พฤตกิ รรมองค์การกค็ ือการศึกษาพฤตกิ รรมต่างๆ ในองค์การ 3 ระดับ คือ
2. 3. พฤติกรรมองค์การ
พฤตกิ รรมกล่มุ (Organization Behavior)
1. (Group Behavior)
พฤตกิ รรมบุคคล พฤติกรรมระดบั องค์การนี้
(Individual Behavior) จะแสดงถงึ อทิ ธิพลของ
พอฤงตคิกก์ รารรม พฤติกรรมของกล่มุ เป็ นผลมา องค์ประกอบต่างๆ ใน
จากองค์ประกอบพืน้ ฐานเช่น
แบ่งได้เป็ น 4 องค์ประกอบ คือ เทคโนโลยี สภาวะเศรษฐกจิ องค์การ พฤตกิ รรมใน
- การรับรู้ (Perception) ตลอดจนพฤตกิ รรมทห่ี น่วยงาน ระดบั นีไ้ ด้รับอทิ ธิพล
- ทัศนคติ (Attitudes) กาหนดให้ทา และพฤตกิ รรมท่ี ส่วนใหญ่จากบคุ คลซ่ึงเป็ น
ต้องทาเร่งด่วน ซ่ึงถกู กาหนด ผู้นาในองค์การน้ันๆ
- ค่านิยม (Values)
- การจูงใจ (Motivation) ขนึ้ โดยกะทนั หัน
33
ความพึงพอใจในการทางาน เป็ นเร่ืองที่ได้รับความสนใจมาก ท้ังจาก
นักจิตวทิ ยา นักวิชาการ และนักบริหารงาน ผู้ปฏิบัติที่มีความพึงพอใจในการทางาน
ย่อมปฏบิ ัติงานได้ประสบผลสาเร็จดีมากกว่าผู้ทไ่ี ม่พงึ พอใจในการปฏิบตั ิงาน ดงั น้ัน ใน
การบริหารงานจาเป็ นจะต้องศึกษาให้เข้าใจ
เพราะความพึงพอใจในการทางาน
เป็ นกระบวนการทางจิตวทิ ยาที่
ไม่สามารถมองเหน็ และสังเกตได้
เพยี งอาศัยการคาดคะเน
และสังเกตพฤติกรรมเท่าน้ัน
34
หมายถึง สภาวะของอารมณ์ ความรู้สึก และเจตคติของบุคคลท่ีมีต่องานท่ีเขา
ปฏิบัติอยู่ เม่ือผู้ปฏิบัติงานเกิดความพึงพอใจในงานที่ทาเขาก็จะมีความพยายาม อุตสาหะ
ทม่ี คี วามสุขในการทางาน มีความรับผดิ ชอบ และมุ่งมั่นจนงานน้ันสาเร็จตามวตั ถุประสงค์
1. เสริมสร้างบรรยากาศและความต้งั ใจในการปฏิบัติงาน 35
2. เสริมสร้างความเป็ นอิสระในการทางาน
3. ส่งเสริมการบริหารแบบ
4. ส่งเสริมประสิทธิภาพในการปฏบิ ตั งิ าน
องค์ประกอบพืน้ ฐานทสี่ าคญั ท่มี ีผลต่อความพงึ พอใจ มดี งั ต่อไปนี้
1. งาน (Job)
องคป์ ระกอบที่มี 2. ค่าจ้าง (Wage)
ผลต่อความพึง 3. โอกาสที่ได้เล่อื นตาแหน่ง (Promotion)
4. การยอมรบั (Recognition)
พอใจ 5. สภาพการทางาน (Working Condition)
ในการทางาน
6. ผลประโยชน์ (Benefit) และสวสั ดิการ (Services)
7. หวั หน้างานหรือผบู้ งั คบั บญั ชา (Leader)
8. เพื่อนร่วมงาน (Co-Workers) 36
9. องคก์ ารและการจดั การ (Organization and Management)
เม่ือพิจารณาถึงวิธีการท่ีจะปรับปรุงประสิทธิภาพการทางานของบุคคล
ต้งั แต่เร่ิมต้นของศตวรรษนีเ้ ป็ นต้นมา พบว่ามีวธิ ีการใหญ่ที่ใช้อยู่ 3 วธิ ีการ คือ
1 วิธีการบริหารแบบวิทยาศาสตร์
(Scientific Managerial Approach)
2 วิธีการมนุษยสมั พนั ธ์
(Human Relation Approach)
3 วิธีการบริหารทรพั ยากรมนุษย์
(Human Resources Management)
37
จากการศึกษาของ Hackman และ Oldman ได้เสนอแนะว่า มีภาวะทางจิตวิทยา
ท่สี าคญั และจาเป็ นในการท่จี ะทาให้บุคคลมีแรงจูงใจทจ่ี ะทางานอยู่ 2 สภาวะ คือ
1. สถานภาพทางจติ วทิ ยา 2. คุณลกั ษณะเฉพาะของงาน
- ประสบการณ์ด้านการมี - ทกั ษะของงาน
ความหมายของงาน - ลกั ษณะเฉพาะของงาน
- ความสาคัญของงาน
- ประสบการณ์ด้านความ - ความเป็ นอสิ ระ
รับผดิ ชอบของงาน - ข้อมูลป้อนกลับ
- การรู้ผลการกระทา
38
มกี ารศึกษาวจิ ัยเกี่ยวกบั ความพึงพอใจไว้มากมาย ท้งั ศึกษาสาเหตุท่ที าให้เกดิ
ความพึงพอใจในงาน จากการศึกษาผลการวิจัยต่างๆ พอจะสรุปและวิเคราะห์
ผลการวจิ ัยเกย่ี วกบั ความพึงพอใจ ในงานได้เป็ นประเดน็ ต่างๆ ดังนี้
1. แรงจูงใจภายในของบุคคล เช่น ความทะเยอทะยาน ความรับผิดชอบ
ความมุ่งม่นั เป็ นต้น
2. ความเป็ นอสิ ระ และการให้การยอมรับในบทบาทหน้าที่
3. การบงั คบั บญั ชา และการบริหารแบบประชาธิปไตย
4. บรรยากาศการทางานขององค์การ และสภาพแวดล้อมการทางาน
39