ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เรอื่ ง หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อริยสจั 4) 1
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เรอ่ื ง หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อรยิ สจั 4) 2
คำนำ
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เร่ือง หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อรยิ สัจ4) สำหรับนกั เรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2
จัดทำขึน้ เพ่อื ประกอบการจัดการเรียนรู้ในสาระท่ี 1 ศาสนา ศีลธรรมและจรยิ ธรรม กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา
ศาสนาและวัฒนธรรม โดยมวี ัตถปุ ระสงคเ์ พื่อสง่ เสริมใหน้ ักเรียนพัฒนากระบวนการคิดอย่างเปน็ ระบบ จนเกิดความรู้
ความเข้าใจในเนอื้ หา สามารถสรปุ ความรู้ จากบทเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฝกึ ใหน้ ักเรียนมคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม
มคี วามรับผดิ ชอบและมีความซื่อสตั ย์ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนรขู้ องนักเรยี นใหส้ ูงขนึ้ โดยชดุ กจิ กรรมการ
เรียนรนู้ ้จี ะเน้นกิจกรรมทมี่ ีความหลากหลายและเน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ เพื่อก่อใหเ้ กดิ กระบวนการเรียนรทู้ ้งั ด้านความรู้
(K) ทกั ษะกระบวนการ(P)และคุณลักษณะอันพึงประสงค(์ A)
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เรื่อง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อริยสจั 4) สำหรับนักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 2
ประกอบดว้ ย 6 เร่ือง ดงั น้ี
ชุดท่ี 1 เรอ่ื ง ความรู้เบื้องต้นเก่ยี วกับอรยิ สัจ 4
ชดุ ท่ี 2 เรอ่ื ง ทุกข์ (ธรรมทคี่ วรรู)้
ชุดท่ี 3 เรื่อง สมทุ ยั (ธรรมท่ีควรรูละ)
ชุดท่ี 4 เรื่อง นโิ รธ (ธรรมท่ีควรบรรลุ)
ชดุ ที่ 5 เรื่อง ทกุ ข์ (ธรรมทีค่ วรเจริญ)
ชดุ ที่ 6 เรอ่ื ง พทุ ธสุภาษติ
รายละเอียดในชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้นปี้ ระกอบดว้ ยคำช้แี จงเก่ียวกับการใช้ชดุ กิจกรรม คำแนะนำ สำหรับครู
คำแนะนำสำหรบั นกั เรยี น มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เนอ้ื หา กิจกรรมพร้อม
เฉลย
ผจู้ ดั ทำหวงั เปน็ อย่างย่ิงว่าชุดกจิ กรรมการเรียนร้ชู ุดน้ีสามารถพัฒนาผู้เรยี นและเป็นประโยชนต์ อ่ ผู้นำไปใช้
เพอ่ื พฒั นาตนเองให้บรรลุตวั ชี้วดั และเป็นประโยชน์ตอ่ ผ้สู นใจศกึ ษาท่จี ะนำไปใช้ในการจัดการเรียนรูต้ ่อไป
นางณฐั นันท์ นปุ ระพันธ์
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เรือ่ ง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา (อรยิ สจั 4) 3
สารบัญ
เร่อื ง หนา้
คำนำ ก
สารบญั ข
คำช้ีแจงการใชช้ ุดกิจกรรมการเรยี นรู้ 1
คำแนะนำการใช้ชดุ กิจกรรมการเรียนรสู้ ำหรับครู 2
คำแนะนำการใชช้ ดุ กจิ กรรมการเรียนร้สู ำหรับนักเรยี น 3
มาตรฐานการเรียนรู้ 4
ตัวชีว้ ดั 4
สาระสำคัญ 5
จุดประสงค์การเรยี นรู้ 5
สาระการเรียนรู้ 5
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น (QR CODE) 6
แบบทดสอบก่อนเรยี น 7
กระดาษคำตอบก่อนเรยี น 8
ใบความร้ทู ี่ 1 11
ใบกิจกรรมที่ 1 18
ใบความรูท้ ่ี 2 19
ใบกิจกรรมที่ 2 25
ใบกจิ กรรมท่ี 3 26
แบบทดสอบหลังเรยี น (QR CODE) 28
แบบทดสอบหลงั เรยี น 29
กระดาษคำตอบหลงั เรยี น 30
บรรณานกุ รม 33
ภาคผนวก 35
แบบประเมินพฤติกรรม 36
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เร่อื ง หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อรยิ สจั 4) 4
คำชแ้ี จงการใช้ชดุ กิจกรรม
การเรยี นรู้
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อริยสจั 4) สำหรับนกั เรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
ชดุ น้ี เป็นชุดที่ 1 เรือ่ ง ความรู้เบือ้ งตน้ เกย่ี วกบั อรยิ สจั 4 จากท้ังหมด 6 ชดุ กิจกรรม ซง่ึ ประกอบด้วย
ชุดท่ี 1 เร่ือง ความร้เู บื้องตน้ เกี่ยวกับอริยสัจ 4
ชุดที่ 2 เรอื่ ง ทุกข์ (ธรรมที่ควรร)ู้
ชุดท่ี 3 เรอ่ื ง สมทุ ยั (ธรรมท่ีควรรลู ะ)
ชุดที่ 4 เรื่อง นโิ รธ (ธรรมทค่ี วรบรรลุ)
ชดุ ที่ 5 เรื่อง ทุกข์ (ธรรมทค่ี วรเจรญิ )
ชดุ ท่ี 6 เรือ่ ง พทุ ธสภุ าษติ
2. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ชุดนี้ ประกอบดว้ ย
- คำชีแ้ จงการใช้ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้
- คำแนะนำการใชช้ ุดกจิ กรรมการเรียนรู้สำหรบั ครู
- คำแนะนำการใช้ชดุ กิจกรรมการเรยี นร้สู ำหรบั นักเรยี น
- มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชว้ี ัด สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้
- แบบทดสอบกอ่ นเรียน
- ใบความรู้
- ใบกจิ กรรม
- แบบทดสอบหลงั เรยี น
- แบบบนั ทกึ ผลการประเมิน
- ภาคผนวก
3. ชุดกจิ กรรมการเรียนรชู้ ุดนี้ มีส่อื ออนไลนป์ ระกอบ เพ่ือความเขา้ ใจและหลากหลายกิจกรรมให้นา่ สนใจ
นักเรยี นควรติดตง้ั แอปพลิเคชั่น (Application) ในโทรศัพท์มอื ถือสำหรบั ใชอ้ ่านรหัสคิวอาร์ (QR CODE) เช่น
4. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชดุ ท่ี 1 เรอ่ื ง ความรเู้ บ้ืองต้นเกี่ยวกบั อรยิ สจั 4 ใชเ้ วลาเรียน 2 ชั่วโมง
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เรอ่ื ง หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อรยิ สจั 4) 5
คำแนะนำการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรบั ครู
ครูต้องศึกษาชุดกจิ กรรมฯและอา่ นเนื้อหาสาระ
อยา่ งละเอยี ดรอบคอบพร้อมท้งั ทำความเขา้ เนื้อหา
ทุกเลม่ ก่อนใชง้ าน
ครูชี้แจงใหน้ ักเรยี นทราบเก่ยี วกบั บทบาทของ
นกั เรยี นในการเรยี นโดยใช้ชดุ กิจกรรมการเรียนร้ใู ห้
เขา้ ใจพร้อมทง้ั อธิบายเรื่องการติดต้ังแอฟพลเิ คช่นั
ครใู หน้ ักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพอื่ วดั
ความรู้พนื้ ฐานของนักเรียนรายบุคคล เน้นย้ำเร่อื ง
ความซอ่ื สตั ย์ ใหล้ งมือทำดว้ ยตนเอง
ครูจดั กิจกรรมการเรียนการสอนโดยใชช้ ดุ กจิ กรรมการ
เรียนร้คู วบคูก่ ับแผนการจัดการเรียนรู้ ขณะทีน่ ักเรยี น
ปฏิบตั กิ ิจกรรมครูดูแลใกล้ชดิ และใหค้ ำแนะนำ
ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามหากมีขอ้ สงสัยใน
เน้ือหาไมเ่ ขา้ ใจ อธบิ ายเพิ่มเติม นักเรียนทดสอบ
ความรขู้ องนกั เรียนโดยใช้แบบทดสอบหลังเรยี น
นักเรยนตรวจคำตอบจากเฉลย เพ่ือทราบผลการเรียนรู้
ของตนเอง หากนักเรียนทำคะแนนไดไ้ ม่ผา่ นเกณฑ์ ควร
ใหค้ ำแนะนำและใหท้ บทวนเนือ้ หาใหม่อกี คร้งั จนเขา้ ใจ
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เร่อื ง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (อรยิ สจั 4) 6
คำแนะนำการใช้ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้
สำหรับนักเรียน
นกั เรียนฟผอ่านคำชแ้ี จงเกีย่ วกบั ชุดกจิ กรรมการ
เรียนรู้และคำแนะนำการใชช้ ุดกจิ กรรมการเรยี นรู้
สำหรบั นักเรียนให้เขา้ ใจก่อนลงมอื ทำทกุ คร้ัง
ติดตงั้ แอฟพลิเคชน่ั สำหรบั อา่ นรหสั ควิ อารโ์ ค้ดเพ่ือ
ประกอบกิจกรรมการเรยี นรู้ ทำแบบทดสอบก่อน
เรยี นเพ่ือประเมินความรูพ้ ้นื ฐานของตนเอง
ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพ่ือวดั
ความรู้พ้นื ฐานของนักเรียนรายบคุ คล เน้นย้ำเร่อื ง
ความซือ่ สัตย์ ใหล้ งมือทำด้วยตนเอง
นักเรียนศึกษาใบความรูแ้ ละทำใบกิจกรรมด้วยตนเอง
หากทำไม่ไดใ้ ห้ศึกษาเน้ือหาใหมอ่ ีกคร้ัง
เมอ่ื ทำใบกิจกรรมเสร็จแล้ว ให้นักเรยี นตรวจ
คำตอบจากแบบเฉลยท้ายเล่ม
นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียนเพอ่ื ประเมิน
ความก้าวหนา้ ของตนเอง
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เรอ่ื ง หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อริยสจั 4) 7
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 1.1 รแู้ ละเข้าใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา
ทต่ี นนบั ถือและศาสนาอนื่ มีศรทั ธาที่ถูกต้อง ยึดมัน่ และปฏิบตั ติ ามหลักธรรม
เพื่ออยูร่ ว่ มกนั อยา่ งสันติสุข
ตวั ช้วี ดั
ส 1.1 ม.2/8 อธบิ ายธรรมคุณและข้อธรรมสำคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักธรรมของศาสนาท่ีตนนับถือ
ตามที่กำหนด เหน็ คณุ ค่าและนำไปพัฒนา แก้ปัญหาของชุมชนและสังคม
สาระสำคญั
ธรรมคุณ 6 เปน็ หนง่ึ ในพระรตั นตรยั เป็นธรรมที่พระพุทธเจ้าตรสั ไว้ดีแลว้ พระธรรมทผ่ี ้ศู กึ ษาพึงปฏิบัติ เห็นได้
ด้วยตนเอง ไม่จำกัดเวลา สามารถพิสูจน์ได้ เป็นธรรมที่ควรน้อมนำมาปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติสามารถรู้ได้เฉพาะตน ข้อธรรม
สำคัญในกรอบอริยสัจ 4 ประกอบด้วย ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค เป็นหลักสำคัญในการดำเนินชีวิตท่ีนำไปสู่ความ
พ้นทุกข์ หรือหมดปัญหา ซ่ึงทุกคนควรมีจิตสำนึกในพระธรรมคุณ และปฏิบัติตามหลักธรรม
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายเกย่ี วกับพระรัตนตรยั (K)
2. อธบิ ายความหมายอริยสจั 4 (K)
3. จำแนกและวเิ คราะหห์ ลกั ธรรมคณุ 6 (P)
4. เห็นคุณคา่ และความสำคัญของการปฏิบตั ิตนตามหลักธรรมคุณ 6 (A)
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เร่อื ง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อริยสจั 4) 8
สาระการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
1. ความหมายของพระรตั นตรัย
2. ความหมายธรรมคุณ 6
3. คุณค่าของธรรมคณุ 6
ด้านความรู้ (P)
1. ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
2. กระบวนการทำงานกลมุ่
3. กระบวนการปฏิบตั ิ
ดา้ นความรู้ (A)
1. ใฝ่เรยี นรู้
2. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เร่ือง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา (อรยิ สจั 4) 9
ใหส้ แกน QR CODE เพื่อทำแบบทดสอบ
กอ่ นเรียน หรือ ทำในกระดาษคำตอบก็เปดิ
หน้าตอ่ ไปได้เลยนะคะ อย่าลืมว่า เพ่ือนๆ
มเี วลาทำแบบทดสอบ 10 นาที นะคะ
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เรอื่ ง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (อริยสจั 4) 10
กระดาษคำตอบ
แบบทดสอบก่อนเรยี น
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ที่ 1 เรอื่ ง ความรเู้ บื้องต้นเกย่ี วกับอรยิ สจั 4
ชื่อ............................................................................ช้ัน.............เลขท.ี่ ...........
คำชแ้ี จง : ให้นักเรยี นทำเคร่ืองหมาย ตวั เลอื กทถ่ี ูกต้องเพยี งข้อเดียว
ข้อ ก ตัวเลอื ก ง
1 ขค
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมินคณุ ภาพ 10
คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คะแนน 0-4 ระดับ ปรบั ปรุง
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เรอ่ื ง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อรยิ สจั 4) 11
แบบทดสอบก่อนเรยี น
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรูท้ ี่ 1 เรื่อง ความรู้เบอื้ งตน้ เก่ยี วกบั อรยิ สจั 4
คำช้ีแจง : ใหน้ ักเรียนทำเคร่ืองหมาย ตวั เลือกท่ถี กู ต้องเพยี งข้อเดียว โดยทำลงในกระดาษคำตอบ
. 1. ข้อใดคือความหมายของอริยสจั 4
ก. ความจริงอนั ประเสรฐิ 4 ประการ
ข. ความสขุ 4 ประการ
ค. ความทกุ ข์ 4 ประการ
ง. ความเส่ือม 4 ประการ
2. ข้อใดไม่ถกู ตอ้ ง
ก. ทกุ ข์ ขนั ธ์ 5
ข. ทกุ ขสมทุ ัย อบายมุข 6
ค. ทุกขนิโรธ ไตรสิกขา
ง. ทุกขนิโรธคามนิ ปี ฏิปทา มงคล 38
3. วราพร สอบตกเพราะไม่ขยนั เรียน ตรงกับหลักธรรมข้อใด
ก. ขันธ์ 5
ข. ธาตุ 4
ค. ปธาน 4
ง. หลกั กรรม
14. ข้อใดเป็นผลท่เี กิดจากการปฏบิ ตั ิตามหลกั อรยิ สจั 4
ก. เนตรนภา สามารถแกป้ ญั หาต่าง ๆ ไดเ้ สมอ
ข. ทิชากร เป็นผู้ท่หี ลดุ พน้ จากความทุกข์
ค. สมศรี เป็นผทู้ ่ไี ม่ยดึ ตดิ กับสง่ิ ต่าง ๆ
ง. ถกู ท้งั ข้อ 1 , 2 และ 3
5. วันสำคญั ทางพระพุทธศาสนาวนั ใด ทที่ ำให้พระพทุ ธศาสนามีพระรตั นตรัยครบ 3 ประการ
ก. วันอัฐมบี ชู า
ข. วนั อาสาฬหบู ชู า
ค. วนั วสิ าขบูชา
ง. วันมาฆบูชา
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เรื่อง หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อริยสจั 4) 12
6. หลกั อริยสัจ 4 หมายถึง ความคดิ แบบใด
ก. คิดถงึ ความหลัง
ข. คดิ ถึงอนาคต
ค. คิดเป็นเหตุและผล
ง. คดิ หาผผู้ ดิ เพยี งผู้เดียว
7. “ควรนอ้ มนำมาประพฤติปฏิบัต”ิ เป็นคณุ ค่าของพระรัตนตรัยใด
ก. พระพุทธ
ข. พระธรรม
ค. พระสงฆ์
ง. พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
8. “พระธรรมอนั พระผู้มพี ระภาคเจ้าทรงแสดงไวด้ แี ล้ว” มีความหมายตรงกับขอ้ ใด
ก. สนั ทิฏฐิโก
ข. เอหิปัสสโิ ก
ค. โอปะนะยิโก
ง. สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
9. การกระทำที่เรยี กว่ากรรมนั้นจะต้องเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยอะไร
ก. เวลา
ข. เจตนา
ค. สถานท่ี
ง. เหตแุ ละปจั จัย
10. แหม่มร้ตู ัวดีวา่ ทตี่ นเองสอบตก เป็นเพราะไม่ต้ังใจเรยี นและไม่ทำแบบฝึกหดั ตามท่ีครู
มอบหมาย แสดงว่าแหม่มเข้าใจหลักอรยิ สัจ 4 ข้อใด
ก. ทุกข์
ข. สมุทยั
ค. นโิ รธ
ง. มรรค
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เรอ่ื ง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา (อรยิ สจั 4) 13
ใบความรู้
ความหมายพระรัตนตรัย
ความหมายของพระรตั นตรยั
คำวา่ “รัตนตรยั ” มาจากคำว่า “รัตน” แปลว่า แกว้ หรอื ส่งิ ประเสรฐิ กับคำวา่ “ตรัย” แปลวา่ สาม ฉะน้ัน
พระรตั นตรัย แปลรวมกนั วา่ แกว้ สามดวง หรือ สิ่งประเสริฐสามสิ่ง ท่พี ุทธศาสนิกชนเคารพนับถือสงู สดุ สาม
สิ่งนบั เป็นองค์ประกอบของศาสนาพุทธ คือ พระพทุ ธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซงึ่ จดั เปน็ องคป์ ระกอบท่ี
สำคญั ของศาสนา 3 อยา่ งใน 6 อย่าง อนั ได้แก่
1. ผู้ให้กำเนดิ ศาสนา คือพระพทุ ธเจา้
2. คัมภรี ์หรือหลกั คำสอน คอื พระธรรม
3. สาวกหรือผสู้ บื ทอดศาสนา คอื พระสงฆ์
4. พธิ กี รรมทางศาสนาหรือการประกอบพิธที างศาสนกจิ ตามความเช่ือ
5. ศาสนสถานหรอื วตั ถทุ ี่ใช้เป็นสัญลักษณท์ างศาสนา
6. ศาสนิกชนหรอื ผเู้ ลือ่ มใสในศาสนา
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เรอ่ื ง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อริยสจั 4) 14
พระพุทธ
คำวา่ พุทธฺ แปลวา่ ผรู้ ูแ้ ลว้ (ร้ใู นความเปน็ ไปในธรรมชาตทิ งั้ ปวง) ผ้ตู นื่ แลว้ (ต่ืนจากความโงเ่ ขลา ตืน่
จากความงมงาย ) ผู้เบกิ บาน ( ไมม่ สี ่ิงใดทำให้จิตใจเศรา้ หมองอีกแล้ว )
หมายถึงผ้ทู ี่ตรัสรู้อรยิ สัจ คอื ความเปน็ จรงิ ท่ปี ระเสรฐิ 4 ประการ
พุทธ จำแนกออกเป็น 3 ประเภทได้แก่
1. ปจั เจกพทุ ธ (อา่ นวา่ พระ-ปัด-เจก-กะ-พดุ -ทะ-เจ้า) หมายถงึ ผ้ตู รัสรู้ชอบดว้ ยตนเองแต่ไมส่ ามารถ
สอนใหผ้ ูอ้ ่นื ตรัสรูต้ ามได้
2. สมั มาสัมพทุ ธ หมายถงึ ผตู้ รสั รู้ชอบดว้ ยตนเองแลว้ สามารถสอนให้ผู้อื่นตรัสรู้ตามได้มอี งคเ์ ดียว
เทา่ นั้นคือ สัมมาสมั พทุ ธเจ้า(พระศรศี ากยมุนโี คดมสัมมาสัมพทุ ธเจ้า)
3. สตุ ตันตพุทธ หมายถึงผตู้ รสั รูต้ ามคำสอนขององคส์ มั มาสัมพทุ ธเจา้
พระธรรม
ธรรม มเี สยี งพ้องกบั คำว่า ทำ ในภาษาไทย ถ้าขอ้ ความไมช่ ดั เจนอาจเติมสระ อะ เป็นธรรมะ แต่จะ
ใช้คำว่า ธรรมะ เฉพาะเมื่อหมายถงึ คำส่ังสอนของพระพุทธเจา้ เทา่ นน้ั ธรรม (ทำ) หรือ ธรรมะ (ทำ-มะ) เปน็
คำทม่ี าจากคำภาษาสนั สกฤต ธรรม แปลว่าส่งิ ทแ่ี บกไว้ หมายถึง กฎหมาย หน้าท่ี ยุติธรรม ความถกู ตอ้ ง คณุ
ความดี คุณธรรม ธรรมชาติ เปน็ ตน้
ในภาษาไทยใช้คำวา่ ธรรม หรอื ธรรมะ หมายถึง คำสั่งสอนขององค์สัมมาสัมพทุ ธเจ้า
เนื้อหาสาระเร่ืองราวที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนท้ังหมดท้ังสิ่งทด่ี แี ละชั่วเรยี กวา่ ธรรม หรอื ธรรมะ เชน่ ทรง
สอนเร่ืองอริยสจั 4 ความจริงอันประเสรฐิ ทรงสอนเรือ่ งไตรลกั ษณ์ หรอื อนัตตลักขณสูตรสอนเรือ่ งกเิ ลส ก็
เรียกว่า ทรงสอนธรรมเรื่องกิเลส หรือทรงสอนธรรมะเร่ืองกเิ ลส
ธรรม หมายถงึ การประพฤตทิ ่ดี ีท่ีถูกต้องได้ เช่น ธรรมทปี่ ระพฤติดีแล้วนำสขุ มาให้ ผปู้ ระพฤติธรรม
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เรื่อง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา (อรยิ สจั 4) 15
ยอ่ มอยเู่ ปน็ สขุ ใครๆ กส็ รรเสรญิ การกระทำท่ีเป็นธรรม
ธรรม หมายถึง ความยุติธรรม เช่น ถ้าผปู้ กครองประเทศปกครองด้วยความเป็นธรรม ประชาชนก็
เปน็ สขุ เมอ่ื พระพุทธเจา้ ได้ตรัสรู้ความจรงิ อันประเสรฐิ 4 ประการแลว้ กท็ รงมีพระมหากรณุ าปรารถนาจะให้
สัตวโ์ ลกพ้นทุกข์ จึงทรงสัง่ สอนเหล่าสาวกและคนทว่ั ไปด้วยคำสอนตา่ ง ๆ คำสอนของพระพุทธเจ้านี้
เรยี กว่า พระธรรม
พระธรรม คัมภีร์ ของพระพทุ ธศาสนา เรยี กวา่ พระไตรปฎิ ก ประกอบดว้ ย พระอภิธรรมปิฎก พระ
วนิ ยั ปิฎก พระสุตตันตปฎิ ก
อภธิ รรมปิฎก หรอื พระอภิธรรม หมายถึง ประมวลพระพุทธพจน์หมวดพระอภิธรรม หลกั คำสอนของ
พระพุทธเจา้ ทเ่ี ป็นภาคทฤษฎีบท หลกั ธรรมและคำอธิบายที่เป็นหลกั คำสอนล้วน ๆ ไม่เกี่ยวด้วยบคุ คลหรอื
เหตุการณ์ เปรียบเสมือนวิชาวทิ ยาศาสตร์
พระวินัยปิฎก หรือ พระวินัย หมายถงึ ประมวลพทุ ธพจน์หมวดพระวนิ ยั คือพุทธบัญญัติเกย่ี วกับความ
ประพฤติ ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนยี มและการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของภกิ ษุสงฆแ์ ละภิกษณุ ีสงฆ์
เปรียบเสมอื นวิชากฎหมาย
พระสุตตันตปิฎก หรือ พระสูตร หมายถึง ประมวลพทุ ธพจนห์ มวดพระสูตร คือ พระธรรมเทศนาคำบรรยาย
ธรรมต่างๆ ที่ตรสั ยักเยื้องให้เหมาะกับบคุ คลและโอกาสตลอดจนบทประพนั ธ์ เรอ่ื งเลา่ และเรอ่ื งราวท้งั หลาย
ท่ีเปน็ ช้นั เดมิ ในพระพุทธศาสนา ท่ีพระพุทธเจา้ สอนใคร สอนเร่ืองอะไร สอนทีไ่ หนเปรียบเสมือนวชิ า
ประวตั ศิ าสตร์
คำสอนท่ีพระพทุ ธเจ้าทรงเทศนานั้นมีสาระสำคัญ 3 ประการ หรือ โอวาท 3
คอื ให้ประพฤตดิ ี ให้ละความชวั่ และทำจิตใจให้ผอ่ งใส
นอกจากสาระสำคัญทง้ั 3 ประการน้ี พระพทุ ธเจา้ ได้ทรงชี้ใหเ้ ห็นถงึ สาเหตแุ หง่ การเกิดทุกข์ การดบั ทกุ ข์
และวธิ ีปฏบิ ตั ติ นของพุทธบริษัท 4 เพื่อใหห้ ลดุ พน้ จากวฏั สังสาร วงจรของการเกดิ ดบั หลุดพ้นจากความทกุ ข์
ตา่ ง ๆ ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เรือ่ ง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (อรยิ สจั 4) 16
พระสงฆ์
เรามกั เรียกสมณเพศในพระพุทธศาสนาว่า “พระสงฆ์” แต่คำวา่ “สงฆ”์ นนั้ หมายถึงองค์คณะของผู้
เปน็ สมณะมากกว่า แต่สมณะในพระพุทธศาสนาแต่ละรูปน้ันเรียกว่า “ภกิ ษ”ุ ซงึ่ แปลตามรูปศพั ท์ หมายถึง
“ผู้ขอ” มรี ากศัพทเ์ ดียวกันกับคำว่า ภกิ ษาจาร พระสงฆ์ หมายถงึ สาวกหรือนักบวชท่ีเป็นผชู้ ายใน
พระพุทธศาสนา เป็น 1 ใน 4 ของพทุ ธบรษิ ัท ซึ่งเดมิ เรยี กนกั บวชผูช้ ายในศาสนาพุทธว่า “ภกิ ข”ุ ในภาษา
บาลี “ภิกษ”ุ ในภาษสันสกฤต พระสงฆ์จัดวา่ เป็นผู้มีบทบาทสำคญั ในการสืบทอดพระศาสนาเพราะเป็นศา
สนทายาทผู้สัง่ สอนพระพทุ ธศาสนาใหย้ ืนยาวตอ่ ไป พระสงฆจ์ ึงตอ้ งประพฤตปิ ฏิบตั ิตนให้ถงึ พร้อมด้วย
คณุ สมบตั ิของพระสงฆ์ทดี่ ี ตามพทุ ธบญั ญัติ
พระสงฆแ์ บ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. พระอรยิ สงฆ์
2. พระสมมตุ ิสงฆ์
พระอรยิ สงฆ์ พระสงฆผ์ ู้บรรลธุ รรมวิเศษ 4 ช้นั คือ
1. พระโสดาบัน
2. พระสกทาคามี
3. พระอนาคามี
4. พระอรหันต์
พระอริยสงฆ์ 3 ช้นั แรกจัดเป็นเสขบคุ คล สว่ นพระอรหันต์จัดเปน็ อเสขบุคคล
เสขบุคคลมี 3 ขนั้ ได้แก่
1.โสดาบนั 2. สกทาคามี หรือสกทิ าคามี 3. อนาคามี ทีน่ บั ว่าเป็น “เสขบคุ คล” เพราะผู้นั้น ยังตอ้ งศึกษา
ตอ่ ไปอยู่ ( เสข=ผู้ยงั ต้องศึกษา ) เนอื่ งจากยังไมจ่ บ “การศึกษา 3” (อธศิ ีลสิกขา-อธจิ ิตสิกขา-อธปิ ัญญา
สิกขา) ผู้พฒั นาตนผา่ น “การศกึ ษา 3” บรรลธุ รรมเปน็ “อาริยชน” จึงนับเป็นผู้เข้าสู่ “เสขภูมิ” พื้นเพของ
พระเสขะ คือ เขา้ สู่ชัน้ อารยิ ชนแล้ว จะเป็นชน้ั หน่ึงชั้นใดใน 3 กต็ าม แตย่ งั ต้องศึกษาอยู่ ยังไม่จบถึง
“อรหันต”์ อนั เป็นภูมิสดุ ท้าย ผยู้ งั ไมบ่ รรลุธรรมเข้าข้นั “อาริยะ” ยังไมไ่ ดช้ ่อื วา่ “เสขบุคคล”
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เรื่อง หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อริยสจั 4) 17
พระอรหนั ต์ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ไดแ้ ก่
1. พระสกุ ขวปิ สั สก (ไม่มีญาณวิเศษใด ๆ นอกจากรู้การทำอาสวะให้สิ้นไป (อาสวกั ขยญาณ) อย่างเดยี ว)
2. พระเตวชิ ชะ (ผู้ไดว้ ิชชา 3 คือ รูร้ ะลึกชาติได้(บพุ เพนิวาสานุสสตญิ าณ) รู้จุติและอุบัติของสตั ว์ทง้ั หลาย
(จุตูปปาตญาณ) รู้ทำอาสวะให้ส้ิน(อาสวกั ขยญาณ)
3. พระฉฬภิญญะ (ผู้ได้อภญิ ญา 6 คือ แสดงฤทธไ์ิ ด้(อิทธิฤทธิ)์ หูทิพย(์ ทพิ ยโสต) รจู้ ุตแิ ละอุบัติของสตั ว์
ท้ังหลาย(จุตูปปาตญาณ) ทายใจผูอ้ ่ืนได้(เจโตปรยิ ญาณ) ระลึกชาติได(้ บุพเพนวิ าสานุสสติญาณ) และญาณท่ี
ทำใหอ้ าสวะส้นิ ไป(อาสวกั ขยะญาณ)
4. พระปฏิสัมภิทัปปตั ตะ (ผู้บรรลปุ ฏิสัมภิทา 4)
ปฏิสัมภทิ า ความแตกฉาน ความรแู้ ตกฉาน ปัญญาแตกฉาน มี 4 ขั้นได้แก่
4.1 อัตถปฏิสัมภทิ า ปญั ญาแตกฉานในอรรถ ความแตกฉานสามารถอธบิ ายเนื้อความย่อของภาษิตโดย
พิสดารและความเข้าใจ ที่สามารถคาดหมายผลขา้ งหน้าอันจะเกดิ สบื เน่ืองไปจากเหตุ
4.2 ธมั มปฏสิ มั ภิทา ปญั ญาแตกฉานในธรรม เหน็ คำอธิบายพสิ ดาร ก็สามารถจบั ใจความมาตงั้ เปน็ หวั ข้อได้
เหน็ ผลกส็ ืบสาวไปหาเหตไุ ด้
4.3 นริ ตุ ติปฏสิ ัมภทิ า ปัญญาแตกฉานในภาษา คือเขา้ ใจภาษา รจู้ ักใช้ถ้อยคำให้คนเขา้ ใจ ตลอดท้ังรู้
ภาษาต่างประเทศ
4.4 ปฏภิ าณปฏสิ มั ภิทา ความแตกฉานในปฏิภาณไดแ้ ก่ไหวพริบคือ โต้ตอบปัญหาเฉพาะหนา้ ได้ทันท่วงที
หรอื แก้ไขเหตุการณ์ฉุกเฉนิ ได้ฉับพลันทันการ
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (อรยิ สจั 4) 18
พระสมมุตสิ งฆ์
หมายถึงพระสงฆ์ทกี่ ำลงั ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวนิ ยั บา้ งครงั้ เรียกว่า พระ, พระสงฆ,์ ภิกษุ,
พระภกิ ษ,ุ พระภิกษุสงฆ์ เม่ือพระสงฆป์ ฏบิ ัติตนเปน็ แบบอย่างที่ดี ก็จะเปน็ เหตจุ งู ใจประชาชนให้เกดิ ความ
ศรัทธาเล่อื มใสในพระพุทธศาสนา คำว่า พระสงฆ์ โดยทัว่ ไปจึงมุ่งถึงชายที่บวชเป็นภิกษใุ นพระพุทธศาสนา
ได้ปฏิบัตติ ามกฎหมายของสงฆ์ ท่ีเรียกว่า วินยั สงฆ์ ได้ศกึ ษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจา้ แลว้ นำคำสอน
นน้ั ไปถ่ายทอดแกป่ ระชาชนทั่วไป ไมค่ ำนึงวา่ จะเปน็ ภิกษรุ ูปเดียว หรือเปน็ คณะทร่ี วมต้งั แต่ 4 รูปข้ึนไป
เพลง พระรัตนตรยั - สเุ ทพ วงศ์กำแหง (KARAOKE)
SCAN ME
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เรื่อง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา (อรยิ สจั 4) 19
ใบกจิ กรรมที่ 1
ความหมายพระรตั นตรัย
ชอื่ ....................................นามสกุล...........................................เลขที่.........................ชั้น................
คำช้แี จง : ใหน้ กั เรียนอธบิ ายความหมายและความสำคัญของข้อความในชอ่ งวา่ งต่อไปนี้
พระรัตนตรยั นำพาชีวิต
อยา่ งไรให้มีความสุขได้
อยา่ งไรจงอธบิ าย
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เรือ่ ง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อริยสจั 4) 20
ใบความรู้
ธรรมคุณ 6และความหมายอรยิ สัจ 4
ธรรมคุณ 6
คณุ ของพระธรรมคุณมี ๖ ประการ ดงั ที่นกั ปราชญ์ได้รอ้ ยกรองเปน็ บทสวดสำหรับน้อมนำระลกึ ไวใ้ นใจ ดงั น้ี
1. สวากขาโต ภควตา ธมั โม หมายถงึ ธรรมอันพระผูม้ ีพระภาคตรัสดีแล้วท่ามกลาง อันได้แก่ สมาธแิ ละงามใน
ทส่ี ุด อันไดแ้ ก่ ปัญญา พร้อมทง้ั อรรถและพยัญชนะ ประกาศพรหมจรรย์หรือหลกั การครองชวี ิตอันประเสรฐิ
บรสิ ทุ ธิบ์ รบิ ูรณ์สิ้นเชงิ
2. สันทิฏฐโิ ก หมายถงึ ผู้ปฏิบัตจิ ะพึงเหน็ ชัดด้วยตนเอง ผใู้ ดปฏิบตั ิ ผูใ้ ดบรรลุ ผูน้ ้นั ยอ่ มเหน็ ประจักษ์ดว้ ยตนเอง
ไม่ต้องเชอ่ื ตามคำบอกเล่าของผู้อนื่ ผใู้ ดไมป่ ฏิบัติ ไมบ่ รรลุ ผ้อู ่นื จะบอกกเ็ ห็นไม่ได้
3. อกาลิโก หมายถงึ ไม่ประกอบดว้ ยการ ผู้ปฏิบตั ไิ ม่ข้นึ อยกู่ ับกาลเวลา พร้อมเมือ่ ใดบรรลุได้ทันที บรรลุเม่ือใด
เห็นผลไดท้ นั ที นน่ั คือ ใหผ้ ลในลำดบั แห่งบรรลุไม่เหมือนผลไม้อันให้ผลตามฤดูกาล
4 เอหปิ สั สิโก หมายถึง ควรเรียกใหม้ าดู พระธรรมเป็นคุณอัศจรรย์ดจุ ของประหลาดท่ีควรเชญิ ชวนให้มาชม
และพิสูจนห์ รือท้าทายต่อการตรวจสอบ เพราะเป็นของจริงและดจี รงิ
5. โอปนยิโก หมายถงึ ควรน้อมเข้ามา ผู้ปฏบิ ัตคิ วรน้อมเขา้ มาไวใ้ นใจของตนหรือน้อมใจเข้าไปให้ถึงด้วยการ
ปฏบิ ัตใิ หเ้ กดิ ข้ึนในใจ
6. ปจั จตั ตงั เวทิตพั โพ วิญญูหิ หมายถงึ อนั วิญญูชนพึงรเู้ ฉพาะตน ผลอันเกดิ จากการปฏบิ ตั ิธรรมนนั้ ทกุ คนที่
น้อมนำมาปฏบิ ัติ จะรู้ซ้งึ ถงึ ผลแห่งพระธรรมน้ันดว้ ยตนเอง ทำให้กนั ไม่ได้ เอาจากกนั ไม่ได้ และรไู้ ด้ประจักษ์
ในใจของตนเอง
คณุ ของพระธรรมข้อที่ 1 มีความหมายกว้าง รวมทงั้ ปริยัตธิ รรม คือ คำส่ังสอนด้วย ส่วนคุณของพระธรรม
ข้อท่ี 2 ถึงข้อที่ 6 มงุ่ ให้เปน็ คุณของโลกุตตรธรรม
ดังน้นั เมอื่ ทราบความหมายของธรรมคณุ ๖ ท้งั หมดแล้ว การสวดมนต์เพอ่ื สรรเสรญิ พระธรรมคณุ ในครง้ั ตอ่ ๆ
ไป คงจะทรงความหมายอยา่ งเป่ยี มล้น
อนงึ่ การน้อมนำคุณของพระธรรม เพอื่ เจริญธมั มานุสตินน้ั มีอานสิ งสม์ าก ดังท่ี ปัญญา ใช้บางยาง ได้บอกไว้
ในหนงั สอื ธรรมาธิบาย เล่ม 1 วา่
- ย่อมเป็นผมู้ ีความเคารพยำเกรงในพระศาสดา
- ตระหนกั และอ่อนน้อมในพระธรรม
- ย่อมไดค้ วามไพบลู ย์แหง่ คุณ มีศรัทธา เป็นต้น
- เปน็ ผ้มู ากดว้ ยปตี ปิ ราโมทย์
- ทนตอ่ ความกลัว ความตกใจ อดกลั้นต่อทุกข์
- รู้สึกวา่ ไดอ้ ยู่กบั พระธรรม
- เปน็ บาทฐานให้บรรลธุ รรมอันยิ่ง
- เมือ่ ประสบกบั วัตถุที่จะพงึ ล่วงละเมดิ หริ ิโอตตปั ปะ ยอ่ มปรากฏแกเ่ ธอ
- เม่ือยังไมบ่ รรลุคณุ อันยงิ่ เธอย่อมมสี ุคตติ ่อไป
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เรือ่ ง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อริยสจั 4) 21
SCAN ME
อรยิ สจั 4
อริยสจั หรอื จตรุ าริยสจั หรืออริยสัจ 4 เป็นหลักคำสอนหนึ่งของพระพทุ ธเจา้ ในพุทธศาสนา อริยสจั 4 คือ ความจรงิ
อันประเสริฐ 4 ประการ ความจรงิ อันประเสริฐ ความจริงของพระอรยิ บคุ คล หรอื ความจริงท่ีทำใหผ้ ้เู ข้าถึงกลายเป็น
อรยิ ะ
ทุกข์ ความจริงที่วา่ ดว้ ยความทุกข์
สมทุ ัย ความจรงิ ทีว่ ่าด้วยเหตุให้เกิดทุกข์
นโิ รธ ความจรงิ ทว่ี ่าด้วยความดบั ทุกข์
มรรค ความจรงิ ท่ีว่าด้วยทางแหง่ ความดับทุกข์
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เร่อื ง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อรยิ สจั 4) 22
อรยิ สัจ 4 คอื ความจรงิ อันประเสรฐิ 4 ประการ
พระพุทธศาสนา เปน็ ศาสนาทีว่ ่าดว้ ยหลักความจริงท่เี กิดจากพระปญั ญาการตรัสร้ขู องพระพทุ ธเจ้า อนั เป็นหลัก
สัมพนั ธ์แหง่ เหตุผลทไ่ี มแ่ ปรผัน ทำให้ผู้ศกึ ษาปฏิบตั ติ ามหลัก สามารถก้าวพน้ จากความเปน็ ปถุ ุชน ท่หี นาดว้ ยกเิ ลสสู่
ภาวะแหง่ อริยบุคคล ทป่ี ระเสรฐิ สดุ ด้วยคุณธรรมไดอ้ ย่างแท้จริง หลักความจรงิ ทวี่ า่ น้ี พระพทุ ธองคท์ รงบัญญตั ิตรสั
เรียกว่า อรยิ สจั 4 ประการ คือ ทกุ ข์ สมุทยั นโิ รธ มรรค
1. ทกุ ข์ (ธรรมทค่ี วรรู)้
ทกุ ข์ คือ ความไมส่ บายกาย ไมส่ บายใจ มนษุ ยท์ ุกคนไมว่ ่าจะเปน็ เดก็ หรือผ้ใู หญ่ ตา่ งกม็ ีความทกุ ข์ด้วยกนั ทัง้ นั้น ความ
ทุกข์จึงเกดิ ขึน้ กับใครก็ได้ทุกขณะ เราจงึ ไม่ควรประมาทและพร้อมท่จี ะเผชิญหนา้ กบั ความจริงของทกุ ข์นั้นๆ ทุกขค์ ือ
ความจรงิ ข้อแรกในอริยสัจ 4
ความทกุ ข์ หมายถึงความท่ีกายและใจทนสภาพบีบคนั้ ได้ยาก เป็นสงิ่ ทตี่ อ้ งกำหนดรู้ เป็นผลทีเ่ นอ่ื งมาจากเหตุ ปญั หา
ของชวี ิต พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้กเ็ พอ่ื ใหท้ ราบวา่ มนุษยท์ ุกคนมีทกุ ขเ์ หมอื นกนั ท้งั ทุกข์ขัน้ พนื้ ฐานและทุกขเ์ กย่ี วกับ
การดำเนนิ ชีวติ ประจำวัน
ทุกข์ข้ันพนื้ ฐาน คือ ทุกขท์ เี่ กิดจากการเกิด การแก่ และการตาย สว่ นทุกขท์ ี่เกี่ยวกับการดำเนินชวี ติ ประจำวัน คอื
ทกุ ข์ท่เี กิดจากการพลดั พรากจากส่ิงท่ีรกั ทุกข์ทีเ่ กิดจากการประสบกบั สิ่งท่ีไมเ่ ป็นท่รี กั ทุกข์ทเ่ี กดิ จากไม่ได้ดังใจ
ปรารถนา รวมทงั้ ทุกข์ท่ีเก่ียวกบั การดำเนินชวี ติ ด้านตา่ งๆ อาทิ ความยากจน
2. สมุทัย (หลักธรรมท่ีควรละ)
สมทุ ัย คอื ความจริงท่ีวา่ ดว้ ยเหตเุ กิดแหง่ ความทุกข์ เพราะความทุกข์หรอื ปัญหาต่างๆ ที่เกดิ ขน้ึ มีสาเหตเุ กิดจากอะไร
บางอย่าง ไม่ไดเ้ กิดข้ึนลอยๆ โดยไมม่ ีเหตุ สมทุ ยั คือความจริงข้อท่ีสองในอรยิ สจั 4
สมุทัย หมายถงึ เหตุทีเ่ กดิ ทุกข์ คือ กเิ ลสตณั หาทก่ี ระตุ้นจิตใจให้ส่ายแสห่ าอารมณ์ที่ปรารถนา อยากได้ อยากมี อยาก
เป็น และอยากพน้ ไปจากภาวะไม่ปรารถนา เป็นเหตุแห่งทุกขท์ ี่ต้องละ พระพทุ ธเจ้าทรงแสดงไวก้ ็เพ่ือใหท้ ราบวา่ ทกุ ข์
ทง้ั หมดซ่งึ เป็นปญั หาของชวี ิต ลว้ นมเี หตใุ ห้เกิดเหตุนัน้ คือ ตัณหา อันได้แก่ความอยากได้ต่างๆ ซง่ึ ประกอบไปดว้ ย
ความยึดมั่น
3. นโิ รธ (หลกั ธรรมท่ีทำใหบ้ รรล)ุ
นโิ รธ คือ ความดับทกุ ข์หรอื ดับปัญหาตา่ งๆ พุทธศาสนามหี ลักคำสอนเกี่ยวกับเร่ืองความสขุ มากมาย จุดหมายสงู สดุ
คอื นพิ พาน เปน็ บรมสุขท่ีสงู สุด นโิ รธคอื ความจรงิ ข้อทส่ี ามในอรยิ สจั 4
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เร่อื ง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (อริยสจั 4) 23
นิโรธ หมายถงึ ความดับทุกข์ คือ ภาวะท่เี ปน็ ผลจากการดับตณั หาและสามารถพน้ จากทกุ ข์ไดเ้ ด็ดขาด เป็นภาวะที่ต้อง
ทำใหป้ ระจักษ์แจ้ง พระพทุ ธเจ้าทรงแสดงไว้กเ็ พ่ือใหท้ ราบว่า ทกุ ข์คือปัญหาของชวี ิตทง้ั หมดที่สามารถแก้ไขไดน้ ั้น
ตอ้ งแกไ้ ขตามทางหรอื วธิ ีแก้
4. มรรค (หลกั ธรรมท่คี วรเจริญ หรอื ทำให้เกิดขึ้น)
มรรค คอื ข้อปฏบิ ตั ิท่ที ำให้พ้นจากความทุกข์หรือปญั หาต่างๆ ข้อปฏิบตั ใิ หล้ ุถึงความดับทกุ ข์ ซ่งึ มอี งคป์ ระกอบ 8
ประการ อันเปน็ ข้อปฏบิ ัติที่เปน็ แบบอยา่ งหรือทางดำเนนิ ชวี ติ ทดี่ เี ลศิ จัดเปน็ เหตุทค่ี วรเจริญ คอื ลงมือปฏบิ ตั ิเพ่ือให้
เข้าถึงนิโรธ โดยสรปุ เปน็ หลักแหง่ การศึกษาปฏิบตั ิสำคญั ได้ 3 ประการ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา มรรคคือความจรงิ ข้อ
สุดทา้ ยในอริยสจั 4 ประการ
มรรค หมายถงึ หนทางสู่การดับทุกข์ มีด้วยกนั ทงั้ หมด 8 ประการคอื สัมมาทิฏฐิ สมั มาสงั กปั ปะ สมั มาวาจา
สมั มากมั มันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สมั มาสมาธิ
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ เร่อื ง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อรยิ สจั 4) 24
ใบกิจกรรมที่ 2
ธรรมคุณ 6
ช่อื ....................................นามสกุล...........................................เลขท.่ี ........................ชัน้ ................
คำช้แี จง : ให้นักเรยี นอธิบายความหมายของข้อความในชอ่ งวา่ งต่อไปนี้
1. ธรรมคุณ หมายถึง......................................................................................................................
2. บทสรรเสรญิ พระธรรมคุณ 6
- สวากขาโต ภะคะวะตา ธมั โม หมายถึง....................................................................................
- สนั ทฏิ ฐโิ ก หมายถงึ ...................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
- อกาลิโก หมายถึง ....................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................
- เอหิปัสสิโก หมายถงึ ................................................................................................................
- โอปนยิโก หมายถงึ ..................................................................................................................
- ปัจจัตตงั เวทติ พั โพ วิญญูหิ หมายถึง ....................................................................................
............................................................................................................................. ........................
3. บทสรรเสริญพระธรรมคุณ 6 มีประโยชน์อยา่ งไร
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
๑. สงั ยตุ ตน..ิก...า..ย...ม...ห..า..ว...า..ร..ว..ร..ร..ค...ส...ัจ..จ..ส...ัง.ย...ุต....เ.ล..่ม....๑...๙....ภ...า..ษ..า..บ...า..ล..ี.ข...้อ....๑..๐...๗...๑...-.๑...๒...๐...๑....ห..น...า้...๓...๖...๑..-.๔...๑...๔....ฉ..บ...บั...ม..ห...า..จฬุ า
เตปฏิ กํ ๒๕..๐..๐.....ภ..า..ษ...า..ไ.ท...ย....ข..้อ....๑..๐...๗...๑...-.๑...๒...๐...๑....ห..น...้า...๕...๘...๓...-.๖...๕...๗....ฉ..บ...บั ..ม...ห..า..จ...ฬุ ..า..ล..ง..ก..ร..ณ....ร..า..ช..ว..ทิ...ย..า..ล...ัย...๒...๕...๓...๙........
๒. ขุททกน4ิก.านยกั ปเรฏยี สิ นมั สภาทิ มาามรถรรนคำบเลท่มสร๓ร๑เสภริญาษพารบะาธลรีรขม้อคุณ๘-๑6๖ไปหใชน้ใา้ น๓กา๑ร๗ด-ำ๓เน๒นิ๗ชแีวลิตะอขย้อา่ ง๓ไร๙-๔๐ หน้า ๓๗๒-๓๗๖
ฉบับมหาจุฬ...า..เ.ต...ป..ฏิ...ก..ํ..๒...๕..๐...๐....ภ...า..ษ...า..ไ.ท...ย...ข...้อ...๘...-..๑..๖.....ห..น...า้ ...๔...๒...๗...–..๔...๔..๒....แ...ล..ะ..ข...อ้ ...๓...๙...-.๔...๐....ห...น..า้ ...๕...๐...๑...–..๕...๐..๖.....ฉ..บ...ับ..มหา
จฬุ าลงกรณ..ร..า..ช...ว..ทิ ..ย...า..ล..ัย....๒..๕...๓...๙.............................................................................................................................
๓. อภิธรรม..ป...ฎิ ..ก....ว..ภิ...ัง..ค..์.ส...ัจ..จ..ว..ภิ...งั..ค..์..เ.ล..่ม....๓...๕....ภ...า..ษ..า..บ...า..ล..ี..ข..อ้ ....๑..๘...๙...–..๒...๑...๘....ห...น..า้....๑..๑...๗...-.๑...๔...๔....ภ..า..ษ...า..ไ.ท...ย...ข...้อ....๑..๘...๙...–๒๑๘
หน้า ๑๖๓–..๑...๙...๖....................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
............................................................................................................................. ...............................
........................................................................................ ....................................................................
............................................................................................................................. ..............................
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เรอ่ื ง หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อรยิ สจั 4) 25
ใบกจิ กรรมท่ี 3
ความหมายอรยิ สจั 4
ชอื่ ....................................นามสกุล...........................................เลขท่ี.........................ชนั้ ................
คำชี้แจง : ให้นกั เรียนอธิบายความหมายของข้อความในช่องว่างต่อไปนี้
1. อรยิ สจั 4 หมายถึง...............................................................................................................
2. องค์ประกอบของอริยสจั 4 มี..............ประการ ไดแ้ ก่
๔. อภธิ รรมปิฎก - ทุกข์ คือ............................................................................................................... หน้า
๓๕๒–๔๔๕. ยมก- สัจสจมยมุทกัย เคลือม่ ...๓..๘.....ภ..า..ษ...า..บ...า.ล...ี .ข...อ้ ...๑...–..๑...๗...๐....ห...น..้า....๒..๑...๔...-.๒...๗...๘....ภ...า..ษ..า..ไ..ท..ย....ข..้อ....๑...–..๑...๗...๐.
- นิโรธ คอื ...............................................................................................................
๕. วิสุทธิมรรคปกรณ-์ ภาคมร๒รคโรงคพือมิ...พ..ว์..ญิ....ญ...า..ณ....๒...๕...๓...๙....ภ...า..ษ..า..บ...า..ล..ี..ห..น...า้ ...๑...๓...๙...-.๑...๖...๕..,...ฉ..บ...บั ..แ...ป..ล....ง..า..น....๑..๐...๐.. ปีสมเด็จ
๖พุฒ. อารจิยาสรัจยจ์ ขา้อกพ๕ร3๒ะ.๙โอ-.น๕ษ..กั๖.ฐ.เ.์๙.รภ..ยี .าห.น.ค.น.สต..า้า.้น.ม.๘.าช..๐ร.ดุ .ถ๑.ธ..น-ร..๘ำร..หม๓...โล๗.ฆ.ัก...ษ.อ..ณร..ิย.์ .โส..ด.ัจ.ย..พ4...ุท.ไ..ปธ..ทใ..ช.า.้ใ.ส.น.ภ.ก..ิก.า.ขร..ุด..ม.ำ.ลู.เ.นน...ินธิ..ิธช..ร.วี .ร.ิต.ม...เท.ร.า.อ่ื .น.ง..ใ.ไ.ด.ช.บ.ย..า้ า..ง.จ.จ..งัด.ย.พ..ก.ิม.ต..พ.วั .์.อ.๒ย..๕.า่ ..๒ง...๗..........
๗. อริยสจั จากพระโอ.ษ...ฐ..์ .ภ...า..ค..ป...ล..า..ย....ช..ดุ...ธ..ร..ร..ม..โ..ฆ..ษ...ณ...์.โ..ด..ย...พ...ุท..ธ..ท...า..ส..ภ..กิ...ข..ุ..ม..ลู..น...ิธ..ธิ..ร..ร..ม...ท..า..น....ไ..ช..ย..า....จ..ัด..พ...มิ...พ..์..๒..๕...๒...๗......
๘. พทุ ธธรรม โดย พร..ะ..ธ..ร..ร..ม...ป..ิฎ...ก....(.ป....อ......ป...ย..ุต...โฺ .ต..)...พ...ิม..พ...ค์..ร..งั้..ท...ี่.๖....โ..ร..ง..พ..มิ...พ...์ม..ห...า..จ..ฬุ...า................................ .................
ลงกรณราชวิทยาลยั หน้า ๘๙๓-๙๒๐.
๙. พทุ ธธรรม (ฉบับเดิม) โดย พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยตุ ฺโต) พมิ พค์ ร้ังที่ ๑๙ สำนกั พิมพธ์ รรมสภา ๒๕๔๕ หน้า ๑๗๗–
๑๘๗.
๑๐. หนงั สือ “การจัดสาระการเรียนรพู้ ระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ตาม
หลักสตู รการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๔”
โรงพมิ พ์ครุ ุสภา ๒๕๔๕ ดูรายละเอียดในหน้า ๑๑๖-๓๕๕ คณะผู้จดั ทำไดน้ ำหลักอรยิ สจั ๔ คอื ทุกข์ สมุทยั นโิ รธ
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เร่อื ง หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อรยิ สจั 4) 26
ใหส้ แกน QR CODE เพ่ือทำแบบทดสอบ
หลังเรียน หรือ ทำในกระดาษคำตอบกเ็ ปดิ
หนา้ ตอ่ ไปได้เลยนะคะ อย่าลืมว่า เพือ่ นๆ
มเี วลาทำแบบทดสอบ 10 นาที นะคะ
กระดาษคำตอบ
แบบทดสอบหลังเรยี น
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เรื่อง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา (อริยสจั 4) 27
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่อื ง ความรเู้ บ้ืองต้นเก่ียวกับอรยิ สจั 4
ชอื่ ............................................................................ช้ัน.............เลขท.ี่ ...........
คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นทำเคร่ืองหมาย ตวั เลอื กทถี่ ูกต้องเพียงข้อเดยี ว
ขอ้ ก ตัวเลอื ก ง
1 ขค
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ คุณภาพ 10
คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ปรบั ปรงุ
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เรอ่ื ง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อรยิ สจั 4) 28
แบบทดสอบก่อนเรยี น
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรูท้ ี่ 1 เรื่อง ความรู้เบอื้ งตน้ เก่ยี วกบั อรยิ สจั 4
คำช้ีแจง : ใหน้ ักเรียนทำเคร่ืองหมาย ตวั เลือกท่ถี กู ต้องเพยี งข้อเดียว โดยทำลงในกระดาษคำตอบ
. 1. ข้อใดคือความหมายของอริยสจั 4
ก. ความจริงอนั ประเสรฐิ 4 ประการ
ข. ความสขุ 4 ประการ
ค. ความทกุ ข์ 4 ประการ
ง. ความเส่ือม 4 ประการ
2. ข้อใดไม่ถกู ตอ้ ง
ก. ทกุ ข์ ขนั ธ์ 5
ข. ทกุ ขสมทุ ัย อบายมุข 6
ค. ทุกขนิโรธ ไตรสิกขา
ง. ทุกขนิโรธคามนิ ปี ฏิปทา มงคล 38
3. วราพร สอบตกเพราะไม่ขยนั เรียน ตรงกับหลักธรรมข้อใด
ก. ขันธ์ 5
ข. ธาตุ 4
ค. ปธาน 4
ง. หลกั กรรม
14. ข้อใดเป็นผลท่เี กิดจากการปฏบิ ตั ิตามหลกั อรยิ สจั 4
ก. เนตรนภา สามารถแกป้ ญั หาต่าง ๆ ไดเ้ สมอ
ข. ทิชากร เป็นผู้ท่หี ลดุ พน้ จากความทุกข์
ค. สมศรี เป็นผทู้ ่ไี ม่ยดึ ตดิ กับสง่ิ ต่าง ๆ
ง. ถกู ท้งั ข้อ 1 , 2 และ 3
5. วันสำคญั ทางพระพุทธศาสนาวนั ใด ทที่ ำให้พระพทุ ธศาสนามีพระรตั นตรัยครบ 3 ประการ
ก. วันอัฐมบี ชู า
ข. วนั อาสาฬหบู ชู า
ค. วนั วสิ าขบูชา
ง. วันมาฆบูชา
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เรื่อง หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อริยสจั 4) 29
6. หลกั อริยสัจ 4 หมายถึง ความคดิ แบบใด
ก. คิดถงึ ความหลัง
ข. คดิ ถึงอนาคต
ค. คิดเป็นเหตุและผล
ง. คดิ หาผผู้ ดิ เพยี งผู้เดียว
7. “ควรนอ้ มนำมาประพฤติปฏิบัต”ิ เป็นคณุ ค่าของพระรัตนตรัยใด
ก. พระพุทธ
ข. พระธรรม
ค. พระสงฆ์
ง. พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
8. “พระธรรมอนั พระผู้มพี ระภาคเจ้าทรงแสดงไวด้ แี ล้ว” มีความหมายตรงกับขอ้ ใด
ก. สนั ทิฏฐิโก
ข. เอหิปัสสโิ ก
ค. โอปะนะยิโก
ง. สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
9. การกระทำที่เรยี กว่ากรรมนนั้ จะต้องเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยอะไร
ก. เวลา
ข. เจตนา
ค. สถานท่ี
ง. เหตแุ ละปจั จัย
10. แหม่มร้ตู ัวดีวา่ ทตี่ นเองสอบตก เป็นเพราะไม่ต้ังใจเรยี นและไม่ทำแบบฝึกหดั ตามท่ีครู
มอบหมาย แสดงว่าแหม่มเข้าใจหลักอรยิ สัจ 4 ข้อใด
ก. ทุกข์
ข. สมุทยั
ค. นโิ รธ
ง. มรรค
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เร่ือง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อรยิ สจั 4) 30
บรรณานกุ รม
_หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพค์ ุรสุ ภาลาดพรา้ ว, 2551.
ศึกษาธิการ, กระทรวง สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พื้นฐาน. ตัวช้ีวัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลางกลุ่ม
สาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ตามหลักสตู รแกนกลางขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551.
กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั , 2551
อรยิ สจั 4 . (ออนไลน์). จาก https://www.google.com/search?q=%E0%B8%AD%E0%B8%A3 :
สบื คน้ เม่อื 15 ธันวาคม 2563
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เร่อื ง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา (อรยิ สจั 4) 31