The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รางงาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ณฐิตา ฯ., 2024-03-10 20:08:53

E-book

รางงาน

รายงาน เรื่อง สํารวจข้อมูลอมุขปาฐะประจำ ท้องถิ่น ของตนเอง ต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ 81150 ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๗ มหาวิทยาลัยลัหาดใหญ่ จัดทำ โดย นางสาว ณฐิตา น้ำใส รหัสหั นักศึกษา ๖๕๐๖๕๑๐๐๗๒


สํารวจข้อมูลอมุขปาฐะประจำ ท้องถิ่นของตนเอง สถาปัตยกรรม : ชุมชนเมืองเก่าตลาดศรีรายา ศิลปกรรม : พิพิธภัณฑ์ สถานปัตยกรรมพระราชวัง หัตถกรรม : กลุ่มเตยปาหนัน การแต่งกาย : ผ้าทอ โภชนาการ : กาแฟโบราณ ข้อมูลพื้นที่ ที่ตั้ง : ต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่81150 ภูมิอากาศ : อบอุ่น (เพราะติดทะเล) ประชากร : เยอะมาก (เพราะเป็นถนนคนเดิน)


ประวัติชุมชนบ้านศรีรายา สถาปัตยกรรมที่พบเห็นในพื้นที่ (เกาะลันตา) ชุมชนเมืองเก่าตลาดศรีราชา หลายร้อยปีในอดีตมีกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลอาศัยอยู่อากินในแถบบริเวรเกาะแก่งของทะเล อันดามัน วิถีชีวิตของพวกเขาเหล่านี้ผูกพันกับทะเลอย่างแนบแน่น พวกเขาแล่นเรือไป มาระหว่างเกาะแก่งต่างๆในท้องทะเลอันดามันโดยอาศัยกินอยู่หลับนอนในเรือ คนทั่วไป จึงเรียกกลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าวว่า “ชาวเล” ในกาลต่อมากลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลกลุ่มนี้ เป็นก ลุ่มแรกที่ขึ้นมาอาศัยอยู่บนชายฝั่งในฤดูมรสุม


ประวัติชุมชนบ้านศรีรายา พร้อมสร้างเพิงที่พักอาศัยอยู่รวากันเป็นชุมนชั่วคราว และท้ายที่สุดก็ได้อาศัย อยู่บนฝั่งบริเวรนี้ อย่างถาวร ประกอบกับมีกลุ่ม “ชาวจีน” แล่นเรือผ่านไปมาและเห็นว่าบริเวรนี้มีทำเลที่ตั้งที่ดีเหมาะ แก่การตั้งถิ่นฐานและการทำค้าขาย กลุ่มชาวจีนกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่สองที่ได้ลงหลักปักฐานสร้าง ชุมชนชาวจีนขึ้นมา เมื่อเวลาผ่านไปก็ได้มีกลุ่มผู้คนที่อพยพ มาจากคาบมหาสมุทรมลายูคาบสมุทรอินโดจีน แล่นเรือ ผ่านมาและได้เห็นสภาพพื้นที่แห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมแก่การตั้งถิ่นฐานจึงได้ขึ้นฝั่งและ ตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ เป็นกลุ่มที่สามทั้งสามกลุ่มชาติพันธุ์ ต่างอาศัยอยู่ร่วมกัน อย่างสันติสงบสุขและมีความสามัคคี ทำ ให้ชุมชนเกิดการขยายตัวเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว


ประวัติชุมชนบ้านศรีรายา ต่อมา ในปีพ.ศ.2515 ในรัชสมัยพระบาทสำ เด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ““รัชกาลที่5” ราชวงจักรีราชแห่ง ราชอาณาจักรสยาม ไดปรเกาศเปลี่ยนแปลงระบการปกครองจากมลฑลเทศาภิบาล มาเป็น จังหวัด อำ เภอ ตำ บล และหมู่บ้าน เกาะลันตาจึงได้รับการบกฐาะตั้งขึ้นเป็นอำ เภอ ในปีพ.ศ.2444 และได้มีการก่อสร้างที่ว่ากา รอเภอเกาะลันตาขึ้นอย่างถาวรในพื้นที่ใกล้กับชุมชนเดิม โดยมีลักษณะเป็นอาคารได้สองชั้นรูปแบบผสมผสานระหว่างสถาปท้องถิ่นภาคใต้และ สถาปัตยกรรมตะวันตกโดยบริเวณพื้นที่ก่อสร้างที่ว่าการอำ เภอและละแวกใกล้เคียงโดยรอบนั้น กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล ได้เรียกชื่อเป็นภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ว่า “ปาไตรยา”ซึ่งมีความหมายว่า หาดของหลวงหรือหาดเจ้านาย1 ต่อมาเกิดการกลายเสียงเป็น “ศรีรายา” ดั้งนั้นชุมชนแห่งนี้จึงถูก เรียกชื่อว่า “หมู่บ้านศรีรายา” นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา “ศรีรายา” คือชุมชนที่มีอัตลักษณ์ของ อาคารสิ่งปลูกสร้างที่ชัดเจน กล่าวคือ อาคารที่ก่อสร้างขึ้นนั้น


ประวัติชุมชนบ้านศรีรายา ลักษณะเป็นห้องแถวไม้มีความยาวเป็นพิเศษ ตั้งเรียงรายอยู่ริมสองฝั่งถนนเรียกว่า “บ้านยาว” ประกอบกับชุมชนศรีรายา เป็นเมืองท่าแห่งการค้าขายที่สำ คัญตั้งแต่อดีต จึงเรียกชุมชนนี้ว่า “ชุมชนตลาดศรีรายา” ปัจจุบันธุรกิจอุตสาหกรรมทางด้านการท้องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ได้มี บทบาทและขยายตัวเพิ่มมากขึ้น “ศรีรายา” จึงเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติในนาม “เมืองเก่าลันตา” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในฐานะชุมชน โบราณอนุรักษ์ ของอำ เภอเกาะลันตา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งสร้างความดึงดูดใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก


ประวัติชุมชนบ้านศรีรายา ตลาดศรีรายา เสรีตรงกลางเมืองเก่า ตลาดศรีรายา ตึกส้ม


ศิลปกรรม พิพิธภัณฑ์สถานปัตยกรรมพระราชวัง


พิพิธภัณฑ์ชุมชนชาวเกาะลันตา เกาะลันตาประกอบไปด้วย 3 กลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ ชาวไทยเชื้อสายจีน ชาวไทยเชื้อสายมุสลิม และชาวไทยเชื้อสายอูรักลาโว้ย แนวคิดในการจัดทำ พิพิธภัณฑ์ชุมชนคนลันตา คือ การที่ คนในชุมชนเริ่มมองเห็นคุณค่าทางสถาปัตยกรรมของอาคารที่ว่าการอำ เภอเกาะลันตาหลัง เก่า ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชการที่ 5 มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลและมีอายุมากกว่า 100 ปี จึงเกิดเป็นโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูอาคารที่ว่าการอำ เภอเกาะลันตา ทำ เป็น พิพิธภัณฑ์ชุมชนคนลันตา เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และแหล่งรวบรวมเรื่องราวทุกอย่างที่เกี่ยวกับ ความเป็นลันตา ทั้งวิถีชีวิตดั้งเดิม ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ชาติพันธุ์ นิเวศวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นทั้งของชาวเล ชาวจีน และมุสลิม


พิพิธภัณฑ์ชุมชนชาวเกาะลันตา ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 6 ห้องหลัก ได้แก่ ห้องแรกเป็นห้องสมุด รวบรวมเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเกาะลันตาที่มีอยู่ทั้งในอดีตและปัจจุบัน(เอกสารรวบรวมการศึกษาเพื่อทำ พิพิธภัณฑ์) ห้องที่สองคือห้องนายอำ เภอ จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของนายอำ เภอ เช่น โต๊ะ นายอำ เภอ โทรทัศน์ เครื่องพิมพ์ดีด เป็นต้น ห้องต่อไปเป็นห้องวัฒนธรรมชาวจีน ห้อง วัฒนธรรมชาวเล และห้องวัฒนธรรมชาวมลายูหรือมุสลิม ซึ่งทั้งสามห้องนี้จะอยู่เรียงติดกัน บ่งบอกถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของแต่ละกลุมชาติพันธุ์ จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ที่เป็น เอกลักษณ์ และห้องสุดท้ายจะเป็นหุ่นจำ ลองวิถีชีวิตต่างๆ ของผู้คนบนเกาะ เช่น หุ่นจำ ลอง แสดงการจับปลา ป่าชายเลน เต่าเผาถ่านจำ ลอง เป็นต้น เพื่อสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับผู้ เยี่ยมชม ส่วนด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ตกแต่งเป็นสานสาธารณะเล็กๆ ให้แก่ผู้เข้าชมได้พักผ่อน ด้วย


พิพิธภัณฑ์ชุมชนชาวเกาะลันตา ภาพจำ ลองทะเลอันดามัน โถงทางเดิน ภาพห้องทำ งานมีเครื่องปลิ้น คอมพิวเตอร์ ภาพเรือจำ ลอง และภาพวาดติดฝาผนัง


พิพิธภัณฑ์ชุมชนชาวเกาะลันตา ภาพจำ ลองอาหาร ของชาวบ้านสมัยนั้น ภาพติดฝาผนัง เครื่องของเครื่องใช้ต่างๆ ของชาวบ้านสมัยนั้น ของสะสมและชั้นวางของตกแต่ง ภายในบ้าน(พิพิธภัณฑ์)


พิพิธภัณฑ์ชุมชนชาวเกาะลันตา ชั้นวางตะเกียงไฟฉาย และหนังสือ โถงสำ หรับดูทีวีและเล่น ของคนสมัยนั้น เป็นมุมที่เกี่ยวกับศาสนาอิสลามโดยตรง ผ้าละหมาด อัลกุรอาน เป็นต้น เรือจำ ลอง


พิพิธภัณฑ์ชุมชนชาวเกาะลันตา ที่ทำ การจำ ลอง (นายอำ เภอเกาะลันตา) ของใช่เครื่องครัว ที่ทำ จากเครื่องปั้นดินเผ่า ที่จำ ลอง ห้องนอนห้องแต่งตัวแต่งหน้า เป็นมุมเกี่ยวกับชาวจีนทั้งหมด ข้าวของเครื่องไหว้ต่างๆ


ผู้ให้ข้อมูล นายเจริญ บรรณจง อายุ67ปี เจ้าหน้าทีดูแลพิพิฒพัฒ


เตยปาหนัน ต้นเตยปาหนันชอบขึ้นตามริมหาด ชายทะเล ป่าโกงกาง ลักษณะลาต้นเป็นกอ และแตกกิ่งใบ ยาวเป็น พุ่ม ขนาดเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ตามอายุและสภาพดิน สูงประมาณ 5 เมตร การทา เครื่องจักสานเป็นหัตถกรรม พื้นบ้าน พื้นเมืองที่ทากันมาแต่โบราณ และมีทั่วไปในทุกภาค ของประเทศ คาว่า เครื่องจักสาน นั้น โดยทั่วไป มักจะหมายถึงสิ่งที่ผลิตขึ้นด้วยมือ โดยวิธี จัก สาน ถัก และทอ เป็นหลัก การเรียกเครื่องจักสาน ว่า จักสาน นั้น เข้าใจว่าเป็นคาที่เรียกขึ้น ตามวิธีการที่ทาให้เกิดเครื่องจักสานขึ้น นั่นเอง เพราะเครื่องจักสานต่างๆ จะ สาเร็จเป็นรูปร่างที่สมบูรณ์นั้น จะต้องผ่านกระบวนการที่ ประกอบขึ้นด้วยการจัก การสาน และการถัก หรือ การขัดกันของวัสดุที่ผ่านกระบวนการ เตรียมด้วยการจัก เพื่อแปรรูปวัสดุ หรือวัตถุดิบให้สอดคล้องกับการใช้ สอยเสียก่อน


เตยปาหนัน หัตถกรรม : กลุ่มเตยปาหนัน


เตยปาหนัน เครื่องจักสานของภาคใต้ทางด้านชายฝั่งตะวันตก หรือชายฝั่งทะเลอันดามัน ถือได้ว่าเป็น เครื่องจัก สานเฉพาะถิ่น มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองอยู่บ้าง ได้แก่ พวกเครื่องจักสานที่สาน ด้วยใบเตย ใบลาเจียก หรือ ปาหนัน ซึ่งส่วนมากนิยมสานเสื่อ สอบ หรือกระสอบสาหรับใส่ ข้าว หรือใส่พืชผลต่างๆ โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ มีการสานไว้ใช้ในครัวเรือน


เตยปาหนัน จังหวัดกระบี่ มีการสานเสื่อปาหนัน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น มีความประสานกลมกลืนกับ ประเพณีนิยมของ ท้องถิ่นและวิธีการสาน ตลอดจนการใช้วัสดุในท้องถิ่นที่ต่างจากเครื่อง จักสาน อื่นๆ มีการสืบทอดภูมิปัญญา การสานมาจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลาน และเรียนรู้กัน ภายในครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม นิยม ใช้เสื่อในการปูนอน และนาไปรอง นั่งที่สุเหร่า และใช้เป็นเสื่อปูนอนของคู่บ่าวสาว ที่จะแต่งงานใหม่ โดยคู่บ่าว สาวจะต้องช่วยกัน สานไว้หลายๆ ผืน เพื่อใช้รองแทนที่นอนในสมัยโบราณ และปัจจุบันได้รับการส่งเสริมจาก หน่วยงานภาครัฐ จึงได้คิดพัฒนารูปแบบเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เป็นสินค้าของฝากประ จาจังหวัดที่มี ชื่อเสียงที่สวยงาม ทนทาน ได้แก่ เสื่อปาหนัน หมอน กระเป๋า ซองบุหรี่ หมุกใส่ ของเครื่องใช้สอย เป็นต้น


เตยปาหนัน เตยปาหนัน เป็นพืชตระกูลปาล์ม บางคนรู้จักชื่อทั่วไปว่า ต้นลาเจียก จะชอบขึ้นตามริมหาด ชายทะเล ป่าโกงกาง ลักษณะลาต้นเป็นกอ และแตกกิ่งใบยาว เป็นพุ่ม ขนาดเล็กบ้าง ใหญ่ บ้างตามอายุและ สภาพดิน สูงประมาณ 5 เมตร ใบ ใบเตยปาหนัน จะมีสีเขียวยาว มีรูปพรรณคล้ายกับใบเตยหอม ต่างกันที่ใบเตย ปาหนันนั้น จะมี หนามริมใบทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านข้าง 2 ด้านและตรงกลางหลัง นามา แปรสภาพเป็นตอก ใช้สานเป็นภาชนะ ต่างๆ ได้ ราก นามาใช้ประโยชน์ โดยนามาต้มกินขับปัสสาวะแก้นิ่วได้ ดอก นามาใช้เป็นตอกสานให้เด็กใช้ประดับร่างกาย ผล นามาใช้หั่นเป็นชิ้นๆ ผสมกับต้นตายปลายเป็น ใช้กรอกให้วัวกิน ทาให้วัวที่เบื่อหญ้า กินหญ้าได้ มากขึ้น


เตยปาหนัน วัตถุดิบและส่วนประกอบ 1.ใบเตยปาหนัน ตัดมาจากต้นเตยปาหนันที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติและจากการปลูกเอง 2. เส้นตอก ตอกจากใบเตยปาหนันที่ผ่านขั้นตอน การทาเป็นวัสดุพร้อมที่จะเป็นเสื่อ และ ผลิตภัณฑ์ รูปแบบต่าง ๆ 3. เครื่องรีด ใช้สาหรับรีดใบเตย และเส้นตอกเตยให้แบนเรียบและนิ่ม 4. ไม้กรีด ใช้สาหรับกรีดใบเตยดิบให้เป็นเส้นตอก ตามขนาดที่ต้องการหรือเรียกว่า ย่าหงาด หรือเล็บ แมว 5. มีด ใช้สาหรับตัดหนามหลังของใบเตยดิบให้เป็น 2 ซีก 6. กรรไกร ใช้สาหรับตัดเส้นตอกใบเตยให้ได้ความยาวที่ต้องการหรือเส้นใยต่าง ๆ 7. ไม้ขูด ใช้สาหรับขูดรีดเส้นตอกขณะกาลังนั่งสานให้เรียบนิ่ม 8. ไม้ทับ ใช้สาหรับเหยียบทับเส้นตอกขณะนั่งสานเป็นผืนเสื่อ ให้ผืนเสื่อตรงและสานได้ ง่าย ขึ้น 9. สารเคมี ใช้สาหรับย้อมเส้นตอกเตยให้เป็นสีต่าง ๆ ตามต้องการ 10. เตาถ่าน ใช้สาหรับก่อไฟต้มเส้นตอกใบเตยดิบ และต้มย้อมสีเส้นตอก 11. กระทะ เป็นภาชนะใช้สาหรับต้มน้าย้อมสีเส้นตอกเตย


นางจันทร์ ปรุสะ อายุ57ปี ชาวบ้านบ้านทุ้งทะเล ผู้ให้ข้อมูล


การแต่งกาย : ผ้าทอ


ผ้าทอ พัฒนาตราสัญลักษณ์เพื่อให้มีความโดดเด่น รวมถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะแก่การนำ ไปเป็นของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์ฝ้ายทอมือ กลุ่มรวมใจพัฒนาผ้าทอทุ่งทะเล จังหวัดกระบี่ เป็นผลิตภัณฑ์ประเภท ผ้าและเครื่องแต่งกาย ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง จัดตั้งโครงการศิลปาชีพทุ่งทะเล เพื่อพัฒนาทักษะและส่งเสริมอาชีพด้านการทอ ผ้าด้วยกี่กระทบ เพื่อยกระดับรายได้ของประชาชนให้พออยู่พอกิน สามารถพึ่งตนเองได้ โดย เน้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา ปัจจุบันโครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า ทุ่งทะเลอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริ จังหวัดกระบี่ มีกลุ่มสมาชิกทอผ้าในโครงการศิลปาชีพทุ่ง ทะเล จำ นวน 72 คน


ผ้าทอ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ได้พัฒนาตราสัญลักษณ์ โดยได้ใช้วิธีการสร้างสัญลักษณ์จากเส้นตรงที่ มีการไขว้ทับกัน สื่อความหมายถึงการถักทอเส้นใยของผ้า และยังสื่อความหมายถึง การร่วมมือ ร่วมใจกันของกลุ่ม เน้นความเด่นชัดของตัวอักษรให้สามารถอ่านได้ง่ายเป็นสำ คัญ ต่อมาได้พัฒนา บรรจุภัณฑ์โดยออกแบบเป็นกล่องกระดาษ เพื่อใช้สำ หรับใส่ผ้าให้เป็นของกำ นัลแก่บุคคลสำ คัญ โดยกล่องได้นำ เอาสัญลักษณ์ที่ออกแบบขึ้นมาใหม่เป็นจุดเด่น เน้นการใช้เส้นซึ่งเป็นหลักทัศนธาตุ พื้นฐานมาใช้เพื่อสื่อถึงเส้นใยผ้า รวมทั้งการใช้สีหลักเป็นสีฟ้า เพื่อแสดงถึงพระบารมีของสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งสีฟ้า คือ สีประจำ พระองค์ ท่าน ในส่วนของลวดลายของผ้าได้มีการพัฒนาร่วมกันกับอาจารย์และนักศึกษาสาขาวิชา ศิลปกรรม โดยบูรณาการกับรายวิชา การออกแบบลวดลายได้ออกแบบลายผ้า จำ นวน 19 ลวดลาย ในเบื้องต้นผู้ประกอบการได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ OTOP รหัส 810300061 วันที่ 11 มิถุนายน 2562 ซึ่งจากเดิมยังไม่มีการขึ้นทะเบียนใด ๆ เลย ยอดขายจากการพัฒนาทำ ให้ทาง กลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบจากยอดขายเดิมในปี 2561


ผู้ให้ข้อมูล กลุ่มรวมใจพัฒนาผ้าทอทุ่งทะเล ตำ บลเกาะกลาง อำ เภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ นางจรรยา ขนานใต้ และนางกัลยา ทำ สวน


โภชนาการ : กาแฟโบราณ


กาแฟโบราณ ชวนไปหลงเสน่ห์ชุมชนมุสลิม บ้านร่าหมาด จังหวัดกระบี่ กินโกปี๊รสชาติดีเมื่อจับคู่กับขนมต้มใบ มะพร้าว ได้ลองจนเราต้องขอตามไปดูวิธีการทำ กาแฟโบราณโดย ‘กลุ่มแม่บ้านร่าหมาดพัฒนา’ ที่ยังค่อยๆ คั่ว-เคี่ยว-ตาก-ตำ ตามกรรมวิธีและเครื่องมือดั้งเดิม คอกาแฟและอาหารพื้นบ้าน บอกเลยว่าที่ หมู่ 2 บ้านร่าหมาด คือเส้นทางของสายกินโดยแท้จริง ในช่วงระหว่างออกไปใช้ชีวิตเรียบง่าย อยู่กินแบบไม่ต่างจากคนในพื้นที่ ผมออกตามหา ‘โกปี๊’ กาแฟโบราณซึ่งเป็นเครื่องดื่มยามเช้าที่นิยมกันมากทางภาคใต้ตอนล่าง และได้แพร่กระจายมาถึง ชุมชนบ้านร่าหมาด หมู่ 2 ตำ บลเกาะกลาง จังหวัดกระบี่ ที่นี่นอกจากผมจะได้เห็นวิถีของคนคั่ว และวิธีการเคี่ยวเมล็ดกาแฟโดย กลุ่มแม่บ้านร่าหมาดพัฒนา ผมยังได้ค้นพบเสน่ห์ของการท่องเที่ยวชุมชนแห่งนี้ผ่านวัฒนธรรมการดื่มโกปี๊พร้อมกันในคราวเดียว


กาแฟโบราณ หลายคนอาจเข้าใจว่า โกปี๊ กับ โอเลี้ยง หรือ โอยัวะ นั้นเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วต่างกัน โอเลี้ยง คือกาแฟดำ ใส่น้ำ แข็ง โอยัวะคือกาแฟดำ ร้อน ส่วนโกปี๊นั้น เป็นกาแฟร้อนที่จะใส่นม หรือไม่ใส่นมก็ได้ เชื่อกันว่าโกปี๊เริ่มมีที่มาจากเบตง ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของรัฐปัตตานี ประชากรดั้งเดิมเป็นชาว มุสลิมเชื้อสายมลายู ต่อมามีการอพยพของชาวจีนโพ้นทะเลกลุ่มแรก ๆ เข้ามายังพื้นที่ จาก นั้นวัฒนธรรมการกินอยู่ก็หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะวัฒนธรรมการดื่มโกปี๊ที่นิยมกันมากใน อดีต เมื่อมีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง การนำ พาวัฒนธรรมการกินก็ตามติด มาด้วย อย่างประชากรที่บ้านร่าหมาด ที่สืบเชื้อสายมลายู และอพยพถิ่นฐานกระจายทั่วภาค ใต้ตอนล่าง มาจนถึงอำ เภอละงู จังหวัดสตูล และปัจจุบันนี้ ประชากรดังกล่าวส่วนใหญ่ได้ อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่ตำ บลเกาะกลาง อำ เภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ จึงนำ วัฒนธรรมการ ดื่มโกปี๊มาด้วย


กาแฟโบราณ ภูมิปัญญาการทำ โกปี๊ที่สืบทอดกันมานานนับตั้งแต่มีคนเชื้อสายจีนเข้ามาในแผ่นดินสยาม จากวัฒนธรรมการดื่มกาแฟนี้เอง จึงส่งผลให้เกิดการต่อยอดให้กับกลุ่มพี่น้องชาวบ้านที่หมู่ 2 บ้านร่าหมาด นำ มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชนเพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับครัว เรือน นอกเหนือจากการประกอบอาชีพหลัก


กาแฟโบราณ โกปี๊ ขั้นตอนเยอะ แต่ขายถูก พี่น้อง ‘กลุ่มแม่บ้านร่าหมาดพัฒนา’ ใช้เมล็ดกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าที่ปลูกกันมากในท้องถิ่น ภาคใต้ นำ มาคั่วให้เข้มจนเป็นสีดำ ตากให้เย็นตัว แล้วนำ มาเคี่ยวกับน้ำ ตาลทราย น้ำ ตาล มะพร้าวให้เหนียวเป็นคาราเมล เมื่อเป็นลาวากาแฟแล้วนำ มาตากให้เย็นตัวอีกครั้ง จากนั้นจึง มาตำ ให้ละเอียดในครกไม้ รสชาติกลมกล่อมและมีกลิ่นหอม ขั้นตอนการทำ กาแฟโบราณนับเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมานับร้อยปี สมาชิกใน กลุ่มล้วนเป็นผู้สูงอายุ ผลผลิตจึงไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ทำ ให้รายได้จากการขายกาแฟ โบราณน้อยลง พร้อมทั้งสมาชิกยังขาดแรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มกาแฟโบราณ


กาแฟโบราณ ปัจจุบันการดื่มกาแฟแพร่หลายมากขึ้น มีทุกพื้นที่ แต่วัฒนธรรมการดื่มโกปี๊กลับเริ่ม น้อยลง อาจเป็นเพราะขั้นตอนที่ยุ่งยากในการผลิต ใช้แรงงานเยอะ คนรุ่นใหม่ไม่สนใจที่ จะสืบทอดต่อจากคนรุ่นเก่า ราคาต่ำ ไม่คุ้มค่าแรง จนมีคำ ถามจากชาวบ้านว่า “แล้วจะ ทำ อย่างไรให้โกปี๊ มีทางไปต่อได้” ในฐานะนักท่องเที่ยว ในฐานะคนเดินทาง ผมคิดว่าถ้าโกปี๊มีแบบซองดริปสำ เร็จรูปคงดี เพราะอาจทำ ให้ทุกคนที่ชื่นชอบกาแฟ ได้เข้าถึง โกปี๊ได้ง่ายขึ้น หรือการยกระดับกาแฟ โบราณให้เป็นสินค้าชุมชนที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น จัดสรรพื้นที่กลุ่มผลิตกาแฟให้เป็น แหล่งเรียนรู้วิถีชุมชน การออกแบบซองบรรจุกาแฟให้ทันสมัย และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ ง่ายขึ้นเช่นเดียวกัน


กาแฟโบราณ โกปี๊แก้วละ 3 บาท กินกับขนมต้มใบมะพร้าว ถึงอย่างไร อารมณ์การดื่มโกปี๊ตอนเช้าสำ หรับผม การได้ไปนั่งตามร้านค้าในหมู่บ้าน หรือชุมชนมันได้ความรู้สึกดีมากกว่าที่จะมาชงกินเองที่บ้าน อย่างที่ผมเองได้ไปสัมผัส บรรยากาศนี้มาแล้ว ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดและความรู้กันกับชาวบ้าน ผมว่า บรรยากาศแบบนี้แหละที่เรียกว่าอารมณ์กาแฟ โกปี๊แก้วละ 3 บาท ยังมีให้เห็น รสชาติดีด้วย กินคู่กับข้าวต้มใบมะพร้าว หรือ ขนมต้ม ใบมะพร้าว ของกินพื้นถิ่นอีกอย่างทีมีเสน่ห์ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ตบท้ายด้วยข้าวต้มไก่ร้อน ๆ ราคา 10 บาท มื้อเช้าในชุมชนแบบนี้ 30 บาท มีอิ่มแบบจุก ๆ ในสภาวะเศรษฐกิจที่ นิ่ง ๆ แบบนี้ เราสามารถใช้จ่ายได้ในชุมชนต่างจังหวัดแบบสบายๆ นี่แหละเสน่ห์ของ การท่องเที่ยวชุมชนที่ผมค้นพบ ที่บ้านร่าหมาด


ผู้ให้ข้อมูล นางเบญจวรรณ มณีหลำ สะ อายุ45ปี อาชีพ รับราชการ


ผู้ให้ข้อมูล ขอบคุณ


Click to View FlipBook Version