฒั นาขนึ้ หลงั จากใชน้ วตั กรรม

ชนะเลิศ การแข่งขันการอ่านจบั ใจความสำคัญโดยใชเ้ ทคนคิ บันได ๖ ข้ัน ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษา
ตอนตน้ เข้าร่วมแข่งขันระดับประเทศ ในกจิ กรรม “รกั ษ์ภาษาไทย”


Click to View FlipBook Version