หัวข้อการบรรยาย กฎหมายอาญาภาคความผิด
ความผด ิ ต ่ อตา แหน ่ งหนา ้ ท ี ่ ราชการ
ความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ราชการ มาตรา 148 ม.148 ผ ้ ู ใดเป็ นเจ้าพนักงาน ใช้อ านาจ ในต าแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจ ู ง ใจเพ ื่อให ้ บ ุ คคลใดมอบให ้ หร ื อหามาให้ ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ ตนเองหร ื อผ ้ ู อ ื่น มาตรา 149 ม.149 ผ ้ ู ใดเป็ นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาจังหวัด หรือ สมาชิกสภาเทศบาลเรียก รับ หรือยอมจะรับ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดส าหรับตนเอง หร ื อผ ้ ู อ ื่นโดยมช ิอบ เพื่อกระท าการหรือไม่ กระท าการอย่างใดในต าแหน่ง ไม่ว่าการนั้น จะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ มาตรา 201 ม.201 ผ ้ ู ใดเป็ นเจ้าพนักงานในต าแหน ่ งต ุ ลาการ พน ั กงานอยการ ั หรือพนักงานสอบสวน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดส าหรับตนเองหรือไม่ว่าการนั้นจะชอบ หรือมิชอบด ้ วยหน ้ าทผ ี่้ ู อ ื่นโดยมช ิอบ เพื่อกระท าการหรือ ไม่กระท าการอย่างใดในต าแหน่ง
(1) เจ้าพนักงาน (2) ใช้อ านาจในต าแหน่ง โดยมิชอบ (3) ข ่ มข ื นใจ หร ื อจูงใจ (1) เจตนาธรรมดา (2) เจตนาพิเศษ เพื่อ “ให ้ บุคคลใดมอบให ้ หรือหามาให้ ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด” องค์ประกอบ เจ้าพนักงานใช้ต าแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 148 ผ ้ ู ใดเป็ นเจ ้ าพน ั กงาน ใช ้ อา นาจในตา แหน ่ งโดยม ิ ชอบ ข ่ มข ื นใจหร ื อจ ู งใจเพ ื่อให ้ บ ุ คคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่ง ทร ั พย ์ ส ิ นหร ื อประโยชน ์ อ ื่นใดแก ่ ตนเองหร ื อผ ้ ู อ ื่น ต ้ องระวางโทษจ าค ุ กต ้ ง ั แต ่ ห ้ าปี ถ ึ งยส ี่ิ บปี หร ื อจ าค ุ กตลอดช ี ว ิ ต และปร ั บต ้ ั ง แต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต [อตัราโทษ แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยมาตรา7แห่งพระราชบญัญตัิแกไ้ ขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560] . องค์ประกอบภายนอก องค์ประกอบภายใน TITLE HERE
ตามแนวบรรทัดฐานของศาลฎีกาวางหลักไว้ว่า “ ผ ู้ใดจะเป็ น เจ้าพนักงานตามกฎหมายเช ่ น บุคคลท ี่ได ้ รับการแต ่ งต้ังให้เป็ น ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการจะต้องได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติ หน้าที่ราชการ และการแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการนั้นจะต้องเป็ น การแต่งตั้งตามกฎหมายหรือตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายบัญญัติ ไว้ด้วย ข้าราชการตุลาการ ข ้ าราชการอัยการ ทหาร ต ารวจ เป็ นต้น หากเป็ นการแต่งตั้งตามระเบียบแบบแผนของหน่วยงาน แม ้ จะแต ่ งต้ังให ้ปฏ ิ บัต ิ ราชการก ็ไม ่ ถ ื อว ่ าผ ู้น้ันเป็ น เจ้าพนักงาน หรือมิฉะนั้นก็ต้องเป็ นบุคคลท ี่ม ี กฎหมายบัญญัต ิไว้โดยเฉพาะ ว่าเป็ นเจ้าพนักงาน เช่น พระราชบัญญัติเทศบาลพ.ศ. 2496 ให้ พนักงานเทศบาลเป็ นเจ้าพนักงาน” เจ้ าพนักงานในที่นี้ก็มีความหมายเช่ นเดียวกับมาตราอื่นๆ คือ มีกฎหมายแต่งตั้งให้เป็ นเจ้าพนักงานหรือเป็ นข้าราชการได้รับ เงินเดือนประเภทงบประมาณแล้วก็มีหน้าที่เพื่อการนั้น ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 4512/2536 จ าเลยเป็ นผ ู้ใหญ ่ บ ้ าน อันเป็ นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 และได้รับการแต่งตั้งจากนายอ าเภอให้เป็ นเจ้าหน้าที่ส ารวจความ เส ี ยหายจากอุทกภัย แล ้ วให ้ ท าเร ื่องผ ่ านคณะกรรมการตรวจสอบ การจ่ายเงิน แม้ต่อมาทางราชการได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ข ้ อเท ็ จจร ิ งเพ ื่อช ่ วยเหล ื อผ ู้ประสบสาธารณภัยท ี่ได ้ รับความ เด ื อดร ้ อนเน ื่องจากท ี่อย ู่อาศัยได ้ รับความเส ี ยหายโดยไม่มีจ าเลยเป็ น กรรมการด้วยก็ตาม แต่ค าสั่งในภายหลังก็ไม่มีการยกเลิกเพิกถอน หน้าที่ของจ าเลยตามที่นายอ าเภอมีค าสั่ง จ าเลยจึงเป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา องค์ประกอบความผิดของมาตรา 148 . 1. เป็ นเจ้าพนักงาน ตาม มาตรา 1 (16)
1. เป็ นเจ้าพนักงาน ตาม มาตรา 1 (16) ฏ. 278/2559การกระท าของ ว. จึงเป็ นการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ ของรัฐในโครงการ แม้ ว.ไม่ใช่ เป็ นข้าราชการที่รับ เงินเดือนจากงบประมาณแผ่นดิน แต่เป็ นพนักงานที่รับเงินเดือน หรื อค่ าจ้ างจากผ ู้เส ี ยหายท ี่เป็ นองค์ การของรัฐบาลที่จัดตั้ งขึ้น โดยใช้เง ิ นทุนจากงบประมาณแผ่นดิน อีกทั้งเป็ นการปฏิบัติหน้าที่ ราชการย่อมถือได้ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ ว.ในโครงการรับจ าน า ข้าวเปลือกของรัฐบาล เป็ นการกระท าในฐานะเจ้าพนักงาน ถ้าเป็ นการใช้ อ านาจ “นอกต าแหน่ง” เช่ นไม่ได้เป็ นเจ้า พนักงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบภาษี แล้วอ้างว่ามีอ านาจในการตรวจสอบ ภาษี ไม่เข้าองค์ประกอบข้อนี้ เพราะไม่ใช่การใช้อ านาจในต าแหน่ง ฎ.1074/2532 จ าเลยได้รับค าสั่งให้ปฏิบัติราชการธุรการ แต่ไม่มีอ านาจหน้าที่เกี่ยวกับงานทะเบียนราษฎรและบัตร ประชาชน จ าเลยไปเร ี ยกร ้ องเง ิ นจากผ ู้ท ี่มาขอจ าเลย ไม่อาจกระท าผิดในต าแหน่งดังกล่าวได้ ไม่ผิด มาตรา 148 องค์ประกอบความผิดของมาตรา 148 . 1. เป็ นเจ้าพนักงาน ตาม มาตรา 1 (16)
2. ต้องเป็ นการใช้อ านาจ “ในต าแหน่ง” และ โดย “มิชอบ” คือ เริ่มกระท าการก็ ไม่ชอบ ด้วยกฎหมายแล้ว ฎ. 2573/2553 จ าเลยซึ่งเป็ นเจ้าพนักงานต ารวจ กองปราบปรามข ู่ให ้โจทก ์ น าเงน ิ มามอบให ้โดยอ ้ างว ่าเพื่อลบ ช ื่อโจทก ์ ออกจากบญัช ี ผ ู้ค ้ ายาเสพต ิ ดและเพ ื่อทจ ี่ะไม ่ จับกุม โจทก์ร่วม ถือเป็ นความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ราชการฐานเป็ น เจ้าพนักงานใช้อ านาจในต าแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจและจูง ใจ เพื่อให้โจทก์มอบให้ซึ่งทรัพย์สินแก่ตนเอง ค ว า ม ผิ ด ต า ม ม า ต ร า 148ใ ต้ อ ง เ ป็ น เ รื่ อ ง การใช้อ านาจโดยมิชอบ และมิใช่ต้องข่มขืนใจแต่เพียงอย่าง เดย ี วเพย ี งแต ่ จูงใจกเ ็ป็ นความผด ิ (ฎ.1663/2512) เจ้าพนักงานแกล้งจับโดยกล ่ าวหาว ่ าผ ู้น้ัน ได้มีการกระท าความผิดกฎหมายเมื่อแกล้งจับ แล ้ วบงัคบัเอาเงน ิ หร ื อจูงใจให ้ให ้ เงน ิ หรือ ประโยชน์อื่นใด ข้อแตกต่าง ถ้าผู้ถูกจับได้กระท าผิด เจ้าพนักงานจับตาม หนา ้ ท ี่แลว ้ เร ี ยกเงินเพ ื่อปล่อยตวัเป็นความผิด ตามมาตรา 149 (ฎ. 155/2503, ฎ. 599/2505, ฎ.921/2512) องค์ประกอบความผิดของมาตรา 148 .
กรณีแกล้งจับเป็ นการใช้อ านาจในต าแหน่งโดยมิชอบ ผิด มาตรา 148 ฎ.1084/2563จ าเลยเป็ นเจ้าหน้าที่ต ารวจกล่าวหาว่าโจทก์ร่ วม เป็ นเจ้ามือหวยเถื่อน อย่างนี้ต้องมีผลประโยชน์และให้เอาเงิน ใส่ ซองมาให้ บ้ าง ถ้ าไม่ ให้ จะตามสารวัตรปกครองป้องกัน มาดา เน ิ นการจ ั บกม ุ เม ื่อโจทก ์ ร ่ วมไม ่ให ้ เงน ิ แก ่ จ าเลย จ าเลยจึงไป แจ ้ งเหต ุ ต ่ อ สวป.ว่าพวกในตลาดก าลังเล่นหวยเถื่อน เมื่อสวป.ไป จับ ไม่พบว่ามีใครเล่นหวยเถื่อนแต่อย่างใด ถือได้ว่าจ าเลยมี เจตนาจ ู งใจเพ ื่อให ้โจทก ์ ร ่ วมจ ่ ายเง ิ นให ้โดยใช ้ อ านาจในต าแหน่ง โดยมิชอบ มีความผิด ม. 148 ฎ.1749/2545 พฤติการณ ์ ท ี่จ าเลยจับกุมผ ู้เส ี ยหายในข ้ อหาลักทรัพย์ ของ ส. แล ้ วให ้ ผ ู้เส ี ยหายลงลายม ื อช ื่อในบันท ึ กการจับกุม จากนั้น น าผ ู้เส ี ยหายไปควบคุมไว ้ ท ี่สถาน ี ต ารวจประมาณ 30 นาที จ ึ งเร ี ยกร ้ องเอาเงินจากผ ู้เส ี ยหายเพ ื่อแลกเปล ี่ยนกับปล่อยตัวไม่ ด าเนินคด ีโดยน าผ ู้เส ี ยหายออกมาโทรศัพท ์ หา ก. ภริยาผ ู้เสียหาย ต่อมาเมื่อจ าเลยได้รับเงิน 3,000 บาท จากผ ู้เส ี ยหายแล ้ ว จ ึงปล่อย ผ ู้เส ี ยหายไปน้ัน เป็นกรณ ีไม่กระท าการในต าแหน่งโดยมิชอบด้วย หน้าที่ จ าเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 149 กรณีไม่ได้แกล้งจับ กล่าวคือ เริ่มจับกุมโดยชอบ ไม่ใช่เป็ นการใช้อ านาจในต าแหน่งโดยไม่ชอบ ฎ. 2645/2527 จ าเลยเป็นเจ ้ าพนักงานพฒันาชุมชนเป็นผ ู้วางโครงการ จัดสร้ างท านบฝายน ้าล้นตามความต้องการของราษฎร เพื่อเสนอให้ พ. สมาชิกสภาผ ู้แทนราษฎรน าไปช ี้แจงขอรับจัดสรรจากรัฐบาล การท ี่จา เลยหลอกลวงเอาเงินจากราษฎรท ี่เข ้ าร่วมประชุมด ้ วยการเสนอ ข้ อความอันเป็ นเท็จหรื อปกปิ ดข้ อความจริงซึ่งควรบอกให้ แจ้ ง โดยอ้างว่าเพื่อจะน าไปมอบให้ พ. เป็ นค่าใช้จ่ายในการวิ่งเต้นขอจัดสรร เงินจากทางราชการ และเอาเงินนั้นไว้เป็ นของตน เป็ นการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.อ. ม. 157 พูดหลอกลวง ไม ่ใช ้ อา นาจในต าแหน ่ งโดยมช ิ อบ ไม่ผิด มาตรา 148 แต่ผิดมาตรา 157 ได้
องค์ประกอบความผิด ของมาตรา 148 3. ข ่ มข ื นใจหร ื อจ ู งใจผ ้ ู อ ื ่ น กรณีข่มขืนใจ ฎ.2573/2553 จ าเลยเป็ นเจ้าพนักงานต ารวจ กองปราบปรามขู่ให ้โจทก ์ ร่วมน าเงินมามอบให้ โดยอ้างว่าเพื่อลบชื่อโจทก์ร่วมออกจากบัญช ี ผ ู้ค ้ า ยาเสพติดและเพ ื่อท ี่จะไม่จับกุมโจทก ์ ร่วม เป็ น การกระท าผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ราชการ ฐานเป็ น เจ้าพนักงานใช้อ านาจในต าแหน่งโดยมิชอบข่มขืน ใจและจูงใจเพ ื่อให ้โจทก ์ ร่วมมอบให ้ ซ ึ่งทรัพยสิน แก่ตนเอง ค า พิพ า ก ษ า ศ า ล ฎี ก า ที่ 1085/2536จ า เ ล ย เป็ นต ารวจใช้อ านาจในต าแหน่งแกล้งกล่าวหา ผ ู้เส ี ยหายว่ากระท าผิดต่อ พ.ร.บ. ป่ าไม้ฯ โดยผ ู้เส ี ยหายมิได ้ กระท าความผิด เพ ื่อมิให้ ผ ู้เส ี ยหายขัดขวางในการท ี่จ าเลยกับพวกยึดเอา เล ื่อยยนต ์ ของผ ู้เส ี ยหายไป การกระท าของ จ าเลยถ ื อว่าเป็นการข่มข ื นใจผ ู้เส ี ยหายให้ยอม มอบทรัพย ์ สินของผ ู้เส ี ยหายให ้ แก่จ าเลย กับพวกนั่นเอง จึงเป็ นความผิด ป.อ. ม. 148 ฎ. 166/2547 เมื่อการตรวจค้นตัว ว.ไม่พบสิ่งของ ผิดกฎหมาย จ าเลยที่ 1 ซึ่งเป็ นต ารวจไม่มีอ านาจ จับกุม ว. สมควรที่จ าเลยที่ 1จะต้องปล่อยตัว ว.ไป การที่จ าเลยที่ 1ยังจับกุม ว. จากศาลาท่าน ้า น าตัว ไปไว้ ที่สะพานข้ ามคลองแสนแสบ จึงเป็ นการ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็ นความผิดตาม ม. 148 กรณีเจ้าหน้าที่ต ารวจนั้น มาตรา 17 ป.วิ.อ. บัญ ญัติว่ า “มีอ าน าจสื บ สวนคดีอาญ าไ ด้” “สืบสวน” นั้น มาตรา 2 (10) ป.วิ.อ. หมายความ ถึง การแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานซึ่ง ต ารวจได้ปฏิบัติไปตามอ านาจหน้าที่ เพื่อรักษา ความสงบเรียบร้อยของประชาชน และเพื่อที่จะ ทราบรายละเอียดแห่งความผิด และ มาตรา 78 ป.วิ.อ. ให ้ อ านาจต ารวจจับบุคคลท ี่ม ี พฤติการณ์ บางอย่างโดยไม่ม ี หมายจับได ้ เช่น เม ื่อบุคคล กระท าความผิดซึ่งหน้าหรือพบพฤติการณ์สงสัย ว่าจะก่อเหตุร ้ ายเป็นต ้ น
องค์ประกอบความผิดของมาตรา 148 . ฎ. 3953/2530 จ าเลยเป็ นข้าราชการพลเรือนสังกัด มหาวิทยาลัย ร. มีหน้าที่ปฏิบัติงานช่าง เขียนแบบและปฏิบัติ หน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมายจ าเลยได้รับแต่งตั้งจาก มหาวทิยาลยัให ้ ม ี หน ้ าท ี่ควบคุมและตรวจงานก่อสร ้ างที่พัก ส าหรับนักศึกษา แล้วรายงานผลให้ประธานกรรมการตรวจการ จ ้ างทราบ ซ ึ่งจา เลยอาจรายงานในทางให ้ คุณหร ื อให ้โทษโดย เกย ี่งงอน ว่างานงวดสุดท ้ ายท ี่จา เลยเร ี ยกร ้ องเงนิจาก พ. ตวัแทนของผ ู้รับจ ้ างในการท ี่จา เลยจะลงนามตรวจผ่านให้นั้น ยงัไม่แล ้ วเสร็จบริบูรณ ์ ตามสัญญาจ ้ างกไ็ด ้ จง ึ ถ ื อได้ว่า จ าเลยใช้ อ านาจในต าแหน่งโดยมิชอบจูงใจเพ ื่อให ้ พ. ให้เงินดังกล่าวแก่ จ าเลย อันเป็ นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 148 แล้ว แม้จ าเลยจะ อ ้ างว่าเร ี ยกร ้ องให ้ ผ ู้อ ื่นและได ้ ม ี การส่งมอบเงนิให้จ าเลยหลังจาก ที่คณะกรรมการตรวจการจ้างตรวจรับงานไว้แล้วก็ตาม. ฎ.670/2521 จา เลยเป็นตา รวจแต่งเคร ื่องแบบไปขอเงนิผ ู้เส ี ยหาย โดย อ ้ างว่าผ ู้ใหญ่ให ้ มาเอา เม ื่อผ ู้เส ี ยหายว่าไม่ม ี จา เลยพูดว่าค้าขายใหญ่โตไม่ คิดติดต่อกับต ารวจบ้างหรือ แล้วจ าเลยก็กลับไป ต่อมาอีก1 ชั่วโมง จา เลยกลบัมาหาผ ู้เส ี ยหายอก ี และบอกว่ารองผ ู้กา กบัการตา รวจให้มาเอา เงิน 3,000 – 4,000 บาท ผ ู้เส ี ยหายจะให ้ เพย ี ง100 บาท จ าเลยว่าไม่พอ ดงัน ีไ้ม่ได ้ หมายความว่าจา เลยแกล ้ งกล่าวหาจบักมุผ ู้เส ี ยหายในข้อหาใด แล้วจ าเลยใช้อ านาจในต าแหน่งหน้าที่ของจ าเลยเอง ที่จ าเลยพูดว่าค ้ าขาย ใหญ่โตไม่คิดติดต่อกับต ารวจบ้างหรือ ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการขู่เขญ็ว่า จะท าอนัตรายต่อเสร ี ภาพและทรัพย ์ สินของผ ู้เส ี ยหายการกระท าของ จ าเลยไม่เป็ นความผิดตาม ป.อ.ม.148 และม. 337 ประกอบมาตรา 80 เจ้าพนักงานมีหน้าที่ใช้อ านาจโดยมิชอบ จ ู งใจ
ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 1389/2506 (ประช ุ มใหญ ่) จ าเลยเป็ นต ารวจประจ าอย ่ ู ในกร ุ งเทพ ฯ พาก ั นไปแกล ้ งจ ั บผ ้ ู เส ี ยหายท ี่ จังหวัดนครนายก หาว่าเล่นสลากกินรวบ ขอค้นบ้าน แล้วงัดลิ้นชักโต๊ะหยิบเอาเงินและปื นไปเพื่อประโยชน์แก่ตน ดังนี้ เป็ น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 แล้ว แม้จ าเลยจะหยิบเอาเงินและปื นนั้นไปเองก็ดี แต่เมื่อเป็ นเพราะเหต ุ ท ี่ จ าเลยเป็ นเจ ้ าพน ั กงาน ผ ้ ู เส ี ยหายจ ึ งไม ่ กล ้ าแย ่ งค ื น หร ื อเพราะผ ้ ู เส ี ยหายอาจจะเข ้ าใจว ่ าจ าเลยเอาไปเป็ นว ั ตถ ุ พยาน ด ั งน ้ ั น จ ึ ง ถ ื อได ้ ว ่ า ผ ้ ู เส ี ยหายได ้ มอบให ้ แก ่ จ าเลยตามความหมายของมาตราน ี ้ แล ้ ว และเม ื่อจ าเลยม ี ความผ ิ ดตามมาตรา 148 แล้ว ก็ไม่ จ าต้องวินิจฉัยถึงมาตรา 157 อันเป็ นบทลงโทษทั่วไปซึ่งมีอัตราโทษน้อยกว่าอีก “ ” 4. เพ ื่อให ้ บุคคลใดมอบให ้ หร ื อหามาให ้ ซ ึ่งทรัพย ์ ส ิน หรือ ประโยชน ์ อ ื่นใด ส าหรับตนเองหร ื อผ ู้อ ื่น รัฐมนตร ี ท ี่ม ี อา นาจกา กบัดูแลกรมท ี่ดินข่มข ืนใจและจูงใจ ให้เจ้าหน้าที่ที่ดินออกโฉนดให้บริษัทที่ตนถือหุน ้ อยู่เป็ น ความผดิมาตราน ้ ี เพราะเขา ้ องคป์ ระกอบทุกประการ(คดีศาลฎีกา อ.ม. 2/2551) องค์ประกอบความผิดของมาตรา 148 แม้จะหยิบเอาเองก็เข้าความหมาย”มอบให้”ได้
องค์ประกอบความผิดของมาตรา 148 5. เจตนา (องค์ประกอบภายใน) ถ ้ าหากผ ้ ู กระทา ไม ่ ม ี เจตนากระทา ความผด ิ การ กระท านั้นก็ไม่ครบองค์ประกอบความผิด ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 1722/2524 จ าเลยที่1 (ผ ู้ใหญ ่ บ ้ าน) ได้ รั บแจ้ งจากจ าเลยที่ 2 ว่ า โจทก์ทั้งสี่เป็ นคนร้ ายลักไก่งวง แล้วจ าเลยที่ 1 เร ี ยกโจทก ์ ท้ังส ี่มาเพ ื่อพูดจาตกลงกันถึงเรื่อง ความเสียหายฟังไม่ได้ว่าเป็ นการใช้ อ านาจใน ต าแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ และการที่จ าเลยที่ 1 เพียงแต่ ไกล่เกลี่ยให้โจทก์ทั้งสี่กับจ าเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ตกลงกันเรื่องค่าเสียหายเพื่อให้คดีเลิกแล้ว กันนั้น ไม่ใช่เรื่องจ าเลยที่ 1 มีเจตนาทุจร ิ ตเพ ื่อข ู่ เอาเงินจากโจทก์ทั้งสี่ จ าเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิด ตาม ประ มวล กฎหมา ยอา ญา มาต รา 14 8 (อ้างค าพิพากษาฎีกาที่ 173/2510)
ข้อสังเกตเกี่ยวกับ มาตรา 148 ดังนี้ 1. ผ ้ ู กระทา ความผด ิ ตามมาตรา 148 หากกระท าครบองค์ประกอบความผิดฐานกรรโชก ก็ผิดด้วย 2. ข้อแตกต่างระหว่าง มาตรา 148 กับ มาตรา 149 อย ่ ู ทว ี ่ ่ าจา เลยเร ิ ่ มต ้ นใช ้ อา นาจชอบ หรือไม่ หากเริ่มต้นไม่ชอบ ผิดมาตรา 148 3. มาตรา 148 เป็ นความผิดบทเฉพาะ ไม่จ าต้องปรับบทมาตรา 157 ซึ่งเป็ นบททั่วไปอีก ฎ.170/2542, ฎ.1349/2545, ฎ.981/2561
เจตนาจ ู งใจเพ ื ่ อให ้ จ ่ ายเงน ิให ้โดยใช ้ อา นาจในตา แหน ่ งโดยม ิ ชอบ ผิด มาตรา 148 ฎ.1084/2563จ าเลยเป็ นเจ้าหน้าที่ต ารวจกล่าวหาว่าโจทก์ร่ วมเป็ นเจ้ามือหวยเถื่อน อย่างนี้ต้องมีผลประโยชน์และให้ เอาเงิน ใส่ ซองมาให้ บ้าง ถ้าไม่ให้ จะตามสารวัตร ปราบปรามมาด าเน ิ นการจ ั บก ุ ม เม ื่อโจทก ์ ร ่ วมไม ่ให ้ เง ิ นแก ่ จ าเลยจ าเลยจ ึ งไปแจ ้ งเหต ุ ต ่ อ สารวัตรปราบปรามว่า พวกในตลาดก าลังเล่นการพนันสลากกินรวบขอให้ไปท าการจับก ุ ม ปรากฎว ่ าไม ่ ม ี การเล ่ นสลากก ิ นรวบแต ่ อย ่ างใด ถ ื อได ้ ว ่ าจ าเลยม ี เจตนาจ ู งใจเพ ื่อให้โจทก์ ร่วมจ่ายเงินให้ โดยใช้อ านาจในต าแหน่งโดยมิชอบ มีความผิด ม. 148
ความผิดฐานเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน มาตรา 149ผู้ใดเป็ นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติ แห ่ งร ั ฐ สมาช ิ กสภาจง ั หวด ั หร ื อสมาช ิ กสภาเทศบาลเร ี ยกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดส าหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพ ื่อกระทา การหร ื อไม ่ กระทา การอยา ่ งใด ในต าแหน ่ ง ไม ่ ว ่ าการน ้ ั นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตอ ้ งระวางโทษจา ค ุ กต ้ ง ั แต ่ ห ้ าปี ถ ึ งย ี่ส ิ บปี หร ือจ าคุกตลอดชีวิต และปร ั บ ต ้ ง ั แต ่ หน่ึ งแสนบาทถ ึ งส ี่แสนบาท หร ื อประหารชีวิต .
องค์ประกอบความผิด มาตรา 149 1. เป็ นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล มาตราน ้ ี บญัญตัิไวค ้ รอบคลุมถ ึ งเจา ้ หนา ้ ท ี่ของรัฐในหน่วยงานต่างๆไวก ้ วา ้ งขวาง มิได้หมายถึงเจ้า พนกังานเพ ี ยงอยา่งเด ี ยว สา หรับสมาชิกสภานิติบญัญตัิแห่งรัฐกไ็ ดแ ้ ก่พวก สส. สว. ฎ. 13650/2558 มีหน้าที่ ออกคา สั่งบรรจุแต่งต ้ งัพนกังานเทศบาลเร ี ยกรับเงิน, ฎ. 2292/2560 เจา ้ พนกังานเทศกิจ เร ี ยกรับทรัพย์สิน 2. เร ี ยกรับ หร ื อยอมจะรับทรัพย ์ สิน หร ื อประโยชน ์ อ ื่นใดส าหรับตนเองหร ื อผ ู้อ ื่นโดยมิชอบ นอกจากจะเร ี ยกรับทรัพยส ์ินแลว ้ มาตราน ้ ี ยงัรวมถ ึ งประโยชน ์ อ ื่นใดดว ้ ย ฎ.244/2498 ให้ผ้าไปตัด เครื่องแบบ 3. เพื่อกระท าการหรือไม่กระท าการอย่างใดในต าแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 1524/2551 จ าเลยเป็ นเจ้าพนักงานต ารวจมีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระท า ความผิดอาญา ได้พบเห็น ส. กบัพวกเล่นการพนนัชนไก่อนัเป็ นความผิดอาญา จา เลยม ี หนา ้ ท ี่ตอ ้งท าการจับกุม ผกู้ ระทา ความผิด แต่กลบัไม่ทา การจบักมุและเร ี ยกรับเงินจา นวน 1,500 บาท จาก ส. เพ ื่อจะไม่จับกุมตามหน้าที่ การกระท าของจ าเลยจึงเป็ นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 149
ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 3155/2531 จ าเลยทั้งสองเป็ นเจ้าพนักงานต ารวจมีอา นาจสืบสวนจับกุมผู้กระท าผิด ได้จับกุมผู้กระท าผิดฐานเล่นการพนันสลากกินรวบ พร้อมของกลางแล้วไม่น าส่งสถานีต ารวจทันที กลับพาไปที่ป้ายรถโดยสารประจ าทางในหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุผลและความจ าเป็นและให้ผู้ถูกจับกุมโทรศัพท์ติดต่อกบับุคคลที่เกยี่วข้องเพื่อให้มาตกลงกันที่ป้ายรถโดยสารประจ าทางและรออยู่เป็นเวลานานเมื่อพาผู้ถูก จับไปสถานีต ารวจจ าเลยเข้าไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ต ารวจเท่าน้ัน ไม่มอบบันทึกการจบักมุและของกลางให้ ทั้งไม่น าตัวผู้ต้องหาเข้าไปด้วย แสดงว่าเป็นเพียงแผนการของจ าเลยให้ผู้ต้องหากลัวและหาทางตกลงกับจ าเลย จ าเลยไม่มีเจตนาที่จะมอบผู้ต้องหาให้แก่พนักงาน สอบสวนจริงจัง พฤติการณ์ของจ าเลยถือได้ว่าเป็ นการเรียกทรัพย์สินจากผู้ต้องหาแล้ว เพียงแต่ยังไม่ ได้ก าหนดจ านวนเงิน และฝ่ายผู้ต้องหายังไม่ได้ ตอบตก ลงเท่ านั้น การกระท าของจ าเลยเป็ นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 พฤติการณ์ที่ถือว่าเรียกทรัพย์สินแล้ว แต่ยังไม่ก าหนดจ านวนเงิน ความผิดตามมาตรา 149 ไม่จา เป็ นต้ องเรี ยกรั บสิ นบนจากผู้ กระท าผิด เท่าน้ นั แมเ้ รี ยกจากบุ คคลอื่นกม็ี ความผดิ เช่นกนั ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 1338/2538 การที่จ าเลยเป็ นเจ้าพนักงานผู้มีอ านาจหน้าที่ ในการสืบสวนสอบสวนและติดตามจับกุมคนร้าย เรียกรับเงินจากผู้เสียหายในคดีที่สามีผู้เสียหายถูกคนร้ายฆ่าและชิงทรัพยโ์ดยไม่มีสิทธิจะเรียกรับ ถือได้ว่าเป็นการรับทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ ตนเองโดยมิชอบเพื่อกระท าการในต าแหน่ง หน้าที่ จ าเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 149
องค์ประกอบความผิด มาตรา 149 4. เจตนา (องค์ประกอบภายใน) ต้องมีเจตนา จึงจะเป็ นความผิดตามมาตรานี้ โดยเป็ นเพียงเจตนาธรรมดา ไม่จ าต้องมีเจตนาท ุ จร ิ ต 1. เอาโทษกับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด และสมาชิกสภาเทศบาล หมายถึง เอาผิดกับ ส.ส., ส.ว., ส.ท. 2. แม้ มาตรา 149 ไม่ได้เอาผิดแก่รัฐมนตรี แต่รัฐมนตรีเป็น “เจ้า พนักงาน” ตามกฎหมายเฉพาะ จึงผิด มาตรา 149ได้ในฐานเป็ นเจ้า พนักงาน ไม่ใช่ “สมาชิกสภานิติบัญญัติ” 3. จะต ้ องพจิารณาควบคู่ไปพร ้ อมกบัมาตรา201 ความผิดฐาน เจ ้ าพนักงานในการยุตธิรรมเร ี ยกรับสอนบนด ้ วย เพราะ องค์ประกอบต่างกัน 4. การบรรยายฟ้องที่ไม่ครบองค์ประกอบ มาตรา 149 จึงลงโทษ ไม่ได้ แต่ถ้าพนักงานอัยการขอให้ลงโทษตาม มาตรา 157 ที่เป็ น บททั่วไปมาด้วย ศาลฎีกาก็ลงโทษตามมาตรา 157 ได้ แต่ถ้าเป็ น เรื่องบรรยายครบองค์ประกอบ แต่อ้างบทมาตราผิด ลงโทษตาม บทมาตราท ี่ถูกต ้ องได ้(ฎ. 3470/2543 และ ฎ. 4681/2534 ข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ราชการใน มาตรา 148 นั้น เอาโทษเฉพาะเจ้าพนักงาน แต่มาตรา 149 ดังนี้
ข ้ อส ั งเกตเพม ิ ่ เตม ิ (ต่อ) ข้ อ สั ง เ ก ต ศ า ล ฎี ก า เ ค ย วิ นิ จ ฉั ย ไ ว้ ใ น ฎี ก า ที่ 1035/2482 น. 1550 และ 1142/2482 น. 1724 ว่า เจ้าพนักงานสรรพสามิตไม่มีอ านาจจับกุมผ ู้ ลักลอบเล่นการพนัน ไม่ม ี อ านาจจับกุมผ ู้กระท า ความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปื น หากไปจับกุมแล ้ ว เร ี ยกเอาเงินจากผ ู้ถูกจับเพ ื่อจะได ้ไม่ส่งตัวให้ พนักงานสอบสวนด าเนินคดี เช่นนี้ ไม่ผิดฐานเจ้า พนักงานเรียกสินบน เพราะมิใช่เป็ นเจ้าพนักงาน ซึ่งมีอ านาจหน้าที่ตามกฎหมาย ข้อสังเกต บรรทัดฐานจากฎีกาที่ 1035/2482 น. 1550 ฎีกาที่ 1142/2482 น. 1724 ซึ่งฎีกาที่ 1651/2532 น. 1896 และฎีกาที่ 1074/2532 น. 2789 วินิจฉัยยืนตาม ก็ คือ เจ้าพนักงานจะมีความผิดตามมาตรา 148 (ตรงกับ กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 136) หรือมีความผิด ตามมาตรา 149 (ตรงกับกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 137 และมาตรา 138) ก็ต่อเมื่อเจ้าพนักงานนั้ น “มี หน้ าที่” หากเป็ นการกระท า “นอกหน้ าที่”เช่ น เจ้า พนักงานสรรพสามิตไปจบัผ ู้ลกัลอบเล่นการพนันหรือ ผ ู้กระท าความผดิตาม พ.ร.บ. อาวุปื น แล ้ วเร ี ยกสินบน จากผ ู้ถูกจับ เจ ้ าพนักงานจะไม่ม ี ความผิดตามมาตรา 149 (หากแกล ้ งจับคนบริสุทธ ์ ก็ไม่ผิด 148เช่ นกัน) นอกจากนั้น ยังไม่ผิดมาตรา 157 ด้วย เพราะเป็ นการ กระท านอกหน้าที่
มาตรา 123 ของพระราชบ ั ญญ ั ต ิประกอบร ั ฐธรรมน ูญว ่ าด ้ วยการป้ องก ั น และปราบปรามการท ุ จร ิ ต พ.ศ. 2542 ซึ่งบัญญัติว่า “เจ ้ าหน ้ าท ี่ของร ั ฐผ ้ ูใดปฏิบัติหรือ ละเว ้ นการปฏ ิ บ ั ต ิ อย ่ างใดในพฤต ิ การณ ์ ท ี่อาจท าให ้ ผ ้ ู อ ื่นเช ื่อว ่ าม ีต าแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีต าแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วย กฎหมายส าหร ั บตนเองหร ื อผ ้ ู อ ื่น ต ้ องระวางโทษจ าค ุ กต ้ ั งแต ่ หน ึ่งปีถึงสิ บปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือทั้งจ าทั้งปรับ” (ปั จจ ุ บ ั นค ื อมาตรา 171 แห ่ งพระราชบ ั ญญ ั ต ิประกอบร ั ฐธรรมน ูญว ่ าด ้ วยการป้องกัน และปราบปรามการท ุ จร ิ ต พ.ศ. 2561) กฎหมายพิเศษ
ความผด ิ ฐานเจ ้ าพน ั กงานในกระบวนการย ุ ต ิ ธรรมเร ี ยกร ั บส ิ นบน ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 201“ผ ้ ู ใดเป็ นเจ ้ าพน ั กงานในต าแหน ่ งต ุ ลาการ พน ั กงานอ ั ยการ ผ ้ ู ว่า คดี หรือพนักงานสอบสวน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดส าหรับตนเองหรือ ผ ้ ู อ ื ่ นโดยม ิ ชอบ เพื่อกระท าการหรือไม่กระท าการอย่างใดในต าแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบ ด ้ วยหน ้ าท ี ่ ต ้ องระวางโทษจ าค ุ กต ้ ั งแต ่ ห ้ าปี ถ ึ งย ี ่ ส ิ บปี หร ื อจ าค ุ กตลอดช ี ว ิ ต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสน บาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต” (*แก้ไขเพิ่มเติมโดย มาตรา 7แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 (ราชกจิจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่32ก หน้า 65 วันที่ 20 มีนาคม 2560)
ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2532 การกระท าของจ าเลย เป็ นการรับทรัพย์สินส าหรับตนเองโดยมิชอบ เพื่อกระท า การให้นาย อ. ผ ู้ต ้ องหาในคดอ ี าญาได ้ รับการประกนั ตัวไป อันเป็ นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 201. องค์ประกอบความผิดของมาตรา 201 การเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือ ประโยชน ์ อ ื่นใดส าหรับตนเองหร ื อผ ู้อนนั้น ื่ จะต้องเป็ นการกระท าที่ไม่มีกฎหมายให้อ านาจ ให้เรียกได้โดยชอบ 2. เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ อ ื่นใดส าหรับตนเองหร ื อผ ู้อ ื่นโดยมช ิ อบ เช่น พนักงานอัยการมีหน้าที่สั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง หร ื อตุลาการม ี หน ้ าท ี่พพิากษาคด ี แม ้ ตามเน ื้อหาคดี นั้นจะต้องสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง หรือต้องพิพากษา ยกฟ้ องอยู่แล ้ วแต่หากไปเร ี ยกรับทรัพย ์ สินนั้นก็ ยังคงเป็ความผิด คือ แม้จะท าไปตามอ านาจหน้าที่ก็ ตาม แต่ก็ไม่มีสิทธิไปเรียกรับเงินรับทองหรือ ประโยชน์อื่นใดจากเขา หรือเรียกว่าไม่มีสิทธิตาม กฎหมายที่จะกินตามน ้า 3. เพื่อกระท าการหรือไม่กระท าการอย่างใด ในต าแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบ ด้วยหน้าที่ เจ้าหน้าที่ต ารวจที่จะผิดตามมาตรานี้ได้มีเฉพาะ พนักงานสอบสวน ส่วนเจ้าหน้าที่ต ารวจในต าแหน่ง อื่นๆหากมีการเรียกรับสินบนก็จะเป็ นความผิด ตามมาตรา 149 1. เป็ นเจ ้ าพนักงานในต าแหน ่ งตุลาการ พนักงานอยการ ั ผ ู้ว ่ าคด ี หร ื อพนักงานสอบสวน 4. เจตนา (องค์ประกอบภายใน)
จบการบรรยาย ขอบคุณค่ะ