The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kedsumaporn.ton, 2022-08-25 00:36:57

โครงสร้างหลักสูตร วิชาวิทยาการคำนวณ ม.1

หลักสูตรรายวิชา ลงเว็บ PA



คำนำ

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาวิทยาการคำนวณ รหสั วชิ า ว21181 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1
เปน็ รายวชิ ากลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซง่ึ ผู้สอนได้จัดทำขน้ึ โดยศึกษาเอกสาร
หลกั สตู รท่ีเก่ียวข้องแนวทาง หลกั คดิ ทฤษฎีการสอนหลาย ๆ รปู แบบ ท่ีสำคญั เป็นแผนการจัดการ
เรียนรู้ทเี่ น้นกิจกรรมท่สี ง่ เสรมิ ให้นักเรียนเกดิ ทกั ษะการคิด และกระบวนการคิด

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าวทิ ยาการคำนวณ ประกอบไปด้วยสว่ นเก่ียวขอ้ งกับการวิเคราะห์
หลกั สูตร โครงสรา้ งวิชา และสว่ นในการจดั ทำแผนการจดั การเรยี นรกู้ ็จะประกอบดว้ ยแผนการจัดการ
เรยี นรู้ จำนวน 11 แผน และแต่ละแผนการจัดการเรยี นรกู้ จ็ ะประกอบด้วย สว่ นทเ่ี ป็นแผนการจดั การ
เรียนรู้ บนั ทกึ หลงั สอน ใบกิจกรรม และแนวคำตอบของกจิ กรรมในแตล่ ะแผน เปน็ ตน้

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาวทิ ยาการคำนวณ สำเรจ็ ลงไดด้ ว้ ยองคค์ วามรู้จากผรู้ ู้ทีไ่ ด้เผยแพร่
ผา่ นเอกสารตำราตา่ ง ๆ ขอขอบคุณผู้ทีม่ คี วามเกี่ยวข้อง ท่ีให้ข้อมลู และหวังเป็นอยา่ งย่ิงว่า แผนการ
จดั การเรียนรู้เลม่ น้ี จะเป็นประโยชน์สงู สุดโดยตรงตอ่ การพัฒนานกั เรียนทเี่ รยี นในรายวชิ าวทิ ยาการ
คำนวณ รวมทั้งจะเปน็ ประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอนของครูผูส้ อนทา่ นอ่นื ๆ ทีไ่ ด้ศึกษา

เกษสุมาภรณ์ ทองผากลุ ธวิ งษ์



สารบัญ

เรื่อง หนา้
คำนำ…………………………………………………………………………………………………………………………..........................ก
สารบญั ……………………………………………………………………………………………………………………………………………..ข
วิสัยทัศนโ์ รงเรยี น.....……………………………………………………………………………………………………………………….…..2
เปา้ หมายหลักสูตร..............................................................................................................................................3
สาระการเรียนรู้เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)..................................................................................................3
มาตรฐานการเรยี นรู้...........................................................................................................................................3
คณุ ภาพผู้เรยี น....................................................................................................................................................3
ตัวชว้ี ัดและสาระการเรียนรู้................................................................................................................................4
ทักษะการคิดเชงิ คำนวณ....................................................................................................................................5
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์..................................................................................................................................5
ความสำคัญ ธรรมชาติ และลักษณะเฉพาะ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์...................................................5
คำอธบิ ายรายวิชา.....................................................................................................…………………………………….7
ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชีว้ ัด.................................................................................................8
โครงสรา้ งหนว่ ยการเรยี นรู้…………………………………………………………………………………………………………………11
เกณฑ์การใหค้ ะแนนตามระเบียบการวัดผลประเมินผล...................................................................................13
การออกแบบแผนการจดั การเรยี นรู้

- แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 เรือ่ ง แนวคิดเชิงนามธรรม...................................………......…………..17
- แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 2 เร่ือง ขน้ั ตอนการแกป้ ญั หา...........................………..…………………….35
- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรอ่ื ง การเขียนรหสั ลำลองและผังงาน...……….…………….…….………..57
- แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 4 เรอ่ื ง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั .......….………………67
- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เร่อื ง แรกพบไพทอน........................................……………………………80
- แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 6 เรือ่ ง การเขียนโปรแกรมแบบวนซ้ำ..................................…….………92
- แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 7 เรื่อง การเขียนโปรแกรมแบบมีทางเลือก........................................102
- แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 8 เรื่อง การเขยี นโปรแกรมไพทอนเพื่อประยุกต์ใช้งาน…......………….112
- แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 9 เรอ่ื ง เร่ิมต้นกับ Scratch....................................………......…..……..122
- แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 10 เรื่อง การสร้างตัวแปรใน Scratch....................………......…………..133
- แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 11 เร่ือง เง่ือนไขและการวนซำ้ แบบมีเง่อื นไข.........………......…………..142
ภาคผนวก
- แบบทดสอบกลางภาคเรียน................................................................................……….....………….152
- แบบทดสอบปลายภาคเรียน............................................................................................……………155
- เฉลยแบบทดสอบ...........................................................................................................................158

1

วเิ คราะห์หลักสตู ร
รายวิชาวิทยาการคำนวณ รหสั ว21181

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1

2

วิสัยทัศน์
ภายในปี พ.ศ. 2565 ผูเ้ รียนมีคณุ ภาพตามมาตรฐานสากล บนพ้นื ฐานของความเปน็ ไทย ตามหลกั
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

พนั ธกิจ
1. พฒั นาผ้เู รยี นให้เป็นพลโลกมีมาตรฐานในระดับสากล
2. ส่งเสริมผู้เรยี นสคู่ วามเปน็ เลศิ เต็มตามศกั ยภาพ
3. สง่ เสรมิ ผู้เรียนใหม้ ีคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์บนพื้นฐานความเปน็ ไทย ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ

พอเพยี ง
4. พฒั นาครูและบุคลากรสมู่ าตรฐานสากล
5. ส่งเสรมิ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและนวตั กรรมในสถานศกึ ษาเพ่อื การบริหารจัดการศึกษา

และการจดั การเรยี นการสอนทีเ่ นน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ
6. บริหารจดั การด้วยระบบคุณภาพ

เปา้ ประสงค์
1. ผูเ้ รียนมคี ณุ ลักษณะเป็นเลศิ วิชาการ สอ่ื สารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลติ งานอย่าง

สรา้ งสรรค์และร่วมรับผิดชอบตอ่ สงั คมโลก
2. ผ้เู รียนมีความเปน็ เลิศเตม็ ตามศกั ยภาพ ตามความถนดั และสนใจ ดว้ ยวิธที ่หี ลากหลาย
3. ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม มคี ณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ตามหลักสูตรและค่านิยมหลกั ของคน

ไทย 12 ประการ บนพืน้ ฐานความเป็นไทย ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
4. ครูและบุคลากรทางการศกึ ษา มีสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพ
5. โรงเรยี นนำเทคโนโลยีสารสนเทศและนวตั กรรมมาใชใ้ นสถานศึกษาเพ่ือการบริหารจดั

การศกึ ษา และการจัดการเรียนการสอนทีเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคญั
๖. โรงเรียนมกี ารบริหารจดั การดว้ ยระบบคณุ ภาพ โดยการมีสว่ นร่วมขององคก์ รทกุ ภาคส่วน

อตั ลกั ษณโ์ รงเรยี น
"เรียนดี มีวนิ ยั "

เอกลกั ษณโ์ รงเรยี น
"หลากหลายทางวิชาการ"

3

หลักสตู รเทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

1. เป้าหมายของหลกั สูตร
การจัดการเรยี นการสอนวชิ าวทิ ยาการคำนวณ มีเป้าหมายท่ีสำคัญในการพฒั นาผู้เรียนดงั น้ี
1. เพอ่ื ใช้ทกั ษะการคิดเชงิ คำนวณในการคิดวเิ คราะหแ์ ก้ปัญหาอย่างเป็นขนั้ ตอนและเป็นระบบ
2. เพ่อื ให้มที ักษะในการค้นหาขอ้ มูลหรอื สารสนเทศ ประเมนิ จัดการวเิ คราะหส์ ังเคราะห์

และนำสารสนเทศไปใช้ในการแก้ปญั หา
3. เพอ่ื ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพวิ เตอร์สือ่ ดจิ ิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศ

และการส่ือสาร ในการแก้ปญั หาในชวี ติ จรงิ การทำงานร่วมกันอยา่ งสรา้ งสรรค์เพอ่ื ประโยชน์
ตอ่ ตนเองหรอื สงั คม

4. เพ่อื ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารอย่างปลอดภยั รู้เท่าทัน มีความรับผิดชอบ
มีจริยธรรม

2. สาระการเรยี นรู้เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
สาระการเรยี นรเู้ ทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) มุ่งหวังให้ผู้เรียนไดเ้ รยี นรู้และมที ักษะการคิดเชงิ

คำนวณ การคิดวิเคราะหแ์ ก้ปัญหาเปน็ ขน้ั ตอนและเป็นระบบ ประยุกตใ์ ช้ความรูด้ า้ นวิทยาการคอมพิวเตอร์
เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ในการแกป้ ัญหาท่พี บในชวี ิตจรงิ ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยได้กำหนด
สาระสำคญั ดงั นี้

วทิ ยาการคอมพวิ เตอร์การแก้ปัญหาอย่างเป็นขัน้ ตอนและเป็นระบบ การใชแ้ นวคิดเชงิ คำนวณในการ
แก้ปญั หาในชีวติ ประจำวนั การบรู ณาการกบั วิชาอน่ื การเขยี นโปรแกรมการคาดการณผ์ ลลพั ธ์การตรวจหา
ข้อผดิ พลาด การพฒั นาแอปพลิเคชัน หรอื พฒั นาโครงงานอย่างสร้างสรรค์เพอ่ื แก้ปัญหาในชวี ิตจริง

เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร การรวบรวมขอ้ มูล การประมวลผล การประเมนิ ผล การ
นำเสนอขอ้ มลู หรือสารสนเทศเพื่อแก้ปัญหาในชวี ิตจริง การคน้ หาข้อมูลและแสวงหาความร้บู นอนิ เทอร์เน็ต
การประเมินความนา่ เช่อื ถือของขอ้ มลู การเลือกใชซ้ อฟต์แวร์หรอื บริการบนอินเทอรเ์ นต็ ขอ้ ตกลงและ
ขอ้ กำหนดในการใช้ส่อื หรือแหลง่ ข้อมลู ตา่ ง ๆ หลักการทำงานของคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยกี ารส่ือสาร

การรู้ดจิ ิทัล การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารอย่างปลอดภัย การจัดกา รอตั ลกั ษณ์ การ
รเู้ ทา่ ทนั ส่ือ กฎหมายเกยี่ วกับคอมพวิ เตอรก์ ารใช้ลขิ สิทธ์ขิ องผ้อู ่นื โดยชอบธรรม นวตั กรรมและผลกระทบของ
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารต่อการดำเนินชีวิต อาชพี สงั คม และวัฒนธรรม

3. มาตรฐานการเรยี นรู้
ว 4.2 เข้าใจ และใช้แนวคดิ เชงิ คำนวณในการแก้ปัญหาทพ่ี บในชวี ิตจรงิ อยา่ งเป็นข้นั ตอน

และเปน็ ระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารในการเรียนรกู้ ารทำงาน และการแก้ปญั หา
ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจรยิ ธรรม

4

4. คุณภาพผู้เรยี น
จบช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3
นำข้อมูลปฐมภมู เิ ข้าสู่ระบบคอมพวิ เตอร์วิเคราะห์ ประเมิน นำเสนอขอ้ มลู และสารสนเทศได้ตาม

วัตถปุ ระสงค์ ใชท้ ักษะการคดิ เชงิ คำนวณในการแกป้ ัญหาที่พบในชวี ิตจรงิ และเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย เพื่อ
ชว่ ยในการแกป้ ัญหา ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารอยา่ งรู้เทา่ ทนั และรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม

5. ตวั ชวี้ ัดและสาระการเรยี นรู้
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1

ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรู้ ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้
1) ออกแบบอัลกอรทิ ึมที่ใช้ - แนวคิดเชิงนามธรรม เป็นการประเมนิ ความสำคัญของ
แนวคดิ เชงิ นามธรรม รายละเอยี ดของปัญหา แยกแยะวันทเ่ี ปน็ สาระสำคัญ
เพ่ือแกป้ ัญหาหรืออธิบาย ออกจากส่วนท่ีไม่ใช้สาระสำคัญ
การทำงานท่ีพบในชีวติ จริง - ตัวอยา่ งปัญหา เช่น ต้องการปหู ญ้าในสนามตามพนื้ ท่ี
ที่กำหนด โดยหญา้ หน่ึงผืนขนาดความกวา้ ง 50 เซนตเิ มตร
2) ออกแบบและเขียนโปรแกรม ยาว 50 เซนติเมตร จะใช้หญา้ ทัง้ หมดกี่ผืน
อย่างงา่ ย เพื่อแกป้ ญั หาทาง - การออกแบบและเขยี นโปรแกรมท่ีมกี ารใช้ตวั แปร เง่ือนไขวนซ้ำ
คณติ ศาสตรห์ รือวทิ ยาศาสตร์ - การออกแบบอัลกอริทึมเพือ่ แก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์อย่างง่าย อาจใชแ้ นวคิดเชิงนามธรรมในการ
3) รวบรวมขอ้ มลู ปฐมภมู ิ ออกแบบเพ่อื ให้การแก้ปญั หามปี ระสิทธิภาพ
ประมวลผล ประเมนิ ผล - การแก้ปญั หาอย่างเป็นข้นั ตอนจะช่วยใหแ้ ก้ปัญหาไดอ้ ย่าง
นำเสนอข้อมลู และสารสนเทศ มปี ระสิทธภิ าพ
ตามวตั ถุประสงค์โดยใช้ - ซอฟตแ์ วรท์ ใี่ ช้ในการเขียนโปรแกรม เชน่ Scratch,python, java, c
ซอฟตแ์ วร์หรือบรกิ ารบน - ตวั อย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรมสมการการเคลือ่ นที่
อนิ เทอรเ์ นต็ ท่หี ลากหลาย โปรแกรมคำนวณหาพนื้ ท่โี ปรแกรมคำนวณดัชนีมวลกาย
- การรวบรวมขอ้ มลู จากแหล่งขอ้ มลู ปฐมภมู ิ ประมวลผล สรา้ ง
ทางเลอื ก ประเมนิ ผล จะทำให้ไดส้ ารสนเทศเพือ่ ใชใ้ นการแกป้ ญั หา
หรอื การตดั สนิ ใจไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ
- การประมวลผลเปน็ การกระทำกับข้อมูลเพอื่ ให้ได้ผลลัพธ์ ท่มี ี
ความหมายและมปี ระ โยชน์ต่อการนำ ไป ใชง้ านสามารถทำไดห้ ลายวิธี
เช่น คำนวณอัตราส่วน คำนวณ ค่าเฉลี่ย

5

ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรู้
- การใชซ้ อฟตแ์ วรห์ รอื บรกิ ารบนอินเทอร์เนต็ ที่หลากหลาย ในการ
4) ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ รวบรวม ประมวลผล สรา้ งทางเลอื ก ประเมนิ ผล นำเสนอจะชว่ ยให้
อย่างปลอดภัย ใช้สอื่ และ แกป้ ญั หาไดอ้ ย่างรวดเร็ว ถูกตอ้ ง และแม่นยำ
แหลง่ ขอ้ มูลตามขอ้ กำหนด - ตัวอย่างปัญหา เนน้ การบูรณาการกบั วชิ าอน่ื เชน่ ต้มไข่ให้ตรงกบั
และขอ้ ตกลง พฤตกิ รรมการบรโิ ภค คา่ ดัชนีมวลกาย ของคนในท้องถ่นิ การสรา้ ง
กราฟผลการทดลองและวเิ คราะห์ แนวโน้ม
- ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น การปกป้อง
ความเป็นส่วนตัวและอัตลักษณ์
- การจัดการอตั ลักษณ์ เช่น การตัง้ รหสั ผา่ น การปกปอ้ งข้อมูลส่วนตัว
- การพจิ ารณาความเหมาะสมของเน้ือหา เช่น ละเมิดความ
เปน็ สว่ นตัวผอู้ ่ืน อนาจาร วิจารณ์ผู้อ่ืนอย่างหยาบคาย
- ขอ้ ตกลง ขอ้ กำหนดในการใช้ส่ือหรอื แหล่งข้อมูลต่าง ๆ
เชน่ Creative Commons

6. ทักษะการคิดเชงิ คำนวณ
ทกั ษะการคิดเชิงคำนวณ (computational thinking) เปน็ กระบวนการในการแกป้ ัญหา

การคิดวเิ คราะห์อย่างมีเหตุผลเปน็ ขั้นตอน เพ่อื หาวธิ กี ารแก้ปัญหาในรูปแบบทสี่ ามารถนำไปประมวลผลได้
อย่างมีประสิทธภิ าพ ทักษะนีม้ คี วามสำคญั ในการพฒั นาซอฟต์แวรน์ อกจากนย้ี ังสามารถนำไปใชแ้ กป้ ัญหาใน
ศาสตรอ์ น่ื ๆ และปญั หาในชวี ิตประจำวันไดด้ ้วย ทักษะการคดิ เชงิ คำนวณมอี งค์ประกอบดังตอ่ ไปนี้

- การแบง่ ปญั หาใหญ่ออกเป็นปัญหา/งานย่อย (decomposition) เป็นการพิจารณา
และแบง่ ปัญหา/งาน/สว่ นประกอบ ออกเปน็ ส่วนย่อย เพอ่ื ให้จดั การกบั ปญั หาได้ง่ายขึน้

- การพจิ ารณารปู แบบของปญั หาหรือวธิ กี ารแก้ปญั หา (pattern recognition) การพจิ ารณา
รปู แบบ แนวโนม้ และลกั ษณะทัว่ ไปของปัญหา/ข้อมลู โดยพจิ ารณาว่า เคยพบปญั หาลกั ษณะนีม้ าก่อน หรอื ไม่
หากมรี ูปแบบของปัญหาท่ีคลา้ ยกันสามารถนำ วธิ ีการแกป้ ัญหานน้ั มาประยกุ ตใ์ ช้ และพจิ ารณารปู แบบปัญหา
ยอ่ ยซงึ่ อยู่ภายใน ปัญหาเดยี วกัน ว่ามีส่วนใดทเ่ี หมอื นกัน เพอ่ื ใชว้ ิธีการแก้ปัญหาเดียวกนั ได้ ทำให้จัดการกบั
ปญั หาไดง้ า่ ยข้นึ และการทำงานมปี ระสทิ ธภิ าพเพม่ิ ขึ้น

- การพจิ ารณาสาระสำคญั ของปญั หา (abstraction) เป็นการพิจารณารายละเอยี ดท่สี ำคญั ของ
ปญั หา แยกแยะสาระสำคัญออกจากสว่ นท่ีไมส่ ำคัญ

- การออกแบบอลั กอรทิ มึ (algorithms) ขั้นตอนในการแก้ปัญหาหรอื การทำงานโดยมลี ำดับของ
คำสั่งหรอื วธิ กี ารท่ีชัดเจนท่ีคอมพวิ เตอร์สามารถปฏบิ ัติตามได้

6

7. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. รักชาติศาสนก์ ษตั ริย์
2. ซ่ือสตั ยส์ ุจริต
3. มีวินัย
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อยู่อย่างพอเพียง
6. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มีจิตสาธารณะ

8. ความสำคัญ ธรรมชาติ และลักษณะเฉพาะ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
ความสำคญั ธรรมชาติ และลกั ษณะเฉพาะ

วิทยาศาสตรม์ ีบทบาทสำคัญยง่ิ ในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะวทิ ยาศาสตรเ์ กย่ี วข้องกบั ชวี ิต
ของทกุ คน ทัง้ ในการดำรงชีวติ ประจำวนั และในงานอาชีพตา่ ง ๆ เครอ่ื งมอื เคร่ืองใชต้ ลอดจนผลผลติ ตา่ ง ๆ
ทค่ี นได้ใช้เพอื่ อำนวยความสะดวกในชีวิตและในการทำงาน ล้วนเปน็ ผลของความรู้วิทยาศาสตร์ ผสมผสานกบั
ความคดิ สรา้ งสรรค์และศาสตรอ์ น่ื ๆ ความร้วู ทิ ยาศาสตรช์ ่วยให้เกิดการพฒั นาเทคโนโลยีอยา่ งมาก ในทาง
กลับกนั เทคโนโลยีก็มีส่วนสำคญั มากท่ีจะให้มีการศึกษาค้นควา้ ความรทู้ างวทิ ยาศาสตรเ์ พิ่มขึ้นอยา่ งไมห่ ยดุ ยง้ั

วิทยาศาสตรท์ ำให้คนไดพ้ ัฒนาวิธคี ดิ ทง้ั ความคิดเปน็ เหตุเป็นผล คิดสรา้ งสรรค์ คดิ วเิ คราะหว์ ิจารณ์
มีทกั ษะท่สี ำคญั ในการคน้ คว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแกป้ ัญหาอยา่ งเปน็ ระบบ สามารถตัดสินใจโดย
ใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานทต่ี รวจสอบได้ วทิ ยาศาสตร์เปน็ วัฒนธรรมของโลกสมยั ใหม่ซึง่ เปน็
สังคมแห่งความรู้ (Knowledge based society) ทุกคนจึงจำเปน็ ต้องได้รบั การพัฒนาให้รู้วทิ ยาศาสตร์
(Scientific literacy for all) เพื่อที่จะมีความรู้ความเขา้ ใจโลกธรรมชาตแิ ละเทคโนโลยีทม่ี นุษยส์ ร้างสรรค์ข้นึ
และนำความรู้ไปใชอ้ ยา่ งมีเหตุผล สรา้ งสรรค์ มีคุณธรรม ความร้วู ทิ ยาศาสตรไ์ มเ่ พยี งแต่นำมาใชใ้ นการ
พฒั นาคุณภาพชวี ิตท่ีดี แตย่ งั ช่วยให้คนมคี วามร้คู วามเข้าใจทถ่ี กู ต้องเก่ยี วกบั การใชป้ ระโยชน์ การดูแลรกั ษา
ตลอดจนการพฒั นาสิ่งแวดล้อมและทรพั ยากรธรรมชาติอยา่ งสมดุลและยัง่ ยนื และท่สี ำคญั อยา่ งยง่ิ คือ ความรู้
วทิ ยาศาสตร์ช่วยเพม่ิ ขดี ความสามารถในการพัฒนาเศรษฐกจิ สามารถแข่งขนั กับนานาประเทศและดำเนินชีวิตอยู่
ร่วมกันในสังคมโลกไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข ธรรมชาติและลกั ษณะเฉพาะของวิทยาศาสตร์

ความรทู้ างวทิ ยาศาสตรไ์ ด้มาดว้ ยความพยายามของมนุษย์ ทใี่ ช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้
(Scientific Inquiry) การสังเกต สำรวจตรวจสอบ ศึกษาค้นควา้ อยา่ งเปน็ ระบบ และการสบื ค้นขอ้ มลู ทำให้
เกิดองคค์ วามรใู้ หมเ่ พ่ิมพนู ตลอดเวลา ความรู้และกระบวนการดงั กลา่ วมีการถ่ายทอดต่อเน่อื งกนั เป็นเวลา
ยาวนาน

7

ความร้วู ทิ ยาศาสตร์ตอ้ งสามารถอธิบายและตรวจสอบได้ เพ่อื นำมาใชอ้ า้ งองิ ท้งั ในการสนับสนุน หรอื
โตแ้ ยง้ เมอ่ื มีการคน้ พบขอ้ มูล หรอื หลักฐานใหม่ หรอื แมแ้ ตข่ อ้ มูลเดมิ เดยี วกนั ก็อาจเกดิ ความขัดแย้งขึน้ ไดถ้ ้า
นกั วิทยาศาสตรแ์ ปลความหมายด้วยวธิ ีการหรือแนวคดิ ท่แี ตกต่างกัน ความร้วู ิทยาศาสตรจ์ ึงอาจเปลี่ยนแปลงได้

วทิ ยาศาสตรเ์ ป็นเรอ่ื งท่ีทกุ คนสามารถมสี ว่ นร่วมไดไ้ มว่ ่าจะอยใู่ นสว่ นใดของโลก วทิ ยาศาสตรจ์ งึ เป็น
ผลจากการสร้างเสรมิ ความร้ขู องบุคคล การส่อื สารและการเผยแพร่ข้อมลู เพอื่ ใหเ้ กิดความคิดในเชิงวิเคราะห์
วจิ ารณ์ มีผลให้ความรู้วิทยาศาสตรเ์ พิม่ ขน้ึ อย่างไมห่ ยุดย้งั และส่งผลต่อคนในสังคม การศกึ ษาค้นคว้าและการ
ใชค้ วามร้ทู างวิทยาศาสตร์จึงตอ้ งอยู่ภายในขอบเขต คณุ ธรรม จรยิ ธรรม เป็นท่ียอมรับของสังคม

ความร้วู ทิ ยาศาสตรเ์ ป็นพน้ื ฐานท่ีสำคัญในการพฒั นาเทคโนโลยีเทคโนโลยเี ปน็ กระบวนการในงาน
ต่างๆ หรอื กระบวนการพฒั นา ปรบั ปรุงผลิตภณั ฑ์ โดยอาศยั ความรู้วทิ ยาศาสตร์รว่ มกบั ศาสตรอ์ ่ืนๆ ทักษะ
ประสบการณ์จนิ ตนาการและความคดิ รเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์ของมนษุ ย์ โดยมีจดุ มงุ่ หมายทจี่ ะใหไ้ ด้ผลิตภัณฑท์ ่ี
ตอบสนองความตอ้ งการและแก้ปญั หาของมวลมนุษย์ เทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับทรัพยากร กระบวนการ
และระบบการจดั การ จงึ ตอ้ งใช้เทคโนโลยีในทางสร้างสรรคต์ ่อสงั คมและส่ิงแวดลอ้ ม

คำอธบิ ายรายวิชา
รายวิชาวทิ ยาการคำนวณ1 รหสั วชิ า ว21181 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 คาบ/ภาคเรยี น(0.5 หนว่ ยกิต)

ศึกษาแนวคดิ เชงิ นามธรรมการคัดเลอื กคณุ ลกั ษณะทจี่ ำเปน็ ต่อการแก้ปัญหาข้ันตอนการแก้ปัญหา
การเขยี นรหสั ลำลองและผงั งาน การเขียนออกแบบและเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย ทีม่ กี ารใช้งานตวั แปรเงอื่ นไข
และการวนซำ้ เพอ่ื แกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ หรือวทิ ยาศาสตร์ การรวบรวมขอ้ มลู ปฐมภมู ิ การประมวลผล
ข้อมูลการสร้างทางเลอื ก และประเมนิ ผลเพื่อตัดสินใจซอฟตแ์ วร์ และบรกิ ารบนอินเทอร์เน็ต ทีใ่ ช้ในการ
จัดการขอ้ มูลแนวทางการใชง้ าน เทคโนโลยีสารสนเทศให้ปลอดภยั การจัดการอัตลักษณ์ การพิจารณา
ความเหมาะสมของเนื้อหาข้อตกลง ข้อกำหนดการใช้สือ่ แหลง่ ข้อมูลนำแนวคดิ เชงิ นามธรรม และขน้ั ตอน
การแกป้ ัญหา ไปประยกุ ตใ์ ช้ในการเขยี นโปรแกรม หรือการแกป้ ัญหาในชีวติ จรงิ รวบรวมขอ้ มลู สรา้ งทางเลือก
ในการตดั สินใจได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ และตระหนักถงึ การใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั
เกิดประโยชนต์ ่อการเรียนรู้ ไมส่ ร้างความเสยี หายใหแ้ กผ่ ู้อนื่

ตัวชี้วัด
ว. 4.2 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

1. ออกแบบอัลกอริทึมท่ีใช้แนวคิดเชิงนามธรรมเพอ่ื แก้ปญั หาหรืออธิบายการทํางานท่ีพบในชวี ติ จรงิ
2. ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยา่ งง่ายเพือ่ แก้ปัญหาทางคณติ ศาสตรห์ รอื วทิ ยาศาสตร์
3. รวบรวมขอ้ มูลปฐมภูมปิ ระมวลผล ประเมนิ ผลนาํ เสนอข้อมูล
และสารสนเทศตามวัตถปุ ระสงคโ์ ดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือบรกิ ารบนอนิ เทอรเ์ นต็ ท่ีหลากหลาย
4. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั ใช้ส่ือและแหลง่ ข้อมลู ตามข้อกาํ หนดและขอ้ ตกลง
รวมทง้ั หมด 4 ตัวช้ีวดั

ตารางวิเคราะหม์ าตรฐา

รายวิชาวทิ ยาการคำนวณ รหสั วิชา ว21181 ชั้นมธั ยม

กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทย

มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ (K)

ตวั ช้วี ดั แกนกลาง ทอ้ งถ่ิน

ว. 4.2 ม.1 / 1 - แนวคิดเชงิ นามธรรม -
ออกแบบอลั กอริทึมทใี่ ช้ เป็นการประเมินความสำคญั ข
แนวคดิ เชิงนามธรรมเพือ่ องรายละเอยี ดของปญั หา

แก้ปัญหาหรืออธิบายการ

ทำงานท่พี บในชวี ติ จรงิ

ว. 4.2 ม.1 / 2 - ออกแบบ และเขยี น -

ออกแบบและเขียนโปรแกร โปรแกรมท่มี กี ารใช้ตวั แปร

มอย่างงา่ ยเพอ่ื แก้ปญั หา เงอื่ นไข วนซำ้

ทางคณติ ศาสตร์หรอื วิทยา - ออกแบบอัลกอลทิ มึ

ศาสตร์ เพอ่ื การแกป้ ัญหา

- ซอฟแวร์ทใ่ี ช้ในการเขยี น

โปรแกรม

านการเรยี นรู้และตัวช้วี ัด

มศกึ ษาปีที่ 1 เวลา 20 คาบ/ภาคเรยี น (0.5 หนว่ ยกติ )

ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

กระบวนการ คุณลกั ษณะ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรีย

(P) อันพึงประสงค์ (A) น (C)

- ทกั ษะกระบวนการกลมุ่ - ซ่ือสตั ย์ 1. ความสามารถในการคดิ

- ทักษะกระบวนการเรยี นรู้ - มวี ินยั 2. ความสามารถในการ

ความรู้ ความเข้าใจ - ใฝ่เรยี นรู้ สอ่ื สาร

- ทกั ษะกระบวนการ - มุง่ ม่นั ในการทำงาน 3. ความสามารถในการ

แก้ปญั หา แกป้ ัญหา

- ทักษะกระบวนการ - ซอ่ื สัตย์ 1. ความสามารถในการคดิ
แก้ปัญหา - มีวินัย 2. ความสามารถในการ
- ทักษะกระบวนการ - ใฝ่เรยี นรู้ สื่อสาร
ทางคณติ ศาสตร์ - มงุ่ มนั่ ในการทำงาน 3. ความสามารถในการ
แกป้ ญั หา

ตารางวเิ คราะหม์ าตรฐา

รายวิชาวิทยาการคำนวณ รหัสวิชา ว21181 ชั้นมัธยม

กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทย

มาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ (K)

ตัวชวี้ ัด แกนกลาง ท้องถิ่น

ว. 4.2 ม.1 / 3 - การรวบรวมขอ้ มูลจาก - การเกบ็ รวบรวมข้อมูล

รวบรวมขอ้ มลู ปฐมภมู ิประ แหล่งข้อมลู ทางประวตั ศิ าสตร์ท้องถิ่น

มวลผล ประเมินผล - การประมวลผลขอ้ มลู

นำเสนอขอ้ มูล และสาร - การใชซ้ อฟแวรเ์ พอ่ื

สนเทศตามวตั ถปุ ระสงค์ การบรกิ าร

โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์

หรอื บรกิ ารบนอินเทอร์เนต็

ทีห่ ลากหลาย

านการเรียนรแู้ ละตัวชว้ี ัด

มศึกษาปที ่ี 1 เวลา 20 คาบ/ภาคเรยี น (0.5 หนว่ ยกิต)

ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

กระบวนการ คุณลกั ษณะ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี

(P) อันพึงประสงค์ (A) น (C)

- ทกั ษะการคดิ อยา่ งมี - ซื่อสัตย์ 1. ความสามารถในการคดิ

วจิ ารญาณ - มีวินัย 2. ความสามารถในการ

- ทกั ษะกระบวนการ - ใฝเ่ รียนรู้ สอ่ื สาร

แกป้ ญั หา - มุ่งม่นั ในการทำงาน 3. ความสามารถในการ

แกป้ ัญหา

ตารางวเิ คราะหม์ าตรฐา

รายวชิ าวทิ ยาการคำนวณ รหสั วชิ า ว21181 ช้นั มัธยม

กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทย

มาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ (K)

ตวั ช้วี ดั แกนกลาง ทอ้ งถ่ิน

ว. 4.2 ม.1 / 4 - การใชเ้ ทคโนโลยสี าร -

ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่ สนเทศอย่างปลอดภัย

างปลอดภยั ใชส้ ่ือ - การจดั การอัตลักษณ์

และแหล่งขอ้ มูลตามข้อกำ

หนดและข้อตกลง

านการเรียนรแู้ ละตวั ช้ีวดั

มศึกษาปีที่ 1 เวลา 20 คาบ/ภาคเรียน (0.5 หนว่ ยกติ )

ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

กระบวนการ คณุ ลักษณะ สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี

(P) อันพึงประสงค์ (A) น (C)

- ทักษะการคิดอย่างมี - ซอ่ื สตั ย์ 1.ความสามารถในการ

วิจารญาณ - มวี ินยั สือ่ สาร

- ทกั ษะกระบวนการ - ใฝ่เรียนรู้ 2. ความสามารถในการคดิ

แกป้ ัญหา - มุง่ ม่นั ในการทำงาน 3. ความสามารถในการ

- ทักษะการสร้างเจตคติ ใช้เทคโนโลยี

โครงสรา้ งหน่วยการเรยี นรู้

รายวิชาวิทยาการคำนวณ รหัสวชิ า ว21181 กลุ่มสำระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ภาคเรียนท่ี 1 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 เวลา 20 คาบ/ภาคเรยี น (0.5 หนว่ ยกิต)

ลำดบั หนว่ ยการเรยี นร/ู้ เรอ่ื ง มาตรฐาน สาระสำคญั เวลา คะแนน ชิ้นงาน/ภาระงาน
ท่ี การเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั (ชว่ั โมง)

1 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ว 4.2 ม.1/4 - ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 4 10 - ใบงาน

อย่างปลอดภัย อย่างปลอดภยั (2:6:2) - กิจกรรม Present

- การจัดการอตั ลกั ษณ์ Threat information

- การพิจารณาความเหมาะสม system

ของเนอื้ หา - กิจกรรม

- ข้อตกลง ขอ้ กําหนดในการ Infographic

ใช้ส่อื หรือแหลง่ ข้อมลู ตา่ ง ๆ วิธปี ้องกันภัยคกุ คาม

ทางคอมพวิ เตอร์

2 การจัดการข้อมูลสารสนเทศ ว 4.2 ม.1/3 - การรวบรวมขอ้ มูลจากแหล่ง 4 20 - ใบงาน

ขอ้ มลู ปฐมภูมปิ ระมวลผล (5:10:5) - กิจกรรมจดั การ

สรา้ งทางเลอื ก ประเมินผล ขอ้ มลู สารสนเทศ

- การประมวลผลเปน็ การ ด้วย Google Form

กระทาํ กบั ขอ้ มูล เพ่ือใหไ้ ด้

ผลลพั ธ์ท่ีมคี วามหมาย

และมีประโยชน์ตอ่ การ

นําไปใชง้ าน

- การใชซ้ อฟตแ์ วรห์ รอื บริการ

บนอินเทอร์เน็ต ทห่ี ลากหลาย

ในการรวบรวม ประมวลผล

สรา้ งทางเลอื กประเมินผล

นาํ เสนอ จะชว่ ยใหแ้ ก้ปัญหา

ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ ถูกตอ้ ง

และแมน่ ยํา

สอบระหวา่ งภาค 1 10

ลำดบั หน่วยการเรียนรู้/เรื่อง มาตรฐาน สาระสำคญั เวลา คะแนน ช้ินงาน/ภาระงาน
ท่ี การเรียนร/ู้ ตัวชี้วดั (ช่วั โมง)
- แนวคิดเชิงนามธรรม 20 - ใบงาน
3 การออกแบบและการเขียน ว 4.2 ม.1/1 เป็นการประเมินความสาํ คัญ 4
อลั กอริทมึ ว 4.2 ม.1/2 ของรายละเอียดของปญั หา (5:10:5) - กิจกรรม Design
แยกแยะสว่ นทีเ่ ปน็ สาระ 6
ว 4.2 ม.1/2 สําคญั ออกจากสว่ นท่ีไมใ่ ช่ 1 My Flowchart
สาระสาํ คัญ
4 การออกแบบและการเขยี น - การออกแบบอัลกอรทิ ึม 30 - ใบงาน
โปรแกรมเบอ้ื งตน้ เพอื่ แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ - กจิ กรรมออกแบบ
วิทยาศาสตรอ์ ยา่ งง่าย อาจใช้ (5:20:5) ใบความรู้
แนวคิดเชงิ นามธรรมในการ - โปรเจ็กต์พัฒนา
ออกแบบเพ่ือใหก้ ารแกป้ ญั หา โปรแกรมหาคา่ BMI
มีประสทิ ธภิ าพ
- การแกป้ ญั หาอยา่ งเปน็
ขั้นตอนจะช่วยใหแ้ กป้ ญั หา
ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
- การออกแบบและเขียน
โปรแกรมทมี่ ีการใชต้ วั แปร
เงอ่ื นไข วนซ้ำ
- ซอฟต์แวร์ทีใ่ ช้ในการเขียน
โปรแกรม เช่น Scratch,
python, java, c

สอบปลายภาค 10

รวม 20 100


Click to View FlipBook Version