บทที่ ๑
บทนำ
ช่ือโครงกำร การศึกษาผา้ บาติกของโรงเรยี นนาบอน ตาบลแก้วแสน อาเภอนาบอน
ชื่อผู้เสนอ จงั หวัดนครศรีธรรมราช
นางสาวคนิ โชเลย์ , นางสาวสภุ ารัตน์ วงศม์ ะเริง , นางสาวชลธิชา ชูนาค ,
นางสาวชอ่ ลดา ชูนาค , นางสาวองั ค์วรา รอดนวล , นายธรี ภัทร แสงโสภา
ควำมเป็นมำ และควำมสำคัญของโครงกำร
การทาผ้าบาตกิ ในระยะเวลาแรกคงทากนั เฉพาะในหม่ชู นชนั้ สงู หรือทาเฉพาะในวัง แต่ก็มผี ู้
ให้ความเห็นขัดแย้งว่า น่าจะเป็นศิลปะพ้ืนบ้านใช้กันเป็นสามัญ ผู้ที่ทาผ้าบาติกมักจะเป็นผู้หญิง และ
ทาหลังจากว่างจากการทานา ประชาชนชวาได้ปรับปรงุ วิธีการทาผ้าบาติกด้านการแก้ไขวิธีการผสมสี
แต่ท้ังน้ีกว็ ิวฒั นาการมาจากความรู้ดั้งเดิม ในครสิ ต์ศตวรรษที่ ๑๓ การทาผ้าบาติกผูกขาดโดย สลุ ต่าน
และถือว่าการทาผ้าบาติกเป็นศิลปะในราชสานัก โดยมีสตรีในราชสานักเป็นผู้ผลิต ผ้าบาติกในยุคนี้
เรียกว่า “คราทอน” เป็นผ้าบาติกทเี่ ขียนด้วยมอื แต่เม่ือผ้าบาติกได้รับความนยิ มมากข้ึน และมีลูกค้า
มากมาย การทาผ้าบาตกิ ไดข้ ยายวงกว้าง (ธวัชชัย ทุมทอง, ๒๕๔๕)
การทาผา้ บาตกิ ในประเทศไทยมีกนั มาชา้ นานแลว้ เปน็ ลกั ษณะอตุ สาหกรรมครัวเรือน โดย
เฉพาะผ้าบาติกใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เห็นความสาคัญของการผลิตผ้าบาติกจึงได้มีการ
ส่งเสริม และเผยแพร่ความรู้ทางด้านบาติกแก่ชุมชน ซ่ึงในปัจจุบันได้มีการรวบรวมสมาชิกในชุมชน
ท้องถิ่น จัดตั้งเป็นกลมุ่ อาชีพการผลิตผ้าบาติกของชุมชนให้เป็นอาชพี เสริมรายได้พิเศษของครอบครัว
แต่ผลผลิตดังกล่าวยังไม่เป็นท่ีรู้จักของกลุ่มชนโดยเฉพาะลูกค้า และผู้สนใจท่ัวไปนักเนื่องจากมี
ข้อจากัด และปัญหาเก่ียวกับด้านการออกแบบรูปแบบลวดลายศิลปะผ้าบาติก ในการสร้าง
องค์ประกอบของการจัดวางลวดลายบนผืนผ้า ท่ีมาของเส้น และลวดลายที่ต้องการเขียน โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งความแปลกใหม่ ความน่าสนใจ และความต้องการของผู้บริโภค ซ่ึงกลุ่มผู้ผลิตยังคงใช้รูป
แบบเดิมท่ีได้รับการอบรมมาลอกเลียนแบบจากผลิตภัณฑ์ของแหล่งผลิตอื่นซ้า ๆ กัน จึงทาให้
ผลิตภัณฑ์ไม่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ซ่ึงหากมีการพัฒนารูปแบบลวดลายท่ีหลากหลาย มี
องค์ประกอบศิลป์ในการจัดวางรูปแบบ ลวดลาย สีสัน และพื้นที่ว่าง จะยิ่งเป็นการเพ่ิมคุณค่าความ
แปลกใหม่ เปน็ ทนี่ า่ สนใจ และมลี วดลายท่ีเป็นเอกลักษณ์บนผืนผ้าบาติกของชุมชนส่งผลให้เพิ่มมูลค่า
ของผลิตภัณฑม์ ากย่งิ ขน้ึ ตามไปดว้ ย (โกศล พิณกุล, ๒๕๔๕)
ผา้ บาตกิ เปน็ สว่ นหน่ึงในสาขางานฝมี ือ หัตถกรรม และแฟชั่น ซ่งึ ตอ้ งอาศยั กระบวนการออก
แบบลวดลายศลิ ปะบนผนื ผ้า โดยนาผ้าขาวมากน้ั สีหรอื เขียนรูปแบบลวดลายศลิ ปะดว้ ยเทยี นข้ผี ึ้งหรือ
สาร กั้นสี ก่อนทจี่ ะแต้มสี ย้อมสี หรือระบายสี ทาใหเ้ กิดรปู แบบลวดลายประณีตงดงามดว้ ยสีสันแตก
ต่างกนั ตามจินตนาการ (สุภาวดี นาคะเจริญ, ๒๕๔๒)
ผ้าบาติกในแต่ละท้องถ่ิน จะมีลักษณะ ลวดลายที่โดดเด่น ท่ีแตกต่างกันสามารถบ่งบอกถึง
ที่มา วิถีชีวิตความเป็นมา ธรรมชาติ และวัฒนธรรม มีแหล่งผลิตผ้าบาติกหลากหลายกลุ่ม โรงเรียน
นาบอน ต.แกว้ แสน อ.นาบอน จ. นครศรธี รรมราช กเ็ ปน็ อีกหน่งึ กลมุ่ ท่มี ีการจัดการเรยี นการสอน ให้
นักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้ถึงข้ันตอน วิธีการจัดทาผ้าบาติก และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในอาเภอ
นาบอน จากความสาคัญดังกล่าว จึงทาให้คณะผู้ศึกษามีความสนใจท่ีจะศึกษาข้ันตอนการทา
ผ้าบาติกของโรงเรียนนาบอน เพ่ือศึกษาประวัติความเป็นมาของผ้าบาติก เพื่อศึกษาอัตลักษณ์การทา
ผา้ บาตกิ และเพ่อื ศกึ ษาขัน้ ตอนการทาผา้ บาติก
วัตถุประสงค์
๑. เพ่อื ศึกษาประวตั ิความเป็นมาของผ้าบาติก ของโรงเรียนนาบอน อ.นาบอน
จ. นครศรีธรรมราช
๒. เพอ่ื ศึกษาอัตลกั ษณก์ ารทาผา้ บาติก ของโรงเรียนนาบอน อ.นาบอน จ. นครศรีธรรมราช
๓. เพ่อื ศึกษาขั้นตอนการทาผ้าบาตกิ ของโรงเรยี นนาบอน อ.นาบอน จ. นครศรธี รรมราช
ขอบเขตกำรศกึ ษำ
ศึกษาความเป็นมาของผ้าบาติก อุปกรณ์ที่ใช้ในการทาผ้าบาติก ขั้นตอนการทาผ้าบาติก
ตลอดจนกระบวนการการศกึ ษาผา้ บาตกิ ของโรงเรียนนาบอน ตาบลแกว้ แสน อาเภอนาบอน
จงั หวัดนครศรีธรรมราช
ระยะเวลำในกำรดำเนินงำน
วนั ที่ ๒๔ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๕ – ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๕
วธิ ีกำรดำเนินงำน ก.พ. ระยะเวลำ พ.ค.
ม.ี ค. เม.ย.
ขั้นตอนในกำรดำเนนิ งำน
๑. เสนอหวั ขอ้ เรื่อง
๒. เสนอโครงการ / โครงเรื่อง
๓. สืบข้อมูลจากส่ือส่ิงพิมพ์ และส่ือ
อเิ ล็กทรอนกิ ส์
๔. สบื ค้นข้อมูลภาคสนาม
๕. วิเคราะห์ข้อมูล
๖. เรียบเรียงรายงานฉบบั รา่ ง
๗. จัดพิมพ์รายงาน
๘. นาเสนอรายงานด้วยวาจา และ
ลายลกั ษณ์