เรื่อง สามัคคีเคีภทคำ ฉันท์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ปีที่๖/๔ เสนอ คุณคุครู ชมัยพร แก้วก้ปานกันกั คณะผู้จัผู้จัดทำ เรื่อง สามัคคีเคีภทคำ ฉันท์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ปีที่๖/๔ เสนอ คุณคุครู ชมัยพร แก้วก้ปานกันกั คณะผู้จัผู้จัดทำ
เรื่รื่รื่รื่อรื่รื่ง สามัมัคมัมัคีคีเคีคี ภทคำคำคำคำฉัฉันฉัฉัท์ท์ท์ท์ จัดจัทำ โดยน.ส.กนกวรรณ เทศแก้ว เลขที่ ๑ น.ส.กัญกัญาภัคภัทองสุก เลขที่ ๒ น.ส.เกศรา นิลน้ำ คำ เลขที่ ๓ น.ส.จรัณรัญา กัลกัยาณพจน์พร เลขที่ ๔ น.ส.ธนวรรณ เลาหาสูต เลขที่ ๕ น.ส.นาขวัญวัผุดผ่อง เลขที่ ๖ น.ส.บุญธิดธิา คุณตะโนด เลขที่ ๗ น.ส.ปภัสภัริณริญ์ โภไคศวรรย์ เลขที่ ๘ น.ส.ปวีณ์วี ณ์ริศริา จันจัทร์เรือรืง เลขที่ ๙ น.ส.เปรมพิศุทธิ์ ธีรธีะกุลพิศุทธิิ์ เลขที่ ๑๐น.ส.พิมณัฏณัฐา มงคลธนวงศ์ เลขที่ ๑๑ น.ส.รภัสภั ชญา อรัญรัญไพโรจน์ เลขที่ ๑๒ น.ส.ศรวณีย์ จังจัวิบูวิบูลย์ศิลศิ ป์ เลขที่ ๑๓ น.ส.ศรัณรัยา รัตรันรงค์ เลขที่ ๑๔ น.ส.ศุทธนุช โพธิ์นุต เลขที่ ๑๕ น.ส.ศุภรดา ผิวงาม เลขที่ ๑๖ น.ส.อภิญญา ชาวปลายนา เลขที่ ๑๗ น.ส.อิงอิครัตรัน์ วัฒวันชีวโนปกรณ์ เลขที่ ๑๘ นายเมษรัตรัน์ ปานเพ็ชร์ เลขที่ ๑๙ นักนัเรียรี นชั้นมัธมัยมศึกศึษา ปีที่ ๖/๔ เสนอคุณครู ชมัยมัพร แก้วปานกันกั วารสารอิเอิล็กล็ทรอนิกส์เล่มล่นี้เป็นส่วนหนึ่งรายวิชวิาภาษาไทยพื้นฐาน๕ (ท ๓๓๑๐๑)ภาคเรียรี นที่๑ ปีการศึกศึษา ๒๕๖๖ โรงเรียรี นสงวนหญิงญิอำ เภอเมืองสุพรรณบุรี จังจัหวัดวั สุพรรณบุรี
วารสารอิเอิล็กล็ทรอนิกส์เรื่อรื่งสามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์ ฉบับบันี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชวิาภาษาไทย ๕ รหัสหัวิชวิา ท ๓๓๑๐๑ ชั้นชั้มัธมัยมศึกศึษาปีที่ ๖ มีจุมีจุดประสงค์เพื่อศึกศึษาหาความรู้เกี่ยกี่วกับกัวรรณคดีเดีรื่อรื่งสามัคมัคี เภทคำ ฉันฉัท์ซึ่งวารสารฉบับบันี้มีเมีนื้อหาเกี่ยกี่วกับกั สามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์ ที่มาและความสำ คัญคัของสามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์ ประวัติวัผู้ติผู้แต่ง ลักลัษณะคำ ประพันพัธ์ บทประพันพัธ์ สาระของเรื่อรื่ง รวมไปถึงถึการวิเวิคราะห์คุณค่าทั้งทั้๓ ด้าน ด้าน เนื้อหา ด้านวรรณศิลศิ ป์ และด้านสังสัคม สะท้อท้นแนวคิดคิความเชื่อ ขนบธรรมเนียมและวัฒวันธรรมประเพณี และค่านิยมของคนสมัยมันั้นนั้ การจัดจัทำ วารสารอิเอิล็กล็ทรอนิกส์เล่มล่นี้สามารถสำ เร็จร็ลุล่วงไปได้ด้ด้ ด้วยดีทดีางคณะผู้จัดจัทำ ขอขอบคุณ คุณครูชมัยมัพร แก้วปานกันกั ในการให้คำ ปรึกรึษาจนวารสารสำ เร็จร็ คณะผู้จัดจัทำ หวังวัว่าวารสารอิเอิล็กล็ทรอนิกส์เล่มล่นี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านที่ต้องการศึกศึษาหรือรื สนใจ เกี่ยกี่วกับกั สามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์ ได้รัด้บรั ประโยชน์ตามความต้องการของผู้อ่านอย่างเต็มต็ที่และขอน้อมรับรัคำ ติชติมเพื่อนำ ไปปรับรั ปุงแก้ไขการทำ งานในอนาคตให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นขึ้ กลุ่มลุ่สามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ คำ นำ ก
ข สารบัญบั เรื่อรื่ง คำ นำ สารบัญบั ความเป็นมา ประวัติวัผู้ติผู้แต่ง ลักลัษณะคำ ประพันพัธ์ เนื้อเรื่อรื่งเต็มต็เเบบย่อย่ เนื้อเรื่อรื่งเต็มต็เฉพาะตอนที่มีเมีรียรีน วิเวิคราะห์คุณค่า -ด้านเนื้อหา -ด้านวรรณศิลศิ ป์ -ด้านสังสัคม หน้า ก ข๑๒๓-๑๒ ๑๓ ๑๔-๑๖๑๗-๒๒ ๑๗-๑๙ ๑๙-๒๑๒๒-๒๓
๑ความเป็ป็ป็ป็นมา ธรรมจักจัษุ ซึ่งสมเด็จด็ พระสังสัฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์(ม.ร.ว.ชื่น นพวงศ์) เมื่อครั้งรั้ดำ รงสมณศักศัดิ์พระคุณาคณาจารย์เป็นผู้เรียรีบเรียรีงมาจาก สุมังมัคลวลาสินี อรรถกถา ฑีฆฑีนิกายมหาวรรค ความในต้นต้เรื่อรื่งปรินิริ นิพพานสูตร นายชิต บุรทัตทั ได้อ่านนิทานแล้วเห็นว่าเป้นเรื่อรื่งที่ดีมีดี คมีติจึติงจึแต่งเป็นคำ ฉันฉัท์ โดยมีคมีวาม ประสงค์ทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อขอพระราชทานคำ พระราชวินิวิ นิจฉัยฉัตรวจพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัยู่วหัแต่มิได้กด้ระทำ เพราะเกรงจะขัดขักับกัพระราชประเพณีนิยมด้วย นายชิต บุรทัตทัแต่งเรื่อรื่งสามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์ เสร็จร็เมื่ออายุ เพียง ๒๓ ปีได้รัด้บรัการยกย่อย่งว่าแต่งดี มีคมีวามงดงามทางวรรณศิลศิ ป์ ทั้งทั้ยังยั ได้รัด้บรัการคัดคัเลือลืกเป็นหนังนัสือประกอบการเรียรีนการสอนในวิชวิาภาษาไทยด้วยสามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์ดำ เนินเรื่อรื่งโดยอิงอิ ประวัติวั ศติาสตร์ครั้งรั้พุทธกาลว่าด้วยการใช้เล่ห์ล่ ห์อุบายทำ ลายความสามัคมัคีขคีองเหล่ากษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวี กรุงเวสาลี แห่งแคว้นว้วัชวั ชี เนื้อความนี้มีปมีรากฏในมหาปรินิริ นิพพานสูตร แห่งพระไตรปิฎก และอรรถกถาสุมังมัคลวิสวิาสินี สามัคมัคีเคี ภท มีคมีวามหมายว่า การแตกความสามัคมัคี หรือรืการทำ ลายความสามัคมัคี เรื่อรื่งสามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์ เป็นนิยายคำ ฉันฉัท์ขนาดสั้นสั้ ไม่กี่ม่ กี่สิกี่ สิบหน้ากระดาษ มีที่มี ที่มาจากนิทานในหนังนัสือ คำ ว่าสามัคมัคีเคี ภท เป็นคำ สมาสเภท มีคมีวามหมายว่า การแบ่ง การแตกแยก การทำ ลาย แหล่งที่มารูปภาพ : https://shorturl.asia/x5Peu
๒นายชิตนั้นนั้มีคมีวามเชี่ยวชาญทางภาษาไทยและมีคมีวามสามารถทางด้านภาษาบาลีแลีละภาษาอังอักฤษ ตั้งตั้แต่ยังยัเด็กด็ทำ ให้ช่ำ ชองในการประพันพัธ์ตั้งตั้แต่อายุ 18 ด้วยความสามารถของเขานี้ทำ ให้เขาได้สด้ร้างผล งานร้อยกรองที่มีชื่มี ชื่อเสียงมากมาย โดยเฉพาะ สามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์ ประวัติวั ส่ติ ส่วนตัวตัผู้แต่งสามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์คือคืนาย ชิต บุรทัตทัเกิดกิเมื่อ 6 กันกัยายน พุทธศักศัราช 2435 เป็น บุตรของ นาย ชู บุรทัตทัและ นาง ปริกริบุรทัตทัเดิมดินั้นนั้ครอบครัวรันี้นามสกุลชวางกูรและเปลี่ยลี่นมาเป็น บุรทัตทั ในภายหลังลันาย ชิต สมรสกับกันางจั่นจั่และไม่มีม่บุมีบุตรธิดธิา ประวัติวัทติางการศึกศึษา เข้าศึกศึษาที่ที่โรงเรียรีนวัดวัราชบพิธในตอนต้นต้และจบมัธมัยมสมบูรณ์ที่โรงเรียรีนวัดวั สุทัศทัน์ พออายุ ได้ 15 ปีจึงจึบวชเป็นเณร ณ วัดวัราชบพิธสถิตถิมหาสีมาราม โดยมีพมีระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริ วัฒวัน์ สมเด็จด็ พระสังสัฆราชเจ้า ทรงเป็นอุปัชปัฌาจารย์ ในเวลานั้นนั้ แหล่งที่มารูปภาพ : https://shorturl.asia/Revu8 ประวัติวัติผู้แผู้ต่ ประวัติวัติผู้แผู้ต่งต่
๓ลัลักลัลัษณะคำคำคำคำประพัพันพัพัธ์ธ์ธ์ธ์ พทุ ธพจน์ประชุมตรี ปิฎก แต่งเป็นบทร้อยกรอง ประกอบด้วย คำ ประพันพัธ์ประเภทฉันฉัท์ 18 ชนิด คือคื๑. สัทสัทุลวิกวิกีฬิกี ฬิตฉันฉัท์ ๑๙ ชื่อฉันฉัท์แปลว่าเสือผยอง เป็นฉันฉัท์ที่มีลีมีลลีาการอ่านสง่างาม เคร่งขรึมรึ ใช้แต่งสำ หรับรับทไหว้ครู บทสดุดี ยอพระเกียกีรติ - ตัวตัอย่างสัทสัทุลวิกวิกีฬิกี ฬิตฉันฉัท์ ไหว้คุณองค์พระสุคตอนาวรณญาณ ยอดศาสดาจารย์ มุนี อกี คุณสุนทรธรรมคัมคัภิรวิธีวิ ธี ๒. วสันสัตดิลดิกฉันฉัท์ ๑๔ ชื่อฉันฉัท์แปลว่าความงามในฤดูฝน เป็นฉันฉัท์ที่มีลีมีลลีางดงามอ่อนช้อย ประดุจความงามของหยาดน้ำ ฝนใน ฤดูฝน - ตัวตัอย่างวสันสัตดิลดิกฉันฉัท์ ๑๔ สามยอดตลอดระยะระยับยัวะวะวับวั สลับลัพรรณ ช่อฟ้าตระการกละจะหยันยัจะเยาะยั่วยั่ทิฆมัพมัหางหงส์ผจงพิจิตจิรงอน ดุจกวักวันภาลัยลัรอบด้านตระหง่านจตุรมุข พิศสุกอร่ามใส กาญจน์แกมมณีกนกไพ- ฑุรย์พร่างพะแพรวพราย
๔ลัลักลัลัษณะคำคำคำคำประพัพันพัพัธ์ธ์ธ์ธ์ ๔. อีทิอี ทิสังสัฉันฉัท์ ๒๐ ฉันฉัท์นี้ทำ นองสะบัดบัสะบิ้งบิ้กระโชกกระชั้นชั้เพราะใช้เสียงครุและเสียงลหุสลับลักันกัทำ ให้เสียงกระแทกกระทั้นทั้ เหมาะสำ หรับรั ใช้ พรรณนาความรู้สึรู้ สึกที่รุนแรง - ตัวตัอย่างอีทิอี ทิสังสัฉันฉัท์ ๒๐ เออุเหม่นม่ะมึงชิช่างกระไร ทุทาสสถุลฉะนี้ไฉนก็มก็าเป็น ศึกศึบ่ถึบ่งถึและมึงก็ยัก็งยัมิเห็น จะน้อยจะมากจะยากจะเย็นย็ประการใดอวดฉลาดเพราะคาดแถลงเพราะใจ ขยาดขยั้นยั้มิทันทัอะไร ก็หก็มิ่นกู ประชุมประชิดชัยชัรณรัฐรัวัชวั ชี ๓. อุปชาติฉัตินฉัท์ ๑๑ ชื่อฉันฉัท์มีคมีวามหมายว่า ฉันฉัท์ที่แต่งด้วยอินอิทรวิเวิ ชียรฉันฉัท์และอุเปนทรวิเวิ ชียรฉันฉัท์ นิยมแต่งเพื่อบรรยายความในการดำ เนินเรื่อรื่ง หรือรืบทเจรจาของตัวตัละคร - ตัวตัอย่างอุปชาติฉัตินฉัท์ ๑๑ สดับดั ประกาศิตศิระบุกิจกิวโรงการ จึ่งจึ่ราชสมภาร พจนาถประภาษไป เราคิดคิจะยกใคร่ พยุห์พลสกลไกร
๕ลัลักลัลัษณะคำคำคำคำประพัพันพัพัธ์ธ์ธ์ธ์ มอบสัตสัย์สมรรถหมาย มนมั่นมิหวั่นวั่ไหว ๕. อินอิทรวิเวิ ชียรฉันฉัท์ ๑๑ ชื่อฉันฉัท์นี้แปลว่า เพชรของพระอินอิทร์ ซึ่งมีลัมีกลัษณะแสงระยิบระยับยัเป็นฉันฉัท์ที่มีลีมีลลีาเสนาะจังจัหวะสละสลวยอีกอีแบบหนึ่ง กวี นิยมใช้พรรณนาสิ่งที่สวยงาม พรรณนาความน่าเอ็นอ็ดู ความน่าสงสารบางครั้งรั้ก็ใก็ ช้บรรยายความ เพื่อแสดงความรู้สึรู้ สึกทีอ่ที อ่อนไหว เศร้าหมอง เยือยืกเย็นย็ - ตัวตัอย่างอินอิทรวิเวิ ชียรฉันฉัท์ ๑๑ โดยเต็มต็กตัญตัญู กตเวทิตาครันรัใหญ่ยิ่งและยากอันอันรอื่นอื่จะอาจทน หยั่งยั่ชอบนิยมเชื่อ สละเนื้อและเลือลืดตน ยอมรับรัทุเรศผล ขรการณ์พะพานกาย ไป่เห็นกะเจ็บจ็แสบ ชิวแทบจะทาลาย ๖. วิชวิ ชุมมาลาฉันฉัท์ ๘ ชื่อฉันฉัท์นี้แปลว่า ระเบียบีบแห่งสายฟ้า เป็นฉันฉัท์ที่มีเมี สียงหนักนัหรือรืคำ ครุล้วน ใช้บรรยายความรู้สึรู้ สึกที่ เกิดกิความวุ่นวุ่วายในใจ - ตัวตัอย่างวิชวิ ชุมมาลาฉันฉัท์ ๘ ข่าวเศิกศิเอิกอิอึงอึทราบถึงถึบัดบัดล ในหมู่ผู้มู่ผู้คน ชาวเวสาลี แทบทุกถิ่นหมด ชนบทบูรี อกสั่นขวัญวันี้ หวาดกลัวลัทั่วทั่ไป
๖ลัลักลัลัษณะคำคำคำคำประพัพันพัพัธ์ธ์ธ์ธ์ ๘. วังวั สัฏสัฐฉันฉัท์ ๑๒ ชื่อฉันฉัท์แปลว่า ฉันฉัท์ที่มีสำมี สำเนียงไพเราะประดุจเสียงปี่ มีลัมีกลัษณะคล้ายอินอิทรวงศ์ฉันฉัท์ และใช้บรรยายถึงถึความรู้สึรู้ สึกที่ไม่รม่าบรื่นรื่ของตัวตัละครเหมือนอินอิทรวงศ์ฉันฉัท์เหมือนกันกั - ตัวตัอย่างวังวั สัฏสัฐฉันฉัท์ ๑๒ ประชุมกษัตษัริย์ริ ย์รา ชสภาสดับดัคะนึงคะเนณทุกข์รึงรึอุระอัดอั ประหวัดวั ประวิงวิประกอบระกำ พา หิรกายน่าจะจริงริมิใช่จะแอบอิงอิกลอำ กระทำ อุบาย ภายหลังลัก็ตั้ก็งตั้ตรอง ตริฤริเว้นว้ระวังวัระแวง ๗. อินอิทรวงศ์ฉันฉัท์ ๑๒ ชื่อฉันฉัท์แปลว่า เหล่ากอของพระอินอิทร์ เป็นฉันฉัท์ที่มีลัมีกลัษณะคล้ายอินอิทรวิเวิ ชียรฉันฉัท์แต่จะเพิ่มลหุขึ้นขึ้ก่อนคำ ท้ายอีกอี๑ คำ ทำ ให้ลีลลีาสะบัดบัสะบิ้งบิ้นิยมพรรณนาถึงถึความรู้สึรู้ สึกที่ไม่รม่าบรื่นรื่ของตัวตัละคร - ตัวตัอย่างอินอิทรวงศ์ฉันฉัท์ ๑๒ หลากเหลือลืจะเชื่อจิตจิผิวคิดคิ ประหวั่นวั่พะ เมตตาและเต็มต็ ปอง มนจักจั ประคับคั ประคองหนักนัข้างระคางอยู่ บ่มิบ่ มิรู้จะรับรัจะรอง
๗ลัลักลัลัษณะคำคำคำคำประพัพันพัพัธ์ธ์ธ์ธ์ ๑๐. ภุชงคประยาตฉันฉัท์ ๑๒ ชื่อฉันฉัท์แปลว่า งูเลื้อลื้ย ชื่อฉันฉัท์มีลีมีลลีาประดุจท่วงท่าพญานาค นิยมใช้ชมความรักรัความงาม ความโศกบางทีก็ที ใก็ ช้เพื่อสดุดีหดีรือรืบทถวายพระพร - ตัวตัอย่างภุชงคปีะยาตฉันฉัท์ ๑๒ ทิชงค์ชาติฉติลาดยล คะเนกลคะนึงการ กษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวีววีาร ระวังวัเหือดระแวงหาย เหมาะแก่การณ์จะเสกสรร ปวัตวัน์วัญวัจโนบายมล้างเหตุพิเฉทสาย สมัคมัรสนธิ์สโมสร นิรอลสะประกอบการ พีริโริยฬารและเต็มต็ ใจ ๙. มาลินีลิ นีฉันฉัท์ ๑๕ ชื่อฉันฉัท์แปลว่า ดอกไม้ ฉันฉัท์มีลัมีกลัษณะที่แต่งยากมากกว่าฉันฉัท์อื่นอื่ๆ แต่มีคมีวามงามประดุจดอกไม้ดัม้งดั ชื่อทำ นองสั้นสั้กระชับชั ในตอนต้นต้แล้วราบรื่นรื่ในตอนปลาย มักมัแต่งเพื่ออวดความสามารถตัวตัเองในการใช้ศัพศัท์แต่งกลอน - ตัวตัอย่างมาลินีลิ นีฉันฉัท์ ๑๕ กษณะทวิชวิะรับรัฐา นันนัดร์และที่วาจกาจารย์
๘ลัลักลัลัษณะคำคำคำคำประพัพันพัพัธ์ธ์ธ์ธ์ เชิญวรองค์ เอกกุมาร ๑๑. มาณวกฉันฉัท์ ๘ ชื่อฉันฉัท์แปลว่า เด็กด็หนุ่ม เป็นฉันฉัท์ที่มีลีมีลลีาเร้งเร้า ผาดโผน คึกคึคักคั ประดุจเด็กด็หนุ่ม นิยมใช้กับกัเรื่อรื่งที่ ตื่นตื่เต้นต้และรื่นรื่เริงริ - ตัวตัอย่างมาณวกฉันฉัท์ ๘ ล่วงลุประมาณ กาลอนุกรม หนึ่งณนิยม ท่านทวิชวิงค์ เมื่อจะประสิทธิ์ วิทวิยะยง กระหน่ำ และซ้ำ เติมตินฤพัทพัธก่อการณ์ ๑๒. อุเปนทรวิเวิ ชียรฉันฉัท์ ๑๑ ชื่อฉันฉัท์แปลว่า อินอิทรวิเวิ ชียรฉันฉัท์น้อย ลักลัษณะคล้ายอินอิทรวิเวิ ชียรฉันฉัท์ แต่จะเนิบๆเรียรีบๆ เน้นบรรยาย การดำ เนินเรื่อรื่งเหมือนกันกั - ตัวตัอย่างอุเปนทรวิเวิ ชียรฉันฉัท์ ๑๑ ทิชงค์เจาะจงเจตน์ กลห์เหตุยุยงเสริมริ
๙ลัลักลัลัษณะคำคำคำคำประพัพันพัพัธ์ธ์ธ์ธ์ ๑๓. สัทสัธราฉันฉัท์ ๒๑ ชื่อฉันฉัท์มีคมีวามหมายว่า ฉันฉัท์ที่มีลีมีลลีาวิจิวิตจิรงดงามประดุจสตรีเรี พศผู้ประดับดัด้วยพวงมาลัยลัมักมั ใช้พรรณนาความงามรึครึวามโศกที่ลึกลึซึ้ง - ตัวตัอย่างสัทสัธราฉันฉัท์ ๒๑ ครั้นรั้ล่วงสามปีประมาณมา สหกรณประดาลิจลิฉวีรวีา ชทั้งทั้หลายสามัคมัคีธคีรรมทำ ลาย มิตรภิทนะกระจายสรรพเสื่อมหายน์ ก็เก็ป็นไป เราใช่เป็นใหญ่ใจ ก็ขก็ลาดกลัวลับ่กบ่ล้าหาญ ๑๔. สาลินีลิ นีฉันฉัท์ ๑๑ ชื่อฉันฉัท์แปลว่า ฉันฉัท์ที่มากไปด้วยครุ เป็นฉันฉัท์ที่ใช้เสียงครุมาก มักมั ใช้บรรยายในการดำ เนินเรื่อรื่ง - ตัวตัอย่างสาลินีลิ นีฉันฉัท์ วัชวั ชีภูผีมอง สดับดักลองกระหึมขาทุกไท้ไป่เอาภาร ณกิจกิเพื่อเสด็จด็ ไปต่างทรงรับรั สั่งว่า จะเรียรีกหาประชุมไย
๑๐ลัลักลัลัษณะคำคำคำคำประพัพันพัพัธ์ธ์ธ์ธ์ ๑๕. อุปัฏฐิตฐิาฉันฉัท์ ๑๑ ชื่อฉันฉัท์แปลว่า ฉันฉัท์ที่กล่าวสำ เนียงอันอัดังดัก้องให้ปห้รากฏ นิยมใช้บรรยายความทั่วทั่ไป - ตัวตัอย่างอุปัฏปัฐิตฐิาฉันฉัท์ ๑๑ เห็นเชิงพิเคราะห์ช่อง ชนะคล่องประสบสมพราหมณ์เวทอุดม ธก็ลก็อบแถลงการณ์ ให้วัลวัลภชน คมดลประเทศฐาน กราบทูนนฤบาล อธิเธิผ้ามคธไกร ก็ปก็ระกอบกิจกิตาม นิติไติสยพิธี ๑๖. โตฏกฉันฉัท์ ๑๒ ชื่อฉันฉัท์แปลว่า ปฏักฏัแทงโค เป็นฉันฉัท์ที่มีอมีารมณ์คึกคึคักคัเหมือนโคบาลเอาปฏักฏัแทงโค นิยมใช้บรรยาย ความโกรธเคือคืง ร้อนรน - ตัวตัอย่างโตฏกฉันฉัท์ ๑๒ ประลุฤกษมุหุต ทินอุตตมไกร รณรงควิชัวิยชั- ยะดิถีดิ ศุถีศุภยามทิชพฤติปุติปุโร- หิตโกวิทวิพราหมณ์
๑๑ลัลักลัลัษณะคำคำคำคำประพัพันพัพัธ์ธ์ธ์ธ์ พลปรีดิรี สำดิ สำราญ สุขพอก็ไก็ปต่อ ๑๗. กมลฉันฉัท์ ๑๒ ชื่อฉันฉัท์แปลว่า ดอกบัวบัลีลลีาของฉันฉัท์มีเมี สียงครุลหุสลับลักันกั ใช้เพื่อพรรณนาเหตุการณ์ที่คลี่คลี่ลายอย่างรวดเร็วร็ - ตัวตัอย่างกมลฉันฉัท์ ๑๒ ผิวกาลมัชมัฌันฌัติกติอันอัรวีสวีาหสร้อนและอ่อนคา ยสกนธ์พหลหาญ ก็มิก็ มิรีบรีมิรัดรัเอื้ออื้ธุระเพื่อสบายบาน ๑๘. จิตจิรปทาฉันฉัท์ ๘ เป็นฉันฉัท์ที่มีเมี สียงกระชับชัเหมือนมาณวกฉันฉัท์ เพราะมีเมี สียงลหุใกล้ชิล้ ชิดกันกั ใช้บรรยายความตื่นตื่เต้นต้ความสับสัสนอลหม่าน - ตัวตัอย่างจิตจิรปทาฉันฉัท์ ๘ นาครธา นิวิสวิาลี เห็นริปุริปุมี พลมากมาย ข้ามติรติ ชล ก็ลุก็ลุพ้นหมายมุ่งจะทลาย พระนครตน
๑๒ลัลักลัลัษณะคำคำคำคำประพัพันพัพัธ์ธ์ธ์ธ์ และประกอบด้วยกาพย์อีกอี ๒ ชนิด คือคื๑. กาพย์ฉบังบั๑๖ เป็นคำ ประพันพัธ์ประเภทกาพย์ บทหนึ่งมีเมีพียงหนึ่งบาท บาทละ 3 วรรคบังบัคับคัจำ นวนคำ และสัมสัผัสผั ไม่มีม่บัมีงบัคับคัเอก-โท หรือรืครุ-ลหุ กวีนิวี นิยมใช้ - ตัวตัอย่างกาพย์ฉบับบั๑๖ อันอัอัคอัรปุโรหิตาจารย์ พราหมณ์นามวัสวั สการฉลาดฉลียลีวเชี่ยวชิน กลเวทโกวิทวิจิตจิจินจิต์ สำ แดงแจ้งศิลศิ ป ศาสตร์ก็จก็บสบสรรพ์ ๒. กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ บทหนึ่ง มี ๗ วรรค ๆ ละ ๔ คำ จึงจึนิยมเรียรีกว่ากาพย์ ๒๘ บังบัคับคั เฉพาะสัมสัผัสผัรับรั สัมสัผัสผันอกบท ด้วยคำ ท้ายวรรคที่ ๓ วรรคแรกปล่อยว่างไว้ ขึ้นขึ้ต้นต้ด้วยวรรคที่ ๒ เฉพาะคำ สุดท้ายของวรรคที่ ๗ ส่งสัมสัผัสผั ไปยังยัคำ ที่พร้อมจะรับรั ในบทที่จะแต่งต่อไป - ตัวตัอย่างกาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ บพิตรอชาตสัตสัตุรา ชรัฐรั ไกรสดับดัณสาสน์ พระราชหทัยทัธปรีดิรี ใดิด บเปรียรีบบปาน
๑๓เนื้อเรื่องเต็มต็ (เเบบย่อย่เนื้อเรื่องเต็มต็ (เเบบย่ ) อย่ พระเจ้าอชาตศัตศัรูแห่งกรุงราชคฤห์ แคว้นว้มคธ ทรงมีวัมี สวั สการ พราหมณ์ผู้ฉลาดและรอบรู้ ศิลศิ ปศาสตร์เป็นที่ปรึกรึษา มีพมีระประสงค์จะขยายอาณาจักจัรไปยังยัแคว้นว้วัชวั ชีของเหล่ากษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวีซึ่งปกครองแคว้นว้ โดยยึดยึมั่นในอปริหริานิยธรรม (ธรรมอันอั ไม่เป็นที่ตั้งตั้แห่งความเสื่อม) เน้นสามัคมัคีธคีรรม เป็นหลักลัการโจมตีแตีคว้นว้นี้ให้ได้จะต้องทำ ลายความสามัคมัคีนี้คีนี้ให้ได้เสียก่อน วัสวั สการพราหมณ์ปุโรหิตที่ ปรึกรึษา จึงจึอาสาเป็นไส้ศึกศึ ไปยุแหย่ใย่ห้กษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวีแวีตกความสามัคมัคี โดยทำ เป็นอุบายกราบทูลทัดทัทาน การไปตีแตีคว้นว้วัชวั ชี พระเจ้าอชาตศัตศัรูแสร้งกริ้วริ้รับรั สั่งลงโทษให้เฆี่ยฆี่นวัสวั สการพราหมณ์อย่างรุนแรงแล้ว เนรเทศไป ข่าวของวัสวั สการพราหมณ์ไปถึงถึนครเวสารี เมืองหลวงของแคว้นว้วัชวั ชี กษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวีรัวีบรั สั่งให้วัสวัสการพราหมณ์เข้ารับรัราชการกับกักษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวี ด้วยเหตุที่เป็นผู้มีสมีติปัติญปัญา มีวมีาทศิลศิ ป์ดี มีคมีวามรอบรู้ใรู้น ศิลศิ ปะวิทวิยาการ ทำ ให้กษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวีรัวีบรั ไว้ในพระราชสำ นักนั ให้พิห้ พิจารณาคดีคดีวามและสอนหนังนัสือพระโอรส วัสวั สการพราหมณ์ได้ทำด้ ทำหน้าที่อย่างเต็มต็ความรู้ครู้วามสามารถ จนกษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวีไวีว้วางพระทัยทัก็ดำก็ ดำเนินอุบาย ขั้นขั้ต่อไป คือคื สร้างความคลางแคลงใจในหมู่พมู่ระโอรส แล้วลุกลามไปถึงถึพระบิดบิา ซึ่งต่างก็เก็ชื่อพระโอรสทำ ให้ขุ่นขุ่เคือคืงกันกั ไปทั่วทั่เวลาผ่านไป ๓ ปี เหล่ากษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวีก็วีแก็ตกความสามัคมัคีกัคีนกัหมด แม้วัม้สวั สการพราหมณ์ตีกตีลองนัดนั ประชุม ก็ไก็ม่มีม่พมีระองค์ใดมาร่วมประชุม วัสวั สการพราหมณ์จึงจึลอบส่งข่าวไปยังยัพระเจ้าอชาต ศัตศัรู ให้ทห้รงยกทัพทัมาตีแตีคว้นว้วัชวั ชีได้อย่างง่ายดาย แหล่งที่มารูปภาพ : https://f.ptcdn.info/122/052/000/os9e0tn017JYx9N33Ez-o.jpg
๑๔เนื้อเรื่องเต็มต็ (เฉพาะตอนที่มีที่ มีเรียน) เนื้อเรื่องเต็มต็ (เฉพาะตอนที่มีที่ มีเรียน) ที่นี้ไม่มีม่ผู้มีผู้ใด ขอให้ทห้รงเล่าเถิดถิมา บางครั้งรั้ก็พูก็พูดว่าข้าพระองค์ขอทูลถามพระกุมารเพราะได้ยิด้ ยินเขาเล่าลือลืกันกัทั่วทั่ไป เยาะเย้ยย้ดูหมิ่นท่าน ว่าท่านนี้มีร่มี ร่างกายผิดประหลาดต่างๆ จะเป็นจริงริหรือรื ไม่ ใจไม่อม่ยากเชื่อเลยเพราะไม่เห็น ถ้าหากมีสิ่มี สิ่งใดที่ลำ บากยากแค้นค้ก็ตก็รัสรัมาเถิดถิพระกุมารได้ทด้รงฟังฟัเรื่อรื่งที่พระอาจารย์ถามก็ตก็รัสรัถามกลับลัว่า สงสัยสั เหลือลืเกินกิเรื่อรื่งไม่สม่มควรเช่นนี้ท่านอาจารย์จะถามทำ ไม แล้วก็ซัก็กซั ไซ้ว่าใครเป็นผู้มาบอกกับกัอาจารย์ พราหมณ์ก็ตอบว่าพระกุมารพระองค์โน้นตรัสรับอกเมื่ออยู่กัยู่นกัเพียงสองต่องสอง กุมารพระองค์นั้นนั้ ไม่ทัม่นทั ได้ไตร่ตรองก็ทก็รงเชื่อในคำ พูดของอาจารย์ ด้วยความวู่วามก็โก็กรธพระกุมารที่ยุพระอาจารย์ใส่ความตน จึงจึตัดตัพ้อต่อว่ากันกัขึ้นขึ้เกิดกิความ โกรธเคือคืงทะเลาะวิววิาทกันกัอยู่เสมอ ฝ่ายพระกุมารที่พราหมณ์ไม่เคยเรียรีกเข้าไปหาก็ไก็ม่พม่อใจพระกุมารที่พราหมณ์ เชิญไปพบ พระกุมารลิจลิฉวีหวีมางใจและห่างเหินกันกัต่างองค์ทะนงว่าพระบิดบิาของตนมีอำมี อำนาจล้นล้เหลือลืจึงจึมีใมีจกำ เริบริ ไม่เกรงกลัวลักันกั พราหมณ์ผู้ฉลาดคาดคะเนว่ากษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวีววีางใจคลายความหวาดระแวง เป็นโอกาสเหมาะที่จะเริ่มริ่ดำ เนิน การตามกลอุบายทำ ลายความสามัคมัคี วันวัหนึ่งเมื่อถึงถึโอกาสที่จะสอนวิชวิา กุมารลิจลิฉวีก็วีเก็สด็จด็มาโดยพร้อมเพรียรีงกันกัทันทั ใดวัสวั สการพราหมณ์ก็มก็าถึงถึและแกล้งเชิญพระกุมารพระองค์ที่สนิทสนมเข้าไปพบในห้องส่วนตัวตัแล้วก็ทูก็ทูลถามเรื่อรื่งที่ไม่ใม่ช่ความลับลัแต่ประการใด ดังดัเช่นถามว่า ชาวนาจูงโคมาคู่หนึ่งเพื่อเทียทีมไถใช่หรือรื ไม่ พระกุมารลิจลิฉวีก็วีรัก็บรั สั่งเห็นด้วยว่าชาวนาก็คก็งจะกระทำ ดังดัคำ ของพระอาจารย์ ถามเพียงเท่านั้นนั้พราหมณ์ก็เก็ชิญให้เสด็จด็กลับลัออก ไป ครั้นรั้ถึงถึเวลาเลิกลิเรียรีนเหล่าโอรสลิจลิฉวีก็วี พก็ากันกัมาซักซั ไซ้พระกุมารว่าพระอาจารย์เรียรีกเข้าไปข้างใน ได้ไต่ถาม อะไรบ้าง ขอให้บอกมาตามความจริงริพระกุมารพระองค์นั้นนั้ก็เก็ล่าเรื่อรื่งราวที่พระอาจารย์เรียรีกไปถาม แต่เหล่ากุมารสงสัยสั ไม่เชื่อคำ พูดของพระสหาย ต่างองค์ก็วิก็จวิารณ์ว่าพระอาจารย์จะพูดเรื่อรื่งเหลวไหลไร้สร้าระเช่นนี้เป็นไปไม่ ได้ และหากว่าจะพูดจริงริเหตุใดจะต้องเรียรีกเข้าไปถามข้างในห้อง ถามข้างนอกห้องก็ไก็ด้ สงสัยสัว่าท่านอาจารย์กับกัพระกุมารต้องมีคมีวามลับลัอย่างแน่นอน แล้วก็มก็าพูดโกหก ไม่กม่ล้าบอกตามความเป็นจริงริแกล้งพูดไปต่างๆ นานากุมารลิจลิฉวีทั้วีงทั้หลายเห็นสอดคล้องกันกัก็เก็กิดกิความโกรธเคือคืง การทะเลาะวิววิาทก็เก็กิดกิขึ้นขึ้เพราะความขุ่นขุ่เคือคืงใจ ความ สัมสัพันพัธ์อันอัดีที่ดี ที่เคยมีมมีาตลอดก็ถูก็ถูกทำ ลายย่อย่ยยับยัลง เวลาผ่านไปตามลำ ดับดัเมื่อถึงถึคราวที่จะสอนวิชวิาก็จก็ะเชิญพระกุมารพระองค์หนึ่ง พระกุมารก็ตก็ามพราหมณ์เข้าไป ในห้องเฉพาะ พราหมณ์จึงจึถามเนื้อความแปลกๆ ว่า ขออภัยภั ช่วยตอบด้วย อย่าหาว่าตำ หนิหรือรืลบหลู่ ครูขอถาม ว่าวันวันี้พระกุมารเสวยพระกระยาหารอะไร รสชาติดีติหดีรือรื ไม่ พอพระทัยทัมากหรือรื ไม่ พระกุมารก็เก็ล่าเรื่อรื่งเกี่ยกี่วกับกัพระกระยาหารที่เสวย หลังลัจากนั้นนั้ก็สก็นทนาเรื่อรื่งทั่วทั่ไป แล้วก็เก็สด็จด็กลับลัออกมายังยัห้องเรียรีน เมื่อเสร็จร็สิ้นการสอน ราชกุมารลิจลิฉวีทั้วีงทั้หมดก็มก็าถามเรื่อรื่งราวที่มีมมีาว่าท่านอาจารย์ได้พูด้พูดเรื่อรื่งอะไรบ้าง พระกุมารก็ตก็อบตามความจริงริแต่เหล่ากุมารต่างไม่เชื่อ เพราะคิดคิแล้วไม่สม่มเหตุสมผล ต่างขุ่นขุ่เคือคืงใจด้วยเรื่อรื่งไร้สร้าระเช่นเดียดีวกับกัพระกุมารพระองค์ก่อน และเกิดกิความแตกแยกไม่คม่บกันกัอย่างกลมเกลียลีวเหมือนเดิมดิพราหมณ์เจตนาหาเหตุยุแหย่ซ้ำย่ ซ้ำเติมติอยู่เสมอ แต่ละครั้งรั้แต่ละวันวันานๆครั้งรั้เห็นโอกาสเหมาะก็จก็ะเชิญพระกุมาร เสด็จด็ ไปโดยไม่มีม่สมีารประโยชน์อันอั ใด แล้วก็แก็กล้งทูลถาม บางครั้งรั้ก็พูก็พูดว่า นี่แน่ะข้าพระองค์ได้ยิด้ ยินข่าวเล่าลือลืกันกัทั่วทั่ไป เขานินทาพระกุมารว่าพระองค์แสนจะยากจนและขัดขัสน จะเป็นเช่นนั้นนั้แน่หรือรืพิเคราะห์แล้วไม่น่ม่ น่าเชื่อ ณ วัสวัสการพราหมณ์เริ่มทำ อุบายทำ ลายสามัคมัคี
๑๕เนื้อเรื่องเต็มต็ (เฉพาะตอนที่มีที่ มีเรียน) เนื้อเรื่องเต็มต็ (เฉพาะตอนที่มีที่ มีเรียน) และไม่สม่ามารถห้ามปรามชาวบ้านได้ หัวหัหน้าราษฎรและนายด่านตำ บลต่างๆปรึกรึษากันกัคิดคิจะยับยัยั้งยั้ไม่ใม่ห้กองทัพทัมคธข้าม มาได้ จึงจึตีกตีลองป่าวร้องแจ้งข่าวข้าศึกศึเข้ารุกราน เพื่อให้เหล่ากษัตษัริย์ริ ย์แห่งวัชวั ชีเสด็จด็มาประชุมหาหนทางป้องกันกัแต่ไม่มีม่ มีกษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวีแวีม้แม้ต่พต่ระองค์เดียดีวคิดคิจะเสด็จด็ ไป แต่ละพระองค์ทรงดำ รัสรัว่าจะเรียรีกประชุมด้วยเหตุใด ผู้ใดเป็นใหญ่ ผู้ใด กล้าหาญ เห็นดีปดีระการใดก็เก็ชิญเถิดถิจะปรึกรึษาหารือรือย่างไรก็ตก็ามแต่ใจ ตัวตัของเรานั้นนั้ ไม่ได้มีด้อำมี อำนาจยิ่งใหญ่ จิตจิ ใจก็ขี้ก็ ขี้ขลาด ไม่อม่งอาจกล้าหาญ แต่ละพระองค์ต่างแสดงอาการเพิกเฉย ปราศจากความสามัคมัคีปคีรองดองในจิตจิ ใจ กษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวีแห่งวัชวั ชีไม่เสด็จด็มาประชุมกันกัแม้แม้ต่พต่ระองค์เดียดีว จอมกษัตษัริย์ริ ย์แห่งแคว้นว้มคธหยุดทัพทัตรงหน้าเมืองเวสาลี พระองค์ทรงสังสัเกต วิเวิคราะห์เหตุการณ์ทางเมืองวัชวั ชีในขณะที่ข้าศึกศึมาประชิดเมือง ดูนิ่งเฉยไม่รู้ม่รู้สึรู้ สึกเกรงกลัวลัหรือรืคิดคิจะทำ สิ่งใด โต้ตต้อบระงับงัเหตุร้าย กลับลัอยู่อยู่ย่างสงบเงียงีบไม่ทำม่ ทำการสิ่งใด มองดูราวกับกัเป็นเมืองร้างปราศจากผู้คน แน่นอนไม่ต้ม่ ต้องสงสัยสัเลยว่าคงจะถูกกลอุบายของวัสวั สการพราหมณ์จนเป็นเช่นนี้ ความสามัคมัคี ผูกพันพัแห่งกษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวีถูวีถูกทำ ลายลงและจะประสบกับกัภัยภัพิบัติบั ติลูกข่างที่เด็กด็ขว้างเล่นล่ ได้สด้นุกฉันฉั ใด วัสวั สการพราหมณ์ก็สก็ามารถยุแหย่ใย่ห้เหล่ากษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวีแวีตกความ สามัคมัคีไคีด้ตด้ามใจชอบและคิดคิที่จะสนุกฉันฉันั้นนั้ครั้นรั้ทรงคิดคิ ได้ดัด้งดันั้นนั้จึงจึมีพมีระราชบัญบั ชาแก่เหล่าทหารหาญ ให้รีบรี สร้างแพ ไม้ไผ่เพื่อข้ามแม่น้ำม่ น้ำจะเข้าเมืองของฝ่ายศัตศัรู พวกทหารรับรัราชโองการ แล้วก็ปก็ฏิบัฏิติบัภติารกิจกิที่ได้รัด้บรั ในตอนเช้างานนั้นนั้ก็ เสร็จร็ทันทัที จอมกษัตษัริย์ริ ย์เคลื่อลื่นกองทัพทัอันอัมีกำมี กำลังลัพลมากมายลงในแพที่ติดติกันกันำ กำ ลังลัข้ามแม่น้ำม่ น้ำจนกองทัพทัหมดสิ้น มองดูแน่นขนัดนัขึ้นขึ้ฝั่งเมืองเวสาลีอลีย่างสะดวกสบาย ในขณะนั้นนั้วัสวั สการพราหมณ์ก็คก็อยยุลูกศิษศิย์ แต่งกลอุบายให้เกิดกิความแคลงใจ พระโอรสกษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวีทั้วีงทั้หลาย ไตร่ตรองในอาการน่าสงสัยสัก็เก็ข้าใจว่าเป็นจริงริดังดัถ้อยคำ ที่อาจารย์ปั้นปั้เรื่อรื่งขึ้นขึ้ไม่มีม่เมีหลือลืเลยสักสัพระองค์เดียดีวที่จะมีคมีวาม รักรั ใคร่กลมเกลียลีว ต่างขาดความสัมสัพันพัธ์ เกิดกิความเดือดืดร้อนใจ แต่ละองค์นำ เรื่อรื่งไม่ดีม่ที่ดี ที่เกิดกิขึ้นขึ้ไปทูลพระบิดบิาของตน ความแตกแยกก็ค่ก็ ค่อยๆ ลุกลามไปสู่พระบิดบิา เนื่องจากความหลงเชื่อโอรสของตน ปราศจากการใคร่ครวญเกิดกิความผิดพ้องหมองใจกันกัขึ้นขึ้ฝ่ายวัสวั สการพราหมณ์ครั้นรั้เห็นโอกาสเหมาะสมก็คก็อยยุแหย่อย่ย่างง่ายดาย ทำ กลอุบาย ต่างๆ พูดยุยงตาม กลอุบายตลอดเวลา เวลาผ่านไปประมาณ ๓ ปี ความร่วมมือกันกัระหว่างกษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวีทั้วีงทั้หลายและความสามัคมัคีถูคีถูกทำ ลายลงสิ้น ความเป็นมิตรแตกแยก ความเสื่อม ความหายนะก็บัก็งบัเกิดกิขึ้นขึ้กษัตษัริย์ริ ย์ต่างองค์ระแวงแคลงใจ มีคมีวามขุ่นขุ่ เคือคืงใจซึ่งกันกัและกันกัพราหมณ์ผู้เป็นครูสังสัเกตเห็นดังดันั้นนั้ก็รู้ก็รู้ว่าเหล่ากษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวีกำวี กำลังลัจะประสบ ความพินาศ จึงจึยินดีมากที่ภารกิจกิ ประสบผลสำ เร็จร็สมดังดั ใจ หลังลัจากเริ่มริ่ต้นต้ด้วยความบากบั่นบั่และ ความอดทนของตน จึงจึให้ลองตีกตีลองนัดนัประชุมกษัตษัริย์ริ ย์ฉวี เชิญทุกพระองค์เสด็จด็มายังยัที่ประชุม ฝ่ายกษัตษัริย์ริ ย์วัชวั ชีทั้งทั้หลายทรงสดับดัเสียงกลองดังดักึกกึก้อง ทุกพระองค์ ไม่ทม่รงเป็นธุระในการเสด็จด็ ไป ต่างองค์รับรั สั่งว่าจะเรียรีกประชุมด้วยเหตุใด เราไม่ได้เป็นใหญ่ ใจก็ขก็ลาด ไม่กม่ล้า หาญ ผู้ ใดเป็นใหญ่ มีคมีวามกล้าหาญไม่มีม่ผู้มีผู้ใดเปรียรีบได้ พอใจจะเสด็จด็ ไปร่วมประชุมก็เก็ชิญเขาเถิดถิจะปรึกรึษาหารือรืกันกั ประการใด ก็ช่ก็ ช่างเถิดถิจะเรียรีกเราไปประชุมมองไม่เห็น ประโยชน์ประการใดเลย รับรั สั่งให้พ้ห้ พ้นตัวตั ไป และทุกพระองค์ก็ทก็รงเพิกเฉยไม่ เสด็จด็ ไปเข้าร่วมการประชุมเหมือนเคย เมื่อพิจารณาเห็นช่องทางที่จะได้ชัด้ยชั ชนะอย่างง่ายดาย พราหมณ์ผู้รอบรู้พรู้ระเวทก็ลอบส่งข่าวให้คนสนิทเดินดิทางกลับลั ไปยังยับ้านเมือง กราบทูลกษัตษัริย์ริ ย์แห่งแคว้นว้มคธอันอัยิ่งใหญ่ ในสาสน์แจ้งว่ากษัตษัริย์ริ ย์วัชวั ชีทุกพระองค์ ขณะนี้เกิดกิความแตกแยก แบ่งพรรคแบ่งพวก ไม่สม่ามัคมัคีกัคีนกัเหมือนแต่เดิมดิจะหาโอกาสอันอัเหมาะสมครั้งรั้ใด เหมือนดังดัครั้งรั้นี้คงจะไม่มีม่อีมีกอีแล้ว ขอทูลเชิญพระองค์ยกกองทัพทัอันอัยิ่งใหญ่มญ่าทําสงครามโดยเร็วร็เถิดถิข่าวศึกศึแพร่ไปจนรู้ถึรู้งถึชาวเมืองเวสาลี ทุกคนในเมืองต่างตกใจและหวาดกลัวลักันกั ไปทั่วทั่หน้าตาตื่นตื่หน้าซีดไม่มีม่สีมี สีเลือลืด ตัวตั สั่น พากันกัหนีตาย วุ่นวุ่วาย พากันกัอพยพครอบครัวรัหนีภัยภัทิ้งบ้านเรือรืนไปซุ่มซ่อนตัวตัเสียในป่า กษัตษัริย์ลิย์ ลิจฉวีแวีตกสามมัคมัคี วัสวัสการพราหมณ์ลอบส่งข่าวทูลพระเจ้าอชาตศัตศัรู
๑๖เนื้อเรื่องเต็มต็ (เฉพาะตอนที่มีที่ มีเรียน) เนื้อเรื่องเต็มต็ (เฉพาะตอนที่มีที่ มีเรียน) เนื้อเรื่อรื่งแต่เดิมดิจบลงเพียงนี้ แต่ประสงค์จะแต่งสุภาษิตเพิ่มเติมติ ให้ได้รัด้บรั ฟังฟัเพื่อเป็นคติอัตินอัทรงคุณค่านำ ไป คิดคิ ไตร่ตรอง พระเจ้าอชาตศัตศัรูได้แด้ผ่นดินดิวัชวั ชีอย่างสะดวกและกษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวีทั้วีงทั้หลายก็ถึก็งถึซึ่งความพินาศล่มล่จม เหตุ เพราะความแตกแยกต่างมีคมีวามยึดยึมั่นในความคิดคิของตน ผูกโกรธซึ่งกันกัและกันกัต่างแยกพรรค แตกสามัคมัคีไคีม่ ปรองดองกันกัขาดปัญปัญาที่จะพิจารณาไตร่ตรองเชื่อถ้อยความของบรรดาพระโอรสอย่างง่ายดาย เหตุที่เป็นเช่นนั้นนั้ เพราะกษัตษัริย์ริ ย์แต่ละพระองค์ทรงมากไปด้วยความหลง จึงจึทำ ให้ถึงถึซึ่งความฉิบหายมีภมีาวะความเป็นอยู่อัยู่นอัทุกข์ระทม เสียทั้งทั้แผ่นดินดิเกียกีรติยติศ และชื่อเสียงที่เคยมีอมียู่ ส่วนวัสวั สการพราหมณ์นั้นนั้น่าชื่นชมอย่างยิ่งเพราะเป็นเลิศลิ ใน การกระทำ กลอุบาย ผู้รู้ทั้รู้งทั้หลายมีพมีระพุทธเจ้าเป็นต้นต้ ได้ใคร่ครวญพิจารณากล่าวสรรเสริญริว่าชอบแล้วในเรื่อรื่งผล แห่งความพร้อมเพรียรีงกันกัความสามัคมัคีอคีาจอำ นวยให้ถึงถึซึ่งสภาพแห่งความผาสุก ณ หมู่ขมู่องตนไม่เสื่อมคลายตลอด ไป หากหมู่ใมู่ดมีคมีวามสามัคมัคีร่คี ร่วมชุมนุมกันกั ไม่ห่ม่ ห่างเหินกันกั สิ่งที่ไร้ปร้ระโยชน์จะมาสู่ได้อย่างไร ความพร้อมเพรียรีงนั้นนั้ประเสริฐริยิ่งนักนัเพราะฉะนั้นนั้บุคคลใดหวังวัที่จะได้รัด้บรัความเจริญริแห่งตนและมีกิมีจกิธุระอันอัเป็นส่วนรวมก็พึก็ พึงตั้งตั้ใจเป็น หัวหัหน้าเอาเป็นธุระด้วยตัวตัของเราเองโดยมิเห็นประโยชน์ตนแต่ฝ่ายเดียดีวควรยกประโยชน์ให้บุคคลอื่นอื่บ้าง นึกถึงถึผู้ อื่นอื่บ้างต้องกลมเกลียลีวมีคมีวามเป็นมิตรกันกั ไว้ ต้องลดทิฐิมฐิานะรู้จักจัข่มใจจะทำ สิ่งใดก็เก็อื้ออื้เฟื้อกันกั ไม่มีม่คมีวามบาดหมางใจผลประโยชน์ทั้งทั้หลายที่เกิดกิขึ้นขึ้ก็แก็บ่งปันปักันกั ไปมากบ้างน้อยบ้างอย่างเป็นธรรมควรยึดยึมั่นในมารยาทและความ ประพฤติที่ติ ที่ดีงดีามรักรัษาหมู่คมู่ณะโดยไม่มีม่คมีวามริษริยากันกัอันอัจะตัดตัรอนไมตรี ดังดันั้นนั้ถ้าหมู่คมู่ณะใดไม่ขม่าดซึ่งความสามัคมัคีมีคมีวามพร้อมเพรียรีงกันกัอยู่เสมอไม่มีม่กมีารวิววิาทและระแวงกันกัก็หก็วังวั ได้โดยไม่ต้ม่ ต้องสงสัยสัว่าคงจะพบซึ่งความสุขความ สงบและประกอบด้วยประโยชน์มากมายใครเล่าจะมีใมีจกล้าคิดคิทำ สงครามด้วยหวังวัจะทำ ลายล้างก็ไก็ม่ได้ทั้ด้งทั้นี้เพราะความพร้อมเพรียรีงกันกันั่นเอง กล่าวไปไยกับกัมนุษย์ผู้ประเสริฐริหรือรื สรรพสัตสัว์ที่มีชีมี ชีวิตวิแม้แม้ต่กิ่งไม้หม้ากใครจะใคร่ลอง เอามามัดมัเป็นกำ ตั้งตั้ใจใช้กำ ลังลัหักหัก็ยก็ากเต็มต็ทนหากหมู่ใมู่ดไม่มีม่คมีวามสามัคมัคีใคีนหมู่คมู่ณะของตน และกิจกิการอันอั ใดที่จะต้องขวนขวายทำ ก็มิก็ มิพร้อมเพรียรีงกันกัก็อก็ย่าได้หด้วังวัเลยความสุขความเจริญริจะเกิดกิขึ้นขึ้ได้อย่างไรความทุกข์พิบัติบั ติอันอัตรายและความชั่วร้ายทั้งทั้ปวง ถึงถึแม้จม้ะไม่ต้ม่ ต้องการก็จก็ะต้องได้รัด้บรัเป็นแน่แท้ผู้ที่อยู่รยู่วมกันกัเป็นหมู่คมู่ณะหรือรื สมาคม ควรคำ นึงถึงถึความสามัคมัคีอคี ยู่เป็นนิจ ถ้ายังยั ไม่มีม่ก็มีคก็วรจะมีขึ้มีนขึ้ถ้ามีอมียู่แยู่ล้วก็คก็วรให้เจริญริรุ่งเรือรืงยิ่งขึ้นขึ้ไปจึงจึจะถึงถึซึ่งความสุขความสบาย ฝ่ายเมืองเวสาลีมลีองเห็นข้างศึกศึจำ นวนมาข้ามแม่น้ำม่ น้ำมาทำ ลายบ้านเมืองของตน ต่างก็ตก็ระหนกตกใจกันกัถ้วนหน้าใน เมืองเกิดกิความจราจรวุ่นวุ่วายไปทั่วทั่ข้าราชการนั้นนั้ผู้ใหญ่ต่ญ่ ต่างหวาดกลัวลัภัยภับางพวกก็พูก็พูดว่าขณะนี้ยังยั ไม่เป็นไรหรอกควรจะป้องกันกั ประตูเมืองไว้ให้มั่ห้ มั่นคงและต้านข้าศึกศึเอาไว้ก่อน รอให้ที่ห้ ที่ประชุมเหล่ากษัตษัริย์ริ ย์มีคมีวามเห็นว่าจะทรงทำ ประการใด ก็จก็ะได้ดำด้ ดำเนินการตามพระบัญบั ชาของพระองค์ เหล่าข้าราชการทั้งทั้หลายก็ตีก็กตีลองสัญสัญาณขึ้นขึ้ราวกับกักลองจะพังพัเสียงดังดักึกกึก้องไปถึงถึพระกรรณของกษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวี ต่างองค์ทรงเพิกเฉยราวกับกั ไม่เอาใจใส่ในเรื่อรื่งราวของผู้ใดต่างองค์ไม่เสด็จด็ ไปที่ประชุม แม้แม้ต่ประตูเมืองรอบทิศทุกบานก็ไก็ม่มีม่ผู้มีผู้ใดปิด จอมทัพทัแห่งแคว้นว้มคธกรีธรีทัพทัเข้าเมือง เวสาลีทลีางประตูเมืองที่เปิดอยู่โยู่ดยไม่มีม่ผู้มีผู้คนหรือรืทหารต่อสู้ประการใด ขณะนั้นนั้วัสวั สการพราหมณ์ผู้เป็นอาจารย์ก็ไก็ปนำ ทัพทัของกษัตษัริย์ริ ย์แห่งมคธ เข้ามาปราบกษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวี อาณาจักจัรทั้งทั้หมดก็ตก็กอยู่ใยู่นพระหัตหัถ์โดยที่กองทัพทั ไม่ต้ม่ ต้อง เปลือลืงแรงในการต่อสู้ ปราบราบคาบแล้วเสด็จด็ยังยัราชคฤห์เมืองยิ่งใหญ่ดังดัเดิมดิ
๑๗วิเวิคราะห์คุณค่ วิเวิคราะห์คุณค่าค่ มากขึ้นขึ้ รูปแบบคำ ประพันพัธ์ แต่งเป็นบทร้อยกรอง ประกอบด้วย คำ ประพันพัธ์ประเภทฉันฉัท์ 18 ชนิด กาพย์ 2ชนิด คือคืกาพย์ฉบังบั16และกาพย์สุรางคนางค์28มีกมีารใช้รูปแบบคำ ประพันพัธ์ได้ตด้รงกันกักับกั สถานการณ์ เช่น มาลินีลิ นีฉันฉัท์ ๑๕ เป็นฉันฉัท์ที่ใช้ในการแต่งกลบทหรือรืบรรยายความที่เคร่งขรึมรึเป็นสง่า , อุเปนทรวิเวิ ชียรฉันฉัท์ ๑๑ เป็นฉันฉัท์ที่มีคมีวามไพเราะใช้ในการบรรยายบทเรียรีบๆ , จิตจิรปทาฉันฉัท์ ๘ เป็นฉันฉัท์ที่เหมาะสำ หรับรับทที่น่ากลัวลัเอะอะ เกรี้ยรี้วกราด ตื่นตื่เต้นต้ตกใจและกลัวลัเป็นต้นต้ตัวตัอย่างเช่น (จิตจิรปทาฉันฉัท์ ๘)ต่างก็ตก็ระหนก มนะอกเต้นต้ตื่นตื่บมิเว้นว้ตละผู้คน ทั่วทั่บุระคา มะจลาจล เสียงอลวน อลเวงไป ฯองค์ประกอบของเรื่อรื่ง โครงเรื่อรื่งแคว้นว้นั้นนั้ยึดยึมั่นในอปริหริานิยธรรม มีคมีวามสามัคมัคีปคีรองดองมั่นคง กษัตษัริย์ริ ย์ผู้ต้องการแผ่อำ นาจจึงจึต้องใช้ อุบายส่งพราหมณ์ปุโรหิตของตนเข้าไปเป็นไส้ศึกศึหาวิธีวิทำธี ทำลายความสามัคมัคีขคีองกษัตษัริย์ริ ย์แคว้นว้นั้นนั้เสียก่อน แล้วจึงจึยกทัพทัเข้าโจมตี พราหมณ์ปุโรหิตใช้เวลาถึงถึ๓ ปีจึงจึดำ เนินกลอุบายทำ ลายความสามัคมัคีไคีด้สำด้ สำเร็จร็กษัตษัริย์ริ ย์แคว้นว้นั้นนั้ก็แก็ผ่อำ นาจเข้าครอบครองแคว้นว้ข้างเคียคีงเป็นผลสำ เร็จร็สาระ๑. ความสามัคมัคีเคี ป็นธรรมที่จำ เป็นในการทำ งาน๒. การร่วมมือร่วมใจแก้ปัก้ญปัหาในภาวะวิกวิฤตต่าง ๆ นับนัว่าเป็นสิ่งที่สำ คัญคั ในอันอัจะป้องกันกั ชาติบ้ติ บ้านเมืองให้มั่ห้ มั่นคง เป็นปึกแผ่น๓. วิจวิารณญาณเป็นคุณสมบัติบัที่ติ ที่จำ เป็นสำ หรับรัมนุษย์ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ใยู่นโลกของการต่อสู้ช่วงชิงอำ นาจและเข่นข่ฆ่ากันกัอย่างไม่รู้ม่รู้ผิรู้ ผิดชอบชั่วดี๔. สงครามนำ มาซึ่งความทุกข์ความเดือดืดร้อนของคนในประเทศ มนุษย์ไม่คม่วรเบียบีดเบียบีนกันกั๕. การละทิฐิมฐิานะ ละอคติจติะทำ ให้บุคคลดำ รงชีวิตวิ ได้อย่างเป็นสุขและตริตริรองเรื่อรื่งต่าง ๆได้อย่างมีเมีหตุผล ๑.ด้านเนื้อหา
๑๘วิเวิคราะห์คุณค่ วิเวิคราะห์คุณค่าค่ -เอออุเหม่นม่ะมึงชิช่างกระไร ด้านตัวตัละครทุกตัวตัละครมีลัมีกลัษณะบุคลิกลิที่เด่นด่ ชัดชั๑. พระเจ้าอชาตศัตศัรู เป็นตัวตัละครที่มีเมีมตตาต่อพสกนิกรของพระองค์ รักรับ้านเมือง๒. วัสวั สการพราหมณ์ เป็นตัวตัละครที่เฉลียลีวฉลาด รอบคอบ ยอมเสียสละเพื่อชาติ จงรักรัภักภัดีต่ดี ต่อพระเจ้าอชาตศัตศัรู๓. กษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวี เป็นตัวตัละครที่ขาดวิจวิารณญาณ มีทิมี ทิฐิเฐิกินกิเหตุฉากและบรรยากาศ เรื่อรื่งสามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์เป็นเรื่อรื่งที่เรารับรัมาจากอินอิเดียดีกวีจึวีงจึพยายามพรรณนาฉากให้บรรยากาศของเรื่อรื่งเป็นประเทศ อินอิเดียดี ในสมัยมัพระเจ้าอชาตศัตศัรู แต่กวีเวี ป็นคนไทยดังดันั้นนั้ฉากจึงจึมีคมีวามเป็นไทยแทรกอยู่บ้ยู่ บ้างกลวิธีวิ ใธีนการแต่ง เรื่อรื่งสามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์ดำ เนินเรื่อรื่งไปตามลำ ดับดั ไม่สัม่บสัสนทำ ให้ผู้ห้ผู้อ่านเข้าใจตลอดทั้งทั้เรื่อรื่ง นายชิต บุรทัตทัเลือลืกสรรความได้อย่างกระชับชั ไม่เยิ่นเย้อย้ทำ ให้ดำ เนินเรื่อรื่งได้รด้วดเร็วร็เช่น ตอนที่วัสวั สการพราหมณ์ถูกลงพระราชอาญาแล้วเนรเทศจากแคว้นว้มคธมีกมีารบทคร่ำ ครวญพอสมควรเท่านั้นนั้นอกจากนี้วรรณคดีปดีระเภทฉันฉัท์นั้นนั้กวีจวีะต้องเลือลืกใช้ฉันฉัท์ให้เหมาะสมกับกัความ เพราะฉันฉัท์แต่ละชนิดมีลีมีลลีาและให้อารมณ์ ความรู้สึรู้ สึกที่แตกต่างกันกั ไป ซึ่งนายชิต บุรทัตทัก็เก็ลือลืกใช้ฉันฉัท์ได้อย่างเหมาะสมการดำ เนินเนื้อเรื่อรื่ง๑. มีกมีารใช้ฉันฉัทลักลัษณ์ในการดำ เนินเรื่อรื่งได้เหมาะสม กวีเวีลือลืกฉันฉัท์ชนิดต่าง ๆ มาสลับลั ใช้กันกัอย่างเหมาะสมกับกัเนื้อเรื่อรื่งแต่ละตอน เช่น ใช้วสันสัตดิลดิกฉันฉัท์ ๑๔ ซึ่งมีลีมีลลีานุ่มนวลมาแต่งบทชมต่างๆ เพื่อพรรณนาภาพอันอังดงาม เช่น สามยอดตลอดระยะระยับยัวะวะวับวั สลับลัพรรณ ช่อฟ้าตระการกลจะหยันยัจะเยาะยั่วยั่ทิฆัมฆัพร (การพรรณนาบทชมเมืองราชคฤห์ในแคว้นว้มคธของพระเจ้าอชาตศัตศัรู ใช้อิทิอิ ทิงสังสัฉันฉัท์ ๒๐ ซึ่งมีลีมีลลีากระแทกกระทั้นทั้แสดงอารมณ์โกรธ เช่นตอนที่พระเจ้าอชาตศัตศัรูแสร้งบริภริาษวัสวั สการพราหมณ์ เมื่อวัสวั สการ -พราหมณ์ทัดทัทานเรื่อรื่งการศึกศึดังดันี้ ทุทาสสถุลฉะนี้ไฉน ก็มก็าเป็น -ศึกศึบ ถึงถึและมึงก็ยัก็งยัมิเห็น จะน้อยจะมากจะยากจะเย็นย็ ประการใด๒. มีกมีารเล่นล่เสียงสัมสัผัสผั พยัญยั ชนะและสัมสัผัสผั สระได้ไพเราะแตกร้าวกร้าวร้ายก็ป้ก็ ป้ายปาม ลุวรบิดบิรลามทีลทีะน้อยตาม ณ เหตุผลมีกมีารเล่นล่เสียงพยัญยั ชนะ เช่น คะเนกล – คะนึงการ ระวังวัเหือด – ระแวงหายทิชงค์ชาติฉติลาดยล คะเนกลคะนึงการ กษัตษัริย์ริ ย์ลิจลิฉวีววีาร ระวังวัเหือดระแวงหาย
๑๙วิเวิคราะห์คุณค่ วิเวิคราะห์คุณค่าค่ อกสั่นขวัญวัหนี หวาดกลัวลัทั่วทั่ไป ๓. ใช้คำ ง่าย ๆ ในการดำ เนินเรื่อรื่งทำ ให้ดำ เนินเรื่อรื่งได้อย่างรวดเร็วร็และสามารถอ่านเข้าใจได้ทัด้นทัที -ราชาลิจลิฉวี ไป่มีสัมีกสัองค์ อันอันึกจำ นง เพื่อจักจัเสด็จด็ ไปต่างองค์ดำ รัสรัเรียรีกนัดนัทำ ไม ใครเป็นใหญ่ใคร กล้าหาญเห็นดี ใช้คำ ง่ายๆ แต่สร้างภาพได้ชัด้ดชัเจนอย่างยิ่ง เช่น -ข่าวเศิกศิเอิกอิอึงอึทราบถึงถึบันบัดล ในหมู่ผู้มู่ผู้คน ชาวเวสาลี แทบทุกถิ่นหมด ชนบทบูรี ๒.ด้านวรรณศิลป์๑. การเลือลืกสรรคำ วรรณคดีปดีระเภทฉันฉัท์แม้จม้ะนิยมใช้คำ บาลีสัลีนสัสกฤตก็ตก็าม เพราะต้องการบังบัคับคัครุ ลหุ แต่ผู้แต่งสามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์ก็ เลือลืกสรรคำ ได้อย่างไพเราะเหมาะสมทั้งทั้เสียงและความ เช่นการใช้คำ ง่าย ๆ ในบางตอน ทำ ให้ผู้ห้ผู้อ่านเข้าใจได้ไม่ยม่ากนักนัเช่น ตอนวัสวั สการพราหมณ์เข้าเมืองเวสาลีซึ่ลีซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นว้วัชวั ชี “ผูกไมตรีจิรีตจิเชิงชิดชอบเชื่องกับกัหมู่ชมู่าวเมือง ฉันฉัท์อัชอัฌาสัยสัเล่าเรื่อรื่งเคือคืงขุ่นขุ่ว้าวุ่นวุ่วายใจ จำ เป็นมาใน ด้าวต่างแดนตน”๒. การใช้คำ ที่มีเสียงเสนาะ เสียงเสนาะเกิดกิจากการใช้คำ เลียลีนเสียงธรรมชาติ มีกมีารย้ำ คำ ใช้คำ ที่ก่อให้เกิดกิความรู้สึรู้ สึก เช่น ตอนชมกระบวนช้าง “แพร้วแพร้วพรายพรายข่ายกรอง ก่องสกาวดาวทองทั้งทั้พู่สุพรรณสรรถกล”คำ แพร้วแพร้ว และพรายพราย ก่อให้เกิดกิความรู้สึรู้ สึกในด้านความโอ่อ่างดงามได้อย่างดี๓. การหลากคำ กวีจำวี จำเป็นต้องรู้จักจัคำ มากเพื่อหลีกลีเลี่ยลี่งการใช้คำ ซ้ำ กันกัทำ ให้ผู้ห้ผู้อ่านเห็นความเป็นอัจอัฉริยริะของกวี เช่น “ขุนคอคชคุมกุมอังอักุสกรายท้ายยังยัขุนควาญประจำ ดำ รี”รี“ขุนคชขึ้นขึ้คชชินชาญ คุมพลคชสารละตัวตักำ แหงแข็งข็ขันขั ”คำ ว่า คช ดำ รีแรีละคชสาร หมายถึงถึช้างทั้งทั้สิ้น
๒๐วิเวิคราะห์คุณค่ วิเวิคราะห์คุณค่าค่๔. การใช้โวหารภาพพจน์๔.๑ การเปรียรีบเทียทีบการใช้ภาพพจน์อุปมาคือคืการนำ เอาสิ่งที่มีลัมีกลัษณะคล้ายคลึงลึกันกัมาเปรียรีบเทียทีบกันกัเพื่อโยงความคิดคิของผู้อ่าน ให้นึห้ นึกเห็นภาพได้ดีด้ยิ่ดี ยิ่งขึ้นขึ้ตัวตัอย่างขุ่นขุ่มนเคือคืง เรื่อรื่งนฤสาร เช่นกะกุมาร ก่อนก็รก็ะ เลิกลิสละแยก แตกคณะกล เกลียลีวบนิยม คบดุจเดิมดิ * * กุมารลิจลิฉวีขัวีตขัติย์ติ ย์ก็รัก็บรัอรรถอออืออืกสิกเขากระทำ คือคื ประดุจคำ พระอาจารย์๔.๒ การเปรียรี บเทียบแบบอุปลักลัษณ์ ตัวตัอย่างเช่น ตอนวัสวั สการพราหมณ์กล่าวเปรียรีบเทียทีบทหารของแคว้นว้วัชวั ชีกับกัทหารของแคว้นว้มคธ ว่า “ หิ่งห้อยสิแข่งสุริยริะไหน จะมิน่าชิวาลาญ”ผู้อ่านย่อย่มจะเข้าใจได้ว่าหิ่งห้อยนั้นนั้หมายถึงถึกองทัพทัมคธ ส่วนสุริยริะนั้นนั้หมายถึงถึกองทัพทัวัชวั ชี๔.๓ การใช้จินจิตภาพด้านภาพเพื่อให้ผู้ห้ผู้อ่านเกิดกิจินจิตนาการและนึกภาพตาม ตัวตัอย่าง * ตื่นตื่ตาหน้าเผือด หมดเลือลืดสั่นกายหลบลี้หลี้นีตาย วุ่นวุ่หวั่นวั่พรั่นรั่ใจซุกครอกซอกครัวรั ซ่อนตัวตัแตกภัยภัเข้าดงพงไพร ทิ้งย่านบ้านตน๔.๔ การใช้นาฏการและการใช้จินจิตภาพด้านเสียงตัวตัอย่าง * ต่างก็ตก็ระหนก มนอกเต้นต้ตื่นตื่บมิเว้นว้ตละผู้คน ทั่วทั่บุรคา มจลาจล เสียงอลวน อลเวงไป *ใช้นาฏการตรงคำ ว่า จลาจล ที่แปลว่า ความสับสัสนวุ่นวุ่วาย ใช้จินจิตภาพด้านเสียงตรงคำ ว่า เสียงอลวน อลเวงไป๕. ใช้คำ ที่ก่อให้เกิดกิความรู้สึก เช่น ตอนพรรณนากองทัพทัของพระเจ้าอชาตศัตศัรู “แรงหัตหัถ์กวัดวัแกว่งซึ่งสรรพ์ ศัสศัตราวุธอันอัวะวาบวะวาวขาวคม”คำ วะวาบวะวาว ก่อความรู้สึรู้ สึกให้ผู้ห้ผู้อ่านนึกเกรงขามได้ดีด้มดีาก
๒๑วิเวิคราะห์คุณค่ วิเวิคราะห์คุณค่าค่ “หิ่งห้อยสิแข่งสุริยริะไหน จะมิน่าชิวาลาญ” ๖. การใช้โวหารที่หลากหลาย๖.๑ พรรณนาโวหาร เป็นการสร้างมโนภาพให้ผู้ห้ผู้อ่านเกิดกิภาพขึ้นขึ้ในใจ หรือรืมองเห็นภาพ บรรยากาศตามที่ กวีต้วี ต้องการตัวตัอย่าง “ควรชมนิยมจัดจัคุรุวัสวั สการพราหมณ์ เป็นเอกอุบายงาม กลงำ กระทำพุทธาทิบัณบัฑิตฑิพิเคราะห์คิดคิพินิจปรารภสรรเสริญริ สา ธุสมัคมัรภาพผล”๖.๒ สาธกโวหาร เป็นการการยกตัวตัอย่างเพื่ออธิบธิายให้แจ่มจ่แจ้งตัวตัอย่างเช่น “ควรยกประโยชน์ยื่น นรอื่นอื่ก็แก็ลเหลียลีวดูบ้างและกลมเกลียลีว มิตรภาพผดุงครองยั้งยั้ทิฐิมฐิานหย่อย่น ทมผ่อนผจงจองอารีมิรี มิมีหมีมอง มนเมื่อจะทำ ใด”๖.๓ เทศนาโวหาร มีจุมีจุดมุ่งหมายให้ผู้ห้ผู้อ่านได้คด้ล้อยตามไปและได้คด้วามคิดคิตามไปกับกัเนื้อหาตัวตัอย่าง “ควรชนประชุมเช่น คณะเป็นสมาคม สามัคมัคิปคิรารม ภนิพัทพัธรำ พึง ไป่มีก็มี ใก็ห้มีห้ มีผิวมีก็มีคำก็ คำนึง เนื่องเพื่อภิยโยจึงจึจะประสบสุขาลัยลั ”๖.๔ อุปมา เป็นการกล่าวเปรียรีบเทียทีบเพื่อให้ผู้ห้ผู้อ่านเข้าใจและมองเห็นภาพชัดชัเจนยิ่งขึ้นขึ้ตัวตัอย่าง “เมืองท้าวสิเทียทีบทิพเสมอ ภพเลอสุราลัยลั เมืองท้าวแหละสมบุรณไพ บุลมวลประการมา”๖.๔ อุปลักลัษณ์ เป็นการเปรียรีบเทียทีบโดยนัยนั ไม่กม่ล่าวเปรียรีบเทียทีบตรง ๆ อย่างอุปมาอุปไมย แต่ผู้อ่านก็พก็อจะจับจัเค้าได้จากคำ ที่ผู้แต่งใช้ตัวตัอย่าง
๒๒วิเวิคราะห์คุณค่ วิเวิคราะห์คุณค่าค่ ขึ้นขึ้ฝั่งลุเวสา ลิบุลิบุเรศสะดวกดาย ๑. เน้นเเสดงให้เห็นถึงถึโทษของการเเตกความสามัคมัคี เเละความสำ คัญคัของสามัคมัคีใคีนหมู่คมู่ณะ เช่นส่วนที่ว่าสามัคมัคีธคีรรมทำ ลาย มิตรภิทนะกระจายสรรพเสื่อมหายน์ ก็เก็ป็นไปต่างองค์ทรงเเคลงระเเวงใน พระราชหฤทยวิสัวิยสัผู้พิโรธใจ ระวังวักันกัฯ - เเสดงให้เห็นว่าเมื่อความสามัคมัคีถูคีถูกทำ ลายลง มิตรเเตกเเยก เกิดกิความเสื่อม เเละเหล่ากษัตษัริย์ริ ย์ต่างระเเวงเเคลงใจกันกัเองดั่งดั่นั้นนั้ณหมู่ใมู่ด ผิบไร้สร้มัคมัรมีพร้อมเพรียรีงนิพัทพัธ์นี รวิววิาทระเเวงกันกัหวังวัเทอญมิต้องสง สยคงประสบพลันลัซึ่งสุขเกษมสันสัต์ หิตะกอบวิกวิาร ใครเล่าจะสามารถ มนอาจระรานหาญ หักหัล้างบเเหลกลาญ ก็เก็พราะพร้อมเพราะเพรียรีงกันกั- ถ้าหมู่คมู่ณะใดไม่ขม่าดความสามัคมัคี มีคมีวามพร้อมเพรียรีง ไม่มีม่กมีารระแวง การทะเลาะกันกัย่อย่มจะมีคมีวามสุข เเละสงบ ไม่มีม่สมีงคราม ไม่มีม่ ใมีครระรานได้ เพราะความพร้อมเพรียรีงกันกั ในหมู่คมู่ณะ๒. มีการสะท้อนความเชื่อด้านศาสนาเเละเน้นหลักลัธรรม แสดงให้เห็นถึงถึความเคารพนับนัถือถื พราหมณ์ให้เป็นครูของเหล่าโอรส กษัตษัริย์ริ ย์และสามารถตีกตีลองนัดนั ประชุมกษัตษัริย์ริ ย์ได้พราหมณ์ครูรู้สัรู้งสัเกต ตระหนักนัเหตุถนัดนัครับรัราชาวัชวั ชีสรร พจักจัสู่พินาศสม ยินดีบัดีดบันี้กิจกิจะสัมสัฤทธิ์มนารมณ์ เริ่มริ่มาด้วยปรากรม และอุตสาหแห่งตน ให้ลองตีกตีลองนัดนั ประชุมขัตขัติย์ติ ย์มณฑล เชิญซึ่งส่ำ สากล กษัตษัริย์ริ ย์สู่สภาคาร อปริหริานิยธรรม ๗ ประการ คือคืหลักลัที่ก่อให้เกิดกิความเจริญริ ในหมู่คมู่ณะ ได้เเก่๒.๑ ไม่เบื่อบื่หน่ายการประชุม เมื่อมีภมีารกิจกิก็ปก็ระชุมปรึกรึษาหารือรืกันกั๒.๒ เข้าประชุมพร้อมกันกัเลิกลิ ประชุมพร้อมกันกั๒.๓ ยึดยึมั่นในจารีตรี๓. แสดงให้เห็นถึงถึภูมิประเทศสมัยมัก่อน ที่มีแม่น้ำ ล้อล้มรอบ เร่งทำ อุฬุมป์เว ฬุคะเนกะเกณฑ์การ เพื่อข้ามนทีธทีาร จรเข้านครบร เขารับรักระบัณบัฑูร อดิศูดิศูรบดีศดีรภาโรปกรณ์ตอน ทิวรุ่งสฤษฎ์พลันลัจอมนาถพระยาตรา พยุหาธิทัธิพทัขันขัธ์ โดยแพและพ่วงปันปัพลข้ามณคงคาจนหมดพหลเนื่อง พิศเนืองขนัดนัคลา ๓.ด้านสังสัคม
๒๓วิเวิคราะห์คุณค่ วิเวิคราะห์คุณค่าค่ ถือถืทิฐิมฐิานสา หสโทษพิโรธจอง ๔. เเสดงถึงถึความสำ คัญคัของการเเก้ปัญหาโดยไม่ใช้กำ ลังลั ใช้ปัญปัญาตริตริรอง เพื่อไม่ใม่ห้เกิดกิความขัดขัเเย้ง เเละโทษของการเชื่อคำ พูดผู้อื่นอื่โดนไม่ไตร่ตรองก่อน ก็คืก็อคืการนำ มาซึ่งความโกรธเคือคืง ขัดขัเเย้งดังดั ส่วนที่ว่าพระกุมารพระองค์นั้นนั้ธมิทันทัจะไตร่ตรองก็เก็ชื่อณคำ ของ พฤฒิคฒิรูเเละวู่วามพิโรธกุมารองค์ เพมาะเจาะจงพยายาม ยุครูเพราะเอาความ บมิดีปดีระเดตน ก็พก็อเเละต่อพิษ ทุรทิฐิมฐิานจน ลุโทสะสืบสน ธิพิธิ พิพาทเสมอมา - กุมารนั้นนั้ ไม่ทัม่นทั ได้ไตร่ตรอง ก็เก็ชื่อในคำ พูดของอาจารย์ จึงจึวู่วามเกิดกิความโกรธเคือคืง ทะเลาะวิววิาทกันกั๕. สะท้อนถึงถึภาพรวมการปกครองระบอบสามัคมัคีธคี รรมซึ่งเป็นการปกครองสมัยมัพุทธกาลที่เน้นความสามัคมัคีใคีนหมู่คมู่ณะเป็นหลักลัเเละเป็นการปกครองที่เคารพเหตุผลมากกว่าบุคคล ไม่ศัม่ทศัธาในตัวตับุคคลใดบุคคลหนึ่งจนลืมลืความสามารถที่เเท้จท้ริงริ ไม่เคร่งครัดรัระบบอาวุโส มีส่มี ส่วนคล้ายกับกั ประชาธิปธิ ไตยที่ ให้สิทธิเธิสรีภรีาพเเก่ประชาชน เเต่ต้องอยู่ภยู่ายใต้กฏระเบียบีบพุทธาทิบัณบัฑิตฑิพิเคราะห์คิดคิพินิจปรารภสรรเสริญริ สา ธุสมัคมัรภาพผล ว่าอาจจะอวยผา สุกภาวมดลดีสู่ดีสู่ณหมู่ตมู่น บนิราศนิรันรัดรหมู่ใมู่ดผิสามัคมัคยพรรคสโมสร ไป่ปราศนิราศรอน คุณไร้ไฉนดล - ผู้รู้ทั้รู้งทั้หลายมีพมีระพุทธเจ้าเป็นต้นต้ ได้ใคร่ครวญพิจารณาเเล้ว ว่าความสามัคมัคีนั้คีนั้นั้อาจอำ นวยซึ่งความผาสุข ไม่เสื่อมคลาย เป็นตัวตัอย่างของระบอบการปกครองที่ปกครองโดยคนส่วนน้อยแต่ส่งผลต่อคนส่วนมาก เพราะเพียงกษัตษัริย์ริ ย์ไม่สม่ามัคมัคีกัคีนกัก็ส่ก็ ส่งผลให้เมืองล่มล่จม อันอัภูบดีรดีา ชอชาตศัตศัรู ได้ลิด้จลิฉวีภูวีภูวประเทศสะดวกดี แลสรรพบรรดา วรราชวัชวั ชีถึงถึซึ่งพิบัติบัมีติ มีฑอนัตนัถ์พินาศหนา เหี้ยมนั้นนั้เพราะผันผัแผก คณะแตกและต่างมา
บรรณานุนุนุกนุรม จากhttps://www.gotoknow.org/posts/406381 ความเป็นมาครูณัฐณั ชยา เพ็ชรรัตรัน์(๒๕๖๓).ใบความรู้เรื่อรื่ง สามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์ สืบค้นค้วันวัที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ จากhttps://sites.google.com/a/watpa.ac.th/krunatchaya/bi-khwam-ru-reuxng-samakhkhi-pheth-kha-chanth kanjana pom bintavihok(๒๕๕๓).สามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์สืบค้นค้วันวัที่ ๑๕ ตุลาคม๒๕๖๖ krusunsanee(๒๕๕๔).สามัคมัคึเคึภทคำ ฉันฉัท์ สืบค้นค้วันวัที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ จากhttp://www.satriwit3.ac.th/external_links.php?links=2801ประวัติวัผู้ติผู้แต่งกัลกัยาณี ถนอมแก้ว(๒๕๕๖).ชิต บุรทัตทัผู้ประพันพัธ์สามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์ สืบค้นค้วันวัที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ จากhttps://www.gotoknow.org/posts/280111ลักลัษณะคำ ประพันพัธ์บัวบัลักลัษณ์ นาคทรงแก้ว(๒๕๖๕).สื่อการเรียรีนการสอนสามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์ สืบค้นค้วันวัที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ จากhttp://elsd.ssru.ac.th/bualak_na/pluginfile.php/74/mod_page/intro/สามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์-60.pdfครูณัฐณั ชยา เพ็ชรรัตรัน์(๒๕๖๓).ใบความรู้เรื่อรื่ง สามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์ สืบค้นค้วันวัที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ จากhttps://sites.google.com/a/watpa.ac.th/krunatchaya/bi-khwam-ru-reuxng-samakhkhi-pheth-kha-chanthรูปภาพตัวตัอย่างฉันฉัทลักลัษณ์ วัดวั โมลีโลีลกยาราม(๒๕๖๒).วุตตฉันฉัท์ ๒๐ สืบค้นค้วันวัที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ จากhttps://www.watmoli.com/poetry/990/ เนื้อเรื่อรื่งเต็มต็ (เเบบย่อย่ ) kanjana pom bintavihok(๒๕๕๓).สามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์ สืบค้นค้วันวัที่ ๑๕ ตุลาคม๒๕๖๖ จากhttps://www.gotoknow.org/posts/406381 เนื้อเรื่อรื่งเต็มต็เฉพาะตอนที่เรียรี น กัลกัยาณี ถนอมแก้ว(๒๕๕๖).ถอดความสามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์ในบทเรียรีน สืบค้นค้วันวัที่ ๑๕ ตุลาคม๒๕๖๖ จากhttps://www.gotoknow.org/posts/330820วิเวิคราะห์คุณค่าด้านเนื้อหา ไม่รม่ะบุผู้จัดจัทำ (๒๕๕๖)สามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์ สืบค้นค้วันวัที่ ๑๕ ตุลาคม๒๕๖๖ จากhttps://samakkeepeatchant.blogspot.com/2013/12/blog-post_3427.html?m=1 กัลกัยาณี ถนอมแก้ว(๒๕๕๖)วิจวิารณ์ตัวตัละครเรื่อรื่งสามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์ สืบค้นค้วันวัที่ ๑๕ ตุลาคม๒๕๖๖ จากhttps://www.gotoknow.org/posts/329717ครูณัฐณั ชยา เพ็ชรรัตรัน์(๒๕๖๓).ใบความรู้เรื่อรื่ง สามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์ สืบค้นค้วันวัที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ จากhttps://sites.google.com/a/watpa.ac.th/krunatchaya/bi-khwam-ru-reuxng-samakhkhi-pheth-kha-chanth
บรรณานุนุนุกนุรม ด้านวรรณศิลป์ ครูณัฐณั ชยา เพ็ชรรัตรัน์(๒๕๖๓).ใบความรู้เรื่อรื่ง สามัคมัคีเคี ภทคำ ฉันฉัท์ สืบค้นค้วันวัที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ จากhttps://sites.google.com/a/watpa.ac.th/krunatchaya/bi-khwam-ru-reuxng-samakhkhi-pheth-kha-chanthกัลกัยาณี ถนอมแก้ว(๒๕๕๖)คุณค่าด้านวรรณศิลศิ ป์ในสามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์สืบค้นค้วันวัที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ จากhttps://www.gotoknow.org/posts/336724ด้านสังสัคม ครูณัฐณั ชยา เพ็ชรรัตรัน์(๒๕๖๓).ใบความรู้เรื่อรื่ง สามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์ สืบค้นค้วันวัที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ จากhttps://sites.google.com/a/watpa.ac.th/krunatchaya/bi-khwam-ru-reuxng-samakhkhi-pheth-kha-chanth บ้านจอมยุทธ(ไม่รม่ะบุปีที่จัดจัทำ )บทอาขยานสามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์ สืบค้นค้วันวัที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ จากhttps://www.baanjomyut.com/library_3/extension-3/praying_thai/07.html พีระเสก บริสุริสุทธิ์บัวบัทิพย์(๒๕๖๕) สามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์ สืบค้นค้วันวัที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ จากhttp://www.digitalschool.club/digitalschool/thai2_4_1/thai9_5/paper/all.pdf? fbclid=IwAR1p9wQ4NrH3SwGlZBEr59RurQTw3Hwt6hY3immuurMds_GdyCnbdAq1Oow